พระราชบัญญัติ
กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. ๒๕๕๒
และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕
เป็นปีที่ ๕๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รัฐสภา ดังต่อไปนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นต้นไป
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๓ บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับใด ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน พระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
*องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การ บริหารส่วนตําบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอํานาจและหน้าที่ของตน และมี อํานาจออกกฎกระทรวง และระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงและระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ประกอบด้วย
(๓) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน
(๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง มหาดไทย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
(๓) ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจํานวนสิบสองคน ประกอบด้วยผู้บริหารองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดสองคน ผู้บริหารเทศบาลสามคน ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตําบลห้าคน และผู้บริหาร กรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเมืองพัทยาหรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นรวม สองคน ทั้งนี้ โดยให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทเลือกกันเองตามหลักเกณฑ์และวิธีการ นายกรัฐมนตรี าหนด
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสิบสองคน ประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการ บริหารราชการแผ่นดิน ด้านการพัฒนาท้องถิ่น ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นในสาขา รัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ และด้านกฎหมาย ทั้งนี้ การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่นายกรัฐมนตรีกําหนด ให้หัวหน้าสํานักงานคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเลขานุการ
มาตรา ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษา
(๔) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง
(๕) ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
(๖) ไม่เป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้มีตําแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง
รวมกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น อัพเดท 2568
รวม 272 ฉบับ
เนื้อหาประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 สําหรับที่ใช้บ่อย ใช้สอบ และใช้ทํางานเป็นประจํา
จํานวน 63 ฉบับ
กลุ่มที่ 2 กฎหมายและอนุบัญญัติที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่เฉพาะ
จํานวน 147 ฉบับ
กลุ่มที่ 3 กฎหมายอื่นๆ ที่ปรากฏในการสอบตําแหน่งสายบริหาร
จํานวน 62 ฉบับ

