แนวข้อสอบ วินัยข้าราชการ (ปรนัย 50 ข้อ)

แนวข้อสอบ วินัยข้าราชการ (ปรนัย 50 ข้อ)

หมวดที่ 1: หลักการทั่วไปเกี่ยวกับวินัยข้าราชการ

1. วินัยข้าราชการพลเรือนมีบัญญัติไว้ในกฎหมายใด
ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ข. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ค. พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
ง. พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

2. วินัยข้าราชการพลเรือนถูกบัญญัติไว้ในส่วนใดของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

ก. หมวด 5
ข. หมวด 6
ค. หมวด 7
ง. หมวด 8

3. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวินัยข้าราชการ

ก. ใช้บังคับเฉพาะกับข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการเท่านั้น
ข. ใช้บังคับกับข้าราชการทั้งในและนอกเวลาราชการ
ค. ใช้บังคับเฉพาะกับข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ราชการเท่านั้น
ง. ใช้บังคับกับข้าราชการเฉพาะกรณีที่กระทำผิดร้ายแรงเท่านั้น

4. คณะกรรมการใดมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยของข้าราชการพลเรือน

ก. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
ข. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)
ค. คณะกรรมการวินัยข้าราชการ
ง. คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย

5. ข้อใดไม่ใช่โทษทางวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

ก. ภาคทัณฑ์
ข. ตัดเงินเดือน
ค. ลดขั้นเงินเดือน
ง. ให้ออก


หมวดที่ 2: วินัยและการรักษาวินัย

6. ข้าราชการต้องกระทำการใดเพื่อให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ

ก. สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ข. รักษาชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
ค. ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม
ง. อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ

7. ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาล โดยคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ

ก. เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม
ข. เพื่อการบริการประชาชน
ค. เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
ง. เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

8. ข้าราชการต้องอุทิศเวลาให้แก่ราชการตามข้อใดต่อไปนี้

ก. จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้
ข. ต้องมาปฏิบัติราชการสม่ำเสมอ
ค. ต้องปฏิบัติงานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

9. ข้อใดคือการกระทำที่ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ก. ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ข. ขาดราชการติดต่อกันเกิน 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ค. ไม่สุภาพเรียบร้อยต่อประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
ง. ไม่รักษาความลับของทางราชการ

10. ข้าราชการต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง ถือเป็นการรายงานเท็จหรือไม่

ก. ถือเป็นการรายงานเท็จ
ข. ไม่ถือเป็นการรายงานเท็จ เพราะไม่ได้แจ้งข้อมูลที่เป็นเท็จ
ค. ถือเป็นการรายงานเท็จ เฉพาะกรณีที่ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง
ง. ไม่ถือเป็นการรายงานเท็จ หากเป็นการปกปิดเพื่อประโยชน์ของทางราชการ


หมวดที่ 3: การดำเนินการทางวินัย

11. เมื่อมีการกล่าวหาว่าข้าราชการพลเรือนกระทำผิดวินัย ขั้นตอนแรกที่ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการคือข้อใด

ก. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย
ข. รายงานต่อผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไป
ค. แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
ง. พิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลควรกล่าวหาหรือไม่

12. การดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการซึ่งมีกรณีอันมีมูลว่ากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 อาจดำเนินการอย่างไร

ก. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกกรณี
ข. พิจารณาดำเนินการทางวินัยโดยไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้
ค. ต้องส่งเรื่องให้ ก.พ. พิจารณา
ง. ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมพิจารณา

13. การสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

ก. เพื่อลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดวินัย
ข. เพื่อให้ข้าราชการที่ถูกกล่าวหาไม่มีโอกาสทำลายพยานหลักฐาน
ค. เพื่อมิให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนพิจารณาหรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ
ง. เพื่อเป็นการแสดงว่าหน่วยงานไม่ละเลยต่อการกระทำผิดวินัย

14. หากข้าราชการพลเรือนถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา จะถูกสั่งพักราชการได้ในกรณีใด

ก. เมื่อถูกฟ้องคดีอาญาในศาล ไม่ว่าจะเป็นความผิดกรณีใดก็ตาม
ข. เมื่อถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการเท่านั้น
ค. เมื่อมีกรณีถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.

15. ข้าราชการพลเรือนผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ผู้มีอำนาจตามมาตรา 57 อาจสั่งให้ผู้นั้นพักราชการได้ เมื่อใด

ก. ก่อนมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ข. มีเหตุให้เชื่อว่าผู้นั้นได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ค. มีเหตุอันควรสงสัยอย่างยิ่งว่าผู้นั้นได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.


หมวดที่ 4: โทษทางวินัย

16. โทษทางวินัยมีกี่สถาน

ก. 3 สถาน
ข. 4 สถาน
ค. 5 สถาน
ง. 6 สถาน

17. ข้อใดไม่ใช่โทษทางวินัยอย่างร้ายแรง

ก. ปลดออก
ข. ไล่ออก
ค. ลดเงินเดือน
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

18. โทษทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงมีกี่สถาน

ก. 2 สถาน
ข. 3 สถาน
ค. 4 สถาน
ง. 5 สถาน

19. การลงโทษภาคทัณฑ์ ต้องทำเป็นคำสั่งและระบุไว้ในคำสั่งด้วยว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และให้ใช้กับกรณีใด

ก. กระทำผิดวินัยเล็กน้อย และมีเหตุอันควรลดหย่อน
ข. กระทำผิดวินัยเล็กน้อย และได้รับรองสารภาพดี
ค. กระทำผิดวินัยเล็กน้อย และเป็นการกระทำผิดวินัยครั้งแรก
ง. กระทำผิดวินัยเล็กน้อย และไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยมาก่อน

20. โทษ “ตัดเงินเดือน” มีกำหนดเวลาและอัตราการตัดเงินเดือนอย่างไร

ก. ตัดเงินเดือนได้ครั้งหนึ่งในอัตราร้อยละ 2 หรือร้อยละ 4 ของเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับในวันที่มีคำสั่งลงโทษเป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน
ข. ตัดเงินเดือนได้ครั้งหนึ่งในอัตราร้อยละ 2 หรือร้อยละ 4 ของเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับในวันที่มีคำสั่งลงโทษเป็นเวลาไม่เกิน 1 เดือน
ค. ตัดเงินเดือนได้ครั้งหนึ่งในอัตราร้อยละ 5 หรือร้อยละ 10 ของเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับในวันที่มีคำสั่งลงโทษเป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน
ง. ตัดเงินเดือนได้ครั้งหนึ่งในอัตราร้อยละ 5 หรือร้อยละ 10 ของเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับในวันที่มีคำสั่งลงโทษเป็นเวลาไม่เกิน 1 เดือน


หมวดที่ 5: การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์

21. ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถูกสั่งลงโทษทางวินัย หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้ใด

ก. ผู้บังคับบัญชาที่สั่งลงโทษ
ข. ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป
ค. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
ง. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)

22. ระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยคือเท่าใด

ก. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
ข. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
ค. ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
ง. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

23. ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ต่อผู้ใด

ก. ผู้บังคับบัญชาที่เหนือขึ้นไป
ข. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
ค. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ค. แล้วแต่กรณี

24. กรณีใดที่ ก.พ.ค. อาจไม่รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา

ก. อุทธรณ์ที่ยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ในกฎ ก.พ.ค.
ข. อุทธรณ์ที่ไม่มีลายมือชื่อ ที่อยู่ และไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ของการอุทธรณ์
ค. อุทธรณ์ที่เป็นการอุทธรณ์แทนผู้อื่น
ง. ถูกทุกข้อ

25. ในการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีอำนาจดำเนินการอย่างไรต่อไปนี้

ก. มีคำวินิจฉัยไม่รับอุทธรณ์คำสั่งลงโทษไว้พิจารณา
ข. มีคำวินิจฉัยให้แก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งลงโทษ
ค. มีคำวินิจฉัยให้เพิ่มโทษ ลดโทษ หรือยกโทษ
ง. ถูกทุกข้อ


หมวดที่ 6: การรักษาจรรยาข้าราชการ

26. จรรยาข้าราชการคืออะไร

ก. ข้อบังคับทางวินัยที่ข้าราชการต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
ข. ข้อกำหนดในการปฏิบัติตนของข้าราชการเพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพของตน
ค. กฎหมายที่บังคับใช้กับข้าราชการทุกประเภท
ง. ประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

27. หากข้าราชการไม่ปฏิบัติตามจรรยาข้าราชการ มีผลอย่างไร

ก. ต้องได้รับโทษทางวินัยทุกกรณี
ข. ต้องได้รับโทษทางวินัยเฉพาะกรณีเป็นความผิดวินัยตามที่บัญญัติไว้
ค. ไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนหรือตำแหน่งในรอบการประเมินนั้น
ง. ถูกพักราชการทันที

28. ข้อใดไม่ใช่จรรยาข้าราชการตามที่ส่วนราชการกำหนดไว้โดยทั่วไป

ก. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
ข. ไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
ค. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ
ง. รักษาความลับของราชการโดยไม่มีข้อยกเว้น


หมวดที่ 7: การลงโทษและการล้างมลทิน

29. ข้าราชการที่ถูกลงโทษลดเงินเดือนและภายหลังได้รับการล้างมลทินตามกฎหมายว่าด้วยการล้างมลทิน ผลคือ

ก. ได้รับการคืนเงินเดือนที่ถูกลดทั้งหมด
ข. ถือว่าผู้นั้นไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยในกรณีนั้น
ค. ได้รับการลบประวัติการกระทำผิดวินัยออกจากทะเบียนประวัติ
ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.

30. การลงโทษข้าราชการพลเรือนผู้กระทำผิดวินัย ต้องคำนึงถึงสิ่งใดต่อไปนี้

ก. ระดับความร้ายแรงของการกระทำผิด
ข. ความเหมาะสมกับกรณีความผิด
ค. เหตุอันควรลดหย่อน
ง. ถูกทุกข้อ


หมวดที่ 8: กรณีศึกษาเกี่ยวกับการกระทำผิดวินัย

31. นายดำ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้เบิกค่าเช่าบ้านทั้งที่ตนเองมีบ้านอยู่ในท้องที่ที่ปฏิบัติราชการ กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ข. ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ค. ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
ง. รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา

32. นางสาวแดง ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้ขาดราชการติดต่อกันเป็นเวลา 17 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. ละทิ้งหน้าที่ราชการ
ข. ทอดทิ้งหน้าที่ราชการ
ค. ละทิ้งหน้าที่ราชการอย่างร้ายแรง
ง. ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา

33. นายเขียว ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้นำเอกสารลับของทางราชการไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก แม้จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. ไม่รักษาความลับของทางราชการ
ข. ไม่รักษาชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
ค. ประพฤติชั่ว
ง. กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

34. นายขาว ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้ใช้เวลาราชการไปทำธุระส่วนตัวบ่อยครั้ง กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง
ข. ไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ
ค. ละทิ้งหน้าที่ราชการ
ง. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ

35. นายม่วง ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ได้ทำการเรียกรับเงินจากประชาชนเพื่อแลกกับการเร่งรัดการจ่ายเงินคืนภาษี กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. กระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ
ข. อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์
ค. ไม่ให้การบริการแก่ประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ
ง. ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

36. นายฟ้า ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้ใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อประชาชนผู้มาติดต่อราชการ กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. ไม่รักษาชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
ข. ไม่ให้การบริการแก่ประชาชนด้วยความเต็มใจ
ค. ไม่สุภาพเรียบร้อยต่อประชาชน
ง. ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

37. นายส้ม ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้จัดทำเอกสารเท็จเพื่อเบิกเงินค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พักในการเดินทางไปราชการ ทั้งที่ไม่ได้เดินทางไปจริง กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา
ข. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ค. ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
ง. ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

38. นางชมพู ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้นำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง
ข. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ค. ประพฤติชั่ว
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

39. นายเทา ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. ขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ข. ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ค. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย
ง. ละทิ้งหน้าที่ราชการ

40. นายเหลือง ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้เมาสุราในขณะปฏิบัติราชการบ่อยครั้ง กรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดวินัยในข้อใด

ก. ไม่รักษาชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
ข. ไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ
ค. ประพฤติชั่ว
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ค.


หมวดที่ 9: ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัย

41. ผู้ใดมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง

ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด
ค. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ง. ปลัดกระทรวง

42. ผู้ใดมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น

ก. อธิบดี
ข. รองอธิบดี
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. ปลัดกระทรวง

43. ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ผู้ใดจะมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาระดับต่ำลงไปปฏิบัติแทนตนได้หรือไม่

ก. มอบหมายไม่ได้ เป็นอำนาจเฉพาะตัว
ข. มอบหมายได้ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด
ค. มอบหมายได้เฉพาะการสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนเท่านั้น
ง. มอบหมายได้เฉพาะกรณีที่มีการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ

44. ผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจสั่งลงโทษข้าราชการพลเรือนสามัญผู้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ก. ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
ข. ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57
ค. คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง
ง. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)

45. ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้รับรายงานว่ามีการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการอย่างไร

ก. ต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ทันที
ข. ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงทันที
ค. ดำเนินการทางวินัยทันที หากเห็นว่ากรณีมีมูล
ง. ต้องรายงานต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ทันที


หมวดที่ 10: การดำเนินการกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง

46. กรณีใดถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ซึ่งผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่ต้องสอบสวนก็ได้

ก. กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ข. ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน และผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร
ค. รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

47. กรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ต้องดำเนินการอย่างไร

ก. ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกกรณี
ข. จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่สอบสวนหรือจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้
ค. ต้องรายงานต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ทันที
ง. ต้องรายงานต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ก่อนดำเนินการ

48. กรณีใดไม่ถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง

ก. กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ข. ถูกจำคุกโดยคำสั่งของศาล
ค. กระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา
ง. ละทิ้งหน้าที่ราชการเป็นเวลา 10 วันติดต่อกัน

49. หากข้าราชการพลเรือนสามัญกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา กรณีนี้ถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งหรือไม่

ก. ถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง เนื่องจากได้รับสารภาพเป็นหนังสือ
ข. ไม่ถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง
ค. ถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานชัดเจนประกอบการรับสารภาพ
ง. ถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง เฉพาะกรณีที่การกระทำความผิดไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

50. ในกรณีที่ข้าราชการพลเรือนสามัญกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ต้องดำเนินการอย่างไร

ก. ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกกรณี
ข. จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่สอบสวนก็ได้
ค. ต้องรายงานต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ก่อนดำเนินการ
ง. ต้องรายงานต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ก่อนดำเนินการ


Review ลูกค้า

แนวข้อสอบวินัยข้าราชการ (ปรนัย 50 ข้อ) พร้อมเฉลย

1. ก 2. ข 3. ข 4. ข 5. ง 6. ก 7. ก 8. ง 9. ข 10. ก

11. ง 12. ข 13. ค 14. ง 15. ค 16. ค 17. ค 18. ค 19. ก 20. ก

21. ง 22. ข 23. ง 24. ง 25. ง 26. ข 27. ข 28. ง 29. ข 30. ง

31. ค 32. ค 33. ก 34. ข 35. ง 36. ค 37. ค 38. ง 39. ข 40. ง

41. ก 42. ก 43. ข 44. ข 45. ก 46. ง 47. ข 48. ง 49. ก 50. ข

กรุงเทพมหานคร กทม.68

เจ้าพนักงานเทศกิจปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักจัดการงานโยธาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักนันทนาการปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักพัฒนาการกีฬาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักโภชนาการปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการจัดเก็บรายได้ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการแผนที่ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการสุขาภิบาลปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร พนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

แนวข้อสอบ วินัยข้าราชการ (ปรนัย 50 ข้อ)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *