แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
หมวดทั่วไปและหลักการสำคัญ
1. “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หมายถึงบุคคลใด
ก. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน
ข. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในกระทรวงศึกษาธิการ
ค. ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
ง. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน
2. การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ต้องยึดหลักการข้อใดเป็นสำคัญ
ก. หลักความรู้ความสามารถ
ข. หลักผลงาน
ค. หลักความเท่าเทียมกัน
ง. หลักการกระจายอำนาจและระบบคุณธรรม
3. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกโดยย่อว่าอะไร
ก. ก.ค.
ข. ก.ค.ศ.
ค. กคศ.
ง. คณะกรรมการ ก.ค.ศ.
4. ผู้ใดเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หมวด ก.ค.ศ. และอำนาจหน้าที่
5. ใครเป็นเลขานุการของ ก.ค.ศ. โดยตำแหน่ง
ก. เลขาธิการ ก.พ.
ข. เลขาธิการ ก.ค.ศ.
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. เลขาธิการคุรุสภา
6. บุคคลใดไม่ใช่กรรมการในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) โดยตำแหน่ง
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. เลขาธิการ ก.พ.
7. องค์กรใดทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
ก. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
ข. กศจ.
ค. อ.ก.ค.ศ. จังหวัด
ง. ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
8. ผู้ใดเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. ศึกษาธิการจังหวัด
ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
หมวดการบรรจุและการแต่งตั้ง
9. ผู้ใดมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
ก. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. ศึกษาธิการจังหวัด
ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
10. การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งคือใคร
ก. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. เลขาธิการ ก.ค.ศ.
ค. ศึกษาธิการจังหวัด
ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
11. ผู้มีอำนาจในการบรรจุและแต่งตั้งตำแหน่งครูผู้ช่วยตามมาตรา 53 คือ
ก. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. ศึกษาธิการจังหวัด
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
12. ตำแหน่งใดที่กำหนดให้มีวิทยฐานะและไม่มีวิทยฐานะ
ก. ครู
ข. ศึกษานิเทศก์
ค. ผู้บริหารสถานศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
13. การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาอื่นภายในเขตพื้นที่การศึกษาหรือต่างเขตพื้นที่การศึกษาต้องได้รับอนุมัติจากใคร
ก. ก.ค.ศ.
ข. กศจ.
ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
14. การเปลี่ยนตำแหน่ง การย้าย และการโอนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. การกำหนดกฎ ก.ค.ศ. ดังกล่าวให้คำนึงถึงสิ่งใด
ก. ประสิทธิภาพในการบริหารงานของหน่วยงานการศึกษาและการพัฒนาข้าราชการ
ข. เศรษฐกิจของประเทศ
ค. นโยบายของรัฐบาล
ง. ความจำเป็นของสถานศึกษา
หมวดการเลื่อนตำแหน่งวิทยฐานะและการให้ได้รับเงินเดือนเงินวิทยฐานะ
15. การเลื่อนตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นตำแหน่งที่มิได้กำหนดให้มีวิทยฐานะเพื่อให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ใครกำหนด
ก. ก.ค.ศ.
ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. คุรุสภา
ง. กระทรวงศึกษาธิการ
16. ตำแหน่งใดเป็นตำแหน่งที่มีวิทยฐานะ
ก. ครูผู้ช่วย
ข. ครู
ค. ครูชำนาญการ
ง. ข้อ ข. และ ค. ถูกต้อง
17. วิทยฐานะของผู้อำนวยการสถานศึกษาเรียงตามลำดับจากต่ำไปสูงคือข้อใด
ก. ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ
ข. ชำนาญการ เชี่ยวชาญ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญพิเศษ
ค. เชี่ยวชาญ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญพิเศษ
ง. ชำนาญการพิเศษ ชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ
18. วิทยฐานะระดับใดที่ต้องมีผลงานทางวิชาการเพื่อเสนอขอรับการประเมิน
ก. ชำนาญการ
ข. ชำนาญการพิเศษ
ค. เชี่ยวชาญ
ง. ทุกวิทยฐานะ
19. การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนและเงินวิทยฐานะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ใครกำหนด
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ก.ค.ศ.
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. ข้อ ข. และ ค. ถูกต้อง
หมวดการดำเนินการทางวินัยและการลงโทษ
20. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ราชการหรือประพฤติตนไม่เหมาะสม
กับตำแหน่งหน้าที่ราชการ ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการอย่างไร
ก. สั่งให้ผู้นั้นไปรับการตรวจร่างกายหรือตรวจสุขภาพจิต
ข. สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ
ค. สั่งให้ผู้นั้นไปปรับปรุงตนเอง
ง. สั่งให้มีการสอบสวน
21. การลงโทษข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีกี่สถาน
ก. 3 สถาน
ข. 4 สถาน
ค. 5 สถาน
ง. 6 สถาน
22. ข้อใดคือโทษทางวินัยที่หนักที่สุด
ก. ภาคทัณฑ์
ข. ลดเงินเดือน
ค. ปลดออก
ง. ไล่ออก
23. โทษทางวินัยอย่างร้ายแรงประกอบด้วยข้อใด
ก. ปลดออก
ข. ไล่ออก
ค. ลดขั้นเงินเดือน
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูกต้อง
24. ผู้ใดมีอำนาจสั่งลงโทษภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือนในกรณีที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาได้สอบสวนแล้วเห็นว่าครูผู้ช่วยในสถานศึกษากระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง
ก. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. ศึกษาธิการจังหวัด
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
25. การกระทำผิดวินัยที่เป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศเป็นความผิดวินัยในลักษณะใด
ก. วินัยไม่ร้ายแรง
ข. วินัยร้ายแรง
ค. แล้วแต่พฤติการณ์
ง. ไม่ถือเป็นความผิดวินัย แต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
26. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย การกระทำใดที่จะถือเป็นการกระทำผิดวินัย
ก. การกระทำที่เป็นความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก
ข. การกระทำอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ค. การกล่าวหาหรือกระทำการใดๆ ต่อผู้บังคับบัญชาโดยปราศจากความจริง
ง. ถูกทุกข้อ
หมวดการออกจากราชการ
27. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ้นจากตำแหน่งเมื่อใด
ก. ตาย
ข. ลาออก
ค. ถูกสั่งให้ออก
ง. ถูกทุกข้อ
28. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้โดยสม่ำเสมอ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน่จบำนาญเหตุทดแทนได้ในกรณีใด
ก. เมื่อคณะกรรมการแพทย์ที่ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งตรวจและแสดงความเห็นว่าไม่สามารถรับราชการต่อไปได้
ข. เมื่อผู้อำนวยการสถานศึกษาเห็นสมควร
ค. เมื่อได้พักราชการมาแล้วเป็นเวลาเกิน 1 ปี
ง. เมื่อได้ลาป่วยมาแล้วเป็นเวลาเกิน 60 วัน
29. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องออกจากราชการเมื่ออายุครบกี่ปีบริบูรณ์
ก. 55 ปี
ข. 60 ปี
ค. 65 ปี
ง. 70 ปี
30. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 44 ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งต้องดำเนินการอย่างไร
ก. สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการโดยพลัน
ข. ให้ผู้นั้นออกจากราชการเพื่อไปดำเนินการแก้ไขคุณสมบัติของตนให้ถูกต้อง
ค. สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ง. ทำรายงานเสนอไปยัง ก.ค.ศ.
31. การออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันใด
ก. วันออกจากราชการ
ข. วันที่ ก.ค.ศ. มีมติ
ค. วันที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
ง. วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ
หมวดการอุทธรณ์และการร้องทุกข์
32. ผู้ถูกสั่งลงโทษทางวินัยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งลงโทษต่อใครภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
ก. ผู้บังคับบัญชา ภายใน 15 วัน
ข. ผู้บังคับบัญชา ภายใน 30 วัน
ค. ก.ค.ศ. ภายใน 30 วัน
ง. กศจ. ภายใน 30 วัน
33. กรณีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือปฏิบัติให้เกิดความคับข้องใจ ผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ต่อใคร
ก. ร้องทุกข์ต่อ ก.ค.ศ.
ข. ร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปตามลำดับ
ค. ร้องทุกข์ต่อกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ร้องทุกข์ต่อศาลปกครอง
34. การร้องทุกข์ที่เหตุเกิดจากผู้บังคับบัญชา ให้ร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปตามลำดับภายในกี่วันนับแต่วันที่ทราบเรื่องอันเป็นเหตุให้ร้องทุกข์
ก. 15 วัน
ข. 30 วัน
ค. 45 วัน
ง. 60 วัน
หมวดการรักษาวินัยและความก้าวหน้าในวิชาชีพ
35. การส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มีโอกาสพัฒนาวิชาชีพตนเองเกี่ยวข้องกับข้อใด
ก. การรักษาวินัย
ข. การอุทธรณ์
ค. ความก้าวหน้าในวิชาชีพ
ง. การลงโทษ
36. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวในกรณีใดไม่ถือว่าเป็นการขัดคำสั่งอันเป็นการกระทำผิดวินัย
ก. การขัดคำสั่งนั้นเป็นความผิดอาญา
ข. การขัดคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
ค. การปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ
ง. การปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อบุคคลอื่น
37. การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาเพิ่มเติม ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่หน่วยงานใดกำหนด
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. ก.ค.ศ.
ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. สถานศึกษา
38. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติโดย
ก. เคร่งครัด
ข. เต็มกำลังความสามารถ
ค. เหมาะสมกับเหตุการณ์
ง. ไม่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
39. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องวางตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม มีความสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในทางที่ชอบ เกี่ยวข้องกับข้อใด
ก. วินัยต่อตนเอง
ข. วินัยต่อผู้เรียน
ค. วินัยต่อผู้ร่วมงาน
ง. วินัยต่อประชาชน
40. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่กระทำการใดอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา เกี่ยวข้องกับวินัยต่อผู้ใด
ก. วินัยต่อผู้เรียน
ข. วินัยต่อประชาชน
ค. วินัยต่อตำแหน่งหน้าที่
ง. วินัยต่อผู้ร่วมงาน
หมวดคุณสมบัติและการได้มาซึ่งคณะกรรมการ
41. คุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ. ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านใดบ้าง
ก. ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย
ข. ด้านการบริหารการศึกษา ด้านงบประมาณ ด้านการปกครอง
ค. ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย ด้านการบริหารงบประมาณ
ง. ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย หรือด้านการบริหารการจัดการภาครัฐ
42. คุณสมบัติของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ก. มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
ข. มีประสบการณ์ด้านการบริหารการศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี
ค. เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย หรือด้านการเงินการคลัง
ง. เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ การประกอบอาชีพ และไม่เคยกระทำความผิดจนได้รับโทษทางวินัย
43. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ. มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 2 ปี
ข. 3 ปี
ค. 4 ปี
ง. 5 ปี
หมวดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
44. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายใด
ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
ค. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. พระราชบัญญัติคุรุสภา
45. บุคคลใดที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ก. ศึกษานิเทศก์
ข. รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
ค. บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)
ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
หมวดการบริหารจัดการบุคลากร
46. การกำหนดระดับตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการพลเรือนสามัญมาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยถือว่าอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. หรือ อ.ก.พ. กระทรวง เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ใด
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. ก.ค.ศ.
ค. ก.พ.
ง. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
47. ตำแหน่งใดที่ไม่ใช่ตำแหน่งที่ได้รับเงินวิทยฐานะ
ก. ครูชำนาญการ
ข. ครูผู้ช่วย
ค. ผู้อำนวยการสถานศึกษาชำนาญการพิเศษ
ง. ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
48. ในการจัดอัตรากำลังของสถานศึกษาให้คำนึงถึงสิ่งใดเป็นหลัก
ก. งบประมาณของสถานศึกษา
ข. จำนวนนักเรียนในสถานศึกษา
ค. นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
ง. การมีส่วนร่วมของประชาชน
49. การบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้หรือผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อดำรงตำแหน่งใด ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวดำเนินการในเรื่องใดเป็นอันดับแรก
ก. ทำสัญญาจ้าง
ข. ให้ไปรายงานตัวที่สถานศึกษา
ค. ให้ผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งนั้น
ง. บรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
50. ทุก 3 ปี ให้องค์กรใดประเมินว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษายังมีความต้องการจำเป็นหรือไม่
ก. ก.ค.ศ.
ข. กศจ.
ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. กระทรวงศึกษาธิการ
Review ลูกค้า
เฉลยแนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
1. ง 2. ง 3. ข 4. ข 5. ข 6. ค 7. ข 8. ก 9. ค 10. ก
11. ค 12. ง 13. ข 14. ก 15. ก 16. ค 17. ก 18. ค 19. ข 20. ง
21. ค 22. ง 23. ง 24. ก 25. ข 26. ง 27. ง 28. ก 29. ข 30. ค
31. ก 32. ค 33. ข 34. ข 35. ค 36. ค 37. ข 38. ก 39. ค 40. ก
41. ง 42. ค 43. ค 44. ก 45. ค 46. ข 47. ข 48. ข 49. ค 50. ก
ครูผู้ช่วย อปท. กลุ่มวิชาต่างๆ
แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

