สรุป–ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ (แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓) ฟรี

สรุป–ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ (แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓)

เป็นระเบียบที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการให้เงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แก่หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามภารกิจที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อปท. อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ระเบียบนี้ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐, พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖, และพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗

 

สาระสำคัญของระเบียบ:

  1. ผลบังคับใช้และการแก้ไขเพิ่มเติม:
    • ระเบียบฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๙ ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ และให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป นั่นคือ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
    • ระเบียบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ ประกาศเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป นั่นคือ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
  2. คำนิยามสำคัญ:
    • เงินอุดหนุน หมายถึง เงินที่ อปท. ตั้งงบประมาณอุดหนุนให้แก่หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุน เพื่อดำเนินการตามภารกิจที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อปท. ตามกฎหมาย
    • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล (เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
    • หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุน หมายถึง:
      • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
      • ส่วนราชการ (ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน)
      • รัฐวิสาหกิจ (เช่น การไฟฟ้า การประปา องค์การจัดการน้ำเสีย)
      • องค์กรประชาชน (ที่จัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ และดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี)
      • องค์กรทางศาสนา (ที่จัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย เช่น วัด มัสยิด)
      • องค์กรการกุศล (ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการกุศล/สาธารณประโยชน์ ไม่มุ่งแสวงหากำไร เช่น มูลนิธิ เหล่ากาชาดจังหวัด)
  1. หลักเกณฑ์ที่ อปท. ผู้ให้เงินอุดหนุนต้องปฏิบัติตาม (ข้อ 4):
    • โครงการที่ให้เงินอุดหนุนต้องเป็นภารกิจที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อปท. ผู้ให้เงินอุดหนุน.
    • ห้ามอุดหนุนโครงการที่มีลักษณะเป็นเงินทุนหมุนเวียน การจัดเลี้ยงอาหาร หรือการจัดกิจกรรมนันทนาการ.
    • ห้ามอุดหนุนหน่วยงานอื่นในการจัดหาครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง ยกเว้นการอุดหนุนให้แก่ อปท. ด้วยกันเอง.
    • ประชาชนในเขต อปท. ต้องได้รับประโยชน์จากโครงการ.
    • อปท. ต้องให้ความสำคัญกับภารกิจหลักตามแผนพัฒนาท้องถิ่นและสถานะทางการคลังของตนก่อนพิจารณาให้เงินอุดหนุน.
    • โครงการต้องบรรจุไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น และตั้งงบประมาณไว้ในหมวดเงินอุดหนุนของงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ห้ามจ่ายจากเงินสะสม ทุนสำรองเงินสะสม หรือเงินกู้.
  2. อัตราส่วนสูงสุดในการตั้งงบประมาณเงินอุดหนุน (ข้อ 5):
    • ไม่เกินอัตราส่วนของรายได้จริงในปีงบประมาณที่ผ่านมา (ไม่รวมเงินอุดหนุนที่รัฐจัดสรรให้) ดังนี้:
      • อบจ.: ไม่เกินร้อยละสิบ
      • เทศบาลนคร: ไม่เกินร้อยละสอง
      • เทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล: ไม่เกินร้อยละสาม
      • อบต.: ไม่เกินร้อยละห้า
    • กรณีต้องการตั้งงบประมาณเกินอัตราส่วนดังกล่าว ต้องขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นรายกรณีก่อนการตั้งงบประมาณ โดยส่วนที่เกินต้องไม่เกินหนึ่งเท่าของอัตราส่วนที่กำหนด และต้องระบุเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ.
  3. ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องนำเงินอุดหนุนมารวมคำนวณในอัตราส่วนตามข้อ 5:
    • กรณีที่ อปท. ร้องขอให้รัฐวิสาหกิจดำเนินการตามภารกิจเฉพาะของรัฐวิสาหกิจ ซึ่ง อปท. ไม่สามารถดำเนินการได้เอง (ข้อ ๖).
    • กรณีที่ อปท. ใช้เงินอุดหนุนที่ได้รับในลักษณะที่กำหนดให้ อปท. ดำเนินการไว้เป็นการเฉพาะ ตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ข้อ ๗).
  4. หลักเกณฑ์ที่หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนต้องปฏิบัติตาม (ข้อ 8):
    • ต้องเสนอโครงการขอรับเงินอุดหนุนซึ่งเป็นภารกิจที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานตนเอง พร้อมแสดงเหตุผลและความจำเป็น.
    • หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนซึ่งเป็น อปท. หรือส่วนราชการ ต้องมีงบประมาณของตนเองร่วมสมทบ เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๗.
    • สำหรับโครงการก่อสร้าง ปรับปรุง หรือซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง ต้องมีเงินสมทบ ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า ของค่าใช้จ่ายโครงการ เว้นแต่เป็นนโยบายรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย.
    • หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนต้องดำเนินการตามโครงการเอง ไม่สามารถมอบหมายให้หน่วยงานอื่นดำเนินการแทนได้.
  5. การแจ้งและการเริ่มดำเนินการ (ข้อ 9):
    • เมื่องบประมาณมีผลใช้บังคับแล้ว อปท. จะต้องแจ้งหน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนทราบ.
    • ห้ามหน่วยงานที่รับเงินอุดหนุนดำเนินการหรือก่อหนี้ผูกพันก่อนที่จะได้รับเงินอุดหนุนไปพร้อมกัน เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน หรือการอุดหนุนงบประมาณตามข้อ ๗.
    • ก่อนที่ อปท. จะเบิกจ่ายเงินอุดหนุน ต้องจัดทำ บันทึกข้อตกลง กับหัวหน้าหน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุน (หรือผู้แทนไม่น้อยกว่าสามคนสำหรับองค์กรประชาชน องค์กรศาสนา องค์กรการกุศล) เว้นแต่กรณีตามข้อ ๖ และข้อ ๗.
  6. การตรวจสอบสถานะทางการเงินและการเบิกจ่าย (ข้อ 10, 11):
    • อปท. ต้องตรวจสอบสถานะการเงินและการคลังของตนเองว่ามีรายได้เพียงพอจึงจะพิจารณาให้เงินอุดหนุนได้.
    • การเบิกจ่ายต้องเบิกจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ตั้งไว้ในหมวดเงินอุดหนุน.
    • การเบิกจ่ายเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงินฯ พ.ศ. ๒๕๔๗.
  7. การติดตามและประเมินผล (ข้อ 12):
    • อปท. ผู้ให้เงินอุดหนุนต้องติดตามและประเมินผลการดำเนินการโครงการของหน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์.
  8. ผู้รักษาการและอำนาจตีความ (ข้อ 14):
    • ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ.

Review ลูกค้า

ถาม-ตอบ ในประเด็นที่น่าจะออกข้อสอบ:

Q1: ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ มีผลบังคับใช้เมื่อใด และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ มีผลบังคับใช้เมื่อใด? A1: ระเบียบฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๙ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ส่วนฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

Q2: หน่วยงานใดบ้างที่สามารถเป็น “หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุน” ตามระเบียบนี้ได้? A2: หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง, ส่วนราชการ, รัฐวิสาหกิจ (เช่น การไฟฟ้า การประปา องค์การจัดการน้ำเสีย), องค์กรประชาชน (ต้องจัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ และดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี), องค์กรทางศาสนา (เช่น วัด มัสยิด), และ องค์กรการกุศล (เช่น มูลนิธิ เหล่ากาชาดจังหวัด)

Q3: ภารกิจใดบ้างที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น “ห้าม” นำเงินไปอุดหนุน? A3: ห้ามอุดหนุนโครงการที่มีลักษณะเป็น เงินทุนหมุนเวียน, โครงการที่มีลักษณะเป็นการ จัดเลี้ยงอาหาร หรือการ จัดกิจกรรมนันทนาการ และห้ามอุดหนุนหน่วยงานอื่นในการจัดหา ครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง เว้นแต่อุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง

Q4: การตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนของเทศบาลนคร และองค์การบริหารส่วนตำบล สามารถตั้งได้ไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้? และกรณีต้องการตั้งงบประมาณเกินอัตราส่วนจะต้องทำอย่างไร? A4:

  • เทศบาลนคร สามารถตั้งงบประมาณได้ไม่เกิน ร้อยละสอง ของรายได้จริงในปีงบประมาณที่ผ่านมา.
  • องค์การบริหารส่วนตำบล สามารถตั้งงบประมาณได้ไม่เกิน ร้อยละห้า ของรายได้จริงในปีงบประมาณที่ผ่านมา.
  • กรณีจะตั้งงบประมาณเกินอัตราส่วน ต้อง ขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นรายกรณีก่อนการตั้งงบประมาณ โดยส่วนที่เกินจะต้องไม่เกินหนึ่งเท่าของอัตราส่วนที่กำหนด และต้องระบุเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ.

Q5: กรณีใดที่เงินอุดหนุนที่ อปท. ให้ไป “ไม่ต้อง” นำมารวมคำนวณในอัตราส่วนสูงสุดตามข้อ 5? A5: กรณีที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณได้แก่:

  • กรณีที่ อปท. ร้องขอให้ รัฐวิสาหกิจ ดำเนินการตามโครงการที่เป็นภารกิจเฉพาะของรัฐวิสาหกิจที่ อปท. ไม่สามารถดำเนินการได้เอง (ตามข้อ ๖).
  • กรณีที่ อปท. ใช้เงินอุดหนุนที่ได้รับในลักษณะที่กำหนดให้ อปท. ดำเนินการไว้เป็นการเฉพาะตามกฎหมายว่าด้วยการกระจายอำนาจฯ (ตามข้อ ๗).

Q6: หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนที่เป็น อปท. หรือส่วนราชการ “ต้อง” มีเงินสมทบหรือไม่ และหากเป็นโครงการก่อสร้างต้องสมทบเท่าใด มีข้อยกเว้นหรือไม่? A6: ต้องมีงบประมาณในส่วนของตนเองร่วมสมทบ เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๗ (คือ เงินอุดหนุนที่ได้รับจัดสรรเป็นการเฉพาะตามกฎหมายกระจายอำนาจ). สำหรับโครงการก่อสร้าง ปรับปรุง หรือซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง ต้องมีเงินสมทบ ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า ของค่าใช้จ่ายโครงการ เว้นแต่กรณีเป็นนโยบายรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย.

Q7: หน่วยงานที่รับเงินอุดหนุนสามารถเริ่มดำเนินการหรือก่อหนี้ผูกพันได้เมื่อใด? และมีข้อยกเว้นหรือไม่? A7: สามารถเริ่มดำเนินการหรือก่อหนี้ผูกพันได้เมื่อ ได้รับเงินอุดหนุนไปพร้อมกัน หลังจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับแล้ว ข้อยกเว้น: สามารถเริ่มดำเนินการได้ก่อนรับเงิน ในกรณีที่มี ความจำเป็นเร่งด่วน หรือการอุดหนุนงบประมาณตาม ข้อ ๗ (เงินอุดหนุนที่ได้รับจัดสรรเป็นการเฉพาะ).

Q8: ก่อนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุน ต้องทำอะไรก่อน และมีข้อยกเว้นหรือไม่? A8: อปท. ต้องจัดทำ บันทึกข้อตกลง กับหัวหน้าหน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุน. ข้อยกเว้นการทำบันทึกข้อตกลง: กรณีการขอรับเงินอุดหนุนตาม ข้อ ๖ (รัฐวิสาหกิจ) และ ข้อ ๗ (เงินอุดหนุนที่ได้รับจัดสรรเป็นการเฉพาะ). สำหรับองค์กรประชาชน องค์กรทางศาสนา และองค์กรการกุศล ให้จัดทำบันทึกข้อตกลงกับผู้แทนของหน่วยงานไม่น้อยกว่าสามคนตามแบบที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยกำหนด.

Q9: ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจในการตีความวินิจฉัยปัญหาของระเบียบนี้? A9: ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้.

สรุป–ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ (แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓) ฟรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *