แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาปฐมวัย (นักปฏิบัติการสอนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก)
ปรนัย 50 ข้อ พร้อมเฉลย
ส่วนที่ 1: พัฒนาการเด็กปฐมวัย
ข้อ 1. พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านร่างกายในช่วงอายุ 2-3 ปี มีลักษณะอย่างไร
ก. เด็กสามารถวิ่งได้คล่องและกระโดดด้วยเท้าข้างเดียวได้
ข. เด็กสามารถใช้กรรไกรตัดกระดาษตามรอยเส้นตรงได้
ค. เด็กสามารถเดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้
ง. เด็กสามารถผูกเชือกรองเท้าได้
ข้อ 2. พัฒนาการทางภาษาของเด็กอายุ 3-4 ปี มีลักษณะอย่างไร
ก. สามารถพูดเป็นประโยคสั้นๆ 2-3 คำ
ข. สามารถพูดเป็นประโยคที่สมบูรณ์และเล่าเรื่องง่ายๆ ได้
ค. สามารถอ่านคำง่ายๆ ได้
ง. สามารถเขียนชื่อตนเองได้
ข้อ 3. เด็กในช่วงอายุใดที่มักจะมีพฤติกรรม “ขี้หวง” ของเล่นมากที่สุด
ก. 1-2 ปี
ข. 2-3 ปี
ค. 3-4 ปี
ง. 4-5 ปี
ข้อ 4. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget) ระบุว่าเด็กอายุ 2-7 ปี อยู่ในขั้นใด
ก. ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor Stage)
ข. ขั้นก่อนปฏิบัติการทางความคิด (Preoperational Stage)
ค. ขั้นปฏิบัติการคิดแบบรูปธรรม (Concrete Operational Stage)
ง. ขั้นปฏิบัติการคิดแบบนามธรรม (Formal Operational Stage)
ข้อ 5. ลักษณะการคิดแบบ “อีโกเซนทริค” (Egocentric) ของเด็กปฐมวัยหมายถึงอะไร
ก. เด็กสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง
ข. เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง
ค. เด็กยึดตนเองเป็นศูนย์กลางและไม่เข้าใจมุมมองของผู้อื่น
ง. เด็กชอบเล่นคนเดียวมากกว่าเล่นกับเพื่อน
ข้อ 6. พัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กอายุ 4-5 ปี มีลักษณะอย่างไร
ก. ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดี
ข. เริ่มเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
ค. แสดงอารมณ์รุนแรงเมื่อไม่ได้ดังใจ
ง. มีอารมณ์แปรปรวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ข้อ 7. พัฒนาการด้านศีลธรรมและจริยธรรมของเด็กปฐมวัยมีลักษณะอย่างไร
ก. เด็กเข้าใจกฎเกณฑ์ตามที่ผู้ใหญ่สอน แต่ยังไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง
ข. เด็กสามารถตัดสินความถูกผิดได้ด้วยตนเอง
ค. เด็กทำตามกฎเพราะกลัวการถูกลงโทษเท่านั้น
ง. เด็กไม่มีความเข้าใจเรื่องศีลธรรมใดๆ เลย
ข้อ 8. พัฒนาการทางสังคมของเด็กอายุ 4-5 ปี มีลักษณะอย่างไร
ก. ชอบเล่นคนเดียว
ข. เล่นขนานกับเพื่อนแต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์
ค. เริ่มมีเพื่อนสนิทและเล่นร่วมกับผู้อื่นได้
ง. เล่นเป็นกลุ่มใหญ่และปฏิบัติตามกฎกติกาได้ดี
ข้อ 9. ทฤษฎีพัฒนาการทางสังคมของอีริคสัน (Erikson) ระบุว่าเด็กอายุ 3-6 ปี อยู่ในขั้นใด
ก. ความไว้วางใจ vs ความไม่ไว้วางใจ (Trust vs Mistrust)
ข. ความเป็นตัวของตัวเอง vs ความละอายและสงสัย (Autonomy vs Shame and Doubt)
ค. ความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt)
ง. ความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย (Industry vs Inferiority)
ข้อ 10. เด็กปฐมวัยเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านวิธีการใด
ก. การฟังครูอธิบาย
ข. การท่องจำ
ค. การลงมือปฏิบัติและประสบการณ์ตรง
ง. การอ่านหนังสือ
ส่วนที่ 2: หลักสูตรและการจัดประสบการณ์
ข้อ 11. หลักการสำคัญของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยคือข้อใด
ก. เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่นและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย
ข. เน้นการเตรียมความพร้อมด้านการอ่านและการเขียน
ค. เน้นการปลูกฝังวินัยและการเชื่อฟังครู
ง. เน้นการแข่งขันเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็ก
ข้อ 12. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายหลักของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย
ก. เพื่อให้เด็กอ่านเขียนได้ก่อนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา
ข. เพื่อพัฒนาเด็กทุกด้านทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
ค. เพื่อฝึกระเบียบวินัยและความอดทน
ง. เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้
ข้อ 13. การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ หมายถึงอะไร
ก. การเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่างๆ ผ่านหน่วยการเรียนหรือหัวเรื่องที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
ข. การสอนทีละวิชาอย่างละเอียดและเข้มข้น
ค. การให้เด็กเรียนรู้จากครูผู้สอนหลายคนในแต่ละวัน
ง. การจัดกิจกรรมหลากหลายโดยไม่มีความเชื่อมโยงกัน
ข้อ 14. สาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก. ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา
ข. ประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้
ค. มาตรฐาน ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลาง
ง. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
ข้อ 15. กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรมในการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยไม่รวมกิจกรรมใด
ก. กิจกรรมเสรี
ข. กิจกรรมกลางแจ้ง
ค. กิจกรรมเสริมทักษะการอ่าน
ง. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
ข้อ 16. การจัดประสบการณ์แบบไฮสโคป (High Scope) มีลักษณะอย่างไร
ก. เน้นการสอนแบบชี้นำจากครูเป็นหลัก
ข. เน้นให้เด็กเรียนรู้ผ่านการลงมือกระทำและแก้ปัญหาด้วยตนเอง
ค. เน้นการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการเรียนรู้
ง. เน้นการพัฒนามิติสัมพันธ์และการเคลื่อนไหว
ข้อ 17. หลักการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร
ก. จัดกิจกรรมที่เน้นการนั่งเรียนในห้องเรียนเป็นหลัก
ข. จัดกิจกรรมที่ท้าทายและมีความซับซ้อนเพื่อกระตุ้นสมอง
ค. จัดกิจกรรมที่หลากหลาย สนุก เหมาะสมกับวัยและความสนใจของเด็ก
ง. จัดกิจกรรมที่เน้นการท่องจำเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ชั้นประถมศึกษา
ข้อ 18. มุมประสบการณ์ในห้องเรียนระดับปฐมวัยมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
ก. ช่วยให้ครูสามารถดูแลเด็กได้ง่ายขึ้น
ข. เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ตามความสนใจของเด็ก
ค. ช่วยให้ห้องเรียนเป็นระเบียบและสวยงาม
ง. เป็นการแบ่งพื้นที่เล่นสำหรับเด็กแต่ละกลุ่ม
ข้อ 19. ข้อใดไม่ใช่หลักการของการเล่นรายบุคคล
ก. การเล่นตามธรรมชาติของเด็ก
ข. การเล่นตามกฎกติกาที่ตกลงร่วมกัน
ค. การเล่นตามความสนใจของเด็ก
ง. การเล่นที่ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
ข้อ 20. การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัยควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นหลัก
ก. ความสวยงามและทันสมัย
ข. ความปลอดภัยและเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
ค. ความประหยัดและคุ้มค่า
ง. ความสะดวกในการดูแลรักษา
ส่วนที่ 3: การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ข้อ 21. การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
ก. เพื่อตัดสินผลการเรียนว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
ข. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถระหว่างเด็กแต่ละคน
ค. เพื่อทราบพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล
ง. เพื่อคัดเลือกเด็กเข้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น
ข้อ 22. ข้อใดเป็นวิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่เหมาะสมที่สุด
ก. การทดสอบด้วยข้อสอบมาตรฐาน
ข. การสังเกตพฤติกรรมและบันทึกพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
ค. การสอบถามและสัมภาษณ์ผู้ปกครอง
ง. การให้เด็กทำแบบฝึกหัดและตรวจให้คะแนน
ข้อ 23. การประเมินพัฒนาการตามสภาพจริง (Authentic Assessment) มีลักษณะอย่างไร
ก. การประเมินจากผลงานที่เด็กทำในแบบฝึกหัด
ข. การประเมินจากการทดสอบความรู้และทักษะ
ค. การประเมินจากพฤติกรรมและผลงานของเด็กในสถานการณ์ปกติ
ง. การประเมินจากการทดสอบมาตรฐานเดียวกันทั้งชั้นเรียน
ข้อ 24. เครื่องมือใดที่เหมาะสมที่สุดในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ก. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
ข. แบบสังเกตพฤติกรรม แฟ้มสะสมผลงาน และบันทึกพัฒนาการ
ค. แบบทดสอบความพร้อมมาตรฐาน
ง. แบบวัดเชาวน์ปัญญา
ข้อ 25. การบันทึกพัฒนาการเด็กปฐมวัยควรทำอย่างไร
ก. บันทึกเฉพาะพฤติกรรมที่เป็นปัญหาเท่านั้น
ข. บันทึกปีละ 1 ครั้ง เพื่อสรุปพัฒนาการรวม
ค. บันทึกเฉพาะช่วงประเมินผลปลายภาคเรียน
ง. บันทึกอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา
ข้อ 26. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) มีประโยชน์อย่างไรในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ก. ช่วยแสดงพัฒนาการและความก้าวหน้าของเด็กอย่างเป็นรูปธรรม
ข. ช่วยให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการศึกษา
ค. ช่วยให้เด็กมีความภาคภูมิใจในผลงานของตน
ง. ถูกทุกข้อ
ข้อ 27. ข้อใดไม่ใช่หลักการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ก. ประเมินเด็กเป็นรายบุคคลและนำผลมาเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมชั้น
ข. ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน
ค. ประเมินอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการจัดกิจกรรม
ง. ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลาย
ข้อ 28. การนำผลการประเมินพัฒนาการมาใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. เพื่อจัดกลุ่มเด็กตามความสามารถ
ข. เพื่อปรับปรุงการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับเด็ก
ค. เพื่อรายงานผลให้ผู้ปกครองทราบ
ง. เพื่อประเมินประสิทธิภาพการสอนของครู
ข้อ 29. ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ก. เกณฑ์ตามวัย
ข. เกณฑ์เปรียบเทียบกับเพื่อนในชั้นเรียน
ค. เกณฑ์พัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคล
ง. เกณฑ์ตามจุดประสงค์การเรียนรู้
ข้อ 30. การรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยควรมีลักษณะอย่างไร
ก. เน้นการรายงานคะแนนและเปอร์เซ็นต์
ข. เน้นการเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมชั้น
ค. เน้นการบรรยายพัฒนาการและความก้าวหน้าของเด็กรายบุคคล
ง. เน้นการรายงานจุดที่ต้องปรับปรุงเท่านั้น
ส่วนที่ 4: บทบาทครูปฐมวัยและการทำงานร่วมกับผู้ปกครอง
ข้อ 31. บทบาทหลักของครูปฐมวัยคือข้อใด
ก. ผู้ถ่ายทอดความรู้
ข. ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
ค. ผู้ดูแลความปลอดภัย
ง. ผู้ฝึกระเบียบวินัย
ข้อ 32. ทักษะที่สำคัญที่สุดของครูปฐมวัยคือข้อใด
ก. ทักษะการสอนอ่านเขียน
ข. ทักษะการสังเกตและเข้าใจเด็ก
ค. ทักษะการควบคุมชั้นเรียน
ง. ทักษะการใช้สื่อเทคโนโลยี
ข้อ 33. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและเด็กปฐมวัยควรปฏิบัติอย่างไร
ก. วางตัวเป็นผู้มีอำนาจเพื่อให้เด็กเคารพเชื่อฟัง
ข. ใกล้ชิดสนิทสนมกับเด็กบางคนเป็นพิเศษเพื่อสร้างแบบอย่าง
ค. สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ปลอดภัย และให้ความรักความเข้าใจเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม
ง. ให้รางวัลกับเด็กที่ประพฤติดีและลงโทษเด็กที่ไม่เชื่อฟัง
ข้อ 34. การจัดการกับพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของเด็กปฐมวัย ครูควรปฏิบัติอย่างไรจึงเหมาะสมที่สุด
ก. ลงโทษทันทีเพื่อให้เด็กจดจำและไม่ทำผิดซ้ำ
ข. แยกเด็กออกจากกลุ่มเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่เด็กคนอื่น
ค. สังเกต วิเคราะห์สาเหตุ และหาวิธีแก้ไขอย่างเหมาะสม
ง. แจ้งผู้ปกครองให้จัดการปัญหา
ข้อ 35. การสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองเด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างไร
ก. ช่วยให้ครูรู้พื้นฐานครอบครัวเพื่อจัดกลุ่มเด็ก
ข. ช่วยให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง
ค. ช่วยให้ผู้ปกครองยอมรับการตัดสินใจของครู
ง. ช่วยให้ครูแจ้งข่าวสารและกิจกรรมของโรงเรียน
ข้อ 36. รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัยที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ผู้ปกครองเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากร
ข. ผู้ปกครองเป็นผู้ช่วยครูในการควบคุมชั้นเรียน
ค. ผู้ปกครองและครูร่วมมือกันวางแผนและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
ง. ผู้ปกครองเป็นผู้ประเมินการทำงานของครู
ข้อ 37. การประชุมผู้ปกครองในระดับปฐมวัยควรมีลักษณะอย่างไร
ก. จัดปีละครั้งเพื่อรายงานผลการประเมิน
ข. จัดเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเท่านั้น
ค. จัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมมือกันพัฒนาเด็ก
ง. จัดเพื่อให้ผู้ปกครองรับทราบนโยบายของโรงเรียน
ข้อ 38. ข้อใดไม่ใช่หลักการทำงานร่วมกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
ก. การเคารพและยอมรับในความแตกต่างของแต่ละครอบครัว
ข. การสื่อสารที่เปิดเผยและจริงใจ
ค. การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง
ง. การตัดสินและวิพากษ์วิจารณ์การเลี้ยงดูของผู้ปกครอง
ข้อ 39. การสร้างความร่วมมือระหว่างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกับชุมชนมีความสำคัญอย่างไร
ก. ทำให้ชุมชนเห็นความสำคัญของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ข. เพิ่มโอกาสในการระดมทุนและทรัพยากร
ค. ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริง
ง. ถูกทุกข้อ
ข้อ 40. การทำงานเป็นทีมในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีความสำคัญอย่างไร
ก. ช่วยแบ่งเบาภาระงานของครูแต่ละคน
ข. ช่วยให้มีมุมมองที่หลากหลายในการแก้ปัญหาและพัฒนาเด็ก
ค. ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ง. ถูกทุกข้อ
ส่วนที่ 5: การดูแลสุขภาพและความปลอดภัย
ข้อ 41. การจัดอาหารสำหรับเด็กปฐมวัยควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นหลัก
ก. ความหลากหลายและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
ข. ความชอบและความต้องการของเด็ก
ค. ความสะดวกในการเตรียมและรับประทาน
ง. ความประหยัดและคุ้มค่า
ข้อ 42. การป้องกันอุบัติเหตุในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กควรทำอย่างไร
ก. จำกัดพื้นที่การเล่นของเด็กให้อยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัย
ข. ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยและตรวจสอบสภาพแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ
ค. สอนให้เด็กระมัดระวังตัวเองในทุกสถานการณ์
ง. ให้มีผู้ใหญ่คอยดูแลเด็กตลอดเวลา 1 ต่อ 1
ข้อ 43. การส่งเสริมสุขนิสัยที่ดีให้กับเด็กปฐมวัยควรทำอย่างไร
ก. ให้รางวัลเมื่อเด็กปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ข. ลงโทษเมื่อเด็กไม่ปฏิบัติตาม
ค. ฝึกฝนให้เป็นกิจวัตรประจำวันและเป็นแบบอย่างที่ดี
ง. บังคับให้เด็กปฏิบัติจนเป็นนิสัย
ข้อ 44. สัญญาณที่แสดงถึงปัญหาสุขภาพของเด็กปฐมวัยที่ควรได้รับการช่วยเหลือทันทีคือข้อใด
ก. เด็กมีอาการง่วงนอนระหว่างทำกิจกรรม
ข. เด็กมีไข้สูง อาเจียน หรือหายใจลำบาก
ค. เด็กไม่อยากรับประทานอาหารกลางวัน
ง. เด็กร้องไห้เมื่อผู้ปกครองส่งมาที่ศูนย์
ข้อ 45. การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับเด็กที่มีบาดแผลควรทำอย่างไร
ก. ใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผลทันที
ข. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ เช็ดให้แห้ง และปิดด้วยผ้าพันแผลสะอาด
ค. ใช้ยาหม่องทาบริเวณบาดแผล
ง. ปล่อยให้แผลแห้งเองโดยไม่ต้องทำความสะอาด
ส่วนที่ 6: การบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ข้อ 46. มาตรฐานการดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยมาตรฐานกี่ด้าน
ก. 4 ด้าน
ข. 5 ด้าน
ค. 6 ด้าน
ง. 7 ด้าน
ข้อ 47. ข้อใดไม่ใช่มาตรฐานการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ก. มาตรฐานด้านบุคลากรและการบริหารจัดการ
ข. มาตรฐานด้านอาคารสถานที่ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
ค. มาตรฐานด้านวิชาการและกิจกรรมตามหลักสูตร
ง. มาตรฐานด้านการประกันคุณภาพภายนอก
ข้อ 48. การบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีประสิทธิภาพควรมีลักษณะอย่างไร
ก. มีการวางแผน ดำเนินการ ตรวจสอบ และปรับปรุงพัฒนาอย่างเป็นระบบ
ข. มีผู้นำที่เข้มแข็งและตัดสินใจได้รวดเร็ว
ค. มีงบประมาณเพียงพอในการบริหารจัดการ
ง. มีการควบคุมการปฏิบัติงานของบุคลากรอย่างเข้มงวด
ข้อ 49. การนิเทศภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
ก. ตรวจสอบการทำงานของครูว่าเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่
ข. เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือครูในการพัฒนาการจัดประสบการณ์
ค. เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี
ง. เพื่อควบคุมให้การทำงานเป็นไปตามนโยบาย
ข้อ 50. การประกันคุณภาพภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีความสำคัญอย่างไร
ก. เพื่อให้ได้รับการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด
ข. เพื่อเป็นการตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารและบุคลากร
ค. เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ง. เพื่อเตรียมความพร้อมรับการประเมินจากภายนอก
Review ลูกค้า
เฉลยแนว ข้อสอบ ครูผู้ช่วยกลุ่มวิชาปฐมวัย
1. ค. เด็กสามารถเดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้
2. ข. สามารถพูดเป็นประโยคที่สมบูรณ์และเล่าเรื่องง่ายๆ ได้
3. ข. 2-3 ปี
4. ข. ขั้นก่อนปฏิบัติการทางความคิด (Preoperational Stage)
5. ค. เด็กยึดตนเองเป็นศูนย์กลางและไม่เข้าใจมุมมองของผู้อื่น
6. ง. มีอารมณ์แปรปรวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
7. ก. เด็กเข้าใจกฎเกณฑ์ตามที่ผู้ใหญ่สอน แต่ยังไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง
8. ค. เริ่มมีเพื่อนสนิทและเล่นร่วมกับผู้อื่นได้
9. ค. ความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt)
10. ค. การลงมือปฏิบัติและประสบการณ์ตรง
11. ก. เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่นและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย
12. ข. เพื่อพัฒนาเด็กทุกด้านทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
13. ก. การเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่างๆ ผ่านหน่วยการเรียนหรือหัวเรื่องที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
14. ข. ประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้
15. ค. กิจกรรมเสริมทักษะการอ่าน
16. ข. เน้นให้เด็กเรียนรู้ผ่านการลงมือกระทำและแก้ปัญหาด้วยตนเอง
17. ค. จัดกิจกรรมที่หลากหลาย สนุก เหมาะสมกับวัยและความสนใจของเด็ก
18. ข. เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ตามความสนใจของเด็ก
19. ข. การเล่นตามกฎกติกาที่ตกลงร่วมกัน
20. ข. ความปลอดภัยและเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
21. ค. เพื่อทราบพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล
22. ข. การสังเกตพฤติกรรมและบันทึกพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
23. ค. การประเมินจากพฤติกรรมและผลงานของเด็กในสถานการณ์ปกติ
24. ข. แบบสังเกตพฤติกรรม แฟ้มสะสมผลงาน และบันทึกพัฒนาการ
25. ง. บันทึกอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา
26. ง. ถูกทุกข้อ
27. ก. ประเมินเด็กเป็นรายบุคคลและนำผลมาเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมชั้น
28. ข. เพื่อปรับปรุงการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับเด็ก
29. ข. เกณฑ์เปรียบเทียบกับเพื่อนในชั้นเรียน
30. ค. เน้นการบรรยายพัฒนาการและความก้าวหน้าของเด็กรายบุคคล
31. ข. ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
32. ข. ทักษะการสังเกตและเข้าใจเด็ก
33. ค. สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ปลอดภัย และให้ความรักความเข้าใจเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม
34. ค. สังเกต วิเคราะห์สาเหตุ และหาวิธีแก้ไขอย่างเหมาะสม
35. ข. ช่วยให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง
36. ค. ผู้ปกครองและครูร่วมมือกันวางแผนและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
37. ค. จัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมมือกันพัฒนาเด็ก
38. ง. การตัดสินและวิพากษ์วิจารณ์การเลี้ยงดูของผู้ปกครอง
39. ง. ถูกทุกข้อ
40. ง. ถูกทุกข้อ
41. ก. ความหลากหลายและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
42. ข. ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยและตรวจสอบสภาพแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ
43. ค. ฝึกฝนให้เป็นกิจวัตรประจำวันและเป็นแบบอย่างที่ดี
44. ข. เด็กมีไข้สูง อาเจียน หรือหายใจลำบาก
45. ข. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ เช็ดให้แห้ง และปิดด้วยผ้าพันแผลสะอาด
46. ค. 6 ด้าน
47. ง. มาตรฐานด้านการประกันคุณภาพภายนอก
48. ก. มีการวางแผน ดำเนินการ ตรวจสอบ และปรับปรุงพัฒนาอย่างเป็นระบบ
49. ข. เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือครูในการพัฒนาการจัดประสบการณ์
50. ค. เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ครูผู้ช่วย อปท. กลุ่มวิชาต่างๆ
แนวข้อสอบครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาปฐมวัย (นักปฏิบัติการสอนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก) ปรนัย 50 ข้อ พร้อมเฉลย

