แนวข้อสอบ ตำแหน่งพนักงานโยธา กรมทางหลวง
ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง จำนวน 100 ข้อ (ปรนัย 4 ตัวเลือก)
คำชี้แจง: ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว เฉลยอยู่ท้ายเอกสาร
หมายเหตุ: ข้อสอบนี้จัดทำเป็นแนวสำหรับฝึกทบทวน ไม่ใช่ข้อสอบจริง ควรตรวจสอบค่ามาตรฐานและข้อกฎหมายกับฉบับล่าสุดของกรมทางหลวงและราชกิจจานุเบกษาอีกครั้งก่อนสอบ
|
หมวดเนื้อหา |
ข้อที่ |
|
หมวดที่ 1 กฎหมายและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกรมทางหลวง |
1 – 10 (10 ข้อ) |
|
หมวดที่ 2 งานสำรวจ |
11 – 20 (10 ข้อ) |
|
หมวดที่ 3 วิศวกรรมงานทางและการออกแบบทางเรขาคณิต |
21 – 35 (15 ข้อ) |
|
หมวดที่ 4 ดินและวัสดุชั้นทาง |
36 – 50 (15 ข้อ) |
|
หมวดที่ 5 แอสฟัลต์และผิวทาง |
51 – 60 (10 ข้อ) |
|
หมวดที่ 6 คอนกรีตและเหล็กเสริม |
61 – 70 (10 ข้อ) |
|
หมวดที่ 7 สะพาน โครงสร้าง และกลศาสตร์วิศวกรรม |
71 – 80 (10 ข้อ) |
|
หมวดที่ 8 งานระบายน้ำและชลศาสตร์ |
81 – 90 (10 ข้อ) |
|
หมวดที่ 9 การบริหารงานก่อสร้าง ความปลอดภัย และการบำรุงรักษาทาง |
91 – 100 (10 ข้อ) |
|
รวม |
100 ข้อ |
หมวดที่ 1 กฎหมายและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกรมทางหลวง
- ตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 ทางหลวงแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. 3 ประเภท
ข. 4 ประเภท
ค. 6 ประเภท
ง. 5 ประเภท
- ทางหลวงที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อให้การจราจรผ่านได้โดยเฉพาะ และกำหนดให้เข้า-ออกได้เฉพาะที่ที่กำหนด เรียกว่า
ก. ทางหลวงแผ่นดิน
ข. ทางหลวงชนบท
ค. ทางหลวงท้องถิ่น
ง. ทางหลวงพิเศษ
- กรมทางหลวงสังกัดกระทรวงใด
ก. กระทรวงมหาดไทย
ข. กระทรวงพาณิชย์
ค. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ง. กระทรวงคมนาคม
- ทางหลวงชนบทตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด
ก. กรมการขนส่งทางบก
ข. กรมทางหลวงชนบท
ค. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ง. กรมโยธาธิการและผังเมือง
- ทางหลวงท้องถิ่นเป็นทางหลวงที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานใด
ก. กรมทางหลวง
ข. กรมทางหลวงชนบท
ค. กรมการขนส่งทางบก
ง. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ทางหลวงหมายเลข 1 คือถนนสายใด
ก. ถนนมิตรภาพ
ข. ถนนสุขุมวิท
ค. ถนนพหลโยธิน
ง. ถนนเพชรเกษม
- ทางหลวงหมายเลข 4 คือถนนสายใด
ก. ถนนพหลโยธิน
ข. ถนนเพชรเกษม
ค. ถนนมิตรภาพ
ง. ถนนสุขุมวิท
- ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายใด
ก. พ.ร.บ.วิศวกร พ.ศ. 2542
ข. พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ค. พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2562
ง. พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535
- ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยงานของรัฐ เมื่อกระทำละเมิดโดย
ก. จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ข. ประมาทเลินเล่อเล็กน้อย
ค. ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาทุกกรณี
ง. ทุกกรณีโดยไม่พิจารณาเจตนา
- ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 วิธีที่เชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขอย่างน้อย 3 ราย เข้ายื่นข้อเสนอ เรียกว่า
ก. วิธีเฉพาะเจาะจง
ข. วิธีคัดเลือก
ค. วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ง. วิธีสอบราคา
หมวดที่ 2 งานสำรวจ
- เครื่องมือสำรวจที่ใช้วัดมุมราบและมุมดิ่ง คือ
ก. กล้องระดับ (Level)
ข. กล้องธีโอโดไลต์ (Theodolite)
ค. เทปวัดระยะ
ง. ไม้ระดับ
- เครื่องมือที่ใช้หาค่าความต่างระดับระหว่างจุดต่าง ๆ โดยตรง คือ
ก. พลานิมิเตอร์
ข. กล้องระดับ (Level)
ค. เข็มทิศปริซึม
ง. เครื่องวัดมุมเอียงมือถือ
- การอ่านค่าไม้ระดับหลัง (Back Sight, BS) หมายถึง
ก. การอ่านไม้ระดับที่จุดซึ่งต้องการหาค่าระดับ
ข. การอ่านไม้ระดับที่จุดเปลี่ยนกล้อง
ค. การอ่านไม้ระดับครั้งสุดท้ายของการวัด
ง. การอ่านไม้ระดับที่จุดซึ่งทราบค่าระดับแล้ว
- จุด BM มีระดับ +100.000 ม. อ่านไม้ระดับหลัง (BS) ได้ 1.250 ม. และอ่านไม้ระดับหน้า (FS) ที่จุด A ได้ 2.350 ม. ระดับของจุด A เท่ากับ
ก. 101.100 ม.
ข. 98.900 ม.
ค. 103.600 ม.
ง. 97.800 ม.
- ผลรวมมุมภายในของรูปหลายเหลี่ยมปิด 6 ด้าน มีค่าเท่าใด
ก. 540 องศา
ข. 720 องศา
ค. 900 องศา
ง. 360 องศา
- แผนที่มาตราส่วน 1:500 วัดระยะบนแผนที่ได้ 4 ซม. ระยะจริงในสนามเท่ากับ
ก. 2 ม.
ข. 200 ม.
ค. 20 ม.
ง. 80 ม.
- การหาตำแหน่งสามมิติด้วยระบบดาวเทียม GNSS ต้องรับสัญญาณดาวเทียมอย่างน้อยกี่ดวง
ก. 4 ดวง
ข. 2 ดวง
ค. 3 ดวง
ง. 1 ดวง
- เส้นชั้นความสูง (Contour) ที่อยู่ชิดกันมากบนแผนที่ แสดงว่าภูมิประเทศบริเวณนั้น
ก. มีความลาดชันสูง
ข. เป็นที่ราบเรียบ
ค. เป็นแอ่งน้ำ
ง. มีระดับเท่ากันทั้งหมด
- ทิศทางแบบ Bearing S 30° E เทียบเป็นมุมแอซิมัท (Azimuth) ได้เท่ากับ
ก. 150°
ข. 30°
ค. 120°
ง. 210°
- เครื่องมือสำรวจที่วัดมุมและระยะทางได้พร้อมกันด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ คือ
ก. Dumpy Level
ข. Total Station
ค. Plane Table
ง. Pantograph
หมวดที่ 3 วิศวกรรมงานทางและการออกแบบทางเรขาคณิต
- โครงสร้างทางแบบยืดหยุ่น เรียงลำดับจากบนลงล่างถูกต้องตามข้อใด
ก. พื้นทาง – ผิวทาง – รองพื้นทาง – ดินคันทาง
ข. ผิวทาง – รองพื้นทาง – พื้นทาง – ดินคันทาง
ค. ผิวทาง – พื้นทาง – รองพื้นทาง – ดินคันทาง
ง. ดินคันทาง – รองพื้นทาง – พื้นทาง – ผิวทาง
- ความเร็วออกแบบ (Design Speed) คือ
ก. ความเร็วเฉลี่ยของรถทุกคันบนถนน
ข. ความเร็วที่ใช้เป็นเกณฑ์กำหนดลักษณะทางเรขาคณิตของถนน
ค. ความเร็วสูงสุดที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้
ง. ความเร็วที่รถบรรทุกวิ่งได้ขณะบรรทุกเต็ม
- การยกโค้ง (Superelevation) ในทางโค้ง คือ
ก. การขยายความกว้างผิวทางในทางโค้ง
ข. การเพิ่มความลาดชันตามยาวของถนน
ค. การเพิ่มระยะมองเห็นในทางโค้ง
ง. การทำให้ผิวทางเอียงลาดต่ำเข้าหาจุดศูนย์กลางโค้ง
- ทางโค้งรัศมี 150 ม. ความเร็วออกแบบ 60 กม./ชม. อัตราการยกโค้ง e = 0.06 ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานด้านข้างที่ต้องการ (f) ตามสูตร e + f = V²/(127R) มีค่าประมาณ
ก. 0.13
ข. 0.19
ค. 0.06
ง. 0.25
- ระยะมองเห็นเพื่อการหยุดรถ (Stopping Sight Distance) ประกอบด้วย
ก. ระยะที่ใช้ในการแซงรถคันหน้า
ข. ระยะเบรกเพียงอย่างเดียว
ค. ระยะที่รถวิ่งขณะตอบสนอง รวมกับระยะเบรกจนหยุดสนิท
ง. ระยะจากป้ายเตือนถึงจุดอันตราย
- รถวิ่งด้วยความเร็ว 72 กม./ชม. เวลาตอบสนองของผู้ขับ 2.5 วินาที ระยะที่รถวิ่งในช่วงตอบสนองเท่ากับ
ก. 20 ม.
ข. 72 ม.
ค. 180 ม.
ง. 50 ม.
- ถนนมีความลาดชันตามยาว 3% หมายความว่า
ก. ระดับเปลี่ยนไป 30 ม. ต่อระยะราบ 100 ม.
ข. ระดับเปลี่ยนไป 0.3 ม. ต่อระยะราบ 100 ม.
ค. ระดับเปลี่ยนไป 3 ม. ต่อระยะราบ 1,000 ม.
ง. ระดับเปลี่ยนไป 3 ม. ต่อระยะราบ 100 ม.
- ความลาดชันขวาง (Cross Slope) ของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตบนทางตรงตามมาตรฐานทั่วไปของกรมทางหลวง มีค่าประมาณ
ก. 2%
ข. 6%
ค. 0.5%
ง. 10%
- เส้นโค้งตั้ง (Vertical Curve) ที่นิยมใช้ในการออกแบบทางหลวง มีลักษณะเป็นเส้นโค้งแบบ
ก. วงกลมเต็มวง
ข. พาราโบลา
ค. วงรี
ง. ไฮเพอร์โบลา
- ทางโค้งช่วงต่อ (Transition Curve / Spiral) ใช้เพื่อ
ก. เพิ่มความเร็วของรถในทางโค้ง
ข. ลดค่าก่อสร้างเพราะใช้ระยะทางสั้นลง
ค. เพิ่มความลาดชันตามยาว
ง. เปลี่ยนความโค้งและการยกโค้งจากทางตรงสู่ทางโค้งอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ระดับการให้บริการของถนน (Level of Service) ระดับที่ดีที่สุดคือ
ก. LOS C
ข. LOS E
ค. LOS A
ง. LOS F
- ADT ย่อมาจาก
ก. Annual Design Traffic หมายถึง ปริมาณจราจรออกแบบรายปี
ข. Average Daily Traffic หมายถึง ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวัน
ค. Axle Dynamic Test หมายถึง การทดสอบน้ำหนักเพลา
ง. Average Driving Time หมายถึง เวลาขับขี่เฉลี่ย
- ไหล่ทาง (Shoulder) มีหน้าที่สำคัญข้อใด
ก. เป็นช่องจราจรสำหรับรถบรรทุกหนัก
ข. ใช้เป็นที่กองวัสดุถาวร
ค. ใช้ปลูกต้นไม้บังแดด
ง. เป็นที่จอดรถฉุกเฉินและช่วยรองรับโครงสร้างผิวทางด้านข้าง
- ระยะมองเห็นเพื่อการแซง (Passing Sight Distance) ใช้ในการออกแบบถนนประเภทใด
ก. ถนนสองช่องจราจรสวนทางกัน
ข. ทางหลวงพิเศษที่มีเกาะกลาง
ค. ทางแยกต่างระดับ
ง. ถนนทางเดียว (One-way)
- ป้ายจราจรที่มีรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด พื้นสีเหลือง คือป้ายประเภทใด
ก. ป้ายบังคับ
ข. ป้ายแนะนำ
ค. ป้ายเตือน
ง. ป้ายบริการ
หมวดที่ 4 ดินและวัสดุชั้นทาง
- การทดสอบค่า CBR (California Bearing Ratio) ใช้เพื่อ
ก. ประเมินกำลังรับน้ำหนักของดินหรือวัสดุชั้นทาง
ข. หาขนาดคละของมวลรวม
ค. หาค่าความเป็นกรดด่างของดิน
ง. หาอัตราการซึมน้ำของดิน
- ดินมีค่า LL = 45% และ PL = 25% ดัชนีความเหนียว (Plasticity Index) เท่ากับ
ก. 20%
ข. 70%
ค. 45%
ง. 25%
- การทดสอบการบดอัดแบบ Modified Proctor เมื่อเทียบกับ Standard Proctor ใช้พลังงานบดอัด
ก. ต่ำกว่า
ข. สูงกว่า
ค. เท่ากัน
ง. ไม่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
- วิธีทดสอบหาความหนาแน่นของชั้นดินที่บดอัดในสนามที่นิยม คือ
ก. วิธีหาขนาดคละ (Sieve Analysis)
ข. วิธีมาร์แชล (Marshall)
ค. วิธีกรวยทราย (Sand Cone)
ง. วิธีลอสแองเจลิส (LA Abrasion)
- ความชื้นเหมาะสม (OMC) คือ ปริมาณความชื้นที่ทำให้ดิน
ก. ได้ความหนาแน่นแห้งสูงสุดเมื่อบดอัดด้วยพลังงานที่กำหนด
ข. มีกำลังรับแรงเฉือนต่ำที่สุด
ค. มีความพรุนสูงสุด
ง. มีค่าขีดเหลวสูงสุด
- ในระบบจำแนกดินของ AASHTO ดินกลุ่มใดมีคุณภาพเป็นวัสดุชั้นทางต่ำที่สุดในบรรดาตัวเลือก
ก. A-1
ข. A-2
ค. A-3
ง. A-7
- ในระบบจำแนกดินแบบ USCS สัญลักษณ์ CH หมายถึง
ก. ดินตะกอนที่มีความเหนียวต่ำ
ข. ดินเหนียวที่มีความเหนียวสูง
ค. กรวดคละดี
ง. ทรายปนดินเหนียว
- สัญลักษณ์ SP ในระบบ USCS หมายถึง
ก. ทรายเม็ดคละดี
ข. ทรายเม็ดคละไม่ดี
ค. ดินตะกอนความเหนียวสูง
ง. กรวดปนทราย
- การทดสอบ Los Angeles Abrasion ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติใดของมวลรวม
ก. ขนาดคละ
ข. ความถ่วงจำเพาะ
ค. การดูดซึมน้ำ
ง. ความทนทานต่อการสึกหรอ
- การวิเคราะห์ด้วยตะแกรง (Sieve Analysis) ใช้เพื่อหา
ก. ค่าขีดเหลวของดิน
ข. กำลังอัดของคอนกรีต
ค. ค่าความหนืดของแอสฟัลต์
ง. การกระจายขนาดคละของเม็ดวัสดุ
- ชั้นพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base) ตามมาตรฐานกรมทางหลวง กำหนดค่า CBR ไม่น้อยกว่า
ก. 25%
ข. 10%
ค. 5%
ง. 80%
- ชั้นรองพื้นทางวัสดุมวลรวม (Soil Aggregate Subbase) ตามมาตรฐานกรมทางหลวง กำหนดค่า CBR ไม่น้อยกว่า
ก. 25%
ข. 80%
ค. 100%
ง. 5%
- การปรับปรุงดินด้วยปูนซีเมนต์ (Soil Cement) ช่วยให้ดิน
ก. มีกำลังเพิ่มขึ้นและลดความไวต่อน้ำ
ข. มีความเหนียวเพิ่มขึ้น
ค. ยุบตัวง่ายขึ้น
ง. ซึมน้ำได้มากขึ้น
- ดินที่มีค่า Plasticity Index สูง แสดงว่า
ก. เป็นทรายสะอาด
ข. เป็นดินเหนียวที่มีความเหนียวสูงและเปลี่ยนแปลงปริมาตรมาก
ค. เป็นกรวดคละดี
ง. ไม่มีความชื้นในดิน
- การบดอัดดินที่ความชื้นสูงกว่า OMC มาก ๆ จะทำให้
ก. ความหนาแน่นแห้งสูงสุด
ข. กำลังดินเพิ่มขึ้นมาก
ค. ความหนาแน่นแห้งลดลงและดินเกิดสภาพยวบ
ง. บดอัดได้ง่ายและแน่นขึ้น
หมวดที่ 5 แอสฟัลต์และผิวทาง
- แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete) ประกอบด้วย
ก. ปูนซีเมนต์ผสมน้ำและทราย
ข. มวลรวมผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์
ค. ดินผสมปูนขาว
ง. หินคลุกผสมน้ำเท่านั้น
- แอสฟัลต์ซีเมนต์เกรด AC 60-70 ตัวเลข 60-70 หมายถึงค่าใด
ก. จุดวาบไฟ (องศาเซลเซียส)
ข. ความหนืด (Pa·s)
ค. ค่าการยุบตัว (Penetration) หน่วย 0.1 มม.
ง. อุณหภูมิผสม (องศาเซลเซียส)
- การราดแทคโค้ต (Tack Coat) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ
ก. ให้ชั้นแอสฟัลต์ใหม่ยึดเกาะกับผิวทางเดิม
ข. ป้องกันน้ำซึมผ่านพื้นทางถาวร
ค. เพิ่มความหนาของผิวทาง
ง. ลดอุณหภูมิผิวทาง
- การราดไพรม์โค้ต (Prime Coat) ปกติราดลงบนผิวของชั้นใด
ก. ชั้นผิวทางแอสฟัลต์เดิม
ข. ผิวคอนกรีตเดิม
ค. ชั้นพื้นทาง (เช่น หินคลุก)
ง. ชั้นดินถมคันทางที่ยังไม่บดอัด
- วิธีมาร์แชล (Marshall Method) ใช้เพื่อ
ก. ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและหาปริมาณแอสฟัลต์ที่เหมาะสม
ข. ทดสอบกำลังอัดคอนกรีต
ค. ทดสอบค่า CBR ของดิน
ง. หาขนาดคละของทราย
- ความเสียหายของผิวทางที่เป็นร่องลึกตามแนวล้อรถ เรียกว่า
ก. รอยแตกลายหนังจระเข้ (Alligator Cracking)
ข. การเยิ้ม (Bleeding)
ค. ร่องล้อ (Rutting)
ง. การหลุดร่อน (Raveling)
- รอยแตกลายหนังจระเข้ (Alligator Cracking) มีสาเหตุหลักจาก
ก. การใช้แอสฟัลต์มากเกินไปจนลอยตัวขึ้นผิว
ข. การล้าของโครงสร้างทางจากน้ำหนักบรรทุกซ้ำ ๆ เกินกำลัง
ค. การราดแทคโค้ตมากเกินไป
ง. การทาสีเครื่องหมายจราจรผิดตำแหน่ง
- ปรากฏการณ์ที่แอสฟัลต์ลอยขึ้นมาบนผิวทางเป็นแผ่นมันเงา เนื่องจากใช้ปริมาณแอสฟัลต์มากเกินไป เรียกว่า
ก. การเยิ้ม (Bleeding)
ข. ร่องล้อ (Rutting)
ค. การหลุดร่อน (Raveling)
ง. การเป็นลอนคลื่น (Corrugation)
- รถบดล้อยาง (Pneumatic Tired Roller) ในงานแอสฟัลต์คอนกรีต ใช้บดอัดในขั้นตอนใดเป็นหลัก
ก. การปรับระดับผิวดินเดิม
ข. การเตรียมไพรม์โค้ต
ค. การผสมวัสดุในโรงงาน
ง. การบดอัดขั้นกลาง
- เครื่องจักรที่ใช้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้ความหนาและระดับตามที่กำหนด คือ
ก. เครื่องปูแอสฟัลต์ (Asphalt Paver)
ข. รถขุด (Excavator)
ค. รถปราบดิน (Bulldozer)
ง. รถเกรด (Motor Grader)
หมวดที่ 6 คอนกรีตและเหล็กเสริม
- การทดสอบค่ายุบตัว (Slump Test) ใช้วัดคุณสมบัติใดของคอนกรีตสด
ก. กำลังอัดที่อายุ 28 วัน
ข. ความข้นเหลวหรือความสามารถในการเทได้
ค. ความหนาแน่นแห้ง
ง. ความทนต่อซัลเฟต
- ตามมาตรฐานทั่วไป การทดสอบกำลังอัดของคอนกรีตมักทดสอบที่อายุกี่วัน
ก. 28 วัน
ข. 3 วัน
ค. 14 วัน
ง. 90 วัน
- ตัวอย่างคอนกรีตที่นิยมใช้ทดสอบกำลังอัดในประเทศไทย คือ
ก. ทรงกระบอกขนาด 50 × 100 มม.
ข. ลูกบาศก์ขนาด 50 มม.
ค. ทรงกระบอกขนาด 150 × 300 มม.
ง. ปริซึมขนาด 100 × 100 × 500 มม.
- เมื่ออัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ (w/c) ต่ำลง โดยคอนกรีตยังเทและอัดแน่นได้ดี คอนกรีตจะมีแนวโน้ม
ก. กำลังต่ำลง
ข. พรุนมากขึ้น
ค. กำลังสูงขึ้นและทนทานขึ้น
ง. หดตัวมากขึ้นโดยไม่มีข้อดี
- ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 3 เหมาะกับงานที่ต้องการ
ก. ความร้อนจากปฏิกิริยาต่ำ
ข. กำลังสูงเร็ว
ค. ทนซัลเฟตสูงเป็นพิเศษ
ง. ผิวสีขาวเพื่อความสวยงาม
- การบ่มคอนกรีต (Curing) มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ก. ทำให้คอนกรีตแห้งเร็วที่สุด
ข. ลดน้ำหนักคอนกรีต
ค. เพิ่มค่ายุบตัว
ง. รักษาความชื้นและอุณหภูมิให้ซีเมนต์ทำปฏิกิริยาได้อย่างต่อเนื่อง
- เหล็กเส้นกลม SR24 มีกำลังครากขั้นต่ำประมาณ
ก. 2,400 กก./ซม.²
ข. 240 กก./ซม.²
ค. 3,000 กก./ซม.²
ง. 4,000 กก./ซม.²
- เหล็กข้ออ้อย SD40 มีกำลังครากขั้นต่ำประมาณ
ก. 2,400 กก./ซม.²
ข. 3,000 กก./ซม.²
ค. 4,000 กก./ซม.²
ง. 5,000 กก./ซม.²
- ระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Cover) ของเหล็กเสริมมีไว้เพื่อ
ก. ลดปริมาณเหล็กเสริม
ข. ป้องกันเหล็กเสริมจากการกัดกร่อนและความร้อน
ค. เพิ่มค่ายุบตัว
ง. ให้คอนกรีตแข็งตัวช้าลง
- เหล็กเดือย (Dowel Bar) ที่รอยต่อตามขวางของผิวทางคอนกรีต ทำหน้าที่
ก. ยึดแผ่นพื้นต่างแถวไม่ให้แยกจากกัน
ข. เพิ่มความฝืดผิวทาง
ค. ถ่ายแรงเฉือนระหว่างแผ่นพื้นที่อยู่ติดกัน
ง. ระบายน้ำใต้แผ่นพื้น
หมวดที่ 7 สะพาน โครงสร้าง และกลศาสตร์วิศวกรรม
- แผ่นรองคานสะพาน (Bearing) มีหน้าที่หลักคือ
ก. ป้องกันน้ำท่วมสะพาน
ข. เพิ่มความฝืดของผิวสะพาน
ค. ใช้เป็นราวกันตก
ง. ถ่ายน้ำหนักจากโครงสร้างส่วนบนลงสู่ตอม่อ และรองรับการเคลื่อนตัวหรือการหมุนตัว
- ข้อต่อรองรับการขยายตัว (Expansion Joint) ของสะพานมีไว้เพื่อ
ก. ระบายน้ำฝนจากผิวสะพาน
ข. รองรับการขยายและหดตัวของตัวสะพานจากอุณหภูมิ
ค. เพิ่มแรงเสียดทานผิวทาง
ง. ลดน้ำหนักสะพาน
- ข้อใดไม่จัดเป็นโครงสร้างส่วนล่าง (Substructure) ของสะพาน
ก. พื้นสะพาน
ข. ตอม่อ
ค. ฐานราก
ง. เสาเข็ม
- น้ำหนักบรรทุกจร HS20-44 ตามมาตรฐาน AASHTO หมายถึง
ก. แรงลมที่กระทำต่อสะพาน
ข. แรงแผ่นดินไหวตามเขตพื้นที่
ค. ขบวนรถบรรทุกมาตรฐานสำหรับออกแบบสะพาน
ง. น้ำหนักคนเดินบนทางเท้า
- คอนกรีตอัดแรง (Prestressed Concrete) ใช้เหล็กกำลังสูงดึงอัดแรงเพื่อ
ก. ลดกำลังอัดของคอนกรีต
ข. ทำให้คอนกรีตเบาลง
ค. ลดปริมาณซีเมนต์โดยไม่เกี่ยวกับกำลัง
ง. ให้ชิ้นส่วนรับแรงดึงได้ดีขึ้นและลดการแตกร้าว
- คานช่วงเดียวเรียบง่ายยาว L รับน้ำหนักแผ่สม่ำเสมอ w ต่อหน่วยความยาว โมเมนต์ดัดสูงสุดมีค่าเท่ากับ
ก. wL²/2
ข. wL/2
ค. wL²/8
ง. wL²/12
- คานช่วงเดียวเรียบง่ายยาว 6 ม. รับน้ำหนักบรรทุกเป็นจุด 10 kN กลางคาน แรงปฏิกิริยาที่แต่ละจุดรองรับเท่ากับ
ก. 10 kN
ข. 2.5 kN
ค. 5 kN
ง. 20 kN
- โมดูลัสความยืดหยุ่น (Modulus of Elasticity, E) ในช่วงยืดหยุ่นคือ
ก. อัตราส่วนระหว่างความเค้นต่อความเครียด
ข. อัตราส่วนระหว่างความเครียดต่อความเค้น
ค. ผลคูณของความเค้นกับความเครียด
ง. ผลต่างระหว่างแรงกับพื้นที่
- อัตราส่วนปัวซอง (Poisson’s Ratio) คือ
ก. อัตราส่วนความเค้นต่อความเครียด
ข. อัตราส่วนความเครียดด้านข้างต่อความเครียดตามแนวแกน
ค. อัตราส่วนแรงต่อพื้นที่
ง. อัตราส่วนน้ำหนักต่อปริมาตร
- แท่งโครงสร้างพื้นที่หน้าตัด 0.01 ม.² รับแรงอัดตามแนวแกน 200 kN ความเค้นอัดเท่ากับ
ก. 2 MPa
ข. 200 MPa
ค. 0.2 MPa
ง. 20 MPa
หมวดที่ 8 งานระบายน้ำและชลศาสตร์
- ท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กนิยมเรียกย่อว่า
ก. PVC
ข. HDPE
ค. RCP
ง. CMP
- ในสูตร Rational Method (Q = CiA/360) ค่า C คือ
ก. ความจุของท่อ
ข. สัมประสิทธิ์น้ำท่า (Runoff Coefficient)
ค. ความเร็วของน้ำ
ง. ความลึกน้ำ
- ใช้สูตร Q = CiA/360 เมื่อ C = 0.8, i = 100 มม./ชม. และ A = 5 เฮกตาร์ ปริมาณน้ำท่า Q (ลบ.ม./วินาที) เท่ากับ
ก. 1.11
ข. 11.1
ค. 0.111
ง. 4.00
- ท่อรับน้ำพื้นที่หน้าตัด 2 ตร.ม. น้ำไหลด้วยความเร็วเฉลี่ย 3 ม./วินาที อัตราการไหลเท่ากับ
ก. 1.5 ลบ.ม./วินาที
ข. 5 ลบ.ม./วินาที
ค. 6 ลบ.ม./วินาที
ง. 0.67 ลบ.ม./วินาที
- ในสูตรของแมนนิ่ง (Manning) รัศมีชลศาสตร์ (R) คำนวณจาก
ก. เส้นขอบเปียก หารด้วยพื้นที่หน้าตัดการไหล
ข. ความลึกน้ำคูณความกว้างผิวน้ำ
ค. พื้นที่หน้าตัดการไหล หารด้วยเส้นขอบเปียก
ง. ความเร็วน้ำหารด้วยความลาดชัน
- ท่อลอด (Culvert) คือโครงสร้างระบายน้ำที่
ก. ติดตั้งบนผิวสะพานเพื่อรับน้ำฝน
ข. ใช้เก็บน้ำถาวรข้างทาง
ค. ให้น้ำไหลลอดผ่านใต้คันทาง
ง. ใช้กั้นน้ำไม่ให้ไหลข้ามถนน
- ท่อลอดเหลี่ยม (Box Culvert) คือ
ก. ท่อเหล็กลูกฟูกกลม
ข. ท่อพีวีซีขนาดเล็กใต้ดิน
ค. รางระบายน้ำบนไหล่ทาง
ง. ทางน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กหน้าตัดรูปสี่เหลี่ยมลอดใต้ทาง
- ระบบระบายน้ำใต้ผิวทาง (Subsurface Drainage) เช่น Edge Drain มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ก. ระบายน้ำออกจากโครงสร้างทาง ลดความเสียหายจากน้ำขัง
ข. เพิ่มความหนาผิวทาง
ค. ลดความลาดชันตามยาว
ง. ใช้แทนเครื่องหมายจราจร
- วิธีป้องกันการกัดเซาะบริเวณตอม่อสะพานที่นิยมใช้ คือ
ก. การราดแอสฟัลต์รอบตอม่อ
ข. การทาสีกันสนิม
ค. การทิ้งหินป้องกัน (Riprap)
ง. การเพิ่มระยะหุ้มเหล็กเสริม
- น้ำท่วมที่มีคาบการเกิดซ้ำ (Return Period) 25 ปี หมายถึง
ก. เกิดขึ้นแน่นอนทุก 25 ปี
ข. เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวใน 25 ปี
ค. ความน่าจะเป็นประมาณ 25% ต่อปี
ง. โอกาสเกิดน้ำท่วมขนาดเท่านั้นหรือมากกว่าเฉลี่ย 1 ครั้งทุก 25 ปี (ความน่าจะเป็นประมาณ 4% ต่อปี)
หมวดที่ 9 การบริหารงานก่อสร้าง ความปลอดภัย และการบำรุงรักษาทาง
- เส้นทางวิกฤต (Critical Path) ในวิธี CPM คือ
ก. เส้นทางของกิจกรรมที่ยาวที่สุดและกำหนดระยะเวลารวมของโครงการ
ข. เส้นทางที่ใช้งบประมาณสูงสุด
ค. เส้นทางที่ใช้แรงงานมากที่สุด
ง. เส้นทางที่ใช้เวลาสั้นที่สุด
- กิจกรรมที่อยู่บนเส้นทางวิกฤต มีค่าเวลาลอย (Float) เท่ากับ
ก. มากที่สุด
ข. ติดลบเสมอ
ค. ไม่สามารถหาค่าได้
ง. ศูนย์
- แผนภูมิแท่ง (Bar Chart / Gantt Chart) ใช้แสดงข้อมูลใด
ก. ตารางเวลาของกิจกรรมตามช่วงเวลา
ข. ผลการทดสอบวัสดุ
ค. ผังโครงสร้างองค์กร
ง. ค่าระดับของแนวทาง
- หน้าตัดดินถมสองหน้าตัดห่างกัน 50 ม. มีพื้นที่ 20 ตร.ม. และ 30 ตร.ม. ปริมาตรดินถมระหว่างหน้าตัดโดยวิธีพื้นที่หน้าตัดเฉลี่ย (Average End Area) เท่ากับ
ก. 1,000 ลบ.ม.
ข. 1,500 ลบ.ม.
ค. 1,250 ลบ.ม.
ง. 2,500 ลบ.ม.
- บัญชีแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคาต่อหน่วย (BOQ) ย่อมาจาก
ก. Basic Order Quality
ข. Bill of Quantities
ค. Budget of Quotation
ง. Board of Quality
- ตัวคูณ Factor F ที่ใช้ในงานก่อสร้างภาครัฐ ใช้สำหรับ
ก. คำนวณค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักร
ข. ปรับค่ากำลังคอนกรีตตามอายุ
ค. คำนวณระยะมองเห็นเพื่อการหยุดรถ
ง. คูณกับต้นทุนค่าวัสดุและค่าแรง เพื่อรวมค่าดำเนินการ ดอกเบี้ย กำไร และภาษี
- อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่สำคัญสำหรับคนงานที่ทำงานในบริเวณใกล้การจราจร คือ
ก. ผ้าคลุมกันฝุ่นเท่านั้น
ข. รองเท้าแตะ
ค. หมวกผ้า
ง. เสื้อสะท้อนแสงและหมวกนิรภัย
- การควบคุมจราจรในงานก่อสร้างทาง ส่วนที่อยู่ก่อนถึงพื้นที่ทำงานเพื่อแจ้งเตือนผู้ขับขี่ล่วงหน้า เรียกว่า
ก. พื้นที่ทำงาน (Work Area)
ข. พื้นที่ปลายทางสิ้นสุด (Termination Area)
ค. พื้นที่เตือนล่วงหน้า (Advance Warning Area)
ง. พื้นที่กองวัสดุ
- งานบำรุงรักษาปกติ (Routine Maintenance) ของทางหลวง ได้แก่
ก. ก่อสร้างทางใหม่ยกระดับ
ข. ซ่อมหลุมบ่อ ตัดหญ้า และทำความสะอาดทางระบายน้ำ
ค. รื้อและสร้างผิวทางใหม่ทั้งสาย
ง. ขยายช่องจราจรเพิ่ม
- ดัชนี IRI (International Roughness Index) ใช้วัด
ก. ปริมาณจราจรเฉลี่ย
ข. ความฝืดของผิวทาง
ค. ความหนาของโครงสร้างทาง
ง. ความขรุขระของผิวทาง
เฉลยแนวข้อสอบ
|
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
|
1 |
ง |
21 |
ค |
41 |
ง |
61 |
ข |
81 |
ค |
|
2 |
ง |
22 |
ข |
42 |
ข |
62 |
ก |
82 |
ข |
|
3 |
ง |
23 |
ง |
43 |
ข |
63 |
ค |
83 |
ก |
|
4 |
ข |
24 |
ก |
44 |
ง |
64 |
ค |
84 |
ค |
|
5 |
ง |
25 |
ค |
45 |
ง |
65 |
ข |
85 |
ค |
|
6 |
ค |
26 |
ง |
46 |
ง |
66 |
ง |
86 |
ค |
|
7 |
ข |
27 |
ง |
47 |
ก |
67 |
ก |
87 |
ง |
|
8 |
ก |
28 |
ก |
48 |
ก |
68 |
ค |
88 |
ก |
|
9 |
ก |
29 |
ข |
49 |
ข |
69 |
ข |
89 |
ค |
|
10 |
ข |
30 |
ง |
50 |
ค |
70 |
ค |
90 |
ง |
|
11 |
ข |
31 |
ค |
51 |
ข |
71 |
ง |
91 |
ก |
|
12 |
ข |
32 |
ข |
52 |
ค |
72 |
ข |
92 |
ง |
|
13 |
ง |
33 |
ง |
53 |
ก |
73 |
ก |
93 |
ก |
|
14 |
ข |
34 |
ก |
54 |
ค |
74 |
ค |
94 |
ค |
|
15 |
ข |
35 |
ค |
55 |
ก |
75 |
ง |
95 |
ข |
|
16 |
ค |
36 |
ก |
56 |
ค |
76 |
ค |
96 |
ง |
|
17 |
ก |
37 |
ก |
57 |
ข |
77 |
ค |
97 |
ง |
|
18 |
ก |
38 |
ข |
58 |
ก |
78 |
ก |
98 |
ค |
|
19 |
ก |
39 |
ค |
59 |
ง |
79 |
ข |
99 |
ข |
|
20 |
ข |
40 |
ก |
60 |
ก |
80 |
ง |
100 |
ง |
