แบบทดสอบความพร้อมในการเป็นหัวหน้างานและผู้บริหาร Supervisory Readiness Test (SRT)

แบบทดสอบความพร้อมในการเป็นหัวหน้างานและผู้บริหาร

Supervisory Readiness Test (SRT)

สำหรับการคัดเลือกและประเมินศักยภาพหัวหน้าหน่วยงานและผู้บริหารในธนาคาร

เวอร์ชัน สมบูรณ์

 

รายการ

รายละเอียด

เนื้อหาในเล่ม

ส่วนที่ 1 คู่มือผู้บริหารจัดการการทดสอบ

ส่วนที่ 2 แบบทดสอบสำหรับผู้เข้าสอบ (ส่วน 1–3 และกรณีศึกษา)

ส่วนที่ 3 เฉลยและเกณฑ์การให้คะแนน

ส่วนที่ 4 การแปลผลและการตัดสินใจ

ส่วนที่ 5 การตรวจสอบคุณภาพและข้อจำกัด

ภาคผนวก ใบสรุปคะแนน

ระดับตำแหน่งที่ใช้ได้

ระดับ S: หัวหน้างาน/หัวหน้าทีม/ผู้จัดการสาขา

ระดับ E: ผู้บริหารระดับฝ่าย/ภูมิภาค/สายงาน

เวลาทำแบบทดสอบ

ประมาณ 75 นาที (ไม่รวมกรณีศึกษาเพิ่มเติม 30 นาที)

การเก็บรักษา

เอกสารลับ ใช้ได้เฉพาะผู้ที่ได้รับมอบหมายจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล/นักจิตวิทยา

ส่วนที่ 1 คู่มือสำหรับผู้บริหารจัดการการทดสอบ

1.1 วัตถุประสงค์

แบบทดสอบนี้ออกแบบเพื่อช่วยธนาคารประเมินความพร้อมของพนักงานที่จะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้างานหรือผู้บริหาร โดยมองทั้ง “ความสามารถ” และ “ความเหมาะสมเชิงพฤติกรรมและเจตคติ” ที่สอดคล้องกับธรรมชาติงานธนาคาร ซึ่งเป็นงานที่ต้องบริหารคนควบคู่กับการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล และความไว้วางใจของลูกค้า

ผลการทดสอบใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว ควรใช้ร่วมกับประวัติผลงาน การประเมิน 360 องศา การสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม และการพิจารณาของคณะกรรมการ

1.2 หลักการออกแบบ

  • ใช้หลายวิธีวัดร่วมกัน (Multi-method): แบบรายงานตนเอง (Self-report) วัดแรงจูงใจและลักษณะการทำงาน, แบบทดสอบการตัดสินใจเชิงสถานการณ์ (SJT) วัดการใช้วิจารณญาณในสถานการณ์จริง, แบบทดสอบการให้เหตุผลวัดความสามารถทางสติปัญญาที่จำเป็นต่องาน และกรณีศึกษา/การสัมภาษณ์วัดพฤติกรรมเชิงลึก
  • ลดการตอบเพื่อให้ดูดี (Faking): ผู้สมัครตำแหน่งสูงมักรู้ว่า “คำตอบที่ดี” คืออะไร จึงใช้ข้อความกลับคะแนน (Reverse-keyed), ข้อความวัดความพยายามสร้างภาพลักษณ์ (Validity items) และ SJT ที่ไม่มีคำตอบถูกชัดเจนเพียงมุมมองเดียว
  • อิงบริบทธนาคาร: ให้น้ำหนักกับจริยธรรม การกำกับดูแล ความเสี่ยง และการปกป้องลูกค้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงเชิงชื่อเสียงและกฎหมายที่ธนาคารต้องเฝ้าระวังมากกว่าองค์กรทั่วไป
  • คำนึงถึงระดับตำแหน่ง: ใช้ชุดข้อสอบเดียวกันแต่ปรับน้ำหนักคะแนนตามระดับ S (หัวหน้างาน) และระดับ E (ผู้บริหาร) เช่น ผู้บริหารเน้นการปรับตัว/ความมั่นคงทางอารมณ์/การให้เหตุผลมากขึ้น หัวหน้างานเน้นการนำทีมและการลงมือทำให้สำเร็จ

1.3 กรอบสมรรถนะที่ใช้วัด (9 องค์ประกอบ)

องค์ประกอบ

นิยาม

พฤติกรรมเมื่อคะแนนสูง

สัญญาณเสี่ยงเมื่อคะแนนต่ำ

LM แรงจูงใจและความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำ

ความต้องการรับผิดชอบที่กว้างขึ้น กล้าตัดสินใจ และยอมรับแรงกดดันของบทบาทหัวหน้า

อาสานำ ตัดสินใจในสถานการณ์ไม่ชัดเจน มองการพัฒนาคนเป็นความสำเร็จของตน

ชอบเป็นผู้ตาม/ผู้ปฏิบัติ เลี่ยงความรับผิดชอบต่อผลงานผู้อื่น

AC ความรับผิดชอบและการลงมือทำให้สำเร็จ

การรับผิดชอบผลลัพธ์ ไม่โทษปัจจัยภายนอก ติดตามงานจนสำเร็จ

ยอมรับความผิดพลาดของหน่วย ตั้งตัวชี้วัดชัดเจน ติดตามต่อเนื่อง

เลื่อนงาน โทษคนอื่น งานล่าช้าเป็นประจำ

RC จิตสำนึกด้านความเสี่ยงและการควบคุม

ความตระหนักถึงความเสี่ยง กฎระเบียบ และระบบควบคุมภายใน

ประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ รายงานความผิดปกติทันที ไม่ข้ามขั้นตอนเพื่อความเร็ว

มองกฎระเบียบเป็นอุปสรรค เน้นเป้าหมายเหนือกระบวนการ

IN ความซื่อสัตย์และจริยธรรมวิชาชีพ

ความตรงไปตรงมา ความสม่ำเสมอ การเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน การรักษาความลับ

ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน ปฏิเสธคำสั่งที่ไม่เหมาะสม เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน

ผ่อนปรนการตกแต่งตัวเลข เงียบเมื่อพบการทำผิด ไม่เห็นความสำคัญของการแจ้ง

ES ความมั่นคงทางอารมณ์และการรับมือแรงกดดัน

การควบคุมอารมณ์ ความคิดเป็นระบบเมื่อกดดัน การฟื้นตัวจากความล้มเหลว

สงบ รับฟังคำวิจารณ์ ตัดสินใจไม่ใช้อารมณ์

ฉุนเฉียว ตั้งป้อมเมื่อถูกวิจารณ์ ท่วมท้นเมื่อมีงานมาก

PT การบริหารคนและการนำทีม

การมอบหมายงาน ให้ข้อมูลป้อนกลับ จัดการความขัดแย้ง การพัฒนาคน

มอบหมายชัดเจน ให้ feedback ตรงไปตรงมา ให้เครดิตทีม

ทำเองหมด เลี่ยง feedback เชิงลบ ปล่อยความขัดแย้งสะสม

LA ความคล่องตัวในการเรียนรู้และการปรับตัว

ความสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ปรับตัวต่อเทคโนโลยี/กฎระเบียบ/โครงสร้างที่เปลี่ยนไป

เรียนรู้เชิงรุก นำบทเรียนมาปรับ เปิดรับวิธีใหม่

ยึดวิธีเดิม ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง หลีกเลี่ยงระบบใหม่

SJT การตัดสินใจเชิงสถานการณ์

วิจารณญาณในการเลือกวิธีรับมือสถานการณ์ในงานธนาคารที่มีความกดดันหรือขัดแย้งทางผลประโยชน์

เลือกวิธีที่ปกป้องลูกค้า/องค์กร โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และพัฒนาคนไปพร้อมกัน

เลือกวิธีที่ปกปิด โยนความผิด หรือหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ

COG การให้เหตุผลเชิงตัวเลขและตรรกะ

ความสามารถวิเคราะห์ตัวเลข ข้อมูล และตรรกะ เพื่อตัดสินใจอย่างมีหลักฐาน

คำนวณแม่นยำ ไม่สรุปเกินข้อมูล

สรุปเกินข้อมูล คำนวณคลาดเคลื่อนในประเด็นพื้นฐาน

 

1.4 โครงสร้างแบบทดสอบ

ส่วน

ชื่อ

จำนวนข้อ

เวลา

วัดองค์ประกอบ

1

ลักษณะการทำงานและเจตคติ (Likert 5 ระดับ)

62 ข้อ

(56 ข้อวัดผล + 6 ข้อตรวจความน่าเชื่อถือ)

25 นาที

LM, AC, RC, IN, ES, PT, LA + ตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือ

2

การตัดสินใจเชิงสถานการณ์ (SJT)

10 สถานการณ์

25 นาที

SJT (ครอบคลุมทุกองค์ประกอบ)

3

การให้เหตุผลเชิงตัวเลขและตรรกะ

8 ข้อ

20 นาที

COG

4 (เลือก)

กรณีศึกษาเขียนตอบ/สัมภาษณ์

1 กรณี 4 คำถาม

30 นาที

การวิเคราะห์ ภาวะผู้นำ การกำกับดูแล (ระดับ E แนะนำให้ใช้)

 

1.5 ขั้นตอนการบริหารการทดสอบ

ก่อนการทดสอบ

  • ชี้แจงวัตถุประสงค์และการใช้ผล ขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
  • เตรียมห้องสอบที่เงียบ แสงสว่างเพียงพอ จัดที่นั่งไม่ให้มองเห็นคำตอบของกัน และตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตน
  • พิมพ์แบบทดสอบเฉพาะส่วนที่ 2 (ห้ามแจกส่วนที่ 3 และ 4 ที่เป็นเฉลย) และเตรียมกระดาษคำตอบ/ปากกา

ระหว่างการทดสอบ

  • อ่านคำชี้แจงให้ผู้เข้าสอบฟังตามข้อความมาตรฐาน และจับเวลาทีละส่วน ไม่ให้เวลาเพิ่มเว้นแต่มีการปรับสภาพแวดล้อมตามความจำเป็น (เช่น ผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น)
  • ย้ำว่า “ไม่มีคำตอบถูกหรือผิดในส่วนที่ 1” ให้ตอบตามที่เป็นจริงที่สุด และแจ้งว่าแบบทดสอบมีกลไกตรวจสอบความสอดคล้องของคำตอบ
  • ห้ามใช้โทรศัพท์ เครื่องคิดเลขขั้นสูง หรือสื่อ AI ในระหว่างสอบ (ส่วนที่ 3 อนุญาตเครื่องคิดเลขพื้นฐานได้ ตามที่ธนาคารกำหนด)

หลังการทดสอบ

  • ให้คะแนนตามส่วนที่ 3 ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคำตอบก่อนแปลผลทุกครั้ง
  • ผลต้องแปลผลโดยนักจิตวิทยา/ผู้ที่ผ่านการอบรมการใช้แบบทดสอบ และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เข้าสอบ (Feedback) หากร้องขอ
  • เก็บผลเป็นความลับ จำกัดผู้เข้าถึง และกำหนดระยะเวลาเก็บรักษา (แนะนำไม่เกิน 2 ปี หรือตามนโยบายธนาคาร)

ส่วนที่ 2 แบบทดสอบสำหรับผู้เข้าสอบ

แบบทดสอบความพร้อมในการเป็นหัวหน้างานและผู้บริหาร

ชื่อ-สกุล

 

รหัสพนักงาน

 

ตำแหน่งปัจจุบัน

 

ตำแหน่งที่สมัคร

 

หน่วยงาน

 

วันที่ทดสอบ

 

 

คำชี้แจงทั่วไป

  • แบบทดสอบมี 3 ส่วน ใช้เวลารวมประมาณ 75 นาที กรุณาอ่านคำชี้แจงของแต่ละส่วนให้เข้าใจก่อนเริ่มทำ
  • ผลการทดสอบเป็นความลับและใช้ประกอบการพิจารณาเท่านั้น ไม่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว
  • ตอบให้ตรงกับความเป็นจริงและวิธีที่ท่านจะปฏิบัติจริงในสถานการณ์นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ท่านคิดว่า “ควรจะ” ตอบ
  • ห้ามปรึกษาผู้อื่น ห้ามใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ช่วยตอบ และห้ามนำแบบทดสอบออกจากห้อง

ส่วนที่ 1 ลักษณะการทำงานและเจตคติ (62 ข้อ / 25 นาที)

คำชี้แจง: อ่านแต่ละข้อความแล้วทำเครื่องหมายวงกลมรอบตัวเลขที่ตรงกับตัวท่านมากที่สุด ไม่มีคำตอบถูกหรือผิด

1 = ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง   2 = ไม่เห็นด้วย   3 = ไม่แน่ใจ/เป็นกลาง   4 = เห็นด้วย   5 = เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ข้อ

ข้อความ

1

2

3

4

5

1

การปรับตัวเลขในรายงานเล็กน้อยให้ดูดีขึ้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ถ้าไม่มีใครเสียหายอย่างชัดเจน

○

○

○

○

○

2

ฉันรับฟังความเห็นที่ต่างจากฉันก่อนสรุป

○

○

○

○

○

3

ฉันบอกความจริง แม้จะทำให้ตัวเองดูไม่ดี

○

○

○

○

○

4

เมื่อรับปากแล้ว ฉันติดตามงานจนส่งมอบครบถ้วนตามกำหนด

○

○

○

○

○

5

ฉันไม่เคยเลื่อนงานใด ๆ ออกไปเลย

○

○

○

○

○

6

ฉันรักษาข้อมูลลับของลูกค้าและองค์กรอย่างเคร่งครัด แม้กับคนใกล้ชิด

○

○

○

○

○

7

ก่อนตัดสินใจ ฉันประเมินว่าอะไรอาจผิดพลาดได้และผลกระทบเป็นอย่างไร

○

○

○

○

○

8

ฉันชอบทำงานตามที่ได้รับมอบหมายมากกว่าต้องรับผิดชอบผลงานของผู้อื่น

○

○

○

○

○

9

การรับของขวัญหรือการเลี้ยงรับรองจากลูกค้าเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องแจ้งใคร

○

○

○

○

○

10

ความไม่แน่นอนในงานทำให้ฉันกังวลจนนอนไม่หลับ

○

○

○

○

○

11

เมื่อโครงการล่าช้า ฉันมักอธิบายถึงปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้เป็นหลัก

○

○

○

○

○

12

ถ้าเพื่อนร่วมงานทำผิดเล็กน้อย ฉันเลือกที่จะเงียบเพื่อรักษาความสัมพันธ์

○

○

○

○

○

13

ฉันมองการเปลี่ยนแปลงขององค์กรเป็นโอกาสมากกว่าภัยคุกคาม

○

○

○

○

○

14

ตราบใดที่ลูกค้าพอใจและยอดขายถึงเป้า รายละเอียดเอกสารเป็นเรื่องรอง

○

○

○

○

○

15

ฉันมองว่าการพัฒนาลูกทีมให้เติบโตเป็นความสำเร็จของฉันเอง

○

○

○

○

○

16

ในสถานการณ์กดดัน ฉันยังคิดอย่างเป็นระบบได้

○

○

○

○

○

17

ฉันอยากรับผิดชอบงานที่ใหญ่ขึ้นและมีผลกระทบต่อองค์กรมากขึ้น

○

○

○

○

○

18

ฉันมักทำงานสำคัญเอง เพราะเชื่อว่าเร็วและดีกว่าการสอนคนอื่น

○

○

○

○

○

19

ฉันแยกแยะได้ชัดเจนระหว่างความเสี่ยงที่ยอมรับได้กับความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้

○

○

○

○

○

20

ฉันเต็มใจเป็นผู้ตัดสินใจ แม้การตัดสินใจนั้นอาจไม่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน

○

○

○

○

○

21

หากขั้นตอนใดทำให้งานช้า ฉันเห็นว่าข้ามได้ถ้าผลลัพธ์ออกมาดี

○

○

○

○

○

22

ฉันเห็นว่าเป้าหมายที่ท้าทายมากเกินไปไม่ควรเป็นเรื่องที่ฉันต้องรับผิดชอบ

○

○

○

○

○

23

ฉันมักเลื่อนงานที่ไม่น่าสนใจไปจนใกล้กำหนดส่ง

○

○

○

○

○

24

ฉันไม่เคยรู้สึกโกรธใครเลยในชีวิต

○

○

○

○

○

25

ฉันขอความเห็นจากผู้อื่นเพื่อปรับปรุงตนเองอย่างสม่ำเสมอ

○

○

○

○

○

26

ฉันเห็นว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพงาน ไม่ใช่ภาระ

○

○

○

○

○

27

ฉันแจ้งผลประโยชน์ทับซ้อนทุกครั้ง แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย

○

○

○

○

○

28

ฉันยึดขั้นตอนควบคุมภายใน แม้ในช่วงที่งานเร่งด่วน

○

○

○

○

○

29

เมื่อต้องเรียนรู้เครื่องมือหรือระบบใหม่ ฉันมักหลีกเลี่ยงหรือรอให้คนอื่นทำก่อน

○

○

○

○

○

30

ฉันฟื้นตัวได้เร็วหลังเผชิญความผิดพลาดหรือความล้มเหลว

○

○

○

○

○

31

ฉันจะไม่ทำสิ่งที่ผิดหลักจริยธรรม แม้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ทำ

○

○

○

○

○

32

ในช่วงวิกฤตที่จำเป็นจริง ฉันพร้อมทุ่มเทเวลาเพิ่มเพื่อให้ทีมบรรลุเป้าหมายสำคัญ

○

○

○

○

○

33

ฉันกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของงานให้ชัดเจนก่อนเริ่มงานเสมอ

○

○

○

○

○

34

ฉันรายงานความผิดปกติทันที แม้ยังไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาจริง

○

○

○

○

○

35

ฉันให้เครดิตความสำเร็จแก่ทีมอย่างเปิดเผย

○

○

○

○

○

36

ฉันไม่เคยรู้สึกเบื่องานเลย

○

○

○

○

○

37

ฉันปฏิบัติต่อทุกคนตามกติกาเดียวกัน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร

○

○

○

○

○

38

ฉันไม่ค่อยสะดวกใจที่จะบอกลูกทีมว่าผลงานของเขายังไม่ถึงมาตรฐาน

○

○

○

○

○

39

ฉันตั้งเป้าหมายในสายอาชีพอย่างชัดเจนและมีแผนที่จะไปให้ถึง

○

○

○

○

○

40

ฉันนำบทเรียนจากความผิดพลาดมาปรับใช้ในงานครั้งต่อไป

○

○

○

○

○

41

ฉันปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะกับลูกทีมแต่ละคน

○

○

○

○

○

42

เมื่อถูกวิจารณ์ต่อหน้าผู้อื่น ฉันมักโกรธหรือหงุดหงิดอยู่นาน

○

○

○

○

○

43

เมื่อบทบาทหรือเทคโนโลยีเปลี่ยนไป ฉันเรียนรู้ทักษะใหม่โดยไม่รอให้ใครสั่ง

○

○

○

○

○

44

เมื่อมีความขัดแย้งในทีม ฉันเข้าไปคลี่คลายตั้งแต่ระยะแรก

○

○

○

○

○

45

ฉันไม่เคยพูดถึงใครในทางไม่ดีลับหลัง

○

○

○

○

○

46

เมื่อมีงานหลายอย่างพร้อมกัน ฉันมักรู้สึกท่วมท้นจนตัดสินใจไม่ถูก

○

○

○

○

○

47

เมื่อผลงานของทีมผิดพลาด ฉันยอมรับส่วนที่เป็นความรับผิดชอบของฉันก่อน

○

○

○

○

○

48

ฉันตัดสินใจถูกต้องเสมอ

○

○

○

○

○

49

ฉันตรวจสอบคุณภาพงานซ้ำก่อนส่งต่อ แม้ไม่มีใครบังคับ

○

○

○

○

○

50

ฉันรักษาน้ำเสียงและท่าทีที่สงบ แม้ทีมกำลังตื่นตระหนก

○

○

○

○

○

51

ฉันชอบวิธีการทำงานที่คุ้นเคยมากกว่าการลองวิธีใหม่

○

○

○

○

○

52

ฉันแยกอารมณ์ส่วนตัวออกจากการตัดสินใจเรื่องงานได้

○

○

○

○

○

53

ฉันคิดว่ากฎระเบียบที่เข้มงวดทำให้ธนาคารเสียโอกาสมากกว่าได้ประโยชน์

○

○

○

○

○

54

ฉันมอบหมายงานโดยอธิบายเป้าหมายและขอบเขตอำนาจอย่างชัดเจน

○

○

○

○

○

55

ฉันมักอาสานำเมื่อกลุ่มขาดทิศทาง

○

○

○

○

○

56

ฉันติดตามงานจนเห็นผลลัพธ์ แม้ไม่ใช่งานของฉันโดยตรงแต่กระทบเป้าหมายส่วนรวม

○

○

○

○

○

57

ฉันติดตามแนวโน้มด้านการเงิน เทคโนโลยี และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับงานของฉัน

○

○

○

○

○

58

การมีตำแหน่งสูงขึ้นสำหรับฉันหมายถึงความกดดันที่ไม่คุ้มค่า

○

○

○

○

○

59

ฉันรับฟังข้อเสนอแนะเชิงลบได้โดยไม่ตั้งป้อม

○

○

○

○

○

60

ฉันไม่เคยทำผิดพลาดในงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว

○

○

○

○

○

61

ฉันให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์แก่ลูกทีม

○

○

○

○

○

62

ฉันมักปกป้องวิธีการเดิมเมื่อมีผู้เสนอแนวทางใหม่

○

○

○

○

○

ส่วนที่ 2 การตัดสินใจเชิงสถานการณ์ (10 สถานการณ์ / 25 นาที)

คำชี้แจง: ให้ท่านสมมติว่าท่านเป็นหัวหน้าหน่วยงานในธนาคาร แต่ละสถานการณ์มี 4 แนวทาง ให้เลือก (1) แนวทางที่ท่านเห็นว่ามีประสิทธิผลมากที่สุด และ (2) แนวทางที่ท่านเห็นว่ามีประสิทธิผลน้อยที่สุด อย่างละ 1 ข้อ (ต้องเลือกคนละแนวทางกัน)

สถานการณ์ที่ 1  ลูกทีมที่เก่งที่สุดของคุณปิดการขายประกันควบสินเชื่อจนยอดสาขาถึงเป้า แต่คุณพบว่าเขาอธิบายเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมให้ลูกค้าไม่ครบถ้วน

  1. ชมเชยที่ทำยอดได้ และเตือนเบา ๆ ให้อธิบายให้ครบในครั้งต่อไป
  2. ปล่อยไปก่อนจนสิ้นเดือนเพื่อให้สาขาถึงเป้า แล้วค่อยเตือนภายหลัง
  3. สั่งลงโทษทางวินัยทันทีโดยไม่สอบถามข้อเท็จจริง
  4. สั่งหยุดการขายในลักษณะดังกล่าวทันที ตรวจสอบรายการที่เกี่ยวข้อง ติดต่อลูกค้าเพื่อแก้ไขข้อมูล รายงานตามช่องทางที่กำหนด และให้คำแนะนำลูกทีมอย่างเป็นระบบ

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

สถานการณ์ที่ 2  ลูกค้ารายสำคัญที่ผู้บริหารสาขาอื่นฝากมา ขอสินเชื่อวงเงินสูงอย่างเร่งด่วน แต่เอกสารประกอบยังไม่ครบ

  1. แจ้งลูกค้าตรงไปตรงมาว่าต้องมีเอกสารใดบ้าง เสนอแนวทางเร่งกระบวนการภายในกรอบนโยบาย และประสานทีมให้จัดลำดับเร่งด่วน
  2. ปฏิเสธทันทีโดยไม่อธิบายเหตุผล
  3. อนุมัติไปก่อนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ แล้วตามเอกสารภายหลัง
  4. ส่งเรื่องให้ผู้อื่นตัดสินใจทั้งหมดเพื่อไม่ต้องรับผิดชอบ

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

สถานการณ์ที่ 3  ลูกทีมสองคนขัดแย้งกันเรื่องการแบ่งงาน และความขัดแย้งเริ่มกระทบการบริการลูกค้า

  1. พูดคุยกับทั้งสองคนแยกกันก่อน จากนั้นนัดคุยร่วมกัน ตกลงบทบาทและเกณฑ์การทำงานให้ชัดเจน แล้วติดตามผล
  2. เลือกยืนข้างคนที่ผลงานดีกว่าทันที
  3. ย้ายคนใดคนหนึ่งออกจากทีมโดยไม่พูดคุยกับใคร
  4. ปล่อยให้ทั้งสองคนจัดการกันเอง

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

สถานการณ์ที่ 4  ระบบแอปพลิเคชันธนาคารขัดข้องในช่วงสิ้นเดือน มีลูกค้าร้องเรียนจำนวนมากผ่านทุกช่องทาง

  1. ให้ฝ่ายเทคโนโลยีรับผิดชอบทั้งหมด เพราะไม่ใช่งานของหน่วยเรา
  2. ตำหนิทีมที่รับเรื่องร้องเรียนว่าจัดการไม่ดี
  3. แจ้งลูกค้าว่ายังไม่ทราบสาเหตุและให้รอ โดยไม่ติดตามต่อ
  4. ประเมินผลกระทบ ประสานฝ่ายเทคโนโลยีเพื่อขอเวลาแก้ไขที่คาดการณ์ได้ สื่อสารข้อมูลชุดเดียวกันให้ทีมหน้าบ้านและลูกค้า จัดช่องทางสำรอง และรายงานผู้บริหาร

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

สถานการณ์ที่ 5  รายงานที่ลูกทีมส่งให้ผู้บริหารมีตัวเลขผิดพลาด และผู้บริหารสอบถามคุณโดยตรง

  1. แจ้งผู้บริหารว่าเป็นความผิดของลูกทีมคนนั้นโดยตรง
  2. ส่งตัวเลขที่แก้แล้วพร้อมคำอธิบายสั้น ๆ แต่ไม่ได้ปรับขั้นตอนใด
  3. ยอมรับว่าเป็นความรับผิดชอบของหน่วย แก้ไขตัวเลขทันที ชี้แจงอย่างโปร่งใส ปรับขั้นตอนตรวจทาน และให้คำแนะนำลูกทีม
  4. แก้ตัวเลขเงียบ ๆ โดยไม่แจ้งใคร

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

สถานการณ์ที่ 6  ธนาคารเปลี่ยนระบบงานหลักตัวใหม่ และทีมของคุณแสดงความต่อต้านอย่างชัดเจน

  1. รอให้ทีมคุ้นชินไปเองตามเวลา
  2. ใช้ระบบเก่าคู่ขนานต่อไปโดยไม่แจ้งผู้บริหาร
  3. สั่งให้ทำตามเพราะเป็นนโยบาย โดยไม่ต้องอธิบายเพิ่ม
  4. รับฟังข้อกังวล อธิบายเหตุผลของการเปลี่ยนแปลง วางแผนอบรมเป็นระยะ ตั้งผู้นำการเปลี่ยนแปลงในทีม และติดตามผล

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

สถานการณ์ที่ 7  ญาติสนิทของคุณยื่นขอสินเชื่อกับสาขาที่คุณดูแล

  1. แนะนำให้ญาติไปยื่นที่สาขาอื่นโดยไม่แจ้งใคร
  2. ให้ลูกน้องดำเนินการ โดยบอกแนวทางที่ต้องการไว้ล่วงหน้า
  3. แจ้งผลประโยชน์ทับซ้อนต่อผู้บังคับบัญชา/ฝ่ายกำกับ และถอนตัวจากการพิจารณา
  4. อนุมัติเองเพราะมั่นใจว่าตัดสินใจอย่างเป็นธรรม

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

สถานการณ์ที่ 8  ลูกทีมอาวุโสผลงานตกต่อเนื่อง 3 เดือน เขาทำงานกับธนาคารมานาน และเพิ่งมีปัญหาครอบครัว

  1. พูดคุยเป็นรายบุคคล รับฟังสาเหตุ ตั้งเป้าหมายและแผนพัฒนาที่มีกรอบเวลา ติดตามผล และใช้การสนับสนุนจากฝ่ายบุคคล
  2. ออกใบเตือนทันทีโดยไม่พูดคุย
  3. โอนงานของเขาให้คนอื่นเงียบ ๆ โดยไม่แจ้งให้เขาทราบ
  4. เพิกเฉยเพราะเห็นใจ

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

สถานการณ์ที่ 9  ทีมเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ข้อมูลความเสี่ยงยังไม่ครบ ขณะที่ผู้บริหารต้องการให้เปิดตัวโดยเร็ว

  1. ระบุข้อมูลที่ขาด ประเมินความเสี่ยงสำคัญ เสนอการนำร่องในขอบเขตจำกัดพร้อมเงื่อนไขหยุดโครงการ และสื่อสารกับผู้บริหาร
  2. ให้เปิดตัวแต่ไม่ต้องบันทึกประเด็นความเสี่ยงในเอกสาร
  3. ปฏิเสธโครงการทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย
  4. อนุมัติทันทีเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางการตลาด

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

สถานการณ์ที่ 10  คุณสังเกตเห็นหัวหน้าหน่วยอื่นที่สนิทกับคุณสั่งให้ลูกน้องแก้ไขวันที่ในเอกสารย้อนหลัง เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบ

  1. ไม่ยุ่ง เพราะไม่ใช่หน่วยงานของเรา
  2. รวบรวมข้อเท็จจริงและรายงานผ่านช่องทางที่กำหนด (ผู้บังคับบัญชา/ฝ่ายกำกับ/ช่องทางแจ้งเบาะแส) โดยรักษาความลับของข้อมูล
  3. เล่าให้เพื่อนร่วมงานฟังเพื่อหาความเห็น
  4. เตือนเขาเป็นการส่วนตัวแล้วถือว่าจบ

มีประสิทธิผลมากที่สุด = ______     มีประสิทธิผลน้อยที่สุด = ______

รูปแบบการสั่งซื้อ

ส่วนที่ 3 การให้เหตุผลเชิงตัวเลขและตรรกะ (8 ข้อ / 20 นาที)

คำชี้แจง: เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว และเขียนตัวอักษรในช่องคำตอบ อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขพื้นฐาน

  1. ธนาคารให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 2% ต่อปี (ทบต้นปีละครั้ง) ถ้าฝากเงิน 100,000 บาท เป็นเวลา 2 ปี จะมีเงินรวมเท่าใด
  2. 104,000 บาท
  3. 104,040 บาท
  4. 104,080 บาท
  5. 102,000 บาท

คำตอบ: ______

  1. ปีที่แล้วสินเชื่อรวม 400 ล้านบาท มีหนี้เสีย (NPL) 3.0% ปีนี้สินเชื่อรวมเพิ่มเป็น 500 ล้านบาท โดยมูลค่าหนี้เสียเท่าเดิม สัดส่วนหนี้เสียปีนี้เป็นเท่าใด
  2. 2.5%
  3. 3.0%
  4. 2.4%
  5. 2.0%

คำตอบ: ______

  1. สาขาหนึ่งมีพนักงาน 12 คน แต่ละคนให้บริการลูกค้าเฉลี่ย 30 รายต่อวัน ถ้าลูกค้าเพิ่มขึ้น 25% และพนักงานลาออก 2 คน พนักงานแต่ละคนต้องให้บริการเฉลี่ยกี่รายต่อวัน
  2. 45 ราย
  3. 36 ราย
  4. 40 ราย
  5. 50 ราย

คำตอบ: ______

  1. ฝ่ายหนึ่งมีรายได้ 150 ล้านบาท และอัตราต้นทุนต่อรายได้ (cost-to-income) 60% หากต้องการลดเหลือ 55% โดยรายได้เท่าเดิม ต้องลดต้นทุนลงกี่ล้านบาท
  2. 5 ล้านบาท
  3. 7.5 ล้านบาท
  4. 8 ล้านบาท
  5. 10 ล้านบาท

คำตอบ: ______

  1. ข้อมูล: (1) สินเชื่อทุกรายการที่อนุมัติต้องผ่านการตรวจสอบเครดิต (2) บางสินเชื่อที่ผ่านการตรวจสอบเครดิตมีหลักประกัน ข้อสรุปใดถูกต้องแน่นอน
  2. สินเชื่อที่อนุมัติทั้งหมดมีหลักประกัน
  3. บางสินเชื่อที่อนุมัติอาจไม่ผ่านการตรวจสอบเครดิต
  4. สินเชื่อที่มีหลักประกันทุกรายการได้รับอนุมัติ
  5. สินเชื่อที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเครดิตจะไม่ได้รับอนุมัติ

คำตอบ: ______

  1. ข้อมูล: พนักงานทุกคนที่ผ่านการอบรมด้านการป้องกันการฟอกเงินจะได้รับสิทธิ์เข้าระบบ X สมชายไม่ได้รับสิทธิ์เข้าระบบ X ข้อสรุปใดถูกต้อง
  2. สมชายไม่ได้ผ่านการอบรมด้านการป้องกันการฟอกเงิน
  3. สมชายผ่านการอบรมแต่ถูกระงับสิทธิ์
  4. สมชายอาจผ่านการอบรมแล้วก็ได้
  5. ไม่สามารถสรุปอะไรได้เลย

คำตอบ: ______

  1. ผลสำรวจพบว่าสาขาที่ใช้ระบบคิวดิจิทัลมีเวลารอเฉลี่ยลดลง 20% แต่คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าไม่เปลี่ยนแปลง ข้อสรุปใดสมเหตุสมผลที่สุด
  2. ระบบคิวดิจิทัลไม่มีประโยชน์และควรยกเลิก
  3. ลูกค้าไม่สนใจเวลารอ
  4. การลดเวลารอไม่ได้ทำให้ความพึงพอใจดีขึ้นโดยอัตโนมัติ ควรสำรวจปัจจัยอื่น เช่น คุณภาพการบริการ
  5. ผลสำรวจคลาดเคลื่อนและไม่ควรนำมาใช้

คำตอบ: ______

  1. ผู้จัดการสาขากล่าวว่า “ยอดสินเชื่อใหม่เพิ่ม 30% เพราะแคมเปญ ดังนั้นควรขยายแคมเปญไปทุกสาขา” ข้อมูลใดจำเป็นที่สุดสำหรับประเมินข้อสรุปนี้
  2. ชื่อเสียงของที่ปรึกษาที่ออกแบบแคมเปญ
  3. จำนวนพนักงานที่เห็นด้วยกับแคมเปญ
  4. จำนวนครั้งที่ลูกค้าเข้าสาขาในช่วงเดียวกัน
  5. คุณภาพของสินเชื่อใหม่ (เช่น แนวโน้มหนี้เสีย) และผลเปรียบเทียบกับสาขาที่ไม่ได้ทำแคมเปญ

คำตอบ: ______

ส่วนที่ 4 (เลือกใช้) กรณีศึกษาเขียนตอบ – ระดับ E (30 นาที)

สถานการณ์: ท่านเพิ่งรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคได้ 2 เดือน ในไตรมาสนี้ สำนักงานใหญ่ปรับเป้าสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 20% หัวหน้าทีมที่ผลงานดีที่สุดคือ คุณวีระ ถูกลูกน้องร้องเรียนว่าใช้วาจากดดันและเร่งปิดสินเชื่อโดยข้ามขั้นตอนบางขั้น ผลตรวจสอบภายในไตรมาสก่อนพบเอกสารไม่ครบ 8% ของรายการที่สุ่มตรวจ และมีพนักงานระดับกลาง 2 คนแจ้งความประสงค์ลาออกภายในเดือนนี้

คำถาม (ตอบเป็นข้อ ๆ ได้ ไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4):

  1. วิเคราะห์ประเด็นสำคัญของสถานการณ์ และจัดลำดับความสำคัญพร้อมเหตุผล
  2. เสนอแผนปฏิบัติการ 30 วันแรก (ระบุผู้เกี่ยวข้อง สิ่งที่จะทำ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง)
  3. ท่านจะพูดคุยกับคุณวีระอย่างไร (ยกตัวอย่างประโยคเปิดการสนทนา และเป้าหมายของการพูดคุย)

4. ความเสี่ยงใดที่ต้องรายงานผู้บริหารระดับสูง และ

ส่วนที่ 3 เฉลยและเกณฑ์การให้คะแนน (เฉพาะผู้ประเมิน – ห้ามเผยแพร่)

3.1 การให้คะแนนส่วนที่ 1 (Likert)

  • ข้อความปกติ: ให้คะแนนตามที่ผู้เข้าสอบตอบ (1–5)
  • ข้อความกลับคะแนน (R): คำนวณคะแนนเป็น 6 – คะแนนที่ตอบ (เช่น ตอบ 5 ได้ 1 คะแนน)
  • รวมคะแนนแต่ละองค์ประกอบ (ข้อละ 1–5 × 8 ข้อ = 8–40 คะแนนดิบ) แล้วแปลงเป็นคะแนนร้อยละ (POMP) = (คะแนนดิบ – 8) ÷ 32 × 100

องค์ประกอบ

ข้อปกติ

ข้อกลับคะแนน (R)

LM แรงจูงใจและความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำ

15, 17, 20, 32, 39, 55

8, 58

AC ความรับผิดชอบและการลงมือทำให้สำเร็จ

4, 33, 47, 49, 56

11, 22, 23

RC จิตสำนึกด้านความเสี่ยงและการควบคุม

7, 19, 26, 28, 34

14, 21, 53

IN ความซื่อสัตย์และจริยธรรมวิชาชีพ

3, 6, 27, 31, 37

1, 9, 12

ES ความมั่นคงทางอารมณ์และการรับมือแรงกดดัน

16, 30, 50, 52, 59

10, 42, 46

PT การบริหารคนและการนำทีม

2, 35, 41, 44, 54, 61

18, 38

LA ความคล่องตัวในการเรียนรู้และการปรับตัว

13, 25, 40, 43, 57

29, 51, 62

V ตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือ (Validity)

5, 24, 36, 45, 48, 60 (ข้อกลับ – ไม่รวมคะแนนองค์ประกอบ)

—

 

การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคำตอบ (Validity Check)

  • นับจำนวนข้อในกลุ่ม V (ข้อ 5, 24, 36, 45, 48, 60) ที่ตอบ 4 หรือ 5: ถ้า ≥ 4 ข้อ แสดงว่ามีแนวโน้มตอบให้ดูดีเกินจริง (Impression Management) ให้ติดธง “ผลอาจบิดเบือน” และใช้การสัมภาษณ์ตรวจสอบเพิ่ม
  • ตอบเลขเดียวกันติดต่อกันเกิน 12 ข้อ หรือตอบเป็นรูปแบบซ้ำ (เช่น 1-2-3-4-5) ให้ติดธง “ตอบไม่ตั้งใจ (Careless Responding)”
  • ตรวจความสอดคล้องระหว่างข้อปกติ/ข้อกลับในองค์ประกอบเดียวกัน หากแตกต่างกันมากผิดปกติ (เช่น ตอบ 5 ทั้งข้อปกติและข้อกลับเกิน 3 คู่) ให้ติดธงเช่นกัน

3.2 เฉลยและการให้คะแนนส่วนที่ 2 (SJT)

วิธีให้คะแนนต่อสถานการณ์ (เต็ม 4 คะแนน): ข้อที่ผู้เข้าสอบเลือกเป็น “มากที่สุด” – ตรงกับแนวทางที่ดีที่สุด 2 คะแนน, แนวทางกลาง 1 คะแนน, แนวทางที่แย่ที่สุด 0 คะแนน | ข้อที่เลือกเป็น “น้อยที่สุด” – ตรงกับแนวทางที่แย่ที่สุด 2 คะแนน, แนวทางกลาง 1 คะแนน, แนวทางที่ดีที่สุด 0 คะแนน รวมทั้งหมดเต็ม 40 คะแนน

ข้อ

ด้านที่วัด

มากที่สุด

น้อยที่สุด

เหตุผลของเฉลย

1

IN, RC

D

B

ปกป้องลูกค้าและองค์กรก่อน แก้ไขผลกระทบ รายงานตามระบบ และพัฒนาคน ไม่ปล่อยให้เป้าหมายเหนือหลักการ

2

RC, AC

A

C

รักษาทั้งความสัมพันธ์ลูกค้าและเกณฑ์ควบคุม ไม่ยอมให้แรงกดดันจากความสัมพันธ์มาแทนที่กระบวนการ

3

PT

A

D

เข้าแทรกแซงตั้งแต่ระยะแรก รับฟังทุกฝ่าย และแก้ที่โครงสร้างงาน ไม่ใช่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว

4

ES, AC

D

B

สงบ เป็นระบบ สื่อสารสม่ำเสมอ และถือเป็นความรับผิดชอบร่วมแม้ต้นเหตุอยู่นอกหน่วยงาน

5

AC, IN

C

D

หัวหน้าต้องรับผิดชอบผลงานของหน่วย โปร่งใส และแก้ที่ระบบเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ

6

LA, PT

D

B

นำการเปลี่ยนแปลงด้วยการสื่อสารสองทางและการสนับสนุน ไม่หลบเลี่ยงหรือบังคับอย่างเดียว

7

IN

B

C

การเปิดเผยและถอนตัวคือหลักสำคัญของผลประโยชน์ทับซ้อน การแทรกแซงผ่านลูกน้องเป็นพฤติกรรมเสี่ยงสูงสุด

8

PT, ES

A

D

สมดุลระหว่างความเห็นอกเห็นใจกับมาตรฐานผลงาน และใช้ความโปร่งใสในการสื่อสาร

9

RC, LA

A

B

ตัดสินใจเชิงความเสี่ยงอย่างมีหลักฐาน ไม่ปิดบัง และเปิดทางให้ธุรกิจเดินต่อได้ในกรอบที่ควบคุมได้

10

IN, RC

B

D

การปลอมแปลงเอกสารเป็นเรื่องร้ายแรง ต้องรายงานตามช่องทาง ไม่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาบดบังหน้าที่

 

หมายเหตุ: เฉลย SJT ควรผ่านการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ (SMEs) อย่างน้อย 5–7 คน เช่น ผู้บริหารธุรกิจ ฝ่ายกำกับดูแล ฝ่ายบริหารความเสี่ยง และฝ่ายทรัพยากรบุคคล ก่อนนำไปใช้จริง

3.3 เฉลยส่วนที่ 3 (การให้เหตุผล)

ให้ข้อละ 1 คะแนน รวม 8 คะแนน (POMP = คะแนน ÷ 8 × 100)

ข้อ

ประเภท

เฉลย

คำอธิบาย

1

เชิงตัวเลข

B

100,000 × 1.02 × 1.02 = 104,040

2

เชิงตัวเลข

C

NPL เดิม = 12 ล้านบาท; 12 ÷ 500 = 2.4%

3

เชิงตัวเลข

A

ลูกค้าเดิม 360 ราย → 450 ราย; 450 ÷ 10 = 45

4

เชิงตัวเลข

B

ต้นทุนเดิม 90 → ใหม่ 82.5; ลดลง 7.5 ล้านบาท

5

ตรรกะ/ภาษา

D

จาก (1) อนุมัติ → ผ่านตรวจเครดิต ดังนั้นไม่ผ่านตรวจเครดิต → ไม่อนุมัติ

6

ตรรกะ/ภาษา

A

ผ่านอบรม → ได้สิทธิ์; ไม่ได้สิทธิ์ → ไม่ได้ผ่านอบรม (ตามเงื่อนไขที่ให้)

7

ตรรกะ/ภาษา

C

หลีกเลี่ยงการสรุปเกินข้อมูล และเสนอแนวทางตรวจสอบเพิ่ม

8

ตรรกะ/ภาษา

D

ต้องดูทั้งคุณภาพและกลุ่มเปรียบเทียบ จึงจะอ้างเหตุและผลได้

 

3.4 เกณฑ์ประเมินกรณีศึกษา (ส่วนที่ 4)

ให้ผู้ประเมิน 2 คนให้คะแนนอิสระต่อกัน (1–5) แล้วนำค่าเฉลี่ยมาใช้ หากต่างกันเกิน 1 ระดับ ให้หารือเพื่อสรุปร่วมกัน

เกณฑ์

1 = ต่ำ

3 = ตามเกณฑ์

5 = โดดเด่น

การวิเคราะห์ปัญหา (คำถาม 1)

ระบุประเด็นไม่ครบ/ไม่เชื่อมโยง

ระบุประเด็นหลักครบ แยกแยะผลกระทบได้

เชื่อมโยงเป้าหมาย ความเสี่ยง และคน จัดลำดับด้วยเหตุผลชัดเจน

การกำกับดูแลและความเสี่ยง (คำถาม 2, 4)

เน้นเป้ายอดโดยไม่กล่าวถึงการควบคุม

ระบุการตรวจสอบกระบวนการและรายงาน

ออกแบบมาตรการควบคุม ตัวชี้วัด และช่องทางรายงานที่ชัดเจน

การนำคนและการสื่อสาร (คำถาม 3)

ลงโทษหรือเลี่ยงการเผชิญหน้า

พูดคุยตรงไปตรงมาพร้อมระบุพฤติกรรม

แยกพฤติกรรมจากบุคคล ให้เหตุผล ตกลงความคาดหวัง และติดตามผล

ความชัดเจนของแผนและการติดตาม (คำถาม 2, 4)

แผนกว้างและไม่มีผู้รับผิดชอบ

มีขั้นตอนและกรอบเวลา

มีผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา ตัวชี้วัด และแผนสำรอง

คะแนนกรณีศึกษา (เฉลี่ย 1–5) ใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงคุณภาพในระดับ E โดยไม่รวมในสูตรคะแนนรวม หากใช้ร่วมกับการสัมภาษณ์ให้ปรับน้ำหนักตามนโยบายของธนาคาร

ส่วนที่ 4 การแปลผลและการตัดสินใจ

4.1 ระดับการแปลผลรายองค์ประกอบ

ก่อนมีค่าปกติวิสัย (Norms) ของธนาคารเอง ให้ใช้เกณฑ์ชั่วคราวต่อไปนี้ และเมื่อเก็บข้อมูลผู้เข้าสอบได้ไม่น้อยกว่า 200 คน ให้เปลี่ยนไปใช้คะแนนมาตรฐาน (T-score) หรือเปอร์เซ็นไทล์

คะแนนร้อยละ (POMP)

ระดับ

ความหมายและข้อแนะนำ

75 ขึ้นไป

โดดเด่น

จุดแข็ง สามารถใช้เป็นพี่เลี้ยง/มอบบทบาทที่ต้องใช้สมรรถนะนี้

60–74

ตามเกณฑ์

พร้อมสำหรับบทบาทปัจจุบัน ควรเสริมในจุดที่เกี่ยวข้องกับงานเฉพาะ

45–59

ควรพัฒนา

ต้องมีแผนพัฒนาและการติดตามอย่างใกล้ชิดหากแต่งตั้ง

ต่ำกว่า 45

ต่ำกว่าเกณฑ์

เป็นความเสี่ยงสำคัญ ต้องสัมภาษณ์เจาะลึกก่อนตัดสินใจ

 

4.2 น้ำหนักคะแนนรวมตามระดับตำแหน่ง

คะแนนรวม = ผลรวมของ (น้ำหนัก × คะแนนร้อยละขององค์ประกอบ) ÷ 100 โดย SJT ใช้ คะแนน ÷ 40 × 100 และ COG ใช้ คะแนน ÷ 8 × 100

รหัส

องค์ประกอบ

ระดับ S (%)

ระดับ E (%)

LM

แรงจูงใจและความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำ

10

12

AC

ความรับผิดชอบและการลงมือทำให้สำเร็จ

15

10

RC

จิตสำนึกด้านความเสี่ยงและการควบคุม

12

12

IN

ความซื่อสัตย์และจริยธรรมวิชาชีพ

13

13

ES

ความมั่นคงทางอารมณ์และการรับมือแรงกดดัน

10

12

PT

การบริหารคนและการนำทีม

15

10

LA

ความคล่องตัวในการเรียนรู้และการปรับตัว

5

10

SJT

การตัดสินใจเชิงสถานการณ์ (SJT)

12

11

COG

การให้เหตุผลเชิงตัวเลขและตรรกะ

8

10

 

รวม

100

100

 

4.3 เกณฑ์ขั้นต่ำ (Gate) และการตัดสินใจ

ธนาคารเป็นองค์กรที่ความเสี่ยงด้านจริยธรรมและการกำกับดูแลส่งผลรุนแรง จึงใช้เกณฑ์ขั้นต่ำควบคู่กับคะแนนรวม ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำจะไม่ได้รับการแนะนำโดยอัตโนมัติ แม้คะแนนรวมสูง

  • Gate 1: IN ≥ 60 และ RC ≥ 60 (ถ้าต่ำกว่า ต้องสัมภาษณ์เจาะลึกด้านจริยธรรม/ความเสี่ยงก่อน)
  • Gate 2: ไม่มีองค์ประกอบใดต่ำกว่า 45
  • Gate 3: SJT ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับ IN/RC (ข้อ 1, 2, 7, 10) ต้องได้รวมไม่ต่ำกว่า 10 จาก 16 คะแนน
  • Gate 4: Validity ไม่ติดธง หากติดธงให้ใช้ผลเป็นข้อมูลเสริมและยืนยันด้วยการสัมภาษณ์เพิ่ม

คะแนนรวม

ผลลัพธ์

ข้อเสนอแนะ

75 ขึ้นไป และผ่านทุก Gate

แนะนำ

พร้อมรับบทบาท ควรวางแผนพัฒนาต่อยอดความสามารถ

65–74 และผ่านทุก Gate

แนะนำแบบมีเงื่อนไข

แต่งตั้งได้ พร้อมแผนพัฒนา (IDP) และการติดตามผล 6 เดือน

55–64 หรือติด Gate 2–4

พิจารณา

ต้องมีข้อมูลเพิ่ม (360°, สัมภาษณ์, กรณีศึกษา) ก่อนตัดสินใจ

ต่ำกว่า 55 หรือไม่ผ่าน Gate 1

ยังไม่พร้อม

ยังไม่แนะนำ ควรพัฒนาแล้วประเมินซ้ำหลังอย่างน้อย 12 เดือน

 

4.4 แนวทางอ่านโปรไฟล์รายองค์ประกอบ

องค์ประกอบ

ถ้าคะแนนสูงมาก

ถ้าคะแนนต่ำ (ข้อควรระวัง/แนวพัฒนา)

LM

มีไฟ กล้านำ ระวังการควบคุมตนเองต่ำหากสูงร่วมกับ IN ต่ำ

ยังไม่พร้อมรับบทบาทหัวหน้า พิจารณาเส้นทางผู้เชี่ยวชาญ (Specialist track)

AC

ส่งมอบผลงานต่อเนื่อง ระวังการเข้มงวดเกินไปและติดตามถี่

โยนความรับผิดชอบ เลื่อนงาน ควรพัฒนาด้วยการตั้งเป้าหมายและการติดตามผลรายสัปดาห์

RC

ละเอียดรอบคอบ ระวังความช้า/กลัวความเสี่ยงเกินไป

ความเสี่ยงต่อการละเมิดกฎระเบียบ ต้องมีการสัมภาษณ์เจาะลึกและกำกับใกล้ชิด

IN

น่าเชื่อถือ ใช้เป็นต้นแบบด้านจริยธรรม

เป็นจุดตัดสินสำคัญ ต้องตรวจสอบพฤติกรรมในอดีตและบุคคลอ้างอิง

ES

ทนแรงกดดันได้ดี ระวังการปิดบังความเครียด

อารมณ์ผันผวนกระทบทีม แนะนำโค้ชชิ่ง/การจัดการความเครียด

PT

สร้างทีมและพัฒนาคนได้ดี

มีแนวโน้มทำงานเองหรือเลี่ยง feedback พัฒนาด้วยการฝึกมอบหมายงานและ feedback

LA

ปรับตัวและเรียนรู้เร็ว ระวังการเปลี่ยนแปลงถี่เกินไปกับทีม

ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ไม่เหมาะกับบทบาทที่ต้องนำการเปลี่ยนแปลงในระดับ E

SJT

ใช้วิจารณญาณสอดคล้องกับค่านิยมธนาคาร

เลือกวิธีปกปิด/โยนความผิด/หลบเลี่ยง ควรอภิปรายเป็นกรณีในการสัมภาษณ์

COG

วิเคราะห์ข้อมูลแม่นยำ

เสี่ยงต่อการสรุปผิดพลาดในงานตัวเลข ควรมีที่ปรึกษา/ทีมวิเคราะห์สนับสนุน

 

4.5 ตัวอย่างการคำนวณ (ผู้สมัครสมมติ ระดับ S)

รหัส

องค์ประกอบ

คะแนนร้อยละ

น้ำหนัก (S)

คะแนนถ่วงน้ำหนัก

LM

แรงจูงใจและความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำ

78

10

7.80

AC

ความรับผิดชอบและการลงมือทำให้สำเร็จ

82

15

12.30

RC

จิตสำนึกด้านความเสี่ยงและการควบคุม

70

12

8.40

IN

ความซื่อสัตย์และจริยธรรมวิชาชีพ

85

13

11.05

ES

ความมั่นคงทางอารมณ์และการรับมือแรงกดดัน

65

10

6.50

PT

การบริหารคนและการนำทีม

72

15

10.80

LA

ความคล่องตัวในการเรียนรู้และการปรับตัว

60

5

3.00

SJT

การตัดสินใจเชิงสถานการณ์ (SJT)

75

12

9.00

COG

การให้เหตุผลเชิงตัวเลขและตรรกะ

62.5

8

5.00

 

คะแนนรวม

 

100

73.85

ผลลัพธ์: คะแนนรวม 73.85 ผ่าน Gate 1 (IN=85, RC=70) และไม่มีองค์ประกอบต่ำกว่า 45 จึงอยู่ในระดับ “แนะนำแบบมีเงื่อนไข” (65–74) … ข้อสังเกต: LA (60) และ ES (65) ค่อนข้างต่ำ ควรจัดทำแผนพัฒนาด้านการปรับตัวและการรับมือแรงกดดัน

4.6 คำถามสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม (STAR) เพื่อตรวจสอบผลซ้ำ

องค์ประกอบ

คำถาม

สิ่งที่ควรสังเกต

IN/RC

เล่าเหตุการณ์ที่ท่านพบว่ามีการข้ามขั้นตอนเพื่อให้งานเสร็จตามเป้า ท่านทำอะไร และผลเป็นอย่างไร

รายงาน/แก้ไขอย่างโปร่งใส ไม่ปกปิด รับผิดชอบผลที่ตามมา

AC

เล่าเหตุการณ์ที่ท่านผิดพลาดในงานสำคัญ ท่านทำอย่างไรหลังจากนั้น

ยอมรับความรับผิดชอบ มีการแก้ไขและป้องกันซ้ำ

PT

เล่าครั้งที่ท่านต้องให้ feedback เชิงลบแก่ลูกทีมที่ผลงานไม่ถึงมาตรฐาน

ระบุพฤติกรรมชัดเจน รับฟัง ตกลงแผนและติดตาม

ES

เล่าเหตุการณ์ที่ท่านถูกกดดันสูงสุดในที่ทำงาน ท่านรับมืออย่างไร

การควบคุมอารมณ์ วิธีจัดการ และบทเรียนที่ได้

LA

เล่าครั้งล่าสุดที่ท่านต้องเรียนรู้ระบบหรือกระบวนการใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

ริเริ่มด้วยตนเอง วิธีเรียนรู้ ผลลัพธ์

LM

ท่านอยากรับผิดชอบอะไรที่ใหญ่ขึ้นในอีก 3–5 ปี และท่านเตรียมตัวอย่างไรแล้ว

แรงจูงใจจริง แผนที่เป็นรูปธรรม ความสอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร

ส่วนที่ 5 การตรวจสอบคุณภาพและข้อจำกัด

ภาคผนวก ใบสรุปคะแนนผู้เข้าสอบ

รูปแบบการสั่งซื้อ