สรุป แนวข้อสอบ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2566

สรุป ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566

1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

• มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (นับตามปีปฏิทิน)
• มีสัญชาติไทย
• มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยื่นคำขอ
• ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ เงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน
• ไม่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ

2. อัตราการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ (แบบขั้นบันได)

• อายุ 60-69 ปี ได้รับ 600 บาทต่อเดือน
• อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาทต่อเดือน
• อายุ 80-89 ปี ได้รับ 800 บาทต่อเดือน
• อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาทต่อเดือน

3. วิธีการลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงิน

• ผู้สูงอายุสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
• ให้ผู้สูงอายุยื่นคำขอลงทะเบียนด้วยตนเอง หรือในกรณีที่มีความจำเป็นไม่สามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทนได้
• เอกสารประกอบการลงทะเบียน:
o บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย
o ทะเบียนบ้าน
o สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร (กรณีประสงค์รับเงินผ่านบัญชีธนาคาร)
o หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาลงทะเบียนแทน)

4. วิธีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้:

• จ่ายเป็นเงินสด
• โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามผู้มีสิทธิ
• โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจ
• จ่ายผ่านบัญชีธนาคารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย

5. การสิ้นสุดสิทธิการรับเงินเบี้ยยังชีพ

ผู้สูงอายุจะสิ้นสุดสิทธิการได้รับเงินเบี้ยยังชีพในกรณีต่อไปนี้:

• เสียชีวิต
• ย้ายภูมิลำเนาไปนอกเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
• ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนด (เช่น ได้รับสวัสดิการอื่นจากรัฐ)
• แจ้งสละสิทธิการรับเงินเบี้ยยังชีพเป็นหนังสือต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

6. การตรวจสอบและปรับฐานข้อมูล

• องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องตรวจสอบสถานะของผู้รับเบี้ยยังชีพเป็นประจำทุกปี
• ปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพให้เป็นปัจจุบัน
• เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะของผู้สูงอายุที่มีผลต่อสิทธิ ต้องดำเนินการปรับปรุงข้อมูลในระบบสารสนเทศ

7. การรายงานผล

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรายงานผลการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ทั้งนี้ การดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศหรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องในอนาคต

แนวข้อสอบระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566

1. ผู้รักษาการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 คือใคร?

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด

2. ตามระเบียบฯ นี้ “ผู้สูงอายุ” หมายความว่าอย่างไร?

ก. บุคคลซึ่งมีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย
ข. บุคคลซึ่งมีอายุหกสิบปีขึ้นไปและมีสัญชาติไทย
ค. บุคคลซึ่งมีอายุหกสิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ง. บุคคลซึ่งมีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปที่มีทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

3. ผู้สูงอายุที่จะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องมีคุณสมบัติข้อใด?

ก. มีสัญชาติไทย
ข. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน
ค. ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. ถูกทุกข้อ

4. ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือไม่?

ก. ได้รับ เพราะเป็นผู้สูงอายุตามคำนิยามของระเบียบฯ
ข. ได้รับ แต่ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนด
ค. ไม่ได้รับ เพราะถือว่าเป็นผู้ได้รับสวัสดิการจากรัฐแล้ว
ง. ไม่ได้รับ ยกเว้นจะเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาก่อน

5. ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในอัตราแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุอย่างไร?

ก. อายุ 60-69 ปี จะได้รับ 600 บาท, อายุ 70-79 ปี จะได้รับ 700 บาท, อายุ 80-89 ปี จะได้รับ 800 บาท, อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท
ข. อายุ 60-69 ปี จะได้รับ 600 บาท, อายุ 70-79 ปี จะได้รับ 700 บาท, อายุ 80-89 ปี จะได้รับ 800 บาท, อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 900 บาท
ค. อายุ 60-69 ปี จะได้รับ 600 บาท, อายุ 70-79 ปี จะได้รับ 700 บาท, อายุ 80-89 ปี จะได้รับ 800 บาท, อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,250 บาท
ง. อายุ 60-69 ปี จะได้รับ 500 บาท, อายุ 70-79 ปี จะได้รับ 600 บาท, อายุ 80-89 ปี จะได้รับ 700 บาท, อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 800 บาท

6. ภายในช่วงเวลาใดที่ผู้สูงอายุซึ่งจะมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณถัดไป ต้องมาลงทะเบียนเพื่อยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ?

ก. ภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
ข. ภายในเดือนธันวาคมของทุกปี
ค. ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
ง. ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนธันวาคมของทุกปี

7. กรณีผู้สูงอายุย้ายภูมิลำเนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการอย่างไร?

ก. ให้ผู้สูงอายุแจ้งต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนย้ายไปเท่านั้น
ข. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมยังคงจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจนกว่าจะสิ้นสุดปีงบประมาณนั้น
ค. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะย้ายออกตัดรายชื่อผู้สูงอายุที่ย้ายออกนอกพื้นที่
ง. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นผู้จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

8. ผู้สูงอายุสามารถรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยวิธีการใดได้บ้าง?

ก. รับเงินสดด้วยตนเอง หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเท่านั้น
ข. รับเงินสดด้วยตนเอง หรือรับเงินสดโดยมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทน หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
ค. โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเท่านั้น
ง. รับเงินสดด้วยตนเองเท่านั้น

9. กรณีผู้สูงอายุเสียชีวิต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการอย่างไร?

ก. ระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเดือนถัดไป
ข. จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้กับทายาทโดยธรรม
ค. ระงับการจ่ายเงินตั้งแต่วันที่เสียชีวิต
ง. จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจนครบปีงบประมาณนั้น

10. การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แก่ผู้มีสิทธิ ต้องดำเนินการภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ?

ก. ภายใน 7 วัน
ข. ภายใน 10 วัน
ค. ภายใน 15 วัน
ง. ภายใน 30 วัน

11. หากต้องการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ต้องเป็นบัญชีธนาคารของผู้ใด?

ก. ต้องเป็นบัญชีของผู้สูงอายุเท่านั้น
ข. ต้องเป็นบัญชีของผู้สูงอายุหรือบัญชีที่ผู้สูงอายุมอบหมายก็ได้
ค. ต้องเป็นบัญชีที่เปิดกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเท่านั้น
ง. ต้องเป็นบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เปิดไว้เฉพาะเพื่อการนี้

12. กรณีที่ผู้สูงอายุเป็นผู้ที่ได้รับสวัสดิการเบี้ยความพิการด้วย จะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยหรือไม่?

ก. ไม่ได้รับ เพราะถือว่าเป็นผู้ได้รับสวัสดิการจากรัฐแล้ว
ข. ได้รับเฉพาะเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือเบี้ยความพิการอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
ค. ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการควบคู่กันได้
ง. ได้รับในอัตราที่ลดลงตามสัดส่วนที่กำหนด

13. หากผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่มารับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามกำหนดระยะเวลาที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด จะต้องมารับเงินภายในกี่วัน?

ก. ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีสิทธิ
ข. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีสิทธิ
ค. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีสิทธิ
ง. ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่มีสิทธิ

14. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการอย่างไร?

ก. ปิดประกาศไว้ที่สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดเป็นการเฉพาะ
ข. แจ้งให้ผู้มีสิทธิทราบโดยตรงเป็นรายบุคคล
ค. ประกาศผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้านหรือชุมชน
ง. ประกาศในเว็บไซต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น

15. ในกรณีที่มีการยกเลิกอัตราการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับเดิม ผู้สูงอายุซึ่งรับเงินเบี้ยยังชีพอยู่ตามระเบียบดังกล่าวจะได้รับเงินในอัตราอย่างไร?

ก. ให้ได้รับเงินในอัตราเดิมจนกว่าจะครบอายุตามช่วงถัดไป จึงปรับขึ้นตามบัญชีอัตราในระเบียบใหม่
ข. ให้ได้รับเงินตามบัญชีอัตราใหม่ทันที
ค. ให้ได้รับเงินตามบัญชีอัตราเดิมต่อไป จนกว่าจะยกเลิกระเบียบนี้
ง. ให้ได้รับเงินในอัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราเดิมกับอัตราใหม่

16. ผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจะถูกระงับสิทธิการรับเงินเบี้ยยังชีพในกรณีใด

ก. ตาย
ข. ขาดคุณสมบัติ
ค. แจ้งสละสิทธิเป็นหนังสือต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ง. ถูกทุกข้อ

17. การลงทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในระเบียบใหม่ ผู้สูงอายุต้องยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพอย่างไร?

ก. ยื่นคำขอด้วยตนเองเท่านั้น
ข. ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนก็ได้
ค. ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น
ง. ยื่นคำขอที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

18. การนับอายุของผู้สูงอายุเพื่อคำนวณอัตราการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได ให้คำนวณอายุเมื่อใด?

ก. วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี
ข. วันที่ 30 กันยายนของทุกปี
ค. วันเกิดของผู้สูงอายุในปีนั้น
ง. วันที่ลงทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

19. กรณีที่ผู้สูงอายุต้องการเปลี่ยนแปลงวิธีการรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุแจ้งความประสงค์ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมื่อใด?

ก. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ
ข. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือนก่อนวันจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ
ค. ภายในวันที่ 25 ของเดือนที่จ่ายเงินเบี้ยยังชีพ
ง. เมื่อใดก็ได้ตามความประสงค์ของผู้สูงอายุ

20. หากผู้ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือผู้รับมอบอำนาจ แจ้งข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือไม่แจ้งข้อมูลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ต้องมีความผิดในข้อหาใด?

ก. ความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกง
ข. ความผิดทางอาญาฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ค. ความผิดทางปกครอง
ง. ความผิดตามระเบียบฯ ซึ่งต้องคืนเงินที่ได้รับโดยไม่มีสิทธิ


คำอธิบายเฉลยแนวข้อสอบระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566

1. เฉลย ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามระเบียบฯ ข้อ 5 กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

2. เฉลย ก. บุคคลซึ่งมีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย ตามระเบียบฯ ข้อ 4 ได้ให้คำนิยามว่า “ผู้สูงอายุ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย

3. เฉลย ง. ถูกทุกข้อ ตามระเบียบฯ ข้อ 7 ผู้สูงอายุที่จะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนทั้ง 3 ประการ คือ มีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน และไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

4. เฉลย ค. ไม่ได้รับ เพราะถือว่าเป็นผู้ได้รับสวัสดิการจากรัฐแล้ว ตามระเบียบฯ ข้อ 7(3) ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นผู้ได้รับสวัสดิการจากภาครัฐอยู่แล้ว จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ


โหลดระเบียบฉบับเต็มตรงนี้จ้า
รวมกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น 272 ฉบับ

รวมกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น อัพเดท 2568

รวม 272 ฉบับ

เนื้อหาประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 สําหรับที่ใช้บ่อย ใช้สอบ และใช้ทํางานเป็นประจํา

จํานวน 63 ฉบับ

กลุ่มที่ 2 กฎหมายและอนุบัญญัติที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่เฉพาะ

จํานวน 147 ฉบับ

กลุ่มที่ 3 กฎหมายอื่นๆ ที่ปรากฏในการสอบตําแหน่งสายบริหาร

จํานวน 62 ฉบับ

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2566

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *