แนวข้อสอบผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด
สำหรับเตรียมสอบโรงพยาบาลพุทธชินราช
หมวด 1 บทบาทและการทำงานร่วมกับทีม
- บทบาทสำคัญของผู้ช่วยนักกายภาพบำบัดคือข้อใด
ก. ช่วยปฏิบัติงานตามแผนและการกำกับของนักกายภาพบำบัด
ข. วินิจฉัยโรคด้วยตนเอง
ค. สั่งยาแก้ปวด
ง. เปลี่ยนแผนรักษาเอง
- เมื่อได้รับคำสั่งที่ไม่เข้าใจควรทำอย่างไร
ก. เดาจากผู้ป่วยรายก่อน
ข. ให้ญาติเลือกวิธี
ค. ข้ามขั้นตอนที่ไม่เข้าใจ
ง. ทวนคำสั่งและขอคำชี้แจงก่อนปฏิบัติ
- ก่อนพาผู้ป่วยเข้ารับบริการควรยืนยันตัวบุคคลอย่างไร
ก. ใช้หมายเลขเตียงอย่างเดียว
ข. ดูสีเสื้อ
ค. ใช้ข้อมูลอย่างน้อยสองรายการตามระบบหน่วยงาน
ง. ถามญาติว่าเป็นคนเดิมหรือไม่
- ผู้ป่วยขอให้เพิ่มแรงต้านนอกแผนควรทำอย่างไร
ก. เพิ่มเป็นสองเท่าทันที
ข. แจ้งนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมิน
ค. ให้ผู้ป่วยปรับเอง
ง. ทำตามเพราะผู้ป่วยยินยอม
- ก่อนสัมผัสตัวเพื่อช่วยฝึกควรทำสิ่งใด
ก. เริ่มทันทีเพื่อประหยัดเวลา
ข. อธิบายขั้นตอนและขอความร่วมมือ
ค. บอกเฉพาะญาติ
ง. รอให้ผู้ป่วยถามเอง
- ข้อมูลใดควรรายงานก่อนเริ่มฝึก
ก. ผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะใหม่
ข. ผู้ป่วยชอบเพลงใด
ค. สีรองเท้าของญาติ
ง. จำนวนเก้าอี้ในห้อง
- เมื่อผู้ป่วยปฏิเสธกิจกรรมควรทำอย่างไร
ก. บังคับให้ทำจนครบ
ข. ขู่ว่าจะไม่ได้รักษา
ค. บันทึกว่าไม่ให้ความร่วมมือโดยไม่สอบถาม
ง. รับฟังเหตุผลและแจ้งผู้รับผิดชอบ
- การส่งเวรที่มีคุณภาพควรเน้นข้อใด
ก. ความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับญาติ
ข. ประวัติที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ค. อาการสำคัญ ความช่วยเหลือที่ต้องใช้ และข้อควรระวัง
ง. บอกเพียงว่าฝึกแล้ว
- หากพบข้อผิดพลาดในการนัดหมายควรทำอย่างไร
ก. ลบข้อมูลโดยไม่แจ้ง
ข. เปลี่ยนชื่อผู้ป่วยให้ตรงช่อง
ค. ตรวจสอบและประสานแก้ไขตามระบบ
ง. ให้ผู้ป่วยกลับโดยไม่อธิบาย
- เป้าหมายสำคัญของการฟื้นฟูคือข้อใด
ก. ทำให้ทุกคนมีกำลังเท่านักกีฬา
ข. ส่งเสริมความสามารถทำกิจกรรมและการมีส่วนร่วม
ค. ลดเวลาบริการอย่างเดียว
ง. ให้ผู้ป่วยพึ่งพาผู้อื่นตลอด
หมวด 2 กายวิภาคและการเคลื่อนไหวพื้นฐาน
- กระดูกต้นขาเรียกว่าอะไร
ก. Femur
ข. Humerus
ค. Radius
ง. Scapula
- กล้ามเนื้อ quadriceps มีหน้าที่หลักใด
ก. งอข้อศอก
ข. กระดกข้อมือ
ค. หมุนคอ
ง. เหยียดเข่า
- กล้ามเนื้อ biceps brachii ช่วยการเคลื่อนไหวใด
ก. เหยียดเข่า
ข. เหยียดนิ้วเท้า
ค. หุบสะโพก
ง. งอข้อศอก
- การกระดกปลายเท้าขึ้นเรียกว่าอะไร
ก. Plantarflexion
ข. Pronation
ค. Dorsiflexion
ง. Extension ของสะโพก
- การกางแขนออกด้านข้างเรียกว่าอะไร
ก. Adduction
ข. Abduction
ค. Flexion ของเข่า
ง. Supination
- เอ็นที่เชื่อมกล้ามเนื้อกับกระดูกคือข้อใด
ก. Tendon
ข. Ligament
ค. Cartilage
ง. Bursa
- เนื้อเยื่อที่เชื่อมกระดูกกับกระดูกเพื่อช่วยความมั่นคงคือข้อใด
ก. Ligament
ข. Tendon
ค. ผิวหนัง
ง. เส้นประสาท
- ข้อไหล่มีลักษณะเด่นข้อใด
ก. เคลื่อนไหวได้เฉพาะงอเหยียด
ข. เป็นข้อต่อที่ไม่เคลื่อนไหว
ค. ไม่มีเนื้อเยื่อพยุงข้อ
ง. เคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง
- ระบบใดส่งคำสั่งไปควบคุมกล้ามเนื้อลาย
ก. ระบบน้ำเหลืองอย่างเดียว
ข. ระบบย่อยอาหาร
ค. ระบบประสาท
ง. ระบบทางเดินปัสสาวะ
- กล้ามเนื้อกะบังลมมีบทบาทสำคัญด้านใด
ก. การเหยียดเข่า
ข. การหายใจ
ค. การกำมือ
ง. การทรงตัวของข้อมือ
หมวด 3 การช่วยออกกำลังกายตามแผน
- Active range of motion หมายถึงข้อใด
ก. ผู้ช่วยขยับให้ทั้งหมด
ข. ผู้ป่วยขยับข้อด้วยแรงของตนเอง
ค. ใช้เครื่องไฟฟ้าทุกครั้ง
ง. ตรึงข้อไม่ให้เคลื่อน
- Passive range of motion หมายถึงข้อใด
ก. แรงภายนอกช่วยขยับข้อโดยผู้ป่วยไม่ออกแรงเคลื่อนไหว
ข. ผู้ป่วยยกน้ำหนักเอง
ค. ผู้ป่วยเดินเอง
ง. ผู้ป่วยเกร็งค้างเอง
- Active assisted exercise เหมาะกับแนวคิดใด
ก. ผู้ช่วยออกแรงทั้งหมดเสมอ
ข. ใช้แรงต้านสูงสุด
ค. งดการเคลื่อนไหวทุกข้อ
ง. ผู้ป่วยออกแรงร่วมกับความช่วยเหลือ
- Isometric exercise คือข้อใด
ก. แกว่งข้ออย่างรวดเร็ว
ข. ยืดกล้ามเนื้อแบบกระตุก
ค. เกร็งกล้ามเนื้อโดยไม่มีการเคลื่อนข้ออย่างเห็นได้ชัด
ง. เดินขึ้นบันไดเท่านั้น
- ระหว่างช่วยขยับข้อพบปวดแหลมทันทีควรทำอย่างไร
ก. ฝืนจนสุดช่วง
ข. เพิ่มความเร็ว
ค. หยุดและรายงานนักกายภาพบำบัด
ง. กดแรงขึ้นเพื่อคลาย
- การยืดกล้ามเนื้อตามแผนควรมีลักษณะใด
ก. กระตุกแรงซ้ำๆ
ข. นุ่มนวลและควบคุมแรง
ค. กดจนผู้ป่วยร้อง
ง. ยืดผ่านข้อห้าม
- เหตุใดจึงต้องสังเกตการหายใจขณะออกแรง
ก. เพื่อป้องกันการกลั้นหายใจและติดตามความทนต่อกิจกรรม
ข. เพื่อให้ผู้ป่วยพูดไม่ได้
ค. เพื่อเพิ่มความเจ็บปวด
ง. เพื่อแทนการประเมินทุกชนิด
- เมื่อผู้ป่วยทำท่าชดเชยผิดจากที่สอนควรทำอย่างไร
ก. เพิ่มจำนวนครั้ง
ข. ปล่อยให้ทำต่อเสมอ
ค. เพิ่มน้ำหนักทันที
ง. หยุดจัดท่าและขอคำแนะนำหากแก้ไม่ได้
- ข้อใดเป็นข้อมูลติดตามการฝึกที่เหมาะสม
ก. ความรู้สึกของผู้ช่วยอย่างเดียว
ข. สีผนังห้อง
ค. ราคาชุดผู้ป่วย
ง. จำนวนครั้งที่ทำได้และอาการตอบสนอง
- การอบอุ่นร่างกายตามความเหมาะสมมีจุดประสงค์ใด
ก. ทำให้เหนื่อยสูงสุดก่อนฝึก
ข. ทดแทนการฝึกทั้งหมด
ค. เตรียมร่างกายก่อนเพิ่มกิจกรรม
ง. ทำให้กล้ามเนื้อเย็นลงทันที
หมวด 4 การจัดท่าและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
- ก่อนย้ายจากเตียงสู่รถเข็นควรทำข้อใด
ก. วางรถเข็นไกลที่สุด
ข. ล็อกล้อและจัดสิ่งกีดขวางออก
ค. ปล่อยที่พักเท้าขวางทาง
ง. ให้ผู้ป่วยรีบลุก
- หลักการใช้ร่างกายเมื่อช่วยยกคือข้อใด
ก. เข้าใกล้ผู้ป่วยและใช้ฐานยืนมั่นคง
ข. ก้มหลังเหยียดเข่าตรง
ค. บิดเอวขณะรับน้ำหนัก
ง. ยืนเท้าชิดและเอื้อมไกล
- ผู้ป่วยช่วยตัวเองได้น้อยและมีน้ำหนักมากควรทำอย่างไร
ก. ขอทีมช่วยหรือใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม
ข. ยกคนเดียวให้เร็ว
ค. ดึงแขนขึ้น
ง. ให้ญาติยกโดยไม่สอน
- การดึงแขนข้างอ่อนแรงของผู้ป่วยหลอดเลือดสมองมีความเสี่ยงใด
ก. ทำให้กระดูกยาวขึ้น
ข. เพิ่มการมองเห็น
ค. ลดความเสี่ยงข้อไหล่เสมอ
ง. บาดเจ็บและปวดข้อไหล่
- ก่อนให้ผู้ป่วยยืนครั้งแรกหลังนอนนานควรทำอย่างไร
ก. ดึงให้ยืนทันที
ข. ให้กลั้นหายใจ
ค. เปลี่ยนท่าทีละขั้นและสังเกตอาการ
ง. ให้หลับตาแล้วลุก
- เมื่อนั่งขอบเตียงแล้วหน้ามืดควรทำอย่างไร
ก. ให้เดินต่อทันที
ข. ประคองให้อยู่ในท่าปลอดภัยและเรียกผู้ประเมิน
ค. ปล่อยให้นั่งคนเดียว
ง. เพิ่มแรงต้านขา
- ก่อนหมุนตัวผู้ป่วยที่มีสายระบายควรทำสิ่งใด
ก. ถอดสายเองทุกชนิด
ข. ตรวจตำแหน่งและระยะสายให้ไม่ตึง
ค. ดึงสายให้ตึง
ง. ซ่อนสายใต้ล้อ
- การใช้แผ่นช่วยเลื่อนมีประโยชน์หลักใด
ก. ลดแรงเสียดทานขณะเคลื่อนย้าย
ข. เพิ่มแรงเสียดทาน
ค. ใช้แทนการประเมินผู้ป่วย
ง. ทำให้ไม่ต้องล็อกล้อ
- ผู้ป่วยเริ่มเสียสมดุลขณะฝึกเดินควรทำอย่างไร
ก. ดึงคอเสื้อแรงๆ
ข. ถอยห่างทันที
ค. ผลักให้เดินเร็ว
ง. ใช้วิธีประคองที่ฝึกมาและเรียกความช่วยเหลือ
- หลังย้ายผู้ป่วยกลับเตียงควรตรวจข้อใด
ก. ปิดอุปกรณ์เรียกทั้งหมด
ข. ยกเตียงสูงสุดแล้วออกทันที
ค. ท่าปลอดภัย อุปกรณ์เรียก และสิ่งจำเป็นอยู่ในระยะเอื้อม
ง. วางของบนพื้นให้หยิบ
หมวด 5 อุปกรณ์ช่วยเดินและรถเข็น
- ผู้ป่วยขาขวาอ่อนแรงได้รับสั่งใช้ไม้เท้าข้างเดียว โดยทั่วไปควรถือข้างใด
ก. ข้างขวาเสมอ
ข. สลับทุกก้าวโดยไม่ประเมิน
ค. ข้างซ้าย
ง. ถือสองมือเหนือศีรษะ
- เมื่อเดินด้วยไม้เท้าสำหรับขาขวาเจ็บตามแบบพื้นฐานควรเคลื่อนสิ่งใดร่วมกัน
ก. ไม้เท้ากับศีรษะ
ข. ไม้เท้ากับขาขวา
ค. ขาซ้ายกับแขนขวาเท่านั้น
ง. ขาทั้งสองกระโดดพร้อมกัน
- ความสูงด้ามอุปกรณ์ช่วยเดินควรเป็นอย่างไร
ก. ปรับตามสรีระและตรวจท่าตามที่นักกายภาพบำบัดกำหนด
ข. สูงถึงรักแร้สำหรับทุกชนิด
ค. ต่ำถึงเข่าทุกราย
ง. ใช้ความสูงเดียวทุกคน
- ก่อนใช้ walker ต้องตรวจสิ่งใด
ก. สีให้ตรงเสื้อ
ข. ยี่ห้อแพงที่สุด
ค. ติดป้ายตกแต่งเท่านั้น
ง. ความมั่นคง ยางรอง และตัวล็อก
- คำสั่งห้ามลงน้ำหนักขาข้างหนึ่งหมายถึงข้อใด
ก. ลงได้ครึ่งหนึ่งเสมอ
ข. ลงได้เต็มที่เมื่อไม่ปวด
ค. ลงเฉพาะตอนเลี้ยว
ง. ไม่ถ่ายน้ำหนักผ่านขาข้างนั้นตามแผน
- ผู้ป่วยไม่เข้าใจคำสั่งลงน้ำหนักควรทำอย่างไร
ก. ให้ลองเองบนบันได
ข. ใช้ความปวดเป็นเกณฑ์เดียว
ค. หยุดและให้ผู้รับผิดชอบสอนทบทวน
ง. บอกให้เดินตามปกติ
- การใช้ไม้ค้ำรักแร้ควรรับน้ำหนักหลักผ่านส่วนใด
ก. กดรักแร้เต็มแรง
ข. มือและด้ามจับ
ค. คอ
ง. หน้าท้อง
- ก่อนพาผู้ป่วยใช้บันไดควรมีเงื่อนไขใด
ก. ได้รับการประเมินและฝึกวิธีเฉพาะแล้ว
ข. เดินพื้นราบได้หนึ่งก้าวก็พอ
ค. ญาติบอกว่าเคยทำได้
ง. ถอดอุปกรณ์ช่วยทุกชนิด
- ระหว่างฝึกเดินควรเลือกบริเวณใด
ก. พื้นเรียบ แห้ง และมีพื้นที่พอ
ข. พื้นเปียกเพื่อฝึกความทน
ค. บริเวณมีสายไฟขวาง
ง. ทางลาดชันโดยไม่ประเมิน
- ปลายยางไม้เท้าสึกควรทำอย่างไร
ก. ใช้ต่อจนหัก
ข. พันกระดาษบางแทน
ค. เพิ่มความเร็วการเดิน
ง. งดใช้อุปกรณ์นั้นและประสานเปลี่ยนปลายยาง
Review ลูกค้า
หมวด 6 เครื่องมือและสิ่งกระตุ้นทางกายภาพ
- ก่อนใช้ถุงประคบร้อนควรตรวจข้อใด
ก. เฉพาะสีของถุง
ข. เฉพาะความพอใจญาติ
ค. ผิวหนัง ความรู้สึก และข้อควรระวังตามแผน
ง. ใช้เวลานานเท่ากันทุกคน
- ผู้ป่วยบอกว่าประคบร้อนแล้วแสบร้อนควรทำอย่างไร
ก. บอกให้อดทนจนครบเวลา
ข. หยุดนำความร้อนออกและตรวจรายงาน
ค. เพิ่มความร้อน
ง. กดถุงแนบมากขึ้น
- เหตุใดไม่ควรวางถุงร้อนสัมผัสผิวโดยตรง
ก. ทำให้เย็นเกินไป
ข. เสี่ยงต่อผิวหนังไหม้
ค. ทำให้เครื่องไม่ทำงาน
ง. ทำให้กล้ามเนื้อไม่ขยับตลอดชีวิต
- การใช้ความเย็นบริเวณที่ความรู้สึกลดลงควรทำอย่างไร
ก. ให้ผู้รับผิดชอบประเมินและกำกับอย่างใกล้ชิด
ข. เพิ่มเวลาสองเท่า
ค. วางน้ำแข็งตรงผิวเสมอ
ง. ใช้จนผิวซีดมาก
- เครื่องกระตุ้นไฟฟ้ามีสายชำรุดควรทำอย่างไร
ก. ติดเทปแล้วใช้กับผู้ป่วยทันที
ข. ใช้ต่อที่ระดับสูง
ค. ให้ผู้ป่วยจับส่วนชำรุด
ง. แยกออกจากการใช้งานและแจ้งซ่อม
- ผู้ป่วยมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกายก่อนใช้ไฟฟ้ารักษาควรทำอย่างไร
ก. ตั้งค่าสูงสุด
ข. ปิดข้อมูลประวัติ
ค. แจ้งนักกายภาพบำบัดให้ประเมินความเหมาะสม
ง. ใช้ได้ทุกตำแหน่งเสมอ
- การตั้งค่าความเข้มเครื่องรักษาควรยึดสิ่งใด
ก. ความรู้สึกของผู้ช่วยอย่างเดียว
ข. ค่าจากผู้ป่วยรายก่อน
ค. คำสั่ง แผน และขอบเขตงานที่ได้รับอนุญาต
ง. ค่าสูงสุดของเครื่อง
- ระหว่างใช้เครื่องควรเฝ้าระวังอย่างไร
ก. ปล่อยไว้โดยไม่มีช่องทางเรียก
ข. สังเกตอาการและตรวจตามช่วงที่กำหนด
ค. ปิดเสียงเรียกผู้ป่วย
ง. ออกนอกหน่วยตลอดการรักษา
- หลังใช้อุปกรณ์สัมผัสผิวหนังร่วมกันควรทำอย่างไร
ก. ทำความสะอาดตามวิธีและเวลาที่กำหนด
ข. เช็ดด้วยผ้าแห้งอย่างเดียวทุกกรณี
ค. เก็บทันทีโดยไม่ตรวจ
ง. ฉีดน้ำใส่วงจรไฟฟ้า
- การตรวจบำรุงเครื่องตามกำหนดมีจุดประสงค์ใด
ก. เพื่อให้ใช้เกินอายุเสมอ
ข. แทนการตรวจสายก่อนใช้
ค. ลดความจำเป็นในการฝึกบุคลากร
ง. รักษาความปลอดภัยและความพร้อมใช้งาน
หมวด 7 การป้องกันการติดเชื้อและสิ่งแวดล้อม
- เวลาใดต้องทำความสะอาดมือ
ก. เฉพาะก่อนกลับบ้าน
ข. เฉพาะเมื่อมีคนเห็น
ค. เฉพาะหลังถอดรองเท้า
ง. ก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย
- หลังถอดถุงมือควรทำอย่างไร
ก. ใช้ถุงมือเดิมกับรายต่อไป
ข. เช็ดมือกับเสื้อ
ค. ทำความสะอาดมือ
ง. ไม่ต้องทำอะไรเพราะใส่ถุงมือแล้ว
- เมื่อมือเปื้อนสิ่งสกปรกเห็นชัดควรทำอย่างไร
ก. ใช้ผ้าแห้งเช็ดพอ
ข. ล้างด้วยสบู่และน้ำ
ค. ใส่ถุงมือทับ
ง. ฉีดน้ำหอม
- การเลือกอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลควรพิจารณาอะไร
ก. ความเสี่ยงสัมผัสและมาตรการแยกโรค
ข. ความชอบสี
ค. เลือกเหมือนกันทุกกิจกรรมเสมอ
ง. เลือกจากราคาถูกอย่างเดียว
- พื้นห้องฝึกมีน้ำหกควรทำอย่างไร
ก. กั้นบริเวณและจัดการให้แห้งทันที
ข. รอหมดเวร
ค. วางเสื่อปิดโดยไม่แจ้ง
ง. ให้ผู้ป่วยเดินข้าม
- ผ้าปนเปื้อนสารคัดหลั่งควรจัดการอย่างไร
ก. สะบัดในห้องฝึก
ข. ปะปนผ้าสะอาด
ค. ให้ผู้ป่วยรายถัดไปใช้
ง. แยกตามระบบและหลีกเลี่ยงการสะบัด
- พบเข็มใช้แล้วตกบนพื้นควรทำอย่างไร
ก. หยิบมือเปล่า
ข. ใส่ถุงขยะทั่วไป
ค. กั้นจุดและแจ้งผู้ผ่านการฝึกให้จัดการด้วยอุปกรณ์ตามระบบ
ง. สวมปลอกเข็มกลับด้วยมือ
- หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบผู้ป่วยควรทำอย่างไร
ก. ไม่ต้องทำเพราะไม่สัมผัสตัว
ข. ทำความสะอาดมือก่อนกิจกรรมถัดไปตามข้อบ่งชี้
ค. เช็ดกับที่นอน
ง. ใส่ถุงมือเดิมต่อ
- อุปกรณ์ที่มีคำสั่งใช้เฉพาะรายควรทำอย่างไร
ก. ใช้ร่วมเมื่อดูสะอาด
ข. ติดระบุและไม่นำไปใช้ข้ามราย
ค. ย้ายไปอีกเตียงโดยไม่แจ้ง
ง. ถอดป้ายออกเพื่อสะดวก
- หากสัมผัสสารคัดหลั่งเข้าตาควรทำอย่างไร
ก. ชะล้างทันทีตามแนวทางและรายงานเพื่อประเมินการสัมผัส
ข. ขยี้ตาแรงๆ
ค. รอจนเลิกงาน
ง. หยอดน้ำยาฆ่าเชื้อเครื่องมือ
หมวด 8 ภาวะผิดปกติและการช่วยเหลือฉุกเฉิน
- ผู้ป่วยเจ็บหน้าอกและเหงื่อออกผิดปกติขณะฝึกควรทำอย่างไร
ก. ให้เดินต่อเพื่อลดอาการ
ข. ให้ออกแรงมากขึ้น
ค. ส่งกลับบ้านเอง
ง. หยุดกิจกรรมและเรียกทีมช่วยเหลือตามระบบ
- ผู้ป่วยมีหน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง พูดไม่ชัดเกิดใหม่ควรทำอย่างไร
ก. รอให้หายเอง
ข. ฝึกแขนต่อ
ค. เรียกทีมฉุกเฉินและแจ้งเวลาเริ่มอาการหรือเวลาปกติครั้งสุดท้าย
ง. ให้กินอาหารทันที
- พบผู้ป่วยหมดสติไม่หายใจปกติควรทำอย่างไร
ก. ป้อนน้ำ
ข. ยกให้นั่งทันที
ค. เรียกทีมฉุกเฉินและเริ่มช่วยชีวิตใช้ AED ตามการฝึกและระบบ
ง. รอญาติมาถึง
- ผู้ป่วยชักขณะอยู่บนเตียงควรทำอย่างไร
ก. งัดปากด้วยช้อน
ข. ป้องกันการกระแทกและเรียกทีมช่วยเหลือ
ค. กดแขนขาแน่น
ง. ป้อนน้ำระหว่างชัก
- ผู้ป่วยล้มและสงสัยบาดเจ็บสะโพกควรทำอย่างไร
ก. ไม่รีบยกย้ายและเรียกทีมประเมิน
ข. ดึงให้ยืนทันที
ค. ให้เดินทดสอบ
ง. นวดแรงบริเวณปวด
- ขาบวมแดงเจ็บข้างเดียวเกิดใหม่ควรทำอย่างไร
ก. นวดน่องแรงๆ
ข. ประคบร้อนแล้วเดินต่อ
ค. เพิ่มแรงต้านขา
ง. หยุดฝึกและแจ้งเพื่อประเมินเร่งด่วน
- ผู้ป่วยเบาหวานมีมือสั่น เหงื่อออก สับสนขณะฝึกควรทำอย่างไร
ก. ให้ฝึกต่อจนจบ
ข. สรุปว่าแกล้ง
ค. ปล่อยกลับคนเดียว
ง. หยุดและแจ้งทีมให้ประเมินระดับน้ำตาลตามระบบ
- ค่าออกซิเจนปลายนิ้วลดลงร่วมกับหอบมากควรทำอย่างไร
ก. ถอดเครื่องแล้วเดินต่อ
ข. เพิ่มออกซิเจนเองโดยไม่รับคำสั่ง
ค. หยุดกิจกรรมและแจ้งทีมประเมินพร้อมตรวจความถูกต้องของการวัด
ง. บอกว่าเครื่องเสียเสมอ
- เมื่อมีเหตุฉุกเฉินข้อมูลใดควรแจ้งก่อน
ก. ประวัติการนัดทั้งหมด
ข. จุดเกิดเหตุ ลักษณะอาการ และความช่วยเหลือที่ต้องการ
ค. ราคาค่ารักษา
ง. ที่อยู่ผู้ช่วย
- การบันทึกเหตุการณ์เกือบพลาดมีประโยชน์ใด
ก. ใช้ค้นหาสาเหตุและป้องกันเหตุซ้ำ
ข. ใช้กล่าวโทษอย่างเดียว
ค. ไม่จำเป็นเพราะไม่มีใครบาดเจ็บ
ง. ใช้แทนการช่วยผู้ป่วย
หมวด 9 การดูแลผู้ป่วยกลุ่มต่าง ๆ
- ผู้สูงอายุได้ยินไม่ชัดควรสื่อสารอย่างไร
ก. หันหน้า พูดชัด และตรวจความเข้าใจ
ข. ตะโกนจากด้านหลัง
ค. พูดเร็วขึ้น
ง. พูดกับญาติเท่านั้น
- ผู้ป่วยพูดลำบากแต่เข้าใจคำสั่งควรทำอย่างไร
ก. สรุปว่าไม่เข้าใจทั้งหมด
ข. เร่งให้ตอบทันที
ค. ไม่อธิบายกิจกรรม
ง. ให้เวลาตอบและใช้วิธีสื่อสารที่เหมาะสม
- การช่วยเด็กทำกิจกรรมควรใช้วิธีใด
ก. ใช้คำสั่งซับซ้อนยาวๆ
ข. ขู่ให้กลัว
ค. กิจกรรมเหมาะวัยและให้ผู้ดูแลร่วมตามความเหมาะสม
ง. ใช้แรงบังคับเป็นหลัก
- ผู้ป่วยมีข้อจำกัดหลังผ่าตัดควรยึดอะไร
ก. ท่าที่ผู้ช่วยเคยเห็นในสื่อ
ข. ข้อกำหนดเฉพาะจากทีมรักษา
ค. ความปวดเพียงอย่างเดียว
ง. แนวปฏิบัติเดียวทุกการผ่าตัด
- ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองละเลยร่างกายด้านหนึ่งควรทำอย่างไร
ก. ปล่อยเดินคนเดียว
ข. จัดกิจกรรมและสิ่งแวดล้อมตามแผนพร้อมเฝ้าระวังด้านที่ละเลย
ค. วางสิ่งกีดขวางด้านนั้น
ง. ดึงแขนให้หันมอง
- การดูแลผิวหนังบริเวณปุ่มกระดูกในผู้เคลื่อนไหวน้อยควรทำอย่างไร
ก. ตรวจสังเกตและช่วยเปลี่ยนท่าตามแผนรายบุคคล
ข. นวดแรงบนรอยแดง
ค. ปล่อยท่าเดิมทั้งวัน
ง. ใช้หมอนชนิดเดียวทุกคน
- ผู้ป่วยโรคปอดเหนื่อยระหว่างกิจกรรมควรจัดการเบื้องต้นอย่างไร
ก. บังคับนอนราบทุกราย
ข. กลั้นหายใจ
ค. เพิ่มความเร็วทันที
ง. พักในท่าที่หายใจสะดวกและแจ้งหากผิดปกติ
- ผู้ป่วยสมองเสื่อมสับสนในห้องฝึกควรทำอย่างไร
ก. ให้หลายคำสั่งพร้อมกัน
ข. ตำหนิต่อหน้าผู้อื่น
ค. ใช้คำสั่งสั้นทีละขั้นและดูแลใกล้ชิด
ง. ทิ้งไว้ให้ปรับตัวลำพัง
- ญาติขอฝึกท่ายากที่บ้านควรทำอย่างไร
ก. ส่งคลิปทั่วไปแทนทุกกรณี
ข. บอกให้ลองเอง
ค. ประสานนักกายภาพบำบัดให้ประเมินและสอนก่อน
ง. เพิ่มท่าโดยไม่มีการประเมิน
- ข้อใดแสดงการช่วยให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วม
ก. ทำแทนทุกอย่างแม้ทำได้
ข. ให้ทำส่วนที่ปลอดภัยด้วยตนเองและช่วยเฉพาะที่จำเป็น
ค. ตั้งเป้าแทนโดยไม่รับฟัง
ง. ฝึกแต่สิ่งที่ผู้ช่วยสะดวก
หมวด 10 จริยธรรม การบันทึก และพัฒนาคุณภาพ
- ญาติขอดูข้อมูลผู้ป่วยอีกรายควรทำอย่างไร
ก. ปฏิเสธอย่างสุภาพและรักษาความลับ
ข. เปิดให้ดูถ้าเป็นเพื่อน
ค. ส่งภาพหน้าจอ
ง. เล่าเฉพาะชื่อกับโรค
- การถ่ายภาพผู้ป่วยลงสื่อส่วนตัวควรทำอย่างไร
ก. ลงได้ถ้าไม่ติดชื่อ
ข. ลงได้เมื่อรักษาฟรี
ค. ให้เพื่อนโพสต์แทน
ง. ไม่นำไปเผยแพร่โดยพลการและปฏิบัติตามสิทธิและระเบียบ
- การบันทึกหลังช่วยฝึกควรมีลักษณะใด
ก. คัดลอกรายก่อนทั้งหมด
ข. บันทึกก่อนทำเสมือนทำแล้ว
ค. ใช้คำกล่าวโทษเป็นหลัก
ง. ตรงตามที่ทำจริง ระบุเวลาและอาการสำคัญ
- หากบันทึกผิดควรแก้ไขอย่างไร
ก. ลบให้ไม่เหลือหลักฐาน
ข. ใช้ชื่อผู้ร่วมงานแทน
ค. ใช้วิธีแก้ตามระบบโดยคงร่องรอยการแก้ไข
ง. ปล่อยผิดไว้
- ก่อนออกจากคอมพิวเตอร์ที่เปิดข้อมูลผู้ป่วยควรทำอย่างไร
ก. เปิดทิ้งเพื่อความสะดวก
ข. ล็อกหน้าจอหรือออกจากระบบ
ค. บอกรหัสผ่านแก่ผู้ป่วย
ง. ถ่ายหน้าจอเก็บส่วนตัว
- ผู้ป่วยร้องเรียนว่ารอนานควรตอบอย่างไร
ก. รับฟัง ตรวจสอบคิว และแจ้งข้อมูลที่ยืนยันได้
ข. โต้เถียงทันที
ค. รับปากเวลาที่ไม่ทราบ
ง. เปิดเผยโรคของคนก่อนหน้า
- ผู้ป่วยทำได้ 8 ครั้งจากแผน 10 ครั้ง ควรบันทึกอย่างไร
ก. ทำได้ 8 ครั้งพร้อมเหตุที่หยุดและอาการ
ข. ทำได้ 10 ครั้งตามแผน
ค. ไม่ต้องบันทึก
ง. ทำไม่ได้เลย
- นัดผู้ป่วย 25 ราย มารับบริการ 20 ราย คิดเป็นร้อยละเท่าใด
ก. 20
ข. 75
ค. 125
ง. 80
- ตรวจอุปกรณ์ 40 ชิ้น พบชำรุด 2 ชิ้น อัตราชำรุดเท่าใด
ก. ร้อยละ 2
ข. ร้อยละ 20
ค. ร้อยละ 5
ง. ร้อยละ 50
- การพัฒนางานหลังพบการสะดุดสายไฟควรเริ่มจากอะไร
ก. บอกให้ทุกคนระวังเพียงอย่างเดียว
ข. วิเคราะห์สาเหตุและจัดทางเดินกับสายไฟให้ปลอดภัย
ค. ปกปิดเหตุการณ์
ง. ย้ายความผิดให้ผู้ป่วย
เฉลยสรุป
1 ก 2 ง 3 ค 4 ข 5 ข 6 ก 7 ง 8 ค 9 ค 10 ข 11 ก 12 ง 13 ง 14 ค 15 ข 16 ก 17 ก 18 ง 19 ค 20 ข
21 ข 22 ก 23 ง 24 ค 25 ค 26 ข 27 ก 28 ง 29 ง 30 ค 31 ข 32 ก 33 ก 34 ง 35 ค 36 ข 37 ข 38 ก 39 ง 40 ค
41 ค 42 ข 43 ก 44 ง 45 ง 46 ค 47 ข 48 ก 49 ก 50 ง 51 ค 52 ข 53 ข 54 ก 55 ง 56 ค 57 ค 58 ข 59 ก 60 ง
61 ง 62 ค 63 ข 64 ก 65 ก 66 ง 67 ค 68 ข 69 ข 70 ก 71 ง 72 ค 73 ค 74 ข 75 ก 76 ง 77 ง 78 ค 79 ข 80 ก
81 ก 82 ง 83 ค 84 ข 85 ข 86 ก 87 ง 88 ค 89 ค 90 ข 91 ก 92 ง 93 ง 94 ค 95 ข 96 ก 97 ก 98 ง 99 ค 100 ข
