ข้อสอบ นักวิชาการตรวจสอบภายในกองทุนหมู่บ้าน(สทบ.) ชุดที่ 1

แนวข้อสอบ ตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน

สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)

ข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 100 ข้อ

คำชี้แจง

  1. ข้อสอบนี้เป็นแนวข้อสอบเพื่อใช้ฝึกทบทวน ประกอบด้วย 8 หมวด รวม 100 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน
  2. ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว (ก, ข, ค หรือ ง)
  3. เฉลยอยู่ท้ายเอกสาร

หมายเหตุ: ข้อสอบที่เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบควรตรวจสอบกับฉบับล่าสุดที่มีผลใช้บังคับก่อนนำไปใช้อ้างอิง

หมวดที่ 1 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และ สทบ.

  1. พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ มีผลใช้บังคับในปี พ.ศ. ใด

ก.    พ.ศ. 2542

ข.    พ.ศ. 2544

ค.    พ.ศ. 2550

ง.     พ.ศ. 2547

  1. ในช่วงเริ่มต้นนโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (พ.ศ. 2544) รัฐบาลจัดสรรเงินทุนเริ่มต้นให้แต่ละหมู่บ้านและชุมชนเมืองประมาณเท่าใด

ก.    1 แสนบาท

ข.    1 ล้านบาท

ค.    5 แสนบาท

ง.     2 ล้านบาท

  1. สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) มีสถานะตามข้อใดมากที่สุด

ก.    ส่วนราชการระดับกรมในสังกัดกระทรวงการคลัง

ข.    รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินกิจการเชิงพาณิชย์

ค.    หน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ

ง.     องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร

  1. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

ก.    เป็นแหล่งเงินทุนในชุมชน ส่งเสริมการสร้างอาชีพ รายได้ และการเรียนรู้ของสมาชิก

ข.    แสวงหากำไรสูงสุดเพื่อแบ่งปันให้ผู้บริหารกองทุน

ค.    จัดเก็บภาษีท้องถิ่นแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ง.     ให้บริการสินเชื่อแก่นักลงทุนต่างชาติ

  1. โดยทั่วไป สมาชิกกองทุนหมู่บ้านต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ากี่ปีบริบูรณ์

ก.    15 ปี

ข.    18 ปี

ค.    20 ปี

ง.     25 ปี

  1. ในระดับหมู่บ้านหรือชุมชน องค์กรที่มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของกองทุน เช่น การเลือกตั้งคณะกรรมการ คือข้อใด

ก.    ประธานกรรมการกองทุนเพียงผู้เดียว

ข.    นายอำเภอ

ค.    ผู้ตรวจสอบภายใน

ง.     ที่ประชุมใหญ่สมาชิกกองทุน

  1. ข้อใดเป็นแหล่งที่มาของเงินทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

ก.    เงินอุดหนุนจากรัฐและดอกผลจากการดำเนินงานของกองทุน

ข.    รายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ท้องถิ่นจัดเก็บเอง

ค.    เงินปันผลจากตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น

ง.     เงินกู้จากต่างประเทศเท่านั้น

  1. ความเสี่ยงสำคัญที่สุดประการหนึ่งของการให้สมาชิกกู้ยืมเงินกองทุนคือข้อใด

ก.    ค่าไฟฟ้าสำนักงานสูงขึ้น

ข.    การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ค.    การผิดนัดชำระหนี้และหนี้ค้างชำระของสมาชิก

ง.     การปรับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

  1. ตัวชี้วัดใดเหมาะสมที่สุดในการประเมินคุณภาพสินเชื่อของกองทุนหมู่บ้าน

ก.    จำนวนครั้งที่คณะกรรมการประชุม

ข.    จำนวนป้ายประชาสัมพันธ์ของกองทุน

ค.    อัตราส่วนหนี้ค้างชำระต่อเงินให้กู้ยืมคงเหลือทั้งหมด

ง.     จำนวนกรรมการที่เป็นเพศหญิง

  1. การแยกหน้าที่ผู้อนุมัติเงินกู้ ผู้จ่ายเงิน และผู้บันทึกบัญชีออกจากกัน เป็นการควบคุมตามหลักการใด

ก.    การแบ่งแยกหน้าที่ (Segregation of Duties)

ข.    การรวมอำนาจ (Centralization)

ค.    การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) เท่านั้น

ง.     การลดต้นทุนการดำเนินงาน

  1. ตามกฎหมายจัดตั้ง ผู้ตรวจสอบงบการเงินของ สทบ. คือหน่วยงานใด

ก.    กรมสรรพากร

ข.    สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

ค.    ธนาคารแห่งประเทศไทย

ง.     สำนักงาน ก.พ.

  1. ผู้ตรวจสอบภายในพบว่ากองทุนอนุมัติเงินกู้ให้กรรมการเกินวงเงินที่ระเบียบกำหนด ถือเป็นข้อบกพร่องด้านใด

ก.    ความไม่มีประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศ

ข.    ความผิดพลาดด้านการตลาด

ค.    การไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ (Compliance)

ง.     ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

  1. หลักฐานใดน่าเชื่อถือที่สุดเมื่อต้องการยืนยันยอดเงินกู้คงเหลือของสมาชิก

ก.    หนังสือยืนยันยอดที่ได้รับโดยตรงจากสมาชิกผู้เป็นลูกหนี้

ข.    คำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่กองทุนด้วยวาจา

ค.    สำเนาตารางที่เจ้าหน้าที่กองทุนจัดทำเองโดยไม่มีเอกสารประกอบ

ง.     ข้อมูลที่ได้ยินจากบุคคลทั่วไปในหมู่บ้าน

  1. วิธีที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจสอบเงินสดคงเหลือของกองทุน คือข้อใด

ก.    สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์เท่านั้น

ข.    รอให้กองทุนรายงานยอดเงินสดเอง

ค.    ตรวจจากใบเสร็จเก่าของปีก่อน

ง.     ตรวจนับเงินสดโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต่อหน้าผู้รับผิดชอบ

  1. เอกสารใดใช้ตรวจสอบความถูกต้องของการอนุมัติเงินกู้ตามอำนาจของคณะกรรมการกองทุนได้ดีที่สุด

ก.    ใบเสร็จค่าน้ำประปาของสำนักงาน

ข.    ป้ายประกาศหน้าหมู่บ้าน

ค.    ตารางเวรทำความสะอาด

ง.     รายงานการประชุมคณะกรรมการกองทุน

หมวดที่ 2 หลักการ มาตรฐาน และกฎหมายการตรวจสอบภายใน

  1. ตามคำนิยามของสถาบันผู้ตรวจสอบภายใน (IIA) การตรวจสอบภายในเป็นกิจกรรมลักษณะใด

ก.    กิจกรรมสืบสวนหาผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินคดีอาญา

ข.    กิจกรรมบันทึกบัญชีและจัดทำงบการเงินประจำปี

ค.    กิจกรรมให้ความเชื่อมั่นและให้คำปรึกษาอย่างเป็นอิสระและเที่ยงธรรม เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กร

ง.     กิจกรรมกำหนดนโยบายและอนุมัติงบประมาณขององค์กร

  1. กฎหมายฉบับใดกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ

ก.    ประมวลรัษฎากร

ข.    พระราชบัญญัติภาษีมูลค่าเพิ่ม

ค. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายใน พ.ศ. 2561

ง.     ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการกู้ยืม

แนวข้อสอบ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ)

แนวข้อสอบ นักวิชาการการเงินปฏิบัติการ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
แนวข้อสอบ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
แนวข้อสอบ นักวิชาการพัฒนากองทุน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
แนวข้อสอบ นักบริหารงานทั่วไปปฏิบัติการ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
  1. เพื่อรักษาความเป็นอิสระ ผู้ตรวจสอบภายในควรรายงานผลการตรวจสอบต่อผู้ใดเป็นหลัก

ก.    ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานและ/หรือคณะกรรมการตรวจสอบ

ข.    หัวหน้าฝ่ายที่ถูกตรวจสอบ

ค.    ผู้จัดการฝ่ายบัญชี

ง.     หัวหน้าฝ่ายพัสดุ

  1. ความเที่ยงธรรม (Objectivity) ของผู้ตรวจสอบภายในหมายถึงข้อใด

ก.    การตรวจสอบเฉพาะเรื่องที่ผู้บริหารต้องการ

ข.    การเห็นด้วยกับผู้รับตรวจทุกเรื่องเพื่อรักษาความสัมพันธ์

ค.    การปฏิบัติงานโดยไม่ต้องมีหลักฐาน

ง.     ทัศนคติที่เป็นกลาง ไม่มีอคติ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการปฏิบัติงาน

  1. ตามมาตรฐานสากล ผู้ตรวจสอบภายในควรหลีกเลี่ยงการให้ความเชื่อมั่นต่องานที่ตนเองเคยรับผิดชอบมาก่อนเป็นเวลาอย่างน้อยเท่าใด

ก.    1 เดือน

ข.    3 เดือน

ค.    5 ปี

ง.     1 ปี

  1. ข้อใดไม่ใช่หลักจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบภายใน

ก.    ความซื่อสัตย์ (Integrity)

ข.    การแสวงหาผลกำไรสูงสุดให้แก่ผู้ตรวจสอบ

ค.    การรักษาความลับ (Confidentiality)

ง.     ความรู้ความสามารถ (Competency)

  1. ผู้ตรวจสอบภายในควรปฏิบัติอย่างไรต่อข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงาน

ก.    เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อความโปร่งใส

ข.    แจ้งให้ผู้ที่สนใจทุกคนทราบ

ค.    ไม่เปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่มีหน้าที่ตามกฎหมาย

ง.     นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

  1. งานให้คำปรึกษา (Consulting) ของผู้ตรวจสอบภายในมีลักษณะตามข้อใด

ก.    ตัดสินใจและสั่งการแทนฝ่ายบริหาร

ข.    เป็นผู้ปฏิบัติงานประจำแทนผู้รับตรวจ

ค.    บันทึกบัญชีให้ฝ่ายการเงิน

ง.     ให้คำแนะนำตามที่ผู้รับบริการร้องขอ โดยไม่เข้าไปรับผิดชอบการตัดสินใจแทนฝ่ายบริหาร

  1. ตามแบบจำลอง Three Lines Model ฝ่ายตรวจสอบภายในอยู่ในแนวป้องกันใด

ก.    แนวที่หนึ่ง

ข.    แนวที่สอง

ค.    แนวที่สาม

ง.     ไม่อยู่ในแนวใดเลย

  1. ตามแบบจำลอง Three Lines Model ผู้ที่รับผิดชอบความเสี่ยงและการควบคุมในการปฏิบัติงานประจำวัน คือข้อใด

ก.    ฝ่ายบริหารและเจ้าของกระบวนการ (แนวที่หนึ่ง)

ข.    ผู้ตรวจสอบภายนอก

ค.    ผู้ตรวจสอบภายใน

ง.     ผู้ให้บริการทางกฎหมายภายนอกเท่านั้น

  1. แผนการตรวจสอบประจำปีที่ดีควรจัดทำโดยยึดหลักการใดเป็นสำคัญ

ก.    จัดลำดับความสำคัญตามระดับความเสี่ยงและวัตถุประสงค์ขององค์กร

ข.    ตรวจทุกหน่วยงานด้วยเวลาเท่ากันโดยไม่พิจารณาความเสี่ยง

ค.    เลือกตรวจเฉพาะหน่วยงานที่ผู้ตรวจสอบคุ้นเคย

ง.     ตรวจเฉพาะเรื่องที่ผู้รับตรวจร้องขอ

  1. แผนการตรวจสอบประจำปีควรเสนอให้ผู้ใดพิจารณาอนุมัติ

ก.    ผู้บริหารหน่วยที่จะถูกตรวจสอบ

ข.    ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน (และ/หรือคณะกรรมการตรวจสอบ)

ค.    เจ้าหน้าที่พัสดุ

ง.     ผู้รับจ้างภายนอก

  1. การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ จัดเป็นการตรวจสอบประเภทใด

ก.    การตรวจสอบการเงิน (Financial Audit)

ข.    การตรวจสอบด้านการตลาด

ค.    การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Audit)

ง.     การตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศเท่านั้น

  1. การตรวจสอบเพื่อให้ความเห็นว่ารายงานทางการเงินแสดงฐานะและผลการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามที่ควร จัดเป็นการตรวจสอบประเภทใด

ก.    การตรวจสอบการเงิน (Financial Audit)

ข.    การตรวจสอบการดำเนินงาน (Operational Audit)

ค.    การตรวจสอบสืบสวน (Investigative Audit)

ง.     การตรวจสอบเชิงกลยุทธ์ด้านบุคลากร

  1. 3Es ในการตรวจสอบการดำเนินงาน (Operational/Performance Audit) ได้แก่ข้อใด

ก.    ความประหยัด ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

ข.    ความเสมอภาค ความยุติธรรม และความเป็นธรรม

ค.    ความถูกต้อง ความครบถ้วน และความทันเวลา

ง.     ความซื่อสัตย์ ความเป็นกลาง และการรักษาความลับ

  1. ความประหยัด (Economy) หมายถึงข้อใด

ก.    การทำงานเสร็จเร็วที่สุดโดยไม่คำนึงถึงต้นทุน

ข.    การใช้ทรัพยากรในปริมาณและต้นทุนที่เหมาะสมโดยคงคุณภาพตามที่ต้องการ

ค.    การไม่ใช้จ่ายใด ๆ เลย

ง.     การลดจำนวนบุคลากรให้น้อยที่สุดเสมอ

  1. ประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึงข้อใด

ก.    การใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด

ข.    การทำตามขั้นตอนทุกขั้นแม้ไม่เกิดผล

ค.    การรายงานผลล่าช้า

ง.     ผลลัพธ์ของการดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด

  1. เอกสารที่กำหนดวัตถุประสงค์ อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของงานตรวจสอบภายใน เรียกว่าอะไร

ก.    ใบสำคัญจ่าย

ข.    แผนผังที่นั่งสำนักงาน

ค.    บัญชีทรัพย์สินถาวร

ง.     กฎบัตรการตรวจสอบภายใน (Internal Audit Charter)

  1. บทบาทหลักของคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ในหน่วยงานคือข้อใด

ก.    กำกับดูแลและสนับสนุนงานตรวจสอบภายใน สอบทานการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

ข.    บันทึกบัญชีรายวัน

ค.    ปฏิบัติงานจัดซื้อแทนเจ้าหน้าที่พัสดุ

ง.     ขายสินค้าและให้บริการแก่ประชาชน

  1. ตามมาตรฐานสากล การประเมินคุณภาพภายนอก (External Assessment) ของงานตรวจสอบภายในควรจัดให้มีอย่างน้อยทุกกี่ปี

ก.    อย่างน้อยทุก 5 ปี

ข.    ทุก 1 เดือน

ค.    ทุก 6 เดือน

ง.     ทุก 10 ปี

หมวดที่ 3 การควบคุมภายใน (Internal Control)

  1. การควบคุมภายในให้ความมั่นใจในระดับใด

ก.    ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผล (Reasonable Assurance)

ข.    ความมั่นใจอย่างเด็ดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์

ค.    ไม่ให้ความมั่นใจใด ๆ

ง.     ความมั่นใจเฉพาะด้านการเงินเท่านั้น

  1. วัตถุประสงค์ 3 ประเภทของการควบคุมภายในตามกรอบ COSO คือข้อใด

ก.    ด้านกำไร ด้านการตลาด และด้านการลงทุน

ข.    ด้านบุคลากร ด้านอาคารสถานที่ และด้านเทคโนโลยี

ค.    ด้านการวางแผน ด้านการจัดองค์กร และด้านการสั่งการ

ง.     ด้านการดำเนินงาน ด้านการรายงาน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ

  1. การควบคุมภายในตามมาตรฐานการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ ประกอบด้วยกี่องค์ประกอบ

ก.    5 องค์ประกอบ

ข.    3 องค์ประกอบ

ค.    4 องค์ประกอบ

ง.     7 องค์ประกอบ

  1. องค์ประกอบใดถือเป็นรากฐานของการควบคุมภายในองค์ประกอบอื่นทั้งหมด

ก.    กิจกรรมการติดตามผล

ข.    สารสนเทศและการสื่อสาร

ค.    การประเมินความเสี่ยง

ง.     สภาพแวดล้อมการควบคุม

  1. ข้อใดเป็นตัวอย่างของสภาพแวดล้อมการควบคุมที่ดี

ก.    ผู้บริหารละเลยการปฏิบัติตามระเบียบ

ข.    ไม่มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ

ค.    ผู้บริหารยึดมั่นในความซื่อสัตย์และจริยธรรม มีโครงสร้างและการมอบอำนาจชัดเจน

ง.     ไม่มีนโยบายด้านบุคลากร

รูปแบบการสั่งซื้อ

  1. การระบุและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ จัดอยู่ในองค์ประกอบใดของการควบคุมภายใน

ก.    กิจกรรมการควบคุม

ข.    การประเมินความเสี่ยง

ค.    สภาพแวดล้อมการควบคุม

ง.     กิจกรรมการติดตามผล

  1. การอนุมัติ การสอบทานผลการปฏิบัติงาน และการแบ่งแยกหน้าที่ เป็นตัวอย่างขององค์ประกอบใด

ก.    กิจกรรมการควบคุม

ข.    สภาพแวดล้อมการควบคุม

ค.    การประเมินความเสี่ยง

ง.     สารสนเทศและการสื่อสาร

  1. การจัดให้ข้อมูลที่จำเป็นถึงผู้เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา จัดอยู่ในองค์ประกอบใด

ก.    กิจกรรมการควบคุม

ข.    สารสนเทศและการสื่อสาร

ค.    การประเมินความเสี่ยง

ง.     สภาพแวดล้อมการควบคุม

  1. การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง (Ongoing) และการประเมินผลเป็นรายครั้ง (Separate Evaluations) จัดอยู่ในองค์ประกอบใด

ก.    สภาพแวดล้อมการควบคุม

ข.    กิจกรรมการควบคุม

ค.    สารสนเทศและการสื่อสาร

ง.     กิจกรรมการติดตามผล

  1. กรอบการควบคุมภายในของ COSO ฉบับปรับปรุง (2013) กำหนดหลักการ (Principles) จำนวนกี่ข้อ

ก.    5 ข้อ

ข.    10 ข้อ

ค.    17 ข้อ

ง.     25 ข้อ

  1. การกระทบยอดเงินฝากธนาคารเป็นประจำทุกเดือน จัดเป็นการควบคุมประเภทใด

ก.    การควบคุมแบบป้องกัน (Preventive Control)

ข.    การควบคุมแบบตรวจพบ (Detective Control)

ค.    การควบคุมแบบแก้ไข (Corrective Control) เท่านั้น

ง.     ไม่ใช่การควบคุม

  1. การกำหนดรหัสผ่านและสิทธิ์การเข้าถึงระบบตามหน้าที่ จัดเป็นการควบคุมประเภทใด

ก.    การควบคุมแบบตรวจพบ (Detective Control)

ข.    การควบคุมแบบแก้ไข (Corrective Control)

ค.    การควบคุมแบบป้องกัน (Preventive Control)

ง.     การควบคุมแบบชดเชยหลังเกิดเหตุเท่านั้น

  1. ข้อใดเป็นข้อจำกัดโดยธรรมชาติของการควบคุมภายใน

ก.    การมีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร

ข.    การแบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจน

ค.    การมีผู้ตรวจสอบภายใน

ง.     การสมรู้ร่วมคิดและการที่ผู้บริหารใช้อำนาจก้าวล่วงการควบคุม

  1. หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามระเบียบใดเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน

ก.    ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยการลาของข้าราชการ

ข.    ระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการคืนภาษี

ค.    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยอัตราดอกเบี้ย

ง.     ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544

  1. ตามระเบียบ คตง. ว่าด้วยมาตรฐานการควบคุมภายใน หน่วยงานของรัฐต้องรายงานผลการควบคุมภายในภายในกี่วันนับจากวันสิ้นปีงบประมาณ

ก.    30 วัน

ข.    90 วัน

ค.    60 วัน

ง.     180 วัน

  1. รายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค.1) หน่วยงานของรัฐจัดทำโดยใครลงนาม

ก.    หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ

ข.    ผู้ตรวจสอบภายนอก

ค.    เจ้าหน้าที่ธุรการ

ง.     ผู้รับจ้างทำความสะอาด

  1. การให้เจ้าของงานประเมินการควบคุมภายในของงานตนเองด้วยแบบสอบถามหรือการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรียกว่าอะไร

ก.    การตรวจสอบสืบสวน

ข.    การตรวจรับพัสดุ

ค.    การประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self-Assessment: CSA)

ง.     การปิดบัญชีสิ้นปี

  1. ผู้ที่มีความรับผิดชอบหลักในการวางระบบควบคุมภายในของหน่วยงานคือใคร

ก.    ผู้ตรวจสอบภายนอกเพียงฝ่ายเดียว

ข.    ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน

ค.    บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง

ง.     เจ้าหน้าที่ใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงาน

  1. การใช้ใบเสร็จรับเงินที่พิมพ์เลขที่เรียงลำดับล่วงหน้า (Pre-numbered) มีประโยชน์หลักอย่างไร

ก.    ลดภาษีที่ต้องชำระ

ข.    ทำให้ไม่ต้องบันทึกบัญชี

ค.    ทำให้ไม่ต้องนับเงินสด

ง.     ช่วยควบคุมความครบถ้วนของการรับเงินและตรวจสอบการขาดหายของเอกสาร

  1. แนวคิด Tone at the Top หมายถึงข้อใด

ก.    การติดตั้งกล้องบนอาคารสูง

ข.    ผู้บริหารระดับสูงเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรมและให้ความสำคัญกับการควบคุมภายใน

ค.    การกำหนดเสียงสัญญาณเตือนภัยในสำนักงาน

ง.     การจัดชั้นวางเอกสารไว้ชั้นบนสุด

หมวดที่ 4 การบริหารความเสี่ยง

  1. ความเสี่ยง (Risk) หมายถึงข้อใด

ก.    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและแก้ไขเสร็จสิ้น

ข.    เหตุการณ์หรือการกระทำที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์

ค.    ผลกำไรที่คาดว่าจะได้รับ

ง.     ระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม

  1. ระดับความเสี่ยงโดยทั่วไปประเมินจากข้อใด

ก.    จำนวนพนักงาน × จำนวนอาคาร

ข.    โอกาสที่จะเกิด (Likelihood) × ผลกระทบ (Impact)

ค.    รายได้ − ค่าใช้จ่าย

ง.     จำนวนเอกสาร × จำนวนหน้า

  1. การซื้อประกันภัยทรัพย์สิน เป็นการตอบสนองความเสี่ยงแบบใด

ก.    การยอมรับความเสี่ยง (Take)

ข.    การโอนหรือแบ่งความเสี่ยง (Transfer/Share)

ค.    การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate)

ง.     การเพิกเฉยต่อความเสี่ยง

  1. การตัดสินใจไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อความเสี่ยงที่มีระดับต่ำมากและไม่คุ้มค่าที่จะจัดการ เป็นการตอบสนองความเสี่ยงแบบใด

ก.    การลดความเสี่ยง (Treat)

ข.    การโอนความเสี่ยง (Transfer)

ค.    การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate)

ง.     การยอมรับความเสี่ยง (Take/Accept)

  1. การยกเลิกกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเกินกว่าองค์กรยอมรับได้ เป็นการตอบสนองความเสี่ยงแบบใด

ก.    การยอมรับความเสี่ยง (Take)

ข.    การโอนความเสี่ยง (Transfer)

ค.    การรายงานความเสี่ยง (Report)

ง.     การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate/Avoid)

  1. การปรับปรุงขั้นตอนการทำงานและเพิ่มกิจกรรมควบคุมเพื่อลดโอกาสหรือผลกระทบของความเสี่ยง เป็นการตอบสนองความเสี่ยงแบบใด

ก.    การยอมรับความเสี่ยง (Take)

ข.    การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate)

ค.    การลดหรือควบคุมความเสี่ยง (Treat)

ง.     การโอนความเสี่ยง (Transfer)

  1. ความเสี่ยงที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากที่มีการควบคุมแล้ว เรียกว่าอะไร

ก.    ความเสี่ยงโดยธรรมชาติ (Inherent Risk)

ข.    ความเสี่ยงที่เหลืออยู่ (Residual Risk)

ค.    ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ (Audit Risk)

ง.     ความเสี่ยงที่ไม่มีอยู่จริง

  1. ข้อใดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของกรอบ COSO ERM (2017)

ก.    การขายและการตลาด

ข.    การกำกับดูแลและวัฒนธรรมองค์กร (Governance and Culture)

ค.    การผลิตและโลจิสติกส์

ง.     การจัดหาบุคลากรภายนอก

  1. ระดับความเสี่ยงที่องค์กรยินดีรับเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เรียกว่าอะไร

ก.    ความเสี่ยงที่ถูกปฏิเสธ

ข.    ความเสี่ยงสะสม

ค.    ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite)

ง.     ความเสี่ยงที่ไม่ต้องรายงาน

  1. Audit Universe ในการวางแผนการตรวจสอบตามความเสี่ยงหมายถึงข้อใด

ก.    รายชื่อผู้ตรวจสอบทั้งหมดในโลก

ข.    กลุ่มกิจกรรม กระบวนการ หรือหน่วยงานทั้งหมดที่อาจเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบ

ค.    รายงานผลการตรวจสอบของปีที่แล้วเท่านั้น

ง.     ห้องเก็บเอกสารของหน่วยตรวจสอบ

หมวดที่ 5 กระบวนการตรวจสอบ หลักฐาน และการรายงานผล

  1. ขั้นตอนหลักของกระบวนการตรวจสอบภายในเรียงลำดับตามข้อใด

ก.    การวางแผน การปฏิบัติงานตรวจสอบ การรายงานผล และการติดตามผล

ข.    การรายงานผล การวางแผน การติดตามผล แล้วจึงปฏิบัติงาน

ค.    การติดตามผล การปฏิบัติงาน การวางแผน และการรายงานผล

ง.     การปฏิบัติงานตรวจสอบ การติดตามผล การรายงานผล แล้วจึงวางแผน

  1. ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตรวจสอบภาคสนาม ผู้ตรวจสอบควรทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก

ก.    สรุปผลการตรวจสอบทันที

ข.    ออกรายงานฉบับสมบูรณ์

ค.    ทำความเข้าใจกิจกรรมที่จะตรวจสอบ ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น และกำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขต

ง.     ติดตามผลการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ

  1. การประชุมระหว่างผู้ตรวจสอบกับผู้รับตรวจเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ ขอบเขต และกำหนดการตรวจสอบ เรียกว่าอะไร

ก.    การประชุมเปิดการตรวจสอบ (Entrance/Opening Meeting)

ข.    การประชุมปิดบัญชี

ค.    การประชุมผู้ถือหุ้น

ง.     การประชุมจัดซื้อ

  1. กระดาษทำการ (Working Paper) มีวัตถุประสงค์หลักข้อใด

ก.    ใช้เป็นเอกสารส่วนตัวของผู้ตรวจสอบเพื่อเผยแพร่

ข.    ใช้แทนรายงานการเงิน

ค.    บันทึกงานที่ทำ หลักฐานที่ได้ และข้อสรุปเพื่อสนับสนุนผลการตรวจสอบ

ง.     ใช้เป็นใบเสร็จรับเงิน

  1. หลักฐานการตรวจสอบที่ดีควรมีคุณสมบัติข้อใด

ก.    เพียงพอ เชื่อถือได้ เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์

ข.    มีจำนวนน้อยที่สุดเท่านั้น

ค.    ได้จากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว

ง.     ได้จากผู้รับตรวจโดยไม่ต้องตรวจสอบ

  1. หลักฐานใดน่าเชื่อถือน้อยที่สุด

ก.    เอกสารที่ได้รับตรงจากบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระ

ข.    คำบอกเล่าด้วยวาจาที่ไม่มีเอกสารหรือหลักฐานอื่นสนับสนุน

ค.    ผลการตรวจนับทรัพย์สินโดยผู้ตรวจสอบเอง

ง.     การสังเกตการณ์โดยตรงของผู้ตรวจสอบ

  1. การคำนวณตัวเลขในเอกสารซ้ำเพื่อทดสอบความถูกต้องทางคณิตศาสตร์ เรียกว่าเทคนิคใด

ก.    การสังเกตการณ์ (Observation)

ข.    การยืนยันยอด (Confirmation)

ค.    การคำนวณซ้ำ (Recalculation)

ง.     การสอบถาม (Inquiry)

  1. วิธีวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ (Analytical Procedures) ใช้ทำอะไร

ก.    นับเงินสดคงเหลือทุกวัน

ข.    ตรวจลายมือชื่อบนเอกสารทุกฉบับ

ค.    เปรียบเทียบแนวโน้ม อัตราส่วน หรือความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อหาความผิดปกติ

ง.     บันทึกรายการบัญชีแทนฝ่ายการเงิน

  1. ข้อดีที่สำคัญของการสุ่มตัวอย่างเชิงสถิติ (Statistical Sampling) คือข้อใด

ก.    ไม่ต้องใช้ดุลยพินิจใด ๆ เลย

ข.    ใช้ได้เฉพาะเมื่อมีรายการเพียงรายการเดียว

ค.    สามารถวัดความเสี่ยงจากการสุ่ม และขยายผลสรุปไปยังประชากรได้อย่างมีหลักการ

ง.     ทำให้ไม่ต้องเก็บหลักฐาน

  1. ในการเขียนข้อตรวจพบ “เกณฑ์ (Criteria)” หมายถึงข้อใด

ก.    สิ่งที่ตรวจพบจริง

ข.    สาเหตุของปัญหา

ค.    ผลกระทบที่เกิดขึ้น

ง.     สิ่งที่ควรจะเป็น เช่น กฎหมาย ระเบียบ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติที่ดี

  1. ในการเขียนข้อตรวจพบ “สภาพที่พบ (Condition)” หมายถึงข้อใด

ก.    สิ่งที่ผู้ตรวจสอบพบจากการปฏิบัติงานจริง

ข.    มาตรฐานที่ควรปฏิบัติ

ค.    ข้อเสนอแนะในการแก้ไข

ง.     เจตนาของผู้ปฏิบัติงาน

  1. การระบุสาเหตุ (Cause) ในข้อตรวจพบมีประโยชน์อย่างไร

ก.    ช่วยกล่าวโทษบุคคลโดยตรง

ข.    ช่วยให้ข้อเสนอแนะแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหา

ค.    ช่วยให้รายงานสั้นลงโดยไม่ต้องมีรายละเอียด

ง.     ไม่มีประโยชน์ใด ๆ

  1. ก่อนออกรายงานฉบับสมบูรณ์ ผู้ตรวจสอบควรทำอย่างไรกับร่างรายงาน

ก.    เก็บเป็นความลับจากผู้รับตรวจตลอดไป

ข.    ลบข้อตรวจพบที่ผู้รับตรวจไม่พอใจทั้งหมด

ค.    ส่งให้ผู้รับตรวจพิจารณาและชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน

ง.     เผยแพร่ต่อสาธารณะทันที

  1. ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่ดีของรายงานการตรวจสอบ

ก.    ชัดเจน กระชับ เที่ยงธรรม และทันเวลา

ข.    ใช้ภาษาคลุมเครือเพื่อไม่ให้ใครไม่พอใจ

ค.    ยาวมากโดยไม่เน้นสาระสำคัญ

ง.     ออกล่าช้าเพื่อความรอบคอบเกินจำเป็น

  1. การติดตามผล (Follow-up) ของผู้ตรวจสอบภายในมีวัตถุประสงค์หลักข้อใด

ก.    เพิ่มงบประมาณให้ผู้ตรวจสอบ

ข. ตรวจสอบว่าฝ่ายบริหารได้แก้ไขหรือปรับปรุงตามข้อเสนอแนะหรือยอมรับความเสี่ยงที่เหลืออยู่แล้ว

ค.    ลงโทษผู้ปฏิบัติงานทุกราย

ง.     ยกเลิกการตรวจสอบรอบถัดไป

หมวดที่ 6 การทุจริตและการสืบสวน

  1. ทฤษฎีสามเหลี่ยมการทุจริต (Fraud Triangle) ประกอบด้วยองค์ประกอบใด

ก.    แรงกดดัน/แรงจูงใจ โอกาส และการหาเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำ

ข.    ต้นทุน กำไร และรายได้

ค.    การวางแผน การจัดองค์การ และการควบคุม

ง.     ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์

  1. ภาระหนี้สินส่วนตัวที่หนักของพนักงาน จัดเป็นองค์ประกอบใดของ Fraud Triangle

ก.    โอกาส (Opportunity)

ข.    การหาเหตุผลสนับสนุน (Rationalization)

ค.    การตรวจพบ (Detection)

ง.     แรงกดดัน/แรงจูงใจ (Pressure/Incentive)

  1. การที่ระบบควบคุมภายในอ่อนแอและไม่มีผู้ตรวจสอบสอบทาน จัดเป็นองค์ประกอบใดของ Fraud Triangle

ก.    โอกาส (Opportunity)

ข.    แรงกดดัน (Pressure)

ค.    การหาเหตุผลสนับสนุน (Rationalization)

ง.     จริยธรรมที่ดี

  1. ข้อความ “ฉันแค่ยืมเงินไปใช้ก่อน เดี๋ยวก็นำมาคืน” สะท้อนองค์ประกอบใดของ Fraud Triangle

ก.    โอกาส (Opportunity)

ข.    แรงกดดัน (Pressure)

ค.    ความสามารถ (Capability)

ง.     การหาเหตุผลสนับสนุนการกระทำ (Rationalization)

  1. ข้อใดเป็นสัญญาณเตือน (Red Flag) ของการทุจริตที่ผู้ตรวจสอบควรให้ความสนใจ

ก.    เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบอย่างสม่ำเสมอ

ข.    มีการหมุนเวียนงานตามแผน

ค.    เอกสารครบถ้วนและมีผู้ตรวจทาน

ง.     เจ้าหน้าที่การเงินไม่เคยลาพักผ่อนและไม่ยอมให้ผู้อื่นทำงานแทน

  1. การนำเงินที่รับจากลูกหนี้รายใหม่ไปปิดยอดค้างชำระของลูกหนี้รายเก่าเพื่อปกปิดการยักยอก เรียกว่าอะไร

ก.    การกระทบยอด (Reconciliation)

ข.    การเลื่อนยอดปิดบัญชี (Lapping)

ค.    การตีราคาใหม่ (Revaluation)

ง.     การหักกลบลบหนี้โดยชอบ

  1. วิธีใดช่วยตรวจพบผู้ขายสมมติ (Fictitious Vendor) ได้ดีที่สุด

ก.    สอบถามเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้ขายสมมติหรือไม่

ข.    รอให้ผู้ขายแจ้งเอง

ค.    ตรวจเฉพาะความสวยงามของเอกสาร

ง.     เปรียบเทียบข้อมูลที่อยู่ เลขบัญชี และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ขายกับข้อมูลของพนักงาน

  1. หน่วยงานใดมีอำนาจหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติและกรณีทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ก.    กรมสรรพากร

ข.    คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ค.    สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ง.     กรมการขนส่งทางบก

หมวดที่ 7 การเงิน บัญชี และพัสดุ

  1. การบันทึกบัญชีตามเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) หมายถึงข้อใด

ก.    รับรู้รายได้เมื่อเกิดรายได้และค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดค่าใช้จ่าย โดยไม่คำนึงว่าได้รับหรือจ่ายเงินสดแล้วหรือไม่

ข.    บันทึกเมื่อมีการรับหรือจ่ายเงินสดเท่านั้น

ค.    บันทึกเฉพาะรายการสิ้นปี

ง.     ไม่ต้องบันทึกรายการค้างจ่าย

  1. สมการบัญชีที่ถูกต้องคือข้อใด

ก.    สินทรัพย์ = หนี้สิน − ทุน

ข.    สินทรัพย์ + หนี้สิน = ทุน

ค.    รายได้ = สินทรัพย์ + หนี้สิน

ง.     สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ (ทุน)

  1. วัตถุประสงค์หลักของการจัดทำงบกระทบยอดเงินฝากธนาคารคือข้อใด

ก.    เพื่อลดภาษีเงินได้

ข.    เพื่อเพิ่มดอกเบี้ยรับ

ค.    เพื่อเปรียบเทียบยอดตามบัญชีกับยอดตามใบรับรองหรือรายการเคลื่อนไหวของธนาคาร และหาสาเหตุของผลต่าง

ง.     เพื่อยกเลิกบัญชีเงินฝาก

  1. สินทรัพย์ราคาทุน 100,000 บาท ราคาซาก 10,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี ค่าเสื่อมราคาต่อปีตามวิธีเส้นตรงเป็นเท่าใด

ก.    18,000 บาท

ข.    20,000 บาท

ค.    22,000 บาท

ง.     10,000 บาท

  1. พระราชบัญญัติที่ใช้บังคับกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐในปัจจุบัน คือฉบับใด

ก.    พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน

ข.    พระราชบัญญัติภาษีป้ายและทะเบียนยานพาหนะ

ค.    พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ง.     พระราชบัญญัติการสาธารณสุข

  1. ระบบ e-GP ในงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ คือข้อใด

ก.    ระบบบัญชีเงินเดือน

ข.    ระบบทะเบียนราษฎร

ค.    ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์

ง.     ระบบจองตั๋วเดินทาง

  1. การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างเป็นหลายครั้งเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องใช้วิธีการจัดซื้อที่เข้มงวดกว่า ถือเป็นอย่างไรในมุมมองการตรวจสอบ

ก.    แนวปฏิบัติที่ดีในการประหยัดงบประมาณ

ข.    สัญญาณเตือนของการหลีกเลี่ยงระเบียบและอาจเป็นการทุจริต

ค.    การควบคุมภายในที่ดี

ง.     เรื่องปกติที่ไม่ต้องตรวจสอบ

หมวดที่ 8 เทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลส่วนบุคคล และการปฏิบัติตนของผู้ตรวจสอบ

  1. ข้อใดเป็นการควบคุมการเข้าถึงทางตรรกะ (Logical Access Control) ในระบบสารสนเทศ

ก.    การติดตั้งกุญแจประตูห้องเซิร์ฟเวอร์

ข.    การติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้าอาคาร

ค.    การกำหนดรหัสผ่านและสิทธิ์ผู้ใช้ตามหน้าที่

ง.     การจัดเวรยามรักษาความปลอดภัย

  1. ข้อใดเป็นแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการสำรองข้อมูลและแผนกู้คืนระบบ

ก.    สำรองข้อมูลครั้งเดียวแล้วไม่ต้องทดสอบ

ข.    เก็บข้อมูลสำรองไว้ในเครื่องเดียวกับข้อมูลต้นฉบับ

ค.    ไม่จำเป็นต้องมีแผนกู้คืน

ง.     จัดทำสำรองข้อมูลสม่ำเสมอ เก็บแยกสถานที่ และทดสอบการกู้คืนเป็นระยะ

  1. กฎหมายที่ใช้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน ของสมาชิกกองทุน คือฉบับใด

ก.    พระราชบัญญัติการเดินอากาศ

ข.    พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ค.    พระราชบัญญัติโรงงาน

ง.     พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ว่าด้วยเพลงเท่านั้น

  1. เทคนิคการตรวจสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย เช่น การใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทั้งชุด เรียกว่าอะไร

ก.    MRP (Material Requirements Planning)

ข.    CRM (Customer Relationship Management)

ค.    HRIS (Human Resource Information System)

ง.     CAATs (Computer-Assisted Audit Techniques)

  1. เมื่อผู้ตรวจสอบภายในพบข้อบ่งชี้ว่าอาจมีการทุจริตร้ายแรง ควรปฏิบัติอย่างไร

ก.    รักษาหลักฐานและรายงานผู้บริหารสูงสุดหรือผู้มีอำนาจโดยทันทีตามช่องทางที่กำหนด

ข.    ปกปิดเรื่องเงียบไว้เพื่อไม่ให้องค์กรเสียชื่อเสียง

ค.    เผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ทันที

ง.        เผชิญหน้าและกล่าวหาผู้ต้องสงสัยด้วยตนเองโดยไม่มีหลักฐาน

รูปแบบการสั่งซื้อ

เฉลยข้อสอบ

ข้อ เฉลย ข้อ เฉลย ข้อ เฉลย ข้อ เฉลย ข้อ เฉลย
1 ง 21 ข 41 ข 61 ค 81 ก
2 ข 22 ค 42 ก 62 ข 82 ง
3 ค 23 ง 43 ข 63 ข 83 ก
4 ก 24 ค 44 ง 64 ค 84 ง
5 ข 25 ก 45 ค 65 ข 85 ง
6 ง 26 ก 46 ข 66 ก 86 ข
7 ก 27 ข 47 ค 67 ค 87 ง
8 ค 28 ค 48 ง 68 ก 88 ข
9 ค 29 ก 49 ง 69 ค 89 ก
10 ก 30 ก 50 ข 70 ก 90 ง
11 ข 31 ข 51 ก 71 ข 91 ค
12 ค 32 ง 52 ค 72 ค 92 ก
13 ก 33 ง 53 ข 73 ค 93 ค
14 ง 34 ก 54 ง 74 ค 94 ค
15 ง 35 ก 55 ข 75 ง 95 ข
16 ค 36 ก 56 ข 76 ก 96 ค
17 ค 37 ง 57 ข 77 ข 97 ง
18 ก 38 ก 58 ข 78 ค 98 ข
19 ง 39 ง 59 ง 79 ก 99 ง
20 ง 40 ค 60 ง 80 ข 100 ก