แจก แนวข้อสอบสมรรถนะการทำงานในอนาคต (Future Work Competencies)

สมรรถนะการทำงานในอนาคต (Future Work Competencies)

แนวข้อสอบพยาบาลศาสตร์ (หลักสูตร 2.5 ปี)

เรื่อง สมรรถนะการทำงานในอนาคต (Future Work Competencies) จำนวน 50 ข้อ

คำชี้แจง: เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว


ตอนที่ 1 แนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และทักษะอนาคต (ข้อ 1-10)

  1. ทักษะ “3Rs” ในแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วยข้อใด
    ก. Reading, Writing, Arithmetic
    ข. Reasoning, Reflecting, Reviewing
    ค. Research, Report, Review
    ง. Reading, Reasoning, Reporting
  2. ข้อใดจัดเป็นทักษะ “7Cs” ตัวหนึ่ง
    ก. Cost control
    ข. Critical thinking and problem solving
    ค. Clinical procedure
    ง. Compliance only
  3. ทักษะที่มนุษย์ได้เปรียบเทคโนโลยีและ AI มากที่สุด คือข้อใด
    ก. การคำนวณตัวเลขจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
    ข. การจดจำข้อมูลปริมาณมาก
    ค. ความเข้าใจความรู้สึกผู้อื่นและการมีเมตตา (empathy)
    ง. การทำงานซ้ำ ๆ ตามขั้นตอนเดิม
  4. VUCA World หมายถึงข้อใด
    ก. Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity
    ข. Variety, Unity, Creativity, Action
    ค. Value, Utility, Cost, Analysis
    ง. Vision, Understanding, Change, Achievement
  5. พยาบาลที่เรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อไปทำงานในบทบาทที่ต่างจากเดิม เช่น จากพยาบาลหอผู้ป่วยไปเป็นนักสารสนเทศทางการพยาบาล เรียกว่าอะไร
    ก. Upskill
    ข. Reskill
    ค. Deskill
    ง. Overskill
  6. การพัฒนาทักษะเดิมให้ลึกและสูงขึ้นเพื่อทำงานในบทบาทเดิมได้ดีขึ้น เรียกว่าอะไร
    ก. Reskill
    ข. Outsource
    ค. Upskill
    ง. Downskill
  7. ผู้ที่มี Growth Mindset มีลักษณะตามข้อใด
    ก. เชื่อว่าความสามารถเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดและเปลี่ยนไม่ได้
    ข. มองความล้มเหลวเป็นโอกาสเรียนรู้และพัฒนา
    ค. หลีกเลี่ยงงานท้าทายเพื่อไม่ให้ผิดพลาด
    ง. ไม่รับฟังข้อเสนอแนะ
  8. แนวคิด Lifelong Learning ที่เหมาะกับวิชาชีพพยาบาลที่สุด คือข้อใด
    ก. เรียนจบหลักสูตรแล้วไม่ต้องเรียนเพิ่ม
    ข. เรียนเฉพาะเมื่อองค์กรบังคับ
    ค. เรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตการทำงานเพื่อให้ทันองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่
    ง. เรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น
  9. ข้อใดเป็นตัวอย่างของ Soft Skills
    ก. การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
    ข. การอ่านผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
    ค. การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและการทำงานเป็นทีม
    ง. การคำนวณขนาดยา
  10. นโยบาย “ประเทศไทย 4.0” มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยสิ่งใด
    ก. การเกษตรแบบดั้งเดิมเป็นหลัก
    ข. การผลิตสินค้าโภคภัณฑ์จำนวนมาก
    ค. การรับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อ
    ง. นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

ตอนที่ 2 ทักษะดิจิทัล เทคโนโลยี และ AI ทางสุขภาพ (ข้อ 11-25)

  1. Digital Literacy หมายถึงข้อใด
    ก. การซื้ออุปกรณ์ดิจิทัลราคาแพง
    ข. ความสามารถในการเข้าถึง ใช้ ประเมิน และสร้างข้อมูลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสม
    ค. การเล่นโซเชียลมีเดียได้คล่อง
    ง. การเขียนโปรแกรมได้ทุกภาษา
  2. Telehealth คือข้อใด
    ก. การให้บริการสุขภาพทางไกลผ่านเทคโนโลยีการสื่อสาร
    ข. การตรวจสุขภาพประจำปีในโรงพยาบาล
    ค. การผลิตยาด้วยเครื่องจักร
    ง. การส่งผู้ป่วยโดยรถพยาบาล
  3. ข้อได้เปรียบหลักของ Telehealth ต่อผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล คือข้อใด
    ก. ไม่ต้องมีการบันทึกข้อมูล
    ข. ลดการเข้าถึงบริการ
    ค. ไม่ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์
    ง. เพิ่มการเข้าถึงบริการและลดภาระการเดินทาง
  4. Electronic Health Record (EHR) มีประโยชน์หลักตามข้อใด
    ก. ช่วยให้ข้อมูลผู้ป่วยถูกเข้าถึงและแบ่งปันในทีมสุขภาพได้สะดวกและต่อเนื่อง
    ข. ทำให้ไม่ต้องซักประวัติผู้ป่วย
    ค. ใช้แทนการประเมินผู้ป่วยทั้งหมด
    ง. ทำให้ข้อมูลเปิดเผยได้ต่อบุคคลทั่วไป
  5. Nursing Informatics คือข้อใด
    ก. การพยาบาลเฉพาะทางด้านเด็ก
    ข. การบูรณาการศาสตร์การพยาบาล ข้อมูล และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วย
    ค. การพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อ
    ง. การจัดการอัตรากำลังเท่านั้น
  6. ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยจัดเป็นข้อมูลประเภทใดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
    ก. ข้อมูลทั่วไปที่เปิดเผยได้
    ข. ข้อมูลสาธารณะ
    ค. ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive data) ที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ
    ง. ข้อมูลที่ไม่ต้องขอความยินยอม
  7. พยาบาลถ่ายภาพแผลผู้ป่วยด้วยโทรศัพท์ส่วนตัวแล้วส่งเข้ากลุ่มไลน์เพื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการกระทำที่
    ก. เหมาะสม เพราะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้
    ข. ละเมิดสิทธิผู้ป่วยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
    ค. เหมาะสม หากไม่เห็นหน้าผู้ป่วย
    ง. ไม่มีปัญหา เพราะเป็นกลุ่มปิด
  8. ข้อใดเป็นวิธีป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ที่เหมาะสมที่สุด
    ก. ใช้รหัสผ่านเดียวกันทุกระบบ
    ข. แชร์รหัสผ่านให้เพื่อนร่วมงานเพื่อความสะดวก
    ค. ทิ้งหน้าจอไว้โดยไม่ออกจากระบบ
    ง. ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากและออกจากระบบทุกครั้งหลังใช้งาน
  9. อีเมลแจ้งว่า “บัญชีของท่านถูกระงับ คลิกลิงก์เพื่อยืนยันรหัสผ่านด่วน” มีลักษณะของการโจมตีแบบใด
    ก. Phishing
    ข. Backup
    ค. Encryption
    ง. Firewall
  10. ข้อใดเป็นข้อจำกัดสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการช่วยตัดสินใจทางคลินิก
    ก. ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลได้เลย
    ข. อาจให้ผลลัพธ์ผิดพลาดหรือมีอคติจากข้อมูลที่ใช้เรียนรู้ จึงต้องมีมนุษย์ตรวจสอบ
    ค. ทำงานได้เฉพาะตอนกลางวัน
    ง. ไม่ต้องตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์
  11. พยาบาลควรมีบทบาทต่อการนำ AI มาใช้ในการดูแลผู้ป่วยอย่างไร
    ก. เชื่อผลของ AI ทั้งหมดโดยไม่ต้องประเมินผู้ป่วยซ้ำ
    ข. ปฏิเสธเทคโนโลยีทุกชนิด
    ค. ใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน และใช้วิจารณญาณวิชาชีพร่วมกับการประเมินผู้ป่วย
    ง. ให้ AI รับผิดชอบแทนพยาบาลทั้งหมด
  12. อุปกรณ์สวมใส่ (Wearable devices) เช่น สมาร์ทวอทช์ที่วัดชีพจร สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางสุขภาพอย่างไร
    ก. ใช้ติดตามสัญญาณชีพและพฤติกรรมสุขภาพเบื้องต้นอย่างต่อเนื่อง
    ข. ใช้วินิจฉัยโรคแทนแพทย์ได้ทันที
    ค. ใช้แทนการตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งหมด
    ง. ไม่มีประโยชน์ทางสุขภาพ
  13. Big Data ทางสุขภาพช่วยพัฒนาการดูแลผู้ป่วยได้ในลักษณะใด
    ก. ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มโรคและคาดการณ์ความเสี่ยงของประชากร
    ข. ทำให้ไม่ต้องเก็บข้อมูลผู้ป่วย
    ค. ใช้แทนการพยาบาลโดยตรง
    ง. ช่วยเพิ่มจำนวนเตียงในโรงพยาบาล
  14. Internet of Things (IoT) ในระบบสุขภาพ หมายถึงข้อใด
    ก. การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นเกมเท่านั้น
    ข. การพิมพ์เอกสารผ่านเครือข่าย
    ค. การเชื่อมต่ออุปกรณ์ เช่น เครื่องวัดสัญญาณชีพ กับเครือข่ายเพื่อส่งและแลกเปลี่ยนข้อมูล
    ง. การจัดเก็บเอกสารในตู้เหล็ก
  15. Media and Information Literacy ที่พยาบาลควรมี หมายถึงข้อใด
    ก. แชร์ข้อมูลสุขภาพทุกข้อความที่ได้รับ
    ข. เชื่อข้อมูลที่มียอดแชร์สูงเสมอ
    ค. เชื่อโฆษณาจากผู้ขายสินค้า
    ง. สามารถประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลก่อนนำไปใช้หรือเผยแพร่

หนังสืออ่านสอบ พยาบาล 2.5 ปี

แนวข้อสอบ นักเรียนพยาบาล สถาบันพระบรมราชชนก

วิชาที่ต้องสอบข้อเขียน สำหรับพยาบาล 2.5 ปี
• ภาษาอังกฤษ:
• การคิดวิเคราะห์ / คิดอย่างมีเหตุผล:
• สมรรถนะการทำงานในอนาคต:

ตอนที่ 3 การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหา (ข้อ 26-33)

  1. Critical Thinking ในการปฏิบัติการพยาบาลหมายถึงข้อใด
    ก. การวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนร่วมงาน
    ข. การทำตามคำสั่งโดยไม่ตั้งคำถาม
    ค. การคิดอย่างมีเหตุผล วิเคราะห์ข้อมูลรอบด้าน เพื่อตัดสินใจอย่างเหมาะสม
    ง. การตัดสินใจจากความรู้สึกเป็นหลัก
  2. ขั้นตอนของ Design Thinking ที่ถูกต้องตามลำดับ คือข้อใด
    ก. Test → Prototype → Define → Empathize → Ideate
    ข. Empathize → Define → Ideate → Prototype → Test
    ค. Define → Test → Empathize → Ideate → Prototype
    ง. Ideate → Empathize → Test → Define → Prototype
  3. ขั้นแรกของ Design Thinking คือ Empathize ซึ่งมีจุดมุ่งหมายตามข้อใด
    ก. สร้างต้นแบบทันที
    ข. เข้าใจความต้องการและความรู้สึกของผู้ใช้หรือผู้รับบริการอย่างลึกซึ้ง
    ค. ประเมินผลงานขั้นสุดท้าย
    ง. เลือกงบประมาณ
  4. การนำแนวคิดใหม่ไปปรับปรุงงานจนเกิดประโยชน์จริง เรียกว่าอะไร
    ก. Imitation
    ข. Routine
    ค. Innovation
    ง. Repetition
  5. Evidence-Based Practice (EBP) คือข้อใด
    ก. การปฏิบัติตามความเคยชินของหน่วยงาน
    ข. การปฏิบัติโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ร่วมกับความเชี่ยวชาญของผู้ปฏิบัติและความต้องการของผู้ป่วย
    ค. การปฏิบัติตามคำบอกเล่าของรุ่นพี่เท่านั้น
    ง. การปฏิบัติตามความรู้สึกส่วนตัว
  6. Systems Thinking ช่วยให้พยาบาลทำสิ่งใดได้
    ก. มองเฉพาะปัญหาเฉพาะจุดโดยไม่สนใจปัจจัยอื่น
    ข. มองความเชื่อมโยงของปัจจัยต่าง ๆ ในระบบเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
    ค. ตัดสินใจโดยไม่ใช้ข้อมูล
    ง. ลดการทำงานเป็นทีม
  7. เมื่อพบความคลาดเคลื่อนทางยาเกือบเกิดอันตราย (near miss) แนวทางที่สอดคล้องกับการเรียนรู้จากความผิดพลาดมากที่สุด คือข้อใด
    ก. ปกปิดไว้เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง
    ข. ตำหนิผู้ปฏิบัติแล้วจบเรื่อง
    ค. รายงานและวิเคราะห์สาเหตุเชิงระบบเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
    ง. ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ เพราะไม่มีผู้ป่วยได้รับอันตราย
  8. ข้อใดเป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
    ก. ระบุปัญหา → วิเคราะห์สาเหตุ → กำหนดทางเลือก → ลงมือปฏิบัติ → ประเมินผล
    ข. ลงมือปฏิบัติ → ระบุปัญหา → ประเมินผล
    ค. ประเมินผล → ลงมือปฏิบัติ → ระบุปัญหา
    ง. เลือกวิธีแรกที่นึกได้ทันทีโดยไม่วิเคราะห์

ตอนที่ 4 ทักษะทางสังคม การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (ข้อ 34-42)

  1. องค์ประกอบของความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ตามแนวคิดของ Goleman ข้อใดถูกต้อง
    ก. Self-awareness, Self-regulation, Motivation, Empathy, Social skills
    ข. Memory, Speed, Logic, Calculation, Reading
    ค. Power, Wealth, Status, Control, Fame
    ง. Anger, Fear, Pride, Envy, Shame
  2. พยาบาลรับมือกับความเครียดจากภาระงานโดยหายใจลึก ๆ และตั้งสติก่อนตอบสนอง แสดงถึงองค์ประกอบ EQ ด้านใด
    ก. Empathy
    ข. Social skills
    ค. Self-regulation
    ง. Motivation
  3. เครื่องมือสื่อสารที่ใช้ส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย Situation, Background, Assessment, Recommendation คือ
    ก. SOAP
    ข. SBAR
    ค. SWOT
    ง. SMART
  4. การสื่อสารกับผู้ป่วยที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมและความเชื่อ พยาบาลควรปฏิบัติอย่างไร
    ก. บังคับให้ผู้ป่วยปฏิบัติตามความเชื่อของพยาบาล
    ข. ให้ความเคารพ รับฟัง และปรับการดูแลให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของผู้ป่วยโดยไม่ขัดหลักความปลอดภัย
    ค. เพิกเฉยต่อความเชื่อของผู้ป่วย
    ง. หลีกเลี่ยงการพูดคุยกับผู้ป่วย
  5. Interprofessional Collaboration หมายถึงข้อใด
    ก. การทำงานร่วมกันของบุคลากรต่างสาขาวิชาชีพเพื่อเป้าหมายด้านสุขภาพของผู้ป่วยร่วมกัน
    ข. การแข่งขันระหว่างวิชาชีพ
    ค. การแบ่งงานโดยไม่สื่อสารกัน
    ง. การทำงานเฉพาะภายในวิชาชีพเดียว
  6. ทีมสุขภาพมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องแผนการดูแลผู้ป่วย พฤติกรรมที่เหมาะสมที่สุด คือ
    ก. เก็บความไม่พอใจไว้และไม่พูด
    ข. ถกเถียงกันต่อหน้าผู้ป่วยและญาติ
    ค. ยึดความเห็นตนเองเป็นหลัก
    ง. พูดคุยอย่างสร้างสรรค์โดยยึดประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
  7. ภาวะผู้นำที่เหมาะกับพยาบาลในอนาคตมากที่สุด คือแบบใด
    ก. ผู้นำที่สั่งการอย่างเดียวและไม่รับฟัง
    ข. ผู้นำที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม สร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาทีม
    ค. ผู้นำที่หลีกเลี่ยงการตัดสินใจ
    ง. ผู้นำที่เน้นการลงโทษเป็นหลัก
  8. ข้อใดเป็นตัวอย่างของการรับฟังอย่างตั้งใจ (Active listening)
    ก. ขัดจังหวะขณะผู้ป่วยพูดเพื่อให้คำแนะนำทันที
    ข. มองนาฬิกาบ่อยครั้งขณะผู้ป่วยพูด
    ค. สบตา พยักหน้า ทวนความเพื่อยืนยันความเข้าใจ
    ง. เปลี่ยนเรื่องสนทนาไปเรื่องอื่น
  9. การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) แก่เพื่อนร่วมงานอย่างสร้างสรรค์ควรเป็นอย่างไร
    ก. วิจารณ์ต่อหน้าผู้อื่นเพื่อให้เกิดความละอาย
    ข. เจาะจงที่พฤติกรรม ใช้ถ้อยคำสุภาพ และเสนอแนวทางปรับปรุง
    ค. พูดกว้าง ๆ โดยไม่ระบุปัญหา
    ง. พูดถึงนิสัยส่วนตัวของบุคคล

ตอนที่ 5 การปรับตัว จริยธรรม และสมรรถนะวิชาชีพในอนาคต (ข้อ 43-50)

  1. เมื่อองค์กรเปลี่ยนไปใช้ระบบบันทึกทางการพยาบาลแบบอิเล็กทรอนิกส์ พยาบาลที่มีสมรรถนะการปรับตัวควรทำอย่างไร
    ก. ต่อต้านและปฏิเสธการใช้ระบบ
    ข. เรียนรู้ ฝึกใช้ และสอบถามเมื่อมีปัญหาเพื่อปรับตัวกับระบบใหม่
    ค. รอให้ผู้อื่นทำแทนทั้งหมด
    ง. กลับไปใช้วิธีเดิมโดยไม่แจ้งใคร
  2. Resilience ของพยาบาล หมายถึงข้อใด
    ก. ความสามารถในการฟื้นตัวและปรับตัวเมื่อเผชิญความกดดันหรือความยากลำบาก
    ข. การหลีกเลี่ยงงานที่ยาก
    ค. การไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ เลย
    ง. การลาออกเมื่อเจอปัญหา
  3. ภาวะหมดไฟ (Burnout) ของบุคลากรทางการพยาบาล มักมีลักษณะสำคัญตามข้อใด
    ก. มีพลังงานล้นเหลือและกระตือรือร้นมากขึ้น
    ข. อ่อนล้าทางอารมณ์ รู้สึกห่างเหินกับงาน และประสิทธิภาพการทำงานลดลง
    ค. มีความสุขกับภาระงานที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา
    ง. ไม่มีผลต่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วย
  4. การใช้โซเชียลมีเดียของพยาบาลอย่างเหมาะสมตามจริยธรรมวิชาชีพ คือข้อใด
    ก. โพสต์เรื่องราวและภาพผู้ป่วยโดยไม่ระบุชื่อก็ได้เสมอ
    ข. ระบายเรื่องงานและผู้ป่วยในแอปพลิเคชัน
    ค. รักษาความลับผู้ป่วย และคำนึงถึงภาพลักษณ์วิชาชีพในพื้นที่ออนไลน์
    ง. ตอบคำถามวินิจฉัยโรคให้ผู้ติดตามทุกคน
  5. หลักจริยธรรมข้อใดเกี่ยวข้องกับการเคารพการตัดสินใจของผู้ป่วยเมื่อใช้เทคโนโลยีใหม่ในการรักษา
    ก. Autonomy
    ข. Justice
    ค. Fidelity
    ง. Veracity
  6. Health Literacy ของผู้รับบริการ หมายถึงข้อใด
    ก. ความสามารถในการเข้าถึง เข้าใจ และใช้ข้อมูลสุขภาพเพื่อตัดสินใจดูแลตนเอง
    ข. ความสามารถในการผ่าตัดด้วยตนเอง
    ค. จำนวนปีที่เรียนในโรงเรียนแพทย์
    ง. จำนวนครั้งที่ไปโรงพยาบาล
  7. สังคมสูงวัยทำให้สมรรถนะของพยาบาลในอนาคตต้องเน้นด้านใดเพิ่มขึ้น
    ก. การดูแลระยะยาวและการดูแลต่อเนื่องในชุมชน
    ข. การดูแลเฉพาะภายในโรงพยาบาล
    ค. การลดบทบาทการส่งเสริมสุขภาพ
    ง. การเน้นเฉพาะการรักษาโรคเฉียบพลัน
  8. ข้อใดเป็นแนวทางพัฒนาตนเองให้มีสมรรถนะการทำงานในอนาคตที่เหมาะสมที่สุด
    ก. หลีกเลี่ยงการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่
    ข. ยึดวิธีปฏิบัติเดิมโดยไม่ทบทวน
    ค. พึ่งพาผู้อื่นในการเรียนรู้ทุกเรื่อง
    ง. ประเมินตนเอง ตั้งเป้าหมาย เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และฝึกทักษะดิจิทัลควบคู่ทักษะมนุษย์

เฉลยพร้อมคำอธิบายโดยสรุป

ข้อ

เฉลย

เหตุผลโดยสรุป

1

ก

3Rs คือ Reading, (W)Riting, (A)Rithmetic

2

ข

7Cs มี Critical thinking & problem solving เป็นทักษะหลัก

3

ค

Empathy และการเข้าใจมนุษย์เป็นจุดแข็งที่เทคโนโลยีทดแทนได้ยาก

4

ก

VUCA = Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity

5

ข

Reskill คือการเรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนบทบาทงาน

6

ค

Upskill คือการยกระดับทักษะเดิม

7

ข

Growth mindset มองความล้มเหลวเป็นโอกาสเรียนรู้

8

ค

การเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตเป็นหัวใจของวิชาชีพ

9

ค

การสื่อสารและการทำงานเป็นทีมเป็น Soft skills

10

ง

ไทยแลนด์ 4.0 ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

11

ข

Digital literacy ครอบคลุมการเข้าถึง ใช้ ประเมิน และสร้างข้อมูล

12

ก

Telehealth คือบริการสุขภาพทางไกล

13

ง

เพิ่มการเข้าถึงและลดภาระการเดินทาง

14

ก

EHR ช่วยให้ข้อมูลต่อเนื่องและแบ่งปันในทีมอย่างเหมาะสม

15

ข

Nursing informatics บูรณาการการพยาบาล ข้อมูล และสารสนเทศ

16

ค

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA

17

ข

เป็นการละเมิดสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย

18

ง

รหัสผ่านคาดเดายากและออกจากระบบทุกครั้ง

19

ก

ลักษณะของ Phishing

20

ข

AI อาจผิดพลาดหรือมีอคติ ต้องมีมนุษย์ตรวจสอบ

21

ค

ใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนร่วมกับวิจารณญาณวิชาชีพ

22

ก

ใช้ติดตามสุขภาพเบื้องต้นได้ แต่ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยแทนแพทย์

23

ก

Big data ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มและคาดการณ์ความเสี่ยง

24

ค

IoT คือการเชื่อมต่ออุปกรณ์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล

25

ง

ต้องประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนใช้หรือเผยแพร่

26

ค

การคิดอย่างมีเหตุผลและวิเคราะห์รอบด้านเพื่อตัดสินใจ

27

ข

Empathize → Define → Ideate → Prototype → Test

28

ข

เข้าใจผู้ใช้อย่างลึกซึ้งเป็นจุดเริ่มต้น

29

ค

Innovation คือการนำแนวคิดใหม่ไปใช้จนเกิดประโยชน์

30

ข

EBP ผสานหลักฐาน ความเชี่ยวชาญ และความต้องการผู้ป่วย

31

ข

มองความเชื่อมโยงในระบบและแก้ที่ต้นเหตุ

32

ค

เน้นการเรียนรู้เชิงระบบ ไม่ใช่การกล่าวโทษบุคคล

33

ก

ลำดับการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

34

ก

องค์ประกอบ EQ ทั้ง 5 ของ Goleman

35

ค

การควบคุมอารมณ์ตนเอง (Self-regulation)

36

ข

SBAR ใช้ส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ

37

ข

เคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างปลอดภัย

38

ก

การทำงานร่วมกันข้ามวิชาชีพ

39

ง

พูดคุยสร้างสรรค์โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง

40

ข

ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมและสร้างแรงบันดาลใจ

41

ค

สบตา พยักหน้า และทวนความ

42

ข

Feedback ต้องเจาะจงพฤติกรรม สุภาพ และมีทางปรับปรุง

43

ข

เรียนรู้และฝึกใช้ระบบใหม่

44

ก

Resilience คือการฟื้นตัวและปรับตัวภายใต้ความกดดัน

45

ข

อ่อนล้าทางอารมณ์ ห่างเหินกับงาน ประสิทธิภาพลดลง

46

ค

รักษาความลับผู้ป่วยและภาพลักษณ์วิชาชีพ

47

ก

Autonomy คือการเคารพการตัดสินใจของผู้ป่วย

48

ก

Health literacy คือการเข้าถึง เข้าใจ และใช้ข้อมูลสุขภาพ

49

ก

สังคมสูงวัยต้องการการดูแลระยะยาวและต่อเนื่องในชุมชน

50

ง

พัฒนาตนเองต่อเนื่องและผสานทักษะดิจิทัลกับทักษะมนุษย์

One thought on “แจก แนวข้อสอบสมรรถนะการทำงานในอนาคต (Future Work Competencies)”

  1. Pingback: แนวข้อสอบการคิดวิเคราะห์ / การคิดอย่างมีเหตุผล (100 ข้อ)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *