สรุป แนวข้อสอบ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565

สรุป แนวข้อสอบ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565 มีสาระสำคัญดังนี้

1. สิทธิการเบิกค่าเช่าบ้าน
– ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน
– ท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก หรือท้องที่ที่กลับเข้ารับราชการใหม่ ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน
– ต้องไม่มีเคหสถานเป็นของตนเองหรือคู่สมรสในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่

2. ข้อยกเว้นกรณีไม่มีสิทธิเบิก
– ทางราชการจัดที่พักอาศัยให้อยู่แล้ว
– มีเคหสถานของตนเองหรือคู่สมรสในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงาน
– ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ในท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรกหรือท้องที่ที่กลับเข้ารับราชการใหม่
– ได้รับความช่วยเหลือค่าเช่าบ้านจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นๆ
– เป็นข้าราชการวิสามัญ

3. ลักษณะการเช่าบ้าน
– เช่าบ้านเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย
– เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน
– เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านร่วมกับที่ดิน

4. อัตราค่าเช่าบ้าน
– เบิกได้ตามสิทธิที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
– กรณีเช่าบ้านเบิกได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินสิทธิ
– กรณีเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน เบิกได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินสิทธิ

5. การใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน
– ต้องยื่นแบบขอรับค่าเช่าบ้าน (แบบ 6005) ต่อผู้บังคับบัญชา
– ต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ (ผู้บริหารท้องถิ่น)
– การเบิกจ่ายให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

6. การตรวจสอบสิทธิ
– แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
– ตรวจสอบความถูกต้องของการขอใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน
– ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานที่ดิน

7. การสิ้นสุดสิทธิ
– โอนหรือย้ายไปประจำในท้องที่ใหม่
– ลาออกจากราชการ
– เสียชีวิต
– ขาดคุณสมบัติตามเงื่อนไขการมีสิทธิ

การแก้ไขเพิ่มเติมในฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565 มีการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป และให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการพลเรือนตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

แนวข้อสอบ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติมถึง
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565

คำชี้แจง: จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ฉบับล่าสุดคือฉบับใด?

ก. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2559
ข. ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562
ค. ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2564
ง. ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565

2. ข้อใดไม่ใช่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามความหมายของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น?

ก. ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ข. พนักงานเทศบาล
ค. พนักงานส่วนตำบล
ง. ลูกจ้างประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

3. ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น?

ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ข. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด

4. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในกรณีใดต่อไปนี้ที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน?

ก. ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก
ข. ทางราชการได้จัดที่พักอาศัยให้อยู่แล้ว
ค. มีเคหสถานอันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่
ง. ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำในต่างท้องที่และไม่มีเคหสถานเป็นของตนเองหรือคู่สมรส

5. “ท้องที่” ตามระเบียบค่าเช่าบ้านหมายถึงข้อใด?

ก. อำเภอ
ข. ตำบล
ค. จังหวัด
ง. เขตพื้นที่ที่กำหนดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่

6. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการไม่ได้?

ก. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในต่างท้องที่
ข. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้รับความช่วยเหลือค่าเช่าซื้อบ้านจากรัฐวิสาหกิจ
ค. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่รัฐจัดบ้านพักให้พักอาศัยแต่มีความจำเป็นต้องแยกพักอาศัย
ง. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในข่ายได้รับค่าเช่าบ้านตามระเบียบว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

7. ในกรณีที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านได้เช่าซื้อบ้าน การเบิกเงินค่าเช่าบ้านเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยชำระค่าเช่าซื้อบ้านในท้องที่นั้นๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้นั้นจะต้องเป็นผู้เช่าซื้อเมื่อใด?

ก. ในระหว่างที่รับราชการ
ข. ก่อนเริ่มรับราชการ
ค. ระหว่างรับราชการหรือก่อนเริ่มรับราชการก็ได้
ง. ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รับราชการในท้องที่นั้น

8. กรณีข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามระเบียบนี้ได้เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ค้างอยู่ในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานแห่งใหม่ บุคคลใดต่อไปนี้ไม่สามารถทำนิติกรรมดังกล่าวแทนข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้นั้นได้?

ก. คู่สมรสของข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้นั้น
ข. บุตรของข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้นั้น
ค. บิดาหรือมารดาของข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้นั้น
ง. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้นั้น

9. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงาน แต่มีหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงิน สามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้หรือไม่?

ก. เบิกไม่ได้เลย เพราะมีบ้านเป็นของตนเองแล้ว
ข. เบิกได้เฉพาะกรณีที่บ้านนั้นถูกทำลายหรือเสียหายจนไม่สามารถพักอาศัยได้
ค. เบิกได้เฉพาะส่วนที่ชำระหนี้กับสถาบันการเงิน
ง. เบิกได้เต็มสิทธิตามอัตราที่กำหนด

10. ในกรณีที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านแล้ว และต่อมาได้โอนกรรมสิทธิ์ในบ้านนั้นให้แก่ผู้อื่น ข้าราชการผู้นั้นจะมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านอย่างไร?

ก. หมดสิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้านทันที
ข. ยังคงมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านตามสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเงินกู้ต่อไป
ค. มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านแต่ต้องเช่าบ้านอื่นแทน
ง. มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้เฉพาะกรณีที่ขายบ้านให้กับทางราชการเท่านั้น

11. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่รับราชการครั้งแรกในท้องที่ใด แล้วต่อมาได้โอนย้ายไปรับราชการในท้องที่อื่น กรณีใดที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้นั้นมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ?

ก. สำนักงานที่ไปประจำอยู่ในท้องที่ที่เคยรับราชการอยู่เดิม
ข. ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ในต่างท้องที่และไม่เคยใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านมาก่อน
ค. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านในท้องที่ที่รับราชการครั้งแรก
ง. ถูกทุกข้อ

12. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านสามารถนำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าซื้อ หรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ ของเดือนใดมาเบิกงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้?

ก. เดือนนั้นเท่านั้น
ข. เดือนก่อนก็ได้
ค. ย้อนหลังได้ไม่เกิน 3 เดือน
ง. ย้อนหลังได้ไม่เกิน 1 ปีงบประมาณ

13. ตามระเบียบค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น การยื่นขอเบิกค่าเช่าบ้านต้องใช้แบบใด?

ก. แบบ 6000
ข. แบบ 6003
ค. แบบ 6004
ง. แบบ 6005

14. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านที่ได้เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน กรณีใดที่ไม่สามารถนำมาเบิกค่าเช่าบ้านได้?

ก. การผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านพร้อมที่ดิน
ข. การผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้าน
ค. การผ่อนชำระเงินกู้เพื่อต่อเติมบ้านที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง
ง. การเช่าซื้ออาคารพาณิชย์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย

15. ผู้มีอำนาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่นคือใคร?

ก. นายอำเภอ
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. ผู้บริหารท้องถิ่น
ง. ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

16. ในการตรวจสอบการขอรับค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบด้วยใครบ้าง?

ก. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
ข. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน
ค. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน และข้าราชการพลเรือนจำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน
ง. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างน้อย 2 คน และต้องมีข้าราชการอย่างน้อย 1 คนเป็นข้าราชการที่มีความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบเอกสารสิทธิ

17. ตามระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการส่วนท้องถิ่น ข้าราชการที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการครั้งแรกในท้องที่ใด และภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้ไปรับราชการในท้องที่อื่น กรณีใดที่ถือว่าเป็นการโอนย้ายตามคำร้องขอของตนเอง?

ก. ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น
ข. ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการ
ค. เป็นการโอนโดยผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ
ง. เป็นการเลือกสมัครใจไปปฏิบัติงานตามโครงการของทางราชการ

18. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ประจำสำนักงานในต่างท้องที่และมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน ต่อมาได้รับคำสั่งให้เดินทางกลับไปประจำสำนักงานในท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก จะมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้หรือไม่?

ก. มีสิทธิเบิกได้ เพราะเคยมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านมาแล้ว
ข. มีสิทธิเบิกได้ แต่ต้องไม่มีเคหสถานเป็นของตนเองหรือคู่สมรสในท้องที่นั้น
ค. ไม่มีสิทธิเบิก เพราะเป็นท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก
ง. ไม่มีสิทธิเบิก เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยเป็นกรณีพิเศษ

19. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านที่โอนย้ายไปต่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องดำเนินการอย่างไรกับการเบิกค่าเช่าบ้าน?

ก. ให้สิทธินั้นระงับและต้องยื่นขอรับสิทธิใหม่
ข. ให้สิทธินั้นติดตัวไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่โดยไม่ต้องยื่นใหม่
ค. ต้องได้รับการตรวจสอบสิทธิจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ก่อนจึงจะมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน
ง. ให้ยื่นหลักฐานการเบิกค่าเช่าบ้านจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่เพื่อขอเบิกค่าเช่าบ้านต่อเนื่อง

20. เมื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิม จะสามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้อย่างไร?

ก. หมดสิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้าน
ข. ให้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านเท่าเดิม
ค. ให้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินสิทธิที่พึงจะได้รับตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านตามตำแหน่งและระดับที่ได้รับแต่งตั้ง
ง. ให้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านเพิ่มขึ้นร้อยละสิบตามระดับตำแหน่งที่สูงขึ้น

อธิบายคำตอบของแต่ละข้อโดยละเอียด:

### ข้อ 1. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ฉบับล่าสุดคือฉบับใด?

**ตอบ ง. ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565**

คำอธิบาย: ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่นฉบับล่าสุดคือฉบับที่ 5 ซึ่งประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2565 เป็นการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป

### ข้อ 2. ข้อใดไม่ใช่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามความหมายของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น?

**ตอบ ง. ลูกจ้างประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น**

คำอธิบาย: ตามระเบียบฯ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น หมายถึง ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาล พนักงานส่วนตำบล และพนักงานเมืองพัทยา แต่ลูกจ้างประจำไม่ถือเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น จึงไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน

### ข้อ 3. ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น?

**ตอบ ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย**

คำอธิบาย: ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

### ข้อ 4. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในกรณีใดต่อไปนี้ที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน?

**ตอบ ง. ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำในต่างท้องที่และไม่มีเคหสถานเป็นของตนเองหรือคู่สมรส**

คำอธิบาย: ระเบียบฯ กำหนดให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้รับคำสั่งให้ไปประจำในต่างท้องที่ และไม่มีเคหสถานอันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรสในท้องที่นั้น มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน

โหลดระเบียบฉบับเต็มตรงนี้จ้า
รวมกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น 272 ฉบับ

รวมกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น อัพเดท 2568

รวม 272 ฉบับ

เนื้อหาประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 สําหรับที่ใช้บ่อย ใช้สอบ และใช้ทํางานเป็นประจํา

จํานวน 63 ฉบับ

กลุ่มที่ 2 กฎหมายและอนุบัญญัติที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่เฉพาะ

จํานวน 147 ฉบับ

กลุ่มที่ 3 กฎหมายอื่นๆ ที่ปรากฏในการสอบตําแหน่งสายบริหาร

จํานวน 62 ฉบับ

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบันที่ 5) พ.ศ. 2565

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *