แนวข้อสอบเจ้าพนักงานเภสัชกรรม
โรงพยาบาลพุทธชินราช
หมวดเนื้อหา
1–10 บทบาทและกระบวนการบริการเภสัชกรรม
11–20 รูปแบบยาและหลักเภสัชกรรมพื้นฐาน
21–30 การอ่านคำสั่งและฉลากยา
31–40 การคำนวณยาและหน่วย
41–50 การประยุกต์คำนวณและตรวจสอบ
51–60 คลังยาและการจัดเก็บ
61–70 การเตรียมยาและป้องกันการปนเปื้อน
71–80 ความปลอดภัยด้านยา
81–90 ความรู้เรื่องยาและการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
91–100 จริยธรรม ข้อมูล และสถานการณ์บริการ
หมวด 1 บทบาทและกระบวนการบริการเภสัชกรรม
- หน้าที่ใดเหมาะสมกับเจ้าพนักงานเภสัชกรรมมากที่สุด
ก. วินิจฉัยโรคด้วยตนเอง
ข. จัดเตรียมยาตามระบบและส่งให้เภสัชกรตรวจสอบ
ค. เปลี่ยนแผนการรักษาเอง
ง. สั่งยาทดแทนแพทย์
- พบใบสั่งยาอ่านชื่อยาไม่ชัด ควรทำอย่างไร
ก. เดาจากลายมือเดิม
ข. เลือกยาที่ใช้บ่อยที่สุด
ค. พักรายการและประสานเภสัชกรเพื่อตรวจสอบ
ง. ให้ผู้ป่วยเลือกชื่อยา
- การยืนยันตัวผู้ป่วยก่อนส่งมอบยาควรใช้ข้อใด
ก. หมายเลขคิวเพียงอย่างเดียว
ข. สีเสื้อและเพศ
ค. ชื่อสกุลร่วมกับตัวระบุอีกอย่างตามระบบ
ง. ลักษณะใบหน้าเพียงอย่างเดียว
- ผู้ป่วยแจ้งว่าเคยแพ้ยา แต่ไม่มีข้อมูลในระบบ ควรทำอย่างไร
ก. จ่ายก่อนแล้วค่อยบันทึก
ข. ลบคำบอกเล่าทิ้ง
ค. เก็บรายละเอียดและแจ้งเภสัชกรก่อนจ่าย
ง. ให้ลองยาขนาดน้อยเอง
- ใบสั่งยามียาซ้ำกลุ่มที่สงสัยว่าจะซ้ำซ้อน ควรทำอย่างไร
ก. จ่ายทั้งสองโดยไม่ตรวจ
ข. รวมเป็นถุงเดียวเพื่อปิดบัง
ค. ตัดยาตัวหนึ่งเอง
ง. ส่งให้เภสัชกรประเมินความเหมาะสม
หมวด 1 บทบาทและกระบวนการบริการเภสัชกรรม
- ข้อมูลใดจำเป็นต่อฉลากยาสำหรับผู้ป่วย
ก. เฉพาะราคายา
ข. ชื่อยา ความแรง วิธีใช้ และข้อมูลผู้ป่วย
ค. เฉพาะจำนวนคิว
ง. เฉพาะสีเม็ดยา
- จัดยาเสร็จแล้วพบจำนวนไม่ตรงใบสั่ง ควรทำอย่างไร
ก. แก้ไขและตรวจสอบใหม่ก่อนส่งตรวจ
ข. เปลี่ยนจำนวนในใบสั่งเอง
ค. ส่งต่อทั้งที่ทราบว่าผิด
ง. เขียนทับโดยไม่บันทึก
- เหตุใดจึงควรลดการรบกวนขณะจัดยา
ก. ช่วยลดโอกาสหยิบและนับยาผิด
ข. ทำให้จัดยาทุกชนิดพร้อมกันได้
ค. ทำให้ไม่ต้องตรวจฉลาก
ง. ใช้แทนการฝึกอบรมได้
- ผู้ป่วยถามว่าจะเพิ่มขนาดยาเองได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร
ก. แนะนำให้เพิ่มเป็นสองเท่า
ข. ส่งปรึกษาเภสัชกรก่อนเปลี่ยนวิธีใช้
ค. ให้หยุดยาทุกตัว
ง. อนุญาตตามความพึงพอใจ
- การส่งเวรงานค้างที่เหมาะสมควรมีข้อมูลใด
ก. รายการค้าง สถานะ ปัญหา และผู้รับผิดชอบ
ข. เฉพาะชื่อผู้ส่งเวร
ค. เฉพาะเวลาปิดห้องยา
ง. เฉพาะจำนวนผู้ป่วยทั้งวัน
หมวด 2 รูปแบบยาและหลักเภสัชกรรมพื้นฐาน
- ยาแขวนตะกอนชนิดรับประทานควรมีคำแนะนำใด
ก. เทส่วนใสทิ้งทุกครั้ง
ข. เติมน้ำทุกครั้งที่กิน
ค. กรองตะกอนก่อนกิน
ง. เขย่าขวดก่อนใช้
- เหตุใดจึงไม่ควรบดเม็ดยาออกฤทธิ์เนิ่นโดยไม่ตรวจข้อมูล
ก. อาจทำให้ระบบควบคุมการปลดปล่อยยาเสีย
ข. ทำให้ยาทุกตัวหมดฤทธิ์ทันที
ค. ทำให้ยากลายเป็นยาฆ่าเชื้อ
ง. ทำให้ไม่มีอาการไม่พึงประสงค์
- ยาเคลือบแตกตัวในลำไส้มีวัตถุประสงค์สำคัญข้อใด
ก. ชะลอการแตกตัวจนถึงสภาวะที่เหมาะในลำไส้
ข. ทำให้ละลายในปากเสมอ
ค. เพิ่มน้ำหนักเม็ดยาเท่านั้น
ง. เปลี่ยนยารับประทานเป็นยาฉีด
- ชื่อสามัญทางยาหมายถึงข้อใด
ก. ชื่อสีของบรรจุภัณฑ์
ข. ชื่อสารออกฤทธิ์ของยา
ค. ชื่อร้านขายยา
ง. ชื่อผู้ป่วยที่รับยา
- ยาน้ำใสที่ตัวยาละลายเป็นเนื้อเดียวเรียกว่าอะไร
ก. ยาเม็ดเคลือบ
ข. ยาแขวนตะกอน
ค. ยาผงแห้ง
ง. สารละลาย
หมวด 2 รูปแบบยาและหลักเภสัชกรรมพื้นฐาน
- การเลือกอุปกรณ์ตวงยาน้ำปริมาตรน้อยควรเลือกข้อใด
ก. ฝาขวดที่ไม่มีสเกล
ข. ช้อนกินข้าวทั่วไป
ค. กระบอกตวงยารับประทานที่มีสเกลเหมาะสม
ง. กะจากระดับในขวด
- ฉลากระบุใช้ภายนอก หมายความว่าอย่างไร
ก. ใช้แทนยาหยอดตาทุกชนิด
ข. ฉีดเข้าหลอดเลือดได้
ค. รับประทานหลังอาหาร
ง. ใช้ตามตำแหน่งภายนอกที่กำหนดและไม่รับประทาน
- การหลีกเลี่ยงปลายหลอดยาหยอดตาสัมผัสดวงตามีเหตุผลใด
ก. ลดการปนเปื้อนและการบาดเจ็บ
ข. ทำให้ไม่ต้องปิดฝา
ค. ทำให้ใช้ร่วมกันได้
ง. เพิ่มความแรงยา
- หลังผสมยาผงแห้งสำหรับรับประทาน ควรกำหนดการเก็บอย่างไร
ก. เก็บได้จนถึงวันหมดอายุเดิมเสมอ
ข. แช่แข็งทุกชนิด
ค. อ้างอิงฉลากและข้อมูลของผลิตภัณฑ์นั้น
ง. ใช้กฎเดียวกันกับทุกยี่ห้อ
- พบยามีกลิ่นหรือสีเปลี่ยนผิดปกติ ควรทำอย่างไร
ก. ใช้ต่อจนหมดโดยไม่ตรวจ
ข. ผสมกับยาปกติ
ค. แยกกักและให้ผู้รับผิดชอบประเมิน
ง. เปลี่ยนฉลากแล้วจ่าย
หมวด 3 การอ่านคำสั่งและฉลากยา
- คำสั่งรับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง 7 วัน ต้องจัดกี่เม็ด
ก. 7 เม็ด
ข. 28 เม็ด
ค. 14 เม็ด
ง. 21 เม็ด
- คำสั่งใช้ยาเมื่อจำเป็นควรมีข้อมูลใดเพิ่มเพื่อความปลอดภัย
ก. เพียงสีเม็ดยา
ข. ข้อบ่งใช้ ช่วงห่าง และขนาดสูงสุดตามคำสั่ง
ค. เพียงราคาต่อเม็ด
ง. เพียงคำว่าใช้ได้เรื่อย ๆ
- ข้อความใดลดความคลาดเคลื่อนจากจุดทศนิยม
ก. 05 โดยไม่ระบุหน่วย
ข. 5.0 มิลลิกรัมเมื่อหมายถึงครึ่งมิลลิกรัม
ค. 0.5 มิลลิกรัม
ง. .5 มิลลิกรัม
- คำสั่งยาระบุหน่วยไม่ชัดระหว่าง mg กับ mL ควรทำอย่างไร
ก. เลือกหน่วยที่พิมพ์ง่าย
ข. ถือว่าเท่ากันเสมอ
ค. ยืนยันคำสั่งก่อนคำนวณและจัดยา
ง. ใช้ตัวเลขเดิมแล้วเปลี่ยนหน่วยเอง
- การตรวจชื่อยาและความแรงควรเทียบกับสิ่งใด
ก. สีถุงยาอย่างเดียว
ข. ความจำอย่างเดียว
ค. คำสั่งยาและฉลากผลิตภัณฑ์จริง
ง. ตำแหน่งชั้นอย่างเดียว
หมวด 3 การอ่านคำสั่งและฉลากยา
- ยาคนละความแรงแต่ชื่อเดียวกันควรจัดการอย่างไร
ก. จัดปะปนเพราะตัวยาเดียวกัน
ข. แยกตำแหน่งและทำป้ายความแรงชัดเจน
ค. รวมภาชนะเดียวกัน
ง. ลอกฉลากความแรงออก
- ฉลากพิมพ์ชื่อผู้ป่วยผิดแม้ยาถูกต้อง ควรทำอย่างไร
ก. ให้ผู้ป่วยเขียนชื่อเองแทนระบบ
ข. แก้ไขให้ถูกและตรวจซ้ำก่อนส่งมอบ
ค. ขีดชื่อทิ้งโดยไม่ยืนยันตัว
ง. ส่งมอบเพราะชนิดยาถูก
- การใช้บาร์โค้ดในงานจัดยาควรมีหลักใด
ก. ใช้แทนการตรวจทุกอย่าง
ข. ใช้ร่วมกับการตรวจตามขั้นตอน
ค. ติดบาร์โค้ดเดียวให้ทุกความแรง
ง. ข้ามการสแกนเมื่อคิวยาว
- คำสั่งหยุดยาได้รับการยืนยันแล้ว ควรทำอย่างไร
ก. เปลี่ยนวันรับยาอย่างเดียว
ข. ลบประวัติทั้งหมด
ค. จัดยาต่อจนของเดิมหมด
ง. ระงับรายการและสื่อสารจุดที่เกี่ยวข้อง
- ฉลากที่เหมาะกับผู้สูงอายุควรเป็นอย่างไร
ก. ใช้สีอย่างเดียวแทนข้อความ
ข. ตัวอ่านชัด วิธีใช้ตรงไปตรงมา
ค. พิมพ์ตัวเล็กเพื่อประหยัด
ง. ใช้ตัวย่อหลายชนิด
หมวด 4 การคำนวณยาและหน่วย
- ยา 250 mg ต่อเม็ด ต้องการ 500 mg ต้องใช้กี่เม็ด
ก. 4 เม็ด
ข. ครึ่งเม็ด
ค. 1 เม็ด
ง. 2 เม็ด
- ยาน้ำ 125 mg ต่อ 5 mL ต้องการ 250 mg ใช้กี่ mL
ก. 15 mL
ข. 5 mL
ค. 2.5 mL
ง. 10 mL
- สารละลาย 1% w/v มีตัวยากี่กรัมใน 100 mL
ก. 10 กรัม
ข. 0.01 กรัม
ค. 1 กรัม
ง. 100 กรัม
- 0.25 กรัม เท่ากับกี่มิลลิกรัม
ก. 2.5 mg
ข. 25 mg
ค. 2,500 mg
ง. 250 mg
- 500 ไมโครกรัม เท่ากับกี่มิลลิกรัม
ก. 50 mg
ข. 5 mg
ค. 500 mg
ง. 0.5 mg
หมวด 4 การคำนวณยาและหน่วย
- โจทย์กำหนด 10 mg/kg/ครั้ง เด็กหนัก 18 kg ต้องได้กี่ mg ต่อครั้ง
ก. 1,800 mg
ข. 18 mg
ค. 180 mg
ง. 28 mg
- ยาความเข้มข้น 20 mg/mL ต้องการ 60 mg ต้องตวงเท่าใด
ก. 3 mL
ข. 2 mL
ค. 0.3 mL
ง. 30 mL
- เตรียมสารละลาย 5% ปริมาตรสุดท้าย 200 mL จากสารละลาย 10% ใช้สารตั้งต้นเท่าใด
ก. 200 mL
ข. 10 mL
ค. 100 mL
ง. 50 mL
- ให้สารน้ำ 1,000 mL ใน 8 ชั่วโมง อัตราเฉลี่ยกี่ mL/ชั่วโมง
ก. 100
ข. 125
ค. 250
ง. 80
- สารน้ำ 100 mL/ชั่วโมง ชุดให้สารน้ำ 20 หยด/mL คิดเป็นกี่หยด/นาทีโดยประมาณ
ก. 120
ข. 60
ค. 33
ง. 20
หมวด 5 การประยุกต์คำนวณและตรวจสอบ
- รับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง 30 วัน ต้องจัดกี่เม็ด
ก. 120 เม็ด
ข. 30 เม็ด
ค. 90 เม็ด
ง. 60 เม็ด
- ยาน้ำใช้ครั้งละ 5 mL วันละ 3 ครั้ง 7 วัน ต้องใช้รวมเท่าใด
ก. 150 mL
ข. 105 mL
ค. 75 mL
ง. 35 mL
- ตามข้อกำหนดต้องใช้ยาน้ำ 105 mL ขวดละ 60 mL ที่แบ่งขายไม่ได้ ต้องจ่ายอย่างน้อยกี่ขวด
ก. 2 ขวด
ข. 3 ขวด
ค. 1 ขวด
ง. 4 ขวด
- ผงยา 2 กรัม เมื่อละลายแล้วมีปริมาตรสุดท้าย 10 mL มีความเข้มข้นเท่าใด
ก. 2,000 mg/mL
ข. 20 mg/mL
ค. 200 mg/mL
ง. 100 mg/mL
- ยาน้ำ 40 mg/mL ต้องการขนาด 100 mg ตวงเท่าใด
ก. 4 mL
ข. 2.5 mL
ค. 0.25 mL
ง. 25 mL
หมวด 5 การประยุกต์คำนวณและตรวจสอบ
- คงคลัง 800 เม็ด รับเข้า 500 เม็ด จ่ายออก 950 เม็ด ควรเหลือเท่าใด
ก. 450 เม็ด
ข. 350 เม็ด
ค. 150 เม็ด
ง. 1,350 เม็ด
- ใช้ยาเฉลี่ยวันละ 40 เม็ด ระยะรอรับ 7 วัน สำรอง 100 เม็ด จุดสั่งซื้อเป็นเท่าใด
ก. 380 เม็ด
ข. 140 เม็ด
ค. 400 เม็ด
ง. 280 เม็ด
- มูลค่ายา 200 ขวด ราคาขวดละ 35 บาท รวมเท่าใด
ก. 70,000 บาท
ข. 700 บาท
ค. 3,500 บาท
ง. 7,000 บาท
- ใบสั่งยาต้องการ 0.5 mg แต่คำนวณได้ 5 mg สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร
ก. จัดยาตามผลคำนวณทันที
ข. ลดจำนวนเองโดยไม่ตรวจ
ค. ถามผู้ป่วยว่าต้องการเท่าใด
ง. หยุดและทบทวนหน่วยกับจุดทศนิยม
- สารละลาย 2 mg/mL ปริมาตร 15 mL มีตัวยารวมเท่าใด
ก. 17 mg
ข. 7.5 mg
ค. 300 mg
ง. 30 mg
Review ลูกค้า
หมวด 6 คลังยาและการจัดเก็บ
- หลัก FEFO หมายถึงข้อใด
ก. จ่ายรายการที่หมดอายุก่อนออกก่อน
ข. จ่ายรายการราคาแพงก่อน
ค. จ่ายรายการเข้าหลังก่อนเสมอ
ง. จ่ายตามสีบรรจุภัณฑ์
- รับยาใหม่ควรตรวจข้อใดร่วมกัน
ก. เฉพาะชื่อผู้ส่ง
ข. เฉพาะจำนวนกล่อง
ค. ชื่อ ความแรง จำนวน รุ่นผลิต วันหมดอายุ และสภาพ
ง. เฉพาะราคาซื้อ
- พบยาหมดอายุในชั้นจ่ายควรทำอย่างไร
ก. ลดราคาแล้วจ่าย
ข. ผสมกับรุ่นใหม่
ค. นำออก แยกกัก และดำเนินการตามระบบ
ง. เปลี่ยนวันหมดอายุ
- ยาที่ฉลากกำหนดแช่เย็น 2–8 องศาเซลเซียส ควรเก็บที่ใด
ก. ตู้เย็นยาที่ควบคุมและติดตามอุณหภูมิ
ข. ท้ายรถที่จอดกลางแดด
ค. ช่องแช่แข็ง
ง. หน้าต่างห้องยา
- ตู้เย็นยาอุณหภูมิหลุดช่วงที่กำหนด ควรทำอย่างไร
ก. ทิ้งทุกชนิดโดยไม่ประเมิน
ข. เปลี่ยนบันทึกให้ปกติ
ค. จ่ายทันทีถ้ากล่องยังดี
ง. กักยา เก็บข้อมูล และประสานผู้รับผิดชอบประเมิน
หมวด 6 คลังยาและการจัดเก็บ
- การเก็บยาพ้นแสงควรอ้างอิงข้อใด
ก. วางใกล้หลอดไฟเสมอ
ข. เปิดฝาไว้เพื่อระบาย
ค. ใช้ถุงใสทุกชนิด
ง. ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และภาชนะที่เหมาะ
- เหตุใดต้องบันทึกเลขรุ่นผลิต
ก. ใช้แทนชื่อยาได้ทุกกรณี
ข. ทำให้ยาไม่หมดอายุ
ค. ใช้ระบุผู้ป่วยแทนชื่อ
ง. ช่วยติดตามการกระจายและเรียกคืนยา
- การตรวจนับจริงพบไม่ตรงระบบควรทำอย่างไร
ก. แก้ตัวเลขให้ตรงโดยไม่มีหลักฐาน
ข. ตรวจเอกสารและสาเหตุก่อนปรับตามอำนาจอนุมัติ
ค. ละเลยจนสิ้นปี
ง. นำยาอื่นมาเติมแทน
- ABC analysis ใช้จัดกลุ่มคลังยาตามเกณฑ์ใดเป็นหลัก
ก. ขนาดภาชนะอย่างเดียว
ข. ชื่อผู้ผลิตตามอักษร
ค. มูลค่าการใช้ในช่วงเวลาที่กำหนด
ง. สีเม็ดยา
- ยาใกล้หมดอายุมีคงเหลือเกินใช้ ควรทำอย่างไร
ก. เร่งจ่ายโดยไม่มีข้อบ่งใช้
ข. ประสานแผนใช้หรือโอนตามระบบและติดตาม
ค. สั่งซื้อเพิ่มทันที
ง. ซ่อนไว้หลังชั้น
หมวด 7 การเตรียมยาและป้องกันการปนเปื้อน
- ก่อนนับยาเปลี่ยนชนิดควรทำอย่างไร
ก. ทำความสะอาดอุปกรณ์ตามวิธีที่กำหนด
ข. ใช้มือเปล่าจับทุกเม็ด
ค. ใช้อุปกรณ์เดิมโดยไม่เช็ด
ง. เติมยาชนิดใหม่ทับของเดิม
- การเตรียมยาตามสูตรตำรับควรมีสิ่งใด
ก. สูตรที่อนุมัติและบันทึกการเตรียม
ข. ความจำของผู้เตรียมเพียงอย่างเดียว
ค. สูตรจากสื่อโดยไม่ตรวจสอบ
ง. คำบอกต่อที่ไม่มีเอกสาร
- เครื่องชั่งสำหรับเตรียมยาควรมีลักษณะใด
ก. วางบนพื้นสั่นตลอดเวลา
ข. ใช้แม้ไม่ทราบความคลาดเคลื่อน
ค. แสดงตัวเลขได้ก็พอ
ง. เหมาะกับช่วงน้ำหนักและผ่านการตรวจตามระบบ
- BUD ของยาที่เตรียมขึ้นหมายถึงข้อใด
ก. จำนวนเม็ดต่อขวด
ข. วันที่หรือเวลาที่ไม่ควรใช้ยาที่เตรียมแล้วเกินไป
ค. เลขรุ่นผู้ผลิต
ง. ราคาสุทธิของยา
- กำหนด BUD ควรพิจารณาอะไร
ก. ความสวยของฉลากเท่านั้น
ข. วันหยุดของผู้เตรียม
ค. ความคงตัว การปนเปื้อน ภาชนะ และสภาวะเก็บ
ง. ราคาของวัตถุดิบอย่างเดียว
หมวด 7 การเตรียมยาและป้องกันการปนเปื้อน
- การเตรียมยาปราศจากเชื้อต้องยึดหลักใด
ก. เทคนิคปลอดเชื้อและสภาพแวดล้อมตามมาตรฐานงาน
ข. ทำบนโต๊ะทั่วไปทุกกรณี
ค. เปิดภาชนะทิ้งไว้เพื่อให้แห้ง
ง. ใช้ถุงมือแทนทุกขั้นตอน
- ขวดยาฉีดระบุ single-dose ควรใช้ตามหลักใด
ก. สำหรับผู้ป่วยหนึ่งรายในหนึ่งครั้งหรือหัตถการตามข้อกำหนด
ข. เก็บส่วนเหลือรวมกัน
ค. แบ่งหลายรายได้เสมอถ้าเปลี่ยนเข็ม
ง. ใช้ซ้ำได้จนหมดอายุเดิม
- เข็มและกระบอกฉีดยาที่ใช้แล้วควรทำอย่างไร
ก. ใช้ใหม่โดยเปลี่ยนเฉพาะเข็ม
ข. ทิ้งในถังขยะกระดาษ
ค. ล้างแล้วนำกลับมาใช้
ง. ทิ้งอย่างปลอดภัยในภาชนะของมีคมตามระบบ
- ยาที่เป็นอันตรายต่อผู้เตรียมต้องจัดการอย่างไร
ก. ใช้มือเปล่าสัมผัส
ข. ใช้ผู้ผ่านการฝึก อุปกรณ์ และมาตรการเฉพาะ
ค. บดในพื้นที่เปิดทั่วไป
ง. ปล่อยผงฟุ้งแล้วกวาด
- ยาหกที่ไม่ทราบชนิดควรเริ่มจากอะไร
ก. ใช้มือเก็บทันที
ข. เทลงท่อทุกชนิด
ค. กันพื้นที่และแจ้งผู้รับผิดชอบเพื่อจัดการตามความเสี่ยง
ง. ให้ผู้ป่วยช่วยเช็ด
หมวด 8 ความปลอดภัยด้านยา
- LASA หมายถึงยาลักษณะใด
ก. ยาที่ต้องแช่แข็งทั้งหมด
ข. ยาหมดอายุทุกชนิด
ค. ยาราคาแพงทั้งหมด
ง. ชื่อหรือรูปลักษณ์คล้ายกันจนสับสนได้
- ยาความเสี่ยงสูงหมายถึงข้อใด
ก. ยานอกบัญชีทุกชนิด
ข. ยาที่หากใช้ผิดอาจก่ออันตรายรุนแรง
ค. ยาที่ผิดพลาดบ่อยที่สุดทุกกรณี
ง. ยาที่ราคาแพงเท่านั้น
- การตรวจซ้ำอย่างเป็นอิสระตามระบบควรทำอย่างไร
ก. ตรวจเฉพาะสีถุง
ข. อ่านตามคำบอกผู้จัดอย่างเดียว
ค. ผู้ตรวจทบทวนข้อมูลสำคัญเองก่อนเทียบผล
ง. ลงชื่อให้เพื่อนโดยไม่ดู
- พบจัดยาผิดแต่ตรวจพบก่อนถึงผู้ป่วย ควรทำอย่างไร
ก. กล่าวโทษผู้ป่วย
ข. แก้ไขและรายงานเหตุการณ์เกือบพลาดตามระบบ
ค. ลบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ง. ไม่บันทึกเพราะยังไม่เกิดอันตราย
- ADR ต่างจาก medication error อย่างไร
ก. ADR อาจเกิดแม้ใช้ยาถูกต้อง ส่วน error คือความผิดพลาดในกระบวนการ
ข. ทั้งสองเป็นเรื่องเดียวกันเสมอ
ค. ADR ต้องเกิดจากยาหมดอายุเท่านั้น
ง. error ต้องเกิดอันตรายก่อนจึงนับ
หมวด 8 ความปลอดภัยด้านยา
- ผู้ป่วยมีหายใจลำบากและหน้าบวมหลังใช้ยา ควรทำอย่างไร
ก. ให้นั่งรอคิวปกติ
ข. เรียกทีมฉุกเฉินและแจ้งบุคลากรทางคลินิกทันที
ค. ให้ทดลองยาซ้ำ
ง. บอกให้กลับไปสังเกตที่บ้าน
- พบชื่อยาที่เคยแพ้ตรงกับรายการที่จะจ่าย ควรทำอย่างไร
ก. เปลี่ยนชื่อการค้าจึงถือว่าปลอดภัย
ข. ลดขนาดเองครึ่งหนึ่ง
ค. พักการจ่ายและแจ้งเภสัชกรประเมิน
ง. จ่ายถ้าผู้ป่วยรีบ
- การทบทวนรายการยาช่วงเปลี่ยนหน่วยบริการมีเป้าหมายใด
ก. ลบรายการยาที่ผู้ป่วยซื้อเอง
ข. เพิ่มจำนวนยาให้มากที่สุด
ค. ลดการตกหล่น ซ้ำซ้อน และความคลาดเคลื่อน
ง. ใช้แทนการวินิจฉัยทุกโรค
- ข้อมูลใดสำคัญต่อการรายงานอาการไม่พึงประสงค์
ก. ยาที่สงสัย เวลาเริ่มใช้ อาการ และลำดับเหตุการณ์
ข. เฉพาะราคาซื้อ
ค. เฉพาะสีเม็ดยา
ง. เฉพาะจำนวนผู้รอรับยา
- แนวทางใดเหมาะกับการลดความคลาดเคลื่อนระยะยาว
ก. วิเคราะห์สาเหตุระบบและติดตามผลแก้ไข
ข. ปิดรายงานให้เร็วที่สุด
ค. งดบันทึกเพื่อลดสถิติ
ง. ตำหนิบุคคลอย่างเดียว
หมวด 9 ความรู้เรื่องยาและการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
- ก่อนส่งมอบยาพาราเซตามอลควรตรวจประเด็นใด
ก. สีเสื้อผู้ป่วย
ข. เวลาที่ร้านเปิด
ค. มียาสูตรผสมที่มีตัวยาเดียวกันร่วมด้วยหรือไม่
ง. ชนิดโทรศัพท์
- ผู้ป่วยหวัดจากไวรัสขอซื้อยาปฏิชีวนะ ควรทำอย่างไร
ก. ใช้ยาที่เหลือจากรายอื่น
ข. จัดยาปฏิชีวนะทุกราย
ค. เพิ่มขนาดให้หายเร็ว
ง. ให้เภสัชกรประเมินความจำเป็นและอธิบายการใช้ยา
- ผู้ป่วยใช้ warfarin แล้วซื้อยาใหม่ ควรทำอย่างไร
ก. ให้เพิ่ม warfarin เอง
ข. ให้หยุดติดตามผลเลือด
ค. แจ้งเภสัชกรตรวจอันตรกิริยาก่อนใช้ร่วม
ง. ยืนยันว่าปลอดภัยทุกชนิด
- ผู้ใช้ insulin แจ้งเหงื่อออก มือสั่น และสับสน ควรทำอย่างไร
ก. บอกว่าเป็นอาการปกติเสมอ
ข. ให้ขับรถกลับบ้านทันที
ค. ประสานบุคลากรทางคลินิกประเมินทันที
ง. แนะนำเพิ่ม insulin เอง
- ผู้ป่วยขอบดยาทุกเม็ดลงสายให้อาหาร ควรทำอย่างไร
ก. ให้เภสัชกรตรวจทีละรายการและเลือกวิธีเหมาะสม
ข. เปิดแคปซูลทุกชนิดได้เสมอ
ค. ผสมทุกยากับอาหารทั้งมื้อ
ง. บดรวมทุกชนิดทันที
หมวด 9 ความรู้เรื่องยาและการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
- ผู้ป่วยใช้ยาหลายชนิดรวมสมุนไพร ควรเก็บข้อมูลอย่างไร
ก. บันทึกเฉพาะยาที่โรงพยาบาลจ่าย
ข. ไม่ถามเพราะไม่ใช่ยา
ค. บันทึกเฉพาะยาฉีด
ง. บันทึกยาทุกชนิดรวมสมุนไพรและอาหารเสริม
- ผู้ป่วยตั้งครรภ์ถามเรื่องยาที่ซื้อเอง ควรทำอย่างไร
ก. เลือกยาจากสีฉลาก
ข. รับรองว่ายาทุกชนิดปลอดภัย
ค. แนะนำหยุดยาประจำทุกตัวเอง
ง. ส่งให้เภสัชกรประเมินยากับอายุครรภ์
- ผู้ป่วยไตทำงานลดลงมีรายการยาใหม่ ควรแจ้งข้อมูลใดต่อเภสัชกร
ก. ข้อมูลการทำงานไตและรายการยาที่ใช้
ข. เฉพาะเวลามาถึง
ค. เฉพาะอาชีพญาติ
ง. เฉพาะสีบัตรคิว
- คำแนะนำเมื่อลืมยาเหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ตรวจคำแนะนำเฉพาะยาและปรึกษาเภสัชกร
ข. กินสองเท่าทุกกรณี
ค. ใช้ยาของญาติแทน
ง. หยุดยาตลอดไป
- ผู้ป่วยมียาเดิมรูปลักษณ์เปลี่ยนจากครั้งก่อน ควรทำอย่างไร
ก. ทิ้งยาทั้งหมดทันที
ข. ให้ใช้จากความจำสี
ค. บอกว่าเป็นยาเดิมโดยไม่ตรวจ
ง. ตรวจชื่อ ความแรง ผู้ผลิต และรายการจ่ายก่อนอธิบาย
หมวด 10 จริยธรรม ข้อมูล และสถานการณ์บริการ
- ญาติที่ไม่ได้รับอนุญาตขอข้อมูลยาของผู้ป่วย ควรทำอย่างไร
ก. ถ่ายรูปหน้าจอส่งให้
ข. ตรวจสิทธิและดำเนินการตามระบบคุ้มครองข้อมูล
ค. ส่งประวัติทั้งหมดทันที
ง. เปิดระบบให้ค้นเอง
- การใช้บัญชีระบบสารสนเทศที่ถูกต้องคือข้อใด
ก. จดรหัสผ่านติดหน้าจอ
ข. ให้ผู้ป่วยใช้บัญชีเจ้าหน้าที่
ค. แบ่งรหัสผ่านทั้งห้องยา
ง. ใช้บัญชีตนเองและล็อกหน้าจอเมื่อไม่อยู่
- ระบบจ่ายยาขัดข้องควรทำอย่างไร
ก. ใช้แผนสำรองที่อนุมัติและเก็บข้อมูลตรวจย้อนหลัง
ข. ให้ผู้ป่วยหยิบยาเอง
ค. หยุดบันทึกข้อมูลทุกอย่าง
ง. เดารายการจากความจำ
- ผู้ป่วยไม่พอใจเพราะรอนานควรตอบสนองอย่างไร
ก. เปิดเผยโรคให้คนทั้งห้องฟัง
ข. รับฟัง อธิบายสถานะ และประสานแก้ปัญหา
ค. โต้เถียงต่อหน้าคนอื่น
ง. ข้ามการตรวจเพื่อเร่งทันที
- ผู้ป่วยอ่านหนังสือไม่คล่อง ควรช่วยอย่างไร
ก. ให้พยักหน้าก็เพียงพอ
ข. เพิ่มตัวย่อภาษาอังกฤษ
ค. ลดข้อมูลวิธีใช้ทั้งหมด
ง. ใช้คำง่ายหรือภาพที่เหมาะและให้ทวนวิธีใช้
หมวด 10 จริยธรรม ข้อมูล และสถานการณ์บริการ
- พบความผิดพลาดของตนหลังส่งมอบยา ควรทำอย่างไร
ก. ลบประวัติรายการ
ข. แจ้งเภสัชกรทันทีเพื่อประเมิน ติดตาม และแก้ไข
ค. โทรสั่งให้หยุดทุกยาเอง
ง. รอจนผู้ป่วยร้องเรียน
- ตัวชี้วัดร้อยละรายการผิดพลาดควรคำนวณอย่างไร
ก. รายการทั้งหมดหารผู้ทำงาน
ข. รายการผิดพลาดหารรายการทั้งหมดในช่วงเดียวกันคูณ 100
ค. จำนวนยาแพงหารมูลค่าคลัง
ง. เวลารอหารจำนวนยา
- หน่วยงานปรับวิธีจัดยาใหม่ ควรติดตามข้อใด
ก. ทั้งความถูกต้อง ระยะเวลา และปัญหาที่เกิดขึ้น
ข. เฉพาะความสวยของถุง
ค. เฉพาะจำนวนโต๊ะ
ง. เฉพาะความเห็นผู้เสนอ
- พบคำสั่งเรียกคืนยาเฉพาะรุ่น ควรทำอย่างไร
ก. กักรุ่นที่เกี่ยวข้องและติดตามการกระจายตามระบบ
ข. จ่ายให้หมดก่อนกำหนด
ค. เปลี่ยนเลขรุ่นในระบบ
ง. กักทุกรุ่นโดยไม่ตรวจคำสั่ง
- มีคิวจำนวนมากและคำสั่งยาเด็กที่ดูผิดปกติ ควรให้ความสำคัญกับอะไร
ก. ให้ญาติเลือกขนาด
ข. พักรายการเสี่ยงและให้เภสัชกรยืนยันก่อนจ่าย
ค. ใช้ขนาดผู้ใหญ่หารสองเอง
ง. เร่งจ่ายโดยไม่ตรวจ
เฉลยสรุป
เฉลยแบ่งเป็น 5 แถว แถวละ 20 ข้อ อ่านจากซ้ายไปขวา
1ข 2ค 3ค 4ค 5ง 6ข 7ก 8ก 9ข 10ก 11ง 12ก 13ก 14ข 15ง 16ค 17ง 18ก 19ค 20ค
21ง 22ข 23ค 24ค 25ค 26ข 27ข 28ข 29ง 30ข 31ง 32ง 33ค 34ง 35ง 36ค 37ก 38ค 39ข 40ค
41ก 42ข 43ก 44ค 45ข 46ข 47ก 48ง 49ง 50ง 51ก 52ค 53ค 54ก 55ง 56ง 57ง 58ข 59ค 60ข
61ก 62ก 63ง 64ข 65ค 66ก 67ก 68ง 69ข 70ค 71ง 72ข 73ค 74ข 75ก 76ข 77ค 78ค 79ก 80ก
81ค 82ง 83ค 84ค 85ก 86ง 87ง 88ก 89ก 90ง 91ข 92ง 93ก 94ข 95ง 96ข 97ข 98ก 99ก 100ข
