ข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข ด้านเวชสถิติ โรงพยาบาลพุทธชินราช

แนวข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุขด้านเวชสถิติ

โรงพยาบาลพุทธชินราช

สูตรที่นิยามไว้ในโจทย์ให้ใช้ตามโจทย์นั้น การปฏิบัติงานจริงต้องตรวจนิยามตัวชี้วัด คู่มือรหัส และเกณฑ์การจ่ายชดเชยฉบับที่หน่วยงานกำหนด

หมวด 1 เวชระเบียนและการจัดการข้อมูลผู้ป่วย  ข้อ 1 ถึง 20

หมวด 2 การให้รหัสโรคและการจัดกลุ่มผู้ป่วย  ข้อ 21 ถึง 40

หมวด 3 สถิติพื้นฐานและการวิเคราะห์ข้อมูล  ข้อ 41 ถึง 60

หมวด 4 ระบาดวิทยาและการประเมินการตรวจ  ข้อ 61 ถึง 80

หมวด 5 สถิติโรงพยาบาลและคุณภาพข้อมูล  ข้อ 81 ถึง 100

หมวด 1 เวชระเบียนและการจัดการข้อมูลผู้ป่วย

  1. หน้าที่สำคัญที่สุดของงานเวชสถิติคือข้อใด

ก. เปลี่ยนข้อมูลบริการเป็นสารสนเทศที่ถูกต้องเพื่อใช้ตัดสินใจ

ข. เพิ่มจำนวนข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ

ค. วินิจฉัยโรคแทนแพทย์

ง. กำหนดการรักษาทุกราย

  1. HN มีวัตถุประสงค์หลักใด

ก. ระบุเตียงถาวรของผู้ป่วย

ข. แทนรหัสโรคหลัก

ค. แทนเลขใบเสร็จแต่ละครั้ง

ง. ระบุตัวผู้ป่วยในระบบโรงพยาบาล

  1. AN ใช้ระบุสิ่งใดโดยทั่วไป

ก. ตัวบุคคลตลอดชีวิตทุกโรงพยาบาล

ข. รายการยาแต่ละเม็ด

ค. การรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในแต่ละครั้ง

ง. กลุ่มโรคตาม ICD

  1. พบผู้ป่วยหนึ่งคนมี HN สองหมายเลข ควรทำอย่างไร

ก. ลบหมายเลขที่ใหม่กว่าทันที

ข. ตรวจสอบตัวตนและรวมประวัติตามขั้นตอนที่มีร่องรอย

ค. เลือกใช้หมายเลขใดก็ได้

ง. เปิด HN ที่สามเพื่อแก้ปัญหา

  1. วิธีป้องกันการบันทึกผิดคนที่เหมาะสมคือข้อใด

ก. ถามเฉพาะหมายเลขเตียง

ข. ยืนยันตัวระบุอย่างน้อยสองรายการตามระบบหน่วยงาน

ค. ดูเฉพาะสีเสื้อ

ง. ดูเฉพาะชื่อเล่น

หมวด 1 เวชระเบียนและการจัดการข้อมูลผู้ป่วย

  1. ข้อมูลใดเหมาะจัดเป็นข้อมูลระบุตัวบุคคล

ก. ชื่อร่วมกับเลขประจำตัวประชาชน

ข. จำนวนผู้ป่วยรวมรายเดือน

ค. ค่าเฉลี่ยอายุทั้งโรงพยาบาล

ง. อัตราครองเตียงรวม

  1. การแก้ข้อความผิดในเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ควรทำอย่างไร

ก. เขียนทับจนค้นข้อความเดิมไม่ได้

ข. ใช้บัญชีของเพื่อนแก้

ค. ลบทั้งแฟ้มเพื่อเริ่มใหม่

ง. แก้ตามสิทธิและบันทึกผู้แก้ เวลา และเหตุผล

  1. การตรวจความครบถ้วนของเวชระเบียนเน้นข้อใด

ก. ตรวจเฉพาะความสวยงามของแฟ้ม

ข. นับจำนวนหน้ามากที่สุด

ค. ตรวจเอกสารและรายการสำคัญตามเกณฑ์ที่กำหนด

ง. เลือกเฉพาะแฟ้มที่ไม่มีปัญหา

  1. ข้อมูลวันจำหน่ายก่อนวันรับไว้รักษาเป็นปัญหาประเภทใด

ก. ความสะดวกในการอ่าน

ข. ความเร็วของอินเทอร์เน็ต

ค. ความสอดคล้องเชิงตรรกะ

ง. ขนาดหน้าจอ

  1. ผู้ป่วยชื่อเหมือนกันสองคน ควรแยกประวัติด้วยวิธีใด

ก. ใช้ชื่อเพียงอย่างเดียว

ข. ใช้ตัวระบุเพิ่มเติมที่ตรวจยืนยันได้

ค. เลือกแฟ้มที่อยู่บนสุด

ง. รวมเป็นคนเดียวเสมอ

รูปแบบการสั่งซื้อ

หมวด 1 เวชระเบียนและการจัดการข้อมูลผู้ป่วย

  1. ผู้ร้องขอสำเนาเวชระเบียนควรได้รับการดำเนินการอย่างไร

ก. ตรวจตัวตน อำนาจหรือฐานการเปิดเผย และขอบเขตข้อมูล

ข. ส่งทั้งหมดทันทีเมื่อแจ้งชื่อได้

ค. ส่งผ่านกลุ่มสนทนาสาธารณะ

ง. ให้รหัสผ่านระบบแทนสำเนา

  1. การยืมแฟ้มเวชระเบียนที่ดีควรมีสิ่งใด

ก. การอนุญาตด้วยวาจาอย่างเดียว

ข. การวางแฟ้มไว้หน้าห้อง

ค. การงดบันทึกเพื่อประหยัดเวลา

ง. ทะเบียนผู้ยืม วันเวลา และการติดตามคืน

  1. เอกสารสรุปจำหน่ายมีประโยชน์สำคัญอย่างไร

ก. ใช้แทนเอกสารทุกชนิดเสมอ

ข. ยืนยันว่าผู้ป่วยหายสนิททุกคน

ค. ใช้แทนการยืนยันตัวตน

ง. สรุปการวินิจฉัย การรักษา และแผนดูแลต่อเนื่อง

  1. เหตุใดต้องกำหนดนิยามคำว่า ครั้งบริการ ให้ชัดเจน

ก. เพื่อให้ตัวเลขเพิ่มขึ้น

ข. เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

ค. เพื่อให้หน่วยงานนับข้อมูลด้วยเกณฑ์เดียวกัน

ง. เพื่อให้เลิกใช้ HN

  1. หากชื่อผู้ป่วยในสองระบบสะกดต่างกันควรทำอย่างไร

ก. ถือว่าเป็นคนละคนทันที

ข. ตรวจจากแหล่งยืนยันและปรับข้อมูลหลักตามขั้นตอน

ค. ใช้ชื่อที่ยาวกว่า

ง. ลบข้อมูลทั้งสองระบบ

 

 

หมวด 1 เวชระเบียนและการจัดการข้อมูลผู้ป่วย

  1. การจัดทำดัชนีผู้ป่วยหลักมีประโยชน์ใด

ก. ช่วยค้นหาและเชื่อมข้อมูลของบุคคลได้ถูกต้อง

ข. แทนผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ค. คำนวณราคายาโดยตรง

ง. ลดความจำเป็นในการรักษาความลับ

  1. หากแพทย์ยังไม่ลงนามรับรองข้อมูลสำคัญควรทำอย่างไร

ก. ติดตามผู้รับผิดชอบให้บันทึกและรับรองตามขั้นตอน

ข. เจ้าหน้าที่ลงนามแทน

ค. คัดลอกลายมือชื่อจากแฟ้มอื่น

ง. ลบรายการนั้นออกจากเกณฑ์ตรวจ

  1. การกำหนดอายุเก็บเอกสารควรยึดข้อใด

ก. ความสะดวกของเจ้าหน้าที่อย่างเดียว

ข. พื้นที่เหลือในตู้เท่านั้น

ค. ความต้องการทำลายให้เร็วที่สุด

ง. กฎหมาย ระเบียบ และตารางเก็บรักษาที่ใช้กับหน่วยงาน

  1. ข้อมูลแพ้ยาควรจัดการอย่างไร

ก. ซ่อนไว้ในข้อความที่ค้นไม่ได้

ข. ลบเมื่อผู้ป่วยจำชื่อยาไม่ได้

ค. บันทึกอย่างมีโครงสร้างและแสดงให้ผู้ดูแลที่มีสิทธิเข้าถึง

ง. ใช้ข้อความว่าแพ้ยาทุกชนิดเสมอ

  1. ประโยชน์ของการตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลคือข้อใด

ก. ทำให้ไม่ต้องตรวจคุณภาพ

ข. ติดตามที่มาและการเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ข้อผิดพลาด

ค. ทำให้แก้ข้อมูลโดยไม่รับผิดชอบ

ง. อนุญาตให้ทุกคนอ่านทุกแฟ้ม

 

 

หมวด 2 การให้รหัสโรคและการจัดกลุ่มผู้ป่วย

  1. วัตถุประสงค์หลักของ ICD คือข้อใด

ก. กำหนดยารักษาเฉพาะบุคคล

ข. จัดจำแนกโรคและปัญหาสุขภาพเพื่อสถิติที่เปรียบเทียบได้

ค. ออกเลขประจำตัวประชาชน

ง. คำนวณเงินเดือนบุคลากร

  1. ก่อนให้รหัสโรคควรเริ่มจากอะไร

ก. อ่านข้อมูลการวินิจฉัยและบริบทที่แพทย์บันทึก

ข. เลือกโรคที่เบิกเงินได้สูงที่สุด

ค. ใช้รหัสจากผู้ป่วยเตียงข้างกัน

ง. เดาจากรายการยาเพียงอย่างเดียว

  1. หลังค้นคำในดัชนีรหัสควรทำอย่างไร

ก. ใช้รหัสแรกโดยไม่ตรวจ

ข. เปลี่ยนรหัสให้สั้นที่สุด

ค. ใช้รหัสจากความจำเสมอ

ง. ตรวจยืนยันในบัญชีรหัสและคำสั่งกำกับ

  1. การวินิจฉัยหลักของผู้ป่วยในตามหลักทั่วไปหมายถึงอะไร

ก. โรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดเสมอ

ข. โรคเรื้อรังที่เป็นมานานที่สุดเสมอ

ค. ภาวะที่สรุปหลังการศึกษาว่าเป็นเหตุสำคัญของการรับไว้รักษา

ง. อาการแรกในใบคัดกรองเสมอ

  1. แพทย์บันทึกการวินิจฉัยขัดแย้งกัน ควรทำอย่างไร

ก. เลือกข้อมูลที่ทำให้ได้เงินมาก

ข. เพิ่มโรคทั้งสองโดยไม่ตรวจ

ค. สอบถามให้แพทย์ชี้แจงอย่างเป็นกลางและมีหลักฐาน

ง. แก้ข้อความแพทย์เอง

 

 

หมวด 2 การให้รหัสโรคและการจัดกลุ่มผู้ป่วย

  1. การให้รหัสจากผลตรวจผิดปกติโดยไม่มีการวินิจฉัยควรทำอย่างไร

ก. แปลงผลตรวจเป็นโรคเองทุกกรณี

ข. ตรวจหลักเกณฑ์และสอบถามผู้รับผิดชอบเมื่อจำเป็น

ค. ให้โรครุนแรงที่สุดเสมอ

ง. ใช้รหัสโรคของญาติ

  1. คำสั่ง Excludes ในบัญชีรหัสมีประโยชน์ใด

ก. ช่วยระบุภาวะที่ไม่รวมอยู่ในหมวดรหัสนั้นตามคำสั่ง

ข. ระบุราคาค่ารักษา

ค. ระบุจำนวนวันลาป่วย

ง. แทนข้อมูลเพศของผู้ป่วย

  1. เหตุใดต้องบันทึกรุ่นของระบบรหัสที่ใช้

ก. เพื่อให้ไม่ต้องอัปเดตคู่มือ

ข. เพื่อแทนวันรับบริการ

ค. เพื่อให้รหัสทุกรุ่นเท่ากัน

ง. เพื่อให้แปลผลและเปรียบเทียบข้อมูลข้ามช่วงเวลาได้

  1. โรคร่วมต่างจากภาวะแทรกซ้อนอย่างไรในเชิงข้อมูล

ก. เหมือนกันทุกกรณี

ข. โรคร่วมต้องเกิดหลังผ่าตัดเสมอ

ค. ภาวะแทรกซ้อนไม่ต้องมีหลักฐาน

ง. ต่างกันด้านช่วงเวลาและความสัมพันธ์กับการรักษาตามนิยามที่ใช้

  1. การเพิ่มรหัสโรคที่ไม่มีหลักฐานเพื่อเพิ่มรายรับคือข้อใด

ก. เป็นมาตรฐานคุณภาพข้อมูล

ข. เป็นวิธีลดข้อมูลซ้ำ

ค. เป็นการบิดเบือนข้อมูลและไม่ควรดำเนินการ

ง. เป็นการสุ่มตัวอย่าง

 

 

หมวด 2 การให้รหัสโรคและการจัดกลุ่มผู้ป่วย

  1. DRG ใช้เพื่ออะไรโดยหลัก

ก. จัดกลุ่มเจ้าหน้าที่ตามอายุ

ข. จัดกลุ่มผู้ป่วยในที่มีลักษณะทางคลินิกและทรัพยากรใกล้เคียงกัน

ค. แทนรหัสประจำตัวผู้ป่วย

ง. กำหนดว่าผู้ป่วยทุกคนต้องนอนเท่ากัน

  1. น้ำหนักสัมพัทธ์ใน DRG สะท้อนอะไรโดยทั่วไป

ก. ทรัพยากรที่คาดว่าใช้เทียบกับกลุ่มอ้างอิง

ข. รายได้สุทธิจริงของทุกราย

ค. คะแนนความพึงพอใจ

ง. จำนวนแพทย์ที่ลงนาม

  1. Case Mix Index คำนวณอย่างไรเมื่อใช้ค่าน้ำหนักชนิดเดียวกัน

ก. ผลรวมน้ำหนักสัมพัทธ์หารจำนวนรายที่นำมาคิด

ข. จำนวนเตียงหารวันนอน

ค. จำนวนตายหารประชากร

ง. จำนวนครั้งบริการคูณอายุ

  1. ผู้ป่วย 4 รายมี RW เท่ากับ 1 1 2 และ 4 ค่า CMI เท่าใด

ก. 1.00

ข. 4.00

ค. 8.00

ง. 2.00

  1. พบรหัสหัตถการไม่ตรงบันทึกผ่าตัดควรทำอย่างไร

ก. ใช้รหัสเดิมเพื่อความรวดเร็ว

ข. เลือกหัตถการราคาสูงกว่า

ค. ตรวจเอกสารต้นทางและแก้ตามหลักฐานก่อนส่ง

ง. ลบบันทึกผ่าตัด

 

 

หมวด 2 การให้รหัสโรคและการจัดกลุ่มผู้ป่วย

  1. สาเหตุการตายพื้นฐานมีความหมายใดโดยหลัก

ก. ภาวะหัวใจหยุดเต้นทุกกรณี

ข. โรคหรือการบาดเจ็บที่เริ่มลำดับเหตุการณ์นำไปสู่การตาย

ค. โรคที่ค่ารักษาสูงที่สุด

ง. โรคที่เขียนสั้นที่สุด

  1. เหตุใดการบันทึกเพียงหัวใจหยุดเต้นจึงไม่เพียงพอต่อสถิติสาเหตุการตาย

ก. เป็นรหัสประจำตัวผู้ตาย

ข. ไม่ได้ระบุโรคหรือเหตุที่นำไปสู่การตายอย่างเฉพาะเจาะจง

ค. ระบุสาเหตุพื้นฐานได้เสมอ

ง. ใช้แทนวันตายได้

  1. เป้าหมายของการตรวจสอบรหัสแบบสุ่มคืออะไร

ก. ประเมินความถูกต้องและหาจุดปรับปรุงอย่างเป็นระบบ

ข. ลงโทษผู้ให้รหัสทุกราย

ค. เพิ่มรหัสให้มากที่สุด

ง. ตัดแฟ้มซับซ้อนออกเสมอ

  1. ความตรงกันของผู้ให้รหัสสองคนควรประเมินด้วยอะไรเมื่อปรับความตรงกันโดยบังเอิญ

ก. ค่าเฉลี่ยอายุ

ข. อัตราครองเตียง

ค. จำนวนวันนอนรวม

ง. Cohen kappa

  1. หากคู่มือการจ่ายชดเชยเปลี่ยนควรทำอย่างไร

ก. ใช้คู่มือเดิมทุกปี

ข. แก้ย้อนหลังทุกกรณีโดยไม่พิจารณา

ค. ตรวจฉบับและวันมีผลแล้วทดสอบก่อนใช้จริง

ง. ให้เจ้าหน้าที่เลือกคนละฉบับ

 

 

หมวด 3 สถิติพื้นฐานและการวิเคราะห์ข้อมูล

  1. ข้อมูลกลุ่มเลือดเป็นมาตรวัดใด

ก. อัตราส่วน

ข. ช่วงเท่ากัน

ค. นามบัญญัติ

ง. อันดับ

  1. ระดับความพึงพอใจ น้อย ปานกลาง มาก เป็นมาตรวัดใด

ก. นามบัญญัติโดยไม่มีลำดับ

ข. อันดับ

ค. อัตราส่วน

ง. ข้อมูลต่อเนื่องเสมอ

  1. น้ำหนักตัวเป็นมาตรวัดใด

ก. อัตราส่วน

ข. นามบัญญัติ

ค. อันดับ

ง. ช่วงเท่ากันที่ไม่มีศูนย์แท้

  1. ข้อมูล 2 4 6 8 10 มีค่าเฉลี่ยเท่าใด

ก. 4

ข. 5

ค. 8

ง. 6

  1. ข้อมูล 1 2 3 4 100 ควรใช้ค่ากลางใดแทนค่าทั่วไปได้ทนต่อค่าสุดโต่ง

ก. ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

ข. พิสัย

ค. ผลรวม

ง. มัธยฐาน

 

 

หมวด 3 สถิติพื้นฐานและการวิเคราะห์ข้อมูล

  1. ข้อมูล 2 3 3 5 7 มีฐานนิยมเท่าใด

ก. 2

ข. 5

ค. 3

ง. 7

  1. ข้อมูล 4 7 9 12 มีพิสัยเท่าใด

ก. 5

ข. 8

ค. 9

ง. 12

  1. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอธิบายอะไร

ก. การกระจายรอบค่าเฉลี่ยในหน่วยเดียวกับข้อมูล

ข. จำนวนคนที่ขาดข้อมูล

ค. ความถูกต้องของการวินิจฉัย

ง. ความเป็นเหตุเป็นผล

  1. กลุ่ม A เฉลี่ย 100 SD 10 และกลุ่ม B เฉลี่ย 50 SD 10 กลุ่มใดมี CV สูงกว่า

ก. กลุ่ม B

ข. กลุ่ม A

ค. เท่ากัน

ง. คำนวณไม่ได้เพราะ SD เท่ากัน

  1. กราฟใดเหมาะกับแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยรายเดือน

ก. กราฟวงกลม 12 วงเสมอ

ข. แผนผังองค์กร

ค. ภาพถ่าย

ง. กราฟเส้น

Review ลูกค้า

หมวด 3 สถิติพื้นฐานและการวิเคราะห์ข้อมูล

  1. กราฟใดเหมาะกับการแจกแจงอายุแบบต่อเนื่อง

ก. กราฟวงกลมชื่อโรค

ข. แผนภูมิแกนต์

ค. ฮิสโตแกรม

ง. แผนผังสายบังคับบัญชา

  1. ต้องการเปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วย 5 คลินิกควรใช้กราฟใด

ก. กราฟกระจายอายุและน้ำหนัก

ข. กราฟแท่ง

ค. กราฟเส้นรอดชีพ

ง. แผนภาพวงจร

  1. ตัวอย่างสุ่มอย่างง่ายมีลักษณะใด

ก. เลือกเฉพาะผู้มาถึงก่อน

ข. แต่ละหน่วยมีโอกาสถูกเลือกตามแผนสุ่มที่ทราบ

ค. เลือกเฉพาะแฟ้มสมบูรณ์

ง. เลือกตามความชอบ

  1. ต้องการให้ทุกแผนกมีตัวแทนตามสัดส่วนควรสุ่มแบบใด

ก. สุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิตามแผนก

ข. สุ่มเฉพาะแผนกใหญ่

ค. เลือกตามสะดวก

ง. เลือกเฉพาะผู้สมัครใจ

  1. การเลือกเฉพาะแฟ้มที่หยิบง่ายเสี่ยงต่ออะไร

ก. ความแม่นยำสมบูรณ์

ข. การสุ่มอย่างง่ายโดยอัตโนมัติ

ค. การปรับอายุโดยตรง

ง. อคติจากการคัดเลือก

 

 

หมวด 3 สถิติพื้นฐานและการวิเคราะห์ข้อมูล

  1. เมื่อขนาดตัวอย่างเพิ่มและเงื่อนไขอื่นคงเดิม standard error มักเป็นอย่างไร

ก. เพิ่มเสมอ

ข. เท่ากับศูนย์ทันที

ค. ลดลง

ง. กลายเป็นค่าเฉลี่ย

  1. ความหมายที่เหมาะสมของช่วงเชื่อมั่น 95% ตามแนวคิดความถี่คืออะไร

ก. 95% ของคนอยู่ในช่วงเสมอ

ข. ค่าจริงเปลี่ยนสุ่มหลังคำนวณ

ค. วิธีสร้างช่วงจะครอบคลุมค่าจริงประมาณ 95% เมื่อทำซ้ำจำนวนมาก

ง. ผลต้องถูกต้อง 95% ทุกด้าน

  1. p value เท่ากับ 0.03 ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 สรุปอย่างไร

ก. สมมติฐานว่างมีโอกาสจริง 3%

ข. ปฏิเสธสมมติฐานว่างภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ

ค. ผลมีความสำคัญทางคลินิกเสมอ

ง. ตัวอย่างไม่มีอคติแน่นอน

  1. ต้องการทดสอบความสัมพันธ์ของเพศกับสถานะมาตามนัดในตารางที่ความถี่คาดหมายเพียงพอควรใช้ข้อใด

ก. Chi square test of independence

ข. Paired t test

ค. One sample t test

ง. Pearson correlation ของรหัสเพศโดยตรง

  1. เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนและหลังในคนกลุ่มเดิม โดยผลต่างแจกแจงปกติ ควรใช้ข้อใด

ก. Independent t test

ข. Chi square test

ค. การทดสอบสัดส่วนอิสระ

ง. Paired t test

 

 

หมวด 4 ระบาดวิทยาและการประเมินการตรวจ

  1. ประชากรเสี่ยง 10000 คนพบผู้ป่วยใหม่ 50 คนในหนึ่งปี อุบัติการณ์สะสมต่อพันเท่าใด

ก. 0.5 ต่อพัน

ข. 50 ต่อพัน

ค. 500 ต่อพัน

ง. 5 ต่อพัน

  1. สำรวจประชากร 2000 คนพบผู้ป่วยเดิมและใหม่รวม 100 คน ความชุกเท่าใด

ก. 0.5%

ข. 10%

ค. 5%

ง. 20%

  1. ตัวหารของอุบัติการณ์ควรเป็นใคร

ก. ผู้ป่วยโรคนั้นทั้งหมดเสมอ

ข. ประชากรที่มีโอกาสเกิดโรคนั้น

ค. ผู้เสียชีวิตเท่านั้น

ง. บุคลากรโรงพยาบาลเท่านั้น

  1. การศึกษาภาคตัดขวางเหมาะกับอะไร

ก. ประเมินความชุก ณ ช่วงเวลาที่กำหนด

ข. ยืนยันลำดับเวลาก่อนหลังได้ทุกกรณี

ค. พิสูจน์สาเหตุได้แน่นอน

ง. ติดตามอุบัติการณ์โดยไม่ต้องมีเวลา

  1. การศึกษาแบบผู้ป่วยและกลุ่มควบคุมเริ่มจากอะไร

ก. เลือกตามสถานะโรคแล้วเปรียบเทียบประวัติสัมผัส

ข. สุ่มให้สัมผัสอันตราย

ค. ติดตามทุกคนจากวันเกิดเท่านั้น

ง. เลือกตามรายได้โดยไม่สนใจโรค

 

 

หมวด 4 ระบาดวิทยาและการประเมินการตรวจ

  1. มาตรวัดที่ใช้โดยทั่วไปในการศึกษา case control คืออะไร

ก. Risk ratio ที่คำนวณความเสี่ยงตรงจากจำนวนที่เลือกเสมอ

ข. อัตราครองเตียง

ค. ค่าเฉลี่ยวันนอน

ง. Odds ratio

  1. กลุ่มสัมผัสป่วย 20 จาก 100 คน กลุ่มไม่สัมผัสป่วย 10 จาก 100 คน RR เท่าใด

ก. 0.5

ข. 10

ค. 2

ง. 20

  1. เมื่อ RR เท่ากับ 1 หมายความอย่างไร

ก. การสัมผัสป้องกันโรคแน่นอน

ข. ความเสี่ยงที่สังเกตเท่ากันในสองกลุ่ม

ค. ทุกคนเป็นโรค

ง. ไม่มีอคติแน่นอน

  1. Confounding หมายถึงอะไร

ก. การพิมพ์ตัวเลขผิดเพียงอย่างเดียว

ข. ตัวแปรอื่นทำให้ความสัมพันธ์ที่ประเมินคลาดเคลื่อน

ค. การเพิ่มขนาดตัวอย่าง

ง. การสุ่มเลือกชื่อ

  1. เปรียบเทียบอัตราตายสองพื้นที่ที่โครงสร้างอายุต่างกันควรทำอย่างไร

ก. ปรับมาตรฐานอายุก่อนตีความร่วมกับบริบท

ข. เปรียบเทียบจำนวนตายดิบอย่างเดียว

ค. ลบผู้สูงอายุทุกคน

ง. ใช้จำนวนเตียงแทนประชากร

 

 

หมวด 4 ระบาดวิทยาและการประเมินการตรวจ

  1. การทดสอบพบผลบวก 90 คนในผู้ป่วยจริง 100 คน ความไวเท่าใด

ก. 10%

ข. 50%

ค. 100%

ง. 90%

  1. ผู้ไม่เป็นโรค 200 คนมีผลลบ 180 คน ความจำเพาะเท่าใด

ก. 20%

ข. 80%

ค. 90%

ง. 10%

  1. ผลบวกทั้งหมด 120 คนเป็นโรคจริง 90 คน PPV เท่าใด

ก. 25%

ข. 90%

ค. 75%

ง. 120%

  1. หากความชุกลดลงโดยความไวและความจำเพาะคงเดิม PPV มักเป็นอย่างไร

ก. เพิ่มขึ้นเสมอ

ข. ลดลง

ค. คงเดิมเสมอ

ง. เท่ากับความไวเสมอ

  1. ผู้ร่วมงานเลี้ยง 80 คนป่วย 20 คน อัตราป่วยในกลุ่มนี้เท่าใด

ก. 25%

ข. 4%

ค. 20%

ง. 80%

 

 

หมวด 4 ระบาดวิทยาและการประเมินการตรวจ

  1. ผู้ป่วยโรคหนึ่ง 200 คนเสียชีวิตจากโรคนั้น 10 คน สัดส่วนป่วยตายเท่าใด

ก. 0.5%

ข. 10%

ค. 20%

ง. 5%

  1. การเฝ้าระวังเชิงรุกต่างจากเชิงรับอย่างไร

ก. รอรายงานตามระบบอย่างเดียว

ข. ไม่ต้องมีนิยามผู้ป่วย

ค. งดตรวจสอบข้อมูล

ง. เจ้าหน้าที่ค้นหาผู้ป่วยหรือข้อมูลเพิ่มเติมโดยตรง

  1. กราฟจำนวนผู้ป่วยตามวันเริ่มป่วยในการระบาดเรียกว่าอะไร

ก. กราฟการเงิน

ข. แผนภูมิองค์กร

ค. Epidemic curve

ง. กราฟกระจายส่วนสูง

  1. ความไวของระบบเฝ้าระวังหมายถึงอะไร

ก. ความเร็วอินเทอร์เน็ต

ข. ความสามารถตรวจพบผู้ป่วยหรือเหตุการณ์ที่เกิดจริง

ค. จำนวนรายงานทั้งหมดโดยไม่สนใจโรค

ง. สัดส่วนแฟ้มที่มีสีเดียวกัน

  1. พบจำนวนโรคเพิ่มขึ้นหลังเปลี่ยนนิยามผู้ป่วยควรทำอะไร

ก. ตรวจผลของนิยามและระบบรายงานก่อนสรุปว่าระบาด

ข. ประกาศว่าเชื้อรุนแรงขึ้นทันที

ค. ลบข้อมูลหลังเปลี่ยนทั้งหมด

ง. เปรียบเทียบตัวเลขโดยไม่อธิบาย

 

 

หมวด 5 สถิติโรงพยาบาลและคุณภาพข้อมูล

  1. โรงพยาบาลมี 100 เตียงเปิดใช้ครบ 30 วัน มีวันนอนรวม 2400 อัตราครองเตียงเท่าใด

ก. 80%

ข. 24%

ค. 100%

ง. 125%

  1. เตียงเปิดใช้ 50 เตียง 10 วัน และ 60 เตียง 20 วัน มีเตียงวันเท่าใด

ก. 1500

ข. 1800

ค. 1100

ง. 1700

  1. กำหนด ALOS เป็นวันนอนของผู้จำหน่ายหารผู้จำหน่ายรวมตาย หากวันนอน 1500 และจำหน่าย 300 ราย ได้เท่าใด

ก. 0.2 วัน

ข. 15 วัน

ค. 5 วัน

ง. 50 วัน

  1. กำหนดอัตราหมุนเวียนเตียงเป็นผู้จำหน่ายรวมตายหารเตียงเฉลี่ย ถ้าจำหน่าย 600 ราย เตียงเฉลี่ย 100 ได้เท่าใด

ก. 60 ครั้งต่อเตียง

ข. 6 ครั้งต่อเตียงในช่วงรายงาน

ค. 0.167 ครั้งต่อเตียง

ง. 600 ครั้งต่อเตียง

  1. กำหนดอัตราตายผู้ป่วยในเป็นผู้ตายหารจำหน่ายรวมตาย หากตาย 12 ราย จำหน่ายรวม 600 ราย ได้เท่าใด

ก. 0.2%

ข. 2%

ค. 5%

ง. 12%

 

 

หมวด 5 สถิติโรงพยาบาลและคุณภาพข้อมูล

  1. ผู้ป่วยนอก 500 คนมารวม 800 ครั้ง ควรรายงานอย่างไร

ก. 500 คน และ 800 ครั้งตามนิยามการนับ

ข. 800 คนเสมอ

ค. 500 ครั้งเสมอ

ง. 1300 คน

  1. จำนวนผู้ป่วยเพิ่มจาก 1000 เป็น 1200 อัตราเพิ่มเท่าใด

ก. 16.67%

ข. 200%

ค. 120%

ง. 20%

  1. เวลารอเฉลี่ยลดจาก 60 เป็น 45 นาที ลดลงกี่เปอร์เซ็นต์

ก. 15%

ข. 33.33%

ค. 25%

ง. 75%

  1. รายงานมีวันนอนเดือนนี้แต่ใช้จำนวนจำหน่ายปีที่แล้วเป็นตัวหาร มีปัญหาใด

ก. เป็นสูตรมาตรฐานเสมอ

ข. ช่วยลดอคติแน่นอน

ค. ตัวตั้งตัวหารไม่สอดคล้องกัน

ง. ทำให้ข้อมูลครบถ้วนขึ้น

  1. การเปรียบเทียบอัตราตายระหว่างโรงพยาบาลควรคำนึงถึงอะไร

ก. ตัวเลขดิบอย่างเดียว

ข. ความรุนแรงและลักษณะผู้ป่วยรวมถึงนิยามข้อมูล

ค. ขนาดชื่อโรงพยาบาล

ง. จำนวนเครื่องพิมพ์

 

 

หมวด 5 สถิติโรงพยาบาลและคุณภาพข้อมูล

  1. คุณภาพข้อมูลด้านความครบถ้วนวัดอะไร

ก. สัดส่วนรายการจำเป็นที่มีข้อมูล

ข. สัดส่วนข้อมูลที่ส่งตรงเวลาอย่างเดียว

ค. ความสวยงามของกราฟ

ง. จำนวนช่องทั้งหมดโดยไม่สนใจการกรอก

  1. ข้อมูลครบ 950 จาก 1000 ระเบียน อัตราครบถ้วนเท่าใด

ก. 5%

ข. 9.5%

ค. 105%

ง. 95%

  1. ข้อมูลส่งทันกำหนดแต่รหัสโรคผิดจำนวนมาก สรุปอย่างไร

ก. คุณภาพดีทุกมิติเพราะเร็ว

ข. ไม่มีความจำเป็นต้องแก้

ค. ถือว่าครบถ้วนจึงถูกต้อง

ง. ทันเวลาแต่ยังมีปัญหาความถูกต้อง

  1. Data dictionary ควรประกอบด้วยอะไร

ก. ชื่อเจ้าหน้าที่อย่างเดียว

ข. ภาพหน้าจออย่างเดียว

ค. ชื่อตัวแปร นิยาม ชนิดข้อมูล และค่าที่อนุญาต

ง. เฉพาะยอดรวมรายเดือน

  1. ค่าอายุ 999 ควรจัดการอย่างไร

ก. เปลี่ยนเป็นอายุ 99 ทันที

ข. ตรวจความหมายและต้นทางก่อนแก้หรือกำหนดเป็นค่าสูญหาย

ค. ถือว่าเป็นอายุจริงเสมอ

ง. ลบผู้ป่วยทั้งประวัติ

 

 

หมวด 5 สถิติโรงพยาบาลและคุณภาพข้อมูล

  1. การแทนค่าสูญหายทั้งหมดด้วยศูนย์มีข้อเสียใด

ก. ทำให้ศูนย์จริงปะปนกับไม่มีข้อมูลและบิดเบือนสถิติ

ข. เพิ่มความถูกต้องทุกครั้ง

ค. ช่วยให้ทุกการวิเคราะห์ไม่มีอคติ

ง. เท่ากับการยืนยันต้นทาง

  1. ต้องนับคนไม่ซ้ำใน SQL ควรใช้แนวคิดใด

ก. COUNT DISTINCT ของตัวระบุบุคคลที่เหมาะสม

ข. COUNT ทุกแถวเสมอ

ค. SUM ของ HN

ง. AVG ของชื่อ

  1. เชื่อมตารางผู้ป่วยกับรายการยาหลายรายการแล้วจำนวนแถวเพิ่ม เพราะอะไร

ก. ฐานข้อมูลล่มแน่นอน

ข. จำนวนผู้ป่วยจริงเพิ่มทันที

ค. HN เปลี่ยนเป็น AN

ง. ความสัมพันธ์หนึ่งต่อหลายทำให้ผู้ป่วยซ้ำตามรายการยา

  1. Excel ต้องการนับรายการที่ตรงหลายเงื่อนไขควรใช้ฟังก์ชันใด

ก. SUM

ข. LEFT

ค. COUNTIFS

ง. ROUND

  1. PivotTable เหมาะกับงานใด

ก. เข้ารหัสไฟล์เพื่อรักษาความลับโดยตรง

ข. สรุปจำนวนบริการแยกเดือนและแผนก

ค. แทนการสำรองฐานข้อมูล

ง. ยืนยันตัวตนผู้ป่วย

 

รูปแบบการสั่งซื้อ

เฉลยคำตอบรวม

ตรวจคำตอบหลังทำข้อสอบครบแล้ว แต่ละข้อมีคะแนนเท่ากัน ไม่มีการหักคะแนนสำหรับข้อที่ตอบผิด

ข้อ 1 ถึง 20

1 ก     2 ง     3 ค     4 ข     5 ข     6 ก     7 ง     8 ค     9 ค     10 ข

11 ก     12 ง     13 ง     14 ค     15 ข     16 ก     17 ก     18 ง     19 ค     20 ข

ข้อ 21 ถึง 40

21 ข     22 ก     23 ง     24 ค     25 ค     26 ข     27 ก     28 ง     29 ง     30 ค

31 ข     32 ก     33 ก     34 ง     35 ค     36 ข     37 ข     38 ก     39 ง     40 ค

ข้อ 41 ถึง 60

41 ค     42 ข     43 ก     44 ง     45 ง     46 ค     47 ข     48 ก     49 ก     50 ง

51 ค     52 ข     53 ข     54 ก     55 ง     56 ค     57 ค     58 ข     59 ก     60 ง

ข้อ 61 ถึง 80

61 ง     62 ค     63 ข     64 ก     65 ก     66 ง     67 ค     68 ข     69 ข     70 ก

71 ง     72 ค     73 ค     74 ข     75 ก     76 ง     77 ง     78 ค     79 ข     80 ก

ข้อ 81 ถึง 100

81 ก     82 ง     83 ค     84 ข     85 ข     86 ก     87 ง     88 ค     89 ค     90 ข

91 ก     92 ง     93 ง     94 ค     95 ข     96 ก     97 ก     98 ง     99 ค     100 ข