ข้อสอบ พนักงานช่วยขับรถยนต์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 100ข้อ

แบบทดสอบความรู้ ตำแหน่งพนักงานช่วยขับรถยนต์

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำชี้แจง

  1. ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 100 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน รวม 100 คะแนน
  2. เวลาในการทำข้อสอบ 90 นาที
  3. ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วทำเครื่องหมาย ✕ ในกระดาษคำตอบ
  4. ข้อสอบแบ่งเป็น 7 ส่วน ครอบคลุมกฎหมายจราจร การขับขี่ปลอดภัย การบำรุงรักษารถ การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ระเบียบงานยานพาหนะ การป้องกันการติดเชื้อ และการบริการ

ส่วนที่ 1 กฎหมายจราจรและเครื่องหมายจราจร (ข้อ 1–25)

  1. ประเทศไทยกำหนดให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดด้านใดของทางเดินรถ

ก. ด้านขวา

ข. กึ่งกลางถนน

ค. ด้านใดก็ได้ตามความสะดวก

ง. ด้านซ้าย

  1. สัญญาณไฟจราจรสีเหลือง หมายถึงข้อใด

ก. ให้เลี้ยวซ้ายผ่านไปได้ทันที

ข. ให้เร่งความเร็วผ่านทางแยกไปโดยเร็ว

ค. ให้หยุดรถชั่วคราวแล้วไปได้ทันที

ง. ให้รถเตรียมหยุดหลังเส้นให้รถหยุด เว้นแต่รถที่ล้ำเส้นไปแล้วให้เลยไปได้

  1. สัญญาณไฟกระพริบสีแดง ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ลดความเร็วเล็กน้อยแล้วผ่านไปได้โดยไม่ต้องหยุด

ข. ขับผ่านไปได้ตามปกติ

ค. หยุดรอจนกว่าไฟจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว

ง. หยุดรถก่อนถึงเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงขับผ่านไปด้วยความระมัดระวัง

  1. สัญญาณไฟกระพริบสีเหลือง หมายถึงข้อใด

ก. ให้รถทางตรงหยุด รถเลี้ยวซ้ายไปได้

ข. ให้ลดความเร็วและผ่านทางนั้นไปด้วยความระมัดระวัง

ค. ให้หยุดรถทุกครั้ง

ง. ห้ามรถทุกชนิดผ่าน

  1. ป้ายจราจรรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน พื้นสีเหลือง เป็นป้ายประเภทใด

ก. ป้ายแนะนำ

ข. ป้ายบังคับ

ค. ป้ายห้ามจอด

ง. ป้ายเตือน

  1. ป้ายรูปแปดเหลี่ยม พื้นสีแดง มีคำว่า “หยุด” ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. หยุดเฉพาะเวลากลางคืน

ข. บีบแตรเตือนแล้วผ่านไป

ค. หยุดรถให้สนิท เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงเคลื่อนรถต่อไปได้

ง. ลดความเร็วแล้วผ่านไป

  1. ป้ายรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ ขอบสีแดง มีคำว่า “ให้ทาง” หมายถึงข้อใด

ก. ให้เร่งความเร็วเข้าทางหลัก

ข. ให้ลดความเร็ว และให้รถในทางขวางหน้าผ่านไปก่อน

ค. ห้ามรถทุกชนิดผ่าน

ง. ทางข้างหน้าเป็นทางเดินรถทางเดียว

  1. เส้นทึบสีเหลืองกลางถนน หมายถึงข้อใด

ก. ห้ามขับรถผ่านหรือคร่อมเส้น และห้ามแซง

ข. เป็นเส้นแบ่งช่องทางรถจักรยานยนต์

ค. เป็นช่องทางเฉพาะรถโดยสารประจำทาง

ง. แซงได้เมื่อปลอดภัย

  1. ก่อนเลี้ยวรถ ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณไฟเลี้ยวก่อนถึงจุดเลี้ยวไม่น้อยกว่ากี่เมตร

ก. 30 เมตร

ข. 100 เมตร

ค. 5 เมตร

ง. 10 เมตร

  1. สัญญาณมือ “ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถในระดับไหล่” หมายถึงข้อใด

ก. ให้รถคันหลังแซง

ข. จะเลี้ยวขวา

ค. จะเลี้ยวซ้าย

ง. จะหยุดรถ

รูปแบบการสั่งซื้อ

  1. สัญญาณมือ “ยื่นแขนขวาออกนอกรถ งอข้อศอกตั้งฉาก ชี้มือขึ้น” หมายถึงข้อใด

ก. ให้รถคันหลังแซง

ข. จะเลี้ยวซ้าย

ค. จะลดความเร็ว

ง. จะเลี้ยวขวา

  1. สัญญาณมือ “ยื่นแขนขวาออกนอกรถ คว่ำมือ แล้วโบกขึ้นลงช้า ๆ” หมายถึงข้อใด

ก. จะกลับรถ

ข. จะลดความเร็วหรือจะหยุดรถ

ค. ให้รถคันหลังแซง

ง. จะเลี้ยวขวา

  1. โดยหลักทั่วไป การแซงรถคันอื่นต้องแซงทางด้านใด

ก. ไหล่ทาง

ข. ด้านซ้าย

ค. ด้านใดก็ได้ที่ว่าง

ง. ด้านขวา

  1. ห้ามจอดรถในระยะกี่เมตรจากท่อน้ำดับเพลิง

ก. 20 เมตร

ข. 3 เมตร

ค. 10 เมตร

ง. 1 เมตร

  1. ห้ามจอดรถในระยะกี่เมตรจากทางรถไฟผ่าน

ก. 5 เมตร

ข. 15 เมตร

ค. 3 เมตร

ง. 10 เมตร

  1. เมื่อขับรถถึงทางแยกที่ไม่มีสัญญาณจราจรพร้อมกับรถอีกคัน ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. รถที่ขับเร็วกว่าไปก่อน

ข. รถคันใหญ่ไปก่อน

ค. ให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนผ่านไปก่อน

ง. รถที่บีบแตรก่อนไปก่อน

  1. เมื่อขับรถเข้าวงเวียน ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ให้สิทธิแก่รถที่อยู่ในวงเวียนทางขวามือไปก่อน

ข. เปิดไฟฉุกเฉินแล้วเข้าวงเวียน

ค. เข้าวงเวียนก่อนได้เสมอ

ง. บีบแตรแล้วเข้าวงเวียน

  1. เมื่อรถฉุกเฉินเปิดไฟสัญญาณวับวาบและเสียงไซเรน ผู้ขับรถคันอื่นต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ให้ทางโดยขับชิดซ้ายหรือหยุดรถชิดขอบทางด้านซ้าย

ข. เร่งความเร็วหนีไปข้างหน้า

ค. ขับตามหลังรถฉุกเฉินไปเพื่อความรวดเร็ว

ง. หยุดรถกลางช่องทางทันที

  1. ผู้ขับขี่ทั่วไปที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินเท่าใด ถือว่าเมาสุรา

ก. 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ข. 80 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ค. 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ง. 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

  1. ผู้ขับขี่ที่ถือใบอนุญาตขับรถชั่วคราว มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินเท่าใด ถือว่าเมาสุรา

ก. 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ข. 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ค. 10 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ง. 80 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

  1. การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ ข้อใดถูกต้อง

ก. ใช้ได้เมื่อรถติด

ข. ใช้ได้หากคุยไม่เกิน 1 นาที

ค. ใช้ได้เฉพาะเมื่อใช้อุปกรณ์เสริมที่ไม่ต้องจับถือ

ง. ใช้ได้ทุกกรณีหากเป็นเรื่องงาน

  1. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการคาดเข็มขัดนิรภัยตามกฎหมายปัจจุบัน

ก. บังคับเฉพาะการเดินทางนอกเมือง

ข. ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกที่นั่งที่มีเข็มขัดนิรภัยต้องคาด

ค. บังคับเฉพาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า

ง. บังคับเฉพาะผู้ขับขี่

  1. ใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราวมีอายุกี่ปี

ก. 5 ปี

ข. 3 ปี

ค. 1 ปี

ง. 2 ปี

  1. ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ผู้ขับขี่มีคะแนนเริ่มต้นกี่คะแนน

ก. 12 คะแนน

ข. 20 คะแนน

ค. 10 คะแนน

ง. 15 คะแนน

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดเรื่องใด

ก. การสอบใบอนุญาตขับขี่

ข. อัตราความเร็วสูงสุดบนทางหลวง

ค. รถทุกคันต้องจัดให้มีประกันภัยภาคบังคับ

ง. การต่อภาษีรถประจำปี

ส่วนที่ 2 การขับขี่ปลอดภัยและการขับขี่เชิงป้องกัน (ข้อ 26–40)

  1. ในสภาพถนนและอากาศปกติ ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างน้อยเท่าใดตามหลักการขับขี่ปลอดภัย

ก. ครึ่งวินาที

ข. 1 วินาที

ค. ประมาณ 1 เมตร

ง. อย่างน้อย 2–3 วินาที

  1. ขณะขับรถในช่วงฝนตกหนัก ข้อใดปฏิบัติถูกต้องที่สุด

ก. เปิดไฟฉุกเฉินตลอดการขับขี่

ข. ขับตามรถคันหน้าในระยะใกล้เพื่อมองทาง

ค. เปิดไฟสูงตลอดเวลา

ง. เปิดไฟหน้าต่ำ ลดความเร็ว และเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า

  1. ไฟฉุกเฉิน (ไฟกระพริบทั้ง 4 ดวง) ควรใช้ในกรณีใด

ก. เมื่อรถเสียหรือจอดฉุกเฉินข้างทาง

ข. เมื่อต้องการขับตรงผ่านทางแยก

ค. ขณะขับรถในอุโมงค์

ง. ขณะขับรถฝ่าสายฝน

  1. เมื่อรถเกิดอาการเหินน้ำ (ล้อลอยบนผิวน้ำ) ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เหยียบเบรกให้แรงที่สุดทันที

ข. ถอนคันเร่ง จับพวงมาลัยให้ตรง ไม่เบรกกะทันหัน

ค. หักพวงมาลัยไปมาเพื่อหาการยึดเกาะ

ง. เร่งเครื่องให้รถพ้นน้ำโดยเร็ว

  1. รถที่มีระบบเบรก ABS เมื่อต้องเบรกฉุกเฉิน ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ย้ำเบรกถี่ ๆ

ข. ดึงเบรกมือทันที

ค. เหยียบเบรกเบา ๆ เพื่อไม่ให้ระบบทำงาน

ง. เหยียบเบรกหนักและค้างไว้ พร้อมบังคับพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวาง

  1. หากเบรกไม่อยู่ขณะขับรถ (เบรกแตก) ข้อใดเป็นการแก้ไขที่เหมาะสม

ก. เปลี่ยนเป็นเกียร์ว่างแล้วปล่อยรถไหล

ข. ดับเครื่องยนต์ทันที

ค. ย้ำเบรกถี่ ๆ เปลี่ยนเกียร์ต่ำลง และค่อย ๆ ดึงเบรกมือ

ง. ดึงเบรกมือสุดแรงทันที

  1. การขับรถเชิงป้องกัน (Defensive Driving) หมายถึงข้อใด

ก. การขับรถตามสิทธิของตนอย่างเคร่งครัด

ข. การขับรถโดยคาดการณ์และป้องกันอุบัติเหตุ แม้ผู้อื่นจะกระทำผิด

ค. การขับรถเร็วเพื่อหลบหลีกอันตราย

ง. การขับรถโดยใช้แตรเตือนตลอดเวลา

  1. ขณะขับรถในสภาพหมอกลงจัด ควรใช้ไฟแบบใด

ก. ไฟสูง

ข. ปิดไฟเพื่อลดแสงสะท้อน

ค. ไฟฉุกเฉินขณะขับ

ง. ไฟต่ำหรือไฟตัดหมอก

  1. เมื่อรู้สึกง่วงนอนขณะขับรถ ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. จอดรถพักในที่ปลอดภัย และงีบหลับประมาณ 15–20 นาที

ข. เปิดเพลงเสียงดังแล้วขับต่อ

ค. เปิดหน้าต่างแล้วเร่งความเร็วให้ถึงเร็วขึ้น

ง. ดื่มกาแฟแล้วขับต่อทันที

  1. การขับรถทางไกล ควรหยุดพักอย่างน้อยทุก ๆ กี่ชั่วโมง

ก. ทุก 4 ชั่วโมง

ข. ไม่จำเป็นต้องพักหากไม่ง่วง

ค. ทุก 2 ชั่วโมง

ง. ทุก 6 ชั่วโมง

  1. วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันอันตรายจาก “จุดบอด” ก่อนเปลี่ยนช่องทาง คือข้อใด

ก. ดูกระจกและหันศีรษะมองด้วยตาก่อนเปลี่ยนช่องทาง

ข. ดูกระจกมองหลังเพียงอย่างเดียว

ค. เปิดไฟเลี้ยวพร้อมเปลี่ยนช่องทางทันที

ง. บีบแตรแล้วเปลี่ยนช่องทางทันที

  1. การขับรถลงทางลาดชันยาว ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ใช้เกียร์ต่ำเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยหน่วงความเร็ว

ข. เหยียบเบรกค้างไว้ตลอดทาง

ค. ดับเครื่องยนต์แล้วปล่อยรถไหล

ง. ใช้เกียร์ว่างเพื่อประหยัดน้ำมัน

  1. การถอยรถในบริเวณโรงพยาบาลที่มีผู้คนพลุกพล่าน ข้อใดถูกต้อง

ก. อาศัยกล้องถอยหลังเพียงอย่างเดียว

ข. ตรวจรอบรถก่อน ถอยช้า ๆ และให้ผู้ช่วยให้สัญญาณเมื่อทำได้

ค. ถอยเร็ว ๆ เพื่อไม่ให้กีดขวางทาง

ง. บีบแตรยาวแล้วถอยทันที

  1. หากยางรถระเบิดขณะขับรถ ข้อใดปฏิบัติถูกต้อง

ก. หักพวงมาลัยเข้าข้างทางทันที

ข. เหยียบเบรกให้หนักที่สุดทันที

ค. จับพวงมาลัยให้มั่น ถอนคันเร่ง และค่อย ๆ ชะลอรถเข้าข้างทาง

ง. เร่งเครื่องเพื่อรักษาทิศทาง

  1. ก่อนออกรถทุกครั้ง ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติข้อใดเป็นอันดับแรก

ก. ปรับเบาะนั่ง กระจกมองหลัง และคาดเข็มขัดนิรภัย

ข. ติดเครื่องแล้วออกรถทันที

ค. เปิดไฟสูง

ง. เปิดวิทยุ

ส่วนที่ 3 การดูแลและบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น (ข้อ 41–55)

  1. การตรวจวัดแรงดันลมยางที่ถูกต้อง ควรวัดในขณะใด

ก. วัดเวลาใดก็ได้ผลเท่ากัน

ข. หลังขับรถทางไกลทันที

ค. ขณะยางร้อนจัด

ง. ขณะยางเย็น ก่อนใช้รถ

  1. ดอกยางรถยนต์ที่มีความลึกเหลือน้อยกว่าเท่าใด ควรเปลี่ยนยางใหม่

ก. 5.0 มิลลิเมตร

ข. 1.6 มิลลิเมตร

ค. 3.0 มิลลิเมตร

ง. 4.0 มิลลิเมตร

  1. การตรวจระดับน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง ควรทำอย่างไร

ก. ตรวจขณะเครื่องยนต์ติดอยู่

ข. จอดรถบนพื้นราบ ดับเครื่องรอสักครู่ แล้วดึงก้านวัดตรวจระดับ

ค. ตรวจขณะจอดรถบนทางลาด

ง. ตรวจทันทีหลังติดเครื่องยนต์

  1. ไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่อง (รูปกาน้ำมัน) สีแดงติดขณะขับรถ ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับต่อไปจนถึงจุดหมาย

ข. เปิดแอร์ให้เย็นลง

ค. เร่งเครื่องให้ไฟดับ

ง. จอดรถในที่ปลอดภัยและดับเครื่องยนต์ทันที แล้วตรวจสอบ

  1. เมื่อเครื่องยนต์มีความร้อนสูงเกินปกติ (เข็มความร้อนขึ้นสูง) ข้อใดห้ามทำ

ก. ปิดเครื่องปรับอากาศ

ข. จอดรถในที่ปลอดภัย

ค. แจ้งช่างหรือหัวหน้างาน

ง. เปิดฝาหม้อน้ำทันทีขณะเครื่องยังร้อน

  1. ระดับน้ำมันเบรกลดลงมากผิดปกติ อาจบ่งชี้ถึงข้อใด

ก. ยางรถอ่อน

ข. น้ำมันเชื้อเพลิงใกล้หมด

ค. แบตเตอรี่เสื่อม

ง. ผ้าเบรกสึกหรอมาก หรือระบบเบรกรั่วซึม

  1. แบตเตอรี่ชนิดที่ต้องเติมน้ำ ควรเติมด้วยสิ่งใด

ก. น้ำกลั่นให้อยู่ระหว่างขีดสูงสุดและต่ำสุด

ข. น้ำประปา

ค. น้ำยาหล่อเย็น

ง. น้ำกรดเพิ่มทุกสัปดาห์

  1. การพ่วงแบตเตอรี่ (Jump Start) ข้อใดถูกต้อง

ก. ต่อสายสีแดงเชื่อมขั้วบวกของแบตเตอรี่ทั้งสองลูกก่อน แล้วจึงต่อสายสีดำ

ข. ต่อสายสีดำกับขั้วบวกก่อน

ค. ต่อสายขณะเครื่องยนต์ทั้งสองคันดับและไม่ต้องสนใจขั้ว

ง. ต่อขั้วบวกกับขั้วลบของแบตเตอรี่ลูกเดียวกัน

  1. ไส้กรองอากาศที่อุดตันมีผลต่อรถยนต์อย่างไร

ก. ทำให้แอร์เย็นขึ้น

ข. ทำให้กำลังเครื่องยนต์ลดลงและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น

ค. ทำให้เบรกแข็งขึ้น

ง. ทำให้ยางสึกเร็ว

  1. การสลับยางรถยนต์ตามระยะ มีวัตถุประสงค์เพื่อข้อใด

ก. เพิ่มความเร็วสูงสุดของรถ

ข. ลดเสียงเครื่องยนต์

ค. ให้ยางสึกหรออย่างสม่ำเสมอและยืดอายุการใช้งาน

ง. ทำให้แอร์ทำงานดีขึ้น

  1. ข้อใดเป็นข้อปฏิบัติที่ถูกต้องขณะเติมน้ำมันเชื้อเพลิง

ก. ติดเครื่องยนต์และเปิดแอร์ไว้

ข. ดับเครื่องยนต์ และงดสูบบุหรี่หรือก่อประกายไฟ

ค. สูบบุหรี่ได้หากอยู่ห่างหัวจ่าย

ง. เติมจนล้นถังเพื่อให้ได้ปริมาณมากที่สุด

  1. เครื่องยนต์ดีเซลจุดระเบิดเชื้อเพลิงด้วยวิธีใด

ก. ใช้ไฟจากไดชาร์จ

ข. ใช้ไฟจากแบตเตอรี่โดยตรง

ค. ใช้ความร้อนจากการอัดอากาศในกระบอกสูบ

ง. ใช้หัวเทียนจุดประกายไฟ

  1. ระยะการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่เหมาะสม ควรยึดหลักใด

ก. ตามคู่มือผู้ผลิต ตามระยะทางหรือระยะเวลาที่ถึงก่อน

ข. เปลี่ยนเมื่อสีน้ำมันเปลี่ยนเท่านั้น

ค. เปลี่ยนเมื่อน้ำมันเครื่องหมดเท่านั้น

ง. เปลี่ยนปีละครั้งเสมอไม่ว่าใช้มากหรือน้อย

  1. ใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพสังเกตได้จากข้อใด

ก. ปัดแล้วกระจกใสสะอาด

ข. ปัดได้เร็วขึ้น

ค. ปัดแล้วเป็นคราบ เป็นเส้น หรือมีเสียงดัง

ง. ไม่มีเสียงขณะปัด

  1. ข้อใด “ไม่ใช่” การตรวจสภาพรถประจำวันก่อนใช้งาน

ก. การยกเครื่องยนต์และเปลี่ยนชิ้นส่วนภายใน

ข. ตรวจระดับน้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็น

ค. ตรวจลมยางและสภาพยาง

ง. ตรวจไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ

ส่วนที่ 4 การปฐมพยาบาลและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (ข้อ 56–70)

  1. หมายเลขโทรศัพท์แจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินของประเทศไทย คือข้อใด

ก. 1555

ข. 199

ค. 1669

ง. 191

  1. การกดหน้าอกในการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ผู้ใหญ่ ควรกดในอัตรากี่ครั้งต่อนาที

ก. 140–160 ครั้ง

ข. 100–120 ครั้ง

ค. 80–100 ครั้ง

ง. 60–80 ครั้ง

  1. ความลึกในการกดหน้าอกผู้ใหญ่ขณะทำ CPR ควรเป็นเท่าใด

ก. 5–6 เซนติเมตร

ข. 1–2 เซนติเมตร

ค. 8–10 เซนติเมตร

ง. 2–3 เซนติเมตร

  1. การทำ CPR ผู้ใหญ่โดยผู้ช่วยเหลือ 1 คน อัตราส่วนการกดหน้าอกต่อการช่วยหายใจคือข้อใด

ก. 15 : 2

ข. 5 : 1

ค. 30 : 5

ง. 30 : 2

  1. AED หมายถึงอุปกรณ์ใด

ก. เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ

ข. เครื่องวัดความดันโลหิต

ค. เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว

ง. เครื่องดูดเสมหะ

  1. ผู้ป่วยที่หมดสติแต่ยังหายใจได้เองและไม่สงสัยการบาดเจ็บของกระดูกสันหลัง ควรจัดท่าอย่างไร

ก. นั่งพิงผนัง

ข. นอนตะแคงในท่าพักฟื้น (Recovery position)

ค. นอนคว่ำ

ง. นอนหงายยกศีรษะสูง

  1. ผู้บาดเจ็บมีเลือดออกมากจากบาดแผล การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เหมาะสมคือข้อใด

ก. ใช้ผ้าสะอาดกดบริเวณบาดแผลโดยตรงเพื่อห้ามเลือด

ข. ใช้ยาสีฟันทาแผล

ค. ให้ผู้บาดเจ็บดื่มน้ำมาก ๆ

ง. ล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ก่อน

  1. ผู้บาดเจ็บที่สงสัยว่ากระดูกสันหลังหรือกระดูกคอได้รับบาดเจ็บ ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. อุ้มขึ้นรถโดยเร็วที่สุด

ข. ช่วยพยุงให้ลุกนั่งทันที

ค. หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น และเคลื่อนย้ายด้วยอุปกรณ์ดามคอและแผ่นกระดานรองหลัง

ง. ให้ผู้บาดเจ็บลองเดินดู

  1. ผู้ป่วยมีอาการช็อก (ตัวเย็น ซีด ชีพจรเบาเร็ว) ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร

ก. ให้ดื่มน้ำเย็นจำนวนมาก

ข. ราดน้ำเย็นทั่วตัว

ค. ให้นอนราบ ยกขาสูงเล็กน้อย (หากไม่มีข้อห้าม) และห่มผ้าให้อบอุ่น

ง. ให้นั่งตัวตรง

  1. ผู้ที่เป็นโรคลมแดด (Heat stroke) ควรปฐมพยาบาลอย่างไร

ก. ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ข. นำเข้าที่ร่ม คลายเสื้อผ้า ระบายความร้อนด้วยการเช็ดตัว และรีบนำส่งโรงพยาบาล

ค. ให้ออกกำลังกายต่อ

ง. ห่มผ้าหนา ๆ

  1. การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน “สีแดง” หมายถึงผู้ป่วยกลุ่มใด

ก. ผู้ป่วยไม่รุนแรง

ข. ผู้ป่วยทั่วไป

ค. ผู้ป่วยรอรับยา

ง. ผู้ป่วยวิกฤต ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที

  1. ก่อนช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากรถเข็นนั่ง (Wheelchair) ขึ้นรถ สิ่งแรกที่ต้องทำคือข้อใด

ก. ล็อกล้อรถเข็นทั้งสองข้าง

ข. ให้ผู้ป่วยลุกยืนเอง

ค. พับที่วางเท้าลง

ง. ดึงรถเข็นถอยหลัง

  1. การขนส่งผู้ป่วยบนเปลนอนในรถพยาบาล ข้อใดถูกต้อง

ก. ไม่จำเป็นต้องล็อกเปลเพราะมีญาติดูแล

ข. วางเปลไว้ตามสะดวก

ค. ล็อกเปลกับตัวยึดในรถ และคาดสายรัดตัวผู้ป่วยให้เรียบร้อย

ง. ให้ผู้ป่วยนั่งบนเปลเพื่อความสบาย

  1. การดูแลถังออกซิเจนในรถรับส่งผู้ป่วย ข้อใดถูกต้อง

ก. ทาจาระบีที่วาล์วเพื่อให้หมุนง่าย

ข. ยึดตรึงให้แน่น ห่างจากความร้อนและประกายไฟ และห้ามสูบบุหรี่ในรถ

ค. วางใกล้แหล่งความร้อนเพื่อป้องกันการแข็งตัว

ง. วางนอนไว้กับพื้นรถโดยไม่ต้องยึด

  1. หลักการยกผู้ป่วยหรือสิ่งของหนักที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการบาดเจ็บหลัง คือข้อใด

ก. ยกโดยบิดตัวไปด้านข้าง

ข. ก้มหลังแล้วยกขึ้นเร็ว ๆ

ค. ย่อเข่า หลังตรง ยกของชิดลำตัว และใช้กำลังขา

ง. ยกโดยเหยียดแขนออกห่างตัว

ส่วนที่ 5 งานยานพาหนะและระเบียบการใช้รถ (ข้อ 71–80)

  1. ก่อนนำรถของหน่วยงานออกปฏิบัติงาน พนักงานขับรถต้องมีสิ่งใด

ก. ไม่ต้องมีหากเป็นงานเร่งด่วน

ข. คำสั่งด้วยวาจาจากผู้โดยสาร

ค. ใบเสร็จค่าน้ำมัน

ง. ใบขออนุญาตใช้รถที่ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ

  1. ข้อมูลที่ควรบันทึกในสมุดบันทึกการใช้รถ คือข้อใด

ก. ข้อมูลการรักษาของผู้ป่วย

ข. วัน เวลา สถานที่ไป เลขระยะทาง (ไมล์) ก่อน–หลังใช้ และผู้ใช้รถ

ค. รายการเพลงที่เปิดในรถ

ง. ความเห็นเกี่ยวกับผู้โดยสาร

  1. ข้อใดเป็นการใช้รถของหน่วยงานที่ “ไม่ถูกต้อง”

ก. นำรถไปใช้ในกิจธุระส่วนตัว

ข. รับส่งผู้ป่วยตามใบสั่งงาน

ค. รับส่งเจ้าหน้าที่ไปราชการ

ง. ขนส่งเวชภัณฑ์ตามที่ได้รับมอบหมาย

  1. เมื่อเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถของหน่วยงาน ข้อใดปฏิบัติถูกต้อง

ก. ขับรถออกจากที่เกิดเหตุทันที

ข. รอให้ผู้อื่นแจ้งเหตุแทน

ค. ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แจ้งตำรวจและบริษัทประกัน และรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว

ง. ตกลงกับคู่กรณีเองโดยไม่แจ้งใคร

  1. ผู้ขับรถที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน แล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แสดงตัว ถือว่าอย่างไร

ก. ไม่มีความผิดหากรีบไปส่งงาน

ข. ไม่มีความผิดหากไม่มีผู้เห็น

ค. ไม่มีความผิดหากเป็นรถราชการ

ง. มีความผิดตามกฎหมาย

  1. หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานประจำวัน รถของหน่วยงานควรเก็บรักษาไว้ที่ใด

ก. ที่ใดก็ได้ที่สะดวก

ข. ริมถนนหน้าโรงพยาบาล

ค. สถานที่เก็บรักษารถที่หน่วยงานกำหนด

ง. ที่บ้านพักของพนักงานขับรถ

  1. เมื่อพบว่ารถมีความผิดปกติหรือชำรุด พนักงานขับรถควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ซ่อมเองโดยไม่แจ้งใคร

ข. ปล่อยไว้ให้ผู้ขับคนถัดไปแจ้ง

ค. รายงานผู้บังคับบัญชาและแจ้งซ่อมตามขั้นตอนทันที

ง. ฝืนใช้งานต่อจนกว่าจะเสีย

  1. เอกสารใดที่ควรมีประจำรถเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่

ก. สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และหลักฐานประกันภัยภาคบังคับ

ข. ใบเสร็จค่าล้างรถ

ค. บัตรจอดรถห้างสรรพสินค้า

ง. สมุดบัญชีเงินฝาก

  1. ผู้ขับขี่ต้องมีและแสดงใบอนุญาตขับขี่เมื่อใด

ก. เฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ข. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจ

ค. เฉพาะเมื่อขับรถออกต่างจังหวัด

ง. ไม่จำเป็นต้องพกหากเป็นรถหน่วยงาน

  1. การเติมน้ำมันเชื้อเพลิงรถของหน่วยงาน ข้อใดถูกต้อง

ก. เติมเฉพาะเมื่อไฟเตือนน้ำมันติดเท่านั้น

ข. แบ่งน้ำมันไปใช้กับรถส่วนตัวได้

ค. เติมตามใจชอบโดยไม่ต้องมีหลักฐาน

ง. เติมตามระเบียบของหน่วยงาน มีหลักฐานการเติม และบันทึกเลขระยะทางทุกครั้ง

ส่วนที่ 6 การป้องกันการติดเชื้อและความปลอดภัยในโรงพยาบาล (ข้อ 81–90)

  1. ข้อใด “ไม่ใช่” จังหวะการทำความสะอาดมือ 5 จังหวะ (5 Moments) ขององค์การอนามัยโลก

ก. หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วย

ข. ก่อนสัมผัสผู้ป่วย

ค. ก่อนติดเครื่องยนต์รถทุกครั้ง

ง. หลังสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วย

  1. แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ ควรมีความเข้มข้นประมาณเท่าใด

ก. 30 เปอร์เซ็นต์

ข. 70 เปอร์เซ็นต์

ค. 45 เปอร์เซ็นต์

ง. 10 เปอร์เซ็นต์

  1. หลักการ Standard Precautions หมายถึงข้อใด

ก. ปฏิบัติต่อผู้ป่วยทุกรายเสมือนว่าอาจมีเชื้อโรคที่ติดต่อได้

ข. ป้องกันเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีไข้

ค. ป้องกันเฉพาะผู้ป่วยในหอผู้ป่วยหนัก

ง. ป้องกันเฉพาะผู้ป่วยที่ทราบผลว่าติดเชื้อ

  1. การรับส่งผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เชื้อ พนักงานขับรถควรสวมอุปกรณ์ใด

ก. แว่นกันแดด

ข. ถุงมือผ้า

ค. หน้ากาก N95

ง. ไม่ต้องสวมอุปกรณ์ใด

  1. การถอดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) โดยทั่วไป ควรถอดสิ่งใดเป็นอันดับแรก

ก. หน้ากาก

ข. หมวกคลุมผม

ค. ถุงมือ

ง. แว่นตา

  1. หลังรับส่งผู้ป่วยโรคติดเชื้อ ควรทำความสะอาดรถอย่างไร

ก. ฉีดน้ำหอมปรับอากาศ

ข. เปิดหน้าต่างทิ้งไว้เท่านั้น

ค. สวมอุปกรณ์ป้องกันและเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามที่โรงพยาบาลกำหนด

ง. ปัดฝุ่นด้วยไม้ขนไก่

  1. ขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลต้องทิ้งในถุงสีใด

ก. ถุงสีเขียว

ข. ถุงสีน้ำเงิน

ค. ถุงสีดำ

ง. ถุงสีแดง

  1. การใช้ถังดับเพลิงตามหลัก P-A-S-S ตัวอักษร “P” หมายถึงข้อใด

ก. ดึงสลักนิรภัย

ข. เล็งที่ฐานของไฟ

ค. กดคันบีบ

ง. ส่ายหัวฉีด

  1. เพลิงไหม้ที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังมีกระแสไฟฟ้า ห้ามใช้สิ่งใดดับ

ก. ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง

ข. ถังดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์

ค. น้ำ

ง. ตัดกระแสไฟฟ้าก่อน

  1. ก่อนรับส่งผู้ป่วย ควรยืนยันตัวผู้ป่วยอย่างไรให้ถูกต้อง

ก. ดูจากเสื้อผ้าที่สวมใส่

ข. ถามญาติว่าใช่หรือไม่

ค. ดูจากเตียงที่ผู้ป่วยนอน

ง. ใช้ตัวบ่งชี้อย่างน้อย 2 อย่าง เช่น ชื่อ–สกุล และเลขประจำตัวผู้ป่วย (HN)

ส่วนที่ 7 การบริการ จริยธรรม และความรู้เกี่ยวกับองค์กร (ข้อ 91–100)

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ที่ใด

ก. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ข. อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

ค. ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร

ง. อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นหน่วยงานในสังกัดใด

ก. กระทรวงกลาโหม

ข. สภากาชาดไทย

ค. กรุงเทพมหานคร

ง. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  1. ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือบุคคลใด

ก. ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์

ข. ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

ค. จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ง. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

  1. สีประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือข้อใด

ก. เขียว–ขาว

ข. น้ำเงิน–ขาว

ค. เหลือง–แดง

ง. ชมพู–ขาว

  1. ขณะรับส่งผู้ป่วย ญาติสอบถามผลการรักษาและอาการของผู้ป่วย พนักงานขับรถควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ปฏิเสธและไม่พูดด้วย

ข. แนะนำอย่างสุภาพให้สอบถามจากแพทย์หรือพยาบาลผู้ดูแล

ค. เล่าเท่าที่ได้ยินมา

ง. คาดเดาอาการให้ญาติสบายใจ

  1. ข้อใดสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ก. ถ่ายภาพผู้ป่วยโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ได้หากไม่เห็นหน้า

ข. เปิดเผยชื่อผู้ป่วยให้ผู้อื่นทราบได้หากเป็นคนรู้จัก

ค. ส่งต่อเอกสารผู้ป่วยผ่านแอปพลิเคชันส่วนตัวได้ทุกกรณี

ง. ไม่นำข้อมูลหรือภาพของผู้ป่วยไปเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต

  1. การบริการด้วยใจ (Service Mind) ของพนักงานช่วยขับรถยนต์ ควรแสดงออกอย่างไร

ก. พูดน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวน

ข. ขับรถเร็วเพื่อให้ถึงที่หมายเร็วที่สุด

ค. ทำงานเฉพาะที่ได้รับคำสั่ง

ง. ยิ้มแย้ม สุภาพ เต็มใจช่วยเหลือ และใส่ใจความปลอดภัยของผู้รับบริการ

  1. เมื่อผู้รับบริการแสดงความไม่พอใจและต่อว่า ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. โต้เถียงเพื่อชี้แจงความถูกต้อง

ข. เดินหนีไม่รับฟัง

ค. รับฟังอย่างใจเย็น กล่าวขอโทษ และแก้ไขหรือประสานผู้เกี่ยวข้อง

ง. แจ้งว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน

  1. เมื่อพบเหตุการณ์ความเสี่ยงหรือเกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near miss) ขณะปฏิบัติงาน ควรทำอย่างไร

ก. เก็บเป็นความลับเพราะยังไม่เกิดความเสียหาย

ข. รายงานอุบัติการณ์ตามระบบบริหารความเสี่ยงของโรงพยาบาล

ค. รอให้เกิดเหตุจริงก่อนแล้วจึงรายงาน

ง. เล่าให้เพื่อนฟังเท่านั้น

  1. ผู้รับบริการเสนอเงินหรือของกำนัลเพื่อแลกกับการให้บริการเป็นพิเศษ พนักงานควรปฏิบัติอย่างไร

ก. รับไว้เฉพาะกรณีจำนวนเงินไม่มาก

ข. รับไว้แล้วแบ่งให้เพื่อนร่วมงาน

ค. รับไว้เพราะเป็นน้ำใจ

ง. ปฏิเสธอย่างสุภาพ เพราะขัดต่อจรรยาบรรณและระเบียบของหน่วยงาน

แนวข้อสอบ พนักงานช่วยขับรถยนต์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

เฉลยแบบทดสอบ ตำแหน่งพนักงานช่วยขับรถยนต์ (Version 2609)

ข้อ

ตอบ

ข้อ

ตอบ

ข้อ

ตอบ

ข้อ

ตอบ

ข้อ

ตอบ

1

ง

21

ค

41

ง

61

ข

81

ค

2

ง

22

ข

42

ข

62

ก

82

ข

3

ง

23

ง

43

ข

63

ค

83

ก

4

ข

24

ก

44

ง

64

ค

84

ค

5

ง

25

ค

45

ง

65

ข

85

ค

6

ค

26

ง

46

ง

66

ง

86

ค

7

ข

27

ง

47

ก

67

ก

87

ง

8

ก

28

ก

48

ก

68

ค

88

ก

9

ก

29

ข

49

ข

69

ข

89

ค

10

ข

30

ง

50

ค

70

ค

90

ง

11

ข

31

ค

51

ข

71

ง

91

ก

12

ข

32

ข

52

ค

72

ข

92

ง

13

ง

33

ง

53

ก

73

ก

93

ก

14

ข

34

ก

54

ค

74

ค

94

ค

15

ข

35

ค

55

ก

75

ง

95

ข

16

ค

36

ก

56

ค

76

ค

96

ง

17

ก

37

ก

57

ข

77

ค

97

ง

18

ก

38

ข

58

ก

78

ก

98

ค

19

ก

39

ค

59

ง

79

ข

99

ข

20

ข

40

ก

60

ก

80

ง

100

ง

รูปแบบการสั่งซื้อ