สรุปสาระสำคัญ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สิน
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2543
หลักการและเหตุผล
ระเบียบนี้ตราขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของ อปท. ให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและท้องถิ่นอย่างสูงสุด
ขอบเขตการใช้บังคับ
• ใช้บังคับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา
• ครอบคลุมทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในความดูแลของ อปท.
ประเภทของการจัดหาประโยชน์
1. การให้เช่า
– การให้เช่าที่ดิน อาคาร โรงเรือน สิ่งก่อสร้าง หรือทรัพย์สินอื่นๆ
– แบ่งเป็น การเช่าปกติ (ไม่เกิน 3 ปี) และการเช่าเกิน 3 ปี ซึ่งมีขั้นตอนและการอนุมัติที่แตกต่างกัน
2. การให้สิทธิการใช้ประโยชน์
– การให้สิทธิประกอบกิจการในที่ดินหรือทรัพย์สินของ อปท.
– การให้สิทธิวางระบบหรือติดตั้งอุปกรณ์บนทรัพย์สินของ อปท.
3. การลงทุนและร่วมลงทุน
– อปท. สามารถนำทรัพย์สินไปร่วมลงทุนกับหน่วยงานอื่นหรือเอกชนได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. การขออนุมัติ
– การให้เช่าปกติ (ไม่เกิน 3 ปี) ให้เป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น
– การให้เช่าเกิน 3 ปี ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัด
– กรณีเมืองพัทยา การให้เช่าเกินกว่า 5 ปี หรือที่มีวงเงินเกินกว่าที่กำหนด ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2. การกำหนดค่าตอบแทน
– ต้องมีการประเมินค่าเช่าหรือค่าตอบแทนโดยคณะกรรมการที่ อปท. แต่งตั้ง
– ค่าเช่าต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนขั้นต่ำที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
– ต้องมีการปรับปรุงอัตราค่าเช่าตามสภาวะเศรษฐกิจอย่างน้อยทุก 3 ปี
3. วิธีการคัดเลือกผู้เช่า
– ต้องดำเนินการโดยวิธีประมูลเป็นหลัก เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด
– มีข้อยกเว้นให้ดำเนินการโดยไม่ต้องประมูลในกรณีพิเศษ เช่น:
. การให้เช่าแก่หน่วยงานของรัฐ
. กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของทางราชการ
. การต่อสัญญาเช่าเดิม (ต้องไม่มีค้างชำระค่าเช่าและปฏิบัติตามสัญญาเดิม)
. กรณีอื่นๆ ตามที่กำหนดในระเบียบ
4. การทำสัญญา
– ต้องทำเป็นสัญญาเช่าหรือสัญญาให้สิทธิตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
– มีการกำหนดเงื่อนไข หลักประกัน และบทปรับอย่างชัดเจน
– ต้องจดทะเบียนการเช่ากับสำนักงานที่ดินในกรณีที่กฎหมายกำหนด
การบริหารจัดการและการกำกับดูแล
1. การติดตามและตรวจสอบ
– อปท. ต้องตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างสม่ำเสมอ
– ต้องมีการบังคับใช้สัญญาอย่างเคร่งครัด รวมถึงการบอกเลิกสัญญาเมื่อมีเหตุให้เลิกสัญญา
2. การรายงาน
– ต้องรายงานผลการจัดหาประโยชน์ต่อผู้กำกับดูแลตามระยะเวลาที่กำหนด
– มีการจัดทำทะเบียนคุมทรัพย์สินที่จัดหาประโยชน์อย่างเป็นระบบ
3. การรับและนำส่งเงิน
– รายได้จากการจัดหาประโยชน์ถือเป็นรายได้ของ อปท.
– ต้องนำส่งเงินเข้าบัญชีของ อปท. ภายในระยะเวลาที่กำหนด
– ต้องออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งและมีการบันทึกบัญชีตามระเบียบการเงินและการบัญชี
การแก้ไขปัญหาและข้อพิพาท
1. การแก้ไขสัญญา
– การแก้ไขสัญญาต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้มีอำนาจอนุมัติ
– การปรับลดค่าเช่าหรือยกเว้นค่าเช่าทำได้เฉพาะในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่น
2. การบังคับคดี
– กรณีผู้เช่าผิดสัญญา ให้ดำเนินการตามกฎหมายและสัญญาอย่างเคร่งครัด
– มีการบังคับหลักประกันหรือฟ้องร้องดำเนินคดีเมื่อจำเป็น
บทเฉพาะกาล
– สัญญาเช่าหรือสัญญาให้สิทธิที่มีอยู่ก่อนระเบียบนี้มีผลใช้บังคับให้คงมีผลต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา
– การต่อสัญญาหรือการดำเนินการใดๆ ภายหลังสัญญาสิ้นสุดให้ถือปฏิบัติตามระเบียบนี้
ระเบียบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำกับดูแลการใช้ทรัพย์สินของท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ป้องกันการสูญเสียรายได้ และสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการทรัพย์สินสาธารณะ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นและเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
แนวข้อสอบ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สิน
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2543
1. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับขอบเขตการบังคับใช้ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2543
ก. ใช้เฉพาะกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลเท่านั้น
ข. ใช้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ ยกเว้นเมืองพัทยา
ค. ใช้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา
ง. ใช้เฉพาะกับทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น
2. การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามปกติมีกำหนดระยะเวลาไม่เกินกี่ปี
ก. 2 ปี
ข. 3 ปี
ค. 4 ปี
ง. 5 ปี
3. การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกำหนดเกินกว่า 3 ปี ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ใด
ก. ผู้บริหารท้องถิ่นเท่านั้น
ข. สภาท้องถิ่นเท่านั้น
ค. สภาท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
4. ในกรณีเมืองพัทยา การให้เช่าที่มีกำหนดเวลาเกินกว่ากี่ปี ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ก. 3 ปี
ข. 5 ปี
ค. 7 ปี
ง. 10 ปี
5. การจัดหาประโยชน์โดยวิธีการให้เช่าต้องดำเนินการด้วยวิธีใดเป็นหลัก
ก. วิธีตกลงราคา
ข. วิธีสอบราคา
ค. วิธีประกวดราคา
ง. วิธีประมูล
6. ในกรณีใดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถให้เช่าทรัพย์สินโดยไม่ต้องดำเนินการด้วยวิธีประมูล
ก. การให้เช่าแก่บริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สร้างงานในท้องถิ่น
ข. การให้เช่าแก่หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรสาธารณกุศล
ค. การให้เช่าแก่นักลงทุนต่างชาติ
ง. การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีค่าเช่าไม่เกิน 50,000 บาทต่อปี
7. การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีการปรับปรุงอัตราค่าเช่าอย่างน้อยทุกกี่ปี
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 3 ปี
ง. 5 ปี
8. ผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
9. การกำหนดอัตราค่าเช่าขั้นต่ำของการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอำนาจของบุคคลใด
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. สภาท้องถิ่น
ค. ผู้บริหารท้องถิ่น
ง. คณะกรรมการจัดหาประโยชน์
10. การต่อสัญญาเช่าหรือสัญญาให้ใช้ทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้เช่าเดิมต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ก. ต้องเป็นผู้เช่าที่มีหลักประกันสัญญามั่นคง
ข. ต้องเป็นผู้เช่าที่ยอมรับการปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นตามที่กำหนด
ค. ต้องเป็นผู้เช่าที่ไม่เคยมีประวัติการละเมิดกฎหมายใดๆ
ง. ต้องเป็นผู้เช่าที่ไม่เคยค้างชำระค่าเช่าและปฏิบัติตามสัญญามาโดยถูกต้อง
11. หากมีการแก้ไขสัญญาเช่าหรือสัญญาให้ใช้ทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ใด
ก. ผู้บริหารท้องถิ่น
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. ผู้มีอำนาจอนุมัติในการจัดทำสัญญานั้น
ง. ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
12. ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความจำเป็นต้องยกเว้นค่าเช่าให้กับผู้เช่า เนื่องจากเกิดเหตุสุดวิสัย จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ใด
ก. ผู้บริหารท้องถิ่น
ข. สภาท้องถิ่น
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
13. รายได้จากการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นอย่างไร
ก. รายได้ของจังหวัด
ข. เงินนอกงบประมาณ
ค. รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
ง. รายได้สมทบเข้ากองทุนพัฒนาท้องถิ่น
14. ในกรณีที่ไม่มีระเบียบหรือกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การให้เช่าที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะถาวร ให้กำหนดระยะเวลาการเช่าไม่เกินกี่ปี
ก. 10 ปี
ข. 20 ปี
ค. 30 ปี
ง. 50 ปี
15. ผู้ใดมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
16. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องออกหลักฐานการรับเงินค่าเช่าหรือค่าตอบแทนในรูปแบบใด
ก. ใบรับรองการชำระเงิน
ข. ใบเสร็จรับเงิน
ค. ใบแจ้งหนี้
ง. ใบสำคัญรับเงิน
17. สัญญาให้เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารที่มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่า 3 ปี ต้องดำเนินการอย่างไร
ก. ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ข. ต้องทำเป็นหนังสือและประกาศให้ประชาชนทราบ
ค. ต้องทำเป็นหนังสือและได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่น
ง. ต้องทำเป็นหนังสือและต้องมีพยานอย่างน้อย 3 คน
18. สัญญาเช่าหรือสัญญาให้ใช้ทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีการกำหนดเงื่อนไขเรื่องใดไว้ในสัญญา
ก. การห้ามนำไปให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิการเช่า เว้นแต่จะได้รับความยินยอม
ข. การกำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้เช่าได้ตามความเหมาะสม
ค. การกำหนดให้ผู้เช่าสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่าได้ตามความต้องการ
ง. การกำหนดให้ผู้เช่าสามารถก่อสร้างหรือดัดแปลงสิ่งก่อสร้างได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
19. การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอัตราค่าเช่ารวมทั้งปีเกินกว่า 30,000 บาท ผู้เช่าต้องวางหลักประกันสัญญาเช่าในอัตราเท่าใด
ก. ร้อยละ 3 ของค่าเช่าทั้งสัญญา
ข. ร้อยละ 5 ของค่าเช่าทั้งสัญญา
ค. เท่ากับค่าเช่า 3 เดือน
ง. เท่ากับค่าเช่า 6 เดือน
20. หากผู้เช่าค้างชำระค่าเช่าเกินกว่ากี่เดือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการบอกเลิกสัญญาเช่าได้
ก. 1 เดือน
ข. 2 เดือน
ค. 3 เดือน
ง. 6 เดือน
คำอธิบายเฉลย
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สิน
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2543
ข้อ 1.
ตอบ ค. ใช้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา
ระเบียบฯ นี้มีเจตนารมณ์ให้ใช้บังคับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบที่มีอยู่ในประเทศไทย ไม่มีการยกเว้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบใด และครอบคลุมทั้งทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์
ข้อ 2.
ตอบ ข. 3 ปี
ระเบียบฯ กำหนดว่าการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ตามปกติมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของผู้บริหารท้องถิ่น
ข้อ 3.
ตอบ ค. สภาท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัด
การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกินกว่า 3 ปี เป็นการเช่าระยะยาวที่อาจมีผลกระทบต่อการบริหารทรัพย์สินในอนาคต จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสภาท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเป็นการกลั่นกรองและตรวจสอบความเหมาะสม
ข้อ 4. ตอบ ข. 5 ปี
เมืองพัทยามีสถานะพิเศษตามกฎหมาย การให้เช่าที่มีกำหนดเวลาเกินกว่า 5 ปี จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งแตกต่างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
รวมกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น อัพเดท 2568
รวม 272 ฉบับ
เนื้อหาประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 สําหรับที่ใช้บ่อย ใช้สอบ และใช้ทํางานเป็นประจํา
จํานวน 63 ฉบับ
กลุ่มที่ 2 กฎหมายและอนุบัญญัติที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่เฉพาะ
จํานวน 147 ฉบับ
กลุ่มที่ 3 กฎหมายอื่นๆ ที่ปรากฏในการสอบตําแหน่งสายบริหาร
จํานวน 62 ฉบับ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2543

