แนวข้อสอบ พ.ร.บ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ฟรี

แนวข้อสอบ

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553

 
1. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการตรา พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
 
   ก. เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสังคม
   ข. เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน
   ค. เพื่อสร้างกระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน
   ง. เพื่อสงวนและคุ้มครองสถาบันครอบครัว
 
2. พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มีผลใช้บังคับเมื่อใด
 
   ก. วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
   ข. 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
   ค. 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
   ง. 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
 
3. ตามพระราชบัญญัตินี้ “เด็ก” หมายความว่า
 
   ก. บุคคลอายุยังไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์
   ข. บุคคลอายุยังไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์
   ค. บุคคลอายุยังไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์
   ง. บุคคลอายุยังไม่เกิน 24 ปีบริบูรณ์
 
4. ตามพระราชบัญญัตินี้ “เยาวชน” หมายความว่า
 
   ก. บุคคลอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์
   ข. บุคคลอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์
   ค. บุคคลอายุเกิน 18 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์
   ง. บุคคลอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 24 ปีบริบูรณ์
 
5. ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
 
   ก. นายกรัฐมนตรี
   ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
   ค. ประธานศาลฎีกา
   ง. ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
 
6. ผู้พิพากษาในศาลเยาวชนและครอบครัวต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
 
   ก. เป็นผู้มีอายุไม่น้อยกว่า 35 ปี
   ข. เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับคดีเยาวชนและครอบครัว
   ค. เป็นผู้มีอัธยาศัยและความประพฤติเหมาะสมที่จะปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชน
   ง. ถูกทุกข้อ
 
7. องค์คณะผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวประกอบด้วย
 
   ก. ผู้พิพากษา 1 คน
   ข. ผู้พิพากษา 2 คน
   ค. ผู้พิพากษาอย่างน้อย 2 คน
   ง. ผู้พิพากษาอย่างน้อย 2 คน และผู้พิพากษาสมทบอีก 2 คน
 
8. ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
 
   ก. 2 ปี
   ข. 3 ปี
   ค. 4 ปี
   ง. 5 ปี
 
9. เมื่อมีการจับกุมเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด พนักงานสอบสวนต้องแจ้งการจับกุมให้ผู้ใดทราบ
 
   ก. บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง
   ข. สหวิชาชีพ
   ค. ผู้อำนวยการสถานพินิจ
   ง. ข้อ ก และ ค ถูก
 
10. การสอบปากคำเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด ให้พนักงานสอบสวนจัดให้มีใครเข้าร่วมในการสอบปากคำนั้นด้วย
 
    ก. ที่ปรึกษากฎหมาย
    ข. นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์
    ค. พนักงานอัยการ
    ง. บิดา มารดา บุคคลหรือผู้แทนองค์การที่เด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วย
 
11. การพิจารณาคดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด จะต้องดำเนินการในห้องที่มีลักษณะใด
 
    ก. เป็นห้องส่วนตัว
    ข. เป็นห้องที่มีการถ่ายทอดสด
    ค. เป็นสัดส่วนแยกต่างหากจากการพิจารณาคดีธรรมดา
    ง. เป็นห้องที่มีการบันทึกเสียงและภาพตลอดเวลา
 
12. ผู้ใดไม่มีสิทธิเข้าฟังการพิจารณาคดีในศาลเยาวชนและครอบครัว
 
    ก. บิดามารดาของเด็กหรือเยาวชน
    ข. ผู้ปกครองของเด็กหรือเยาวชน
    ค. บุคคลที่ศาลเห็นว่ามีประโยชน์ต่อคดี
    ง. สื่อมวลชนที่ต้องการรายงานข่าว
 
13. ในคดีอาญา ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลเยาวชนและครอบครัวตรวจสอบว่ามีการจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูให้เด็กหรือเยาวชนหรือไม่ ถ้ายังไม่มีการจัดทำแผนดังกล่าว ศาลจะต้องดำเนินการอย่างไร
 
    ก. ยกฟ้องคดีนั้น
    ข. ส่งตัวเด็กหรือเยาวชนให้พนักงานคุมประพฤติจัดทำแผน
    ค. มีคำสั่งให้สถานพินิจจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและส่งให้ศาลเพื่อประกอบการพิจารณา
    ง. ดำเนินการพิจารณาคดีไปตามปกติ
 
14. การพิจารณาคดีอาญาในศาลเยาวชนและครอบครัว หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำผิดจริง ศาลจะใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแทนการลงโทษในกรณีใด
 
    ก. เมื่อเด็กหรือเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี
    ข. เมื่อเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดที่มีโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 5 ปี
    ค. ทุกกรณี
    ง. ตามที่ศาลเห็นสมควร
 
15. ในการพิจารณาคดีอาญาเด็กหรือเยาวชน ให้ศาลคำนึงถึงสวัสดิภาพและอนาคตของเด็กหรือเยาวชนซึ่งควรได้รับการฝึกอบรม สั่งสอน และสงเคราะห์มากกว่าสิ่งใด
 
    ก. การลงโทษ
    ข. ประโยชน์ส่วนรวม
    ค. ความต้องการของผู้เสียหาย
    ง. ความรุนแรงของการกระทำความผิด
 
16. ศาลเยาวชนและครอบครัวต้องใช้ภาษาและวิธีการที่อย่างไรในการพิจารณาคดี
 
    ก. ใช้ภาษาและวิธีการที่เป็นทางการเช่นเดียวกับการพิจารณาคดีทั่วไป
    ข. ใช้ภาษาและวิธีการที่เด็กหรือเยาวชนสามารถเข้าใจได้
    ค. ใช้ภาษาและวิธีการที่ผู้ปกครองสามารถเข้าใจได้
    ง. ใช้ภาษาและวิธีการที่ทีมสหวิชาชีพกำหนด
 
17. ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีใดบ้าง
 
    ก. คดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดเท่านั้น
    ข. คดีคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กหรือเยาวชนเท่านั้น
    ค. คดีครอบครัวเท่านั้น
    ง. คดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด คดีคุ้มครองสวัสดิภาพ และคดีครอบครัว
 
18. ในคดีอาญา ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นวิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนได้อย่างไร
 
    ก. เมื่อเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกและศาลเห็นว่ายังไม่สมควรลงโทษจำคุก
    ข. เมื่อเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี
    ค. เมื่อเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดครั้งแรก
    ง. เมื่อเด็กหรือเยาวชนรับสารภาพ
 
19. มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาสามารถใช้ได้ในกรณีใด
 
    ก. เด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี
    ข. เด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี
    ค. เด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 20 ปี
    ง. เด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาทุกประเภท
 
20. ใครเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้อง
 
    ก. ศาลเยาวชนและครอบครัว
    ข. พนักงานอัยการ
    ค. ผู้อำนวยการสถานพินิจ
    ง. พนักงานสอบสวน
 
21. เด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิดเมื่อใดที่ศาลอาจมีคำสั่งให้ใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแทนการลงโทษทางอาญา
 
    ก. เมื่อเด็กหรือเยาวชนไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน
    ข. เมื่อเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี
    ค. เมื่อศาลเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดี อายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ สิ่งแวดล้อมของเด็กหรือเยาวชน ยังอาจแก้ไขบำบัดฟื้นฟูได้
    ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค
 
22. ในคดีที่เด็กหรือเยาวชนต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาร่วมกับบุคคลซึ่งมิใช่เด็กหรือเยาวชน ต้องดำเนินการอย่างไร
 
    ก. แยกฟ้องเด็กหรือเยาวชนต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ส่วนผู้ใหญ่ฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดา
    ข. ฟ้องเด็กหรือเยาวชนและผู้ใหญ่ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวทั้งหมด
    ค. ฟ้องเด็กหรือเยาวชนและผู้ใหญ่ต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาทั้งหมด
    ง. ฟ้องเด็กหรือเยาวชนและผู้ใหญ่ต่อศาลใดศาลหนึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานอัยการ
 
23. ในการพิจารณาคดีอาญา หากศาลเยาวชนและครอบครัวเห็นว่า เด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิดได้กระทำความผิดจริง ศาลมีอำนาจดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
 
    ก. ลงโทษเด็กหรือเยาวชนเท่านั้น
    ข. ใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนเท่านั้น
    ค. ว่ากล่าวตักเตือนเด็กหรือเยาวชนแล้วปล่อยตัวไป
    ง. ถูกทั้งข้อ ก ข และ ค
 
24. ในคดีครอบครัว องค์คณะในศาลเยาวชนและครอบครัวประกอบด้วย
 
    ก. ผู้พิพากษา 1 คน
    ข. ผู้พิพากษา 1 คน และผู้พิพากษาสมทบ 2 คน
    ค. ผู้พิพากษา 2 คน
    ง. ผู้พิพากษา 2 คน และผู้พิพากษาสมทบ 2 คน
 
25. ในการพิจารณาคดีครอบครัว ถ้าศาลเยาวชนและครอบครัวเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ศาลมีอำนาจสั่งให้ใครจัดทำรายงานเกี่ยวกับตัวบุคคลดังกล่าวเสนอต่อศาลได้
 
    ก. พนักงานอัยการ
    ข. พนักงานสอบสวน
    ค. ผู้มีอำนาจหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามกฎหมาย
    ง. นักจิตวิทยา
 
26. คดีคุ้มครองสวัสดิภาพ หมายความว่า
 
    ก. คดีที่ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กหรือบุคคลในครอบครัว
 
    ข. คดีที่เด็กได้รับการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ
    ค. คดีที่เด็กและเยาวชนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
    ง. คดีที่มีการร้องขอให้ศาลเพิกถอนอำนาจปกครองบิดามารดา
 
27. คดีครอบครัว หมายความว่า
 
    ก. คดีแพ่งที่ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 หรือบรรพ 6
    ข. คดีแพ่งที่ร้องขอต่อศาลตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว
    ค. คดีแพ่งที่ร้องขอต่อศาลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
    ง. ถูกทุกข้อ
 
28. หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่า เด็กหรือเยาวชนอาจก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายแก่บุคคล ทรัพย์สิน หรือสาธารณสถาน ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจสั่งให้ใช้มาตรการคุมตัวเด็กหรือเยาวชนไว้ในสถานที่ที่เหมาะสมได้เป็นระยะเวลาเท่าใด
 
    ก. ไม่เกิน 7 วัน
    ข. ไม่เกิน 15 วัน
    ค. ไม่เกิน 30 วัน
    ง. ไม่เกิน 60 วัน
 
29. หากจำเลยในคดีอาญาซึ่งเป็นเด็กหรือเยาวชนกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดตามมาตรการพิเศษแทนการพิพากษา ศาลจะดำเนินการอย่างไร
 
    ก. ลงโทษจำคุกเด็กหรือเยาวชนนั้นทันที
    ข. ยกฟ้องคดีนั้น
    ค. พิพากษาคดีนั้นใหม่
    ง. กำหนดมาตรการพิเศษแทนการพิพากษาซ้ำ
 
30. ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจแต่งตั้งผู้ใดเป็นที่ปรึกษาในคดีที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด
 
    ก. นักจิตวิทยา
    ข. นักสังคมสงเคราะห์
    ค. ครู
    ง. ถูกทุกข้อ

Review ลูกค้า

 

เฉลยแนวข้อสอบ 

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553

 
1. ก. เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสังคม
2. ค. 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
3. ก. บุคคลอายุยังไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์
4. ข. บุคคลอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์
5. ง. ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
6. ง. ถูกทุกข้อ
7. ค. ผู้พิพากษาอย่างน้อย 2 คน
8. ค. 4 ปี
9. ง. ข้อ ก และ ค ถูก
10. ง. บิดา มารดา บุคคลหรือผู้แทนองค์การที่เด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วย
11. ค. เป็นสัดส่วนแยกต่างหากจากการพิจารณาคดีธรรมดา
12. ง. สื่อมวลชนที่ต้องการรายงานข่าว
13. ค. มีคำสั่งให้สถานพินิจจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและส่งให้ศาลเพื่อประกอบการพิจารณา
14. ง. ตามที่ศาลเห็นสมควร
15. ก. การลงโทษ
16. ข. ใช้ภาษาและวิธีการที่เด็กหรือเยาวชนสามารถเข้าใจได้
17. ง. คดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด คดีคุ้มครองสวัสดิภาพ และคดีครอบครัว
18. ก. เมื่อเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกและศาลเห็นว่ายังไม่สมควรลงโทษจำคุก
19. ก. เด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี
20. ข. พนักงานอัยการ
21. ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค
22. ก. แยกฟ้องเด็กหรือเยาวชนต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ส่วนผู้ใหญ่ฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดา
23. ง. ถูกทั้งข้อ ก ข และ ค
24. ข. ผู้พิพากษา 1 คน และผู้พิพากษาสมทบ 2 คน
25. ค. ผู้มีอำนาจหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามกฎหมาย
26. ก. คดีที่ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กหรือบุคคลในครอบครัว
27. ง. ถูกทุกข้อ
28. ก. ไม่เกิน 7 วัน
29. ค. พิพากษาคดีนั้นใหม่
30. ง. ถูกทุกข้อ

แนวข้อสอบ พ.ร.บ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ฟรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *