ข้อสอบ เจ้าพนักงานเวชสถิติ โรงพยาบาลพุทธชินราช

ข้อสอบ เจ้าพนักงานเวชสถิติ

โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

ส่วนที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับงานเวชระเบียน (ข้อ 1–20)

  1. ข้อใดคือความหมายของ “เวชระเบียน” ที่ถูกต้องที่สุด

ก. แฟ้มประวัติการชำระเงินของผู้ป่วย

ข. เอกสารหรือข้อมูลที่บันทึกประวัติ การตรวจ วินิจฉัย และการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย

ค. บัตรประจำตัวผู้ป่วยที่ใช้ยื่นเมื่อมารับบริการ

ง. ทะเบียนรายชื่อแพทย์และพยาบาลผู้ให้บริการ

  1. ตัวเอกสารเวชระเบียน (แฟ้มหรือสื่อบันทึก) ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด

ก. ผู้ป่วย

ข. แพทย์ผู้รักษา

ค. สถานพยาบาล

ง. ญาติผู้ป่วย

  1. “AN” เป็นเลขที่ใช้กับผู้ป่วยประเภทใด

ก. ผู้ป่วยนอกทุกราย

ข. ผู้ป่วยที่รับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยใน

ค. ผู้ป่วยฉุกเฉินที่ไม่ได้นอนโรงพยาบาล

ง. ผู้ป่วยที่ส่งต่อไปโรงพยาบาลอื่น

  1. ระบบการให้เลขที่ผู้ป่วยแบบใดที่ผู้ป่วยหนึ่งคนได้รับ HN เพียงเลขเดียวใช้ตลอดไป

ก. Serial numbering system

ข. Serial-unit numbering system

ค. Unit numbering system

ง. Family numbering system

  1. ระบบการให้เลขที่ผู้ป่วยแบบที่ผู้ป่วยได้รับเลขใหม่ทุกครั้งที่มารับบริการ และแยกแฟ้มตามครั้ง คือระบบใด

ก. Serial numbering system

ข. Unit numbering system

ค. Terminal digit system

ง. Alphabetical system

  1. ระบบการจัดเก็บแฟ้มเวชระเบียนที่ใช้ตัวเลขกลุ่มท้ายของ HN เป็นหลักในการเรียง เรียกว่าอะไร

ก. Straight numeric filing

ข. Middle digit filing

ค. Terminal digit filing

ง. Alphabetic filing

  1. HN 52-34-18 หากจัดเก็บแบบ Terminal digit filing ตัวเลขกลุ่มใดเป็น Primary digits

ก. 52

ข. 34

ค. 18

ง. 52-34

  1. “Out guide” ในห้องเก็บเวชระเบียนมีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

ก. บอกทางออกฉุกเฉินของห้องเก็บแฟ้ม

ข. ใส่แทนที่แฟ้มที่ถูกยืมออก เพื่อติดตามว่าแฟ้มอยู่ที่ใด

ค. แยกแฟ้มผู้ป่วยที่เสียชีวิต

ง. ทำเครื่องหมายแฟ้มที่รอทำลาย

  1. การใช้ระบบแถบสี (Color coding) บนแฟ้มเวชระเบียนมีประโยชน์หลักในข้อใด

ก. ทำให้แฟ้มสวยงาม

ข. ช่วยลดการจัดเก็บแฟ้มผิดที่ (Misfile) และค้นหาได้เร็วขึ้น

ค. ระบุสิทธิการรักษาของผู้ป่วย

ง. บอกความรุนแรงของโรค

  1. Master Patient Index (MPI) คืออะไร

ก. ดัชนีโรคของโรงพยาบาล

ข. ดัชนีผู้ป่วยหลักที่ใช้ค้นหา HN ของผู้ป่วยแต่ละราย

ค. ดัชนีแพทย์ผู้รักษา

ง. ดัชนีหัตถการ

รูปแบบการสั่งซื้อ

  1. ในการบันทึกแบบ SOAP ตัวอักษร “S” หมายถึงข้อใด

ก. Sign – อาการแสดงที่แพทย์ตรวจพบ

ข. Subjective – ข้อมูลอาการที่ผู้ป่วยเล่า

ค. Summary – สรุปการรักษา

ง. Surgery – การผ่าตัด

  1. ระบบเวชระเบียนแบบมุ่งปัญหา (Problem-Oriented Medical Record: POMR) ผู้ใดเป็นผู้ริเริ่ม

ก. Florence Nightingale

ข. Lawrence L. Weed

ค. William Farr

ง. John Snow

  1. การตรวจสอบว่าเวชระเบียนมีเอกสารและลายมือชื่อครบถ้วนตามที่กำหนดหรือไม่ เรียกว่าการวิเคราะห์แบบใด

ก. Qualitative analysis

ข. Quantitative analysis

ค. Statistical analysis

ง. Clinical audit

  1. การตรวจว่าการวินิจฉัยในใบสรุปการจำหน่ายสอดคล้องกับผลตรวจและบันทึกการรักษาหรือไม่ เป็นการวิเคราะห์แบบใด

ก. Quantitative analysis

ข. Qualitative analysis

ค. Numerical analysis

ง. Financial analysis

  1. หากบันทึกข้อความในเวชระเบียนผิด วิธีแก้ไขที่ถูกต้องคือข้อใด

ก. ใช้น้ำยาลบคำผิดแล้วเขียนใหม่

ข. ฉีกหน้านั้นทิ้งแล้วเขียนใหม่ทั้งหน้า

ค. ขีดฆ่าเส้นเดียวให้ยังอ่านข้อความเดิมได้ เขียนข้อความที่ถูกต้อง ลงชื่อและวันที่กำกับ

ง. เขียนทับข้อความเดิมให้หนาขึ้น

  1. ผู้มีหน้าที่สรุปการวินิจฉัยโรคและหัตถการในใบสรุปการจำหน่าย (Discharge summary) คือผู้ใด

ก. เจ้าพนักงานเวชสถิติ

ข. พยาบาลประจำหอผู้ป่วย

ค. แพทย์ผู้รักษา

ง. เจ้าหน้าที่การเงิน

  1. ผู้ป่วยอายุ 15 ปี ต้องได้รับการผ่าตัดที่ไม่ฉุกเฉิน ผู้ที่ควรลงนามในหนังสือแสดงความยินยอม (Informed consent) คือผู้ใด

ก. ผู้ป่วยลงนามเองเพียงผู้เดียว

ข. ผู้แทนโดยชอบธรรม เช่น บิดาหรือมารดา

ค. แพทย์ผู้ผ่าตัด

ง. เพื่อนที่มาส่ง

  1. ข้อใดอธิบายความแตกต่างของ EHR (Electronic Health Record) จาก EMR (Electronic Medical Record) ได้ถูกต้อง

ก. EHR ใช้ได้เฉพาะภายในแผนกเดียว

ข. EHR สามารถแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพข้ามหน่วยบริการได้

ค. EHR เป็นแฟ้มกระดาษที่สแกนเก็บ

ง. EHR ไม่มีข้อมูลการรักษา

  1. วัตถุประสงค์หลักของการตรวจประเมินคุณภาพการบันทึกเวชระเบียน (Medical Record Audit) คือข้อใด

ก. เพื่อลงโทษแพทย์ที่บันทึกไม่ครบ

ข. เพื่อพัฒนาคุณภาพการบันทึกให้ครบถ้วน ถูกต้อง และสะท้อนคุณภาพการรักษา

ค. เพื่อลดจำนวนแฟ้มในห้องเก็บ

ง. เพื่อคำนวณเงินเดือนบุคลากร

  1. บุคคลภายนอก (เช่น บริษัทประกันชีวิต) ขอสำเนาเวชระเบียนของผู้ป่วย ข้อใดถูกต้อง

ก. ให้ได้ทันทีเพราะเป็นบริษัทที่เชื่อถือได้

ข. ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ป่วย เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติให้เปิดเผย

ค. ให้ได้หากชำระค่าธรรมเนียม

ง. ให้ได้หากแพทย์อนุญาตด้วยวาจา

ส่วนที่ 2 การให้รหัสโรคและหัตถการ ICD-10 / ICD-10-TM / ICD-9-CM (ข้อ 21–55)

  1. ICD ย่อมาจากข้อใด

ก. International Classification of Doctors

ข. International Statistical Classification of Diseases and Related Health Problems

ค. Internal Coding of Diagnosis

ง. International Clinical Data

  1. หน่วยงานใดเป็นผู้จัดทำและดูแล ICD-10

ก. กระทรวงสาธารณสุขไทย

ข. องค์การอนามัยโลก (WHO)

ค. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ง. สมาคมแพทย์อเมริกัน

  1. ICD-10 เล่มใดเป็นดัชนีเรียงตามตัวอักษร (Alphabetical Index)

ก. Volume 1

ข. Volume 2

ค. Volume 3

ง. Volume 4

  1. ขั้นตอนการให้รหัสที่ถูกต้องคือข้อใด

ก. เปิด Tabular list อย่างเดียว

ข. เปิด Alphabetical index หารหัสเบื้องต้น แล้วตรวจสอบยืนยันใน Tabular list

ค. จำรหัสแล้วลงได้เลย

ง. ใช้รหัสจากใบสั่งยา

  1. ระบบรหัสหัตถการที่ใช้ร่วมกับการจัดกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Thai DRG) สำหรับผู้ป่วยใน คือข้อใด

ก. ICD-10

ข. ICD-9-CM

ค. ICD-O

ง. CPT

  1. รหัสโรคช่วง A00–B99 อยู่ในหมวดใด

ก. เนื้องอก

ข. โรคติดเชื้อและปรสิตบางโรค

ค. โรคระบบไหลเวียนโลหิต

ง. การบาดเจ็บ

  1. รหัสโรคช่วง C00–D48 อยู่ในหมวดใด

ก. เนื้องอก (Neoplasms)

ข. โรคเลือด

ค. โรคต่อมไร้ท่อ

ง. โรคระบบทางเดินหายใจ

  1. รหัสโรคช่วง I00–I99 อยู่ในหมวดใด

ก. โรคระบบประสาท

ข. โรคระบบไหลเวียนโลหิต

ค. โรคระบบทางเดินหายใจ

ง. โรคติดเชื้อ

  1. การตั้งครรภ์ การคลอด และระยะหลังคลอด ใช้รหัสในหมวดใด

ก. N00–N99

ข. O00–O99

ค. P00–P96

ง. Z00–Z99

  1. การบาดเจ็บ การเป็นพิษ และผลที่ตามมาจากสาเหตุภายนอก ใช้รหัสช่วงใด

ก. R00–R99

ข. S00–T98

ค. V01–Y98

ง. Z00–Z99

  1. สาเหตุภายนอกของการบาดเจ็บและการตาย (External causes) ใช้รหัสช่วงใด

ก. S00–T98

ข. V01–Y98

ค. R00–R99

ง. U00–U99

  1. อาการ อาการแสดง และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ผิดปกติซึ่งยังไม่ได้วินิจฉัยโรค ใช้รหัสหมวดใด

ก. R00–R99

ข. Z00–Z99

ค. Q00–Q99

ง. T00–T98

  1. ปัจจัยที่มีผลต่อสถานะสุขภาพและการติดต่อรับบริการสุขภาพ เช่น การตรวจสุขภาพ ใช้รหัสหมวดใด

ก. R00–R99

ข. V01–Y98

ค. Z00–Z99

ง. U00–U85

  1. เครื่องหมาย “*” (Asterisk) ในระบบ Dagger–Asterisk หมายถึงข้อใด

ก. สาเหตุของโรค (Etiology)

ข. อาการแสดงของโรคในอวัยวะ (Manifestation)

ค. โรคที่ต้องรายงานทางระบาดวิทยา

ง. รหัสที่เลิกใช้แล้ว

  1. ตามหลักการให้รหัสระบบ Dagger–Asterisk รหัสใดถือเป็นรหัสหลัก

ก. รหัส Asterisk (*)

ข. รหัส Dagger (†)

ค. เลือกรหัสใดก็ได้

ง. ไม่ต้องให้รหัสทั้งสอง

  1. ตัวย่อ “NOS” ใน ICD-10 หมายถึงข้อใด

ก. Not Otherwise Specified – ไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม

ข. Not Elsewhere Classified

ค. Number Of Sites

ง. Normal Observation Status

  1. ตัวย่อ “NEC” ใน ICD-10 หมายถึงข้อใด

ก. Not Every Case

ข. Not Elsewhere Classified – ไม่ได้จำแนกไว้ที่อื่น

ค. New Emergency Code

ง. Non-Essential Condition

  1. ตามมาตรฐานการให้รหัสของประเทศไทย “การวินิจฉัยโรคหลัก (Principal diagnosis)” หมายถึงข้อใด

ก. โรคแรกที่แพทย์นึกถึงเมื่อแรกรับ

ข. โรคที่ได้รับการวินิจฉัยเมื่อสิ้นสุดการรักษา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ผู้ป่วยต้องรับการรักษาหรือตรวจในครั้งนั้น

ค. โรคที่มีค่ารักษาสูงที่สุดเสมอ

ง. โรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยเป็นมานานที่สุด

  1. โรคที่เกิดขึ้นภายหลังผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว เรียกว่าอะไร

ก. Comorbidity

ข. Complication

ค. Principal diagnosis

ง. Other diagnosis

  1. โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 diabetes mellitus) ใช้รหัสกลุ่มใด

ก. E10

ข. E11

ค. E13

ง. E14

  1. ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Essential hypertension) ใช้รหัสใด

ก. I10

ข. I11

ค. I20

ง. I50

  1. กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute myocardial infarction) ใช้รหัสกลุ่มใด

ก. I20

ข. I21

ค. I25

ง. I48

  1. ปอดอักเสบโดยไม่ระบุเชื้อ (Pneumonia, unspecified) ใช้รหัสใด

ก. J15.9

ข. J18.9

ค. J44.9

ง. J96.0

  1. ไข้เลือดออก (Dengue haemorrhagic fever) ตาม ICD-10 ใช้รหัสใด

ก. A90

ข. A91

ค. A92

ง. B50

  1. การคลอดปกติทารกเดี่ยว (Single spontaneous delivery) ใช้รหัสกลุ่มใด

ก. O80

ข. O82

ค. O84

ง. Z37

  1. ทารกเกิดมีชีพที่คลอดในโรงพยาบาล ใช้รหัสกลุ่มใดเป็นรหัสหลักของทารก

ก. Z37

ข. Z38

ค. P07

ง. O80

  1. วัณโรคปอดที่ยืนยันด้วยการตรวจเสมหะด้วยกล้องจุลทรรศน์ ใช้รหัสใด

ก. A15.0

ข. A16.2

ค. A17.0

ง. A19.9

  1. กระดูกคอกระดูกต้นขาหัก (Fracture of neck of femur) ใช้รหัสใด

ก. S42.0

ข. S52.5

ค. S72.0

ง. S82.2

  1. โรคหลอดเลือดสมองตีบ/อุดตันจนเนื้อสมองตาย (Cerebral infarction) ใช้รหัสกลุ่มใด

ก. I60

ข. I61

ค. I63

ง. I64

  1. ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน (Acute appendicitis) ใช้รหัสกลุ่มใด

ก. K25

ข. K35

ค. K40

ง. K80

Review ลูกค้า

  1. ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุการขนส่ง รหัสสาเหตุภายนอกอยู่ในช่วงใด

ก. V01–V09

ข. V10–V19

ค. V20–V29

ง. V40–V49

  1. รหัส Morphology ของเนื้องอกที่มี Behaviour code “/3” หมายถึงข้อใด

ก. Benign

ข. Uncertain behaviour

ค. Malignant, primary site

ง. Malignant, metastatic site

  1. “Underlying cause of death” หมายถึงข้อใด

ก. สาเหตุสุดท้ายก่อนเสียชีวิต เช่น หัวใจหยุดเต้น

ข. โรคหรือการบาดเจ็บที่เริ่มต้นนำไปสู่ลำดับเหตุการณ์จนเสียชีวิต

ค. โรคร่วมที่ไม่เกี่ยวกับการตาย

ง. กลไกการตาย เช่น ระบบหายใจล้มเหลว

  1. หัตถการตัดไส้ติ่ง (Appendectomy) ตาม ICD-9-CM อยู่ในกลุ่มรหัสใด

ก. 45.0

ข. 47.0

ค. 51.2

ง. 53.0

  1. การผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องแบบ Low cervical (Low transverse) ตาม ICD-9-CM ใช้รหัสใด

ก. 73.6

ข. 74.0

ค. 74.1

ง. 75.3

ส่วนที่ 3 สถิติโรงพยาบาลและสถิติพื้นฐาน (ข้อ 56–75)

  1. สูตรคำนวณอัตราการครองเตียง (Bed occupancy rate) คือข้อใด

ก. (จำนวนผู้ป่วยจำหน่าย × 100) ÷ จำนวนเตียง

ข. (จำนวนวันนอนรวม × 100) ÷ (จำนวนเตียง × จำนวนวันในช่วงเวลา)

ค. จำนวนวันนอนรวม ÷ จำนวนผู้ป่วยจำหน่าย

ง. (จำนวนผู้ป่วยตาย × 100) ÷ จำนวนผู้ป่วยจำหน่าย

  1. โรงพยาบาลมี 300 เตียง ในเดือนที่มี 30 วัน มีวันนอนผู้ป่วยในรวม 8,100 วัน อัตราการครองเตียงเท่ากับเท่าใด

ก. 80%

ข. 85%

ค. 90%

ง. 95%

  1. เดือนหนึ่งมีผู้ป่วยจำหน่าย 1,200 ราย จำนวนวันนอนของผู้ป่วยที่จำหน่ายรวม 6,000 วัน ระยะเวลาวันนอนเฉลี่ย (ALOS) เท่ากับเท่าใด

ก. 4 วัน

ข. 5 วัน

ค. 6 วัน

ง. 7.2 วัน

  1. อัตราตายรวม (Gross death rate) ของโรงพยาบาลคำนวณจากข้อใด

ก. ผู้ป่วยตายทั้งหมด × 100 ÷ ผู้ป่วยจำหน่ายทั้งหมด (รวมตาย)

ข. ผู้ป่วยตาย × 1,000 ÷ ประชากรกลางปี

ค. ผู้ป่วยตายหลัง 48 ชม. × 100 ÷ ผู้ป่วยรับใหม่

ง. ผู้ป่วยตาย ÷ จำนวนเตียง

  1. อัตราตายสุทธิ (Net death rate) ไม่นับผู้ป่วยที่ตายภายในระยะเวลาเท่าใดหลังรับไว้

ก. 12 ชั่วโมง

ข. 24 ชั่วโมง

ค. 48 ชั่วโมง

ง. 72 ชั่วโมง

  1. ผู้ป่วยจำหน่าย 1,000 ราย (รวมตาย 30 ราย) ในจำนวนนี้ตายภายใน 48 ชั่วโมง 10 ราย อัตราตายสุทธิเท่ากับประมาณเท่าใด

ก. 2.00%

ข. 2.02%

ค. 3.00%

ง. 3.03%

  1. อัตราหมุนเวียนเตียง (Bed turnover rate) หากในเดือนหนึ่งมีผู้ป่วยจำหน่าย 600 ราย และมีเตียง 100 เตียง เท่ากับเท่าใด

ก. 0.6 ครั้ง

ข. 6 ครั้ง

ค. 60 ครั้ง

ง. 600 ครั้ง

  1. ผู้ป่วยรับไว้และจำหน่ายในวันเดียวกัน นับวันนอน (Inpatient service day) เป็นกี่วัน

ก. 0 วัน

ข. 1 วัน

ค. 2 วัน

ง. ไม่นับเป็นผู้ป่วยใน

  1. ในการนับวันนอนของผู้ป่วยที่จำหน่ายแล้ว (Length of stay) โดยทั่วไปนับอย่างไร

ก. นับทั้งวันรับและวันจำหน่าย

ข. นับวันรับ ไม่นับวันจำหน่าย

ค. ไม่นับวันรับ นับวันจำหน่าย

ง. ไม่นับทั้งสองวัน

  1. อัตราส่วนการตายของมารดา (Maternal mortality ratio) ใช้ฐานต่อเท่าใด

ก. ต่อ 1,000 การเกิดมีชีพ

ข. ต่อ 100,000 การเกิดมีชีพ

ค. ต่อ 1,000 ประชากร

ง. ต่อ 100 ผู้ป่วยจำหน่าย

  1. อัตราตายของทารก (Infant mortality rate) หมายถึงการตายของเด็กอายุต่ำกว่าเท่าใด ต่อการเกิดมีชีพ 1,000 ราย

ก. 28 วัน

ข. 1 ปี

ค. 5 ปี

ง. 7 วัน

  1. ข้อมูล 3, 5, 5, 7, 10 มีค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) เท่ากับเท่าใด

ก. 5

ข. 6

ค. 7

ง. 30

  1. ข้อมูล 2, 4, 6, 8 มีค่ามัธยฐาน (Median) เท่ากับเท่าใด

ก. 4

ข. 5

ค. 6

ง. 20

  1. ข้อมูลใดจัดเป็นมาตรวัดนามบัญญัติ (Nominal scale)

ก. น้ำหนักตัว

ข. อุณหภูมิร่างกาย

ค. หมู่เลือด

ง. ระดับความพึงพอใจ

  1. การนำเสนอการแจกแจงความถี่ของข้อมูลต่อเนื่อง เช่น ช่วงอายุผู้ป่วย ควรใช้แผนภูมิแบบใด

ก. แผนภูมิวงกลม

ข. ฮิสโทแกรม (Histogram)

ค. แผนภูมิภาพ

ง. ตารางสองทาง

  1. หากต้องการแสดง “สัดส่วน” ผู้ป่วยตามสิทธิการรักษาจากทั้งหมด 100% แผนภูมิใดเหมาะสมที่สุด

ก. แผนภูมิเส้น

ข. แผนภูมิวงกลม

ค. แผนภาพการกระจาย

ง. ฮิสโทแกรม

  1. อุบัติการณ์ (Incidence) หมายถึงข้อใด

ก. จำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่มีอยู่ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง

ข. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนด

ค. จำนวนผู้ป่วยที่หายจากโรค

ง. จำนวนผู้ป่วยที่ตายด้วยโรคนั้น

  1. อัตราป่วยตาย (Case fatality rate) คำนวณอย่างไร

ก. ผู้ตายด้วยโรคนั้น × 100 ÷ ผู้ป่วยด้วยโรคนั้นทั้งหมด

ข. ผู้ตายทั้งหมด × 1,000 ÷ ประชากรกลางปี

ค. ผู้ป่วยด้วยโรคนั้น ÷ ประชากรทั้งหมด

ง. ผู้ตายด้วยโรคนั้น ÷ ผู้ตายทั้งหมด

  1. ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ใช้วัดสิ่งใด

ก. แนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง

ข. การกระจายของข้อมูล

ค. ความสัมพันธ์ของสองตัวแปร

ง. ค่าที่เกิดบ่อยที่สุด

  1. อัตราเกิดอย่างหยาบ (Crude birth rate) ใช้ตัวหารและฐานใด

ก. หญิงวัยเจริญพันธุ์ ต่อ 1,000

ข. ประชากรกลางปี ต่อ 1,000

ค. การเกิดมีชีพ ต่อ 100,000

ง. ผู้ป่วยจำหน่าย ต่อ 100

ส่วนที่ 4 ระบบหลักประกันสุขภาพ DRG และมาตรฐานข้อมูล (ข้อ 76–88)

  1. ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สิทธิบัตรทอง) บริหารจัดการโดยหน่วยงานใด

ก. กรมบัญชีกลาง

ข. สำนักงานประกันสังคม

ค. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

ง. กรมการแพทย์

  1. พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกาศใช้ในปี พ.ศ. ใด

ก. 2540

ข. 2545

ค. 2550

ง. 2562

  1. สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด

ก. กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

ข. สำนักงานประกันสังคม

ค. สปสช.

ง. สำนักงาน ก.พ.

  1. DRG ย่อมาจากข้อใด

ก. Drug Related Groups

ข. Diagnosis Related Groups

ค. Disease Record Grade

ง. Doctor Rating Group

  1. RW ในระบบ DRG หมายถึงข้อใด

ก. Real Weight

ข. Relative Weight – ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์

ค. Record Writing

ง. Reimbursement Wage

  1. AdjRW แตกต่างจาก RW อย่างไร

ก. AdjRW ปรับตามวันนอนจริงของผู้ป่วย

ข. AdjRW ปรับตามรายได้ผู้ป่วย

ค. AdjRW ปรับตามจำนวนแพทย์

ง. ไม่แตกต่างกัน

  1. โรงพยาบาลมีผลรวม AdjRW ของผู้ป่วยใน 1,500 และผู้ป่วยในจำหน่าย 1,000 ราย ค่า CMI เท่ากับเท่าใด

ก. 0.67

ข. 1.00

ค. 1.50

ง. 2.50

  1. ข้อมูลใดไม่มีผลต่อการจัดกลุ่ม DRG

ก. การวินิจฉัยโรคหลักและโรครอง

ข. หัตถการ

ค. อายุและเพศของผู้ป่วย

ง. ศาสนาของผู้ป่วย

  1. การให้รหัสโรคหรือหัตถการที่สูงเกินจริงเพื่อให้ได้ค่า RW สูงขึ้น เรียกว่าอะไร

ก. Downcoding

ข. Upcoding

ค. Recoding

ง. Precoding

  1. “มาตรฐานโครงสร้างข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ 43 แฟ้ม” เป็นมาตรฐานของหน่วยงานใด

ก. สปสช.

ข. กระทรวงสาธารณสุข

ค. สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ง. กรมการปกครอง

  1. HDC ในระบบข้อมูลสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ย่อมาจากข้อใด

ก. Hospital Data Coding

ข. Health Data Center

ค. Health Diagnosis Code

ง. Hospital Discharge Center

  1. โปรแกรมที่หน่วยบริการใช้บันทึกและส่งข้อมูลเพื่อขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขจาก สปสช. คือข้อใด

ก. e-Claim

ข. e-Office

ค. e-Budget

ง. e-GP

  1. ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลด้วยปอดอักเสบ ระหว่างนอนเกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และมีโรคเบาหวานเดิม ข้อใดจัดลำดับการวินิจฉัยได้ถูกต้อง

ก. PDx = เบาหวาน, Comorbidity = ปอดอักเสบ

ข. PDx = ปอดอักเสบ, Comorbidity = เบาหวาน, Complication = ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ค. PDx = ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ, Complication = ปอดอักเสบ

ง. ทุกโรคเป็น PDx

ส่วนที่ 5 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (ข้อ 89–95)

  1. พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องใด

ก. สิทธิในการเลือกสถานพยาบาล

ข. ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล

ค. อัตราค่ารักษาพยาบาล

ง. การจัดตั้งสถานพยาบาลเอกชน

  1. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ประกาศใช้ในปี พ.ศ. ใด

ก. 2550

ข. 2558

ค. 2562

ง. 2565

  1. ตาม PDPA ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยจัดเป็นข้อมูลประเภทใด

ก. ข้อมูลทั่วไป

ข. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive data)

ค. ข้อมูลสาธารณะ

ง. ข้อมูลนิรนาม

  1. ระเบียบที่ใช้เป็นหลักในการปฏิบัติงานเอกสารของส่วนราชการ ได้แก่ข้อใด

ก. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข. ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง

ค. ระเบียบว่าด้วยการพัสดุ

ง. ระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ

  1. ตามระเบียบงานสารบรรณ หนังสือราชการมีกี่ชนิด

ก. 4 ชนิด

ข. 5 ชนิด

ค. 6 ชนิด

ง. 7 ชนิด

  1. ตามระเบียบงานสารบรรณ หนังสือราชการทั่วไปโดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี

ก. 1 ปี

ข. 5 ปี

ค. 10 ปี

ง. 20 ปี

  1. ผู้ประกอบวิชาชีพที่ล่วงรู้ความลับของผู้อื่นจากการประกอบวิชาชีพแล้วนำไปเปิดเผยจนน่าจะเกิดความเสียหาย มีความผิดตามกฎหมายใด

ก. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323

ข. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ค. พ.ร.บ.สถานพยาบาล

ง. พ.ร.บ.ยา

ส่วนที่ 6 คอมพิวเตอร์และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหน่วยงาน (ข้อ 96–100)

  1. HIS ในโรงพยาบาลย่อมาจากข้อใด

ก. Health Insurance System

ข. Hospital Information System

ค. Hospital Inventory Software

ง. Health Index Statistics

  1. ใน Microsoft Excel หากต้องการนับจำนวนผู้ป่วยในคอลัมน์ B ที่มีสิทธิ “UC” ควรใช้ฟังก์ชันใด

ก. =SUM(B:B,”UC”)

ข. =COUNTIF(B:B,”UC”)

ค. =AVERAGE(B:B)

ง. =VLOOKUP(“UC”)

  1. ใน Microsoft Excel ฟังก์ชันที่ใช้หาค่ามัธยฐานคือข้อใด

ก. =MEAN()

ข. =MODE()

ค. =MEDIAN()

ง. =MIDDLE()

  1. โรงพยาบาลพุทธชินราช ตั้งอยู่ในจังหวัดใด

ก. สุโขทัย

ข. พิษณุโลก

ค. พิจิตร

ง. อุตรดิตถ์

  1. โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก จัดเป็นโรงพยาบาลระดับใด สังกัดหน่วยงานใด

ก. โรงพยาบาลชุมชน สังกัดกรมการแพทย์

ข. โรงพยาบาลศูนย์ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ค. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ

ง. โรงพยาบาลเอกชน

รูปแบบการสั่งซื้อ

เฉลยแบบทดสอบ

1 ข

11 ข

21 ข

31 ข

41 ก

51 ค

61 ข

71 ข

81 ก

91 ข

2 ค

12 ข

22 ข

32 ก

42 ข

52 ค

62 ข

72 ข

82 ค

92 ก

3 ข

13 ข

23 ค

33 ค

43 ข

53 ข

63 ข

73 ก

83 ง

93 ค

4 ค

14 ข

24 ข

34 ข

44 ข

54 ข

64 ข

74 ข

84 ข

94 ค

5 ก

15 ค

25 ข

35 ข

45 ก

55 ค

65 ข

75 ข

85 ข

95 ก

6 ค

16 ค

26 ข

36 ก

46 ข

56 ข

66 ข

76 ค

86 ข

96 ข

7 ค

17 ข

27 ก

37 ข

47 ก

57 ค

67 ข

77 ข

87 ก

97 ข

8 ข

18 ข

28 ข

38 ข

48 ค

58 ข

68 ข

78 ก

88 ข

98 ค

9 ข

19 ข

29 ข

39 ข

49 ค

59 ก

69 ค

79 ข

89 ข

99 ข

10 ข

20 ข

30 ข

40 ข

50 ข

60 ค

70 ข

80 ข

90 ค

100 ข