แนวข้อสอบ นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ (ก.ก.)
ส่วนที่ 1: ความรู้ด้านสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาสังคม
ข้อ 1. หลักการสำคัญของงานสังคมสงเคราะห์ที่ถือเป็นรากฐานในการปฏิบัติงานคือข้อใด
ก. การพึ่งพาตนเอง
ข. การมีส่วนร่วมของประชาชน
ค. การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ง. การสร้างความเสมอภาคทางสังคม
ข้อ 2. กระบวนการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมในงานสังคมสงเคราะห์เริ่มต้นจากขั้นตอนใด
ก. การวางแผนให้ความช่วยเหลือ
ข. การวินิจฉัยปัญหา
ค. การรวบรวมข้อมูล
ง. การติดตามประเมินผล
ข้อ 3. ข้อใดไม่ใช่วิธีการสังคมสงเคราะห์
ก. การสังคมสงเคราะห์เฉพาะราย
ข. การสังคมสงเคราะห์กลุ่มชน
ค. การสังคมสงเคราะห์ชุมชน
ง. การสังคมสงเคราะห์เชิงส่งเสริม
ข้อ 4. แนวคิด “การพัฒนาที่ยั่งยืน” มีหลักการสำคัญตามข้อใด
ก. การมุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก
ข. การพัฒนาที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ค. การพัฒนาที่ตอบสนองต่อความต้องการของคนรุ่นปัจจุบันเท่านั้น
ง. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความมั่นคง
ข้อ 5. “ทุนทางสังคม” หมายถึงข้อใด
ก. เงินทุนที่รัฐจัดสรรเพื่อการพัฒนาสังคม
ข. ความสัมพันธ์ทางสังคม เครือข่าย และบรรทัดฐานที่สร้างประโยชน์ร่วมกัน
ค. ทรัพยากรทางกายภาพที่มีอยู่ในชุมชน
ง. ระบบสวัสดิการที่รัฐจัดให้แก่ประชาชน
ข้อ 6. ความเปราะบางทางสังคม (Social Vulnerability) หมายถึงข้อใด
ก. ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจเท่านั้น
ข. ภาวะที่บุคคลหรือกลุ่มมีความเสี่ยงในการเผชิญและจัดการกับวิกฤตหรือความเสี่ยง
ค. ความยากจนในชุมชนชนบท
ง. การไม่มีทางเลือกในการประกอบอาชีพ
ข้อ 7. หลักการ “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ในการพัฒนาสังคมมีความสำคัญอย่างไร
ก. ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของรัฐ
ข. เป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ
ค. ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของและนำไปสู่ความยั่งยืน
ง. เป็นนโยบายที่รัฐกำหนดไว้เท่านั้น
ข้อ 8. ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการประเมินความต้องการทางสังคม (Social Needs Assessment)
ก. เพื่อกำหนดงบประมาณในการช่วยเหลือ
ข. เพื่อจัดลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการที่แท้จริง
ค. เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย
ง. เพื่อกำหนดตัวบุคลากรในการปฏิบัติงาน
ข้อ 9. การเสริมพลังอำนาจ (Empowerment) ในงานพัฒนาสังคมหมายถึงข้อใด
ก. การให้อำนาจแก่ผู้นำชุมชนในการตัดสินใจ
ข. กระบวนการส่งเสริมให้บุคคลหรือกลุ่มมีความสามารถในการควบคุมชีวิตตนเอง
ค. การจัดสรรทรัพยากรเพื่อการพัฒนา
ง. การกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น
ข้อ 10. ข้อใดไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักในงานพัฒนาสังคม
ก. ผู้สูงอายุ
ข. เด็กและเยาวชน
ค. ผู้พิการ
ง. กลุ่มข้าราชการผู้มีรายได้ปานกลาง
ส่วนที่ 2: กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคม
ข้อ 11. พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 มีวัตถุประสงค์หลักตามข้อใด
ก. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการจัดสวัสดิการสังคม
ข. เพื่อกำหนดอัตราค่าตอบแทนแก่นักสังคมสงเคราะห์
ค. เพื่อจัดตั้งกองทุนประกันสังคม
ง. เพื่อจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ยากไร้เท่านั้น
ข้อ 12. หน่วยงานใดเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลการจัดสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546
ก. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ข. กระทรวงมหาดไทย
ค. สำนักนายกรัฐมนตรี
ง. กระทรวงแรงงาน
ข้อ 13. นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมีวัตถุประสงค์หลักตามข้อใด
ก. เพื่อส่งเสริมการออมของผู้สูงอายุ
ข. เพื่อเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานและลดภาระทางเศรษฐกิจให้ผู้สูงอายุ
ค. เพื่อส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุ
ง. เพื่อลดภาระการเลี้ยงดูผู้สูงอายุของบุตรหลาน
ข้อ 14. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดให้เด็กหมายถึงบุคคลที่มีอายุเท่าใด
ก. ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์
ข. ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
ค. ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
ง. ต่ำกว่า 21 ปีบริบูรณ์
ข้อ 15. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 กำหนดให้ผู้สูงอายุหมายถึงบุคคลที่มีอายุเท่าใด
ก. 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ข. 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ค. 65 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ง. 70 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ข้อ 16. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) กำหนดประเด็นด้านสังคมไว้ในยุทธศาสตร์ใด
ก. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
ข. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
ค. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
ง. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
ข้อ 17. ข้อใดไม่ใช่สิทธิของผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546
ก. การได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
ข. การได้รับการคุ้มครองการส่งเสริมและสนับสนุนในการประกอบอาชีพ
ค. การได้รับเบี้ยยังชีพเป็นจำนวนเงินเท่ากันทุกคนทั่วประเทศ
ง. การได้รับการช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะตามความเหมาะสม
ข้อ 18. ข้อใดคือหลักการสำคัญของการคุ้มครองสิทธิคนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
ก. การสงเคราะห์คนพิการด้วยเงินทุนเป็นหลัก
ข. การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมกันของคนพิการ
ค. การแยกคนพิการออกจากสังคมเพื่อดูแลเป็นพิเศษ
ง. การให้องค์กรเอกชนเป็นผู้ดูแลคนพิการทั้งหมด
ข้อ 19. นโยบายสวัสดิการแห่งรัฐที่ดำเนินการในปัจจุบันมีแนวคิดหลักตามข้อใด
ก. การช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยแบบมีเงื่อนไข
ข. การจัดสวัสดิการถ้วนหน้าแก่ประชาชนทุกคน
ค. การส่งเสริมการออมภาคบังคับ
ง. การให้สวัสดิการเฉพาะในภาวะวิกฤต
ข้อ 20. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) มีประเด็นหลักที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมตามข้อใด
ก. Thailand 4.0
ข. BCG Economy
ค. เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน
ง. ประเทศไทยก้าวไกล ไทยยั่งยืน
ส่วนที่ 3: การวิเคราะห์และวางแผนพัฒนาสังคม
ข้อ 21. ขั้นตอนแรกของการวางแผนพัฒนาสังคมคือข้อใด
ก. การกำหนดวัตถุประสงค์
ข. การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา
ค. การกำหนดยุทธศาสตร์
ง. การประเมินทรัพยากรที่จำเป็น
ข้อ 22. การวิเคราะห์ SWOT ในงานพัฒนาสังคมมีองค์ประกอบใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอก
ก. Strengths
ข. Weaknesses
ค. Opportunities
ง. Threats
ข้อ 23. “การประเมินผลกระทบทางสังคม” (Social Impact Assessment) มีความสำคัญต่อการพัฒนาสังคมอย่างไร
ก. ช่วยให้ทราบผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของโครงการ
ข. เป็นเครื่องมือในการคาดการณ์และจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการพัฒนา
ค. เป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
ง. เป็นเครื่องมือในการประเมินประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่
ข้อ 24. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการวางแผนพัฒนาสังคมเชิงพื้นที่
ก. บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของพื้นที่
ข. ทรัพยากรและศักยภาพของพื้นที่
ค. ความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ง. แนวโน้มการเติบโตของตลาดหลักทรัพย์
ข้อ 25. วิธีการใดที่นิยมใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวางแผนพัฒนาสังคมแบบมีส่วนร่วม
ก. การสำรวจด้วยแบบสอบถามเชิงปริมาณเท่านั้น
ข. การศึกษาจากเอกสารทางวิชาการเท่านั้น
ค. การประเมินชุมชนแบบมีส่วนร่วม (Participatory Rural Appraisal)
ง. การวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิเท่านั้น
ข้อ 26. ปัญหาใดที่มักพบในการวางแผนพัฒนาสังคมของประเทศไทย
ก. การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการวางแผน
ข. การมีทรัพยากรมากเกินความจำเป็น
ค. การกำหนดเป้าหมายที่ต่ำเกินไป
ง. การให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางสังคมมากกว่าเศรษฐกิจ
ข้อ 27. ข้อใดเป็นตัวชี้วัดทางสังคมที่สำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของการพัฒนา
ก. อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) เท่านั้น
ข. ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index)
ค. มูลค่าการส่งออก
ง. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
ข้อ 28. แนวคิด “การพัฒนาแบบองค์รวม” (Holistic Development) หมายถึงข้อใด
ก. การพัฒนาที่มุ่งเน้นเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ข. การพัฒนาที่บูรณาการมิติต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
ค. การพัฒนาที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
ง. การพัฒนาตามแนวทางของประเทศตะวันตกเท่านั้น
ข้อ 29. การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Analysis) มีความสำคัญต่อการวางแผนพัฒนาสังคมอย่างไร
ก. ช่วยให้เข้าใจบทบาท อิทธิพล และผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ข. ช่วยให้ประหยัดงบประมาณในการดำเนินงาน
ค. ช่วยให้ลดระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
ง. ช่วยให้รัฐสามารถกำหนดนโยบายได้โดยไม่ต้องฟังความคิดเห็นจากประชาชน
ข้อ 30. การกำหนดตัวชี้วัด (Indicators) ในการประเมินผลโครงการพัฒนาสังคมควรมีลักษณะอย่างไร
ก. วัดได้เฉพาะในเชิงปริมาณเท่านั้น
ข. มีความซับซ้อนเพื่อแสดงความเป็นวิชาการ
ค. วัดได้จริง มีความชัดเจน และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
ง. มุ่งเน้นการวัดผลลัพธ์ระยะสั้นเท่านั้น
ส่วนที่ 4: ประเด็นปัญหาสังคมในปัจจุบัน
ข้อ 31. สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) หมายถึงสังคมที่มีลักษณะอย่างไร
ก. สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด
ข. สังคมที่มีผู้สูงอายุเกินกว่าจำนวนเด็กแรกเกิด
ค. สังคมที่มีอัตราการเกิดต่ำกว่า 1.5 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน
ง. สังคมที่มีอายุขัยเฉลี่ยของประชากรสูงกว่า 75 ปี
ข้อ 32. ปัญหาสังคมใดที่เป็นผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวในปัจจุบัน
ก. ปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐาน
ข. ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ
ค. ปัญหาเด็กและผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง
ง. ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม
ข้อ 33. Digital Divide หรือความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลหมายถึงอะไร
ก. ความแตกต่างระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่เท่านั้น
ข. ความแตกต่างในการเข้าถึง การใช้งาน และประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล
ค. การขาดแคลนอุปกรณ์เทคโนโลยีในพื้นที่ชนบท
ง. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ไม่เหมาะสมในกลุ่มเยาวชน
ข้อ 34. ปัญหาหลักของแรงงานนอกระบบในประเทศไทยคือข้อใด
ก. การขาดการคุ้มครองทางสังคมและสวัสดิการ
ข. การขาดทักษะการทำงาน
ค. การไม่มีฝีมือแรงงาน
ง. การไม่มีความสามารถในการแข่งขัน
ข้อ 35. ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมในประเทศไทยมีสาเหตุสำคัญจากข้อใด
ก. การเข้าถึงโอกาสและทรัพยากรที่ไม่เท่าเทียมกัน
ข. ความขี้เกียจของประชาชนบางกลุ่ม
ค. การขาดความพยายามในการประกอบอาชีพ
ง. การมีประชากรมากเกินไป
ข้อ 36. แนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวควรเน้นที่ประเด็นใดเป็นสำคัญ
ก. การลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างรุนแรง
ข. การป้องกัน การคุ้มครองผู้ถูกกระทำ และการบำบัดฟื้นฟู
ค. การแยกครอบครัวที่มีปัญหาออกจากสังคม
ง. การเพิ่มบทลงโทษทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว
ข้อ 37. แนวทางการรองรับสังคมผู้สูงอายุที่มีประสิทธิภาพควรดำเนินการอย่างไร
ก. สร้างสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุให้มากขึ้น
ข. ส่งเสริมการออม การมีงานทำ และการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
ค. จ่ายเบี้ยยังชีพให้สูงขึ้นเท่านั้น
ง. ส่งเสริมให้ลูกหลานดูแลผู้สูงอายุเท่านั้น
ข้อ 38. ปัญหาการค้ามนุษย์ในปัจจุบันมีรูปแบบใดที่พบมากที่สุด
ก. การบังคับใช้แรงงาน
ข. การค้าประเวณี
ค. การบังคับขอทาน
ง. การแสวงหาประโยชน์ทางเพศและแรงงาน
ข้อ 39. ปัญหาเยาวชนในปัจจุบันที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นคือข้อใด
ก. การติดเกมและสื่อออนไลน์
ข. การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
ค. การใช้ความรุนแรง
ง. ถูกทุกข้อ
ข้อ 40. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) มีผลกระทบต่อประเด็นทางสังคมอย่างไร
ก. ทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นและความเปราะบางทางสังคม
ข. เป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคม
ค. มีผลกระทบเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น
ง. มีผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว
ส่วนที่ 5: การบริหารจัดการโครงการพัฒนาสังคม
ข้อ 41. วงจรการบริหารโครงการ (Project Management Cycle) มีขั้นตอนใดเป็นลำดับแรก
ก. การวางแผนโครงการ
ข. การวิเคราะห์สถานการณ์และปัญหา
ค. การกำหนดวัตถุประสงค์
ง. การกำหนดงบประมาณ
ข้อ 42. การติดตามโครงการ (Monitoring) และการประเมินผลโครงการ (Evaluation) มีความแตกต่างกันอย่างไร
ก. การติดตามทำในช่วงสิ้นสุดโครงการ ส่วนการประเมินผลทำระหว่างดำเนินโครงการ
ข. การติดตามทำอย่างต่อเนื่องระหว่างดำเนินโครงการ ส่วนการประเมินผลทำเป็นระยะหรือเมื่อสิ้นสุดโครงการ
ค. การติดตามเน้นที่ความคุ้มค่าทางงบประมาณ ส่วนการประเมินผลเน้นที่การบรรลุเป้าหมาย
ง. การติดตามทำโดยบุคคลภายนอก ส่วนการประเมินผลทำโดยผู้ดำเนินโครงการเอง
ข้อ 43. การประเมินผลโครงการแบบ CIPP Model ประกอบด้วยการประเมินด้านใดบ้าง
ก. การประเมินบริบท (Context) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Product)
ข. การประเมินต้นทุน (Cost) การลงทุน (Investment) การมีส่วนร่วม (Participation) และกำไร (Profit)
ค. การประเมินความร่วมมือ (Cooperation) ความคิดริเริ่ม (Initiative) การวางแผน (Planning) และศักยภาพ (Potential)
ง. การประเมินชุมชน (Community) บุคคล (Individual) ความก้าวหน้า (Progress) และการวางแผน (Planning)
ข้อ 44. งบประมาณในการดำเนินโครงการพัฒนาสังคมควรมีลักษณะอย่างไร
ก. เน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก
ข. สอดคล้องกับเป้าหมาย กิจกรรม และผลลัพธ์ที่คาดหวังของโครงการ
ค. มีมูลค่าสูงเพื่อความน่าเชื่อถือของโครงการ
ง. เน้นการจัดสรรเพื่อการบริหารจัดการเป็นหลัก
ข้อ 45. แนวคิดการบริหารโครงการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Results-Based Management) มีหลักการสำคัญตามข้อใด
ก. การมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์และผลกระทบของโครงการมากกว่ากระบวนการหรือกิจกรรม
ข. การเน้นที่การควบคุมการใช้ทรัพยากรอย่างเคร่งครัด
ค. การเน้นที่ความพึงพอใจของผู้บริหารโครงการ
ง. การเน้นที่การดำเนินงานตามกิจกรรมที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน
ข้อ 46. การบริหารความเสี่ยงในโครงการพัฒนาสังคมมีความสำคัญอย่างไร
ก. ช่วยให้ผู้บริหารโครงการไม่ต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา
ข. ช่วยให้สามารถคาดการณ์ ป้องกัน และจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้
ค. ช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ
ง. ช่วยให้สามารถปรับลดเป้าหมายของโครงการได้
ข้อ 47. ในการเขียนโครงการพัฒนาสังคม วัตถุประสงค์ของโครงการควรมีลักษณะตามข้อใด
ก. กว้างและครอบคลุมทุกประเด็น
ข. มีความชัดเจน วัดได้ เป็นไปได้ และสอดคล้องกับปัญหา
ค. เน้นผลลัพธ์ระยะยาวเท่านั้น
ง. เน้นกิจกรรมมากกว่าผลลัพธ์
ข้อ 48. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารโครงการพัฒนาสังคมควรเริ่มต้นในขั้นตอนใด
ก. ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
ข. ขั้นตอนการติดตามและประเมินผล
ค. ขั้นตอนการวิเคราะห์ปัญหาและวางแผน
ง. ขั้นตอนการปรับปรุงโครงการเมื่อพบปัญหา
ข้อ 49. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการแบบ SMART ประกอบด้วยลักษณะใดบ้าง
ก. Specific, Measurable, Achievable, Relevant, Time-bound
ข. Simple, Meaningful, Accurate, Reliable, Testable
ค. Standardized, Modern, Appropriate, Reasonable, Technical
ง. Systematic, Manageable, Adjustable, Realistic, Trackable
ข้อ 50. ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการพัฒนาสังคมเกิดความยั่งยืนคือข้อใด
ก. การได้รับงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
ข. การสร้างกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน
ค. การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ง. การมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาช่วยเหลือ
Review ลูกค้า
เฉลยคำตอบ แนวข้อสอบ นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ (ก.ก)
1. ค 2. ค 3. ง 4. ข 5. ข 6. ข 7. ค 8. ข 9. ข 10. ง
11. ก 12. ก 13. ข 14. ข 15. ข 16. ข 17. ค 18. ข 19. ก 20. ค
21. ข 22. ก,ข 23. ข 24. ง 25. ค 26. ก 27. ข 28. ข 29. ก 30. ค
31. ก 32. ค 33. ข 34. ก 35. ก 36. ข 37. ข 38. ง 39. ง 40. ก
41. ข 42. ข 43. ก 44. ข 45. ก 46. ข 47. ข 48. ค 49. ก 50. ข
กรุงเทพมหานคร กทม.68
เจ้าพนักงานเทศกิจปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักจัดการงานโยธาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักนันทนาการปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักพัฒนาการกีฬาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักโภชนาการปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการจัดเก็บรายได้ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการแผนที่ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการสุขาภิบาลปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
แนวข้อสอบ นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ (ก.ก.) แจกฟรี

