แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาปฐมวัย/การศึกษาปฐมวัย/อนุบาลศึกษา
พัฒนาการเด็กปฐมวัยและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 1. ข้อใดคือพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กอายุ 4-5 ปี
ก. สามารถเขียนชื่อตัวเองได้
ข. สามารถเล่าเรื่องราวต่อเนื่องได้
ค. สามารถกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางได้
ง. สามารถบอกความแตกต่างระหว่างจริงกับเท็จได้
เฉลย ค. สามารถกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางได้ เป็นพัฒนาการด้านร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่
ข้อ 2. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของ Jean Piaget เด็กอายุ 2-7 ปี อยู่ในขั้นใด
ก. ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว
ข. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด
ค. ขั้นปฏิบัติการคิดแบบรูปธรรม
ง. ขั้นปฏิบัติการคิดแบบนามธรรม
เฉลย ข. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage) เป็นขั้นที่เด็กอายุ 2-7 ปี เริ่มใช้ภาษาและสัญลักษณ์ แต่ยังคิดแบบยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง
ข้อ 3. พัฒนาการใดของเด็กปฐมวัยที่ควรเกิดขึ้นก่อนการเขียน
ก. การฟัง
ข. การอ่าน
ค. การคิดคำนวณ
ง. การวาดภาพ
เฉลย ง. การวาดภาพ เป็นพัฒนาการที่ควรเกิดขึ้นก่อนการเขียน เพราะเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมือและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
ข้อ 4. ทฤษฎีของใครที่กล่าวว่า “เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น”
ก. Sigmund Freud
ข. B.F. Skinner
ค. Friedrich Froebel
ง. Maria Montessori
เฉลย ค. Friedrich Froebel ผู้คิดค้นการศึกษาแบบ Kindergarten เน้นแนวคิดว่าเด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น
ข้อ 5. ข้อใดคือลักษณะของพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กอายุ 5-6 ปี
ก. มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
ข. ร้องไห้เมื่อไม่ได้ดังใจ
ค. กลัวการพลัดพรากจากแม่
ง. ชอบเล่นคนเดียว
เฉลย ก. มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เป็นพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่เกิดขึ้นในเด็กอายุ 5-6 ปี เมื่อเด็กเริ่มเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
หลักสูตรและการจัดประสบการณ์
ข้อ 6. ข้อใดไม่ใช่สาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560
ก. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
ข. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
ค. ธรรมชาติรอบตัว
ง. คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
เฉลย ง. คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไม่ได้แยกเป็นสาระการเรียนรู้เฉพาะในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 แต่จะบูรณาการอยู่ในสาระที่ควรเรียนรู้
ข้อ 7. การจัดประสบการณ์แบบใดที่เน้นให้เด็กเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติและค้นพบด้วยตนเอง
ก. การสอนแบบสาธิต
ข. การสอนแบบโครงการ (Project Approach)
ค. การสอนแบบท่องจำ
ง. การสอนแบบบรรยาย
เฉลย ข. การสอนแบบโครงการ (Project Approach) เน้นให้เด็กเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติและค้นพบด้วยตนเอง ผ่านการทำโครงการตามความสนใจ
ข้อ 8. ข้อใดไม่ใช่หลักการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
ก. จัดประสบการณ์ผ่านการเล่น
ข. จัดประสบการณ์โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
ค. จัดประสบการณ์ให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
ง. จัดประสบการณ์โดยเน้นให้เด็กนั่งเรียนเป็นรายบุคคล
เฉลย ง. จัดประสบการณ์โดยเน้นให้เด็กนั่งเรียนเป็นรายบุคคล ไม่ใช่หลักการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย เพราะการจัดประสบการณ์ควรส่งเสริมการเรียนรู้แบบกลุ่มและการมีปฏิสัมพันธ์
ข้อ 9. กิจกรรมใดในตารางกิจกรรมประจำวันที่เน้นพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก
ก. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ข. กิจกรรมกลางแจ้ง
ค. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
ง. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
เฉลย ค. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่เน้นพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น การวาด การปั้น การตัด การปะ
ข้อ 10. ครูปฐมวัยควรใช้วิธีการใดในการส่งเสริมวินัยให้กับเด็ก
ก. ลงโทษเมื่อเด็กทำผิดกฎ
ข. สอนกฎเกณฑ์ให้เด็กท่องจำ
ค. ชมเชยเมื่อเด็กทำตามกฎ
ง. เปรียบเทียบพฤติกรรมระหว่างเด็ก
เฉลย ค. ชมเชยเมื่อเด็กทำตามกฎ เป็นวิธีการเสริมแรงทางบวกที่เหมาะสมในการส่งเสริมวินัยให้กับเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการ
ข้อ 11. เครื่องมือใดที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ก. แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน
ข. แบบสังเกตพฤติกรรม
ค. แบบสอบถามความคิดเห็น
ง. แบบทดสอบความรู้
เฉลย ข. แบบสังเกตพฤติกรรม เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย เพราะสามารถเก็บข้อมูลได้ตามสภาพจริง
ข้อ 12. ข้อใดไม่ใช่หลักการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ก. ประเมินตามสภาพจริง
ข. ประเมินอย่างต่อเนื่อง
ค. ประเมินเพื่อจัดลำดับเด็ก
ง. ประเมินเพื่อพัฒนาเด็ก
เฉลย ค. ประเมินเพื่อจัดลำดับเด็ก ไม่ใช่หลักการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย เพราะการประเมินควรมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กมากกว่าการจัดลำดับหรือเปรียบเทียบ
ข้อ 13. ข้อใดเป็นวิธีการเก็บข้อมูลพัฒนาการเด็กที่เหมาะสมที่สุด
ก. การทดสอบ
ข. การสังเกตและบันทึกพฤติกรรม
ค. การให้เด็กทำแบบฝึกหัด
ง. การสอบถามจากผู้ปกครองเพียงอย่างเดียว
เฉลย ข. การสังเกตและบันทึกพฤติกรรม เป็นวิธีการเก็บข้อมูลพัฒนาการเด็กที่เหมาะสมที่สุด เพราะได้ข้อมูลตามสภาพจริงและเป็นธรรมชาติ
ข้อ 14. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) มีประโยชน์อย่างไรในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ก. ใช้เพื่อแข่งขันกับเพื่อนในชั้นเรียน
ข. ใช้เพื่อแสดงพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง
ค. ใช้เพื่อจัดอันดับเด็กในชั้นเรียน
ง. ใช้เพื่อตัดสินผลการเรียน
เฉลย ข. ใช้เพื่อแสดงพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง แฟ้มสะสมผลงานแสดงให้เห็นพัฒนาการของเด็กตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการเรียน
ข้อ 15. ข้อใดเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการรายงานผลการประเมินเด็กต่อผู้ปกครอง
ก. รายงานพัฒนาการทั้งด้านบวกและด้านที่ควรพัฒนา
ข. เปรียบเทียบเด็กกับเพื่อนในชั้นเรียน
ค. รายงานพัฒนาการตามสภาพจริง
ง. ให้คำแนะนำกับผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
เฉลย ข. เปรียบเทียบเด็กกับเพื่อนในชั้นเรียน เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการรายงานผลการประเมินเด็กต่อผู้ปกครอง เพราะเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน
สื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้
ข้อ 16. สื่อการเรียนรู้ประเภทใดที่เหมาะสมกับการสอนเด็กปฐมวัย
ก. สื่อที่มีสีสันสวยงามและดึงดูดความสนใจ
ข. สื่อที่เน้นเนื้อหาวิชาการเป็นหลัก
ค. สื่อที่มีเนื้อหาซับซ้อนเพื่อท้าทายเด็ก
ง. สื่อที่ให้เด็กนั่งดูเพียงอย่างเดียว
เฉลย ก. สื่อที่มีสีสันสวยงามและดึงดูดความสนใจ เหมาะสมกับการสอนเด็กปฐมวัย เพราะช่วยกระตุ้นความสนใจและการเรียนรู้
ข้อ 17. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของสื่อการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเด็กปฐมวัย
ก. ปลอดภัยต่อเด็ก
ข. ส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน
ค. เด็กสามารถใช้ได้ด้วยตนเอง
ง. มีเนื้อหาที่ยากเกินพัฒนาการของเด็ก
เฉลย ง. มีเนื้อหาที่ยากเกินพัฒนาการของเด็ก ไม่ใช่ลักษณะของสื่อการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเด็กปฐมวัย เพราะสื่อที่ดีควรมีความเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
ข้อ 18. ข้อใดคือประโยชน์ของการใช้มุมประสบการณ์ในห้องเรียนปฐมวัย
ก. ช่วยให้ครูจัดระเบียบเด็กได้ง่าย
ข. ช่วยลดความสับสนในห้องเรียน
ค. ส่งเสริมการเรียนรู้ตามความสนใจของเด็ก
ง. ช่วยประหยัดพื้นที่ในห้องเรียน
เฉลย ค. ส่งเสริมการเรียนรู้ตามความสนใจของเด็ก เป็นประโยชน์ของการใช้มุมประสบการณ์ที่สำคัญที่สุด เพราะเด็กสามารถเลือกทำกิจกรรมตามความสนใจได้
ข้อ 19. การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนปฐมวัยควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นอันดับแรก
ก. ความสวยงาม
ข. ความปลอดภัย
ค. ความทันสมัย
ง. ความประหยัด
เฉลย ข. ความปลอดภัย เป็นสิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงในการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนปฐมวัย
ข้อ 20. ข้อใดไม่ใช่มุมประสบการณ์ที่ควรมีในห้องเรียนปฐมวัย
ก. มุมบล็อก
ข. มุมบทบาทสมมติ
ค. มุมจดบันทึก
ง. มุมหนังสือ
เฉลย ค. มุมจดบันทึก ไม่ใช่มุมประสบการณ์ที่ควรมีในห้องเรียนปฐมวัย เพราะไม่สอดคล้องกับพัฒนาการและความสนใจของเด็กปฐมวัย
การวิจัยในชั้นเรียน
ข้อ 21. ข้อใดคือเป้าหมายหลักของการทำวิจัยในชั้นเรียนปฐมวัย
ก. สร้างผลงานวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ
ข. แก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก
ค. ค้นหาวิธีการสอนที่ง่ายที่สุด
ง. ลดภาระงานของครู
เฉลย ข. แก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก เป็นเป้าหมายหลักของการทำวิจัยในชั้นเรียนปฐมวัย
ข้อ 22. ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการทำวิจัยในชั้นเรียน
ก. การกำหนดปัญหาหรือการพัฒนาที่ต้องการ
ข. การศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ค. การดำเนินการแก้ปัญหา
ง. การเก็บรวบรวมข้อมูล
เฉลย ก. การกำหนดปัญหาหรือการพัฒนาที่ต้องการ เป็นขั้นตอนแรกของการทำวิจัยในชั้นเรียน
ข้อ 23. การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนมีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. ต้องใช้สถิติขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูล
ข. มีการเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมเสมอ
ค. มีการปฏิบัติและสะท้อนผลเป็นวงจรต่อเนื่อง
ง. ต้องทำเป็นรูปเล่มรายงานที่สมบูรณ์เท่านั้น
เฉลย ค. มีการปฏิบัติและสะท้อนผลเป็นวงจรต่อเนื่อง เป็นลักษณะสำคัญของการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน
ข้อ 24. ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสมในการวิจัยในชั้นเรียนปฐมวัย
ก. แบบสังเกตพฤติกรรม
ข. แบบสอบถามความคิดเห็นจากเด็ก
ค. แบบบันทึกพัฒนาการ
ง. แฟ้มสะสมผลงาน
เฉลย ข. แบบสอบถามความคิดเห็นจากเด็ก ไม่เหมาะกับการวิจัยในชั้นเรียนปฐมวัย เพราะเด็กปฐมวัยยังไม่สามารถตอบแบบสอบถามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อ 25. นวัตกรรมใดเหมาะสมกับการนำมาใช้แก้ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัย
ก. การสอนแบบโครงการ
ข. การใช้นิทานสร้างเสริมคุณธรรม
ค. การสอนแบบมอนเตสซอรี่
ง. การเรียนรู้แบบเกมคอมพิวเตอร์
เฉลย ข. การใช้นิทานสร้างเสริมคุณธรรม เป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมกับการนำมาใช้แก้ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัย เพราะนิทานช่วยสอนคุณธรรมและพฤติกรรมที่เหมาะสมผ่านตัวละคร
จิตวิทยาการเรียนรู้และการแนะแนว
ข้อ 26. การสร้างวินัยเชิงบวกในเด็กปฐมวัยควรทำอย่างไร
ก. ลงโทษทันทีเมื่อทำผิด
ข. สร้างกฎที่ชัดเจนและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
ค. ขู่ให้กลัวเพื่อไม่ให้ทำผิดซ้ำ
ง. เปรียบเทียบกับเพื่อนที่ทำดี
เฉลย ข. สร้างกฎที่ชัดเจนและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีการสร้างวินัยเชิงบวกที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย
ข้อ 27. เมื่อเด็กปฐมวัยแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ครูควรทำอย่างไร
ก. ลงโทษทันที
ข. เพิกเฉย
ค. ชี้แนะพฤติกรรมที่เหมาะสม
ง. แยกเด็กออกจากกลุ่มเพื่อนตลอดวัน
เฉลย ค. ชี้แนะพฤติกรรมที่เหมาะสม เป็นวิธีการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะทางสังคมที่ถูกต้อง
ข้อ 28. เด็กปฐมวัยเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านวิธีการใด
ก. การท่องจำ
ข. การลงมือปฏิบัติและการเล่น
ค. การฟังครูสอน
ง. การทำแบบฝึกหัด
เฉลย ข. การลงมือปฏิบัติและการเล่น เป็นวิธีการที่เด็กปฐมวัยเรียนรู้ได้ดีที่สุด
ข้อ 29. หลักการสำคัญของการแนะแนวในระดับปฐมวัยคือข้อใด
ก. เน้นการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาอย่างลึกซึ้ง
ข. ช่วยเด็กในการตัดสินใจเลือกอาชีพในอนาคต
ค. ส่งเสริมให้เด็กรู้จักตนเองและพัฒนาตามศักยภาพ
ง. เน้นการสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ
เฉลย ค. ส่งเสริมให้เด็กรู้จักตนเองและพัฒนาตามศักยภาพ เป็นหลักการสำคัญของการแนะแนวในระดับปฐมวัย
ข้อ 30. การให้คำชมเชยกับเด็กปฐมวัยควรเป็นอย่างไร
ก. ชมเฉพาะผลงานที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น
ข. ชมเมื่อเด็กทำสิ่งที่ถูกต้องและพยายาม
ค. ชมเมื่อเทียบกับผลงานของเพื่อน
ง. ชมทุกอย่างแม้จะไม่ได้พยายาม
เฉลย ข. ชมเมื่อเด็กทำสิ่งที่ถูกต้องและพยายาม เป็นการให้คำชมเชยที่เหมาะสมซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่นในตนเอง
สุขภาพและโภชนาการ
ข้อ 31. การจัดอาหารว่างสำหรับเด็กปฐมวัยควรมีลักษณะอย่างไร
ก. รสชาติจัดจ้านเพื่อให้เด็กชอบ
ข. มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัย
ค. เน้นอาหารหวานเพื่อให้เด็กมีพลังงาน
ง. เน้นความหลากหลายมากกว่าคุณค่าทางโภชนาการ
เฉลย ข. มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัย เป็นลักษณะสำคัญของอาหารว่างที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย
ข้อ 32. การส่งเสริมสุขนิสัยที่ดีในเด็กปฐมวัยควรทำอย่างไร
ก. บอกเด็กให้ทำตามคำสั่ง
ข. ให้ผู้ปกครองรับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งหมด
ค. ทำเป็นแบบอย่างและสร้างเป็นกิจวัตรประจำวัน
ง. รอให้เด็กโตขึ้นก่อนค่อยฝึก
เฉลย ค. ทำเป็นแบบอย่างและสร้างเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขนิสัยที่ดีในเด็กปฐมวัย
ข้อ 33. สิ่งที่ครูปฐมวัยควรคำนึงถึงมากที่สุดในการจัดกิจกรรมกลางแจ้งคือข้อใด
ก. เวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรม
ข. ความปลอดภัยของเด็ก
ค. ความสนุกสนานของกิจกรรม
ง. การมีอุปกรณ์ครบถ้วน
เฉลย ข. ความปลอดภัยของเด็ก เป็นสิ่งที่ครูปฐมวัยควรคำนึงถึงมากที่สุดในการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง
ข้อ 34. น้ำหนักและส่วนสูงของเด็กปฐมวัยควรได้รับการบันทึกอย่างไร
ก. เดือนละครั้ง
ข. สัปดาห์ละครั้ง
ค. ภาคเรียนละครั้ง
ง. ปีการศึกษาละครั้ง
เฉลย ก. เดือนละครั้ง เป็นความถี่ที่เหมาะสมในการบันทึกน้ำหนักและส่วนสูงของเด็กปฐมวัย เพื่อติดตามการเจริญเติบโต
ข้อ 35. การส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดีในเด็กปฐมวัยควรทำอย่างไร
ก. ให้เด็กแปรงฟันเองโดยไม่ต้องดูแล
ข. สอนวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้องและเน้นการฝึกปฏิบัติ
ค. ห้ามเด็กรับประทานขนมหวานทุกชนิด
ง. พาเด็กไปหาทันตแพทย์เมื่อมีปัญหาเท่านั้น
เฉลย ข. สอนวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้องและเน้นการฝึกปฏิบัติ เป็นวิธีการส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดีในเด็กปฐมวัย
การจัดการศึกษาแบบบูรณาการ
ข้อ 36. การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในระดับปฐมวัยหมายถึงอะไร
ก. การจัดการเรียนรู้โดยแยกตามกลุ่มสาระ
ข. การผสมผสานเนื้อหาและทักษะให้สอดคล้องกับชีวิตจริง
ค. การเรียนรู้ทีละสาระวิชา
ง. การจัดกิจกรรมตามความต้องการของครู
เฉลย ข. การผสมผสานเนื้อหาและทักษะให้สอดคล้องกับชีวิตจริง เป็นความหมายของการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในระดับปฐมวัย
ข้อ 37. การจัดกิจกรรมบูรณาการในระดับปฐมวัยควรยึดหลักการใด
ก. ยึดเนื้อหาวิชาเป็นหลัก
ข. ยึดครูเป็นศูนย์กลาง
ค. ยึดเด็กเป็นสำคัญ
ง. ยึดหลักสูตรเป็นหลัก
เฉลย ค. ยึดเด็กเป็นสำคัญ เป็นหลักการที่สำคัญในการจัดกิจกรรมบูรณาการในระดับปฐมวัย
ข้อ 38. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ
ก. เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของเด็ก
ข. เน้นการพัฒนาเด็กรอบด้าน
ค. แยกการสอนเป็นรายวิชา
ง. ส่งเสริมการเรียนรู้แบบองค์รวม
เฉลย ค. แยกการสอนเป็นรายวิชา ไม่ใช่ลักษณะของการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ แต่เป็นการสอนแบบแยกส่วน
ข้อ 39. หน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการในระดับปฐมวัยควรมีลักษณะอย่างไร
ก. มาจากความสนใจของเด็กและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
ข. เน้นเนื้อหาวิชาการเป็นหลัก
ค. ครูเป็นผู้กำหนดทั้งหมด
ง. เหมือนกันทุกปีการศึกษา
เฉลย ก. มาจากความสนใจของเด็กและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เป็นลักษณะของหน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการในระดับปฐมวัยที่มีประสิทธิภาพ
ข้อ 40. การบูรณาการผ่านการเล่นมีประโยชน์อย่างไร
ก. ช่วยให้ครูทำงานน้อยลง
ข. ส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านและการเรียนรู้อย่างมีความหมาย
ค. ทำให้เด็กมีวินัยมากขึ้น
ง. ช่วยให้ผู้ปกครองพึงพอใจ
เฉลย ข. ส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านและการเรียนรู้อย่างมีความหมาย เป็นประโยชน์ของการบูรณาการผ่านการเล่น
การทำงานร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน
ข้อ 41. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการทำงานร่วมกับผู้ปกครอง
ก. ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ข. ช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน
ค. ช่วยลดภาระงานของครูในห้องเรียน
ง. ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจพัฒนาการของเด็ก
เฉลย ค. ช่วยลดภาระงานของครูในห้องเรียน ไม่ใช่ประโยชน์หลักของการทำงานร่วมกับผู้ปกครอง แต่เป็นการร่วมมือเพื่อประโยชน์ของเด็ก
ข้อ 42. รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิภาพคือข้อใด
ก. การสื่อสารทางเดียวจากโรงเรียนสู่บ้าน
ข. ผู้ปกครองมาพบครูเฉพาะเมื่อมีปัญหาเท่านั้น
ค. การสื่อสารสองทางและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ
ง. การกำหนดนโยบายโดยโรงเรียนฝ่ายเดียว
เฉลย ค. การสื่อสารสองทางและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เป็นรูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ
ข้อ 43. การสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองควรเป็นอย่างไร
ก. สื่อสารเฉพาะเมื่อเด็กมีปัญหา
ข. สื่อสารสองทางอย่างสม่ำเสมอและสร้างสรรค์
ค. ครูเป็นผู้สื่อสารฝ่ายเดียว
ง. ใช้เอกสารเป็นหลักไม่จำเป็นต้องพบกัน
เฉลย ข. สื่อสารสองทางอย่างสม่ำเสมอและสร้างสรรค์ เป็นลักษณะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างครูและผู้ปกครอง
ข้อ 44. ข้อใดเป็นวิธีที่เหมาะสมในการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กให้ผู้ปกครองทราบ
ก. แจ้งเฉพาะเมื่อเด็กมีปัญหาเร่งด่วน
ข. ใช้ช่องทางที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้ปกครอง
ค. บอกเฉพาะด้านที่ต้องปรับปรุงเท่านั้น
ง. บอกเฉพาะด้านดีเพื่อไม่ให้ผู้ปกครองกังวล
เฉลย ข. ใช้ช่องทางที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้ปกครอง เป็นวิธีที่เหมาะสมในการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กให้ผู้ปกครองทราบ
ข้อ 45. ข้อใดคือประโยชน์ของการเชิญวิทยากรจากชุมชนมาให้ความรู้แก่เด็กปฐมวัย
ก. ลดภาระงานสอนของครู
ข. เชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริงและภูมิปัญญาท้องถิ่น
ค. ประหยัดงบประมาณโรงเรียน
ง. มีคนช่วยดูแลเด็กมากขึ้น
เฉลย ข. เชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริงและภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นประโยชน์สำคัญของการเชิญวิทยากรจากชุมชนมาให้ความรู้แก่เด็กปฐมวัย
จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพครู
ข้อ 46. ข้อใดคือจรรยาบรรณวิชาชีพครูที่สำคัญที่สุด
ก. รักและเมตตาศิษย์
ข. มีวินัยในตนเอง
ค. รักษาชื่อเสียงของสถานศึกษา
ง. พัฒนาตนเองอยู่เสมอ
เฉลย ก. รักและเมตตาศิษย์ เป็นจรรยาบรรณวิชาชีพครูที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานของความเป็นครูที่ดี
ข้อ 47. ครูปฐมวัยควรปฏิบัติตัวอย่างไรในการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก
ก. เข้มงวดและดุดันเพื่อให้เด็กเกรงกลัว
ข. แสดงพฤติกรรมที่ดีและเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
ค. เป็นกันเองกับเด็กและตามใจเด็กทุกเรื่อง
ง. ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เมื่ออยู่ในห้องเรียนเท่านั้น
เฉลย ข. แสดงพฤติกรรมที่ดีและเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ เป็นการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมของครูปฐมวัยในการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก
ข้อ 48. ข้อใดไม่ใช่แนวทางในการรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพครู
ก. ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ
ข. เอาใจใส่ต่อศิษย์
ค. แสวงหาผลประโยชน์จากศิษย์
ง. ร่วมมือกับชุมชน
เฉลย ค. แสวงหาผลประโยชน์จากศิษย์ ไม่ใช่แนวทางในการรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพครู แต่เป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณ
ข้อ 49. การที่ครูปฐมวัยปฏิบัติต่อเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน สอดคล้องกับจรรยาบรรณวิชาชีพครูข้อใด
ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง
ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
ค. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
ง. จรรยาบรรณต่อสังคม
เฉลย ค. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ การปฏิบัติต่อเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเป็นการแสดงถึงการมีจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ (ในที่นี้คือเด็กนักเรียน)
ข้อ 50. ข้อใดคือคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของครูปฐมวัย
ก. มีความรู้ในวิชาที่สอนเท่านั้น
ข. มีบุคลิกภาพดีและแต่งกายเรียบร้อย
ค. มีความรัก ความเข้าใจ และเมตตาต่อเด็ก
ง. มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
เฉลย ค. มีความรัก ความเข้าใจ และเมตตาต่อเด็ก เป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของครูปฐมวัย เพราะเป็นพื้นฐานในการทำงานกับเด็กปฐมวัยอย่างมีประสิทธิภาพ
Review ลูกค้า
ครูผู้ช่วย อปท. กลุ่มวิชาต่างๆ
แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาปฐมวัย/การศึกษาปฐมวัย/อนุบาลศึกษา ปรนัย 50 ข้อพร้อมเฉลย

