บทที่ 1 สรุปเนื้อหาสำคัญ
1.1 ประวัติ ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมองค์กร มหาวิทยาลัยนเรศวร
|
วัน เดือน ปี |
เหตุการณ์สำคัญ |
|
25 มกราคม 2510 |
จัดตั้งเป็น “วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก” รับนิสิตรุ่นแรก 120 คน |
|
28 มิถุนายน 2517 |
ยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก” (มศว พิษณุโลก) |
|
9 ตุลาคม 2532 |
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนาม “มหาวิทยาลัยนเรศวร” |
|
29 กรกฎาคม 2533 |
พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 มีผลใช้บังคับ ถือเป็น “วันสถาปนามหาวิทยาลัย” ตรงกับวาระครบ 400 ปีการเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช |
- เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 2 ในภาคเหนือ (ต่อจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) มีภารกิจกระจายโอกาสทางการศึกษาสู่ ภาคเหนือตอนล่าง 9 จังหวัด
- ที่ตั้งปัจจุบัน: 99 หมู่ 9 ถนนพิษณุโลก–นครสวรรค์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก (ย้ายจากที่ตั้งเดิมในตัวเมืองเมื่อราว พ.ศ. 2535)
- ปรัชญา: “สืบสานให้สังคมไทยเป็นไทจากอวิชชา” (Free Thai Society from Ignorance)
- วิสัยทัศน์ (ตามแผนยุทธศาสตร์ 2566–2570): “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” (University for Entrepreneurial Society)
- ปณิธาน: เป็นมหาวิทยาลัยสหสาขา (Comprehensive University) ที่กระจายโอกาสทางการศึกษาให้ภาคเหนือตอนล่าง มุ่งความเป็นเลิศทางวิชาการและความเป็นสากล
- พันธกิจ 5 ด้าน: (1) การผลิตบัณฑิต (2) การวิจัย (3) การบริการวิชาการ (4) การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม (5) การบริหารจัดการองค์กร
- อัตลักษณ์: “เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งครองชีวิต เก่งพิชิตปัญหา”
- ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย: ดอกเสลา สีประจำมหาวิทยาลัย: เทา–แสด (เทา = ความคิด/ปัญญา, แสด = คุณธรรมและความกล้าหาญ ซึ่งผสมจากสีแดงของสมเด็จพระนเรศวรฯ และสีเหลืองของพระพุทธชินราช)
- ตราสัญลักษณ์: พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ และอีกแบบเป็นรูปช้างศึกในโล่กลม
- วัฒนธรรมองค์กร: การปฏิบัติงานโดยอิงข้อมูล (Fact-based Operation)
หมายเหตุสำคัญ
หลักสูตรสอบระบุค่านิยมองค์กร “NU-SPIRIT” ขณะที่เอกสารแผนของมหาวิทยาลัยปี 2569 บางฉบับใช้ค่านิยม “SIMPLE” ผู้สอบควรเปิดดูความหมายของอักษรแต่ละตัวจากเว็บไซต์ www.nu.ac.th หรือประกาศฉบับล่าสุดก่อนสอบ เพราะมักออกสอบแบบ “อักษรนี้ย่อมาจากอะไร”
1.2 แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2566–2570 (ฉบับทบทวน 2568–2570)
|
ยุทธศาสตร์ |
วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ (SO) |
|
1. Quality Entrepreneurship Oriented Education |
SO1 Personalized & Quality Education, SO2 Sustainable Student Life, SO3 Alumni Engagement |
|
2. Global and Frontier Research |
SO4 Research Ecosystem Development |
|
3. Knowledge Transfer for Engagement Society |
SO5 University & Society Collaboration, SO6 Innovation-driven Economic Community |
|
4. Cultural Ecosystem Service |
SO7 Local Wisdom & Cultural Diversity Knowledge Management, SO8 Uplift Local Wisdom for Creative Economy |
|
5. Sustainability Organization |
SO9 Digital Transformation, SO10 Modern HR Management, SO11 Quality Organization, SO12 Resources Management |
- ยุทธศาสตร์การวิจัยเน้นกลไก UEC (University–Enterprise Collaboration) และ International Linkage เพื่อเพิ่มการตีพิมพ์และการอ้างอิง
- การบริการวิชาการเน้น Social Engagement และ Work Integrated Learning (WIL)
- การบริหารองค์กรเน้น Digital Transformation ลดความซ้ำซ้อนและความเสี่ยง
- ระบบคุณภาพที่มหาวิทยาลัยใช้ขับเคลื่อน ได้แก่ เกณฑ์ EdPEx (Education Criteria for Performance Excellence)
1.3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- คณะรัฐมนตรีมีมติจัดตั้งเมื่อ 18 มกราคม 2537 เป็นคณะแพทยศาสตร์ลำดับที่ 12 ของประเทศ รับนิสิตรุ่นแรกปีการศึกษา 2538
- ระยะแรกเรียนชั้นปรีคลินิกที่คณะ และชั้นคลินิกที่ โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก
- เข้าร่วม โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข
- ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกในเครือข่าย เช่น รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก, รพ.อุตรดิตถ์, รพ.แพร่, รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ตาก) และ รพ.พิจิตร
- หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี (ปรีคลินิกใช้การเรียนรู้แบบ Problem-Based Learning: PBL) มีภาควิชาทางการแพทย์ราว 15 ภาควิชา สีประจำคณะ คือ สีเขียว
- วิสัยทัศน์ที่เคยประกาศ: “โรงเรียนแพทย์ที่ใช้นวัตกรรม สร้างผู้นำด้านระบบสุขภาพ”; พันธกิจครอบคลุม การผลิตบัณฑิตและบุคลากรทางการแพทย์ การวิจัย การบริการทางการแพทย์มาตรฐานสากลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ และการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย
- ค่านิยมคณะ (ตามรายงานประจำปี 2561) NARESUAN = Novelty, Accountability, Respect, Excellence, Sufficiency/Sustainability, Unity, Agility, Network
1.4 โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
- เริ่มจาก “ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ” (ก่อสร้าง 2539–2543) → “สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ” → เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร” ในปี พ.ศ. 2548
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดอาคาร 1 ธันวาคม 2546
- เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ/ตติยภูมิขั้นสูง (super tertiary care) ของภาคเหนือตอนล่าง และเป็นโรงพยาบาลหลักในการเรียนการสอนชั้นคลินิก (รับนิสิตแพทย์ชั้นคลินิกตั้งแต่ปี 2550)
- ขนาดราว 400–500 เตียง; ศูนย์ความเป็นเลิศ เช่น ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์มะเร็ง ศูนย์โรคไต ศูนย์โลหิตวิทยา (ธาลัสซีเมียและปลูกถ่ายไขกระดูก) ศูนย์ปลูกถ่ายกระจกตา ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก และศูนย์ปากแหว่งเพดานโหว่
1.5 งานวิจัยและศูนย์วิจัยของคณะแพทยศาสตร์
- งานวิจัยของคณะทำหน้าที่สนับสนุนนักวิจัย ตั้งแต่พัฒนาโครงร่าง หาแหล่งทุน บริหารสัญญาทุน ห้องปฏิบัติการวิจัยกลาง บริการเครื่องมือ สถิติ และการเผยแพร่
- ประเด็นวิจัยเด่นของภูมิภาค: ธาลัสซีเมีย/โลหิตวิทยา, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs), โรคไตเรื้อรัง, มะเร็ง, โรคติดเชื้อเขตร้อน, ผู้สูงอายุ, การแพทย์ปฐมภูมิและระบบสุขภาพ
- งานวิจัยในมนุษย์ทุกโครงการต้องผ่าน คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU-IRB) ก่อนเริ่มเก็บข้อมูล
- นักวิทยาศาสตร์ประจำงานวิจัย มีบทบาท: ปฏิบัติการทดลอง ควบคุมคุณภาพผลการทดสอบ ดูแลเครื่องมือ จัดเก็บตัวอย่างชีวภาพ จัดการข้อมูล ให้คำปรึกษาด้านเทคนิค และดูแลความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ
บทที่ 1 แนวข้อสอบ ข้อ 1–42 · 42 ข้อ
1.1 ประวัติ ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม
- มหาวิทยาลัยนเรศวรมีจุดเริ่มต้นมาจากสถาบันใด
ก. วิทยาลัยพยาบาลพุทธชินราช
ข. มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการพิษณุโลก
ค. วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม
ง. วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก
- วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกจัดตั้งขึ้นเมื่อใด
ก. 25 มกราคม 2510 ข. 28 มิถุนายน 2517
ค. 9 ตุลาคม 2532 ง. 29 กรกฎาคม 2533
- ในปี พ.ศ. 2517 สถาบันได้รับการยกฐานะเป็นอะไร
ก. วิทยาลัยครูพิษณุโลก
ข. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก
ค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตพิษณุโลก
ง. มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ชื่อ “มหาวิทยาลัยนเรศวร” ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่เท่าใด
ก. 25 มกราคม 2510 ข. 9 ตุลาคม 2532
ค. 29 กรกฎาคม 2533 ง. 1 ธันวาคม 2546
- วันสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวรตรงกับวันใด
ก. 9 ตุลาคม ข. 25 มกราคม
ค. 28 มิถุนายน ง. 29 กรกฎาคม
- วันสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร (29 ก.ค. 2533) มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ตรงกับวาระใด
ก. ครบ 400 ปีการกระทำยุทธหัตถีที่ดอนเจดีย์
ข. ครบ 400 ปีการเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ค. ครบรอบวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ง. ครบ 200 ปีการสร้างพระพุทธชินราช
- ข้อใดคือปรัชญาของมหาวิทยาลัยนเรศวร
ก. ปัญญาคือแสงสว่างในโลก
ข. การศึกษาเพื่อปวงชน
ค. ความรู้คู่คุณธรรม นำสังคม
ง. สืบสานให้สังคมไทยเป็นไทจากอวิชชา
- วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามแผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2566–2570 คือข้อใด
ก. มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ
ข. มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งภูมิภาคอาเซียน
ค. มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย
ง. มหาวิทยาลัยสีเขียวเพื่อความยั่งยืน
- พันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรมีกี่ด้าน
ก. 3 ด้าน ข. 4 ด้าน
ค. 5 ด้าน ง. 6 ด้าน
- ข้อใด “ไม่ใช่” พันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวร
ก. การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
ข. การกำกับดูแลโรงพยาบาลรัฐทั่วภูมิภาค
ค. การบริหารจัดการองค์กร
ง. การผลิตบัณฑิต
- อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร คือข้อใด
ก. ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ จิตอาสา
ข. มีวินัย ใฝ่รู้ สู้งาน
ค. คุณธรรมนำความรู้ สู่สากล
ง. เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งครองชีวิต เก่งพิชิตปัญหา
- ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร คือดอกอะไร
ก. ดอกเสลา ข. ดอกกันเกรา
ค. ดอกราชพฤกษ์ ง. ดอกปีบ
- สีประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร คือสีใด
ก. แดง–เหลือง ข. น้ำเงิน–ขาว
ค. เขียว–ทอง ง. เทา–แสด
- สีแสดของมหาวิทยาลัยนเรศวรเกิดจากการผสมของสีที่สื่อความหมายถึงอะไร
ก. แม่น้ำน่าน และขุนเขา
ข. ชาติ และศาสนา
ค. ความกล้าหาญ และความอดทน
ง. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระพุทธชินราช
- มหาวิทยาลัยนเรศวรมีภารกิจหลักในการกระจายโอกาสทางการศึกษาไปยังพื้นที่ใด
ก. ภาคกลางตอนบน 6 จังหวัด
ข. ภาคเหนือตอนล่าง 9 จังหวัด
ค. ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด
ง. ลุ่มน้ำโขงทั้งหมด
- “วัฒนธรรมองค์กร” ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรระบุในเอกสารแผน คือข้อใด
ก. Seniority Culture
ข. Speed and Agility
ค. Fact-based Operation
ง. Customer Focus
- ข้อใดอธิบายความหมายของ “ค่านิยมองค์กร (Core Values)” ได้ถูกต้องที่สุด
ก. งานหลักที่องค์กรต้องทำตามกฎหมาย
ข. ภาพในอนาคตที่องค์กรต้องการเป็น
ค. เป้าหมายเชิงตัวเลขที่องค์กรต้องบรรลุในแต่ละปี
ง. หลักความเชื่อและแนวทางประพฤติร่วมกันที่ชี้นำการทำงานของบุคลากร
1.2 แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร
- แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรฉบับปัจจุบันครอบคลุมช่วงปีใด
ก. พ.ศ. 2561–2565 ข. พ.ศ. 2563–2567
ค. พ.ศ. 2566–2570 ง. พ.ศ. 2570–2574
- แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2566–2570 มีกี่ยุทธศาสตร์
ก. 3 ยุทธศาสตร์ ข. 4 ยุทธศาสตร์
ค. 5 ยุทธศาสตร์ ง. 6 ยุทธศาสตร์
- ยุทธศาสตร์ “Global and Frontier Research” มุ่งเน้นเรื่องใดเป็นหลัก
ก. การบริหารทรัพยากรบุคคลสมัยใหม่
ข. การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ค. การผลิตบัณฑิตผู้ประกอบการ
ง. การวิจัยแนวหน้าที่สร้างผลกระทบระดับประเทศและสากล
- “UEC” ที่ปรากฏในยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวรย่อมาจากข้อใด
ก. University–Enterprise Collaboration
ข. University Education Center
ค. University Engagement Council
ง. Universal Ethics Committee
- วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ “Digital Transformation” และ “Modern HR Management” อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ใด
ก. Quality Entrepreneurship Oriented Education
ข. Cultural Ecosystem Service
ค. Sustainability Organization
ง. Knowledge Transfer for Engagement Society
- “Work Integrated Learning (WIL)” ในพันธกิจด้านการบริการวิชาการ หมายถึงอะไร
ก. การให้นิสิตเรียนรู้ผ่านการทำงานในโครงการหรือสถานการณ์จริง
ข. การวัดผลการเรียนด้วยการสอบมาตรฐาน
ค. การเรียนออนไลน์ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
ง. การฝึกอบรมบุคลากรสายสนับสนุน
- เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศที่มหาวิทยาลัยใช้ประเมินองค์กร มีชื่อย่อว่าอะไร
ก. ISO 9001 ข. EdPEx
ค. AUN-QA ง. TQA
- ข้อใดเป็นลำดับขั้นของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ถูกต้อง
ก. วิสัยทัศน์ → พันธกิจ → ยุทธศาสตร์/เป้าประสงค์ → กลยุทธ์ → ตัวชี้วัดและโครงการ
ข. ตัวชี้วัด → วิสัยทัศน์ → พันธกิจ → กลยุทธ์
ค. พันธกิจ → โครงการ → วิสัยทัศน์ → ยุทธศาสตร์
ง. โครงการ → งบประมาณ → วิสัยทัศน์ → ตัวชี้วัด
- เครื่องมือวิเคราะห์สภาพแวดล้อมองค์กรที่พิจารณา “จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม” เรียกว่าอะไร
ก. PEST Analysis
ข. SWOT Analysis
ค. Gantt Chart
ง. Balanced Scorecard
1.3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับอนุมัติจัดตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อใด
ก. 18 มกราคม 2537 ข. 29 กรกฎาคม 2533
ค. 26 มีนาคม 2548 ง. 1 ธันวาคม 2546
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นคณะแพทยศาสตร์ลำดับที่เท่าใดของประเทศไทย
ก. ลำดับที่ 8 ข. ลำดับที่ 10
ค. ลำดับที่ 12 ง. ลำดับที่ 15
- ในระยะแรก นิสิตแพทย์ มน. ศึกษาชั้นคลินิกที่โรงพยาบาลใดเป็นหลัก
ก. โรงพยาบาลศิริราช
ข. โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก
ค. โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
ง. โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
- โครงการ CPIRD ที่คณะแพทยศาสตร์ มน. เข้าร่วม มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
ก. วิจัยวัคซีนร่วมกับองค์การอนามัยโลก
ข. ผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข
ค. ผลิตแพทย์เฉพาะทางเพื่อส่งออกต่างประเทศ
ง. พัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์
- โรงพยาบาลใด “ไม่ใช่” ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกในเครือข่ายคณะแพทยศาสตร์ มน.
ก. โรงพยาบาลแพร่ ข. โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
ค. โรงพยาบาลขอนแก่น ง. โรงพยาบาลพิจิตร
- การจัดการเรียนการสอนชั้นปรีคลินิกของคณะแพทยศาสตร์ มน. ใช้รูปแบบใดเป็นหลัก
ก. Lecture-based Learning
ข. Distance Learning
ค. Problem-Based Learning (PBL)
ง. Apprenticeship
- ค่านิยม “NARESUAN” ของคณะแพทยศาสตร์ (ตามรายงานประจำปี 2561) ตัวอักษร “A” ตัวแรก ย่อมาจากคำใด
ก. Accuracy ข. Accountability
ค. Achievement ง. Agility
1.4 โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
- ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร หน่วยงานนี้มีชื่อเดิมว่าอะไร
ก. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ
ข. สถาบันพยาธิวิทยาภาคเหนือ
ค. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์
ง. ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระนเรศวร
- โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรเปลี่ยนชื่อมาจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพในปี พ.ศ. ใด
ก. 2539 ข. 2543
ค. 2548 ง. 2550
- โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรจัดเป็นโรงพยาบาลระดับใด
ก. ปฐมภูมิ ข. ทุติยภูมิ
ค. ตติยภูมิ/ตติยภูมิขั้นสูง ง. โรงพยาบาลชุมชน
- ข้อใด “ไม่ใช่” ศูนย์ความเป็นเลิศที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรเคยประกาศ
ก. ศูนย์มะเร็ง
ข. ศูนย์โรคหัวใจ
ค. ศูนย์เวชศาสตร์การบินและอวกาศ
ง. ศูนย์โลหิตวิทยา (ธาลัสซีเมียและปลูกถ่ายไขกระดูก)
- บุคคลใดเสด็จฯ ทรงเปิดอาคารศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ (ต่อมาเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร) เมื่อ 1 ธันวาคม 2546
ก. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
ข. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
ค. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
ง. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
1.5 งานวิจัยและศูนย์วิจัย
- โครงการวิจัยที่เก็บตัวอย่างเลือดจากผู้ป่วยในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ต้องผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานใดก่อนเริ่มเก็บข้อมูล
ก. คณะกรรมการจรรยาบรรณการใช้สัตว์
ข. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ค. คณะกรรมการบริหารคณะแพทยศาสตร์
ง. คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ประเด็นวิจัยใดเหมาะสมที่สุดกับบริบทพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่มีความชุกของโรคทางพันธุกรรมของเม็ดเลือดแดงสูง
ก. โรคฮีโมฟิเลีย
ข. ธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ
ค. โรคซิสติกไฟโบรซิส
ง. โรคเทย์–แซคส์
- บทบาทใดของ “นักวิทยาศาสตร์” ประจำงานวิจัย คณะแพทยศาสตร์ ที่ “ไม่เหมาะสม” มากที่สุด
ก. ลงนามรับรองผลการพิจารณาจริยธรรมแทนประธานคณะกรรมการจริยธรรม
ข. ให้คำปรึกษาด้านเทคนิคการทดลองแก่นักวิจัย
ค. ควบคุมคุณภาพและสอบเทียบเครื่องมือในห้องปฏิบัติการ
ง. จัดเก็บและบริหารคลังตัวอย่างชีวภาพตามระบบ
Review ลูกค้า
บทที่ 2 สรุปเนื้อหาสำคัญ
2.1 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533
- ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับ 29 กรกฎาคม 2533 มหาวิทยาลัยเป็น นิติบุคคล
- วัตถุประสงค์: ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
- องค์กรบริหารสำคัญ: สภามหาวิทยาลัย (ควบคุมดูแลกิจการทั่วไป วางนโยบาย ออกข้อบังคับ อนุมัติปริญญา) — อธิการบดี (บังคับบัญชา บริหารกิจการตามกฎหมาย ข้อบังคับ และนโยบายสภา) — สภาวิชาการ (ดูแลงานวิชาการ หลักสูตร การวัดผล)
- อธิการบดีได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย; คณบดีแต่งตั้งโดยสภามหาวิทยาลัย
- ส่วนงาน เช่น สำนักงานอธิการบดี คณะ บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน สำนัก ศูนย์ และโรงพยาบาล
2.2 การบริหารงานบุคคลของพนักงานมหาวิทยาลัย
- พนักงานมหาวิทยาลัย = บุคคลที่ได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างให้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย โดยได้รับค่าจ้างจากงบประมาณแผ่นดินหรือเงินรายได้ แบ่งเป็น สายวิชาการ และ สายสนับสนุน (เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักวิชาการศึกษา)
- องค์กรกำกับ: คณะกรรมการบริหารงานบุคคล (ก.บ.ม.) ทำหน้าที่เสนอนโยบาย กำกับ และออกประกาศด้านการบริหารงานบุคคล
- ขั้นตอนหลัก: สรรหา–เลือกสรร → ทดลองปฏิบัติงาน → ประเมินเพื่อจ้างต่อ → พัฒนา → ประเมินผลการปฏิบัติงาน (ปีละ 2 รอบ) → เลื่อนค่าจ้าง/ตำแหน่ง
- ความก้าวหน้าสายสนับสนุน: ปฏิบัติการ → ชำนาญการ → ชำนาญการพิเศษ → เชี่ยวชาญ → เชี่ยวชาญพิเศษ (ใช้ผลงาน เช่น คู่มือปฏิบัติงาน งานวิเคราะห์/สังเคราะห์ งานวิจัย)
- โทษทางวินัย: ไม่ร้ายแรง = ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน/ค่าจ้าง ลดขั้น/ลดเงินเดือน; ร้ายแรง = ปลดออก หรือ ไล่ออก
- การพ้นสภาพ: ตาย ลาออก ครบสัญญา เกษียณอายุ ถูกเลิกจ้าง ไม่ผ่านการประเมิน หรือถูกลงโทษปลดออก/ไล่ออก
2.3 จรรยาบรรณบุคลากร
- อยู่ภายใต้กรอบ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมกลาง 7 ประการ:
- (1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (2) ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่ (3) กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ (5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน (6) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ (7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ
- จรรยาบรรณของบุคลากรมหาวิทยาลัยมักแยกเป็นด้าน: ต่อตนเอง ต่อวิชาชีพ ต่อผู้บังคับบัญชา–ผู้ร่วมงาน ต่อนิสิตและผู้รับบริการ ต่อองค์กร และต่อสังคม
- การฝ่าฝืนจรรยาบรรณ: พิจารณาตามความร้ายแรง ตั้งแต่ตักเตือน/ให้ปรับปรุงตัว ไปจนถึงดำเนินการทางวินัยหากเข้าข่ายความผิดวินัย
- ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) เป็นประเด็นสำคัญ: ห้ามใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์ส่วนตน และต้องเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์
2.4 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
|
การจัดระเบียบ |
หน่วยงาน |
ความเป็นนิติบุคคล |
|
ส่วนกลาง |
สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม |
สำนักนายกฯ กระทรวง ทบวง กรม เป็นนิติบุคคล |
|
ส่วนภูมิภาค |
จังหวัด อำเภอ |
จังหวัดเป็นนิติบุคคล อำเภอไม่เป็น |
|
ส่วนท้องถิ่น |
อบจ. เทศบาล อบต. กทม. เมืองพัทยา |
เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจัดตั้ง |
- มาตรา 3/1 (แก้ไขฉบับที่ 5 พ.ศ. 2545): การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า ลดขั้นตอน ยุบหน่วยงานที่ไม่จำเป็น กระจายอำนาจ ประชาชนมีส่วนร่วม → เป็นที่มาของ พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี 2546
- ปลัดกระทรวง บังคับบัญชาข้าราชการประจำในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี; อธิบดี บังคับบัญชาข้าราชการในกรม; ผู้ว่าราชการจังหวัด บังคับบัญชาข้าราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัด; นายอำเภอ เป็นหัวหน้าปกครองอำเภอ
2.5 พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
- เป้าหมาย 7 ประการ (มาตรา 6): ประโยชน์สุขของประชาชน, ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ, มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า, ไม่มีขั้นตอนเกินจำเป็น, ปรับปรุงภารกิจให้ทันสถานการณ์, อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน, ประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
- จัดเป็น 9 หมวด โดยหมวด 1–7 สอดรับกับเป้าหมาย 7 ประการ
- ประเด็นออกสอบบ่อย: ส่วนราชการต้องกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานและประกาศให้ประชาชนทราบ; เมื่อได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือ ต้องตอบหรือแจ้งการดำเนินการ ภายใน 15 วัน; ต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการ; จัดให้มีการประเมินผลโดยผู้ประเมินภายนอก; ใช้ระบบเครือข่ายสารสนเทศร่วมกัน (one stop service)
- หน่วยงานรับผิดชอบหลัก: สำนักงาน ก.พ.ร.
2.6 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
- คำสั่งทางปกครอง = การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล โดยมุ่งเฉพาะเจาะจงต่อบุคคลหรือกรณีใด
- กฎ = พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งเฉพาะบุคคล
- ความไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่: เป็นคู่กรณี/คู่หมั้น/คู่สมรส/ญาติ (บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้อง ลูกพี่ลูกน้องนับได้ 3 ชั้น ญาติทางการสมรสนับได้ 2 ชั้น) ห้ามพิจารณาทางปกครอง
- คำสั่งเป็นหนังสือต้องมี เหตุผล (ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ) และต้องระบุวิธีการอุทธรณ์ หากไม่แจ้ง ระยะเวลาอุทธรณ์ขยายเป็น 1 ปี
- อุทธรณ์ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง ซึ่งต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
- การแจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ (ในประเทศ) ถือว่าได้รับเมื่อครบ 7 วัน นับแต่วันส่ง; การแจ้งโดยประกาศหนังสือพิมพ์ (กรณีผู้รับเกิน 50 คน) ถือว่าได้รับเมื่อพ้น 15 วัน นับแต่วันประกาศ
- คำสั่งทางปกครองมีผลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้ง
2.7 พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- หลัก: “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
- มาตรา 7 ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (โครงสร้างและการจัดองค์กร สรุปอำนาจหน้าที่ สถานที่ติดต่อ กฎ มติ ครม. ฯลฯ); มาตรา 9 จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ (ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร) เช่น ผลการพิจารณา แผนงาน งบประมาณ สัญญาสัมปทาน; มาตรา 11 ขอข้อมูลอื่นเป็นการเฉพาะ
- มาตรา 14 ข้อมูลเกี่ยวกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ จะเปิดเผยมิได้; มาตรา 15 ข้อมูลที่ อาจไม่เปิดเผย (ความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย ความเห็นภายใน อันตรายต่อชีวิต รายงานการแพทย์/ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลที่กฎหมายคุ้มครอง)
- ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล (หมวด 3): หน่วยงานต้องจัดระบบให้ปลอดภัย เปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอมไม่ได้ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น; เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอตรวจดูและขอแก้ไข
- ไม่พอใจคำสั่งไม่เปิดเผย → อุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ภายใน 15 วัน; ร้องเรียนกรณีหน่วยงานไม่ปฏิบัติตาม → คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
- ข้อมูลที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ส่งหอจดหมายเหตุ: ตามมาตรา 14 เมื่อครบ 75 ปี; ตามมาตรา 15 เมื่อครบ 20 ปี
2.8 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
- ใช้บังคับเต็มรูปแบบ 1 มิถุนายน 2565; หน่วยงานกำกับ: คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
- ข้อมูลส่วนบุคคล = ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ไม่รวมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
- ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) = ผู้มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บ ใช้ เปิดเผย; ผู้ประมวลผลข้อมูล (Data Processor) = ดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุม
- ข้อมูลอ่อนไหว (มาตรา 26): เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (biometric)
- ฐานทางกฎหมาย (มาตรา 24): การวิจัย/สถิติ/จดหมายเหตุ (มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม), ป้องกันอันตรายต่อชีวิต, สัญญา, ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ/อำนาจรัฐ, ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย, หน้าที่ตามกฎหมาย และความยินยอม
- ความยินยอม: ต้องชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ แยกส่วนชัดเจน ภาษาเข้าใจง่าย ไม่บังคับเป็นเงื่อนไข และ ถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ
- สิทธิเจ้าของข้อมูล: ขอเข้าถึง/ขอสำเนา, ขอให้โอนย้าย, คัดค้าน, ขอให้ลบ/ทำลาย/ทำให้ไม่สามารถระบุตัวตน, ขอให้ระงับการใช้, ขอให้แก้ไขให้ถูกต้อง
- เหตุละเมิดข้อมูล: แจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ (เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยง) และแจ้งเจ้าของข้อมูลหากมีความเสี่ยงสูง
- โทษ: ความรับผิดทางแพ่ง (ศาลสั่งค่าสินไหมเพื่อการลงโทษเพิ่มได้ไม่เกิน 2 เท่า), โทษอาญา, โทษปกครอง (ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท)
2.9 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (2548, 2560, 2564)
- หนังสือราชการ 6 ชนิด: หนังสือภายนอก, หนังสือภายใน, หนังสือประทับตรา, หนังสือสั่งการ, หนังสือประชาสัมพันธ์, หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
|
ชนิด |
ลักษณะสำคัญ |
|
หนังสือภายนอก |
ใช้กระดาษตราครุฑ ติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการกับหน่วยงานอื่น/บุคคลภายนอก |
|
หนังสือภายใน |
ใช้กระดาษบันทึกข้อความ ติดต่อภายในกระทรวง ทบวง กรม หรือจังหวัดเดียวกัน |
|
หนังสือประทับตรา |
ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อ สำหรับเรื่องไม่สำคัญ หัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปหรือผู้ได้รับมอบหมายลงชื่อย่อกำกับตรา |
|
หนังสือสั่งการ |
คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ |
|
หนังสือประชาสัมพันธ์ |
ประกาศ แถลงการณ์ ข่าว |
|
หนังสือเป็นหลักฐาน |
หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก หนังสืออื่น |
- ชั้นความเร็ว: ด่วนที่สุด (ปฏิบัติทันทีที่ได้รับ) > ด่วนมาก (ปฏิบัติโดยเร็ว) > ด่วน (เร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้)
- ชั้นความลับ (ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544): ลับที่สุด ลับมาก ลับ
- การเก็บหนังสือ 3 ประเภท: เก็บระหว่างปฏิบัติ, เก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จ, เก็บเพื่อใช้ในการตรวจสอบ; อายุการเก็บโดยปกติ ไม่น้อยกว่า 10 ปี; หนังสือครบ 20 ปีที่มีคุณค่าส่งมอบหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
- การทำลาย: สำรวจหนังสือครบอายุ ทำบัญชีหนังสือขอทำลาย ภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน; คณะกรรมการทำลายประกอบด้วยประธานและกรรมการอย่างน้อยอีก 2 คน
- ฉบับแก้ไข 2560 และ 2564 รองรับ สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ การรับ–ส่งหนังสือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
บทที่ 2 แนวข้อสอบ ข้อ 43–111 · 69 ข้อ
2.1 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 มหาวิทยาลัยมีสถานะทางกฎหมายอย่างไร
ก. เป็นองค์การมหาชน
ข. เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมสามัญศึกษา
ค. เป็นรัฐวิสาหกิจ
ง. เป็นนิติบุคคล
- ข้อใด “ไม่ใช่” วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรตาม พ.ร.บ.
ก. ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
ข. ทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
ค. ทำการสอนและวิจัย
ง. ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- องค์กรใดมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัยและออกข้อบังคับ
ก. สภามหาวิทยาลัย
ข. สภาคณาจารย์และพนักงาน
ค. คณะกรรมการบริหารคณะ
ง. สภาวิชาการ
- การแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นไปตามข้อใด
ก. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. แต่งตั้ง
ค. ที่ประชุมคณบดีเลือกและแต่งตั้ง
ง. นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
- ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมายและนโยบายของสภามหาวิทยาลัย คือใคร
ก. ประธานสภาวิชาการ ข. อธิการบดี
ค. ผู้อำนวยการกองกลาง ง. นายกสภามหาวิทยาลัย
- ข้อใดคือหน้าที่หลักของ “สภาวิชาการ”
ก. อนุมัติงบประมาณประจำปี
ข. แต่งตั้งอธิการบดี
ค. พิจารณาเรื่องหลักสูตร การเรียนการสอน การวัดผล และงานวิชาการ
ง. ลงโทษทางวินัยพนักงาน
- ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณบดี
ก. ที่ประชุมอาจารย์ประจำคณะ
ข. สภามหาวิทยาลัย
ค. อธิการบดี โดยไม่ต้องผ่านสภา
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.
2.2 การบริหารงานบุคคลของพนักงานมหาวิทยาลัย
- “พนักงานมหาวิทยาลัย” มีความหมายตามข้อใด
ก. ผู้รับจ้างเหมาบริการรายวัน
ข. ลูกจ้างประจำที่ได้รับเงินเดือนจากกรมบัญชีกลาง
ค. บุคคลที่ได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างให้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยโดยได้รับค่าจ้างจากงบประมาณแผ่นดินหรือเงินรายได้
ง. ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
- ตำแหน่ง “นักวิทยาศาสตร์” ในมหาวิทยาลัยจัดอยู่ในกลุ่มใด
ก. สายวิชาการ
ข. สายสนับสนุน (สายปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไป)
ค. ลูกจ้างชั่วคราวรายวัน
ง. ผู้บริหาร
- ลำดับความก้าวหน้าของตำแหน่งสายสนับสนุนข้อใดถูกต้อง
ก. ปฏิบัติการ → ชำนาญการ → ชำนาญการพิเศษ → เชี่ยวชาญ → เชี่ยวชาญพิเศษ
ข. ปฏิบัติการ → เชี่ยวชาญ → ชำนาญการ → ชำนาญการพิเศษ
ค. ชำนาญการ → ปฏิบัติการ → เชี่ยวชาญ → ทรงคุณวุฒิ
ง. ปฏิบัติงาน → ชำนาญงาน → ทรงคุณวุฒิ → อาวุโส
- โทษทางวินัยใดจัดเป็นโทษสำหรับความผิดวินัย “อย่างร้ายแรง”
ก. ภาคทัณฑ์ ข. ปลดออก
ค. ตัดเงินเดือน ง. ลดขั้นเงินเดือน
- ความแตกต่างระหว่าง “ปลดออก” กับ “ไล่ออก” ที่สำคัญคือข้อใด
ก. ไม่มีความแตกต่างกัน
ข. ปลดออกไม่ต้องสอบสวน
ค. ปลดออกยังได้รับบำเหน็จหรือสิทธิประโยชน์เสมือนลาออก ส่วนไล่ออกไม่ได้รับ
ง. ไล่ออกเป็นโทษเบากว่าปลดออก
- พนักงานมหาวิทยาลัยที่ไม่พอใจคำสั่งลงโทษทางวินัย ควรดำเนินการตามข้อใดเป็นลำดับแรก
ก. อุทธรณ์ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยภายในระยะเวลาที่กำหนด
ข. ฟ้องศาลยุติธรรมทันที
ค. ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน
ง. ลาออกเพื่อหลีกเลี่ยงโทษ
- การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยโดยทั่วไปดำเนินการปีละกี่ครั้ง
ก. 1 ครั้ง ข. 2 ครั้ง
ค. 3 ครั้ง ง. 4 ครั้ง
- ข้อใดเป็นผลงานที่เหมาะสมใช้ประกอบการขอกำหนดตำแหน่ง “ชำนาญการ” ของนักวิทยาศาสตร์
ก. ใบรับรองการเข้าร่วมงานเลี้ยงปีใหม่
ข. สำเนาบัตรประชาชน
ค. ใบเสร็จค่าลงทะเบียนสัมมนา
ง. คู่มือปฏิบัติงานหลักเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
2.3 จรรยาบรรณบุคลากร
- พระราชบัญญัติใดเป็นกรอบกลางในการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ก. พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ข. พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560
ค. พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ง. พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562
- มาตรฐานทางจริยธรรมกลางของเจ้าหน้าที่ของรัฐมีกี่ประการ
ก. 5 ประการ ข. 7 ประการ
ค. 9 ประการ ง. 10 ประการ
- ข้อใด “ไม่อยู่” ในมาตรฐานทางจริยธรรมกลาง 7 ประการ
ก. คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ
ข. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
ค. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
ง. มุ่งแสวงหากำไรสูงสุดให้หน่วยงาน
- นักวิทยาศาสตร์ได้รับมอบหมายให้ร่วมกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ของเครื่องมือ ขณะที่บริษัทของญาติเป็นผู้เสนอราคารายหนึ่ง ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ร่วมเป็นกรรมการต่อไปเพราะมีความรู้ดีที่สุด
ข. ไม่ต้องทำอะไรหากมั่นใจว่าตนเป็นกลาง
ค. แจ้งญาติให้ปรับราคาให้ต่ำที่สุด
ง. เปิดเผยความสัมพันธ์และขอถอนตัวจากการพิจารณา
- ข้อใดเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการมากที่สุด
ก. ให้บริการตามลำดับคิวอย่างเท่าเทียม
ข. เปิดเผยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยให้เพื่อนร่วมงานที่ไม่เกี่ยวข้องฟัง
ค. อธิบายขั้นตอนการส่งตัวอย่างด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
ง. แจ้งระยะเวลารอผลการตรวจล่วงหน้า
- เพื่อนร่วมงานนำวัสดุวิทยาศาสตร์ของโครงการวิจัยไปใช้ในธุรกิจส่วนตัว ท่านควรทำอย่างไรตามหลักจริยธรรม
ก. โพสต์ประจานในสื่อสังคมออนไลน์
ข. รายงานผู้บังคับบัญชาหรือช่องทางร้องเรียนของหน่วยงานตามระเบียบ
ค. เพิกเฉยเพราะไม่ใช่หน้าที่
ง. ขอแบ่งวัสดุบางส่วนมาใช้บ้าง
2.4 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
- พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แบ่งการจัดระเบียบบริหารราชการออกเป็นกี่ส่วน
ก. 2 ส่วน ข. 3 ส่วน
ค. 4 ส่วน ง. 5 ส่วน
- หน่วยงานใดจัดเป็น “ราชการส่วนภูมิภาค”
ก. เทศบาลนคร
ข. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ค. จังหวัดและอำเภอ
ง. องค์การบริหารส่วนตำบล
- ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความเป็นนิติบุคคล
ก. จังหวัดเป็นนิติบุคคล แต่อำเภอไม่เป็นนิติบุคคล
ข. จังหวัดและอำเภอเป็นนิติบุคคล
ค. อำเภอเป็นนิติบุคคล แต่จังหวัดไม่เป็น
ง. ทั้งจังหวัดและอำเภอไม่เป็นนิติบุคคล
- ผู้บังคับบัญชาข้าราชการประจำในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี คือใคร
ก. เลขานุการรัฐมนตรี
ข. อธิบดี
ค. ผู้ตรวจราชการกระทรวง
ง. ปลัดกระทรวง
- มาตรา 3/1 ที่เพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 วางหลักการเรื่องใด
ก. การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. การจัดตั้งกระทรวงใหม่
ค. การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า
ง. การยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค
- ผู้บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัด และรับผิดชอบราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัด คือใคร
ก. ปลัดจังหวัด
ข. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. นายอำเภอ
- มหาวิทยาลัยนเรศวรซึ่งอยู่ในกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดอยู่ในการบริหารราชการส่วนใดตามโครงสร้างทั่วไป
ก. รัฐวิสาหกิจ
ข. ราชการส่วนกลาง (ส่วนราชการ/หน่วยงานของรัฐที่ขึ้นกับกระทรวง)
ค. ราชการส่วนท้องถิ่น
ง. ราชการส่วนภูมิภาค
2.5 พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
- พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 กำหนดเป้าหมายไว้กี่ประการ
ก. 5 ประการ ข. 6 ประการ
ค. 7 ประการ ง. 9 ประการ
- ข้อใด “ไม่ใช่” เป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตาม พ.ร.ฎ. 2546
ก. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
ข. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
ค. เพิ่มจำนวนข้าราชการให้มากที่สุด
ง. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
- เมื่อส่วนราชการได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชน ต้องตอบหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายในกี่วัน
ก. 7 วัน ข. 15 วัน
ค. 30 วัน ง. 60 วัน
- หน่วยงานใดมีบทบาทหลักในการเสนอแนะและติดตามการปฏิบัติตาม พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี
ก. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ข. สำนักงาน ก.พ.
ค. สำนักงบประมาณ
ง. สำนักงาน ก.พ.ร.
- การที่ส่วนราชการจัดให้ประชาชนติดต่อขอรับบริการได้ ณ จุดเดียว สอดคล้องกับหลักการใดของ พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี
ก. การบริหารแบบสั่งการ
ข. การเพิ่มรายได้ของรัฐ
ค. การรวมศูนย์อำนาจ
ง. การลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน (One Stop Service)
- ตาม พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ส่วนราชการต้องกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานและดำเนินการใดต่อไป
ก. ส่งให้ศาลปกครองรับรอง
ข. เก็บเป็นความลับ
ค. ใช้เฉพาะงานที่มีค่าธรรมเนียม
ง. ประกาศให้ประชาชนและข้าราชการทราบ
- การประเมินความคุ้มค่าของภารกิจโดยเปรียบเทียบผลลัพธ์กับต้นทุน สอดคล้องกับหลักการใด
ก. หลักคุณธรรม
ข. หลักนิติธรรม
ค. หลักการมีส่วนร่วม
ง. หลักประสิทธิภาพและความคุ้มค่า
2.6 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
- ข้อใดเป็น “คำสั่งทางปกครอง”
ก. คำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์พนักงานรายหนึ่ง
ข. กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม
ค. ประกาศมหาวิทยาลัยเรื่องหลักเกณฑ์การลาที่ใช้กับพนักงานทุกคน
ง. ข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี
- ผู้รับคำสั่งทางปกครองต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกี่วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่ง (กรณีกฎหมายเฉพาะมิได้กำหนดไว้)
ก. 7 วัน ข. 15 วัน
ค. 30 วัน ง. 90 วัน
- หากคำสั่งทางปกครองไม่ได้ระบุกรณีที่อาจอุทธรณ์ได้ การยื่นอุทธรณ์และระยะเวลาสำหรับอุทธรณ์ขยายเป็นเท่าใด
ก. 30 วัน
ข. 90 วัน
ค. 6 เดือน
ง. 1 ปี นับแต่วันได้รับคำสั่ง
- การแจ้งคำสั่งทางปกครองทางไปรษณีย์ตอบรับภายในประเทศ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อใด
ก. เมื่อครบ 7 วันนับแต่วันส่ง
ข. เมื่อครบ 15 วันนับแต่วันส่ง
ค. เมื่อครบ 3 วันนับแต่วันส่ง
ง. วันที่ส่ง
- คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผลประกอบ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อใด
ก. ความเห็นของผู้บังคับบัญชาทุกระดับ
ข. ประวัติส่วนตัวของผู้รับคำสั่ง
ค. จำนวนพยานบุคคล
ง. ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ
- เจ้าหน้าที่ข้อใดต่อไปนี้ “ทำการพิจารณาทางปกครองได้” โดยไม่ขัดหลักความเป็นกลาง
ก. เป็นคู่สมรสของคู่กรณี
ข. เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของคู่กรณี
ค. เป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนมัธยมของคู่กรณี ซึ่งไม่ได้ติดต่อกันมานาน
ง. เป็นบุตรของคู่กรณี
- คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่เมื่อใด
ก. ตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่ลงนาม
ข. เมื่อพ้นระยะเวลาอุทธรณ์
ค. ตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป
ง. ตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- กรณีมีผู้รับคำสั่งทางปกครองเกิน 50 คน การแจ้งโดยการประกาศในหนังสือพิมพ์ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อใด
ก. ล่วงพ้น 15 วันนับแต่วันประกาศ
ข. ล่วงพ้น 30 วันนับแต่วันประกาศ
ค. วันที่ประกาศ
ง. ล่วงพ้น 7 วันนับแต่วันประกาศ
2.7 พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- หลักการสำคัญของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 คือข้อใด
ก. เปิดเผยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสีย
ข. เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น
ค. เปิดเผยเมื่อศาลสั่งเท่านั้น
ง. ปกปิดเป็นหลัก เปิดเผยเป็นข้อยกเว้น
- ข้อมูลข่าวสารประเภทใดที่ต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 7)
ก. โครงสร้างและการจัดองค์กร สรุปอำนาจหน้าที่ และสถานที่ติดต่อขอรับข้อมูล
ข. รายงานการประชุมภายในที่ยังไม่เป็นที่ยุติ
ค. ประวัติอาชญากรรมของบุคคล
ง. ผลการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคลากร
- ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจก่อความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีสถานะตามกฎหมายอย่างไร
ก. จะเปิดเผยมิได้ (มาตรา 14)
ข. เปิดเผยได้หากมีผู้ร้องขอ
ค. เปิดเผยได้เมื่อครบ 5 ปี
ง. อยู่ในดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ทุกกรณี
- ผู้ขอข้อมูลที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สามารถอุทธรณ์ต่อหน่วยงานใด
ก. ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ข. ศาลปกครองสูงสุดโดยตรง
ค. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (ผ่านคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ)
ง. สำนักงาน ป.ป.ช.
- ข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา 15 (ที่อาจไม่เปิดเผย) ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ให้ส่งมอบหอจดหมายเหตุแห่งชาติเมื่อครบกี่ปี
ก. 10 ปี ข. 20 ปี
ค. 50 ปี ง. 75 ปี
- นักวิจัยภายนอกขอดูผลการตรวจเลือดรายบุคคลของผู้ป่วยในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโดยอ้างเพื่อการศึกษา โดยไม่มีหนังสือยินยอมและไม่ผ่านกระบวนการใด ๆ เจ้าหน้าที่ควรทำอย่างไร
ก. ไม่เปิดเผย เพราะเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย
ข. ให้ผู้ขอจ่ายค่าธรรมเนียมแล้วเปิดเผย
ค. ให้ถ่ายสำเนาแต่ปิดชื่อเพียงบางส่วน
ง. ให้ดูได้เพราะเป็นข้อมูลราชการที่ต้องเปิดเผย
2.8 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับครบทุกหมวดเมื่อใด
ก. 27 พฤษภาคม 2562 ข. 1 มิถุนายน 2564
ค. 1 มิถุนายน 2565 ง. 1 มกราคม 2566
- ข้อมูลใดต่อไปนี้ “ไม่อยู่” ในความคุ้มครองของ PDPA ในฐานะข้อมูลส่วนบุคคล
ก. ผลตรวจทางพันธุกรรมของบุคคลที่มีชีวิต
ข. ลายนิ้วมือของอาสาสมัคร
ค. ชื่อ–นามสกุลและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ป่วย
ง. ข้อมูลของผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้ว
- ข้อมูลใดจัดเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” ตามมาตรา 26
ก. ข้อมูลพันธุกรรมและข้อมูลสุขภาพ
ข. ตำแหน่งงาน
ค. ชื่อเล่น
ง. ที่อยู่อีเมลที่ทำงาน
- ผู้ที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล เรียกว่าอะไร
ก. Data Processor
ข. Data Protection Officer
ค. Data Subject
ง. Data Controller
- เมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในกี่ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ
ก. 24 ชั่วโมง ข. 48 ชั่วโมง
ค. 72 ชั่วโมง ง. 7 วัน
- ข้อใดกล่าว “ไม่ถูกต้อง” เกี่ยวกับความยินยอมตาม PDPA
ก. เจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้
ข. เมื่อให้ความยินยอมแล้ว ไม่สามารถถอนได้ตลอดอายุโครงการ
ค. ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน
ง. ต้องขอโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
- การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ สามารถใช้ฐานทางกฎหมายใดโดยไม่ต้องขอความยินยอม (หากมีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม)
ก. ไม่มีฐานใดใช้ได้ ต้องขอความยินยอมเสมอ
ข. ฐานการวิจัยและสถิติ (มาตรา 24(1))
ค. ฐานสัญญาจ้างแรงงาน
ง. ฐานการตลาดแบบตรง
- บทลงโทษทางปกครองตาม PDPA กำหนดค่าปรับสูงสุดไว้เท่าใด
ก. 500,000 บาท ข. 1 ล้านบาท
ค. 3 ล้านบาท ง. 5 ล้านบาท
- นักวิทยาศาสตร์ต้องส่งข้อมูลผลแล็บของอาสาสมัครให้ทีมวิเคราะห์สถิติ วิธีใดเหมาะสมที่สุดตามหลัก PDPA
ก. ทำข้อมูลแฝง (pseudonymization) ใช้รหัสแทนตัวตน และส่งผ่านช่องทางที่ปลอดภัยเท่าที่จำเป็น
ข. ส่งไฟล์ที่มีชื่อ–นามสกุล เลขบัตรประชาชน ทางอีเมลส่วนตัว
ค. พิมพ์ข้อมูลทั้งหมดลงกระดาษแล้วฝากไว้ที่ประชาสัมพันธ์
ง. โพสต์ไฟล์ในกลุ่มไลน์ของโครงการเพื่อความรวดเร็ว
บทที่ 6 สรุปเนื้อหาสำคัญ
6.1 กระบวนการวิจัยและการตั้งคำถามวิจัย
- ขั้นตอน: ระบุปัญหา → ทบทวนวรรณกรรม → ตั้งคำถาม/สมมติฐาน → ออกแบบการวิจัย → ขอรับรองจริยธรรม → เก็บข้อมูล → วิเคราะห์ → แปลผล → เผยแพร่
- PICO: Population, Intervention (หรือ Exposure), Comparison, Outcome (+ Time = PICOT)
- FINER: Feasible, Interesting, Novel, Ethical, Relevant — เกณฑ์คำถามวิจัยที่ดี
- ตัวแปร: อิสระ (independent/exposure), ตาม (dependent/outcome), กวน (confounder), ควบคุม
- สมมติฐานหลัก (H₀) = ไม่มีความแตกต่าง/ความสัมพันธ์; สมมติฐานทางเลือก (H₁)
6.2 รูปแบบการวิจัย
|
รูปแบบ |
ลักษณะ |
ตัววัดที่ใช้ |
|
Cross-sectional |
วัดปัจจัยและผลลัพธ์ ณ เวลาเดียว |
Prevalence, Prevalence ratio |
|
Case-control |
เริ่มจากผลลัพธ์ (case vs control) ย้อนดูปัจจัยเสี่ยง |
Odds ratio (OR) |
|
Cohort |
เริ่มจากปัจจัยเสี่ยง ติดตามไปข้างหน้าดูการเกิดโรค |
Incidence, Relative risk (RR) |
|
RCT |
สุ่มจัดกลุ่ม ผู้วิจัยกำหนด intervention |
RR, ARR, NNT |
|
Systematic review / Meta-analysis |
รวบรวมงานวิจัยอย่างเป็นระบบ / รวมผลเชิงสถิติ |
Pooled effect, I² |
- ลำดับหลักฐาน (สูง→ต่ำ): Systematic review/meta-analysis of RCTs → RCT → Cohort → Case-control → Cross-sectional → Case series/report → Expert opinion
- หลัก RCT: randomization, allocation concealment, blinding (single/double/triple), intention-to-treat (ITT)
- Clinical trial phases: I (ความปลอดภัย/ขนาดยา กลุ่มเล็ก), II (ประสิทธิผลเบื้องต้น), III (เทียบมาตรฐาน กลุ่มใหญ่ ก่อนขึ้นทะเบียน), IV (หลังออกสู่ตลาด)
- Bias สำคัญ: selection bias, information/recall bias, confounding; ความตรงภายใน vs ภายนอก
6.3 ประชากร กลุ่มตัวอย่าง และขนาดตัวอย่าง
- Probability sampling: simple random, systematic, stratified, cluster, multistage; Non-probability: convenience, purposive, quota, snowball
- ประมาณค่าสัดส่วน: n = Z²p(1−p)/d² (95%: Z = 1.96)
- ยามาเน่ (Yamane): n = N / (1 + Ne²)
- เปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มอิสระ: n ต่อกลุ่ม = 2(Zα/2 + Zβ)²σ² / Δ² (α = 0.05 สองทาง → 1.96; power 80% → Zβ = 0.84)
- ปรับเพื่อชดเชยการสูญหาย: n_adj = n / (1 − dropout rate)
- Type I error (α) = ปฏิเสธ H₀ ที่จริง; Type II error (β) = ยอมรับ H₀ ที่ผิด; Power = 1 − β
6.4 การเขียนโครงร่างวิจัย
- องค์ประกอบ: ชื่อเรื่อง, ความเป็นมาและความสำคัญ, คำถาม/วัตถุประสงค์, สมมติฐาน, กรอบแนวคิด, การทบทวนวรรณกรรม, ระเบียบวิธีวิจัย (รูปแบบ ประชากร เกณฑ์คัดเข้า–คัดออก ขนาดตัวอย่าง เครื่องมือ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์), ข้อพิจารณาจริยธรรม, แผนการดำเนินงาน (Gantt chart), งบประมาณ, ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ, เอกสารอ้างอิง
- วัตถุประสงค์ที่ดีต้อง SMART และวัดผลได้ ใช้คำกริยา เช่น “เพื่อเปรียบเทียบ” “เพื่อศึกษาความสัมพันธ์”
- คุณภาพเครื่องมือ: ความตรง (validity เช่น IOC ≥ 0.5), ความเที่ยง (reliability เช่น Cronbach’s α ≥ 0.7, test–retest, inter-rater kappa)
- Reporting guidelines: CONSORT (RCT), STROBE (observational), PRISMA (systematic review), STARD (diagnostic accuracy), ARRIVE (animal), SPIRIT (protocol ของ trial), CARE (case report)
6.5 การทบทวนวรรณกรรมและฐานข้อมูล
- PubMed/MEDLINE (NLM, NIH) ใช้ MeSH terms; Scopus (Elsevier) มี CiteScore, h-index; Web of Science (Clarivate) มี Journal Impact Factor (JCR); TCI = ฐานข้อมูลวารสารไทย (กลุ่ม 1, 2)
- Boolean: AND (แคบลง), OR (กว้างขึ้น ใช้กับคำพ้อง), NOT (ตัดออก); “…” = วลี; * = truncation
- โปรแกรมจัดการบรรณานุกรม: EndNote, Zotero, Mendeley; รูปแบบอ้างอิง Vancouver (ตัวเลขตามลำดับ) นิยมในทางการแพทย์, APA (ผู้แต่ง–ปี)
- Systematic review: กำหนดคำถาม → ลงทะเบียน protocol (เช่น PROSPERO) → สืบค้นหลายฐาน → คัดกรองอิสระ ≥ 2 คน → ประเมินคุณภาพ (RoB 2, Newcastle–Ottawa) → สกัดข้อมูล → สังเคราะห์ → GRADE
บทที่ 6 แนวข้อสอบ ข้อ 250–289 · 40 ข้อ
6.1 กระบวนการวิจัยและการตั้งคำถามวิจัย
- กรอบ PICO ใช้สำหรับเรื่องใดในการวิจัยทางคลินิก
ก. การตั้งคำถามวิจัยและกำหนดคำสืบค้นให้ชัดเจน
ข. การคำนวณงบประมาณ
ค. การเขียนบทคัดย่อภาษาอังกฤษ
ง. การเลือกสถิติวิเคราะห์
- ในคำถามวิจัย “ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับยา A เปรียบเทียบกับยา B มีระดับ HbA1c ลดลงต่างกันหรือไม่” ส่วนใดคือ Outcome
ก. ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ข. ยา B
ค. ระดับ HbA1c ง. ยา A
- เกณฑ์ FINER ใช้ประเมินสิ่งใด
ก. ความเสี่ยงของอาสาสมัคร
ข. คุณลักษณะของคำถามวิจัยที่ดี
ค. คุณภาพของวารสาร
ง. ความถูกต้องของเครื่องมือวัด
- การศึกษาผลของการสูบบุหรี่ต่อการเกิดมะเร็งปอด “การสูบบุหรี่” เป็นตัวแปรชนิดใด
ก. ตัวแปรอิสระ
ข. ตัวแปรตาม
ค. ตัวแปรแทรกซ้อนที่ไม่ต้องวัด
ง. ตัวแปรกวน
- ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟกับโรคหัวใจ การสูบบุหรี่ซึ่งสัมพันธ์ทั้งกับการดื่มกาแฟและโรคหัวใจ จัดเป็นตัวแปรใด
ก. Dependent variable
ข. Confounding variable
ค. Outcome variable
ง. Instrumental variable
- สมมติฐานหลัก (Null hypothesis, H₀) โดยทั่วไปมีลักษณะอย่างไร
ก. ระบุว่ามีความแตกต่างระหว่างกลุ่ม
ข. ระบุว่าไม่มีความแตกต่างหรือไม่มีความสัมพันธ์
ค. เป็นสมมติฐานที่ผู้วิจัยต้องการพิสูจน์ว่าจริง
ง. ระบุทิศทางของความแตกต่าง
- ขั้นตอนใดควรดำเนินการ “ก่อน” การเก็บข้อมูลจากอาสาสมัครในงานวิจัยในมนุษย์
ก. จดสิทธิบัตร
ข. วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
ค. ตีพิมพ์ผลงาน
ง. ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์
6.2 รูปแบบการวิจัย
- การศึกษาที่เลือกผู้ป่วยมะเร็งตับ (case) และผู้ไม่เป็นโรค (control) แล้วย้อนไปสอบถามประวัติการรับประทานปลาร้า เป็นรูปแบบการวิจัยใด
ก. Cohort study
ข. Cross-sectional study
ค. Randomized controlled trial
ง. Case-control study
- ตัวชี้วัดความสัมพันธ์ที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาแบบ case-control คือข้อใด
ก. Incidence rate
ข. Number needed to treat
ค. Relative risk
ง. Odds ratio
- การศึกษาที่ติดตามกลุ่มบุคลากรที่ทำงานกะดึกและกะปกติไปข้างหน้า 10 ปี เพื่อดูการเกิดโรคเบาหวาน เป็นรูปแบบใด
ก. Case series
ข. Case-control study
ค. Prospective cohort study
ง. Cross-sectional study
- การสำรวจความชุกของภาวะโลหิตจางในนิสิตชั้นปีที่ 1 ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เป็นรูปแบบการวิจัยใด
ก. Clinical trial ข. Cohort
ค. Case-control ง. Cross-sectional
- การปกปิดลำดับการสุ่มไม่ให้ผู้คัดเลือกอาสาสมัครทราบล่วงหน้าว่าคนถัดไปจะได้รับการรักษาแบบใด เรียกว่าอะไร
ก. Allocation concealment
ข. Stratification
ค. Matching
ง. Blinding
- การวิเคราะห์ผลตามกลุ่มที่ผู้ป่วยถูกสุ่มเข้าไปตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะได้รับการรักษาครบหรือไม่ เรียกว่าอะไร
ก. As-treated analysis
ข. Subgroup analysis
ค. Per-protocol analysis
ง. Intention-to-treat analysis
- การทดลองทางคลินิกระยะใดที่มุ่งศึกษาความปลอดภัยและขนาดยาในอาสาสมัครกลุ่มเล็ก (มักเป็นคนสุขภาพดี)
ก. Phase I ข. Phase II
ค. Phase III ง. Phase IV
- รูปแบบการวิจัยใดให้หลักฐานเชิงประจักษ์ระดับสูงสุดในการประเมินประสิทธิผลของการรักษา
ก. Systematic review และ meta-analysis ของ RCTs ที่มีคุณภาพ
ข. Randomized controlled trial เดี่ยว
ค. Case report
ง. Cohort study
- ในการทำ meta-analysis ค่า I² ใช้แสดงสิ่งใด
ก. ขนาดอิทธิพลรวม
ข. ระดับความแตกต่าง (heterogeneity) ระหว่างงานวิจัย
ค. อคติจากการตีพิมพ์
ง. จำนวนงานวิจัยที่รวบรวม
- กราฟที่ใช้ตรวจสอบ publication bias ใน meta-analysis คือกราฟใด
ก. Forest plot
ข. Kaplan–Meier curve
ค. ROC curve
ง. Funnel plot

