แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการหนี้
ส่วนที่ 1: พื้นฐานเกี่ยวกับหนี้สินและการบริหารจัดการ
1. “หนี้” ในทางกฎหมายหมายถึงอะไร
ก. ภาระผูกพันที่ลูกหนี้จะต้องชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้
ข. เงินที่สถาบันการเงินให้ยืม
ค. ยอดเงินที่ค้างชำระในบัตรเครดิต
ง. ภาษีที่จะต้องชำระให้แก่รัฐ
2. การบริหารจัดการหนี้ (Debt Management) มีจุดประสงค์หลักคืออะไร
ก. การหลีกเลี่ยงการชำระหนี้
ข. การควบคุมและลดภาระหนี้สินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ค. การเพิ่มวงเงินกู้ให้มากขึ้น
ง. การประกาศล้มละลาย
3. หนี้ดี (Good Debt) คืออะไร
ก. หนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำ
ข. หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต
ค. หนี้ที่มีระยะเวลาผ่อนชำระนาน
ง. หนี้ที่ไม่มีหลักประกัน
4. อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio: DTI) ที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าใด
ก. ไม่เกิน 20% ของรายได้
ข. ไม่เกิน 30-35% ของรายได้
ค. ไม่เกิน 50% ของรายได้
ง. ไม่เกิน 70% ของรายได้
5. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ
ก. การจัดทำงบประมาณส่วนบุคคล
ข. การจัดลำดับความสำคัญของหนี้
ค. การหลีกเลี่ยงการชำระหนี้เพื่อรักษาสภาพคล่อง
ง. การสร้างเงินออมสำรองฉุกเฉิน
ส่วนที่ 2: ประเภทของหนี้และผลิตภัณฑ์สินเชื่อ
6. หนี้ประเภทใดมักมีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด
ก. สินเชื่อที่อยู่อาศัย
ข. สินเชื่อรถยนต์
ค. บัตรเครดิต
ง. สินเชื่อเพื่อการศึกษา
7. สินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) หมายถึงอะไร
ก. อัตราดอกเบี้ยที่คงที่ตลอดอายุสัญญา
ข. อัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงตามอัตราอ้างอิงในตลาดการเงิน
ค. อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงทุกปี
ง. อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดโดยผู้กู้
8. การรีไฟแนนซ์ (Refinancing) หนี้คืออะไร
ก. การขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้
ข. การเปลี่ยนสถาบันการเงินเพื่อได้เงื่อนไขสินเชื่อที่ดีกว่าเดิม
ค. การขอลดอัตราดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินเดิม
ง. การยกเลิกสัญญาเงินกู้
9. ข้อใดเป็นข้อดีของการใช้วิธีการรวมหนี้ (Debt Consolidation)
ก. ลดจำนวนหนี้ที่ต้องชำระในแต่ละเดือน
ข. ลดยอดหนี้รวมทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
ค. ช่วยให้มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงและบริหารจัดการง่ายขึ้น
ง. ช่วยลบประวัติการผิดนัดชำระหนี้
10. หนี้นอกระบบมีลักษณะอย่างไร
ก. หนี้ที่กู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ไม่มีใบอนุญาต
ข. หนี้ที่ไม่มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
ค. หนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
ง. ถูกทุกข้อ
ส่วนที่ 3: กลยุทธ์การชำระหนี้
11. วิธีการชำระหนี้แบบ “หิมะลูกกลิ้ง” (Snowball Method) มีหลักการอย่างไร
ก. ชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
ข. ชำระหนี้ที่มียอดหนี้น้อยที่สุดให้หมดก่อน แล้วค่อยไปชำระหนี้ก้อนถัดไป
ค. ชำระหนี้ทุกก้อนเท่าๆ กัน
ง. ชำระหนี้ตามลำดับวันครบกำหนด
12. วิธีการชำระหนี้แบบ “หิมะลูกกลิ้ง” (Snowball Method) มีข้อดีด้านจิตวิทยาอย่างไร
ก. ประหยัดดอกเบี้ยมากที่สุด
ข. สร้างแรงจูงใจจากการเห็นความสำเร็จเมื่อชำระหนี้ก้อนเล็กหมด
ค. ช่วยให้เครดิตสกอร์ดีขึ้นเร็วที่สุด
ง. ลดระยะเวลาการชำระหนี้ทั้งหมด
13. วิธีการชำระหนี้แบบ “ลูกหิมะละลาย” (Avalanche Method) มีหลักการอย่างไร
ก. ชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
ข. ชำระหนี้ที่มียอดหนี้น้อยที่สุดให้หมดก่อน
ค. ชำระหนี้ทุกก้อนเท่าๆ กัน
ง. ชำระหนี้ตามลำดับวันครบกำหนด
14. ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการชำระหนี้แบบ “ลูกหิมะละลาย” (Avalanche Method)
ก. ประหยัดดอกเบี้ยในระยะยาว
ข. เห็นความสำเร็จเร็วจากการชำระหนี้ก้อนเล็กหมด
ค. ลดภาระดอกเบี้ยรวมได้มากที่สุด
ง. มีประสิทธิภาพทางการเงินมากกว่าวิธีอื่น
15. การชำระเงินเกินกว่ายอดขั้นต่ำของบัตรเครดิตมีข้อดีอย่างไร
ก. ได้รับคะแนนสะสมมากขึ้น
ข. ลดระยะเวลาและดอกเบี้ยในการชำระหนี้
ค. ได้รับวงเงินเพิ่มโดยอัตโนมัติ
ง. ได้รับส่วนลดจากสถาบันการเงิน
ส่วนที่ 4: การแก้ไขปัญหาหนี้และการฟื้นฟูสถานะทางการเงิน
16. การปรับโครงสร้างหนี้ (Debt Restructuring) หมายถึงอะไร
ก. การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระหนี้เพื่อให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้
ข. การยกเลิกหนี้ทั้งหมด
ค. การประกาศล้มละลาย
ง. การเปลี่ยนสถาบันการเงินที่ให้กู้
17. ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) สังกัดหน่วยงานใด
ก. กระทรวงการคลัง
ข. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ง. กรมสรรพากร
18. เครดิตบูโร (Credit Bureau) ในประเทศไทยมีหน้าที่หลักคืออะไร
ก. ให้สินเชื่อแก่ประชาชน
ข. จัดเก็บข้อมูลเครดิตและประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้
ค. ติดตามทวงถามหนี้
ง. พิจารณาการล้มละลาย
19. เครดิตสกอร์จะมีผลต่อเรื่องใดมากที่สุด
ก. การขอวีซ่าเดินทางต่างประเทศ
ข. การสมัครงาน
ค. การขอสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับ
ง. การทำประกันชีวิต
20. ประวัติการชำระหนี้ที่ผิดนัดจะถูกบันทึกในเครดิตบูโรนานเท่าใด
ก. 1 ปี
ข. 3 ปี
ค. 5 ปี
ง. 10 ปี
ส่วนที่ 5: กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับหนี้สิน
21. พระราชบัญญัติทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 กำหนดเวลาที่เจ้าหนี้หรือผู้ทวงถามหนี้สามารถติดต่อลูกหนี้ได้ในช่วงเวลาใด
ก. 06.00 น. – 18.00 น. ของวันจันทร์ถึงศุกร์
ข. 08.00 น. – 18.00 น. ของวันจันทร์ถึงศุกร์
ค. 08.00 น. – 20.00 น. ของทุกวัน
ง. 08.00 น. – 20.00 น. ของวันจันทร์ถึงศุกร์ และ 08.00 น. – 18.00 น. ของวันหยุด
22. การฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับหนี้บัตรเครดิตมีอายุความกี่ปี
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 5 ปี
ง. 10 ปี
23. กฎหมายกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระหว่างบุคคลทั่วไปสูงสุดไม่เกินเท่าใด
ก. ร้อยละ 15 ต่อปี
ข. ร้อยละ 18 ต่อปี
ค. ร้อยละ 20 ต่อปี
ง. ร้อยละ 28 ต่อปี
24. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มีอัตราดอกเบี้ยเท่าใด
ก. ร้อยละ 0 ต่อปี
ข. ร้อยละ 1 ต่อปี
ค. ร้อยละ 3 ต่อปี
ง. ร้อยละ 5 ต่อปี
25. มาตรการพักชำระหนี้ (Debt Moratorium) มีลักษณะอย่างไร
ก. การยกเลิกหนี้ทั้งหมด
ข. การลดยอดเงินต้นของหนี้
ค. การพักการชำระหนี้ชั่วคราวตามเงื่อนไขที่กำหนด
ง. การยกเว้นดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา
ส่วนที่ 6: เครื่องมือและเทคโนโลยีในการบริหารจัดการหนี้
26. แอปพลิเคชันใดไม่ใช่เครื่องมือสำหรับการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล
ก. Money Lover
ข. Moneytree
ค. Line BK
ง. Money Note
27. Open Banking หมายถึงอะไร
ก. การเปิดบัญชีธนาคารโดยไม่มีค่าธรรมเนียม
ข. การอนุญาตให้ธนาคารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของลูกค้า
ค. ระบบที่อนุญาตให้บุคคลที่สามเข้าถึงข้อมูลทางการเงินผ่าน API โดยได้รับความยินยอม
ง. การให้บริการธนาคารตลอด 24 ชั่วโมง
28. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการหนี้
ก. การติดตามค่าใช้จ่ายและหนี้สินแบบเรียลไทม์
ข. การตั้งการแจ้งเตือนวันครบกำหนดชำระ
ค. การรับประกันว่าจะไม่เกิดหนี้เสีย
ง. การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อวางแผนการเงิน
29. หลักการ SMART Goals ในการวางแผนชำระหนี้ ตัวอักษร “M” หมายถึงอะไร
ก. Money (เงิน)
ข. Measurable (วัดผลได้)
ค. Manageable (จัดการได้)
ง. Motivational (สร้างแรงจูงใจ)
30. Debt to Service Ratio (DSR) หมายถึงอะไร
ก. อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้
ข. อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้
ค. อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์
ง. อัตราส่วนการชำระคืนหนี้
Review ลูกค้า
เฉลยแนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการหนี้
- ก. ภาระผูกพันที่ลูกหนี้จะต้องชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้
- ข. การควบคุมและลดภาระหนี้สินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
- ข. หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต
- ข. ไม่เกิน 30-35% ของรายได้
- ค. การหลีกเลี่ยงการชำระหนี้เพื่อรักษาสภาพคล่อง
- ค. บัตรเครดิต
- ข. อัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงตามอัตราอ้างอิงในตลาดการเงิน
- ข. การเปลี่ยนสถาบันการเงินเพื่อได้เงื่อนไขสินเชื่อที่ดีกว่าเดิม
- ค. ช่วยให้มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงและบริหารจัดการง่ายขึ้น
- ง. ถูกทุกข้อ
- ข. ชำระหนี้ที่มียอดหนี้น้อยที่สุดให้หมดก่อน แล้วค่อยไปชำระหนี้ก้อนถัดไป
- ข. สร้างแรงจูงใจจากการเห็นความสำเร็จเมื่อชำระหนี้ก้อนเล็กหมด
- ก. ชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
- ข. เห็นความสำเร็จเร็วจากการชำระหนี้ก้อนเล็กหมด
- ข. ลดระยะเวลาและดอกเบี้ยในการชำระหนี้
- ก. การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระหนี้เพื่อให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้
- ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย
- ข. จัดเก็บข้อมูลเครดิตและประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้
- ค. การขอสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับ
- ข. 3 ปี
- ค. 08.00 น. – 20.00 น. ของทุกวัน
- ข. 2 ปี
- ก. ร้อยละ 15 ต่อปี
- ข. ร้อยละ 1 ต่อปี
- ค. การพักการชำระหนี้ชั่วคราวตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ค. Line BK
- ค. ระบบที่อนุญาตให้บุคคลที่สามเข้าถึงข้อมูลทางการเงินผ่าน API โดยได้รับความยินยอม
- ค. การรับประกันว่าจะไม่เกิดหนี้เสีย
- ข. Measurable (วัดผลได้)
- ข. อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้
แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการหนี้ ฟรี

