สรุป ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566
ระเบียบนี้เป็นกรอบแนวทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยมีรายละเอียดดังนี้
หลักการและเหตุผล
ระเบียบนี้ออกมาเพื่อให้ อปท. มีแนวทางที่ชัดเจนในการช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตการช่วยเหลือประชาชน
ระเบียบนี้ครอบคลุมการช่วยเหลือประชาชนใน 4 ด้านหลัก:
1. ด้านสาธารณภัย
– การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย
– การสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม ที่พักชั่วคราว เครื่องอุปโภคบริโภค และยารักษาโรค
– การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย
2. ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
– การช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และคนพิการ
– การส่งเสริมอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุข
– การสนับสนุนการพัฒนาเด็ก สตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ
3. ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ
– การป้องกันและควบคุมโรคระบาด
– การจัดหาวัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรค
– การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน
4. ด้านการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย
– การช่วยเหลือในกรณีพืชผลเสียหายจากภัยธรรมชาติ
– การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร
กระบวนการให้ความช่วยเหลือ
1. การรับเรื่องขอความช่วยเหลือ
– ประชาชนยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือโดยตรงต่อ อปท.
– อปท. รับแจ้งจากหน่วยงานของรัฐอื่น
– อปท. สำรวจและพบเหตุเองในพื้นที่รับผิดชอบ
2. การพิจารณาให้ความช่วยเหลือ
– ผ่านคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนของ อปท.
– การพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
– การกำหนดวงเงินช่วยเหลือตามระเบียบ
3. การเบิกจ่ายงบประมาณ
– ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี
– การใช้จ่ายจากเงินสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉิน
– การกำหนดวงเงินช่วยเหลือตามความจำเป็นและเหมาะสม
ข้อจำกัดและเงื่อนไข
1. การช่วยเหลือต้องไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นของรัฐ
2. จำนวนเงินที่ให้ความช่วยเหลือต้องเป็นไปตามอัตราที่กำหนดในระเบียบ
3. ต้องมีการตรวจสอบและรับรองความเดือดร้อนของผู้ขอรับความช่วยเหลือ
4. ต้องมีการรายงานผลการให้ความช่วยเหลือต่อผู้กำกับดูแล
บทบาทของคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชน
1. การให้คำปรึกษาในการช่วยเหลือประชาชน
2. การพิจารณานำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน
3. การระดมความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่างๆ
4. การติดตามผลการดำเนินงาน
ระเบียบนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ อปท. สามารถช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
อัตราการช่วยเหลือ
ด้านสาธารณภัย
1. การช่วยเหลือผู้ประสบภัย
– ค่าอาหารจัดเลี้ยง มื้อละไม่เกิน 100 บาทต่อคน วันละไม่เกิน 3 มื้อ
– ค่าถุงยังชีพ ชุดละไม่เกิน 700 บาทต่อครอบครัว
– ค่าน้ำดื่มไม่เกินวันละ 20 บาทต่อคน
– ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยกรณีเสียหายบางส่วน ไม่เกิน 49,500 บาทต่อครัวเรือน
– กรณีเสียหายทั้งหลัง ไม่เกิน 100,000 บาทต่อครัวเรือน
2. การช่วยเหลือกรณีสาธารณภัยฉุกเฉิน
– มีการเพิ่มอัตราและขยายขอบเขตการช่วยเหลือในกรณีเกิดภัยพิบัติร้ายแรง
ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
1. การช่วยเหลือด้านปัจจัยพื้นฐาน
– ครัวเรือนละไม่เกิน 3,000 บาทต่อครั้ง หรือตามที่จ่ายจริง
– ไม่เกิน 3 ครั้งต่อครัวเรือนต่อปีงบประมาณ
2. การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ
– ค่าฝึกอบรมไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน
– ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพไม่เกิน 5,000 บาทต่อครัวเรือน
ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ
1. การป้องกันและควบคุมโรค
– ค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัคซีน เวชภัณฑ์ ตามความจำเป็น
– ค่าใช้จ่ายในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ของโรคตามที่จ่ายจริง
– ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ การให้ความรู้ตามความจำเป็น
2. การดูแลผู้ป่วย
– ค่าอาหารสำหรับผู้ป่วยที่ถูกแยกกักตัว วันละไม่เกิน 150 บาทต่อคน ไม่เกิน 14 วัน
ด้านการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร
1. กรณีพืชผลเสียหาย
– ไม่เกินไร่ละ 1,100 บาท สำหรับพืชไร่และพืชผัก
– ไม่เกินไร่ละ 1,400 บาท สำหรับข้าว
– ไม่เกินไร่ละ 4,000 บาท สำหรับไม้ผลและไม้ยืนต้น
2. กรณีปศุสัตว์เสียหาย
– ไม่เกินตัวละ 13,000 บาท สำหรับโคเนื้อและกระบือ
– ไม่เกินตัวละ 22,000 บาท สำหรับโคนม
– ไม่เกินตัวละ 1,400 บาท สำหรับสุกร
– ไม่เกินตัวละ 170 บาท สำหรับสัตว์ปีก
เอกสารประกอบการขอรับความช่วยเหลือ
1. กรณีประสบสาธารณภัย
– แบบคำร้องขอความช่วยเหลือ
– บัตรประจำตัวประชาชน/เอกสารยืนยันตัวตน
– ภาพถ่ายความเสียหาย
– หนังสือรับรองความเสียหายจากผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
2. กรณีด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต
– แบบคำร้องขอความช่วยเหลือ
– บัตรประจำตัวประชาชน/เอกสารยืนยันตัวตน
– หนังสือรับรองรายได้หรือสถานะทางเศรษฐกิจ
– เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องตามกรณี
การดำเนินการหลังให้ความช่วยเหลือ
1. การรายงานผล
– อปท. ต้องรายงานผลการช่วยเหลือต่อคณะกรรมการ
– ต้องรายงานต่อผู้กำกับดูแลตามระยะเวลาที่กำหนด
2. การติดตามประเมินผล
– คณะกรรมการต้องติดตามผลการช่วยเหลือ
– มีการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการช่วยเหลือ
3. การเปิดเผยข้อมูล
– อปท. ต้องเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณในการช่วยเหลือ
– ต้องเปิดเผยรายชื่อผู้ได้รับความช่วยเหลือ (ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด)
ประโยชน์ของระเบียบนี้ต่อประชาชน
1. เกิดความชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
2. ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
3. มีกลไกการตรวจสอบที่โปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ
4. การช่วยเหลือมีความรวดเร็วและตรงตามความต้องการของผู้ประสบปัญหา
ระเบียบนี้ช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกระบวนการที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการบริหารจัดการท้องถิ่นและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
แนวข้อสอบระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566
1. ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566?
ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
2. “การช่วยเหลือประชาชน” ตามระเบียบนี้หมายความว่าอย่างไร?
ก. การให้เงินสงเคราะห์แก่ผู้มีรายได้น้อย
ข. การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเฉพาะจากสาธารณภัย
ค. การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในการดำรงชีพ
ง. การให้สวัสดิการแก่ประชาชนทุกคนในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
3. คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยใครเป็นประธานกรรมการ?
ก. นายอำเภอ
ข. นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. ท้องถิ่นจังหวัด
4. การให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านใดที่ไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบนี้?
ก. ด้านสาธารณภัย
ข. ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
ค. ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ
ง. ด้านการปราบปรามอาชญากรรม
5. การให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบสาธารณภัย ค่าจัดซื้อหรือจัดหาถุงยังชีพมีอัตราช่วยเหลือเท่าใด?
ก. ไม่เกิน 500 บาทต่อครอบครัว
ข. ไม่เกิน 700 บาทต่อครอบครัว
ค. ไม่เกิน 1,000 บาทต่อครอบครัว
ง. ไม่เกิน 1,500 บาทต่อครอบครัว
6. การช่วยเหลือด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต กรณีช่วยเหลือเป็นเงินหรือสิ่งของแก่ผู้ยากไร้ กำหนดไว้ไม่เกินกี่ครั้งต่อครัวเรือนต่อปีงบประมาณ?
ก. 1 ครั้ง
ข. 2 ครั้ง
ค. 3 ครั้ง
ง. 5 ครั้ง
7. หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ ต้องดำเนินการอย่างไร?
ก. ปฏิเสธการช่วยเหลือประชาชน
ข. ให้ประชาชนไปรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น
ค. ร้องขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีพื้นที่ติดต่อกันช่วยเหลือ
ง. ร้องขอต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัด
8. ค่าใช้จ่ายในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ กรณีจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดต่อ อุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ อปท. สามารถเบิกจ่ายได้ในอัตราใด?
ก. ตามที่จ่ายจริง
ข. ไม่เกิน 5,000 บาทต่อครัวเรือน
ค. ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน
ง. ไม่เกิน 10,000 บาทต่อหมู่บ้าน
9. การช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยที่ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ กรณีพืชไร่ที่เสียหาย สามารถให้ความช่วยเหลือในอัตราไม่เกินเท่าใด?
ก. ไร่ละ 700 บาท
ข. ไร่ละ 1,100 บาท
ค. ไร่ละ 1,300 บาท
ง. ไร่ละ 1,500 บาท
10. การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหายจากสาธารณภัยให้คงสภาพเดิม กรณีเสียหายทั้งหลัง สามารถช่วยเหลือได้ในวงเงินไม่เกินเท่าใด?
ก. 30,000 บาทต่อครัวเรือน
ข. 50,000 บาทต่อครัวเรือน
ค. 70,000 บาทต่อครัวเรือน
ง. 100,000 บาทต่อครัวเรือน
11. ในกรณีเกิดสาธารณภัยฉุกเฉิน ผู้มีอำนาจอนุมัติให้ความช่วยเหลือโดยไม่ต้องผ่านคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนคือใคร?
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. นายอำเภอ
ค. นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
12. ในกรณีที่ อปท. มีความจำเป็นต้องช่วยเหลือประชาชนนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ที่กำหนด ต้องดำเนินการอย่างไร?
ก. ขออนุมัติต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. ขออนุมัติต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. ขออนุมัติต่อสภาท้องถิ่น
ง. ไม่สามารถดำเนินการได้
13. ค่าใช้จ่ายในการจัดเลี้ยงอาหารสำหรับประชาชนที่มาร่วมบรรเทาสาธารณภัย มีอัตราเท่าใด?
ก. ไม่เกินมื้อละ 50 บาทต่อคน
ข. ไม่เกินมื้อละ 80 บาทต่อคน
ค. ไม่เกินมื้อละ 100 บาทต่อคน
ง. ไม่เกินมื้อละ 120 บาทต่อคน
14. ค่าจัดซื้อหรือจัดหาน้ำสำหรับบริโภคในกรณีที่เกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน มีอัตราเท่าใด?
ก. ไม่เกิน 10 บาทต่อคนต่อวัน
ข. ไม่เกิน 20 บาทต่อคนต่อวัน
ค. ไม่เกิน 30 บาทต่อคนต่อวัน
ง. ไม่เกิน 40 บาทต่อคนต่อวัน
15. การช่วยเหลือกรณีที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหายบางส่วน มีอัตราไม่เกินเท่าใด?
ก. 33,000 บาทต่อครัวเรือน
ข. 39,000 บาทต่อครัวเรือน
ค. 49,500 บาทต่อครัวเรือน
ง. 69,000 บาทต่อครัวเรือน
16. คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยผู้แทนจากภาคประชาชนกี่คน?
ก. 1 คน
ข. 2 คน
ค. 3 คน
ง. 4 คน
17. กรณีการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ การจัดหาอาหารสำหรับผู้ป่วยที่ถูกแยกกักตัว สามารถเบิกจ่ายได้ในอัตราไม่เกินเท่าใด?
ก. 100 บาทต่อคนต่อวัน ไม่เกิน 7 วัน
ข. 150 บาทต่อคนต่อวัน ไม่เกิน 14 วัน
ค. 200 บาทต่อคนต่อวัน ไม่เกิน 7 วัน
ง. 250 บาทต่อคนต่อวัน ไม่เกิน 30 วัน
18. การช่วยเหลือด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต กรณีช่วยเหลือเป็นเงินหรือสิ่งของแก่ผู้ยากไร้ ให้ช่วยเหลือไม่เกินครั้งละเท่าใด?
ก. 2,000 บาท
ข. 2,500 บาท
ค. 3,000 บาท
ง. 3,500 บาท
19. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมอาชีพเพื่อช่วยเหลือด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต มีอัตราไม่เกินเท่าใด?
ก. 5,000 บาทต่อคน
ข. 6,000 บาทต่อคน
ค. 7,000 บาทต่อคน
ง. 8,000 บาทต่อคน
20. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถให้ความช่วยเหลือเกษตรกรกรณีสัตว์ปีกที่เลี้ยงไว้เพื่อจำหน่ายและได้รับผลกระทบจากการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ในอัตราไม่เกินเท่าใด?
ก. 20 บาทต่อตัว
ข. 100 บาทต่อตัว
ค. 170 บาทต่อตัว
ง. 200 บาทต่อตัว
คำอธิบายคำตอบแนวข้อสอบระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566
คำอธิบายคำตอบ
1. ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
• รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ซึ่งมีอำนาจในการตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามระเบียบ รวมถึงมีอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้
2. ค. การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในการดำรงชีพ
• ตามนิยามในระเบียบฯ การช่วยเหลือประชาชน หมายถึง การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในการดำรงชีพ ซึ่งเป็นนิยามที่ครอบคลุมการช่วยเหลือในทุกด้านตามระเบียบนี้
3. ข. นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
• คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นประธานกรรมการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
4. ง. ด้านการปราบปรามอาชญากรรม
• ระเบียบนี้ระบุการช่วยเหลือไว้ 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านสาธารณภัย ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ และด้านการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย แต่ไม่มีการระบุด้านการปราบปรามอาชญากรรมไว้
รวมกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น อัพเดท 2568
รวม 272 ฉบับ
เนื้อหาประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 สําหรับที่ใช้บ่อย ใช้สอบ และใช้ทํางานเป็นประจํา
จํานวน 63 ฉบับ
กลุ่มที่ 2 กฎหมายและอนุบัญญัติที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่เฉพาะ
จํานวน 147 ฉบับ
กลุ่มที่ 3 กฎหมายอื่นๆ ที่ปรากฏในการสอบตําแหน่งสายบริหาร
จํานวน 62 ฉบับ

