ฟรี แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชานาฏศิลป์ (ปรนัย 50 ข้อ)

แนวข้อสอบครูผู้ช่วย กลุ่มวิชานาฏศิลป์ (ปรนัย 50 ข้อ)

ส่วนที่ 1: ประวัติและพื้นฐานนาฏศิลป์ไทย

1. นาฏศิลป์ไทยมีที่มาจากแหล่งใดเป็นหลัก

ก. การละเล่นพื้นบ้าน
ข. พิธีกรรมทางศาสนา
ค. ราชสำนัก
ง. ถูกทุกข้อ

2. นาฏศิลป์ไทยแบ่งออกเป็นกี่ประเภทหลัก

ก. 2 ประเภท
ข. 4 ประเภท
ค. 6 ประเภท
ง. 8 ประเภท

3. “นาฏยศาลา” ในสมัยรัชกาลที่ 6 คือสถานที่ใด

ก. โรงละครแห่งแรกของไทย
ข. โรงเรียนสอนนาฏศิลป์แห่งแรก
ค. พระราชวังส่วนที่ใช้แสดงโขน-ละคร
ง. หอประชุมสำหรับแสดงนาฏศิลป์

4. การรำไทยมาตรฐานมีท่ารำพื้นฐานกี่ท่า

ก. 12 ท่า
ข. 18 ท่า
ค. 24 ท่า
ง. 36 ท่า

5. แม่บทใหญ่เริ่มต้นด้วยเพลงอะไร

ก. เพลงช้า
ข. เพลงเร็ว
ค. เพลงสมิงทอง
ง. เพลงรัว

6. “นาฏยศัพท์” หมายถึงสิ่งใด

ก. คำศัพท์เฉพาะในนาฏศิลป์
ข. ท่ารำที่เป็นแบบแผน
ค. ภาษาท่าในการแสดงนาฏศิลป์
ง. ถูกทุกข้อ

7. ท่ารำที่เรียกว่า “กระดกขา” จัดเป็นนาฏยศัพท์ประเภทใด

ก. ศัพท์เบื้องต้น
ข. ศัพท์ภาษาท่า
ค. ศัพท์เบ็ดเตล็ด
ง. ศัพท์เสริม

8. “รำแม่บท” มีความสำคัญอย่างไรในนาฏศิลป์ไทย

ก. เป็นการรำเพื่อบูชาครู
ข. เป็นการรำที่รวมท่ารำพื้นฐานทั้งหมด
ค. เป็นการรำเพื่อแสดงการเคารพผู้ชม
ง. เป็นการรำที่ใช้เฉพาะในราชสำนัก

9. “โขน” มีต้นกำเนิดมาจากสิ่งใด

ก. การเล่นหนังใหญ่
ข. การเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์
ค. การเล่านิทานด้วยท่าทาง
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข

10. “ละครใน” มีลักษณะเด่นอย่างไร

ก. แสดงโดยผู้ชายล้วน
ข. แสดงโดยผู้หญิงล้วน
ค. มีความเข้มงวดในแบบแผนการแสดง
ง. ข้อ ข และ ค ถูก


ส่วนที่ 2: การแสดงนาฏศิลป์ประเภทต่างๆ

11. โขนที่แสดงในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้บทจากวรรณกรรมเรื่องใด

ก. รามเกียรติ์
ข. อิเหนา
ค. ขุนช้างขุนแผน
ง. พระอภัยมณี

12. ลิงในการแสดงโขนแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

ก. 2 ประเภท
ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท
ง. 5 ประเภท

13. “ลิงลม” ในโขนมีลักษณะอย่างไร

ก. เคลื่อนไหวรวดเร็ว ว่องไว
ข. มีน้ำหนักตัวมาก แข็งแรง
ค. มีความอดทนสูง
ง. เจ้าเล่ห์ มีปฏิภาณไหวพริบ

14. ละครชาตรีมีต้นกำเนิดจากภาคใดของไทย

ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอีสาน
ง. ภาคใต้

15. “ละครนอก” มีลักษณะเด่นอย่างไร

ก. เน้นการรำที่งดงาม ประณีต
ข. เน้นความสนุกสนาน ตลกขบขัน
ค. ใช้ผู้แสดงชายล้วน
ง. มีการเล่าเรื่องที่ซับซ้อน

16. การแสดงชุดใดที่จัดเป็น “ระบำมาตรฐาน”

ก. ระบำดาวดึงส์
ข. ระบำศรีวิชัย
ค. ระบำสุโขทัย
ง. ถูกทุกข้อ

17. การแสดงชุด “ฟ้อนเงี้ยว” มีต้นกำเนิดจากภาคใด

ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอีสาน
ง. ภาคใต้

18. “ฟ้อนเทียน” เป็นการแสดงพื้นเมืองของภาคใด

ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอีสาน
ง. ภาคใต้

19. “เซิ้งกระติบข้าว” เป็นการแสดงพื้นเมืองของภาคใด

ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอีสาน
ง. ภาคใต้

20. การแสดงใดไม่จัดอยู่ในประเภทนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้

ก. โนรา
ข. หนังตะลุง
ค. รำวงมาตรฐาน
ง. มโนราห์ชาตรี


ส่วนที่ 3: องค์ประกอบและหลักการนาฏศิลป์

21. เครื่องดนตรีชิ้นใดที่ใช้ตีให้จังหวะในการซ้อมรำ

ก. ฉิ่ง
ข. ฉาบ
ค. กรับ
ง. กลอง

22. “เพลงหน้าพาทย์” ใช้ในโอกาสใด

ก. ประกอบการเดินทาง
ข. ประกอบอารมณ์ตัวละคร
ค. ประกอบพิธีกรรม
ง. ถูกทุกข้อ

23. “เพลงช้า-เพลงเร็ว” จัดเป็นเพลงหน้าพาทย์ประเภทใด

ก. เพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง
ข. เพลงหน้าพาทย์ธรรมดา
ค. เพลงหน้าพาทย์พิเศษ
ง. เพลงหน้าพาทย์เบ็ดเตล็ด

24. ท่ารำที่แสดงอารมณ์โกรธในนาฏศิลป์ไทยคือท่าใด

ก. ประหวัด
ข. ชี้
ค. กระทืบเท้า
ง. ตั้งวง

25. องค์ประกอบใดที่สำคัญที่สุดในการแสดงนาฏศิลป์

ก. ผู้แสดง
ข. ดนตรี
ค. ฉาก
ง. บทละคร

26. การแต่งกายของตัวนางในละครไทยมีลักษณะเด่นคือข้อใด

ก. สวมชฎา
ข. สวมเสื้อยืด
ค. ห่มสไบ
ง. สวมหัวโขน

27. “เทริด” เป็นเครื่องประดับศีรษะของตัวละครประเภทใดในการแสดงโขน

ก. พระ
ข. นาง
ค. ยักษ์
ง. ลิง

28. ในการแสดงนาฏศิลป์ไทย “จีบล่อแก้ว” หมายถึงลักษณะการจีบมือแบบใด

ก. จีบหงายมือขึ้น
ข. จีบคว่ำมือลง
ค. จีบส่งไปด้านข้าง
ง. จีบหมุนรอบตัว

29. หลักสำคัญในการรำไทย คือข้อใด

ก. ความพร้อมเพรียง
ข. ความสง่างาม
ค. ความถูกต้องตามแบบแผน
ง. ถูกทุกข้อ

30. นักแสดงละครไทยต้องมีคุณสมบัติอะไรเป็นสำคัญ

ก. รูปร่างหน้าตาดี
ข. จำบทได้แม่นยำ
ค. มีปฏิภาณไหวพริบ
ง. ถูกทุกข้อ


ส่วนที่ 4: การจัดการเรียนการสอนนาฏศิลป์

31. การจัดการเรียนการสอนนาฏศิลป์ในระดับประถมศึกษาควรเน้นเรื่องใด

ก. การฝึกท่ารำพื้นฐาน
ข. การเรียนรู้ด้วยความสนุกสนาน
ค. การสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรม
ง. ถูกทุกข้อ

32. การประเมินผลการเรียนการสอนนาฏศิลป์ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด

ก. ความจำในท่ารำ
ข. ความสามารถในการแสดงออก
ค. พัฒนาการของผู้เรียน
ง. การทำตามแบบแผนอย่างเคร่งครัด

33. แนวทางการจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเน้นเรื่องใด

ก. สืบทอดศิลปวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด
ข. สร้างความรู้ความเข้าใจและสุนทรียภาพ
ค. ผลิตนักแสดงนาฏศิลป์มืออาชีพ
ง. การอนุรักษ์รูปแบบดั้งเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง

34. สื่อการสอนที่เหมาะสมสำหรับวิชานาฏศิลป์ระดับมัธยมศึกษาคือข้อใด

ก. หุ่นจำลองการแสดง
ข. วิดีทัศน์การแสดงนาฏศิลป์
ค. ใบความรู้และภาพประกอบ
ง. ถูกทุกข้อ

35. การสอนนาฏศิลป์โดยใช้วิธีการใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เรียนระดับประถมศึกษา

ก. การสอนแบบบรรยาย
ข. การสอนแบบสาธิตและปฏิบัติ
ค. การศึกษาด้วยตนเอง
ง. การสอนแบบวิเคราะห์วิจารณ์

36. กิจกรรมใดที่เหมาะสมในการปลูกฝังความรักในนาฏศิลป์ไทยแก่นักเรียน

ก. การชมการแสดงนาฏศิลป์
ข. การฝึกปฏิบัตินาฏศิลป์
ค. การศึกษาประวัติความเป็นมา
ง. ถูกทุกข้อ

37. การสอนนาฏศิลป์พื้นบ้านในโรงเรียน ควรคำนึงถึงข้อใดเป็นสำคัญ

ก. ท่ารำที่สวยงามตามแบบฉบับ
ข. ความสอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
ค. ความยากง่ายที่เหมาะสมกับผู้เรียน
ง. ถูกทุกข้อ

38. ข้อใดไม่ใช่ทักษะที่ผู้เรียนควรได้รับจากการเรียนนาฏศิลป์

ก. ทักษะการทำงานเป็นทีม
ข. ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย
ค. ทักษะการแสดงออกทางอารมณ์
ง. ทักษะการคำนวณทางคณิตศาสตร์

39. การจัดชั้นเรียนนาฏศิลป์ที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร

ก. จัดผู้เรียนเป็นแถวตอน
ข. จัดผู้เรียนเป็นวงกลม
ค. จัดผู้เรียนตามความเหมาะสมของกิจกรรม
ง. จัดผู้เรียนเป็นกลุ่มย่อยเสมอ

40. การวัดและประเมินผลการเรียนนาฏศิลป์ควรประเมินในลักษณะใด

ก. ประเมินจากการสอบข้อเขียนเท่านั้น
ข. ประเมินจากการปฏิบัติเท่านั้น
ค. ประเมินตามสภาพจริงทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
ง. ประเมินจากผลงานสร้างสรรค์เท่านั้น


ส่วนที่ 5: นาฏศิลป์ร่วมสมัยและการประยุกต์

41. “นาฏศิลป์ร่วมสมัย” มีลักษณะอย่างไร

ก. เป็นการผสมผสานนาฏศิลป์ไทยกับนาฏศิลป์ตะวันตก
ข. เป็นการอนุรักษ์รูปแบบนาฏศิลป์ดั้งเดิม
ค. เป็นการแสดงที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น
ง. เป็นการแสดงที่ใช้อุปกรณ์ทันสมัยประกอบการแสดง

42. แนวโน้มของนาฏศิลป์ไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร

ก. ลดความนิยมลงเรื่อยๆ
ข. มีการผสมผสานกับศิลปะการแสดงสมัยใหม่
ค. อนุรักษ์รูปแบบดั้งเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง
ง. เน้นการแสดงเพื่อนักท่องเที่ยวเท่านั้น

43. บุคคลใดได้รับการยกย่องเป็น “บิดาแห่งนาฏกรรมร่วมสมัย” ของไทย

ก. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์
ข. ม.ล.ปิ่น มาลากุล
ค. หม่อมครูมัลลี คงประภัศร์
ง. ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

44. การแสดงนาฏศิลป์ไทยในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนในด้านใดมากที่สุด

ก. ระยะเวลาในการแสดง
ข. เครื่องแต่งกาย
ค. ท่ารำ
ง. เนื้อหาการแสดง

45. การอนุรักษ์และสืบทอดนาฏศิลป์ไทยควรดำเนินการอย่างไร

ก. รักษารูปแบบดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด
ข. ปรับให้เข้ากับยุคสมัยแต่คงเอกลักษณ์สำคัญ
ค. เปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยตามกระแสนิยม
ง. ถ่ายทอดเฉพาะในสถาบันศิลปะเท่านั้น

46. การนำนาฏศิลป์ไทยมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนวิชาอื่นเรียกว่าอะไร

ก. การบูรณาการ
ข. การผสมผสาน
ค. การประยุกต์
ง. การดัดแปลง

47. หลักการสำคัญในการสร้างสรรค์นาฏศิลป์ร่วมสมัยคือข้อใด

ก. ต้องแปลกใหม่ไม่ซ้ำแบบใคร
ข. ต้องคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย
ค. ต้องได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่
ง. ต้องมีความทันสมัยเป็นหลัก

48. การละเล่นใดที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีน

ก. รำวงมาตรฐาน
ข. เต้นกำรำเคียว
ค. ตารีกีปัส
ง. เชิดสิงโต

49. การสร้างสรรค์นาฏศิลป์ในปัจจุบันมีวัตถุประสงค์สำคัญคือข้อใด

ก. เพื่อความบันเทิง
ข. เพื่อการอนุรักษ์
ค. เพื่อสื่อสารแนวคิดต่างๆ
ง. ถูกทุกข้อ

50. แนวทางการพัฒนานาฏศิลป์ไทยให้ยั่งยืนควรเป็นอย่างไร

ก. สนับสนุนให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสร้างสรรค์
ข. พัฒนารูปแบบการแสดงให้ทันสมัยตามกระแสโลก
ค. ส่งเสริมการเผยแพร่สู่สากลเพื่อสร้างการยอมรับ
ง. ถูกทุกข้อ


Review ลูกค้า

เฉลยแนวข้อสอบครูผู้ช่วย กลุ่มวิชานาฏศิลป์

ส่วนที่ 1: ประวัติและพื้นฐานนาฏศิลป์ไทย

1. นาฏศิลป์ไทยมีที่มาจากแหล่งใดเป็นหลัก เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: นาฏศิลป์ไทยมีที่มาจากหลายแหล่งผสมผสานกัน ทั้งจากการละเล่นพื้นบ้าน พิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อ และการอุปถัมภ์ของราชสำนัก

2. นาฏศิลป์ไทยแบ่งออกเป็นกี่ประเภทหลัก เฉลย: ข. 4 ประเภท
อธิบาย: นาฏศิลป์ไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักคือ โขน ละคร ระบำ และการแสดงพื้นเมือง

3. “นาฏยศาลา” ในสมัยรัชกาลที่ 6 คือสถานที่ใด เฉลย: ก. โรงละครแห่งแรกของไทย
อธิบาย: นาฏยศาลาหรือโรงละครแห่งชาติเป็นโรงละครแห่งแรกที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงนาฏศิลป์และดนตรีไทย

4. การรำไทยมาตรฐานมีท่ารำพื้นฐานกี่ท่า เฉลย: ค. 24 ท่า
อธิบาย: ท่ารำเบื้องต้นในนาฏศิลป์ไทยที่เป็นพื้นฐานมี 24 ท่า ซึ่งเป็นท่าที่ใช้ในการฝึกหัดนาฏศิลป์ขั้นพื้นฐาน

5. แม่บทใหญ่เริ่มต้นด้วยเพลงอะไร เฉลย: ก. เพลงช้า
อธิบาย: การรำแม่บทใหญ่เริ่มต้นด้วยเพลงช้า ตามด้วยเพลงเร็ว และจบด้วยเพลงรัว เป็นลำดับ

6. “นาฏยศัพท์” หมายถึงสิ่งใด เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: นาฏยศัพท์รวมถึงคำศัพท์เฉพาะทางนาฏศิลป์ ท่ารำแบบแผน และภาษาท่าที่ใช้ในการแสดงนาฏศิลป์

7. ท่ารำที่เรียกว่า “กระดกขา” จัดเป็นนาฏยศัพท์ประเภทใด เฉลย: ก. ศัพท์เบื้องต้น
อธิบาย: “กระดกขา” เป็นศัพท์เบื้องต้นที่ใช้อธิบายท่าทางพื้นฐานในการรำไทย เป็นการยกขาขึ้นโดยให้ปลายเท้ากระดกลง

8. “รำแม่บท” มีความสำคัญอย่างไรในนาฏศิลป์ไทย เฉลย: ข. เป็นการรำที่รวมท่ารำพื้นฐานทั้งหมด
อธิบาย: รำแม่บทเป็นการรำที่รวบรวมท่ารำพื้นฐานทั้งหมดไว้ในชุดเดียว เพื่อใช้ในการฝึกหัดนาฏศิลป์

9. “โขน” มีต้นกำเนิดมาจากสิ่งใด เฉลย: ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
อธิบาย: โขนมีต้นกำเนิดมาจากการเล่นหนังใหญ่และการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็นมหรสพโบราณของไทย

10. “ละครใน” มีลักษณะเด่นอย่างไร เฉลย: ง. ข้อ ข และ ค ถูก
อธิบาย: ละครในมีลักษณะเด่นคือแสดงโดยผู้หญิงล้วนและมีความเข้มงวดในแบบแผนการแสดง เป็นการแสดงที่มีความประณีตงดงาม


ส่วนที่ 2: การแสดงนาฏศิลป์ประเภทต่างๆ

11. โขนที่แสดงในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้บทจากวรรณกรรมเรื่องใด เฉลย: ก. รามเกียรติ์
อธิบาย: โขนส่วนใหญ่ใช้บทจากวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ซึ่งเป็นวรรณคดีไทยที่ดัดแปลงมาจากมหากาพย์รามายณะของอินเดีย

12. ลิงในการแสดงโขนแบ่งออกเป็นกี่ประเภท เฉลย: ค. 4 ประเภท
อธิบาย: ลิงในการแสดงโขนแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ลิงยักษ์ ลิงลม ลิงเสนา และลิงแก้ว

13. “ลิงลม” ในโขนมีลักษณะอย่างไร เฉลย: ก. เคลื่อนไหวรวดเร็ว ว่องไว
อธิบาย: ลิงลมในโขนมีลักษณะพิเศษคือเคลื่อนไหวรวดเร็ว ว่องไว คล่องแคล่ว จึงเรียกว่า “ลิงลม”

14. ละครชาตรีมีต้นกำเนิดจากภาคใดของไทย เฉลย: ง. ภาคใต้
อธิบาย: ละครชาตรีมีต้นกำเนิดจากภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะแถบจังหวัดนครศรีธรรมราช

15. “ละครนอก” มีลักษณะเด่นอย่างไร เฉลย: ข. เน้นความสนุกสนาน ตลกขบขัน
อธิบาย: ละครนอกมีลักษณะเด่นคือเน้นความสนุกสนาน ตลกขบขัน การดำเนินเรื่องรวดเร็ว ไม่เคร่งครัดในแบบแผน

16. การแสดงชุดใดที่จัดเป็น “ระบำมาตรฐาน” เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: ระบำดาวดึงส์ ระบำศรีวิชัย และระบำสุโขทัย ล้วนเป็นระบำมาตรฐานที่มีแบบแผนการแสดงที่ชัดเจน

17. การแสดงชุด “ฟ้อนเงี้ยว” มีต้นกำเนิดจากภาคใด เฉลย: ก. ภาคเหนือ
อธิบาย: ฟ้อนเงี้ยวเป็นการแสดงพื้นเมืองของภาคเหนือ เป็นการฟ้อนที่ได้รับอิทธิพลจากชาวไทใหญ่

18. “ฟ้อนเทียน” เป็นการแสดงพื้นเมืองของภาคใด เฉลย: ก. ภาคเหนือ
อธิบาย: ฟ้อนเทียนเป็นการแสดงพื้นเมืองของภาคเหนือ ซึ่งผู้แสดงจะถือเทียนที่จุดไฟและฟ้อนรำไปตามทำนองดนตรี

19. “เซิ้งกระติบข้าว” เป็นการแสดงพื้นเมืองของภาคใด เฉลย: ค. ภาคอีสาน
อธิบาย: เซิ้งกระติบข้าวเป็นการแสดงพื้นเมืองของภาคอีสาน ซึ่งผู้แสดงจะถือกระติบข้าว (ภาชนะจักสานสำหรับใส่ข้าวเหนียว) มาเซิ้งประกอบเพลง

20. การแสดงใดไม่จัดอยู่ในประเภทนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ เฉลย: ค. รำวงมาตรฐาน
อธิบาย: รำวงมาตรฐานเป็นการแสดงที่พัฒนามาจากรำวงพื้นบ้านของภาคกลาง ไม่ใช่นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้


ส่วนที่ 3: องค์ประกอบและหลักการนาฏศิลป์

21. เครื่องดนตรีชิ้นใดที่ใช้ตีให้จังหวะในการซ้อมรำ เฉลย: ก. ฉิ่ง
อธิบาย: ฉิ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องกำกับจังหวะที่นิยมใช้ตีให้จังหวะในการซ้อมรำ

22. “เพลงหน้าพาทย์” ใช้ในโอกาสใด เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: เพลงหน้าพาทย์มีหลายประเภท ใช้ทั้งประกอบการเดินทาง ประกอบอารมณ์ตัวละคร และประกอบพิธีกรรม

23. “เพลงช้า-เพลงเร็ว” จัดเป็นเพลงหน้าพาทย์ประเภทใด เฉลย: ข. เพลงหน้าพาทย์ธรรมดา
อธิบาย: เพลงช้า-เพลงเร็ว จัดเป็นเพลงหน้าพาทย์ธรรมดา ที่ใช้ประกอบการรำทั่วไป

24. ท่ารำที่แสดงอารมณ์โกรธในนาฏศิลป์ไทยคือท่าใด เฉลย: ค. กระทืบเท้า
อธิบาย: การกระทืบเท้าเป็นท่ารำที่แสดงออกถึงอารมณ์โกรธ ไม่พอใจ หรือแสดงอำนาจในนาฏศิลป์ไทย

25. องค์ประกอบใดที่สำคัญที่สุดในการแสดงนาฏศิลป์ เฉลย: ก. ผู้แสดง
อธิบาย: ผู้แสดงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการแสดงนาฏศิลป์ เพราะเป็นผู้สื่อสารเรื่องราวและอารมณ์ไปยังผู้ชม

26. การแต่งกายของตัวนางในละครไทยมีลักษณะเด่นคือข้อใด เฉลย: ค. ห่มสไบ
อธิบาย: การห่มสไบเป็นลักษณะเด่นในการแต่งกายของตัวนางในละครไทย โดยสไบเป็นผ้าที่ใช้พาดไหล่และทับบนเสื้อ

27. “เทริด” เป็นเครื่องประดับศีรษะของตัวละครประเภทใดในการแสดงโขน เฉลย: ก. พระ
อธิบาย: เทริดเป็นเครื่องประดับศีรษะของตัวพระ เช่น พระราม พระลักษมณ์ ในการแสดงโขน

28. ในการแสดงนาฏศิลป์ไทย “จีบล่อแก้ว” หมายถึงลักษณะการจีบมือแบบใด เฉลย: ก. จีบหงายมือขึ้น
อธิบาย: จีบล่อแก้ว หมายถึง การจีบมือโดยหงายมือขึ้น เป็นท่ามือพื้นฐานในนาฏศิลป์ไทย

29. หลักสำคัญในการรำไทย คือข้อใด เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: หลักสำคัญในการรำไทยประกอบด้วยความพร้อมเพรียง ความสง่างาม และความถูกต้องตามแบบแผน

30. นักแสดงละครไทยต้องมีคุณสมบัติอะไรเป็นสำคัญ เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: นักแสดงละครไทยที่ดีควรมีรูปร่างหน้าตาดี จำบทได้แม่นยำ และมีปฏิภาณไหวพริบในการแสดง


ส่วนที่ 4: การจัดการเรียนการสอนนาฏศิลป์

31. การจัดการเรียนการสอนนาฏศิลป์ในระดับประถมศึกษาควรเน้นเรื่องใด เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: การเรียนการสอนนาฏศิลป์ในระดับประถมศึกษาควรเน้นทั้งการฝึกท่ารำพื้นฐาน การเรียนรู้ด้วยความสนุกสนาน และการสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรม

32. การประเมินผลการเรียนการสอนนาฏศิลป์ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด เฉลย: ค. พัฒนาการของผู้เรียน
อธิบาย: การประเมินผลการเรียนการสอนนาฏศิลป์ควรให้ความสำคัญกับพัฒนาการของผู้เรียนเป็นหลัก เพราะแต่ละคนมีความสามารถและพัฒนาการที่แตกต่างกัน

33. แนวทางการจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเน้นเรื่องใด เฉลย: ข. สร้างความรู้ความเข้าใจและสุนทรียภาพ
อธิบาย: หลักสูตรแกนกลางฯ เน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและเกิดสุนทรียภาพในนาฏศิลป์ไทย

34. สื่อการสอนที่เหมาะสมสำหรับวิชานาฏศิลป์ระดับมัธยมศึกษาคือข้อใด เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: สื่อการสอนที่เหมาะสมควรมีความหลากหลาย ทั้งหุ่นจำลอง วิดีทัศน์ และใบความรู้ เพื่อเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย

35. การสอนนาฏศิลป์โดยใช้วิธีการใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เรียนระดับประถมศึกษา เฉลย: ข. การสอนแบบสาธิตและปฏิบัติ
อธิบาย: วิธีการสอนแบบสาธิตและปฏิบัติเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เรียนระดับประถมศึกษา เพราะช่วยให้เด็กเข้าใจและเรียนรู้จากการลงมือทำ

36. กิจกรรมใดที่เหมาะสมในการปลูกฝังความรักในนาฏศิลป์ไทยแก่นักเรียน เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: การปลูกฝังความรักในนาฏศิลป์ไทยควรทำผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการชมการแสดง การฝึกปฏิบัติ และการศึกษาประวัติความเป็นมา

37. การสอนนาฏศิลป์พื้นบ้านในโรงเรียน ควรคำนึงถึงข้อใดเป็นสำคัญ เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: การสอนนาฏศิลป์พื้นบ้านควรคำนึงถึงความสวยงามตามแบบฉบับ ความสอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และความยากง่ายที่เหมาะสมกับผู้เรียน

38. ข้อใดไม่ใช่ทักษะที่ผู้เรียนควรได้รับจากการเรียนนาฏศิลป์ เฉลย: ง. ทักษะการคำนวณทางคณิตศาสตร์
อธิบาย: ทักษะการคำนวณทางคณิตศาสตร์ไม่ใช่ทักษะโดยตรงที่ผู้เรียนจะได้รับจากการเรียนนาฏศิลป์ (แม้ว่าจะมีการนับจังหวะ แต่ไม่ถือเป็นทักษะหลัก)

39. การจัดชั้นเรียนนาฏศิลป์ที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร เฉลย: ค. จัดผู้เรียนตามความเหมาะสมของกิจกรรม
อธิบาย: การจัดชั้นเรียนนาฏศิลป์ที่เหมาะสมควรยืดหยุ่นตามความเหมาะสมของกิจกรรม เช่น อาจเป็นแถวตอน วงกลม หรือกลุ่มย่อย ขึ้นอยู่กับลักษณะของกิจกรรม

40. การวัดและประเมินผลการเรียนนาฏศิลป์ควรประเมินในลักษณะใด เฉลย: ค. ประเมินตามสภาพจริงทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
อธิบาย: การวัดและประเมินผลการเรียนนาฏศิลป์ควรประเมินตามสภาพจริง (authentic assessment) โดยครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ


ส่วนที่ 5: นาฏศิลป์ร่วมสมัยและการประยุกต์

41. “นาฏศิลป์ร่วมสมัย” มีลักษณะอย่างไร เฉลย: ก. เป็นการผสมผสานนาฏศิลป์ไทยกับนาฏศิลป์ตะวันตก
อธิบาย: นาฏศิลป์ร่วมสมัยมีลักษณะเป็นการผสมผสานแนวคิดและเทคนิคการแสดงของนาฏศิลป์ไทยกับนาฏศิลป์ตะวันตกหรือการแสดงสมัยใหม่

42. แนวโน้มของนาฏศิลป์ไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร เฉลย: ข. มีการผสมผสานกับศิลปะการแสดงสมัยใหม่
อธิบาย: แนวโน้มของนาฏศิลป์ไทยในปัจจุบันมีการผสมผสานกับศิลปะการแสดงสมัยใหม่มากขึ้น เพื่อดึงดูดความสนใจและเข้าถึงผู้ชมรุ่นใหม่

43. บุคคลใดได้รับการยกย่องเป็น “บิดาแห่งนาฏกรรมร่วมสมัย” ของไทย เฉลย: ง. ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี
อธิบาย: ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งนาฏกรรมร่วมสมัย” ของไทย เป็นผู้บุกเบิกการแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัยในประเทศไทย

44. การแสดงนาฏศิลป์ไทยในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนในด้านใดมากที่สุด เฉลย: ก. ระยะเวลาในการแสดง
อธิบาย: การแสดงนาฏศิลป์ไทยในปัจจุบันมีการปรับลดระยะเวลาในการแสดงให้สั้นลงมากที่สุด เพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ชมสมัยใหม่

45. การอนุรักษ์และสืบทอดนาฏศิลป์ไทยควรดำเนินการอย่างไร เฉลย: ข. ปรับให้เข้ากับยุคสมัยแต่คงเอกลักษณ์สำคัญ
อธิบาย: การอนุรักษ์และสืบทอดนาฏศิลป์ไทยควรมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์สำคัญของนาฏศิลป์ไว้

46. การนำนาฏศิลป์ไทยมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนวิชาอื่นเรียกว่าอะไร เฉลย: ก. การบูรณาการ
อธิบาย: การนำนาฏศิลป์ไทยมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนวิชาอื่นๆ เรียกว่า “การบูรณาการ” (Integration) ซึ่งเป็นการผสมผสานเนื้อหาและวิธีการเรียนรู้ต่างสาขาวิชาเข้าด้วยกัน

47. หลักการสำคัญในการสร้างสรรค์นาฏศิลป์ร่วมสมัยคือข้อใด เฉลย: ข. ต้องคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย
อธิบาย: หลักการสำคัญในการสร้างสรรค์นาฏศิลป์ร่วมสมัยคือการคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยไว้ แม้จะมีการผสมผสานกับแนวคิดหรือเทคนิคสมัยใหม่

48. การละเล่นใดที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีน เฉลย: ง. เชิดสิงโต
อธิบาย: การเชิดสิงโตเป็นการละเล่นที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีน โดยมีที่มาจากวัฒนธรรมจีน แต่มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย

49. การสร้างสรรค์นาฏศิลป์ในปัจจุบันมีวัตถุประสงค์สำคัญคือข้อใด เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: การสร้างสรรค์นาฏศิลป์ในปัจจุบันมีวัตถุประสงค์หลากหลาย ทั้งเพื่อความบันเทิง เพื่อการอนุรักษ์ และเพื่อสื่อสารแนวคิดต่างๆ ตามบริบทและจุดมุ่งหมายของการสร้างสรรค์ผลงาน

50. แนวทางการพัฒนานาฏศิลป์ไทยให้ยั่งยืนควรเป็นอย่างไร เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ
อธิบาย: แนวทางการพัฒนานาฏศิลป์ไทยให้ยั่งยืนควรดำเนินการทั้งการสนับสนุนให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสร้างสรรค์ การพัฒนารูปแบบการแสดงให้ทันสมัย และการส่งเสริมการเผยแพร่สู่สากล


ครูผู้ช่วย อปท. กลุ่มวิชาต่างๆ

กลุ่มวิชาพลศึกษา กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มวิชาดนตรี กลุ่มวิชาการเกษตร กลุ่มวิชาการตลาด กลุ่มวิชาการบัญชี กลุ่มวิชาคหกรรม กลุ่มวิชาเคมี กลุ่มวิชาคอมพิวเตอร์ กลุ่มวิชาชีววิทยา กลุ่มวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว กลุ่มวิชาดนตรีสากล กลุ่มวิชาทัศนศิลป์ กลุ่มวิชานาฎศิลป์ กลุ่มวิชาแนะแนว กลุ่มวิชาบรรณารักษ์ กลุ่มวิชาประถมศึกษา กลุ่มวิชาฟิสิกส์ กลุ่มวิชาศิลปะ กลุ่มวิชาภาษาไทย กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ กลุ่มวิชาวัดผลประเมินผล กลุ่มวิชาสังคมศึกษา กลุ่มวิชาอุตสาหกรรมศิลป์ กลุ่มวิชาเอกปฐมวัย สอบถามทางไลน์

แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชานาฏศิลป์ (ปรนัย 50 ข้อ)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *