ฟรี แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาแนะแนว ปรนัย 50 ข้อ พร้อมเฉลย

แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาแนะแนว ปรนัย 50 ข้อ พร้อมเฉลย

หลักการและทฤษฎีการแนะแนว

1. ข้อใดคือความหมายของการแนะแนวที่ถูกต้องที่สุด

ก. กระบวนการช่วยเหลือบุคคลให้รู้จักและเข้าใจตนเอง สามารถตัดสินใจและแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง
ข. การให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนเท่านั้น
ค. การจัดสอบวัดความถนัดและความสนใจของนักเรียน
ง. กระบวนการที่ครูแนะแนวเป็นผู้ตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมให้แก่นักเรียน

2. หลักการแนะแนวข้อใดที่สำคัญที่สุด

ก. การแนะแนวต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
ข. การแนะแนวเป็นการช่วยให้บุคคลช่วยเหลือตนเองได้
ค. การแนะแนวเป็นบริการสำหรับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้มีปัญหา
ง. ถูกทุกข้อ

3. ทฤษฎีการให้คำปรึกษาแบบยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง (Person-Centered Counseling) เป็นแนวคิดของใคร

ก. Sigmund Freud
ข. Carl Rogers
ค. Albert Ellis
ง. B.F. Skinner

4. บริการหลักของงานแนะแนวมีกี่บริการ

ก. 3 บริการ
ข. 5 บริการ
ค. 7 บริการ
ง. 9 บริการ

5. ข้อใดไม่ใช่บริการหลักของงานแนะแนว

ก. บริการรวบรวมข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล
ข. บริการให้คำปรึกษา
ค. บริการจัดวางตัวบุคคล
ง. บริการส่งเสริมวินัยนักเรียน


การแนะแนวการศึกษา

6. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการแนะแนวการศึกษา

ก. ช่วยให้นักเรียนวางแผนการเรียนได้เหมาะสมกับความสามารถของตนเอง
ข. ช่วยให้นักเรียนรู้จักและเข้าใจระบบการศึกษา
ค. ช่วยให้นักเรียนพัฒนาทักษะและนิสัยในการเรียน
ง. ช่วยให้นักเรียนทุกคนได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา

7. การจัดกิจกรรมเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เป็นการแนะแนวการศึกษาในรูปแบบใด

ก. การให้ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา
ข. การให้คำปรึกษารายบุคคล
ค. การจัดกิจกรรมกลุ่ม
ง. การจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน

8. ข้อใดเป็นปัญหาทางการเรียนที่พบได้บ่อยในนักเรียนระดับมัธยมศึกษา

ก. ขาดแรงจูงใจในการเรียน
ข. ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเลือกแผนการเรียน
ค. การไม่รู้วิธีการเรียนที่มีประสิทธิภาพ
ง. ถูกทุกข้อ

9. ข้อมูลใดที่ไม่จำเป็นสำหรับการแนะแนวการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

ก. คณะ/สาขาวิชาที่เปิดสอน
ข. เกณฑ์การรับสมัคร
ค. ค่าใช้จ่ายในการศึกษา
ง. รายชื่อและประวัติส่วนตัวของอาจารย์ผู้สอน

10. การจัดทำแบบทดสอบความถนัดทางการเรียน มีประโยชน์อย่างไรต่อการแนะแนวการศึกษา

ก. ช่วยให้นักเรียนค้นพบความสามารถของตนเอง
ข. ช่วยให้ครูแนะแนวทราบว่าควรสอนเนื้อหาใดแก่นักเรียน
ค. ช่วยในการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียน
ง. ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจระบบการศึกษา


การแนะแนวอาชีพ

11. การแนะแนวอาชีพควรเริ่มต้นเมื่อใด

ก. ระดับประถมศึกษา
ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ง. ระดับอุดมศึกษา

12. ทฤษฎีพัฒนาการทางอาชีพที่เน้นว่าการเลือกอาชีพเป็นการแสดงออกถึงบุคลิกภาพของบุคคล เป็นแนวคิดของใคร

ก. Donald Super
ข. John Holland
ค. Anne Roe
ง. Eli Ginzberg

13. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการแนะแนวอาชีพ

ก. ให้นักเรียนรู้จักอาชีพที่หลากหลาย
ข. ให้นักเรียนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถ ความสนใจ กับการเลือกอาชีพ
ค. ให้นักเรียนรู้จักเลือกอาชีพที่มีรายได้สูงเป็นหลัก
ง. ให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อทุกอาชีพที่สุจริต

14. แบบสำรวจความสนใจทางอาชีพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือข้อใด

ก. Strong Interest Inventory
ข. Kuder Preference Record
ค. Self-Directed Search
ง. Career Development Inventory

15. การจัดกิจกรรม “วันอาชีพ” (Career Day) ในโรงเรียนมีวัตถุประสงค์หลักอย่างไร

ก. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนทำงานพิเศษระหว่างเรียน
ข. เพื่อให้นักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ
ค. เพื่อให้นักเรียนตัดสินใจเลือกอาชีพได้ทันที
ง. เพื่อให้นักเรียนประเมินความพร้อมของตนเองในการประกอบอาชีพ

16. แนวทางการแนะแนวอาชีพในศตวรรษที่ 21 ควรเน้นสิ่งใดเป็นพิเศษ
ก. การเตรียมความพร้อมด้านทักษะชีวิตและอาชีพ
ข. การพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ค. การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
ง. ถูกทุกข้อ


การแนะแนวส่วนตัวและสังคม

17. สิ่งใดที่ครูแนะแนวต้องคำนึงถึงมากที่สุดในการให้การแนะแนวส่วนตัวและสังคม

ก. พัฒนาการตามวัยของนักเรียน
ข. ความต้องการของผู้ปกครอง
ค. นโยบายของโรงเรียน
ง. ความรู้และประสบการณ์ของครูแนะแนว

18. กิจกรรมใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการแนะแนวเพื่อส่งเสริมทักษะการปรับตัวทางสังคม

ก. การฝึกสติและการผ่อนคลาย
ข. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
ค. การทดสอบบุคลิกภาพ
ง. การอ่านหนังสือเกี่ยวกับมารยาทสังคม

19. ปัญหาด้านส่วนตัวและสังคมที่พบบ่อยในนักเรียนวัยรุ่นคือข้อใด

ก. ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน
ข. ปัญหาความขัดแย้งกับผู้ปกครอง
ค. ปัญหาด้านอัตลักษณ์และความมั่นใจในตนเอง
ง. ถูกทุกข้อ

20. การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) มีความสำคัญอย่างไรต่อการแนะแนวส่วนตัวและสังคม

ก. ช่วยให้นักเรียนเข้าใจและจัดการอารมณ์ของตนเองได้
ข. ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น
ค. ช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
ง. ถูกทุกข้อ


เครื่องมือและเทคนิคในการแนะแนว

21. เครื่องมือใดที่เหมาะสมที่สุดในการรวบรวมข้อมูลประวัติส่วนตัวของนักเรียน

ก. แบบสอบถาม
ข. แบบสัมภาษณ์
ค. ระเบียนสะสม (Cumulative Records)
ง. แบบทดสอบบุคลิกภาพ

22. แบบทดสอบสติปัญญาที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายคือข้อใด

ก. Wechsler Intelligence Scale
ข. Minnesota Multiphasic Personality Inventory (MMPI)
ค. Thematic Apperception Test (TAT)
ง. Draw-A-Person Test

23. เทคนิคการสะท้อนความรู้สึก (Reflection of Feeling) ในการให้คำปรึกษามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

ก. เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษาเข้าใจความรู้สึกของตนเองได้ชัดเจนขึ้น
ข. เพื่อให้ผู้ให้คำปรึกษาได้แสดงความคิดเห็นของตนเอง
ค. เพื่อปรับเปลี่ยนความคิดที่ไม่เหมาะสมของผู้รับคำปรึกษา
ง. เพื่อให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ผู้รับคำปรึกษา

24. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ครูแนะแนวควรปฏิบัติในการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน

ก. บันทึกข้อมูลทันทีที่สังเกตเห็น
ข. สังเกตในสถานการณ์ที่หลากหลาย
ค. บอกนักเรียนว่ากำลังถูกสังเกตพฤติกรรม
ง. แยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับการตีความ

25. เทคนิคการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มมีข้อดีอย่างไร

ก. ประหยัดเวลา
ข. สมาชิกกลุ่มได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น
ค. สร้างความรู้สึกว่าไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง
ง. ถูกทุกข้อ


การจัดบริการแนะแนวในสถานศึกษา

26. ผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการจัดบริการแนะแนวในสถานศึกษาคือใคร

ก. ผู้อำนวยการโรงเรียน
ข. หัวหน้าฝ่ายวิชาการ
ค. ครูแนะแนว
ง. ครูประจำชั้น

27. การจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนควรเริ่มต้นด้วยขั้นตอนใด

ก. การคัดกรองนักเรียน
ข. การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
ค. การส่งเสริมและพัฒนานักเรียน
ง. การป้องกันและแก้ไขปัญหา

28. หน่วยงานใดที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนางานแนะแนวในระดับประเทศ

ก. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ข. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
ค. สถาบันอุดมศึกษา
ง. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

29. การจัดบริการแนะแนวในสถานศึกษาควรมีคุณลักษณะอย่างไร

ก. จัดบริการแบบเบ็ดเสร็จโดยครูแนะแนวเพียงผู้เดียว
ข. ใช้รูปแบบเดียวกันทุกโรงเรียน
ค. มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
ง. เน้นการแก้ปัญหานักเรียนที่มีปัญหาเท่านั้น

30. “ห้องแนะแนว” ในโรงเรียนควรมีลักษณะอย่างไร

ก. มีบรรยากาศเป็นกันเอง เป็นส่วนตัว และปลอดภัย
ข. ตั้งอยู่ใกล้ห้องผู้บริหาร
ค. มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัยเป็นหลัก
ง. มีขนาดใหญ่เพื่อรองรับนักเรียนจำนวนมาก


การวิจัยทางการแนะแนว

31. การวิจัยทางการแนะแนวมีความสำคัญอย่างไร

ก. เพื่อปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพงานแนะแนว
ข. เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางการแนะแนว
ค. เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในงานแนะแนว
ง. ถูกทุกข้อ

32. การวิจัยในชั้นเรียนทางการแนะแนวส่วนใหญ่มักเป็นการวิจัยประเภทใด

ก. การวิจัยเชิงสำรวจ
ข. การวิจัยเชิงทดลอง
ค. การวิจัยเชิงคุณภาพ
ง. การวิจัยและพัฒนา

33. ข้อใดเป็นหัวข้อการวิจัยทางการแนะแนวที่เหมาะสม

ก. ผลของการใช้กิจกรรมกลุ่มที่มีต่อการพัฒนาทักษะทางสังคมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ข. ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเลี้ยงดูกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
ค. การศึกษาปัญหาและความต้องการด้านการแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
ง. ถูกทุกข้อ

34. เครื่องมือที่นิยมใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับการวิจัยทางการแนะแนวคือข้อใด

ก. แบบสอบถาม
ข. แบบสัมภาษณ์
ค. แบบสังเกต
ง. ถูกทุกข้อ

35. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการวิจัยทางการแนะแนว

ก. ใช้เป็นหลักฐานในการประเมินผลการปฏิบัติงานของครูแนะแนว
ข. ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานแนะแนวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ค. ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนและกำหนดนโยบายด้านการแนะแนว
ง. ใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในงานแนะแนว


จรรยาบรรณในงานแนะแนว

36. หลักการสำคัญที่สุดของจรรยาบรรณในงานแนะแนวคือข้อใด

ก. การเคารพในศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้รับบริการ
ข. การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้และทักษะที่เหมาะสม
ค. การรักษาความลับของผู้รับบริการ
ง. การคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้รับบริการ

37. กรณีใดที่ครูแนะแนวสามารถเปิดเผยข้อมูลของนักเรียนได้โดยไม่ผิดจรรยาบรรณ

ก. เมื่อผู้ปกครองต้องการทราบข้อมูลนักเรียน
ข. เมื่อนักเรียนอยู่ในภาวะที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น
ค. เมื่อผู้บริหารโรงเรียนสั่งให้เปิดเผยข้อมูล
ง. เมื่อเพื่อนครูต้องการนำข้อมูลไปใช้ในการสอน

38. ครูแนะแนวควรปฏิบัติอย่างไรเมื่อพบว่าปัญหาของนักเรียนเกินความสามารถที่จะช่วยเหลือได้

ก. ยุติการให้ความช่วยเหลือทันที
ข. ปรึกษาผู้บริหารเพื่อขอความช่วยเหลือ
ค. ส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม
ง. พยายามช่วยเหลือนักเรียนต่อไปเพื่อไม่ให้เสียกำลังใจ

39. ข้อใดไม่เหมาะสมในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของครูแนะแนว

ก. เข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะอย่างสม่ำเสมอ
ข. ปฏิเสธการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่มีปัญหาซ้ำซาก
ค. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับนักเรียนบนพื้นฐานของความเคารพและให้เกียรติ
ง. ระมัดระวังในการใช้เครื่องมือทดสอบทางจิตวิทยา

40. หากครูแนะแนวพบว่าเพื่อนร่วมงานปฏิบัติผิดจรรยาบรรณ ควรทำอย่างไร

ก. แจ้งให้ผู้บริหารทราบทันที
ข. พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเป็นการส่วนตัว
ค. ไม่เกี่ยวข้องเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน
ง. ประจานให้เพื่อนครูคนอื่นทราบ


การแนะแนวตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

41. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การแนะแนวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ในข้อใด

ก. มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
ข. มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน
ค. มาตรา 23 การจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
ง. มาตรา 26 ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน

42. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การจัดการศึกษาต้องเน้นความสำคัญด้านใด

ก. ความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้
ข. ความเป็นไทยและความเป็นสากล
ค. การบูรณาการความรู้ต่าง ๆ
ง. ถูกทุกข้อ

43. แนวทางการแนะแนวตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ

ก. การพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
ข. การเตรียมผู้เรียนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
ค. การพัฒนาผู้เรียนให้มีผลการเรียนดีขึ้น
ง. การคัดกรองผู้เรียนเพื่อจัดกลุ่มตามความสามารถ

44. บทบาทของครูแนะแนวที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติคือข้อใด

ก. ผู้ชี้นำแนวทางการตัดสินใจให้แก่ผู้เรียน
ข. ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของผู้เรียน
ค. ผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ
ง. ผู้ควบคุมพฤติกรรมของผู้เรียน

45. ข้อใดไม่ใช่หลักการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการแนะแนว

ก. การพัฒนามนุษย์ให้เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม
ข. การจัดการศึกษาต้องยึดหลักผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
ค. การจัดการศึกษาต้องเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการเป็นหลัก
ง. กระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง


หลักสูตรและกิจกรรมแนะแนว

46. การจัดกิจกรรมแนะแนวตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนดให้จัดกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ก. 1 ชั่วโมง
ข. 2 ชั่วโมง
ค. 3 ชั่วโมง
ง. ไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมงที่แน่นอน

47. กิจกรรมแนะแนวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนในด้านใด

ก. ด้านการศึกษา ด้านอาชีพ และด้านส่วนตัวและสังคม
ข. ด้านวิชาการ ด้านกีฬา และด้านศิลปวัฒนธรรม
ค. ด้านคุณธรรม ด้านจริยธรรม และด้านทักษะชีวิต
ง. ด้านสุขภาพกาย ด้านสุขภาพจิต และด้านสังคม

48. แนวทางการประเมินผลกิจกรรมแนะแนวตามหลักสูตรแกนกลางฯ ควรเป็นอย่างไร

ก. ประเมินตามสภาพจริงโดยวัดผลตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ประเมินตามสภาพจริง โดยใช้วิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรม
ค. ประเมินเฉพาะด้านความรู้และเจตคติเท่านั้น
ง. ประเมินด้วยการสอบข้อเขียนเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจ

49. การจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) มีประโยชน์อย่างไรต่อการแนะแนว

ก. ช่วยให้ผู้เรียนสามารถประเมินความก้าวหน้าของตนเอง
ข. ช่วยให้ครูแนะแนวมีข้อมูลในการช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียน
ค. ช่วยในการสื่อสารข้อมูลระหว่างครู ผู้เรียน และผู้ปกครอง
ง. ถูกทุกข้อ

50. การจัดกิจกรรมแนะแนวในโรงเรียนควรมีลักษณะอย่างไร

ก. จัดแยกต่างหากจากกิจกรรมการเรียนการสอนปกติ
ข. จัดเฉพาะช่วงก่อนสอบเท่านั้น
ค. บูรณาการกับการเรียนการสอนและจัดเป็นกิจกรรมเฉพาะตามความเหมาะสม
ง. จัดเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีปัญหาเท่านั้น


Review ลูกค้า

เฉลยข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาแนะแนว

1. ก
2. ง
3. ข
4. ข
5. ง
6. ง
7. ก
8. ง
9. ง
10. ก


11. ก
12. ข
13. ค
14. ก
15. ข
16. ง
17. ก
18. ข
19. ง
20. ง


21. ค
22. ก
23. ก
24. ค
25. ง
26. ค
27. ข
28. ก
29. ค
30. ก
31. ง
32. ข
33. ง
34. ง
35. ก
36. ก
37. ข
38. ค
39. ข
40. ข


41. ข
42. ง
43. ก
44. ข
45. ค
46. ก
47. ก
48. ข
49. ง
50. ค



ครูผู้ช่วย อปท. กลุ่มวิชาต่างๆ

กลุ่มวิชาพลศึกษา กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มวิชาดนตรี กลุ่มวิชาการเกษตร กลุ่มวิชาการตลาด กลุ่มวิชาการบัญชี กลุ่มวิชาคหกรรม กลุ่มวิชาเคมี กลุ่มวิชาคอมพิวเตอร์ กลุ่มวิชาชีววิทยา กลุ่มวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว กลุ่มวิชาดนตรีสากล กลุ่มวิชาทัศนศิลป์ กลุ่มวิชานาฎศิลป์ กลุ่มวิชาแนะแนว กลุ่มวิชาบรรณารักษ์ กลุ่มวิชาประถมศึกษา กลุ่มวิชาฟิสิกส์ กลุ่มวิชาศิลปะ กลุ่มวิชาภาษาไทย กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ กลุ่มวิชาวัดผลประเมินผล กลุ่มวิชาสังคมศึกษา กลุ่มวิชาอุตสาหกรรมศิลป์ กลุ่มวิชาเอกปฐมวัย สอบถามทางไลน์

แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาแนะแนว ปรนัย 50 ข้อ พร้อมเฉลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *