แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ส่วนที่ 1: บททั่วไปและหลักการ
1. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. 23 สิงหาคม 2560
ข. 24 กุมภาพันธ์ 2560
ค. 24 สิงหาคม 2560
ง. 23 กุมภาพันธ์ 2560
2. หลักการสำคัญของการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ประกอบด้วยหลักการใดบ้าง
ก. คุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรวจสอบได้
ข. โปร่งใส คุ้มค่า ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ไม่เลือกปฏิบัติ
ค. คุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรวจสอบได้ เปิดเผยข้อมูล
ง. ความโปร่งใส ความคุ้มค่า ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรวจสอบได้
3. หน่วยงานใดไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ก. องค์การมหาชน
ข. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. หน่วยธุรกิจของรัฐที่เป็นนิติบุคคล
ง. สภากาชาดไทย
4. “การซื้อ การจ้าง การแลกเปลี่ยน การเช่า การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุมงาน” จัดอยู่ในคำนิยามใด
ก. การบริหารพัสดุ
ข. การจัดซื้อจัดจ้าง
ค. การพัสดุ
ง. การบริหารสัญญา
5. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 5 กำหนดให้ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ค. ปลัดกระทรวงการคลัง
ง. อธิบดีกรมบัญชีกลาง
ส่วนที่ 2: องค์กรและการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
6. คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีใครเป็นประธาน
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ค. ปลัดกระทรวงการคลัง
ง. อธิบดีกรมบัญชีกลาง
7. การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป มีกี่วิธี
ก. 2 วิธี
ข. 3 วิธี
ค. 4 วิธี
ง. 5 วิธี
8. ข้อใดไม่ใช่วิธีการจัดซื้อจัดจ้างตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ก. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป
ข. วิธีคัดเลือก
ค. วิธีเฉพาะเจาะจง
ง. วิธีพิเศษ
9. วิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 3 รายให้เข้ายื่นข้อเสนอ คือวิธีใด
ก. วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market)
ข. วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ค. วิธีคัดเลือก
ง. วิธีเฉพาะเจาะจง
10. ราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นงานก่อสร้างจะใช้ราคาใดเป็นหลัก
ก. ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณกำหนด
ข. ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด
ค. ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ
ง. ราคาที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด
ส่วนที่ 3: การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
11. หลักประกันการเสนอราคา โดยทั่วไปกำหนดไว้ในอัตราร้อยละเท่าใดของวงเงินงบประมาณหรือราคาพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างในครั้งนั้น
ก. ร้อยละ 2.5
ข. ร้อยละ 5
ค. ร้อยละ 7.5
ง. ร้อยละ 10
12. ในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุใดที่มีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นโดยฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดอุบัติภัย หรือภัยธรรมชาติ หน่วยงานของรัฐจะใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีใด
ก. วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์
ข. วิธีคัดเลือก
ค. วิธีเฉพาะเจาะจง
ง. วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
13. ในกรณีที่มีการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง หน่วยงานของรัฐจะเรียกค่าเสียหายจากผู้ประกอบการกรณีใด
ก. มีเหตุผลอันสมควร
ข. ไม่ได้รับจัดสรรเงินงบประมาณ
ค. มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
ง. ยกเลิกเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ
14. ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานของรัฐต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ประกอบการ
ก. มีความสามารถตามกฎหมาย
ข. เป็นผู้มีฐานะการเงินมั่นคง
ค. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ง. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
15. การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีต้องประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐ ยกเว้นกรณีใด
ก. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก
ข. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง
ค. การจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท
ง. ถูกทุกข้อ
ส่วนที่ 4: การทำสัญญาและการบริหารสัญญา
16. การทำสัญญา หน่วยงานของรัฐจะทำสัญญาได้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการอุทธรณ์และไม่มีผู้ใดอุทธรณ์ ระยะเวลาการอุทธรณ์กำหนดไว้กี่วัน
ก. 3 วันทำการ
ข. 5 วันทำการ
ค. 7 วันทำการ
ง. 15 วันทำการ
17. หลักประกันสัญญา โดยทั่วไปกำหนดมูลค่าเป็นอัตราร้อยละเท่าใดของวงเงินตามสัญญา
ก. ร้อยละ 1 – 3
ข. ร้อยละ 5
ค. ร้อยละ 10 – 15
ง. ร้อยละ 2.5 – 10
18. การแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงต้องอยู่ภายในขอบข่ายแห่งวัตถุประสงค์เดิมของสัญญาหรือข้อตกลงนั้น โดยข้อใดไม่เข้าเงื่อนไขการแก้ไขสัญญา
ก. มีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง
ข. เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐ
ค. เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ง. หน่วยงานจัดหางบประมาณเพิ่มเติมได้
19. การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญา ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริงเฉพาะในกรณีใด
ก. เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ
ข. เหตุสุดวิสัย
ค. เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย
ง. ถูกทุกข้อ
20. สัญญาที่มีวงเงินตั้งแต่เท่าใดขึ้นไป หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงาน
ก. 500,000 บาท
ข. 1,000,000 บาท
ค. 2,000,000 บาท
ง. 5,000,000 บาท
ส่วนที่ 5: การประเมินผล การตรวจสอบ และการอุทธรณ์
21. ผู้ใดให้ขอมูลการจัดซื้อจัดจ้างเป็นหลักฐานแก่เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบหรือลงโทษกรณีกระทำความผิดการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ผู้ให้ข้อมูลจะได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง กรณีนี้เรียกว่าอะไร
ก. การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
ข. การให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
ค. การเป็นพยานของรัฐ
ง. การร้องเรียนอย่างมีหลักฐาน
22. ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ผู้มีสิทธิอุทธรณ์คือผู้ใด
ก. ผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย
ข. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการประกาศรายชื่อเป็นผู้ชนะ
ค. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่ผ่านการพิจารณา
ง. ประชาชนทั่วไปที่สนใจ
23. ผู้อุทธรณ์จะยื่นอุทธรณ์ในเรื่องเดียวกันซ้ำอีกได้หรือไม่
ก. ได้ ไม่เกิน 3 ครั้ง
ข. ได้ หากมีข้อมูลหรือเหตุผลใหม่
ค. ไม่ได้
ง. ได้ ตามดุลพินิจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
24. หน่วยงานใดที่ตรวจสอบและมีอำนาจยับยั้งการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายได้
ก. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
ข. กรมบัญชีกลาง
ค. คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง
ง. คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
25. การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้มีการระงับการจัดซื้อจัดจ้าง เว้นแต่กรณีใด
ก. มีคำสั่งจากศาลปกครอง
ข. มีคำสั่งจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ
ค. มีคำสั่งจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
ง. มีคำสั่งจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
ส่วนที่ 6: บทกำหนดโทษและบทเฉพาะกาล
26. เจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้โดยทุจริต มีโทษอย่างไร
ก. ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 100,000 บาท
ค. ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
27. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มีบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างที่ได้ดำเนินการตามระเบียบพัสดุเดิมก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังไม่แล้วเสร็จอย่างไร
ก. ให้ดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้
ข. ให้ดำเนินการตามระเบียบเดิมต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
ค. ให้ยกเลิกการดำเนินการทั้งหมดและเริ่มใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้
ง. ให้ส่วนราชการพิจารณาเป็นรายกรณีไป
28. บุคคลใดที่จะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการงานก่อสร้างกับกรมบัญชีกลาง
ก. ผู้รับจ้างงานก่อสร้างทุกราย
ข. ผู้รับจ้างงานก่อสร้างที่ประสงค์จะเข้าร่วมเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ
ค. ผู้รับจ้างงานก่อสร้างที่มีมูลค่างานเกิน 2 ล้านบาท
ง. ผู้รับจ้างงานก่อสร้างที่เป็นนิติบุคคล
29. ผู้ประกอบการที่เคยถูกเพิกถอนออกจากการเป็นผู้ทิ้งงานมาแล้ว จะสามารถเข้าร่วมการจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานของรัฐได้เมื่อพ้นกำหนดเวลาเท่าใด
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 3 ปี
ง. 5 ปี
30. กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) คือข้อใด
ก. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงที่มีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
ข. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือกที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท
ค. การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจงที่มีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
ง. การจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท
Review ลูกค้า
เฉลยคำตอบ แนวข้อสอบ
พระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
1. ค. 24 สิงหาคม 2560
2. ง. ความโปร่งใส ความคุ้มค่า ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรวจสอบได้
3. ง. สภากาชาดไทย
4. ข. การจัดซื้อจัดจ้าง
5. ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
6. ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
7. ข. 3 วิธี (วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์, วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์, วิธีสอบราคา)
8. ง. วิธีพิเศษ
9. ค. วิธีคัดเลือก
10. ง. ราคาที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด
11. ข. ร้อยละ 5
12. ค. วิธีเฉพาะเจาะจง
13. ค. มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
14. ข. เป็นผู้มีฐานะการเงินมั่นคง
15. ง. ถูกทุกข้อ
16. ค. 7 วันทำการ
17. ข. ร้อยละ 5
18. ง. หน่วยงานจัดหางบประมาณเพิ่มเติมได้
19. ง. ถูกทุกข้อ
20. ข. 1,000,000 บาท
21. ก. การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
22. ค. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่ผ่านการพิจารณา
23. ค. ไม่ได้
24. ก. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
25. ง. มีคำสั่งจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
26. ก. ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
27. ข. ให้ดำเนินการตามระเบียบเดิมต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
28. ข. ผู้รับจ้างงานก่อสร้างที่ประสงค์จะเข้าร่วมเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ
29. ข. 2 ปี
30. ก. การจัดซื้อจัดจ้าง
แนวข้อสอบ พ.ร.บ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ฟรี

