สรุป แนวข้อสอบ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563

สรุป สาระสำคัญ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548
และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563

1. บทนิยามและขอบเขตการบังคับใช้

1.1 นิยามสำคัญ:

• “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง (เพิ่มเติมในฉบับที่ 2)
• “ผู้บริหารท้องถิ่น” หมายถึง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเมืองพัทยา และผู้บริหารสูงสุดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
• “หัวหน้าส่วนราชการ” หมายถึง หัวหน้าส่วนราชการที่มีระดับตั้งแต่กองขึ้นไปในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

1.2 ประเภทรถยนต์:

• “รถส่วนกลาง” คือรถยนต์ที่จัดไว้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
• “รถประจำตำแหน่ง” คือรถยนต์ที่จัดให้แก่ผู้บริหารท้องถิ่นหรือตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่ง

2. การจัดทำบัญชีและเครื่องหมาย

2.1 การจัดทำบัญชีรถ:

• องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดทำบัญชีรถแยกประเภทเป็นรถประจำตำแหน่งและรถส่วนกลาง ตามแบบ 1 และแบบ 2 ท้ายระเบียบ
• ให้มีการตรวจสอบและปรับปรุงบัญชีรถให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

2.2 ตราเครื่องหมายและข้อความประจำรถ:

• รถทุกคันต้องมีตราเครื่องหมายประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดกว้างหรือยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร
• ให้มีข้อความแสดงชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร
• ต้องแสดงเลขทะเบียนและชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยสีขาวเว้นแต่ใช้สีขาวแล้วมองไม่เห็น
• ตราเครื่องหมายและข้อความไม่ต้องแสดงบนรถประจำตำแหน่งและรถรับรอง

3. การใช้รถประจำตำแหน่ง

3.1 ผู้มีสิทธิใช้รถประจำตำแหน่ง:

• รถประจำตำแหน่งให้ใช้เฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
• ผู้มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่งอาจนำรถไปใช้ในกิจการส่วนตัวได้
• เมื่อพ้นจากตำแหน่งให้ส่งมอบรถคืนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใน 7 วัน

3.2 การซ่อมบำรุงรถประจำตำแหน่ง:

• ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการซ่อมบำรุง
• ค่าซ่อมและค่าพาหนะเบิกจ่ายจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

4. การใช้รถส่วนกลาง

4.1 หลักเกณฑ์การใช้รถส่วนกลาง:

• ใช้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเป็นประโยชน์แก่ทางราชการเท่านั้น
• ห้ามใช้ในกิจการส่วนตัวหรือนอกเหนือจากภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

4.2 การขออนุญาตใช้รถส่วนกลาง:

• ผู้ต้องการใช้รถต้องเขียนใบขอใช้รถส่วนกลาง (แบบ 3) เสนอต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ
• กรณีจำเป็นเร่งด่วน อาจขอใช้ด้วยวาจาหรือโทรศัพท์แล้วเขียนใบขอใช้รถในโอกาสแรกที่สามารถทำได้
• ผู้มีอำนาจอนุมัติการใช้รถส่วนกลาง คือผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

4.3 การบันทึกการใช้รถ:

• ให้ผู้ใช้รถบันทึกการใช้รถส่วนกลางทุกครั้งในสมุดบันทึกการใช้รถส่วนกลาง (แบบ 4)
• พนักงานขับรถต้องตรวจสอบสภาพรถเมื่อรับรถและบันทึกข้อมูลระยะทางการใช้รถ
• ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำสมุดแสดงรายการซ่อมบำรุงประวัติรถแต่ละคัน (เพิ่มเติมในฉบับที่ 2)

5. การเก็บรักษาและซ่อมบำรุง

5.1 การเก็บรักษา:

• รถส่วนกลางทุกคันต้องนำมาเก็บรักษาในสถานที่เก็บหรือบริเวณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
• หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำรถมาเก็บที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ให้ผู้ใช้รถทำบันทึกขออนุญาตต่อผู้บริหารท้องถิ่น
• กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีสถานที่เก็บปลอดภัย ให้ผู้บริหารท้องถิ่นอนุญาตให้นำรถไปเก็บที่อื่นเป็นการชั่วคราวหรือเป็นครั้งคราวได้

5.2 การซ่อมบำรุง:

• ให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือการใช้รถ
• ต้องจัดทำสมุดแสดงรายการซ่อมบำรุงรถแต่ละคัน (แบบ 6)
• พนักงานขับรถมีหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

6. การเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

6.1 การเบิกจ่ายน้ำมัน:

• ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำบัญชีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง (แบบ 5)
• ให้ผู้ใช้รถกรอกรายละเอียดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในสมุดบันทึกการใช้รถทุกครั้ง
• ให้มีการตรวจสอบการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสมและประหยัด

7. การรายงานอุบัติเหตุ

7.1 กรณีเกิดอุบัติเหตุ:

• พนักงานขับรถต้องรายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที
• ต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรโดยละเอียนตามแบบที่กำหนด (แบบ 5)
• ให้ผู้บริหารท้องถิ่นแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาว่ามีผู้ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายหรือไม่

8. การควบคุมและตรวจสอบ

8.1 การตรวจสอบการใช้รถ:

• ให้หัวหน้าส่วนราชการที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการใช้รถดำเนินการตรวจสอบเป็นประจำ
• กำหนดให้มีการตรวจสอบปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกับระยะทางที่ใช้
• ให้มีการรายงานผลการตรวจสอบต่อผู้บริหารท้องถิ่น

8.2 การปฏิบัติในกรณีรถสูญหาย:

• ต้องรีบรายงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นทราบทันที
• ต้องแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนและรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

9. บทเฉพาะกาล

9.1 การดำเนินการต่อรถที่จัดหาก่อนระเบียบนี้:

• รถที่จัดหาและได้ใช้มาก่อนระเบียบนี้ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบนี้
• ให้ปรับปรุงตราเครื่องหมายและข้อความตามที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
• ให้ใช้รถตามความจำเป็นและเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ที่จัดหามา


การแก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 มุ่งเน้นการปรับปรุงคำนิยาม เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการใช้รถ และกำหนดให้มีการจัดทำประวัติการซ่อมบำรุงรถแต่ละคันอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้การใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ

แนวข้อสอบ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563

1. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ได้ขยายนิยามคำว่า “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ให้ครอบคลุมถึงหน่วยงานใดเพิ่มเติม

ก. เมืองพัทยา
ข. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
ค. กรุงเทพมหานคร
ง. องค์การมหาชน

2. ผู้มีอำนาจอนุมัติการใช้รถส่วนกลางคือผู้ใด

ก. ผู้บริหารท้องถิ่น
ข. ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. หัวหน้าส่วนราชการ
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข. (ในกรณีที่ได้รับมอบหมาย)

3. ข้อใดไม่ใช่ข้อกำหนดในการจัดทำตราเครื่องหมายและข้อความประจำรถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ก. ตราเครื่องหมายต้องมีขนาดกว้างหรือยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร
ข. ข้อความแสดงชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร
ค. ต้องมีหมายเลขประจำรถ ขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7 เซนติเมตร
ง. ตราเครื่องหมายต้องทำด้วยวัสดุถาวรและติดไว้ข้างนอกรถทั้งสองข้าง

4. ภายในกี่วันที่ผู้มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่งเมื่อพ้นจากตำแหน่งต้องส่งมอบรถคืนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ก. 3 วัน
ข. 7 วัน
ค. 15 วัน
ง. 30 วัน

5. ในกรณีที่เกิดการสูญหายหรือเสียหายขึ้นกับรถประจำตำแหน่ง ผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบ

ก. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบโดยเด็ดขาด
ข. ผู้ใช้รถประจำตำแหน่งต้องรับผิดชอบในทุกกรณี
ค. ผู้ใช้รถประจำตำแหน่งต้องรับผิดชอบในกรณีความเสียหายเกิดจากการประมาทเลินเล่อหรือนำไปใช้นอกเหนือจากภารกิจที่ได้รับอนุมัติ
ง. ผู้ใช้รถและพนักงานขับรถต้องร่วมกันรับผิดชอบ

6. การใช้รถส่วนกลางให้ใช้เพื่อกิจการใด

ก. กิจการส่วนตัวของผู้บริหารท้องถิ่น
ข. กิจการอันเป็นส่วนรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. กิจการที่เป็นประโยชน์แก่บุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

7. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการขอใช้รถส่วนกลาง

ก. ต้องเขียนใบขออนุญาตใช้รถทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น
ข. กรณีเร่งด่วน อาจขอใช้ด้วยวาจาหรือโทรศัพท์ได้และเขียนใบขอใช้รถในโอกาสแรก
ค. ผู้ที่สามารถอนุมัติการใช้รถได้คือปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
ง. ไม่จำเป็นต้องเขียนใบขออนุญาตใช้รถส่วนกลางหากเป็นการใช้งานภายในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

8. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเก็บรักษารถส่วนกลาง

ก. ต้องนำมาเก็บรักษาในสถานที่เก็บขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข. หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำรถมาเก็บในสถานที่กำหนดได้ ต้องบันทึกขออนุญาตผู้บริหารท้องถิ่น
ค. ในกรณีไม่มีสถานที่เก็บปลอดภัย พนักงานขับรถสามารถนำรถไปเก็บที่บ้านได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
ง. ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถอนุญาตให้นำรถไปเก็บที่อื่นเป็นการชั่วคราวได้

9. ใครมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำสมุดแสดงรายการซ่อมบำรุงรถแต่ละคัน

ก. พนักงานขับรถ
ข. ผู้ใช้รถ
ค. หัวหน้าส่วนราชการที่มีรถไว้ใช้ในการปฏิบัติงาน
ง. ผู้บริหารท้องถิ่น

10. กรณีเกิดอุบัติเหตุกับรถส่วนกลาง พนักงานขับรถต้องดำเนินการอย่างไร

ก. รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที
ข. แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนทันที
ค. รายงานเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบที่กำหนด
ง. ถูกทุกข้อ

11. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับรถประจำตำแหน่ง

ก. รถประจำตำแหน่งให้จัดไว้สำหรับนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
ข. ผู้ใช้รถประจำตำแหน่งสามารถนำไปใช้ในกิจการส่วนตัวได้
ค. รถประจำตำแหน่งไม่ต้องมีตราเครื่องหมายและชื่อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. ถูกทุกข้อ

12. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องกำหนดเกณฑ์การใช้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถทุกคันตามที่กำหนดในข้อใด

ก. ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด
ข. ตามที่ผู้บริหารท้องถิ่นเห็นสมควร
ค. ตามมาตรฐานที่สำนักงบประมาณกำหนด
ง. ตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด

13. ในกรณีพนักงานขับรถตามระเบียบฯ พ.ศ. 2548 นั้น ผู้ใช้รถสามารถขับรถเองได้หรือไม่

ก. ผู้ใช้รถสามารถขับรถเองได้เสมอ
ข. ผู้ใช้รถสามารถขับรถเองได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเท่านั้น
ค. ผู้ใช้รถสามารถขับรถเองได้เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้บริหารท้องถิ่น
ง. ผู้ใช้รถไม่สามารถขับรถเองได้ในทุกกรณี

14. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการขออนุญาตนำรถส่วนกลางไปเก็บรักษาที่อื่น

ก. ให้ผู้ใช้รถทำบันทึกขออนุญาตนำรถส่วนกลางไปเก็บต่อผู้บริหารท้องถิ่น
ข. ให้พนักงานขับรถทำบันทึกขออนุญาตนำรถส่วนกลางไปเก็บต่อปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. ให้หัวหน้าส่วนราชการทำบันทึกขออนุญาตนำรถส่วนกลางไปเก็บต่อผู้บริหารท้องถิ่น
ง. ให้ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำบันทึกขออนุญาตนำรถส่วนกลางไปเก็บต่อผู้บริหารท้องถิ่น

15. ข้อใดระบุวิธีการจัดทำเครื่องหมายประจำรถและข้อความที่ไม่ถูกต้อง

ก. ตราเครื่องหมายต้องมีขนาดกว้างหรือยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร
ข. ข้อความแสดงชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร
ค. ให้แสดงเลขทะเบียนและชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยสีขาวเสมอ
ง. ตราเครื่องหมายและข้อความต้องทำด้วยวัสดุถาวรและติดไว้ข้างนอกรถทั้งสองข้าง

16. ใครมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบสภาพและการซ่อมบำรุงรถส่วนกลาง

ก. ผู้ใช้รถทุกคน
ข. พนักงานขับรถ
ค. หัวหน้าส่วนราชการที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบรถส่วนกลาง
ง. ผู้บริหารท้องถิ่น

17. หากมีรถส่วนกลางสูญหาย ต้องดำเนินการอย่างไร

ก. รายงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นทราบทันที
ข. แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนทันที
ค. รายงานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

18. รถทุกคันต้องได้รับการตรวจสอบสภาพและซ่อมบำรุงตามระยะเวลาหรือระยะทางที่ใช้งานเมื่อใด

ก. ทุกวัน
ข. ทุกสัปดาห์
ค. ตามที่กำหนดในคู่มือการใช้รถ
ง. เมื่อมีการชำรุดเสียหาย

19. การแก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดทำสิ่งใดเพิ่มเติม

ก. สมุดแสดงรายการซ่อมบำรุงรถแต่ละคัน
ข. บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิใช้รถส่วนกลาง
ค. ทะเบียนประวัติพนักงานขับรถ
ง. รายงานการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประจำเดือน

20. สมุดบันทึกการใช้รถส่วนกลางตามที่กำหนดในระเบียบฯ ใช้แบบใด

ก. แบบ 1
ข. แบบ 2
ค. แบบ 3
ง. แบบ 4


เฉลยแนวข้อสอบ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548
และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563

เฉลยพร้อมคำอธิบาย

ข้อ 1. ตอบ ข. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง

คำอธิบาย: ระเบียบฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ได้แก้ไขเพิ่มเติมนิยามของ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ให้หมายความถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งเดิมไม่ได้รวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งไว้

ข้อ 2. ตอบ ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข. (ในกรณีที่ได้รับมอบหมาย)

คำอธิบาย: ตามระเบียบฯ ผู้มีอำนาจอนุมัติการใช้รถส่วนกลางคือผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งอาจเป็นปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมายก็ได้

ข้อ 3. ตอบ ค. ต้องมีหมายเลขประจำรถ ขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7 เซนติเมตร

คำอธิบาย: ระเบียบฯ ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีหมายเลขประจำรถขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7 เซนติเมตร แต่กำหนดให้มีตราเครื่องหมายขนาดกว้างหรือยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร ข้อความแสดงชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร และต้องทำด้วยวัสดุถาวรและติดไว้ข้างนอกรถทั้งสองข้าง

ข้อ 4. ตอบ ข. 7 วัน

คำอธิบาย: ตามระเบียบฯ ข้อ 14 กำหนดว่าเมื่อผู้มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่งพ้นจากตำแหน่ง ให้ส่งมอบรถประจำตำแหน่งคืนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง

โหลดระเบียบฉบับเต็มตรงนี้จ้า
รวมกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น 272 ฉบับ

รวมกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น อัพเดท 2568

รวม 272 ฉบับ

เนื้อหาประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 สําหรับที่ใช้บ่อย ใช้สอบ และใช้ทํางานเป็นประจํา

จํานวน 63 ฉบับ

กลุ่มที่ 2 กฎหมายและอนุบัญญัติที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่เฉพาะ

จํานวน 147 ฉบับ

กลุ่มที่ 3 กฎหมายอื่นๆ ที่ปรากฏในการสอบตําแหน่งสายบริหาร

จํานวน 62 ฉบับ

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *