ข้อสอบพนักงานบัตรรายงานโรค โรงพยาบาลพุทธชินราช

ข้อสอบพนักงานบัตรรายงานโรค

โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก

ตอนที่ 1 ความรู้ด้านระบาดวิทยาและระบบเฝ้าระวังโรค (ข้อ 1–25)

  1. ระบาดวิทยา (Epidemiology) หมายถึงการศึกษาเรื่องใด

ก. การกระจายและปัจจัยกำหนดของภาวะสุขภาพหรือโรคในประชากร

ข. การรักษาผู้ป่วยรายบุคคลในโรงพยาบาล

ค. โครงสร้างและการทำงานของเชื้อจุลชีพ

ง. การผลิตยาและวัคซีน

  1. การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา (Epidemiological surveillance) หมายถึงข้อใด

ก. การตรวจรักษาผู้ป่วยทุกรายที่มาโรงพยาบาล

ข. การฉีดวัคซีนให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง

ค. การเก็บรวบรวม วิเคราะห์ แปลผล และกระจายข้อมูลอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ เพื่อใช้ในการป้องกันควบคุมโรค

ง. การรายงานผู้ป่วยเฉพาะเมื่อเกิดการระบาด

  1. ระบบเฝ้าระวังที่หน่วยงานรอรับรายงานผู้ป่วยจากสถานบริการตามปกติ เรียกว่าอะไร

ก. การเฝ้าระวังเชิงรุก (Active surveillance)

ข. การเฝ้าระวังเชิงรับ (Passive surveillance)

ค. การเฝ้าระวังเฉพาะกิจ (Special surveillance)

ง. การเฝ้าระวังกลุ่มอาการ (Syndromic surveillance)

  1. ข้อใดเป็นลักษณะของการเฝ้าระวังเชิงรุก (Active surveillance)

ก. รอรับบัตรรายงานจากหอผู้ป่วย

ข. รวบรวมรายงานประจำเดือนส่งจังหวัด

ค. บันทึกข้อมูลเข้าโปรแกรมทุกสิ้นสัปดาห์

ง. เจ้าหน้าที่ออกค้นหาผู้ป่วยในชุมชนหรือทบทวนเวชระเบียนเพื่อหาผู้ป่วยเพิ่มเติม

  1. บัตรรายงานผู้ป่วย รง.506 ใช้สำหรับงานใด

ก. รายงานผู้ป่วยโรคที่ต้องเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

ข. บันทึกการเบิกจ่ายยา

ค. บันทึกประวัติการฉีดวัคซีนเด็ก

ง. รายงานอุบัติเหตุจราจร

  1. บัตรรายงาน รง.507 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใด

ก. รายงานผู้ป่วยรายใหม่ครั้งแรก

ข. รายงานจำนวนเตียงว่าง

ค. รายงานข้อมูลเพิ่มเติมของผู้ป่วยที่รายงานไปแล้ว เช่น เปลี่ยนการวินิจฉัย สภาพผู้ป่วย หรือเสียชีวิต

ง. รายงานผลการตรวจสุขภาพประจำปี

  1. หน่วยงานระดับกรมที่รับผิดชอบระบบเฝ้าระวังโรคทางระบาดวิทยา (ระบบ 506) ระดับประเทศ คือข้อใด

ก. กรมการแพทย์

ข. กรมควบคุมโรค (กองระบาดวิทยา)

ค. กรมอนามัย

ง. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

  1. ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) ตามนิยามผู้ป่วยในการเฝ้าระวังโรค หมายถึงข้อใด

ก. ผู้ที่มีอาการเพียงอย่างเดียว

ข. ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาด

ค. ผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยแต่ไม่มีอาการ

ง. ผู้ที่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อ

  1. ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึงข้อใด

ก. ผู้ที่มีอาการและอาการแสดงตามเกณฑ์ทางคลินิกของโรค

ข. ผู้ที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยัน

ค. ผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคนั้น

ง. ผู้ที่หายป่วยแล้ว

  1. ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึงข้อใด

ก. ผู้ที่ไม่มีอาการใด ๆ

ข. ผู้ที่มีผลตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการอ้างอิง

ค. ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก ร่วมกับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้น หรือมีความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยากับผู้ป่วยยืนยัน

ง. ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว

  1. อัตราป่วย (Morbidity rate) ในรายงานเฝ้าระวังโรค นิยมคำนวณอย่างไร

ก. จำนวนผู้เสียชีวิต ÷ จำนวนผู้ป่วย × 100

ข. จำนวนผู้ป่วย ÷ ประชากรกลางปี × 100,000

ค. จำนวนผู้ป่วย ÷ จำนวนเตียง × 100

ง. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ − จำนวนผู้ป่วยรายเก่า

  1. อัตราป่วยตาย (Case Fatality Rate: CFR) คำนวณอย่างไร

ก. จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ÷ ประชากรกลางปี × 1,000

ข. จำนวนผู้ป่วย ÷ ประชากรกลางปี × 100,000

ค. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ÷ ประชากรที่เสี่ยง × 100

ง. จำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคนั้น ÷ จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนั้น × 100

  1. ปีหนึ่งมีผู้ป่วยไข้เลือดออก 200 ราย เสียชีวิต 1 ราย อัตราป่วยตายเท่ากับเท่าใด

ก. ร้อยละ 0.5

ข. ร้อยละ 1

ค. ร้อยละ 2

ง. ร้อยละ 5

  1. อำเภอแห่งหนึ่งมีประชากรกลางปี 50,000 คน พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก 25 ราย อัตราป่วยต่อประชากรแสนคนเท่ากับเท่าใด

ก. 5

ข. 25

ค. 50

ง. 500

  1. อุบัติการณ์ (Incidence) หมายถึงข้อใด

ก. จำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่มีอยู่ ณ จุดเวลาหนึ่ง

ข. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนด

ค. จำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาที่กำหนด

ง. จำนวนผู้ที่หายป่วยในช่วงเวลาที่กำหนด

  1. เส้นโค้งการระบาด (Epidemic curve) ใช้แสดงข้อมูลใด

ก. การกระจายของผู้ป่วยตามกลุ่มอายุ

ข. การกระจายของผู้ป่วยตามเพศ

ค. จำนวนเตียงที่ใช้ในแต่ละวัน

ง. การกระจายของจำนวนผู้ป่วยตามวันหรือเวลาเริ่มป่วย

  1. อัตราป่วยระหว่างการระบาด (Attack rate) เหมาะใช้ในสถานการณ์ใด

ก. การระบาดในกลุ่มประชากรเฉพาะในช่วงเวลาสั้น เช่น อาหารเป็นพิษในงานเลี้ยง

ข. การคำนวณอัตราตายของประเทศรายปี

ค. การหาความชุกของโรคเรื้อรัง

ง. การคำนวณจำนวนบุคลากรต่อประชากร

  1. การระบาด (Outbreak) หมายถึงข้อใด

ก. มีผู้ป่วยเกิดขึ้นเพียง 1 รายในพื้นที่

ข. มีผู้ป่วยคงที่ทุกปี

ค. มีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าที่คาดไว้ในพื้นที่และช่วงเวลาเดียวกัน

ง. มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลเต็มทุกเตียง

  1. การใช้ค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง (Median 5 years) ในงานเฝ้าระวังโรค มีวัตถุประสงค์เพื่อใด

ก. ใช้คำนวณงบประมาณ

ข. ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบเพื่อตรวจจับจำนวนผู้ป่วยที่สูงผิดปกติ

ค. ใช้คำนวณอัตราป่วยตาย

ง. ใช้กำหนดจำนวนบุคลากร

  1. SRRT ย่อมาจากข้อใด

ก. Special Rescue and Recovery Team

ข. Standard Report and Record Team

ค. Safety Risk Response Team

ง. Surveillance and Rapid Response Team

แนวข้อสอบ พนักงานบัตรรายงานโรค โรงพยาบาลพุทธชินราช

รูปแบบการสั่งซื้อ

  1. ข้อใด “ไม่ใช่” ขั้นตอนของการสอบสวนโรค

ก. การจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล

ข. การยืนยันการวินิจฉัยและยืนยันการระบาด

ค. การค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม

ง. การดำเนินมาตรการควบคุมและป้องกันโรค

  1. การวิเคราะห์ข้อมูลระบาดวิทยาเชิงพรรณนา (Descriptive epidemiology) ใช้หลักใด

ก. เงิน คน ของ

ข. ความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติ

ค. บุคคล เวลา สถานที่

ง. ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์

  1. คุณลักษณะของระบบเฝ้าระวังด้าน “ความทันเวลา (Timeliness)” หมายถึงข้อใด

ก. จำนวนตัวแปรที่กรอกครบในบัตรรายงาน

ข. ระยะเวลาตั้งแต่ผู้ป่วยมารับบริการ/ได้รับการวินิจฉัย จนถึงหน่วยงานได้รับรายงาน

ค. ความถูกต้องของการวินิจฉัยโรค

ง. ความพึงพอใจของผู้ใช้ข้อมูล

  1. การประเมิน “ความครบถ้วน (Completeness)” ของการรายงานโรค หมายถึงข้อใด

ก. ความเร็วในการส่งรายงาน

ข. ความสวยงามของรายงาน

ค. จำนวนครั้งที่ประชุม

ง. สัดส่วนผู้ป่วยที่ถูกรายงานเทียบกับผู้ป่วยที่ควรถูกรายงานทั้งหมด

  1. การรายงานแบบ Zero report หมายถึงข้อใด

ก. การรายงานว่า “ไม่พบผู้ป่วย” ในช่วงเวลานั้น เพื่อยืนยันว่ามีการเฝ้าระวังจริง

ข. การไม่ส่งรายงานเมื่อไม่มีผู้ป่วย

ค. การลบข้อมูลผู้ป่วยออกจากระบบ

ง. การรายงานเฉพาะผู้ป่วยที่เสียชีวิต

ตอนที่ 2 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ข้อ 26–45)

  1. พระราชบัญญัติโรคติดต่อฉบับที่ใช้บังคับในปัจจุบัน คือฉบับ พ.ศ. ใด

ก. พ.ศ. 2523

ข. พ.ศ. 2558

ค. พ.ศ. 2562

ง. พ.ศ. 2550

  1. ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 คือใคร

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ข. นายกรัฐมนตรี

ค. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ง. อธิบดีกรมควบคุมโรค

  1. ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คือใคร

ก. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด

ข. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์

ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด

ง. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

  1. ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ คือใคร

ก. นายกรัฐมนตรี

ข. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ค. อธิบดีกรมควบคุมโรค

ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

  1. “โรคติดต่ออันตราย” ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 หมายถึงข้อใด

ก. โรคที่ไม่ติดต่อแต่มีอัตราตายสูง

ข. โรคติดต่อที่มีความรุนแรงสูงและสามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว

ค. โรคที่พบได้บ่อยในเด็ก

ง. โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ

  1. โรคใดต่อไปนี้เป็น “โรคติดต่ออันตราย” ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ก. โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

ข. โรคไข้เลือดออก

ค. โรคมือ เท้า ปาก

ง. โรคอีสุกอีใส

  1. โรคใดต่อไปนี้ “ไม่ใช่” โรคติดต่ออันตราย

ก. กาฬโรค

ข. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS)

ค. ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

ง. ไข้เหลือง

  1. “โรคระบาด” ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 หมายถึงข้อใด

ก. โรคที่พบในสัตว์เท่านั้น

ข. โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ค. โรคที่มีวัคซีนป้องกันได้

ง. โรคติดต่อหรือโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ซึ่งอาจแพร่ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง หรือมีภาวะของโรคเกิดขึ้นมากผิดปกติ

  1. ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เมื่อพบผู้ป่วยโรคติดต่อที่ต้องแจ้งในสถานพยาบาล ผู้ใดมีหน้าที่แจ้ง

ก. ญาติผู้ป่วย

ข. ผู้รับผิดชอบสถานพยาบาล

ค. ผู้ใหญ่บ้าน

ง. บริษัทประกันสุขภาพ

  1. การแจ้งตามข้อก่อนหน้า ต้องแจ้งต่อผู้ใด

ก. สถานีตำรวจ

ข. องค์การบริหารส่วนตำบล

ค. เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

ง. สื่อมวลชน

  1. ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง “เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ” ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 คือใคร

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ข. ผู้อำนวยการโรงพยาบาล

ค. นายอำเภอ

ง. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

  1. EOC ในงานควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ย่อมาจากข้อใด

ก. Emergency Outbreak Control

ข. Epidemic Observation Center

ค. Early Outbreak Communication

ง. Emergency Operations Center

  1. กฎอนามัยระหว่างประเทศ (International Health Regulations: IHR) ฉบับที่ใช้เป็นหลักในปัจจุบันคือฉบับปีใด

ก. ค.ศ. 1969

ข. ค.ศ. 2005

ค. ค.ศ. 2015

ง. ค.ศ. 2020

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. ใด

ก. พ.ศ. 2562

ข. พ.ศ. 2540

ค. พ.ศ. 2558

ง. พ.ศ. 2565

  1. ตาม PDPA ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยจัดเป็นข้อมูลประเภทใด

ก. ข้อมูลสาธารณะ

ข. ข้อมูลทั่วไปที่เปิดเผยได้ทันที

ค. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive personal data)

ง. ข้อมูลนิรนาม

  1. พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 กำหนดเรื่องใด

ก. สิทธิในการรับบริการฟรี

ข. การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

ค. สิทธิการปฏิเสธการรักษา

ง. ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ห้ามเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหาย

  1. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ ประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. ใด

ก. พ.ศ. 2535

ข. พ.ศ. 2540

ค. พ.ศ. 2545

ง. พ.ศ. 2560

  1. หากสื่อมวลชนโทรศัพท์มาขอชื่อและที่อยู่ของผู้ป่วยโรคติดต่อ พนักงานบัตรรายงานโรคควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ไม่เปิดเผยข้อมูล และแจ้งให้ติดต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจให้ข่าวตามระเบียบ

ข. ให้ข้อมูลทันทีเพราะเป็นประโยชน์สาธารณะ

ค. ให้เฉพาะชื่อแต่ไม่ให้ที่อยู่

ง. ส่งสำเนาบัตรรายงานให้ทางอีเมล

  1. การส่งรายงานผู้ป่วยโรคติดต่อให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการกระทำแบบใด

ก. ละเมิดสิทธิผู้ป่วยเสมอ

ข. ต้องขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งก่อนรายงาน

ค. เป็นการเปิดเผยข้อมูลตามที่กฎหมายบัญญัติ เพื่อประโยชน์ด้านสาธารณสุข จึงกระทำได้

ง. ทำได้เฉพาะผู้ป่วยที่เสียชีวิตแล้ว

  1. ผู้มีอำนาจประกาศชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตรายในราชกิจจานุเบกษา คือใคร

ก. อธิบดีกรมควบคุมโรค

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ

ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด

ง. คณะรัฐมนตรี

ตอนที่ 3 ความรู้เรื่องโรคติดต่อที่สำคัญ (ข้อ 46–70)

  1. พาหะนำโรคไข้เลือดออกคือข้อใด

ก. ยุงลาย

ข. ยุงก้นปล่อง

ค. ยุงรำคาญ

ง. แมลงวัน

  1. เชื้อก่อโรคไข้เลือดออกคือข้อใด

ก. แบคทีเรีย Salmonella

ข. โปรโตซัว Plasmodium

ค. ไวรัสเดงกี (Dengue virus) ซึ่งมี 4 ซีโรไทป์

ง. เชื้อรา Candida

  1. การทดสอบทูร์นิเกต์ (Tourniquet test) ใช้ช่วยในการวินิจฉัยโรคใด

ก. วัณโรค

ข. ไข้เลือดออก

ค. มาลาเรีย

ง. ไข้หวัดใหญ่

  1. พาหะนำโรคมาลาเรียคือข้อใด

ก. ยุงลาย

ข. ยุงรำคาญ

ค. ริ้นฝอยทราย

ง. ยุงก้นปล่อง

  1. โรคไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese encephalitis) มีพาหะหลักคือข้อใด

ก. ยุงรำคาญ (Culex)

ข. ยุงลาย

ค. เห็บ

ง. หมัดหนู

  1. โรคเลปโตสไปโรสิส (โรคฉี่หนู) ติดต่อสู่คนได้อย่างไร

ก. ถูกยุงกัด

ข. หายใจรับละอองฝอยจากผู้ป่วย

ค. สัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ที่มีเชื้อ ผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุ

ง. รับประทานผักสด

  1. โรคไข้รากสาดใหญ่ (Scrub typhus) มีพาหะคือข้อใด

ก. เหา

ข. ไรอ่อน (Chigger)

ค. ยุงลาย

ง. แมลงสาบ

  1. โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในกลุ่มใด และเกิดจากเชื้อกลุ่มใด

ก. ผู้สูงอายุ / แบคทีเรีย

ข. วัยทำงาน / เชื้อรา

ค. หญิงตั้งครรภ์ / โปรโตซัว

ง. เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี / ไวรัสกลุ่มเอนเทอโร

  1. จุดขาวเล็ก ๆ ที่กระพุ้งแก้มด้านในก่อนผื่นขึ้น (Koplik’s spots) เป็นอาการจำเพาะของโรคใด

ก. หัด

ข. สุกใส

ค. หัดเยอรมัน

ง. ไข้เลือดออก

  1. อหิวาตกโรคมีลักษณะอุจจาระที่สำคัญอย่างไร

ก. อุจจาระเป็นมูกเลือด

ข. อุจจาระสีดำ

ค. อุจจาระเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าว ปริมาณมาก

ง. อุจจาระแข็ง

  1. วัณโรคปอดติดต่อจากคนสู่คนทางใดเป็นหลัก

ก. การสัมผัสเลือด

ข. ทางอากาศ (Airborne) จากการไอ จาม

ค. การรับประทานอาหารร่วมกัน

ง. ยุงกัด

  1. เมื่อถูกสุนัขกัด การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องที่สุดคือข้อใด

ก. ใช้ไฟลนแผล

ข. ทาแผลด้วยยาสีฟัน

ค. รอสังเกตอาการสุนัข 10 วันก่อนพบแพทย์

ง. ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ แล้วรีบพบแพทย์

  1. โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) เกิดจากเชื้อใด และพบได้ที่ใด

ก. Burkholderia pseudomallei พบในดินและน้ำ

ข. Vibrio cholerae พบในอาหารทะเล

ค. Clostridium tetani พบในอุจจาระคน

ง. Leptospira พบในอากาศ

  1. ไข้หวัดใหญ่ติดต่อทางใดเป็นหลัก

ก. การถูกยุงกัด

ข. การสัมผัสน้ำปนเปื้อน

ค. ละอองฝอย (Droplet) จากการไอ จาม และการสัมผัสสารคัดหลั่ง

ง. การรับเลือด

  1. โรคอาหารเป็นพิษ (Food poisoning) โดยทั่วไปมีระยะฟักตัวสั้นในหน่วยใด

ก. เดือน

ข. ชั่วโมง

ค. สัปดาห์

ง. ปี

Review ลูกค้า

  1. โรคใดต่อไปนี้ป้องกันได้ด้วยวัคซีนตามแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทย

ก. โรคเมลิออยโดสิส

ข. โรคไข้รากสาดใหญ่

ค. โรคอาหารเป็นพิษ

ง. โรคคอตีบ

  1. ระยะฟักตัว (Incubation period) หมายถึงข้อใด

ก. ช่วงเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อจนเริ่มมีอาการ

ข. ช่วงเวลาตั้งแต่มีอาการจนหายป่วย

ค. ช่วงเวลาที่ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล

ง. ช่วงเวลาที่ผู้ป่วยรับยาต้านจุลชีพ

  1. ข้อใด “ไม่ใช่” องค์ประกอบของห่วงโซ่การติดเชื้อ (Chain of infection)

ก. เชื้อก่อโรค

ข. แหล่งรังโรค

ค. ค่าใช้จ่ายในการรักษา

ง. ผู้ที่ไวต่อการติดเชื้อ

  1. ข้อใด “ไม่ใช่” 1 ใน 5 จังหวะการทำความสะอาดมือ (5 Moments) ขององค์การอนามัยโลก

ก. ก่อนสัมผัสผู้ป่วย

ข. ก่อนเข้าห้องประชุม

ค. หลังสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

ง. หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วย

  1. การเฝ้าระวังผู้ป่วยอัมพาตอ่อนปวกเปียกเฉียบพลัน (AFP) ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเฝ้าระวังโรคใด

ก. บาดทะยัก

ข. ไข้สมองอักเสบ

ค. โรคพิษสุนัขบ้า

ง. โปลิโอ

  1. โรค Mpox มีชื่อเรียกเดิมในภาษาไทยว่าอะไร

ก. ฝีดาษวานร

ข. ไข้ทรพิษ

ค. อีสุกอีใส

ง. งูสวัด

  1. เชื้อก่อโรคโควิด 19 (COVID-19) คือข้อใด

ก. MERS-CoV

ข. Influenza A (H1N1)

ค. SARS-CoV-2

ง. Dengue virus

  1. แหล่งรังโรคหลักของไข้หวัดนก (Avian influenza H5N1) คือข้อใด

ก. สุนัข

ข. สัตว์ปีก

ค. สุกร

ง. ยุง

  1. โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) มีอาการเด่นและพาหะคือข้อใด

ก. ไอเรื้อรัง / แมลงวัน

ข. ถ่ายเป็นน้ำ / หนู

ค. ตัวเหลือง / หอย

ง. ไข้ ผื่น ปวดข้อมาก / ยุงลาย

  1. โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika) มีความสำคัญเป็นพิเศษต่อกลุ่มใด

ก. หญิงตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ทารกศีรษะเล็ก

ข. ผู้สูงอายุ เพราะทำให้กระดูกพรุน

ค. นักกีฬา เพราะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงถาวร

ง. ผู้ป่วยเบาหวาน เพราะทำให้น้ำตาลสูง

ตอนที่ 4 รหัสโรค ICD-10 และการบันทึกข้อมูลบัตรรายงานโรค (ข้อ 71–85)

  1. บัญชีจำแนกทางสถิติระหว่างประเทศของโรคและปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง (ICD-10) จัดทำโดยหน่วยงานใด

ก. กระทรวงสาธารณสุข

ข. ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (CDC)

ค. องค์การอนามัยโลก (WHO)

ง. องค์การยูนิเซฟ (UNICEF)

  1. รหัส ICD-10 “A90” หมายถึงโรคใด

ก. ไข้เลือดออกเดงกี (DHF)

ข. ไข้เดงกี (Dengue fever)

ค. มาลาเรีย

ง. ไข้สมองอักเสบเจอี

  1. รหัส ICD-10 “A91” หมายถึงโรคใด

ก. ไข้เดงกี

ข. ชิคุนกุนยา

ค. ไข้เหลือง

ง. ไข้เลือดออกเดงกี (Dengue haemorrhagic fever)

  1. กลุ่มรหัส ICD-10 J09–J11 หมายถึงโรคใด

ก. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

ข. ปอดอักเสบจากแบคทีเรีย

ค. วัณโรคปอด

ง. หอบหืด

  1. รหัส ICD-10 “B05” หมายถึงโรคใด

ก. สุกใส

ข. หัดเยอรมัน

ค. หัด (Measles)

ง. คางทูม

  1. รหัส ICD-10 “B01” หมายถึงโรคใด

ก. งูสวัด

ข. สุกใส (Varicella)

ค. หัด

ง. ไข้ทรพิษ

  1. รหัส ICD-10 “A27” หมายถึงโรคใด

ก. บาดทะยัก

ข. ไข้รากสาดใหญ่

ค. กาฬโรค

ง. เลปโตสไปโรสิส

  1. รหัส ICD-10 “B08.4” หมายถึงโรคใด

ก. โรคมือ เท้า ปาก (Enteroviral vesicular stomatitis with exanthem)

ข. โรคเริม

ค. โรคหูด

ง. โรคตาแดง

  1. รหัส ICD-10 “U07.1” ใช้บันทึกโรคใด

ก. ไข้หวัดนก

ข. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง

ค. COVID-19 ที่ยืนยันด้วยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ง. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

  1. กลุ่มรหัส ICD-10 A15–A19 หมายถึงโรคใด

ก. โรคเรื้อน

ข. วัณโรค (Tuberculosis)

ค. ซิฟิลิส

ง. บาดทะยัก

  1. รหัส ICD-10 “A00” หมายถึงโรคใด

ก. ไข้ไทฟอยด์

ข. บิดชิเกลลา

ค. อาหารเป็นพิษ

ง. อหิวาตกโรค (Cholera)

  1. ในการกรอกบัตรรายงานผู้ป่วย ข้อมูลที่อยู่ข้อใดสำคัญที่สุดต่อการกำหนดพื้นที่ควบคุมโรค

ก. ที่อยู่ขณะเริ่มป่วย

ข. ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของบิดามารดา

ค. ที่อยู่ของสถานที่ทำงานเดิมเมื่อ 5 ปีก่อน

ง. ที่อยู่ของโรงพยาบาล

  1. ข้อมูล “วันเริ่มป่วย” ในบัตรรายงานโรค มีประโยชน์มากที่สุดในเรื่องใด

ก. ใช้คำนวณค่ารักษาพยาบาล

ข. ใช้จัดลำดับคิวตรวจ

ค. ใช้สร้างเส้นโค้งการระบาดและประเมินช่วงเวลาที่รับเชื้อ

ง. ใช้กำหนดวันนัดผู้ป่วย

  1. เมื่อพบว่าผู้ป่วยรายเดียวกันอาจถูกรายงานซ้ำ ควรตรวจสอบโดยใช้ข้อมูลใดเป็นหลัก

ก. สีของบัตรรายงาน

ข. เลขประจำตัวประชาชน ชื่อ–สกุล และวันเริ่มป่วย

ค. ชื่อแพทย์ผู้ตรวจ

ง. เวลาที่บันทึกข้อมูล

  1. เลขประจำตัวประชาชนของคนไทยมีจำนวนกี่หลัก

ก. 10 หลัก

ข. 11 หลัก

ค. 12 หลัก

ง. 13 หลัก

ตอนที่ 5 คอมพิวเตอร์และการจัดการข้อมูล (ข้อ 86–93)

  1. ฟังก์ชัน COUNTIF ในโปรแกรม Microsoft Excel ใช้ทำอะไร

ก. นับจำนวนเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด

ข. หาผลรวมของตัวเลข

ค. หาค่าสูงสุด

ง. เรียงลำดับข้อมูล

  1. สูตร =AVERAGE(A1:A10) ใน Excel ให้ผลลัพธ์อะไร

ก. ผลรวมของ A1 ถึง A10

ข. ค่าสูงสุดของ A1 ถึง A10

ค. ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของ A1 ถึง A10

ง. จำนวนเซลล์ที่มีข้อมูล

  1. ฟังก์ชัน VLOOKUP ใน Excel ใช้ทำอะไร

ก. สร้างกราฟอัตโนมัติ

ข. ค้นหาค่าในคอลัมน์แรกของตาราง แล้วคืนค่าจากคอลัมน์ที่กำหนดในแถวเดียวกัน

ค. ลบข้อมูลซ้ำ

ง. ตรวจสอบการสะกดคำ

  1. เครื่องมือใดใน Excel เหมาะสำหรับสรุปจำนวนผู้ป่วยแยกตามโรค เดือน และอำเภอ จากข้อมูลจำนวนมากได้รวดเร็ว

ก. Spell Check

ข. Format Painter

ค. Freeze Panes

ง. PivotTable

  1. นามสกุลไฟล์มาตรฐานของ Microsoft Excel รุ่นปัจจุบันคือข้อใด

ก. .xlsx

ข. .docx

ค. .pptx

ง. .txt

  1. คีย์ลัด Ctrl + Z ในโปรแกรมส่วนใหญ่บน Windows ใช้ทำอะไร

ก. บันทึกไฟล์

ข. คัดลอก

ค. ย้อนกลับการกระทำล่าสุด (Undo)

ง. พิมพ์เอกสาร

  1. ข้อใด “ไม่ถูกต้อง” ในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลผู้ป่วยในคอมพิวเตอร์

ก. ล็อกหน้าจอทุกครั้งเมื่อลุกจากโต๊ะ

ข. บอกรหัสผ่านของตนให้เพื่อนร่วมงานใช้แทนเมื่อตนไม่อยู่

ค. สำรองข้อมูลตามระบบของหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ

ง. ไม่ส่งไฟล์รายชื่อผู้ป่วยผ่านแอปพลิเคชันส่วนตัวโดยไม่จำเป็น

  1. ฟิชชิง (Phishing) หมายถึงข้อใด

ก. การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ

ข. การบีบอัดไฟล์

ค. การอัปเดตโปรแกรมป้องกันไวรัส

ง. การหลอกลวงให้เปิดเผยรหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญผ่านอีเมล ข้อความ หรือลิงก์ปลอม

ตอนที่ 6 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหน่วยงานและการปฏิบัติงาน (ข้อ 94–100)

  1. โรงพยาบาลพุทธชินราชตั้งอยู่ในจังหวัดใด

ก. พิษณุโลก

ข. สุโขทัย

ค. พิจิตร

ง. อุตรดิตถ์

  1. โรงพยาบาลพุทธชินราชเป็นโรงพยาบาลระดับใด และสังกัดหน่วยงานใด

ก. โรงพยาบาลชุมชน สังกัดกรมการแพทย์

ข. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ

ค. โรงพยาบาลศูนย์ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ง. โรงพยาบาลเอกชน

  1. จังหวัดพิษณุโลกอยู่ในเขตสุขภาพที่เท่าใด

ก. เขตสุขภาพที่ 1

ข. เขตสุขภาพที่ 2

ค. เขตสุขภาพที่ 3

ง. เขตสุขภาพที่ 4

  1. หน่วยงานของกรมควบคุมโรคที่รับผิดชอบงานป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก คือข้อใด

ก. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่

ข. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 นครสวรรค์

ค. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา

ง. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 พิษณุโลก

  1. หมายเลขสายด่วนกรมควบคุมโรค คือข้อใด

ก. 1422

ข. 1669

ค. 1323

ง. 1300

  1. การรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (Hospital Accreditation: HA) ในประเทศไทย ดำเนินการโดยหน่วยงานใด

ก. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

ข. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ค. สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.)

ง. แพทยสภา

  1. หากพนักงานบัตรรายงานโรคพบว่าบัตรรายงานผู้ป่วยกรอกข้อมูลไม่ครบ เช่น ไม่มีวันเริ่มป่วยหรือที่อยู่ ควรปฏิบัติอย่างไรเหมาะสมที่สุด

ก. ใส่ข้อมูลโดยคาดเดาเพื่อให้ส่งทันเวลา

ข. ตรวจสอบจากเวชระเบียนหรือประสานแพทย์/พยาบาลผู้ดูแลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน

ค. ไม่ต้องรายงานผู้ป่วยรายนั้น

ง. ส่งรายงานโดยเว้นว่างไว้และไม่ต้องติดตาม

รูปแบบการสั่งซื้อ

เฉลยแบบทดสอบ (สำหรับกรรมการ)

1. ก

11. ข

21. ก

31. ก

41. ง

51. ค

61. ง

71. ค

81. ง

91. ค

2. ค

12. ง

22. ค

32. ค

42. ข

52. ข

62. ก

72. ข

82. ก

92. ข

3. ข

13. ก

23. ข

33. ง

43. ก

53. ง

63. ค

73. ง

83. ค

93. ง

4. ง

14. ค

24. ง

34. ข

44. ค

54. ก

64. ข

74. ก

84. ข

94. ก

5. ก

15. ข

25. ก

35. ค

45. ข

55. ค

65. ง

75. ค

85. ง

95. ค

6. ค

16. ง

26. ข

36. ก

46. ก

56. ข

66. ก

76. ข

86. ก

96. ข

7. ข

17. ก

27. ก

37. ง

47. ค

57. ง

67. ค

77. ง

87. ค

97. ง

8. ง

18. ค

28. ค

38. ข

48. ข

58. ก

68. ข

78. ก

88. ข

98. ก

9. ก

19. ข

29. ง

39. ก

49. ง

59. ค

69. ง

79. ค

89. ง

99. ค

10. ค

20. ง

30. ข

40. ค

50. ก

60. ข

70. ก

80. ข

90. ก

100. ข