แนวข้อสอบ กฎหมายเกี่ยวกับสถาบันการเงิน
คำแนะนำ
– ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
– คะแนนเต็ม 30 คะแนน (ข้อละ 1 คะแนน)
พื้นฐานกฎหมายสถาบันการเงิน
1. “สถาบันการเงิน” ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หมายถึงข้อใด
ก. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
ข. ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ค. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ง. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และบริษัทประกันชีวิต
2. ผู้ใดมีอำนาจในการออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ง. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
3. การจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานใด
ก. กระทรวงการคลัง โดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย
ข. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. กระทรวงพาณิชย์
4. ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำในการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ต้องไม่น้อยกว่าเท่าใด
ก. 1,000 ล้านบาท
ข. 3,000 ล้านบาท
ค. 5,000 ล้านบาท
ง. 10,000 ล้านบาท
5. ธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ไม่ต่ำกว่าเท่าใด
ก. ร้อยละ 5.5
ข. ร้อยละ 8.5
ค. ร้อยละ 10.5
ง. ร้อยละ 12.0
การกำกับดูแลและการควบคุม
6. องค์กรใดมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบและกำกับดูแลสถาบันการเงินในประเทศไทย
ก. กระทรวงการคลัง
ข. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ค. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ง. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
7. ธนาคารพาณิชย์ต้องส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายในกี่วันนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชี
ก. 60 วัน
ข. 90 วัน
ค. 120 วัน
ง. 150 วัน
8. ตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินแบบรวมกลุ่ม (Consolidated Supervision) กลุ่มธุรกิจทางการเงินหมายถึงข้อใด
ก. กลุ่มที่ประกอบด้วยสถาบันการเงินและบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเงินเท่านั้น
ข. กลุ่มที่ประกอบด้วยสถาบันการเงินและบริษัทในเครือทุกประเภท
ค. กลุ่มที่ประกอบด้วยสถาบันการเงิน บริษัทที่ประกอบธุรกิจสนับสนุน และบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน
ง. กลุ่มที่ประกอบด้วยสถาบันการเงินและบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เท่านั้น
9. กฎหมายกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องไม่ต่ำกว่าอัตราเท่าใดของยอดเงินรับฝากและยอดเงินกู้ยืม
ก. ร้อยละ 1
ข. ร้อยละ 3
ค. ร้อยละ 6
ง. ร้อยละ 10
10. การถือหุ้นของธนาคารพาณิชย์ในบริษัทจำกัดแห่งหนึ่งๆ ต้องไม่เกินร้อยละเท่าใดของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของบริษัทนั้น
ก. ร้อยละ 10
ข. ร้อยละ 20
ค. ร้อยละ 30
ง. ร้อยละ 40
กฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงิน
11. ธนาคารพาณิชย์สามารถประกอบธุรกิจใดได้บ้างตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
ก. ธุรกิจรับฝากเงินและให้สินเชื่อเท่านั้น
ข. ธุรกิจรับฝากเงิน ให้สินเชื่อ และซื้อขายตราสารทางการเงิน
ค. ธุรกิจรับฝากเงิน ให้สินเชื่อ ซื้อขายตราสารทางการเงิน และธุรกิจประกันภัย
ง. ธุรกิจรับฝากเงิน ให้สินเชื่อ ซื้อขายตราสารทางการเงิน และธุรกิจอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
12. ข้อใดไม่ใช่ธุรกิจที่ธนาคารพาณิชย์สามารถประกอบได้ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
ก. การรับประกันภัยโดยตรง
ข. การให้บริการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย
ค. การให้เช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่ง
ง. การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
13. ในกรณีที่บุคคลใดถือหุ้นในสถาบันการเงินเกินร้อยละเท่าใดของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
ก. ร้อยละ 5
ข. ร้อยละ 10
ค. ร้อยละ 20
ง. ร้อยละ 25
14. ธนาคารพาณิชย์สามารถให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดได้ไม่เกินร้อยละเท่าใดของเงินกองทุน
ก. ร้อยละ 15
ข. ร้อยละ 20
ค. ร้อยละ 25
ง. ร้อยละ 30
15. การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know Your Customer – KYC) เกิดขึ้นตามกฎหมายใด
ก. พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
ข. พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
ค. พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2485
ง. พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
การคุ้มครองผู้ฝากเงินและเสถียรภาพของระบบการเงิน
16. สถาบันคุ้มครองเงินฝากให้ความคุ้มครองเงินฝากของผู้ฝากแต่ละรายในแต่ละสถาบันการเงินรวมทุกบัญชีเป็นจำนวนเท่าใดในปัจจุบัน
ก. ไม่เกิน 1 ล้านบาท
ข. ไม่เกิน 5 ล้านบาท
ค. ไม่เกิน 10 ล้านบาท
ง. ไม่จำกัดจำนวน
17. เงินฝากประเภทใดที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
ก. เงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำ
ข. เงินฝากในบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
ค. เงินฝากในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์
ง. เงินฝากในบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน
18. ในกรณีที่สถาบันการเงินถูกควบคุมโดยทางการ ผู้ฝากเงินจะได้รับเงินคืนจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากภายในกี่วัน
ก. 15 วัน
ข. 30 วัน
ค. 60 วัน
ง. 90 วัน
19. ผู้ใดมีอำนาจในการเข้าควบคุมสถาบันการเงินเมื่อมีเหตุที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ข. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ค. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
ง. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
20. ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถสั่งให้สถาบันการเงินที่มีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนดำเนินการในเรื่องใดบ้าง
ก. เพิ่มทุนหรือลดทุน
ข. ระงับการจ่ายเงินปันผล
ค. ระงับการให้สินเชื่อหรือทำธุรกรรมบางประเภท
ง. ทุกข้อที่กล่าวมา
กฎหมายพิเศษเกี่ยวกับสถาบันการเงิน
21. ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าช่วยเหลือสถาบันการเงินที่ประสบปัญหาสภาพคล่องในฐานะเป็น
ก. ผู้กู้สุดท้าย (Lender of Last Resort)
ข. ผู้ให้กู้รายแรก (First Lender)
ค. ผู้ค้ำประกันเงินฝาก (Deposit Guarantor)
ง. ผู้ควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Controller)
22. พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานธุรกรรมที่มีเงินสดตั้งแต่จำนวนเท่าใดขึ้นไป
ก. 500,000 บาท
ข. 1,000,000 บาท
ค. 2,000,000 บาท
ง. 5,000,000 บาท
23. กองทุนใดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ
ก. กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ข. กองทุนคุ้มครองเงินฝาก
ค. กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ
ง. กองทุนประกันสังคม
24. การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของสถาบันการเงินเป็นไปตามแนวทางของมาตรฐานสากลใด
ก. Basel II
ข. Basel III
ค. IFRS 9
ง. Solvency II
25. พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน กำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินสามารถเรียกเก็บจากลูกค้าได้ไม่เกินร้อยละเท่าใดต่อปี
ก. ร้อยละ 15
ข. ร้อยละ 20
ค. ร้อยละ 28
ง. ไม่มีการกำหนดอัตราสูงสุด ให้เป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินพิเศษ
26. ตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 หน่วยงานใดมีหน้าที่กำกับดูแลการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ก. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ค. กระทรวงการคลัง
ง. กระทรวงพาณิชย์
27. การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานใด
ก. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ค. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
ง. กระทรวงการคลัง
28. ในการให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันการเงิน กฎหมายใดที่กำหนดมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำในการทำธุรกรรม
ก. พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
ข. พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
ค. พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
ง. พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560
29. การดำเนินธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับต้องได้รับอนุญาตจากผู้ใด
ก. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ข. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ง. ธนาคารแห่งประเทศไทย
30. กฎหมายใดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินให้มั่นคงอย่างยั่งยืนและเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสถาบันการเงินและระบบการเงิน
ก. พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2485
ข. พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551
ค. พระราชบัญญัติการดูแลเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2562
ง. พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
Review ลูกค้า
เฉลยคำตอบ แนวข้อสอบ
กฎหมายเกี่ยวกับสถาบันการเงิน
1. ก. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
2. ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
3. ก. กระทรวงการคลัง โดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย
4. ค. 5,000 ล้านบาท
5. ข. ร้อยละ 8.5
6. ข. ธนาคารแห่งประเทศไทย
7. ค. 120 วัน
8. ค. กลุ่มที่ประกอบด้วยสถาบันการเงิน บริษัทที่ประกอบธุรกิจสนับสนุน และบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน
9. ค. ร้อยละ 6
10. ค. ร้อยละ 30
11. ง. ธุรกิจรับฝากเงิน ให้สินเชื่อ ซื้อขายตราสารทางการเงิน และธุรกิจอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
12. ก. การรับประกันภัยโดยตรง
13. ข. ร้อยละ 10
14. ค. ร้อยละ 25
15. ข. พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
16. ก. ไม่เกิน 1 ล้านบาท
17. ข. เงินฝากในบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
18. ข. 30 วัน
19. ข. ธนาคารแห่งประเทศไทย
20. ง. ทุกข้อที่กล่าวมา
21. ก. ผู้กู้สุดท้าย (Lender of Last Resort)
22. ข. 1,000,000 บาท
23. ก. กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
24. ข. Basel III
25. ง. ไม่มีการกำหนดอัตราสูงสุด ให้เป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
26. ข. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
27. ข. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
28. ก. พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
29. ง. ธนาคารแห่งประเทศไทย
30. ค. พระราชบัญญัติการดูแลเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2562
แนวข้อสอบ กฎหมายเกี่ยวกับสถาบันการเงิน ฟรี

