แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457
คำชี้แจง: โปรดเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2457
ข. วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2457
ค. วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2457
ง. วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
2. ผู้ใดมีอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึกได้
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ค. พระมหากษัตริย์
ง. ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
3. คำว่า “เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร” ตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก หมายถึงผู้ใด
ก. นายทหารชั้นนายพลเท่านั้น
ข. นายทหารทุกชั้นยศ
ค. เจ้าหน้าที่ทุกคนในสังกัดกระทรวงกลาโหม
ง. ผู้บังคับบัญชาทหารที่มีอำนาจสั่งบังคับบัญชาทหารตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
4. เมื่อมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้ว อำนาจหน้าที่ของฝ่ายใดจะต้องโอนไปยังฝ่ายทหาร
ก. ฝ่ายปกครอง
ข. ฝ่ายตุลาการ
ค. ฝ่ายรักษาความสงบและศาลยุติธรรม
ง. ฝ่ายนิติบัญญัติ
5. หากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารพบบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเป็นราชศัตรูหรือละเมิดกฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่มีอำนาจกักตัวไว้เพื่อการสอบสวนได้นานที่สุดเท่าใด
ก. ไม่เกิน 7 วัน
ข. ไม่เกิน 30 วัน
ค. ไม่เกิน 180 วัน
ง. ไม่มีกำหนดระยะเวลา
6. อำนาจในการเกณฑ์ยานพาหนะและสิ่งของต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามกฎอัยการศึกมีหลักการอย่างไร
ก. สามารถเกณฑ์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน
ข. สามารถเกณฑ์ได้แต่ต้องจ่ายค่าเสียหายและค่าใช้สอยตามสมควร
ค. สามารถเกณฑ์เฉพาะในพื้นที่ที่มีการสู้รบเท่านั้น
ง. ไม่สามารถเกณฑ์ยานพาหนะของข้าราชการได้
7. ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.กฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจตรวจค้นที่ใดได้บ้าง
ก. เฉพาะที่พักอาศัยของผู้ต้องสงสัย
ข. บ้านเรือนและที่ซึ่งสงสัยเท่านั้น
ค. ทุกแห่งภายในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก
ง. อาคารสถานที่ราชการเท่านั้น
8. ในกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารค้นพบวัตถุหรือสิ่งของต้องห้ามตามกฎอัยการศึก จะดำเนินการอย่างไร
ก. ยึดและทำลายทันที
ข. ยึดและจัดการตามที่เห็นสมควร
ค. ยึดและส่งมอบให้กับตำรวจดำเนินคดี
ง. ยึดและแจ้งให้เจ้าของมารับคืนภายใน 7 วัน
9. การห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมกันตามกฎอัยการศึกกำหนดจำนวนคนไว้เท่าใด
ก. ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
ข. ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
ค. ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
ง. ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป
10. การออกนอกเคหสถานในยามวิกาลตามกฎอัยการศึกจะกระทำได้หรือไม่
ก. ไม่ได้เด็ดขาด ทุกกรณี
ข. ได้ แต่ต้องมีเหตุจำเป็นและได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
ค. ได้ แต่ต้องมีเอกสารรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน
ง. ได้ แต่ต้องเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพกะกลางคืนเท่านั้น
11. เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารสามารถให้บุคคลใดออกไปจากเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกได้
ก. บุคคลทุกคนที่ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่
ข. เฉพาะบุคคลต่างด้าวหรือผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย
ค. บุคคลที่เห็นว่าไม่สมควรให้อยู่ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก
ง. เฉพาะผู้ที่มีประวัติอาชญากรรม
12. เมื่อมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก แล้วหน่วยงานราชการจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดการปฏิบัติงานทั้งหมด
ข. ยุติบทบาทชั่วคราวและโอนอำนาจให้ฝ่ายทหาร
ค. ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
ง. ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติและไม่ต้องฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
13. ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก บทบาทของศาลพลเรือนเป็นอย่างไร
ก. ยังคงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งหมด
ข. ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีใดๆ ทั้งสิ้น
ค. มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
ง. มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเฉพาะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมอบให้
14. บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎอัยการศึก มีโทษสูงสุดเท่าใด
ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี
ข. จำคุกไม่เกิน 3 ปี
ค. จำคุกไม่เกิน 5 ปี
ง. ประหารชีวิต
15. การประกาศใช้กฎอัยการศึกมีกี่ระดับ
ก. 1 ระดับ
ข. 2 ระดับ
ค. 3 ระดับ
ง. 4 ระดับ
16. ผู้ใดมีอำนาจประกาศเลิกใช้กฎอัยการศึก
ก. ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. พระมหากษัตริย์
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
17. การประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรสามารถกระทำได้ในกรณีใด
ก. เมื่อมีการจลาจลในบางพื้นที่
ข. เมื่อมีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
ค. เมื่อมีสงครามหรือการจลาจล
ง. เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ
18. เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจในการเซ็นเซอร์สิ่งใดบ้าง
ก. เฉพาะหนังสือพิมพ์
ข. ข่าวสาร ไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ หรือการสื่อสารอื่นๆ
ค. เฉพาะการสื่อสารทางวิทยุและโทรทัศน์
ง. เฉพาะการชุมนุมสาธารณะ
19. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารต้องการเผาบ้านเรือนหรือสิ่งซึ่งเห็นว่าควรเผาเสียในยุทธการ จะต้องทำอย่างไร
ก. ต้องได้รับอนุมัติจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดก่อน
ข. ต้องมีหมายศาลจากศาลทหาร
ค. ต้องขออนุญาตเจ้าของทรัพย์สินก่อน
ง. สามารถทำได้ตามที่เห็นสมควรและจำเป็น
20. หากสงครามหรือการรบยุติลงแล้ว กฎอัยการศึกจะสิ้นสุดลงทันทีหรือไม่
ก. สิ้นสุดลงทันที
ข. สิ้นสุดลงเมื่อครบ 7 วัน
ค. สิ้นสุดลงเมื่อมีประกาศยกเลิก
ง. สิ้นสุดลงเมื่อครบ 30 วัน
21. การเกณฑ์แรงงานตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกมีข้อจำกัดอย่างไร
ก. เกณฑ์ได้เฉพาะผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 18-60 ปี
ข. เกณฑ์ได้ทุกคนโดยไม่มีข้อจำกัด
ค. เกณฑ์ได้เฉพาะคนที่ไม่มีอาชีพประจำ
ง. เกณฑ์ได้เฉพาะข้าราชการเท่านั้น
22. หากมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกบางส่วน ผู้ใดเป็นผู้กำหนดขอบเขตที่จะประกาศใช้
ก. ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. พระมหากษัตริย์หรือผู้มีอำนาจประกาศ
ง. สภาความมั่นคงแห่งชาติ
23. ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก การโฆษณาและการพิมพ์หนังสือพิมพ์ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ต้องได้รับการตรวจและรับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารก่อน
ข. สามารถพิมพ์ได้ตามปกติแต่ต้องไม่มีข่าวการเมือง
ค. สามารถพิมพ์ได้แต่ต้องรายงานให้ฝ่ายทหารทราบ
ง. ไม่สามารถพิมพ์เผยแพร่ได้เด็ดขาด
24. มาตรา 10 ของ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารในการห้ามสิ่งใด
ก. ห้ามการไปมาระหว่างเมืองและการเดินทาง
ข. ห้ามการพนันและการดื่มสุรา
ค. ห้ามการแต่งกายที่คล้ายคลึงกับเครื่องแบบทหาร
ง. ห้ามการสื่อสารทางโทรศัพท์
25. เมื่อมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก อำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีบางประเภทจะเป็นของหน่วยงานใด
ก. ศาลยุติธรรม
ข. ศาลทหาร
ค. ศาลรัฐธรรมนูญ
ง. ศาลปกครอง
26. พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
ก. เพื่อควบคุมการเมืองในประเทศ
ข. เพื่อความสงบเรียบร้อยในยามสงครามหรือจลาจล
ค. เพื่อให้อำนาจเด็ดขาดแก่ฝ่ายทหาร
ง. เพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญชั่วคราว
27. ในการประกาศใช้กฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารสามารถออกประกาศหรือคำสั่งในรูปแบบใด
ก. เฉพาะการออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข. ทำเป็นหนังสือและปิดประกาศให้ราษฎรทราบ
ค. ประกาศทางสื่อมวลชนเท่านั้น
ง. แจ้งผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น
28. มาตรา 17 ของ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก กำหนดอย่างไรเกี่ยวกับการแก้ไขระเบียบการต่างๆ ในกฎอัยการศึก
ก. สามารถแก้ไขได้โดยฝ่ายบริหาร
ข. สามารถแก้ไขได้โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ค. สามารถแก้ไขได้โดยพระบรมราชโองการ
ง. ไม่สามารถแก้ไขได้จนกว่าจะยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก
29. ในกรณีที่มีการเกณฑ์ทรัพย์สินหรือสิ่งของตามกฎอัยการศึก หากทรัพย์สินนั้นเสียหาย จะมีการชดใช้ค่าเสียหายอย่างไร
ก. ไม่มีการชดใช้ใดๆ ทั้งสิ้น
ข. รัฐต้องชดใช้ให้ทั้งหมดตามราคาตลาด
ค. เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารพิจารณาชดใช้ตามสมควร
ง. เจ้าของต้องเรียกร้องค่าเสียหายทางศาลเท่านั้น
30. การกระทำความผิดฐานให้การช่วยเหลือแก่ฝ่ายที่ผิดกฎหมายอัยการศึก มีโทษอย่างไร
ก. จำคุกตลอดชีวิต
ข. จำคุกไม่เกิน 7 ปี
ค. จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 3 ปี
ง. ประหารชีวิต
Review ลูกค้า
เฉลย แนวข้อสอบ
พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457
1. ค. วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2457
2. ค. พระมหากษัตริย์
3. ง. ผู้บังคับบัญชาทหารที่มีอำนาจสั่งบังคับบัญชาทหารตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
4. ค. ฝ่ายรักษาความสงบและศาลยุติธรรม
5. ง. ไม่มีกำหนดระยะเวลา
6. ข. สามารถเกณฑ์ได้แต่ต้องจ่ายค่าเสียหายและค่าใช้สอยตามสมควร
7. ค. ทุกแห่งภายในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก
8. ข. ยึดและจัดการตามที่เห็นสมควร
9. ข. ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
10. ข. ได้ แต่ต้องมีเหตุจำเป็นและได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
11. ค. บุคคลที่เห็นว่าไม่สมควรให้อยู่ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก
12. ค. ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
13. ค. มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
14. ง. ประหารชีวิต
15. ข. 2 ระดับ
16. ค. พระมหากษัตริย์
17. ค. เมื่อมีสงครามหรือการจลาจล
18. ข. ข่าวสาร ไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ หรือการสื่อสารอื่นๆ
19. ง. สามารถทำได้ตามที่เห็นสมควรและจำเป็น
20. ค. สิ้นสุดลงเมื่อมีประกาศยกเลิก
21. ก. เกณฑ์ได้เฉพาะผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 18-60 ปี
22. ค. พระมหากษัตริย์หรือผู้มีอำนาจประกาศ
23. ก. ต้องได้รับการตรวจและรับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารก่อน
24. ก. ห้ามการไปมาระหว่างเมืองและการเดินทาง
25. ข. ศาลทหาร
26. ข. เพื่อความสงบเรียบร้อยในยามสงครามหรือจลาจล
27. ข. ทำเป็นหนังสือและปิดประกาศให้ราษฎรทราบ
28. ค. สามารถแก้ไขได้โดยพระบรมราชโองการ
29. ค. เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารพิจารณาชดใช้ตามสมควร
30. ง. ประหารชีวิต
แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 ฟรี

