ข้อสอบ พนักงานช่วยงานบริการ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 100 ข้อ

แบบทดสอบความรู้ความสามารถ

ตำแหน่ง พนักงานช่วยงานบริการ

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จำนวน 100 ข้อ   คะแนนเต็ม 100 คะแนน   เวลา 120 นาที

คำชี้แจง

  1. ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 100 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน
  2. ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
  3. ข้อสอบแบ่งเป็น 6 ตอน ครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับองค์กร บทบาทหน้าที่ การควบคุมการติดเชื้อ ความปลอดภัย จิตบริการ และความรู้ทั่วไป
  4. เฉลยพร้อมคำอธิบายอยู่ท้ายแบบทดสอบ

ตอนที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และโรงพยาบาล (ข้อ 1–10)

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ในจังหวัดใด

ก. นนทบุรี

ข. ปทุมธานี

ค. พระนครศรีอยุธยา

ง. กรุงเทพมหานคร

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นหน่วยงานในสังกัดใด

ก. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ข. กรมการแพทย์

ค. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ง. สภากาชาดไทย

  1. บุคคลใดเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ก. ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

ข. นายปรีดี พนมยงค์

ค. กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ง. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

  1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. ใด

ก. 2475

ข. 2477

ค. 2480

ง. 2500

  1. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฉบับที่ใช้บังคับในปัจจุบัน คือฉบับ พ.ศ. ใด

ก. 2517

ข. 2541

ค. 2558

ง. 2562

  1. ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2558 มหาวิทยาลัยมีสถานะเป็นอย่างไร

ก. ส่วนราชการ

ข. มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ค. รัฐวิสาหกิจ

ง. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน

  1. สีประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือสีใด

ก. เหลือง–แดง

ข. ชมพู–ขาว

ค. น้ำเงิน–ขาว

ง. เขียว–เหลือง

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีบทบาทตรงกับข้อใดมากที่สุด

ก. โรงพยาบาลชุมชน

ข. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

ค. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่เป็นแหล่งฝึกนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ง. คลินิกเอกชน

  1. HA ในงานพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ย่อมาจากข้อใด

ก. Health Assessment

ข. Hospital Administration

ค. Health Authority

ง. Hospital Accreditation

  1. หน่วยงานใดเป็นผู้รับรองคุณภาพโรงพยาบาล (HA) ในประเทศไทย

ก. สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)

ข. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ค. แพทยสภา

ง. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

รูปแบบการสั่งซื้อ

ตอนที่ 2 บทบาทหน้าที่และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (ข้อ 11–30)

  1. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของพนักงานช่วยงานบริการ

ก. เคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยเปลนอนหรือรถนั่ง

ข. รับ–ส่งเอกสารและสิ่งส่งตรวจ

ค. ให้ยาผู้ป่วยตามแผนการรักษา

ง. ดูแลความสะอาดและความพร้อมของอุปกรณ์

  1. ก่อนเคลื่อนย้ายผู้ป่วย สิ่งแรกที่ต้องทำคือข้อใด

ก. รีบนำผู้ป่วยขึ้นเปลเพื่อประหยัดเวลา

ข. ตรวจสอบตัวผู้ป่วยให้ถูกต้องอย่างน้อย 2 ตัวบ่งชี้

ค. ถามหมายเลขเตียงจากญาติ

ง. โทรศัพท์แจ้งญาติผู้ป่วย

  1. ข้อใด ไม่ควร ใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการระบุตัวผู้ป่วย

ก. ชื่อ–นามสกุล

ข. หมายเลขประจำตัวผู้ป่วย (HN)

ค. วัน เดือน ปีเกิด

ง. หมายเลขห้องหรือเตียง

  1. ก่อนให้ผู้ป่วยขึ้นหรือลงจากรถนั่ง (wheelchair) ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ล็อกล้อและพับที่วางเท้าขึ้น

ข. ปลดล็อกล้อเพื่อให้เลื่อนได้สะดวก

ค. ให้ผู้ป่วยเหยียบที่วางเท้าแล้วลุก

ง. ให้ญาติจับรถไว้แทนการล็อกล้อ

  1. การเข็นรถนั่งผู้ป่วยลงทางลาดชัน ควรทำอย่างไร

ก. เข็นไปข้างหน้าด้วยความเร็ว

ข. ปล่อยให้รถไหลลงเองโดยจับไว้หลวม ๆ

ค. ผู้เข็นเดินถอยหลังลงก่อน โดยให้รถนั่งอยู่ด้านบน

ง. ให้ผู้ป่วยลงเดินเองทุกครั้ง

  1. การเข็นเปลนอนบนพื้นราบตามปกติ ควรให้ส่วนใดของผู้ป่วยไปก่อน

ก. ศีรษะไปก่อน

ข. ปลายเท้าไปก่อน โดยผู้เข็นอยู่ด้านศีรษะ

ค. ด้านข้างลำตัวไปก่อน

ง. ทิศทางใดก็ได้

  1. ขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยบนเปลนอน สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัยคือข้อใด

ก. เปิดไม้กั้นเปลเพื่อให้ผู้ป่วยขยับสะดวก

ข. เข็นเร็วเพื่อให้ถึงเร็ว

ค. ให้ญาติเป็นผู้เข็นแทน

ง. ยกไม้กั้นเปลขึ้นและรัดเข็มขัดนิรภัย

  1. ท่าทางการยกของหนักที่ถูกหลักการใช้กลไกของร่างกาย (body mechanics) คือข้อใด

ก. ย่อเข่า หลังตรง ถือของให้ชิดลำตัว

ข. ก้มหลัง เข่าตึง แล้วยก

ค. บิดเอวขณะยก

ง. ยกของให้ห่างลำตัวเพื่อความสมดุล

  1. ผู้ป่วยที่ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ขณะเคลื่อนย้ายควรจัดขวดสารน้ำอย่างไร

ก. วางขวดไว้บนตัวผู้ป่วย

ข. ให้ขวดต่ำกว่าแขนผู้ป่วย

ค. แขวนขวดสูงกว่าตำแหน่งที่แทงเข็ม และระวังสายหัก พับ หรือถูกดึงรั้ง

ง. ปิดสายสารน้ำทุกครั้งที่เคลื่อนย้าย

  1. ผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะ ขณะเคลื่อนย้ายควรวางถุงปัสสาวะไว้อย่างไร

ก. วางบนหน้าท้องผู้ป่วย

ข. ต่ำกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะ และไม่สัมผัสพื้น

ค. สูงกว่าระดับเอว

ง. วางบนพื้นข้างเปล

  1. การย้ายผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้จากเตียงไปเปลนอน ข้อใดถูกต้องที่สุด

ก. ให้ผู้ป่วยพลิกตัวเองไปที่เปล

ข. ใช้พนักงานคนเดียวเพื่อความรวดเร็ว

ค. ดึงแขนผู้ป่วยให้เลื่อนไป

ง. ปรับระดับเตียงและเปลให้เท่ากัน ล็อกล้อทั้งสอง และใช้ผู้ช่วยให้เพียงพอ

  1. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ใช้ถังออกซิเจน ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ตรวจปริมาณออกซิเจนก่อนออกเดินทาง และยึดถังในที่วางให้มั่นคง

ข. วางถังนอนบนเปลข้างผู้ป่วย

ค. ปิดออกซิเจนระหว่างเคลื่อนย้ายเพื่อประหยัด

ง. ให้ญาติถือถังเดินตาม

  1. สิ่งใดห้ามนำมาใกล้ถังออกซิเจนโดยเด็ดขาด

ก. น้ำดื่ม

ข. เปลวไฟและน้ำมันหรือจาระบี

ค. กระดาษเอกสาร

ง. ผ้าห่ม

  1. การนำผู้ป่วยที่นั่งรถนั่งเข้าลิฟต์ ควรทำอย่างไร

ก. เข็นเอาผู้ป่วยเข้าไปข้างหน้า

ข. ให้ผู้ป่วยเข็นเอง

ค. ถอยหลังเข้าลิฟต์ ให้ผู้ป่วยหันหน้าออกทางประตู

ง. ยกรถนั่งเข้าลิฟต์

  1. ขณะเคลื่อนย้าย พบว่าผู้ป่วยหายใจหอบเหนื่อย หน้าซีด ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เร่งเข็นให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว

ข. กลับไปที่หอผู้ป่วยโดยไม่แจ้งใคร

ค. ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ

ง. หยุดสังเกตอาการ และขอความช่วยเหลือจากพยาบาลหรือทีมใกล้ที่สุดทันที

  1. การนำส่งสิ่งส่งตรวจไปห้องปฏิบัติการที่ถูกต้องคือข้อใด

ก. ใส่ถุงพลาสติกปิดสนิท แยกใบนำส่งไว้คนละช่อง ตั้งหลอดตรงในกล่องนำส่ง

ข. ใส่กระเป๋าเสื้อเพื่อไม่ให้หาย

ค. รวมหลอดและใบนำส่งไว้ในถุงเดียวกันโดยพับใบนำส่งพันหลอด

ง. ถือด้วยมือเปล่าเพื่อความระมัดระวัง

  1. สิ่งส่งตรวจชนิดใดต้องนำส่งด่วนที่สุด

ก. ปัสสาวะตรวจทั่วไป

ข. เลือดตรวจก๊าซในหลอดเลือดแดง (blood gas)

ค. ชิ้นเนื้อที่แช่ในฟอร์มาลิน

ง. อุจจาระตรวจทั่วไป

  1. ขณะนำส่ง หลอดเลือดตกแตกบนพื้น ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ใช้มือเปล่าเก็บเศษแก้ว

ข. ใช้ไม้กวาดกวาดทิ้งถังขยะทั่วไป

ค. สวมถุงมือ กั้นบริเวณ แจ้งหัวหน้า และทำความสะอาดตามแนวทางการจัดการสิ่งหก

ง. ปล่อยไว้ให้แม่บ้านมาเก็บภายหลัง

  1. เมื่อนำผู้ป่วยไปส่งหน่วยงานอื่น ข้อใดถูกต้อง

ก. วางผู้ป่วยไว้หน้าห้องแล้วกลับ

ข. ส่งมอบผู้ป่วยและเอกสารแก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ พร้อมบันทึกเวลาและลงชื่อ

ค. ฝากเอกสารไว้กับญาติ

ง. แจ้งด้วยวาจาแก่ผู้ใดก็ได้ในหน่วยงาน

  1. ผู้ป่วยที่มีป้าย “NPO” ขอน้ำดื่มระหว่างเคลื่อนย้าย ควรทำอย่างไร

ก. ให้ดื่มเพียงเล็กน้อย

ข. ให้ญาติตัดสินใจ

ค. ซื้อน้ำให้ทันที

ง. ไม่ให้ดื่ม อธิบายอย่างสุภาพ และแจ้งพยาบาล

ตอนที่ 3 การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (ข้อ 31–50)

  1. วิธีป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาลที่ง่ายและได้ผลที่สุดคือข้อใด

ก. การล้างมือ

ข. การสวมชุดกาวน์ตลอดเวลา

ค. การรับประทานยาปฏิชีวนะป้องกัน

ง. การพ่นยาฆ่าเชื้อทุกชั่วโมง

  1. ข้อใด ไม่ใช่ จังหวะการล้างมือ 5 ช่วงเวลา (5 Moments) ขององค์การอนามัยโลก

ก. ก่อนสัมผัสผู้ป่วย

ข. หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วย

ค. ก่อนเปิดประตูห้องทำงาน

ง. หลังสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง

  1. การทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล ควรใช้เวลาประมาณเท่าใด

ก. 5–10 วินาที

ข. 20–30 วินาที

ค. 1–2 นาที

ง. 3–5 นาที

  1. การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ควรใช้เวลาประมาณเท่าใด

ก. 5–10 วินาที

ข. 15–20 วินาที

ค. 40–60 วินาที

ง. 3 นาที

  1. กรณีใดควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ แทนการใช้แอลกอฮอล์เจล

ก. หลังจับปากกา

ข. ก่อนรับโทรศัพท์

ค. หลังเดินในทางเดิน

ง. เมื่อมือเปื้อนสิ่งสกปรกที่มองเห็นได้ หรือหลังสัมผัสผู้ป่วยท้องร่วง

  1. ขยะติดเชื้อต้องทิ้งในถุงสีใด

ก. สีแดง

ข. สีดำ

ค. สีเขียว

ง. สีน้ำเงิน

  1. เข็มฉีดยาที่ใช้แล้ว ต้องทิ้งในภาชนะใด

ก. ถุงขยะสีแดง

ข. ภาชนะแข็งที่ทนต่อการแทงทะลุ มีฝาปิด

ค. ถังขยะทั่วไป

ง. ขวดน้ำพลาสติก

  1. ภาชนะใส่ของมีคม ควรปิดและส่งกำจัดเมื่อบรรจุถึงระดับใด

ก. เต็มล้นภาชนะ

ข. 1/4 ของภาชนะ

ค. 3/4 ของภาชนะ

ง. ครึ่งหนึ่งของภาชนะ

  1. เมื่อถูกเข็มที่ใช้กับผู้ป่วยแล้วตำ สิ่งที่ควรทำทันทีคือข้อใด

ก. บีบเค้นเลือดออกแรง ๆ

ข. ใช้ปากดูดแผล

ค. ทำงานต่อแล้วรายงานเมื่อเลิกงาน

ง. ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที แล้วรายงานหัวหน้าเพื่อพบแพทย์ตามระบบ

  1. เมื่อต้องสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรคปอดระยะแพร่เชื้อ เจ้าหน้าที่ควรสวมหน้ากากชนิดใด

ก. หน้ากาก N95

ข. หน้ากากผ้า

ค. หน้ากากอนามัยธรรมดาก็เพียงพอ

ง. ไม่จำเป็นต้องสวม

  1. วัณโรคปอดแพร่กระจายเชื้อทางใดเป็นหลัก

ก. ทางสัมผัส

ข. ทางอากาศ (airborne)

ค. ทางอาหาร

ง. ทางเลือด

  1. ผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยา เช่น MRSA ควรใช้มาตรการป้องกันแบบใด

ก. Airborne precautions

ข. Droplet precautions

ค. Contact precautions สวมถุงมือและเสื้อคลุม

ง. ไม่ต้องใช้มาตรการพิเศษ

  1. การถอดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ควรถอดสิ่งใดก่อน

ก. หน้ากาก

ข. แว่นตา

ค. หมวก

ง. ถุงมือ

  1. หลักการ Standard Precautions หมายถึงข้อใด

ก. ปฏิบัติต่อผู้ป่วยทุกรายเสมือนอาจติดเชื้อได้

ข. ใช้กับเฉพาะผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี

ค. ใช้เฉพาะในห้องผ่าตัด

ง. ใช้เฉพาะเมื่อแพทย์สั่ง

  1. น้ำยาที่นิยมใช้ทำลายเชื้อเมื่อมีเลือดหกเปื้อนพื้น คือข้อใด

ก. น้ำเปล่า

ข. โซเดียมไฮโปคลอไรต์ (น้ำยาฟอกขาว) ความเข้มข้นตามแนวทาง เช่น 0.5%

ค. น้ำยาล้างจาน

ง. น้ำหอมปรับอากาศ

  1. ผ้าที่เปื้อนเลือดหรือสารคัดหลั่ง ควรจัดการอย่างไร

ก. สะบัดผ้าก่อนพับ

ข. รวมกับผ้าสะอาด

ค. ใส่ถุงผ้าติดเชื้อแยกต่างหาก โดยไม่สะบัด

ง. ทิ้งในถังขยะทั่วไป

  1. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการสวมถุงมือ

ก. สวมถุงมือแล้วไม่ต้องล้างมืออีก

ข. ใช้ถุงมือคู่เดิมกับผู้ป่วยหลายรายได้

ค. ถุงมือป้องกันได้ 100%

ง. ต้องล้างมือหลังถอดถุงมือทุกครั้ง

  1. หลังใช้รถนั่งหรือเปลนอนกับผู้ป่วยแยกโรค ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามแนวทางก่อนนำไปใช้ต่อ

ข. นำไปใช้กับผู้ป่วยรายต่อไปได้ทันที

ค. ล้างด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียว

ง. ทิ้งไว้ให้แห้งเองหนึ่งวัน

  1. การไอจามที่ถูกต้อง (cough etiquette) คือข้อใด

ก. ไอจามใส่ฝ่ามือ

ข. ใช้กระดาษทิชชูหรือข้อพับแขนปิดปากจมูก ทิ้งทิชชูในถังขยะ และล้างมือ

ค. ไอจามไปทางผู้อื่น

ง. ไม่ต้องปิดปากหากสวมหน้ากากแล้ว

  1. ไข้หวัดใหญ่แพร่กระจายเชื้อทางใดเป็นหลัก และควรป้องกันด้วยอะไร

ก. ทางเลือด – สวมถุงมือ

ข. ทางอาหาร – ล้างผัก

ค. ทางละอองฝอย (droplet) – สวมหน้ากากอนามัย

ง. ทางยุง – ใช้ยากันยุง

ตอนที่ 4 ความปลอดภัยและภาวะฉุกเฉิน (ข้อ 51–65)

  1. ตามหลัก RACE เมื่อพบเหตุเพลิงไหม้ ตัว R หมายถึงข้อใด

ก. Rescue – ช่วยเหลือผู้อยู่ในอันตราย

ข. Run – วิ่งหนี

ค. Report – เขียนรายงาน

ง. Repair – ซ่อมแซม

  1. การใช้ถังดับเพลิงตามหลัก PASS ขั้นตอนแรกคือข้อใด

ก. Aim – เล็งหัวฉีด

ข. Pull – ดึงสลัก

ค. Squeeze – บีบไก

ง. Sweep – ส่ายหัวฉีด

  1. ระยะห่างที่เหมาะสมในการฉีดถังดับเพลิงชนิดมือถือคือเท่าใด

ก. 0.5 เมตร

ข. 1 เมตร

ค. ประมาณ 2–3 เมตร

ง. 10 เมตร

  1. เพลิงไหม้ที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ห้ามใช้สิ่งใดดับ

ก. ถังดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์

ข. ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง

ค. การตัดกระแสไฟฟ้า

ง. น้ำ

  1. ขณะเกิดเพลิงไหม้ในอาคาร ห้ามใช้สิ่งใดในการอพยพ

ก. ลิฟต์

ข. บันไดหนีไฟ

ค. ทางออกฉุกเฉิน

ง. เส้นทางตามป้ายทางหนีไฟ

  1. หมายเลขโทรศัพท์แจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ในประเทศไทยคือข้อใด

ก. 191

ข. 1669

ค. 199

ง. 1330

  1. การกดหน้าอกในการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ผู้ใหญ่ ควรกดด้วยอัตราเท่าใด

ก. 60–80 ครั้ง/นาที

ข. 80–100 ครั้ง/นาที

ค. 100–120 ครั้ง/นาที

ง. 140–160 ครั้ง/นาที

  1. ความลึกของการกดหน้าอกผู้ใหญ่ขณะทำ CPR ควรเป็นเท่าใด

ก. 1–2 เซนติเมตร

ข. 2–3 เซนติเมตร

ค. 8–10 เซนติเมตร

ง. 5–6 เซนติเมตร

  1. อัตราส่วนการกดหน้าอกต่อการช่วยหายใจ ในผู้ใหญ่ (ผู้ช่วยเหลือ 1 คน) คือข้อใด

ก. 30 : 2

ข. 15 : 1

ค. 5 : 1

ง. 10 : 2

  1. พบผู้หมดสติ ไม่หายใจ หลังจากประเมินว่าบริเวณนั้นปลอดภัยแล้ว ควรทำสิ่งใดต่อไป

ก. ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ

ข. ตะโกนขอความช่วยเหลือ แจ้งทีมฉุกเฉิน และขอเครื่อง AED

ค. รอดูอาการ 10 นาที

ง. ไปตามญาติ

  1. AED คือข้อใด

ก. เครื่องวัดความดันโลหิต

ข. เครื่องช่วยหายใจ

ค. เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ

ง. เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว

  1. ข้อใดเป็นการป้องกันผู้ป่วยพลัดตกหกล้ม

ก. ปล่อยล้อเตียงไม่ล็อก

ข. ลดไม้กั้นเตียงลงเสมอ

ค. ปล่อยพื้นเปียกไว้ให้แห้งเอง

ง. ล็อกล้อเตียง/รถนั่ง ยกไม้กั้นเตียง และดูแลพื้นให้แห้ง

  1. เมื่อพบพื้นทางเดินเปียกน้ำ ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. วางป้ายเตือนและเช็ดทันที หรือแจ้งผู้รับผิดชอบ

ข. เดินเลี่ยงไปเฉย ๆ

ค. รอให้คนอื่นแจ้ง

ง. เขียนบันทึกส่งเมื่อสิ้นเดือน

  1. เมื่อเกิดอุบัติการณ์หรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ขึ้น ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ปกปิดเพื่อไม่ให้ถูกตำหนิ

ข. รายงานตามระบบบริหารความเสี่ยงของโรงพยาบาล

ค. เล่าให้เพื่อนฟังเท่านั้น

ง. โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

  1. “2P Safety” ในนโยบายความปลอดภัยของระบบบริการสุขภาพ หมายถึงข้อใด

ก. Policy and Practice

ข. Prevention and Promotion

ค. Patient and Personnel Safety

ง. Plan and Process

ตอนที่ 5 จิตบริการ การสื่อสาร สิทธิผู้ป่วย และจริยธรรม (ข้อ 66–80)

  1. ข้อใดแสดงถึงการมีจิตบริการ (service mind) ได้ดีที่สุด

ก. ให้บริการเฉพาะผู้ที่รู้จัก

ข. ทำงานเฉพาะที่ได้รับมอบหมายและไม่สนใจผู้อื่น

ค. พูดจาห้วนเพื่อความรวดเร็ว

ง. ยิ้มแย้ม เต็มใจ และใส่ใจความต้องการของผู้รับบริการ

  1. ญาติผู้ป่วยไม่พอใจและต่อว่าด้วยเสียงดัง ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. รับฟังอย่างสงบ ไม่โต้เถียง แสดงความเข้าใจ และประสานผู้เกี่ยวข้อง

ข. ตอบโต้ให้เสียงดังกว่า

ค. เดินหนีทันที

ง. ขู่ว่าจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

  1. ผู้รับบริการสอบถามเส้นทางไปหน่วยงานที่เราไม่ทราบ ควรทำอย่างไร

ก. ตอบว่าไม่รู้แล้วเดินไป

ข. ขออภัย สอบถามผู้รู้ หรือพาไปจุดประชาสัมพันธ์

ค. ชี้ไปทิศทางใดก็ได้

ง. บอกให้ไปถามคนอื่นเอง

  1. การให้บริการผู้สูงอายุหรือผู้พิการ ข้อใดเหมาะสมที่สุด

ก. เร่งให้รีบเดิน

ข. พูดเสียงดังตะคอก

ค. ให้ความช่วยเหลือ พูดช้า ชัดเจน และให้เกียรติ

ง. ปล่อยให้ช่วยเหลือตนเองทั้งหมด

  1. เพื่อนขอให้เล่าอาการของผู้ป่วยที่เป็นบุคคลมีชื่อเสียงซึ่งเราเคลื่อนย้าย ควรทำอย่างไร

ก. เล่าเฉพาะอาการคร่าว ๆ

ข. เล่าเพราะเป็นเพื่อนสนิท

ค. ถ่ายรูปให้ดูแทน

ง. ปฏิเสธ เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยที่ต้องรักษาความลับ

  1. การถ่ายภาพผู้ป่วยขณะปฏิบัติงานแล้วนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ข้อใดถูกต้อง

ก. ไม่ควรทำ เพราะละเมิดสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย

ข. ทำได้ถ้าปิดหน้าบางส่วน

ค. ทำได้เพราะเป็นการประชาสัมพันธ์

ง. ทำได้ถ้าโพสต์เฉพาะกลุ่มเพื่อน

  1. กฎหมายที่ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย คือข้อใด

ก. พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

ข. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ค. พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541

ง. พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

  1. ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลสุขภาพจัดเป็นข้อมูลประเภทใด

ก. ข้อมูลสาธารณะ

ข. ข้อมูลทั่วไป

ค. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

ง. ข้อมูลทางการค้า

  1. คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย (พ.ศ. 2558) กำหนดสิทธิของผู้ป่วยไว้กี่ข้อ

ก. 6 ข้อ

ข. 8 ข้อ

ค. 9 ข้อ

ง. 10 ข้อ

  1. ข้อใดเป็นสิทธิของผู้ป่วย

ก. ได้รับการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ

ข. เลือกพนักงานเคลื่อนย้ายได้ทุกครั้ง

ค. ได้รับการรักษาก่อนผู้อื่นเสมอ

ง. ได้รับยาตามที่ตนต้องการ

  1. การแต่งกายขณะปฏิบัติงานที่เหมาะสมคือข้อใด

ก. สวมเครื่องประดับมาก ๆ

ข. แต่งกายสะอาด เรียบร้อย ติดบัตรประจำตัว ไว้เล็บสั้น

ค. ไว้เล็บยาวทาสีเข้ม

ง. สวมรองเท้าแตะเพื่อความสะดวก

  1. ก่อนให้บริการผู้ป่วย ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เข็นเปลไปโดยไม่พูด

ข. ถามสิทธิการรักษาก่อน

ค. ทักทาย แนะนำชื่อและหน้าที่ของตนเอง

ง. บอกให้ผู้ป่วยรีบ

  1. การรับโทรศัพท์ในหน่วยงานที่เหมาะสมคือข้อใด

ก. พูดว่า “ฮัลโหล ใคร”

ข. ปล่อยให้ดังจนตัดไปเอง

ค. รับแล้ววางทันทีถ้าไม่ใช่ธุระตน

ง. กล่าวสวัสดี แจ้งชื่อหน่วยงานและชื่อผู้รับสาย

  1. ข้อใด ไม่เหมาะสม ในการทำงานเป็นทีม

ก. รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

ข. ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

ค. โยนความผิดให้ผู้อื่นเมื่อเกิดปัญหา

ง. สื่อสารอย่างชัดเจน

  1. ญาติผู้ป่วยมอบเงินให้เป็นสินน้ำใจหลังเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ปฏิเสธอย่างสุภาพและขอบคุณ ตามระเบียบของหน่วยงาน

ข. รับไว้เพราะญาติตั้งใจให้

ค. รับแล้วแบ่งเพื่อน

ง. ขอเพิ่มอีก

ตอนที่ 6 ความรู้ทั่วไป ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ (ข้อ 81–100)

  1. คำใดสะกดถูกต้อง

ก. อนุญาติ

ข. สังเกตุ

ค. ศีรษะ

ง. ผลลัพท์

  1. คำใดสะกด ผิด

ก. โอกาส

ข. บริการ

ค. กะเพรา

ง. อุบัติเหต

  1. คำว่า “Wheelchair” หมายถึงข้อใด

ก. เปลนอน

ข. รถนั่ง (รถเข็นนั่ง)

ค. ไม้ค้ำยัน

ง. เตียงผู้ป่วย

  1. คำว่า “Stretcher” หมายถึงข้อใด

ก. เปลนอนเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

ข. รถนั่ง

ค. ไม้เท้า

ง. ถังออกซิเจน

  1. ER ย่อมาจากข้อใด

ก. Examination Room

ข. Exit Route

ค. Emergency Room

ง. Entry Registration

  1. OPD หมายถึงข้อใด

ก. หอผู้ป่วยใน

ข. ห้องผ่าตัด

ค. ห้องปฏิบัติการ

ง. แผนกผู้ป่วยนอก

  1. คำว่า “Specimen” หมายถึงข้อใด

ก. สิ่งส่งตรวจ

ข. ใบสั่งยา

ค. แฟ้มประวัติ

ง. อุปกรณ์ทำแผล

  1. คำว่า “Discharge” ในบริบทโรงพยาบาลหมายถึงข้อใด

ก. รับผู้ป่วยเข้านอนโรงพยาบาล

ข. จำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้าน

ค. ย้ายหอผู้ป่วย

ง. นัดตรวจครั้งต่อไป

  1. “Please wait here for a moment.” มีความหมายตรงกับข้อใด

ก. กรุณาเดินตามมา

ข. กรุณานั่งลง

ค. กรุณารอที่นี่สักครู่

ง. กรุณากลับมาพรุ่งนี้

  1. ICU หมายถึงข้อใด

ก. ห้องตรวจผู้ป่วยนอก

ข. ห้องเอกซเรย์

ค. ห้องคลอด

ง. หอผู้ป่วยวิกฤต

  1. พนักงานนำส่งสิ่งส่งตรวจ 3 รอบ รอบละ 15 นาที รวมใช้เวลากี่นาที

ก. 45 นาที

ข. 30 นาที

ค. 50 นาที

ง. 60 นาที

  1. หน่วยงานมีเปลนอน 24 คัน ถูกใช้งานอยู่ร้อยละ 75 จะเหลือเปลว่างกี่คัน

ก. 4 คัน

ข. 6 คัน

ค. 8 คัน

ง. 18 คัน

  1. เข้างานเวลา 07.30 น. ทำงาน 8 ชั่วโมง และพักกลางวัน 1 ชั่วโมง จะเลิกงานเวลาใด

ก. 15.30 น.

ข. 16.00 น.

ค. 16.30 น.

ง. 17.30 น.

  1. “บ่ายสามโมง” ตรงกับเวลาใดในระบบ 24 ชั่วโมง

ก. 03.00 น.

ข. 13.00 น.

ค. 14.00 น.

ง. 15.00 น.

  1. ค่าจ้างวันละ 450 บาท ทำงาน 22 วัน จะได้ค่าจ้างรวมเท่าใด

ก. 9,900 บาท

ข. 9,000 บาท

ค. 10,350 บาท

ง. 8,800 บาท

  1. ล้างมือครั้งละ 30 วินาที วันละ 20 ครั้ง รวมเป็นเวลากี่นาที

ก. 5 นาที

ข. 10 นาที

ค. 15 นาที

ง. 20 นาที

  1. เข็นเปลเป็นระยะทาง 600 เมตร ด้วยความเร็ว 50 เมตรต่อนาที จะใช้เวลากี่นาที

ก. 10 นาที

ข. 11 นาที

ค. 12 นาที

ง. 15 นาที

  1. ผสมน้ำยาทำความสะอาดอัตราส่วน น้ำยา 1 ส่วน ต่อน้ำ 9 ส่วน ถ้าใช้น้ำยา 100 มิลลิลิตร ต้องใช้น้ำกี่มิลลิลิตร

ก. 90 มล.

ข. 100 มล.

ค. 800 มล.

ง. 900 มล.

  1. สุภาษิต “น้ำขึ้นให้รีบตัก” มีความหมายตรงกับข้อใด

ก. เมื่อมีโอกาสควรรีบทำ

ข. ทำงานต้องรีบร้อน

ค. อย่าโลภมาก

ง. ควรประหยัดน้ำ

  1. แพทย์ : โรงพยาบาล เทียบได้กับ ครู : ?

ก. นักเรียน

ข. โรงเรียน

ค. หนังสือ

ง. กระดานดำ

เฉลยและคำอธิบาย

แบบทดสอบตำแหน่งพนักงานช่วยงานบริการ (Version 2609)

ข้อ

เฉลย

คำอธิบาย

1

ข

ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

2

ค

เป็นโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

3

ข

นายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้ก่อการและผู้ประศาสน์การคนแรก

4

ข

ก่อตั้งเมื่อ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477

5

ค

พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2558

6

ข

เป็นนิติบุคคลและเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ไม่เป็นส่วนราชการ

7

ก

สีประจำมหาวิทยาลัยคือเหลืองและแดง

8

ค

เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ให้บริการ ควบคู่กับการเรียนการสอนและการวิจัย

9

ง

HA = Hospital Accreditation การรับรองคุณภาพโรงพยาบาล

10

ก

สรพ. (สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล) เป็นผู้รับรอง HA

11

ค

การให้ยาเป็นหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ ไม่ใช่พนักงานช่วยงานบริการ

12

ข

การระบุตัวผู้ป่วยต้องใช้อย่างน้อย 2 ตัวบ่งชี้ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายผิดคน

13

ง

เลขห้อง/เตียงเปลี่ยนได้ จึงไม่ใช้เป็นตัวบ่งชี้

14

ก

ล็อกล้อป้องกันรถเลื่อน และพับที่วางเท้าเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเหยียบแล้วรถพลิก

15

ค

เดินถอยหลังลงช่วยควบคุมความเร็วและป้องกันผู้ป่วยหล่นไปด้านหน้า

16

ข

ปลายเท้าไปก่อน ผู้เข็นอยู่ด้านศีรษะเพื่อสังเกตอาการผู้ป่วยได้ตลอด

17

ง

ป้องกันผู้ป่วยพลัดตกจากเปล

18

ก

ใช้แรงจากขา หลังตรง ของชิดตัว ลดการบาดเจ็บหลัง

19

ค

ป้องกันเลือดไหลย้อนและสายหลุด

20

ข

ป้องกันปัสสาวะไหลย้อนกลับซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

21

ง

ลดความเสี่ยงการตกและการบาดเจ็บของทั้งผู้ป่วยและผู้ปฏิบัติ

22

ก

ต้องมีออกซิเจนพอตลอดการเดินทาง และถังต้องไม่ล้มหรือกระแทก

23

ข

ออกซิเจนช่วยให้ติดไฟ น้ำมัน/จาระบีอาจทำให้เกิดการลุกไหม้

24

ค

ล้อเล็กด้านหน้าอาจติดร่องลิฟต์ และหันหน้าออกจะออกจากลิฟต์ได้สะดวก

25

ง

อาการเปลี่ยนแปลงต้องแจ้งบุคลากรวิชาชีพทันที

26

ก

ป้องกันการรั่วซึม การปนเปื้อนเอกสาร และการติดเชื้อของผู้นำส่ง

27

ข

ค่าก๊าซในเลือดเปลี่ยนแปลงเร็ว ต้องส่งทันที

28

ค

ป้องกันของมีคมบาดและการติดเชื้อจากเลือด

29

ข

การส่งมอบที่ชัดเจนช่วยป้องกันความผิดพลาดและติดตามได้

30

ง

NPO (nil per os) หมายถึงงดน้ำงดอาหารทางปาก

31

ก

สุขอนามัยของมือเป็นมาตรการพื้นฐานที่สำคัญที่สุด

32

ค

5 Moments: ก่อนสัมผัสผู้ป่วย, ก่อนทำหัตถการสะอาด, หลังสัมผัสสารคัดหลั่ง, หลังสัมผัสผู้ป่วย, หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบผู้ป่วย

33

ข

ตามคำแนะนำ WHO ประมาณ 20–30 วินาที จนมือแห้ง

34

ค

ตามคำแนะนำ WHO ประมาณ 40–60 วินาที

35

ง

แอลกอฮอล์ไม่ขจัดสิ่งสกปรกและไม่ทำลายสปอร์บางชนิด

36

ก

ขยะติดเชื้อใช้ถุงสีแดง มีสัญลักษณ์ชีวอันตราย

37

ข

ป้องกันเข็มทิ่มแทงผู้เก็บขยะ

38

ค

ไม่เกิน 3/4 เพื่อป้องกันของมีคมทะลุออกมาขณะปิด

39

ง

ล้างทันทีโดยไม่บีบเค้น และรายงานเพื่อประเมินการรับยาป้องกัน

40

ก

วัณโรคแพร่ทางอากาศ ต้องใช้หน้ากาก N95

41

ข

แพร่ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กที่ลอยในอากาศ

42

ค

เชื้อดื้อยาแพร่ทางการสัมผัส

43

ง

ถุงมือปนเปื้อนมากที่สุด ถอดก่อน (หรือถอดพร้อมเสื้อคลุม) แล้วล้างมือ

44

ก

เป็นมาตรการพื้นฐานที่ใช้กับผู้ป่วยทุกราย

45

ข

ไฮโปคลอไรต์มีฤทธิ์ทำลายเชื้อจากเลือดได้ดี

46

ค

การสะบัดทำให้เชื้อฟุ้งกระจาย

47

ง

ถุงมืออาจมีรูรั่วหรือปนเปื้อนขณะถอด

48

ก

ป้องกันการแพร่เชื้อผ่านอุปกรณ์

49

ข

ลดการกระจายละอองฝอยและการปนเปื้อนมือ

50

ค

ไข้หวัดใหญ่แพร่ทางละอองฝอยขนาดใหญ่ระยะใกล้

51

ก

RACE = Rescue, Alarm, Confine, Extinguish

52

ข

PASS = Pull, Aim, Squeeze, Sweep

53

ค

ระยะ 2–3 เมตรปลอดภัยและสารดับเพลิงครอบคลุม

54

ง

น้ำนำไฟฟ้า อาจถูกไฟฟ้าดูด

55

ก

ลิฟต์อาจค้างหรือเปิดที่ชั้นที่มีไฟ

56

ข

1669 = ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ (191 ตำรวจ, 199 ดับเพลิง, 1330 สปสช.)

57

ค

ตามแนวทางการช่วยชีวิตปัจจุบัน 100–120 ครั้งต่อนาที

58

ง

กดลึกอย่างน้อย 5 ซม. แต่ไม่เกิน 6 ซม.

59

ก

กดหน้าอก 30 ครั้ง ช่วยหายใจ 2 ครั้ง

60

ข

ขอความช่วยเหลือเร็วและเริ่ม CPR โดยเร็ว

61

ค

AED = Automated External Defibrillator

62

ง

เป็นมาตรการพื้นฐานป้องกันการพลัดตกหกล้ม

63

ก

ลดความเสี่ยงต่อการลื่นล้มของผู้ป่วยและบุคลากร

64

ข

การรายงานช่วยให้แก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ

65

ค

ความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากร

66

ง

จิตบริการคือความเต็มใจและเอาใจใส่ผู้รับบริการ

67

ก

การรับฟังช่วยลดอารมณ์และนำไปสู่การแก้ปัญหา

68

ข

ช่วยให้ผู้รับบริการได้ข้อมูลที่ถูกต้อง

69

ค

เคารพศักดิ์ศรีและคำนึงถึงข้อจำกัดของผู้รับบริการ

70

ง

ข้อมูลสุขภาพเป็นความลับของผู้ป่วย

71

ก

ขัดต่อสิทธิผู้ป่วย จรรยาบรรณ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

72

ข

PDPA = พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

73

ค

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว (sensitive data) ต้องคุ้มครองเป็นพิเศษ

74

ง

กำหนดสิทธิผู้ป่วยไว้ 10 ข้อ

75

ก

ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับบริการโดยไม่เลือกปฏิบัติ

76

ข

ความสะอาดเรียบร้อยและเล็บสั้นลดการสะสมเชื้อ บัตรช่วยระบุตัวผู้ให้บริการ

77

ค

สร้างความไว้วางใจและให้ผู้ป่วยรู้ว่าใครให้บริการ

78

ง

เป็นมารยาทการสื่อสารทางโทรศัพท์ที่ดี

79

ค

การโยนความผิดทำลายความไว้วางใจในทีม

80

ก

เป็นไปตามจรรยาบรรณและระเบียบ ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

81

ค

ที่ถูก: อนุญาต, สังเกต, ศีรษะ, ผลลัพธ์

82

ง

ที่ถูกคือ “อุบัติเหตุ”

83

ข

Wheelchair = รถนั่ง/รถเข็นนั่ง

84

ก

Stretcher = เปลนอน

85

ค

ER = Emergency Room ห้องฉุกเฉิน

86

ง

OPD = Out-Patient Department

87

ก

Specimen = ตัวอย่างหรือสิ่งส่งตรวจ

88

ข

Discharge = จำหน่ายผู้ป่วย (Admit = รับเข้านอน)

89

ค

wait here for a moment = รอที่นี่สักครู่

90

ง

ICU = Intensive Care Unit

91

ก

3 × 15 = 45 นาที

92

ข

ใช้ 24 × 0.75 = 18 คัน เหลือ 24 − 18 = 6 คัน

93

ค

07.30 + 8 + 1 = 16.30 น.

94

ง

บ่ายสามโมง = 15.00 น.

95

ก

450 × 22 = 9,900 บาท

96

ข

30 × 20 = 600 วินาที = 10 นาที

97

ค

600 ÷ 50 = 12 นาที

98

ง

100 × 9 = 900 มล.

99

ก

หมายถึงให้รีบฉวยโอกาสเมื่อโอกาสมาถึง

100

ข

สถานที่ปฏิบัติงานของครูคือโรงเรียน

รูปแบบการสั่งซื้อ