แนวข้อสอบ ตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน
สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)
ข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 100 ข้อ
คำชี้แจง
- ข้อสอบนี้เป็นแนวข้อสอบเพื่อใช้ฝึกทบทวน ประกอบด้วย 8 หมวด รวม 100 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน
- ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว (ก, ข, ค หรือ ง)
- เฉลยอยู่ท้ายเอกสาร
หมายเหตุ: ข้อสอบที่เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบควรตรวจสอบกับฉบับล่าสุดที่มีผลใช้บังคับก่อนนำไปใช้อ้างอิง
หมวดที่ 1 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และ สทบ.
- พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ มีผลใช้บังคับในปี พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2542
ข. พ.ศ. 2544
ค. พ.ศ. 2550
ง. พ.ศ. 2547
- ในช่วงเริ่มต้นนโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (พ.ศ. 2544) รัฐบาลจัดสรรเงินทุนเริ่มต้นให้แต่ละหมู่บ้านและชุมชนเมืองประมาณเท่าใด
ก. 1 แสนบาท
ข. 1 ล้านบาท
ค. 5 แสนบาท
ง. 2 ล้านบาท
- สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) มีสถานะตามข้อใดมากที่สุด
ก. ส่วนราชการระดับกรมในสังกัดกระทรวงการคลัง
ข. รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินกิจการเชิงพาณิชย์
ค. หน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ
ง. องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร
- ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
ก. เป็นแหล่งเงินทุนในชุมชน ส่งเสริมการสร้างอาชีพ รายได้ และการเรียนรู้ของสมาชิก
ข. แสวงหากำไรสูงสุดเพื่อแบ่งปันให้ผู้บริหารกองทุน
ค. จัดเก็บภาษีท้องถิ่นแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. ให้บริการสินเชื่อแก่นักลงทุนต่างชาติ
- โดยทั่วไป สมาชิกกองทุนหมู่บ้านต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ากี่ปีบริบูรณ์
ก. 15 ปี
ข. 18 ปี
ค. 20 ปี
ง. 25 ปี
- ในระดับหมู่บ้านหรือชุมชน องค์กรที่มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของกองทุน เช่น การเลือกตั้งคณะกรรมการ คือข้อใด
ก. ประธานกรรมการกองทุนเพียงผู้เดียว
ข. นายอำเภอ
ค. ผู้ตรวจสอบภายใน
ง. ที่ประชุมใหญ่สมาชิกกองทุน
- ข้อใดเป็นแหล่งที่มาของเงินทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
ก. เงินอุดหนุนจากรัฐและดอกผลจากการดำเนินงานของกองทุน
ข. รายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ท้องถิ่นจัดเก็บเอง
ค. เงินปันผลจากตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
ง. เงินกู้จากต่างประเทศเท่านั้น
- ความเสี่ยงสำคัญที่สุดประการหนึ่งของการให้สมาชิกกู้ยืมเงินกองทุนคือข้อใด
ก. ค่าไฟฟ้าสำนักงานสูงขึ้น
ข. การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ค. การผิดนัดชำระหนี้และหนี้ค้างชำระของสมาชิก
ง. การปรับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
- ตัวชี้วัดใดเหมาะสมที่สุดในการประเมินคุณภาพสินเชื่อของกองทุนหมู่บ้าน
ก. จำนวนครั้งที่คณะกรรมการประชุม
ข. จำนวนป้ายประชาสัมพันธ์ของกองทุน
ค. อัตราส่วนหนี้ค้างชำระต่อเงินให้กู้ยืมคงเหลือทั้งหมด
ง. จำนวนกรรมการที่เป็นเพศหญิง
- การแยกหน้าที่ผู้อนุมัติเงินกู้ ผู้จ่ายเงิน และผู้บันทึกบัญชีออกจากกัน เป็นการควบคุมตามหลักการใด
ก. การแบ่งแยกหน้าที่ (Segregation of Duties)
ข. การรวมอำนาจ (Centralization)
ค. การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) เท่านั้น
ง. การลดต้นทุนการดำเนินงาน
- ตามกฎหมายจัดตั้ง ผู้ตรวจสอบงบการเงินของ สทบ. คือหน่วยงานใด
ก. กรมสรรพากร
ข. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ง. สำนักงาน ก.พ.
- ผู้ตรวจสอบภายในพบว่ากองทุนอนุมัติเงินกู้ให้กรรมการเกินวงเงินที่ระเบียบกำหนด ถือเป็นข้อบกพร่องด้านใด
ก. ความไม่มีประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศ
ข. ความผิดพลาดด้านการตลาด
ค. การไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ (Compliance)
ง. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- หลักฐานใดน่าเชื่อถือที่สุดเมื่อต้องการยืนยันยอดเงินกู้คงเหลือของสมาชิก
ก. หนังสือยืนยันยอดที่ได้รับโดยตรงจากสมาชิกผู้เป็นลูกหนี้
ข. คำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่กองทุนด้วยวาจา
ค. สำเนาตารางที่เจ้าหน้าที่กองทุนจัดทำเองโดยไม่มีเอกสารประกอบ
ง. ข้อมูลที่ได้ยินจากบุคคลทั่วไปในหมู่บ้าน
- วิธีที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจสอบเงินสดคงเหลือของกองทุน คือข้อใด
ก. สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์เท่านั้น
ข. รอให้กองทุนรายงานยอดเงินสดเอง
ค. ตรวจจากใบเสร็จเก่าของปีก่อน
ง. ตรวจนับเงินสดโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต่อหน้าผู้รับผิดชอบ
- เอกสารใดใช้ตรวจสอบความถูกต้องของการอนุมัติเงินกู้ตามอำนาจของคณะกรรมการกองทุนได้ดีที่สุด
ก. ใบเสร็จค่าน้ำประปาของสำนักงาน
ข. ป้ายประกาศหน้าหมู่บ้าน
ค. ตารางเวรทำความสะอาด
ง. รายงานการประชุมคณะกรรมการกองทุน
หมวดที่ 2 หลักการ มาตรฐาน และกฎหมายการตรวจสอบภายใน
- ตามคำนิยามของสถาบันผู้ตรวจสอบภายใน (IIA) การตรวจสอบภายในเป็นกิจกรรมลักษณะใด
ก. กิจกรรมสืบสวนหาผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินคดีอาญา
ข. กิจกรรมบันทึกบัญชีและจัดทำงบการเงินประจำปี
ค. กิจกรรมให้ความเชื่อมั่นและให้คำปรึกษาอย่างเป็นอิสระและเที่ยงธรรม เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กร
ง. กิจกรรมกำหนดนโยบายและอนุมัติงบประมาณขององค์กร
- กฎหมายฉบับใดกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ
ก. ประมวลรัษฎากร
ข. พระราชบัญญัติภาษีมูลค่าเพิ่ม
ค. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายใน พ.ศ. 2561
ง. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการกู้ยืม
- เพื่อรักษาความเป็นอิสระ ผู้ตรวจสอบภายในควรรายงานผลการตรวจสอบต่อผู้ใดเป็นหลัก
ก. ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานและ/หรือคณะกรรมการตรวจสอบ
ข. หัวหน้าฝ่ายที่ถูกตรวจสอบ
ค. ผู้จัดการฝ่ายบัญชี
ง. หัวหน้าฝ่ายพัสดุ
- ความเที่ยงธรรม (Objectivity) ของผู้ตรวจสอบภายในหมายถึงข้อใด
ก. การตรวจสอบเฉพาะเรื่องที่ผู้บริหารต้องการ
ข. การเห็นด้วยกับผู้รับตรวจทุกเรื่องเพื่อรักษาความสัมพันธ์
ค. การปฏิบัติงานโดยไม่ต้องมีหลักฐาน
ง. ทัศนคติที่เป็นกลาง ไม่มีอคติ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการปฏิบัติงาน
- ตามมาตรฐานสากล ผู้ตรวจสอบภายในควรหลีกเลี่ยงการให้ความเชื่อมั่นต่องานที่ตนเองเคยรับผิดชอบมาก่อนเป็นเวลาอย่างน้อยเท่าใด
ก. 1 เดือน
ข. 3 เดือน
ค. 5 ปี
ง. 1 ปี
- ข้อใดไม่ใช่หลักจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบภายใน
ก. ความซื่อสัตย์ (Integrity)
ข. การแสวงหาผลกำไรสูงสุดให้แก่ผู้ตรวจสอบ
ค. การรักษาความลับ (Confidentiality)
ง. ความรู้ความสามารถ (Competency)
- ผู้ตรวจสอบภายในควรปฏิบัติอย่างไรต่อข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงาน
ก. เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อความโปร่งใส
ข. แจ้งให้ผู้ที่สนใจทุกคนทราบ
ค. ไม่เปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่มีหน้าที่ตามกฎหมาย
ง. นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
- งานให้คำปรึกษา (Consulting) ของผู้ตรวจสอบภายในมีลักษณะตามข้อใด
ก. ตัดสินใจและสั่งการแทนฝ่ายบริหาร
ข. เป็นผู้ปฏิบัติงานประจำแทนผู้รับตรวจ
ค. บันทึกบัญชีให้ฝ่ายการเงิน
ง. ให้คำแนะนำตามที่ผู้รับบริการร้องขอ โดยไม่เข้าไปรับผิดชอบการตัดสินใจแทนฝ่ายบริหาร
- ตามแบบจำลอง Three Lines Model ฝ่ายตรวจสอบภายในอยู่ในแนวป้องกันใด
ก. แนวที่หนึ่ง
ข. แนวที่สอง
ค. แนวที่สาม
ง. ไม่อยู่ในแนวใดเลย
- ตามแบบจำลอง Three Lines Model ผู้ที่รับผิดชอบความเสี่ยงและการควบคุมในการปฏิบัติงานประจำวัน คือข้อใด
ก. ฝ่ายบริหารและเจ้าของกระบวนการ (แนวที่หนึ่ง)
ข. ผู้ตรวจสอบภายนอก
ค. ผู้ตรวจสอบภายใน
ง. ผู้ให้บริการทางกฎหมายภายนอกเท่านั้น
- แผนการตรวจสอบประจำปีที่ดีควรจัดทำโดยยึดหลักการใดเป็นสำคัญ
ก. จัดลำดับความสำคัญตามระดับความเสี่ยงและวัตถุประสงค์ขององค์กร
ข. ตรวจทุกหน่วยงานด้วยเวลาเท่ากันโดยไม่พิจารณาความเสี่ยง
ค. เลือกตรวจเฉพาะหน่วยงานที่ผู้ตรวจสอบคุ้นเคย
ง. ตรวจเฉพาะเรื่องที่ผู้รับตรวจร้องขอ
- แผนการตรวจสอบประจำปีควรเสนอให้ผู้ใดพิจารณาอนุมัติ
ก. ผู้บริหารหน่วยที่จะถูกตรวจสอบ
ข. ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน (และ/หรือคณะกรรมการตรวจสอบ)
ค. เจ้าหน้าที่พัสดุ
ง. ผู้รับจ้างภายนอก
- การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ จัดเป็นการตรวจสอบประเภทใด
ก. การตรวจสอบการเงิน (Financial Audit)
ข. การตรวจสอบด้านการตลาด
ค. การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Audit)
ง. การตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศเท่านั้น
- การตรวจสอบเพื่อให้ความเห็นว่ารายงานทางการเงินแสดงฐานะและผลการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามที่ควร จัดเป็นการตรวจสอบประเภทใด
ก. การตรวจสอบการเงิน (Financial Audit)
ข. การตรวจสอบการดำเนินงาน (Operational Audit)
ค. การตรวจสอบสืบสวน (Investigative Audit)
ง. การตรวจสอบเชิงกลยุทธ์ด้านบุคลากร
- 3Es ในการตรวจสอบการดำเนินงาน (Operational/Performance Audit) ได้แก่ข้อใด
ก. ความประหยัด ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ข. ความเสมอภาค ความยุติธรรม และความเป็นธรรม
ค. ความถูกต้อง ความครบถ้วน และความทันเวลา
ง. ความซื่อสัตย์ ความเป็นกลาง และการรักษาความลับ
- ความประหยัด (Economy) หมายถึงข้อใด
ก. การทำงานเสร็จเร็วที่สุดโดยไม่คำนึงถึงต้นทุน
ข. การใช้ทรัพยากรในปริมาณและต้นทุนที่เหมาะสมโดยคงคุณภาพตามที่ต้องการ
ค. การไม่ใช้จ่ายใด ๆ เลย
ง. การลดจำนวนบุคลากรให้น้อยที่สุดเสมอ
- ประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึงข้อใด
ก. การใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด
ข. การทำตามขั้นตอนทุกขั้นแม้ไม่เกิดผล
ค. การรายงานผลล่าช้า
ง. ผลลัพธ์ของการดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด
- เอกสารที่กำหนดวัตถุประสงค์ อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของงานตรวจสอบภายใน เรียกว่าอะไร
ก. ใบสำคัญจ่าย
ข. แผนผังที่นั่งสำนักงาน
ค. บัญชีทรัพย์สินถาวร
ง. กฎบัตรการตรวจสอบภายใน (Internal Audit Charter)
- บทบาทหลักของคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ในหน่วยงานคือข้อใด
ก. กำกับดูแลและสนับสนุนงานตรวจสอบภายใน สอบทานการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
ข. บันทึกบัญชีรายวัน
ค. ปฏิบัติงานจัดซื้อแทนเจ้าหน้าที่พัสดุ
ง. ขายสินค้าและให้บริการแก่ประชาชน
- ตามมาตรฐานสากล การประเมินคุณภาพภายนอก (External Assessment) ของงานตรวจสอบภายในควรจัดให้มีอย่างน้อยทุกกี่ปี
ก. อย่างน้อยทุก 5 ปี
ข. ทุก 1 เดือน
ค. ทุก 6 เดือน
ง. ทุก 10 ปี
หมวดที่ 3 การควบคุมภายใน (Internal Control)
- การควบคุมภายในให้ความมั่นใจในระดับใด
ก. ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผล (Reasonable Assurance)
ข. ความมั่นใจอย่างเด็ดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์
ค. ไม่ให้ความมั่นใจใด ๆ
ง. ความมั่นใจเฉพาะด้านการเงินเท่านั้น
- วัตถุประสงค์ 3 ประเภทของการควบคุมภายในตามกรอบ COSO คือข้อใด
ก. ด้านกำไร ด้านการตลาด และด้านการลงทุน
ข. ด้านบุคลากร ด้านอาคารสถานที่ และด้านเทคโนโลยี
ค. ด้านการวางแผน ด้านการจัดองค์กร และด้านการสั่งการ
ง. ด้านการดำเนินงาน ด้านการรายงาน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
- การควบคุมภายในตามมาตรฐานการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ ประกอบด้วยกี่องค์ประกอบ
ก. 5 องค์ประกอบ
ข. 3 องค์ประกอบ
ค. 4 องค์ประกอบ
ง. 7 องค์ประกอบ
- องค์ประกอบใดถือเป็นรากฐานของการควบคุมภายในองค์ประกอบอื่นทั้งหมด
ก. กิจกรรมการติดตามผล
ข. สารสนเทศและการสื่อสาร
ค. การประเมินความเสี่ยง
ง. สภาพแวดล้อมการควบคุม
- ข้อใดเป็นตัวอย่างของสภาพแวดล้อมการควบคุมที่ดี
ก. ผู้บริหารละเลยการปฏิบัติตามระเบียบ
ข. ไม่มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ
ค. ผู้บริหารยึดมั่นในความซื่อสัตย์และจริยธรรม มีโครงสร้างและการมอบอำนาจชัดเจน
ง. ไม่มีนโยบายด้านบุคลากร
- การระบุและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ จัดอยู่ในองค์ประกอบใดของการควบคุมภายใน
ก. กิจกรรมการควบคุม
ข. การประเมินความเสี่ยง
ค. สภาพแวดล้อมการควบคุม
ง. กิจกรรมการติดตามผล
- การอนุมัติ การสอบทานผลการปฏิบัติงาน และการแบ่งแยกหน้าที่ เป็นตัวอย่างขององค์ประกอบใด
ก. กิจกรรมการควบคุม
ข. สภาพแวดล้อมการควบคุม
ค. การประเมินความเสี่ยง
ง. สารสนเทศและการสื่อสาร
- การจัดให้ข้อมูลที่จำเป็นถึงผู้เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา จัดอยู่ในองค์ประกอบใด
ก. กิจกรรมการควบคุม
ข. สารสนเทศและการสื่อสาร
ค. การประเมินความเสี่ยง
ง. สภาพแวดล้อมการควบคุม
- การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง (Ongoing) และการประเมินผลเป็นรายครั้ง (Separate Evaluations) จัดอยู่ในองค์ประกอบใด
ก. สภาพแวดล้อมการควบคุม
ข. กิจกรรมการควบคุม
ค. สารสนเทศและการสื่อสาร
ง. กิจกรรมการติดตามผล
- กรอบการควบคุมภายในของ COSO ฉบับปรับปรุง (2013) กำหนดหลักการ (Principles) จำนวนกี่ข้อ
ก. 5 ข้อ
ข. 10 ข้อ
ค. 17 ข้อ
ง. 25 ข้อ
- การกระทบยอดเงินฝากธนาคารเป็นประจำทุกเดือน จัดเป็นการควบคุมประเภทใด
ก. การควบคุมแบบป้องกัน (Preventive Control)
ข. การควบคุมแบบตรวจพบ (Detective Control)
ค. การควบคุมแบบแก้ไข (Corrective Control) เท่านั้น
ง. ไม่ใช่การควบคุม
- การกำหนดรหัสผ่านและสิทธิ์การเข้าถึงระบบตามหน้าที่ จัดเป็นการควบคุมประเภทใด
ก. การควบคุมแบบตรวจพบ (Detective Control)
ข. การควบคุมแบบแก้ไข (Corrective Control)
ค. การควบคุมแบบป้องกัน (Preventive Control)
ง. การควบคุมแบบชดเชยหลังเกิดเหตุเท่านั้น
- ข้อใดเป็นข้อจำกัดโดยธรรมชาติของการควบคุมภายใน
ก. การมีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร
ข. การแบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจน
ค. การมีผู้ตรวจสอบภายใน
ง. การสมรู้ร่วมคิดและการที่ผู้บริหารใช้อำนาจก้าวล่วงการควบคุม
- หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามระเบียบใดเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน
ก. ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยการลาของข้าราชการ
ข. ระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการคืนภาษี
ค. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยอัตราดอกเบี้ย
ง. ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544
- ตามระเบียบ คตง. ว่าด้วยมาตรฐานการควบคุมภายใน หน่วยงานของรัฐต้องรายงานผลการควบคุมภายในภายในกี่วันนับจากวันสิ้นปีงบประมาณ
ก. 30 วัน
ข. 90 วัน
ค. 60 วัน
ง. 180 วัน
- รายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค.1) หน่วยงานของรัฐจัดทำโดยใครลงนาม
ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
ข. ผู้ตรวจสอบภายนอก
ค. เจ้าหน้าที่ธุรการ
ง. ผู้รับจ้างทำความสะอาด
- การให้เจ้าของงานประเมินการควบคุมภายในของงานตนเองด้วยแบบสอบถามหรือการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรียกว่าอะไร
ก. การตรวจสอบสืบสวน
ข. การตรวจรับพัสดุ
ค. การประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self-Assessment: CSA)
ง. การปิดบัญชีสิ้นปี
- ผู้ที่มีความรับผิดชอบหลักในการวางระบบควบคุมภายในของหน่วยงานคือใคร
ก. ผู้ตรวจสอบภายนอกเพียงฝ่ายเดียว
ข. ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน
ค. บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง
ง. เจ้าหน้าที่ใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงาน
- การใช้ใบเสร็จรับเงินที่พิมพ์เลขที่เรียงลำดับล่วงหน้า (Pre-numbered) มีประโยชน์หลักอย่างไร
ก. ลดภาษีที่ต้องชำระ
ข. ทำให้ไม่ต้องบันทึกบัญชี
ค. ทำให้ไม่ต้องนับเงินสด
ง. ช่วยควบคุมความครบถ้วนของการรับเงินและตรวจสอบการขาดหายของเอกสาร
- แนวคิด Tone at the Top หมายถึงข้อใด
ก. การติดตั้งกล้องบนอาคารสูง
ข. ผู้บริหารระดับสูงเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรมและให้ความสำคัญกับการควบคุมภายใน
ค. การกำหนดเสียงสัญญาณเตือนภัยในสำนักงาน
ง. การจัดชั้นวางเอกสารไว้ชั้นบนสุด
หมวดที่ 4 การบริหารความเสี่ยง
- ความเสี่ยง (Risk) หมายถึงข้อใด
ก. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและแก้ไขเสร็จสิ้น
ข. เหตุการณ์หรือการกระทำที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์
ค. ผลกำไรที่คาดว่าจะได้รับ
ง. ระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม
- ระดับความเสี่ยงโดยทั่วไปประเมินจากข้อใด
ก. จำนวนพนักงาน × จำนวนอาคาร
ข. โอกาสที่จะเกิด (Likelihood) × ผลกระทบ (Impact)
ค. รายได้ − ค่าใช้จ่าย
ง. จำนวนเอกสาร × จำนวนหน้า
- การซื้อประกันภัยทรัพย์สิน เป็นการตอบสนองความเสี่ยงแบบใด
ก. การยอมรับความเสี่ยง (Take)
ข. การโอนหรือแบ่งความเสี่ยง (Transfer/Share)
ค. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate)
ง. การเพิกเฉยต่อความเสี่ยง
- การตัดสินใจไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อความเสี่ยงที่มีระดับต่ำมากและไม่คุ้มค่าที่จะจัดการ เป็นการตอบสนองความเสี่ยงแบบใด
ก. การลดความเสี่ยง (Treat)
ข. การโอนความเสี่ยง (Transfer)
ค. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate)
ง. การยอมรับความเสี่ยง (Take/Accept)
- การยกเลิกกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเกินกว่าองค์กรยอมรับได้ เป็นการตอบสนองความเสี่ยงแบบใด
ก. การยอมรับความเสี่ยง (Take)
ข. การโอนความเสี่ยง (Transfer)
ค. การรายงานความเสี่ยง (Report)
ง. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate/Avoid)
- การปรับปรุงขั้นตอนการทำงานและเพิ่มกิจกรรมควบคุมเพื่อลดโอกาสหรือผลกระทบของความเสี่ยง เป็นการตอบสนองความเสี่ยงแบบใด
ก. การยอมรับความเสี่ยง (Take)
ข. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate)
ค. การลดหรือควบคุมความเสี่ยง (Treat)
ง. การโอนความเสี่ยง (Transfer)
- ความเสี่ยงที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากที่มีการควบคุมแล้ว เรียกว่าอะไร
ก. ความเสี่ยงโดยธรรมชาติ (Inherent Risk)
ข. ความเสี่ยงที่เหลืออยู่ (Residual Risk)
ค. ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ (Audit Risk)
ง. ความเสี่ยงที่ไม่มีอยู่จริง
- ข้อใดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของกรอบ COSO ERM (2017)
ก. การขายและการตลาด
ข. การกำกับดูแลและวัฒนธรรมองค์กร (Governance and Culture)
ค. การผลิตและโลจิสติกส์
ง. การจัดหาบุคลากรภายนอก
- ระดับความเสี่ยงที่องค์กรยินดีรับเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เรียกว่าอะไร
ก. ความเสี่ยงที่ถูกปฏิเสธ
ข. ความเสี่ยงสะสม
ค. ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite)
ง. ความเสี่ยงที่ไม่ต้องรายงาน
- Audit Universe ในการวางแผนการตรวจสอบตามความเสี่ยงหมายถึงข้อใด
ก. รายชื่อผู้ตรวจสอบทั้งหมดในโลก
ข. กลุ่มกิจกรรม กระบวนการ หรือหน่วยงานทั้งหมดที่อาจเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบ
ค. รายงานผลการตรวจสอบของปีที่แล้วเท่านั้น
ง. ห้องเก็บเอกสารของหน่วยตรวจสอบ
หมวดที่ 5 กระบวนการตรวจสอบ หลักฐาน และการรายงานผล
- ขั้นตอนหลักของกระบวนการตรวจสอบภายในเรียงลำดับตามข้อใด
ก. การวางแผน การปฏิบัติงานตรวจสอบ การรายงานผล และการติดตามผล
ข. การรายงานผล การวางแผน การติดตามผล แล้วจึงปฏิบัติงาน
ค. การติดตามผล การปฏิบัติงาน การวางแผน และการรายงานผล
ง. การปฏิบัติงานตรวจสอบ การติดตามผล การรายงานผล แล้วจึงวางแผน
- ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตรวจสอบภาคสนาม ผู้ตรวจสอบควรทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก
ก. สรุปผลการตรวจสอบทันที
ข. ออกรายงานฉบับสมบูรณ์
ค. ทำความเข้าใจกิจกรรมที่จะตรวจสอบ ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น และกำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขต
ง. ติดตามผลการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ
- การประชุมระหว่างผู้ตรวจสอบกับผู้รับตรวจเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ ขอบเขต และกำหนดการตรวจสอบ เรียกว่าอะไร
ก. การประชุมเปิดการตรวจสอบ (Entrance/Opening Meeting)
ข. การประชุมปิดบัญชี
ค. การประชุมผู้ถือหุ้น
ง. การประชุมจัดซื้อ
- กระดาษทำการ (Working Paper) มีวัตถุประสงค์หลักข้อใด
ก. ใช้เป็นเอกสารส่วนตัวของผู้ตรวจสอบเพื่อเผยแพร่
ข. ใช้แทนรายงานการเงิน
ค. บันทึกงานที่ทำ หลักฐานที่ได้ และข้อสรุปเพื่อสนับสนุนผลการตรวจสอบ
ง. ใช้เป็นใบเสร็จรับเงิน
- หลักฐานการตรวจสอบที่ดีควรมีคุณสมบัติข้อใด
ก. เพียงพอ เชื่อถือได้ เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์
ข. มีจำนวนน้อยที่สุดเท่านั้น
ค. ได้จากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว
ง. ได้จากผู้รับตรวจโดยไม่ต้องตรวจสอบ
- หลักฐานใดน่าเชื่อถือน้อยที่สุด
ก. เอกสารที่ได้รับตรงจากบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระ
ข. คำบอกเล่าด้วยวาจาที่ไม่มีเอกสารหรือหลักฐานอื่นสนับสนุน
ค. ผลการตรวจนับทรัพย์สินโดยผู้ตรวจสอบเอง
ง. การสังเกตการณ์โดยตรงของผู้ตรวจสอบ
- การคำนวณตัวเลขในเอกสารซ้ำเพื่อทดสอบความถูกต้องทางคณิตศาสตร์ เรียกว่าเทคนิคใด
ก. การสังเกตการณ์ (Observation)
ข. การยืนยันยอด (Confirmation)
ค. การคำนวณซ้ำ (Recalculation)
ง. การสอบถาม (Inquiry)
- วิธีวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ (Analytical Procedures) ใช้ทำอะไร
ก. นับเงินสดคงเหลือทุกวัน
ข. ตรวจลายมือชื่อบนเอกสารทุกฉบับ
ค. เปรียบเทียบแนวโน้ม อัตราส่วน หรือความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อหาความผิดปกติ
ง. บันทึกรายการบัญชีแทนฝ่ายการเงิน
- ข้อดีที่สำคัญของการสุ่มตัวอย่างเชิงสถิติ (Statistical Sampling) คือข้อใด
ก. ไม่ต้องใช้ดุลยพินิจใด ๆ เลย
ข. ใช้ได้เฉพาะเมื่อมีรายการเพียงรายการเดียว
ค. สามารถวัดความเสี่ยงจากการสุ่ม และขยายผลสรุปไปยังประชากรได้อย่างมีหลักการ
ง. ทำให้ไม่ต้องเก็บหลักฐาน
- ในการเขียนข้อตรวจพบ “เกณฑ์ (Criteria)” หมายถึงข้อใด
ก. สิ่งที่ตรวจพบจริง
ข. สาเหตุของปัญหา
ค. ผลกระทบที่เกิดขึ้น
ง. สิ่งที่ควรจะเป็น เช่น กฎหมาย ระเบียบ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติที่ดี
- ในการเขียนข้อตรวจพบ “สภาพที่พบ (Condition)” หมายถึงข้อใด
ก. สิ่งที่ผู้ตรวจสอบพบจากการปฏิบัติงานจริง
ข. มาตรฐานที่ควรปฏิบัติ
ค. ข้อเสนอแนะในการแก้ไข
ง. เจตนาของผู้ปฏิบัติงาน
- การระบุสาเหตุ (Cause) ในข้อตรวจพบมีประโยชน์อย่างไร
ก. ช่วยกล่าวโทษบุคคลโดยตรง
ข. ช่วยให้ข้อเสนอแนะแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหา
ค. ช่วยให้รายงานสั้นลงโดยไม่ต้องมีรายละเอียด
ง. ไม่มีประโยชน์ใด ๆ
- ก่อนออกรายงานฉบับสมบูรณ์ ผู้ตรวจสอบควรทำอย่างไรกับร่างรายงาน
ก. เก็บเป็นความลับจากผู้รับตรวจตลอดไป
ข. ลบข้อตรวจพบที่ผู้รับตรวจไม่พอใจทั้งหมด
ค. ส่งให้ผู้รับตรวจพิจารณาและชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน
ง. เผยแพร่ต่อสาธารณะทันที
- ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่ดีของรายงานการตรวจสอบ
ก. ชัดเจน กระชับ เที่ยงธรรม และทันเวลา
ข. ใช้ภาษาคลุมเครือเพื่อไม่ให้ใครไม่พอใจ
ค. ยาวมากโดยไม่เน้นสาระสำคัญ
ง. ออกล่าช้าเพื่อความรอบคอบเกินจำเป็น
- การติดตามผล (Follow-up) ของผู้ตรวจสอบภายในมีวัตถุประสงค์หลักข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณให้ผู้ตรวจสอบ
ข. ตรวจสอบว่าฝ่ายบริหารได้แก้ไขหรือปรับปรุงตามข้อเสนอแนะหรือยอมรับความเสี่ยงที่เหลืออยู่แล้ว
ค. ลงโทษผู้ปฏิบัติงานทุกราย
ง. ยกเลิกการตรวจสอบรอบถัดไป
หมวดที่ 6 การทุจริตและการสืบสวน
- ทฤษฎีสามเหลี่ยมการทุจริต (Fraud Triangle) ประกอบด้วยองค์ประกอบใด
ก. แรงกดดัน/แรงจูงใจ โอกาส และการหาเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำ
ข. ต้นทุน กำไร และรายได้
ค. การวางแผน การจัดองค์การ และการควบคุม
ง. ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์
- ภาระหนี้สินส่วนตัวที่หนักของพนักงาน จัดเป็นองค์ประกอบใดของ Fraud Triangle
ก. โอกาส (Opportunity)
ข. การหาเหตุผลสนับสนุน (Rationalization)
ค. การตรวจพบ (Detection)
ง. แรงกดดัน/แรงจูงใจ (Pressure/Incentive)
- การที่ระบบควบคุมภายในอ่อนแอและไม่มีผู้ตรวจสอบสอบทาน จัดเป็นองค์ประกอบใดของ Fraud Triangle
ก. โอกาส (Opportunity)
ข. แรงกดดัน (Pressure)
ค. การหาเหตุผลสนับสนุน (Rationalization)
ง. จริยธรรมที่ดี
- ข้อความ “ฉันแค่ยืมเงินไปใช้ก่อน เดี๋ยวก็นำมาคืน” สะท้อนองค์ประกอบใดของ Fraud Triangle
ก. โอกาส (Opportunity)
ข. แรงกดดัน (Pressure)
ค. ความสามารถ (Capability)
ง. การหาเหตุผลสนับสนุนการกระทำ (Rationalization)
- ข้อใดเป็นสัญญาณเตือน (Red Flag) ของการทุจริตที่ผู้ตรวจสอบควรให้ความสนใจ
ก. เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบอย่างสม่ำเสมอ
ข. มีการหมุนเวียนงานตามแผน
ค. เอกสารครบถ้วนและมีผู้ตรวจทาน
ง. เจ้าหน้าที่การเงินไม่เคยลาพักผ่อนและไม่ยอมให้ผู้อื่นทำงานแทน
- การนำเงินที่รับจากลูกหนี้รายใหม่ไปปิดยอดค้างชำระของลูกหนี้รายเก่าเพื่อปกปิดการยักยอก เรียกว่าอะไร
ก. การกระทบยอด (Reconciliation)
ข. การเลื่อนยอดปิดบัญชี (Lapping)
ค. การตีราคาใหม่ (Revaluation)
ง. การหักกลบลบหนี้โดยชอบ
- วิธีใดช่วยตรวจพบผู้ขายสมมติ (Fictitious Vendor) ได้ดีที่สุด
ก. สอบถามเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้ขายสมมติหรือไม่
ข. รอให้ผู้ขายแจ้งเอง
ค. ตรวจเฉพาะความสวยงามของเอกสาร
ง. เปรียบเทียบข้อมูลที่อยู่ เลขบัญชี และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ขายกับข้อมูลของพนักงาน
- หน่วยงานใดมีอำนาจหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติและกรณีทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ก. กรมสรรพากร
ข. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ค. สำนักงานสถิติแห่งชาติ
ง. กรมการขนส่งทางบก
หมวดที่ 7 การเงิน บัญชี และพัสดุ
- การบันทึกบัญชีตามเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) หมายถึงข้อใด
ก. รับรู้รายได้เมื่อเกิดรายได้และค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดค่าใช้จ่าย โดยไม่คำนึงว่าได้รับหรือจ่ายเงินสดแล้วหรือไม่
ข. บันทึกเมื่อมีการรับหรือจ่ายเงินสดเท่านั้น
ค. บันทึกเฉพาะรายการสิ้นปี
ง. ไม่ต้องบันทึกรายการค้างจ่าย
- สมการบัญชีที่ถูกต้องคือข้อใด
ก. สินทรัพย์ = หนี้สิน − ทุน
ข. สินทรัพย์ + หนี้สิน = ทุน
ค. รายได้ = สินทรัพย์ + หนี้สิน
ง. สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ (ทุน)
- วัตถุประสงค์หลักของการจัดทำงบกระทบยอดเงินฝากธนาคารคือข้อใด
ก. เพื่อลดภาษีเงินได้
ข. เพื่อเพิ่มดอกเบี้ยรับ
ค. เพื่อเปรียบเทียบยอดตามบัญชีกับยอดตามใบรับรองหรือรายการเคลื่อนไหวของธนาคาร และหาสาเหตุของผลต่าง
ง. เพื่อยกเลิกบัญชีเงินฝาก
- สินทรัพย์ราคาทุน 100,000 บาท ราคาซาก 10,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี ค่าเสื่อมราคาต่อปีตามวิธีเส้นตรงเป็นเท่าใด
ก. 18,000 บาท
ข. 20,000 บาท
ค. 22,000 บาท
ง. 10,000 บาท
- พระราชบัญญัติที่ใช้บังคับกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐในปัจจุบัน คือฉบับใด
ก. พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน
ข. พระราชบัญญัติภาษีป้ายและทะเบียนยานพาหนะ
ค. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ง. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข
- ระบบ e-GP ในงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ คือข้อใด
ก. ระบบบัญชีเงินเดือน
ข. ระบบทะเบียนราษฎร
ค. ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ง. ระบบจองตั๋วเดินทาง
- การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างเป็นหลายครั้งเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องใช้วิธีการจัดซื้อที่เข้มงวดกว่า ถือเป็นอย่างไรในมุมมองการตรวจสอบ
ก. แนวปฏิบัติที่ดีในการประหยัดงบประมาณ
ข. สัญญาณเตือนของการหลีกเลี่ยงระเบียบและอาจเป็นการทุจริต
ค. การควบคุมภายในที่ดี
ง. เรื่องปกติที่ไม่ต้องตรวจสอบ
หมวดที่ 8 เทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลส่วนบุคคล และการปฏิบัติตนของผู้ตรวจสอบ
- ข้อใดเป็นการควบคุมการเข้าถึงทางตรรกะ (Logical Access Control) ในระบบสารสนเทศ
ก. การติดตั้งกุญแจประตูห้องเซิร์ฟเวอร์
ข. การติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้าอาคาร
ค. การกำหนดรหัสผ่านและสิทธิ์ผู้ใช้ตามหน้าที่
ง. การจัดเวรยามรักษาความปลอดภัย
- ข้อใดเป็นแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการสำรองข้อมูลและแผนกู้คืนระบบ
ก. สำรองข้อมูลครั้งเดียวแล้วไม่ต้องทดสอบ
ข. เก็บข้อมูลสำรองไว้ในเครื่องเดียวกับข้อมูลต้นฉบับ
ค. ไม่จำเป็นต้องมีแผนกู้คืน
ง. จัดทำสำรองข้อมูลสม่ำเสมอ เก็บแยกสถานที่ และทดสอบการกู้คืนเป็นระยะ
- กฎหมายที่ใช้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน ของสมาชิกกองทุน คือฉบับใด
ก. พระราชบัญญัติการเดินอากาศ
ข. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ค. พระราชบัญญัติโรงงาน
ง. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ว่าด้วยเพลงเท่านั้น
- เทคนิคการตรวจสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย เช่น การใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทั้งชุด เรียกว่าอะไร
ก. MRP (Material Requirements Planning)
ข. CRM (Customer Relationship Management)
ค. HRIS (Human Resource Information System)
ง. CAATs (Computer-Assisted Audit Techniques)
- เมื่อผู้ตรวจสอบภายในพบข้อบ่งชี้ว่าอาจมีการทุจริตร้ายแรง ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. รักษาหลักฐานและรายงานผู้บริหารสูงสุดหรือผู้มีอำนาจโดยทันทีตามช่องทางที่กำหนด
ข. ปกปิดเรื่องเงียบไว้เพื่อไม่ให้องค์กรเสียชื่อเสียง
ค. เผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ทันที
ง. เผชิญหน้าและกล่าวหาผู้ต้องสงสัยด้วยตนเองโดยไม่มีหลักฐาน
เฉลยข้อสอบ
| ข้อ | เฉลย | ข้อ | เฉลย | ข้อ | เฉลย | ข้อ | เฉลย | ข้อ | เฉลย |
| 1 | ง | 21 | ข | 41 | ข | 61 | ค | 81 | ก |
| 2 | ข | 22 | ค | 42 | ก | 62 | ข | 82 | ง |
| 3 | ค | 23 | ง | 43 | ข | 63 | ข | 83 | ก |
| 4 | ก | 24 | ค | 44 | ง | 64 | ค | 84 | ง |
| 5 | ข | 25 | ก | 45 | ค | 65 | ข | 85 | ง |
| 6 | ง | 26 | ก | 46 | ข | 66 | ก | 86 | ข |
| 7 | ก | 27 | ข | 47 | ค | 67 | ค | 87 | ง |
| 8 | ค | 28 | ค | 48 | ง | 68 | ก | 88 | ข |
| 9 | ค | 29 | ก | 49 | ง | 69 | ค | 89 | ก |
| 10 | ก | 30 | ก | 50 | ข | 70 | ก | 90 | ง |
| 11 | ข | 31 | ข | 51 | ก | 71 | ข | 91 | ค |
| 12 | ค | 32 | ง | 52 | ค | 72 | ค | 92 | ก |
| 13 | ก | 33 | ง | 53 | ข | 73 | ค | 93 | ค |
| 14 | ง | 34 | ก | 54 | ง | 74 | ค | 94 | ค |
| 15 | ง | 35 | ก | 55 | ข | 75 | ง | 95 | ข |
| 16 | ค | 36 | ก | 56 | ข | 76 | ก | 96 | ค |
| 17 | ค | 37 | ง | 57 | ข | 77 | ข | 97 | ง |
| 18 | ก | 38 | ก | 58 | ข | 78 | ค | 98 | ข |
| 19 | ง | 39 | ง | 59 | ง | 79 | ก | 99 | ง |
| 20 | ง | 40 | ค | 60 | ง | 80 | ข | 100 | ก |
