แนวข้อสอบ การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการเงิน พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ฟรี

แนวข้อสอบ การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการเงิน

ข้อพร้อมเฉลยและคำอธิบาย

1. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk) หมายถึงอะไร

ก. โอกาสที่จะเกิดกำไรจากการลงทุน
ข. โอกาสที่จะเกิดความผันผวนของผลตอบแทนที่คาดหวัง
ค. ความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ในอนาคต
ง. มูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลงตามระยะเวลา

2. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของความเสี่ยงด้านการเงิน

ก. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)
ข. ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk)
ค. ความเสี่ยงด้านจริยธรรม (Ethical Risk)
ง. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

3. Value at Risk (VaR) คืออะไร

ก. มูลค่าสูงสุดที่อาจสูญเสียในอนาคต
ข. มูลค่าต่ำสุดที่อาจได้รับในอนาคต
ค. มูลค่าความเสี่ยงสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สภาวะตลาดปกติในช่วงเวลาหนึ่งที่ระดับความเชื่อมั่นที่กำหนด
ง. มูลค่าการลงทุนที่ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงที่สุด

4. Beta (β) ในแบบจำลอง CAPM ใช้วัดสิ่งใด

ก. ความเสี่ยงที่เป็นระบบ (Systematic Risk)
ข. ความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ (Unsystematic Risk)
ค. ความเสี่ยงทั้งหมด (Total Risk)
ง. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

5. สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) ที่มีค่าเท่ากับ -1 หมายความว่า

ก. สินทรัพย์ทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์กัน
ข. สินทรัพย์ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ในทิศทางเดียวกัน
ค. สินทรัพย์ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ในทิศทางตรงกันข้าม
ง. สินทรัพย์ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันบางส่วน

6. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) เกิดจากสาเหตุใด

ก. การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น
ข. การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
ค. การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด
ง. การเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินเฟ้อ

7. การวัดความเสี่ยงด้วย Duration ใช้วัดความเสี่ยงประเภทใด

ก. ความเสี่ยงด้านเครดิต
ข. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย
ค. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
ง. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

8. ความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ (Unsystematic Risk) สามารถจัดการได้ด้วยวิธีใด

ก. การซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures)
ข. การกระจายการลงทุน (Diversification)
ค. การซื้อสัญญาออปชั่น (Options)
ง. การซื้อพันธบัตรรัฐบาล

9. แนวคิด “Risk-Return Trade-off” หมายถึง

ก. การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงจะให้ผลตอบแทนที่ต่ำ
ข. การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำจะให้ผลตอบแทนที่สูง
ค. การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า
ง. ความเสี่ยงและผลตอบแทนไม่มีความสัมพันธ์กัน

10. Stress Testing ในการบริหารความเสี่ยงคืออะไร

ก. การทดสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคาร
ข. การทดสอบความทนทานของพนักงานภายใต้ภาวะกดดัน
ค. การประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์วิกฤติที่อาจเกิดขึ้น
ง. การทดสอบปฏิกิริยาของลูกค้าต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ

11. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงประเภทใด

ก. ความเสี่ยงที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด
ข. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
ค. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์
ง. ความเสี่ยงจากการไม่สามารถแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดได้

12. แบบจำลองการประเมินราคาสินทรัพย์ทุน (CAPM) มีสูตรคำนวณคือ

ก. E(R) = Rf + β[E(Rm) – Rf]
ข. E(R) = Rf × β[E(Rm)]
ค. E(R) = β[E(Rm) – Rf]
ง. E(R) = Rf + E(Rm) × β

13. ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk) หมายถึง

ก. ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
ข. ความเสี่ยงที่เกิดจากความล้มเหลวของกระบวนการภายใน บุคลากร ระบบงาน หรือเหตุการณ์ภายนอก
ค. ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
ง. ความเสี่ยงที่เกิดจากการขาดสภาพคล่องทางการเงิน

14. Hedging คืออะไร

ก. การเพิ่มความเสี่ยงเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
ข. การลดความเสี่ยงโดยการกระจายการลงทุน
ค. การป้องกันความเสี่ยงโดยการใช้เครื่องมือทางการเงิน
ง. การสร้างสมดุลระหว่างสินทรัพย์และหนี้สิน

15. แบบจำลอง Black-Scholes ใช้สำหรับ

ก. การคำนวณอัตราผลตอบแทนของการลงทุน
ข. การประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์ประเภทออปชั่น
ค. การคำนวณความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
ง. การวัดค่าความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์

16. การกระจายการลงทุน (Diversification) มีประโยชน์อย่างไร

ก. ช่วยลดความเสี่ยงที่เป็นระบบ (Systematic Risk)
ข. ช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างแน่นอน
ค. ช่วยลดความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ (Unsystematic Risk)
ง. ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ

17. ข้อใดเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงที่เป็นระบบ (Systematic Risk)

ก. การขาดทุนจากการลงทุนในหุ้นบริษัทที่ประสบปัญหาการทุจริต
ข. การขาดทุนจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
ค. การขาดทุนจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของบริษัท
ง. การขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

18. เครื่องมือทางการเงินที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนคือข้อใด

ก. หุ้นกู้
ข. หุ้นสามัญ
ค. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract)
ง. พันธบัตรรัฐบาล

19. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้วัด

ก. ผลตอบแทนเฉลี่ยของการลงทุน
ข. ความเสี่ยงรวมของการลงทุน
ค. ความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน
ง. อัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง

20. Expected Shortfall (ES) หรือ Conditional Value at Risk (CVaR) แตกต่างจาก Value at Risk (VaR) อย่างไร

ก. ES วัดค่าเฉลี่ยของความสูญเสียที่เกินกว่าระดับ VaR
ข. ES วัดค่าต่ำสุดของความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
ค. ES วัดความเสี่ยงในระยะสั้นเท่านั้น
ง. ES ไม่คำนึงถึงระดับความเชื่อมั่น

21. การวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงปริมาณ (Quantitative Risk Analysis) มีประโยชน์อย่างไร

ก. ช่วยให้มองเห็นความเสี่ยงที่อาจถูกมองข้าม
ข. ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบความเสี่ยงที่แตกต่างกันได้
ค. ช่วยให้ตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรในการจัดการความเสี่ยง
ง. ถูกทุกข้อ

22. GAP Analysis ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยพิจารณาจากสิ่งใด

ก. ความแตกต่างระหว่างความต้องการและความสามารถในการให้บริการ
ข. ความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์และหนี้สินที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย
ค. ความแตกต่างระหว่างเงินกู้และเงินฝาก
ง. ความแตกต่างระหว่างรายได้และค่าใช้จ่าย

23. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Enterprise Risk Management (ERM)

ก. เป็นการบริหารความเสี่ยงแบบแยกส่วนตามหน่วยงาน
ข. มีการระบุความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร
ค. มีการบูรณาการการบริหารความเสี่ยงเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กร
ง. มีการพิจารณาความเสี่ยงในภาพรวมขององค์กร

24. Monte Carlo Simulation ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงมีลักษณะอย่างไร

ก. การจำลองสถานการณ์โดยใช้ข้อมูลในอดีต
ข. การจำลองสถานการณ์โดยใช้การสุ่มตัวแปรหลายครั้งเพื่อสร้างการกระจายของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
ค. การจำลองสถานการณ์โดยใช้กรณีที่แย่ที่สุดเพียงอย่างเดียว
ง. การจำลองสถานการณ์โดยใช้ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

25. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Risk) เกิดขึ้นในกรณีใด

ก. เมื่อมีการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว
ข. เมื่อมีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ
ค. เมื่อมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ
ง. เมื่อมีการลงทุนในบริษัทที่มีผลประกอบการไม่ดี

26. แบบจำลอง Three-Factor Model ของ Fama-French เพิ่มปัจจัยใดเข้าไปในแบบจำลอง CAPM

ก. ขนาดของบริษัทและอัตราส่วนมูลค่าตามบัญชีต่อราคาตลาด
ข. อัตราเงินเฟ้อและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ค. อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน
ง. สภาพคล่องและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล

27. ความสัมพันธ์ระหว่าง Macaulay Duration และ Modified Duration คืออะไร

ก. Modified Duration = Macaulay Duration / (1 + YTM)
ข. Modified Duration = Macaulay Duration × (1 + YTM)
ค. Modified Duration = Macaulay Duration – YTM
ง. Modified Duration = Macaulay Duration + YTM

28. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของกรอบการบริหารความเสี่ยงตามแนวทาง COSO ERM

ก. การระบุเหตุการณ์ (Event Identification)
ข. การตอบสนองความเสี่ยง (Risk Response)
ค. การพยากรณ์ราคาหลักทรัพย์ (Security Price Forecasting)
ง. การติดตามประเมินผล (Monitoring)

29. เมื่อค่า Convexity ของพันธบัตรมีค่าสูง หมายความว่า

ก. พันธบัตรนั้นมีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยต่ำ
ข. ราคาพันธบัตรจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง และลดลงน้อยกว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
ค. พันธบัตรนั้นมีอายุคงเหลือน้อย
ง. พันธบัตรนั้นมีผลตอบแทนสูง

30. ข้อใดไม่ใช่วิธีการจัดการความเสี่ยง (Risk Treatment)

ก. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Avoidance)
ข. การลดความเสี่ยง (Risk Reduction)
ค. การยอมรับความเสี่ยง (Risk Acceptance)
ง. การสร้างความเสี่ยง (Risk Creation)


แจกฟรี แนวข้อสอบ 2568

Review ลูกค้า

เฉลยและคำอธิบาย การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการเงิน

1. เฉลย: ข. โอกาสที่จะเกิดความผันผวนของผลตอบแทนที่คาดหวัง

คำอธิบาย: ความเสี่ยงด้านการเงินหมายถึงโอกาสที่ผลลัพธ์หรือผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างไปจากที่คาดหวังไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการขาดทุนหรือได้รับผลตอบแทนน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้


2. เฉลย: ค. ความเสี่ยงด้านจริยธรรม (Ethical Risk)

คำอธิบาย: ความเสี่ยงด้านจริยธรรมไม่ได้เป็นประเภทหลักของความเสี่ยงด้านการเงินโดยตรง แต่เป็นประเภทของความเสี่ยงด้านปฏิบัติการหรือความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ประเภทหลักของความเสี่ยงด้านการเงินได้แก่ ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ


3. เฉลย: ค. มูลค่าความเสี่ยงสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สภาวะตลาดปกติในช่วงเวลาหนึ่งที่ระดับความเชื่อมั่นที่กำหนด

คำอธิบาย: Value at Risk (VaR) เป็นวิธีการวัดความเสี่ยงที่ประมาณการมูลค่าความเสียหายสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สภาวะตลาดปกติ ในช่วงเวลาที่กำหนด (เช่น 1 วัน, 10 วัน หรือ 1 เดือน) ที่ระดับความเชื่อมั่นที่กำหนด (เช่น 95% หรือ 99%)


4. เฉลย: ก. ความเสี่ยงที่เป็นระบบ (Systematic Risk)

คำอธิบาย: Beta (β) ในแบบจำลอง CAPM เป็นตัววัดความเสี่ยงที่เป็นระบบ ซึ่งแสดงถึงความอ่อนไหวของผลตอบแทนของหลักทรัพย์ต่อการเปลี่ยนแปลงของผลตอบแทนของตลาด


5. เฉลย: ค. สินทรัพย์ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ในทิศทางตรงกันข้าม

คำอธิบาย: สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่มีค่าเท่ากับ -1 แสดงถึงความสัมพันธ์แบบผกผันอย่างสมบูรณ์ (Perfect Negative Correlation) ซึ่งหมายความว่าเมื่อสินทรัพย์หนึ่งมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น อีกสินทรัพย์หนึ่งจะมีผลตอบแทนลดลงในสัดส่วนที่เท่ากัน


6. เฉลย: ค. การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด

คำอธิบาย: ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อมูลค่าของสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงิน โดยเฉพาะตราสารหนี้


7. เฉลย: ข. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย

คำอธิบาย: Duration เป็นตัววัดความอ่อนไหวของราคาพันธบัตรหรือตราสารหนี้ต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย โดยวัดเป็นร้อยละการเปลี่ยนแปลงของราคาเมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงไป 1%


8. เฉลย: ข. การกระจายการลงทุน (Diversification)

คำอธิบาย: ความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบเป็นความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรม ซึ่งสามารถลดลงได้โดยการกระจายการลงทุนไปในหลักทรัพย์หลายประเภทที่มีความสัมพันธ์กันต่ำหรือเป็นลบ


9. เฉลย: ค. การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า

คำอธิบาย: แนวคิด “Risk-Return Trade-off” หมายถึงหลักการที่นักลงทุนจะคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยกับการยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า


10. เฉลย: ค. การประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์วิกฤติที่อาจเกิดขึ้น

คำอธิบายเพิ่มเติม:
Stress Testing เป็นเทคนิคการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน โดยมีลักษณะและวัตถุประสงค์ดังนี้:
ความหมาย: เป็นกระบวนการทดสอบหรือจำลองสถานการณ์ที่รุนแรงหรือวิกฤติ (extreme but plausible) ที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่มีโอกาสเกิดน้อย เพื่อดูว่าพอร์ตการลงทุน สถาบันการเงิน หรือระบบการเงินจะได้รับผลกระทบอย่างไร
วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินความเปราะบางและความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์วิกฤติที่อาจเกิดขึ้น ทำให้องค์กรสามารถวางแผนรับมือและเตรียมมาตรการป้องกันล่วงหน้าได้


11. เฉลย: ก. ความเสี่ยงที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด

คำอธิบาย: ความเสี่ยงด้านเครดิตเป็นความเสี่ยงที่คู่สัญญาหรือลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงินหรือเงื่อนไขของสัญญาได้ เช่น การไม่ชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยตามกำหนด


12. เฉลย: ก. E(R) = Rf + β[E(Rm) – Rf]

คำอธิบาย: สูตรของแบบจำลอง CAPM (Capital Asset Pricing Model) คือ E(R) = Rf + β[E(Rm) – Rf] โดยที่ E(R) คือผลตอบแทนที่คาดหวังของหลักทรัพย์, Rf คืออัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง, β คือค่าเบต้าของหลักทรัพย์, และ E(Rm) คือผลตอบแทนที่คาดหวังของตลาด


13. เฉลย: ข. ความเสี่ยงที่เกิดจากความล้มเหลวของกระบวนการภายใน บุคลากร ระบบงาน หรือเหตุการณ์ภายนอก

คำอธิบาย: ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการหมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากความไม่เพียงพอหรือความล้มเหลวของกระบวนการภายใน บุคลากร ระบบงาน หรือเหตุการณ์ภายนอก เช่น การทุจริต ความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน หรือภัยธรรมชาติ


14. เฉลย: ค. การป้องกันความเสี่ยงโดยการใช้เครื่องมือทางการเงิน

คำอธิบาย: Hedging หรือการป้องกันความเสี่ยง เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เครื่องมือทางการเงินหรือสัญญาต่างๆ (เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ออปชั่น หรือสวอป) เพื่อลดหรือจำกัดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย หรืออัตราแลกเปลี่ยน


15. เฉลย: ข. การประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์ประเภทออปชั่น

คำอธิบาย: แบบจำลอง Black-Scholes เป็นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของสัญญาออปชั่น โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ราคาปัจจุบันของสินทรัพย์อ้างอิง ราคาใช้สิทธิ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาคงเหลือ และความผันผวน


16. เฉลย: ค. ช่วยลดความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ (Unsystematic Risk)

คำอธิบาย: การกระจายการลงทุนช่วยลดความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรม โดยการลงทุนในหลักทรัพย์หลายประเภทที่มีความสัมพันธ์กันต่ำ แต่ไม่สามารถลดความเสี่ยงที่เป็นระบบหรือความเสี่ยงของตลาดโดยรวมได้


17. เฉลย: ข. การขาดทุนจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

คำอธิบาย: ความเสี่ยงที่เป็นระบบเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโดยรวมและไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการกระจายการลงทุน ตัวอย่างเช่น ภาวะเศรษฐกิจถดถอย การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินหรือการคลัง สงคราม หรือภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง


18. เฉลย: ค. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract)

คำอธิบาย: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยเป็นข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาในการซื้อหรือขายสกุลเงินจำนวนหนึ่ง ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคต


19. เฉลย: ข. ความเสี่ยงรวมของการลงทุน

คำอธิบาย: ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นตัววัดการกระจายตัวของข้อมูลจากค่าเฉลี่ย ในบริบทของการลงทุน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลตอบแทนใช้วัดความเสี่ยงรวมของการลงทุน โดยค่าที่สูงแสดงถึงความผันผวนหรือความเสี่ยงที่สูง


20. เฉลย: ก. ES วัดค่าเฉลี่ยของความสูญเสียที่เกินกว่าระดับ VaR

คำอธิบาย: Expected Shortfall (ES) หรือ Conditional Value at Risk (CVaR) วัดค่าเฉลี่ยของความสูญเสียที่เกินกว่าระดับ VaR ณ ระดับความเชื่อมั่นที่กำหนด ทำให้สามารถประเมินความรุนแรงของความสูญเสียในกรณีที่เลวร้ายได้ดีกว่า VaR


21. เฉลย: ง. ถูกทุกข้อ

คำอธิบาย: การวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงปริมาณช่วยให้มองเห็นความเสี่ยงที่อาจถูกมองข้าม ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบความเสี่ยงที่แตกต่างกันได้โดยใช้หน่วยวัดเดียวกัน (เช่น มูลค่าเงิน) และช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรในการจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


22. เฉลย: ข. ความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์และหนี้สินที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย

คำอธิบาย: GAP Analysis ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยพิจารณาจากความแตกต่างหรือช่องว่าง (Gap) ระหว่างสินทรัพย์และหนี้สินที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยในแต่ละช่วงเวลา เพื่อประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ


23. เฉลย: ก. เป็นการบริหารความเสี่ยงแบบแยกส่วนตามหน่วยงาน

คำอธิบาย: Enterprise Risk Management (ERM) หรือการบริหารความเสี่ยงขององค์กรโดยรวม เป็นกระบวนการที่มีโครงสร้างและมองภาพรวมทั่วทั้งองค์กร ซึ่งตรงกันข้ามกับการบริหารความเสี่ยงแบบแยกส่วนตามหน่วยงานหรือไซโล (Silo-based Risk Management)


24. เฉลย: ข. การจำลองสถานการณ์โดยใช้การสุ่มตัวแปรหลายครั้งเพื่อสร้างการกระจายของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้

คำอธิบาย: Monte Carlo Simulation เป็นเทคนิคการจำลองสถานการณ์ที่ใช้การสุ่มตัวอย่างจำนวนมากเพื่อหาการกระจายของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ โดยกำหนดตัวแปรต่างๆ ให้มีค่าเป็นไปตามการกระจายความน่าจะเป็น แล้วทำการสุ่มและคำนวณผลลัพธ์หลายๆ ครั้ง


25. เฉลย: ค. เมื่อมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ

คำอธิบาย: ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ เช่น การส่งออก การนำเข้า การลงทุนระหว่างประเทศ หรือการกู้ยืมในสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้มูลค่าของรายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หรือหนี้สินเปลี่ยนแปลงไปเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง


26. เฉลย: ก. ขนาดของบริษัทและอัตราส่วนมูลค่าตามบัญชีต่อราคาตลาด

คำอธิบาย: แบบจำลอง Three-Factor Model ของ Fama-French เพิ่มปัจจัยขนาดของบริษัท (Size) และอัตราส่วนมูลค่าตามบัญชีต่อราคาตลาด (Book-to-Market Ratio) เข้าไปในแบบจำลอง CAPM เพื่ออธิบายผลตอบแทนของหลักทรัพย์นอกเหนือจากปัจจัยความเสี่ยงของตลาด


27. เฉลย: ก. Modified Duration = Macaulay Duration / (1 + YTM)

คำอธิบาย: Modified Duration คำนวณได้จาก Macaulay Duration หารด้วย (1 + YTM) โดยที่ YTM คืออัตราผลตอบแทนจนครบกำหนด (Yield to Maturity) Modified Duration ใช้วัดความอ่อนไหวของราคาพันธบัตรต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทน


28. เฉลย: ค. การพยากรณ์ราคาหลักทรัพย์ (Security Price Forecasting)

คำอธิบาย: การพยากรณ์ราคาหลักทรัพย์ไม่ใช่องค์ประกอบของกรอบการบริหารความเสี่ยงตามแนวทาง COSO ERM องค์ประกอบของ COSO ERM ประกอบด้วย สภาพแวดล้อมภายใน การกำหนดวัตถุประสงค์ การระบุเหตุการณ์ การประเมินความเสี่ยง การตอบสนองความเสี่ยง กิจกรรมการควบคุม สารสนเทศและการสื่อสาร และการติดตามประเมินผล


29. เฉลย: ข. ราคาพันธบัตรจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง และลดลงน้อยกว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

คำอธิบาย: Convexity เป็นการวัดความโค้งของความสัมพันธ์ระหว่างราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทน (ซึ่งมีความสัมพันธ์แบบไม่เป็นเส้นตรง) เมื่อค่า Convexity สูง แสดงว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ราคาพันธบัตรจะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ด้วย Duration และเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ราคาพันธบัตรจะลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ด้วย Duration


30. เฉลย: ง. การสร้างความเสี่ยง (Risk Creation)

คำอธิบาย: การสร้างความเสี่ยงไม่ใช่วิธีการจัดการความเสี่ยง วิธีการจัดการความเสี่ยงโดยทั่วไปประกอบด้วย การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Avoidance) การลดความเสี่ยง (Risk Reduction) การถ่ายโอนความเสี่ยง (Risk Transfer) และการยอมรับความเสี่ยง (Risk Acceptance)


แนวข้อสอบ การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการเงิน พร้อมเฉลยและคำอธิบาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *