แนวข้อสอบ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ (ก.ก)
ส่วนที่ 1: ทฤษฎีโครงสร้าง และกลศาสตร์วิศวกรรม (10 ข้อ)
1. ระบบโครงสร้างใดที่มีค่า Degree of Static Indeterminacy เท่ากับ 3
ก. โครงถัก (Truss) 5 จุดต่อ 7 ชิ้นส่วน
ข. โครงข้อแข็ง (Rigid frame) 4 จุดต่อ 5 ชิ้นส่วน
ค. คานต่อเนื่อง (Continuous beam) 4 ช่วง 3 จุดรองรับ
ง. โครงข้อหมุน (Pin-jointed frame) 6 จุดต่อ 9 ชิ้นส่วน
2. แรงภายในชนิดใดที่ไม่เกิดขึ้นในโครงถัก (Truss) อุดมคติ
ก. แรงดึง (Tension)
ข. แรงอัด (Compression)
ค. แรงเฉือน (Shear)
ง. แรงตามแนวแกน (Axial force)
3. สำหรับแรงกระทำ P ที่ปลายคานยื่น (Cantilever beam) ที่มีความยาว L และสติฟเนส EI คงที่ จะทำให้เกิดการโก่งตัวมากที่สุดที่ตำแหน่งใด
ก. ที่จุดปลายคาน
ข. ที่จุดกึ่งกลางคาน
ค. ที่จุดรองรับ
ง. ที่ตำแหน่ง L/3 จากปลายคาน
4. วิธี Moment Distribution Method มีข้อดีในเรื่องใดเมื่อเทียบกับวิธี Slope Deflection
ก. ความแม่นยำในการคำนวณ
ข. ความรวดเร็วในการคำนวณด้วยมือ
ค. ความสามารถในการแก้ปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อน
ง. ความง่ายในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
5. ความเค้นหลัก (Principal stress) สูงสุดในแผ่นเหล็กบางที่รับแรงตามแนวแกน σx = 80 MPa และ σy = 20 MPa พร้อมแรงเฉือน τxy = 40 MPa มีค่าเท่าใด
ก. 95.8 MPa
ข. 100 MPa
ค. 104.2 MPa
ง. 120 MPa
6. Yield criterion ใดที่นิยมใช้สำหรับวัสดุเหนียว (Ductile materials)
ก. Mohr-Coulomb
ข. Von Mises
ค. Tresca
ง. ข้อ ข และ ค ถูก
7. การเสียรูปของวัสดุแบบ Visco-elastic สามารถแสดงได้ด้วยแบบจำลองใด
ก. Maxwell model
ข. Kelvin-Voigt model
ค. Standard linear solid model
ง. ถูกทุกข้อ
8. อัตราส่วนปัวซอง (Poisson’s ratio) ของวัสดุโดยทั่วไปมีค่าอยู่ในช่วงใด
ก. -1.0 ถึง 0
ข. 0 ถึง 0.5
ค. 0.5 ถึง 1.0
ง. -0.5 ถึง 0.5
9. ถ้าชิ้นส่วนรับแรงตามแนวแกนหนึ่งชิ้นมีพื้นที่หน้าตัดลดลง 50% จะทำให้ความเค้น (Stress) เปลี่ยนแปลงอย่างไร
ก. เพิ่มขึ้น 50%
ข. ลดลง 50%
ค. เพิ่มขึ้น 100%
ง. ไม่เปลี่ยนแปลง
10. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ Buckling ของเสา
ก. เสาสั้นจะวิบัติโดยการครากของวัสดุ (Yielding)
ข. เสายาวจะวิบัติโดยการโก่งเดาะ (Buckling)
ค. ค่า Slenderness ratio มีผลต่อโหมดการวิบัติ
ง. ลักษณะการรองรับไม่มีผลต่อน้ำหนักวิกฤติ (Critical load)
ส่วนที่ 2: คอนกรีตเสริมเหล็กและการออกแบบ (10 ข้อ)
11. ค่ากำลังอัดของคอนกรีตที่อายุ 28 วัน (f’c) สำหรับคอนกรีตโครงสร้างทั่วไปตามมาตรฐาน ACI 318 ไม่ควรต่ำกว่าเท่าใด
ก. 17.5 MPa
ข. 21.0 MPa
ค. 24.0 MPa
ง. 28.0 MPa
12. อัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์ (w/c ratio) มีผลต่อคุณสมบัติใดของคอนกรีตมากที่สุด
ก. ความสามารถเทได้ (Workability)
ข. กำลังอัด (Compressive strength)
ค. การหดตัว (Shrinkage)
ง. การคืบ (Creep)
13. ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของคอนกรีตอัดแรง (Prestressed concrete)
ก. ลดการแตกร้าว
ข. ความต้านทานการล้า (Fatigue resistance) สูงขึ้น
ค. ลดการโก่งตัว (Deflection)
ง. ลดการสูญเสียจากการคืบ (Creep loss)
14. การออกแบบคานคอนกรีตเสริมเหล็กรับแรงดัด ตามมาตรฐาน มยผ. 1301 หรือ ACI 318 ใช้ปรัชญาการออกแบบแบบใด
ก. Working Stress Design
ข. Ultimate Strength Design
ค. Load and Resistance Factor Design
ง. Limit State Design
15. คานคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีเหล็กเสริมรับแรงดึงมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดการวิบัติแบบใด
ก. Flexural failure
ข. Brittle failure
ค. Ductile failure
ง. Shear failure
16. สำหรับฐานรากเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ปริมาณเหล็กเสริมขั้นต่ำ (Minimum reinforcement) จะพิจารณาจากอะไร
ก. กำลังรับน้ำหนักของดิน
ข. การควบคุมการแตกร้าวเนื่องจาก Shrinkage
ค. การป้องกันการวิบัติแบบเปราะ
ง. การถ่ายแรงจากเสาสู่ฐานราก
17. ระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete cover) สำหรับเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ
ก. เพิ่มกำลังรับแรงดัด
ข. ป้องกันการกัดกร่อน
ค. ควบคุมการแตกร้าว
ง. ความสวยงาม
18. สำหรับแบบหล่อคอนกรีต ระยะเวลาที่เหมาะสมในการถอดแบบด้านข้างของคาน
ก. 1-2 วัน
ข. 3-7 วัน
ค. 14 วัน
ง. 28 วัน
19. การใช้สารเคมีผสมเพิ่มประเภท Superplasticizer ในคอนกรีต มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ
ก. เพิ่มกำลังอัด
ข. ลดปริมาณน้ำโดยไม่กระทบความสามารถเทได้
ค. ชะลอการก่อตัว
ง. ป้องกันการกัดกร่อน
20. เหล็กเสริมในคานที่มีการทาบ (Lap splice) ควรมีระยะทาบอย่างน้อยเท่าใด
ก. 25 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเสริม
ข. 36 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเสริม
ค. 45 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเสริม
ง. ขึ้นอยู่กับชนิดของเหล็กเสริมและตำแหน่งที่ทาบ
ส่วนที่ 3: ปฐพีกลศาสตร์และวิศวกรรมฐานราก (10 ข้อ)
21. ทฤษฎี Mohr-Coulomb ใช้อธิบายเกี่ยวกับอะไร
ก. กำลังรับแรงเฉือนของดิน
ข. การทรุดตัวของดิน
ค. การไหลซึมของน้ำในดิน
ง. การบดอัดดิน
22. การทดสอบ Standard Penetration Test (SPT) วัดค่าอะไร
ก. จำนวนครั้งที่ตอกให้กระบอกเจาะจมลงทุกๆ 6 นิ้ว
ข. จำนวนครั้งที่ตอกให้กระบอกเจาะจมลง 1 ฟุต
ค. จำนวนครั้งที่ตอกให้กระบอกเจาะจมลง 30 ซม.
ง. จำนวนครั้งที่ตอกให้กระบอกเจาะจมลง 45 ซม.
23. เสาเข็มประเภทใดที่รับน้ำหนักบรรทุกหลักโดยแรงเสียดทานรอบเสาเข็ม
ก. เสาเข็มปลายแหลม (Point bearing pile)
ข. เสาเข็มเสียดทาน (Friction pile)
ค. เสาเข็มหยั่งถึงชั้นหิน (Rock socketed pile)
ง. เสาเข็มแรงเหวี่ยง (Centrifugal pile)
24. สัมประสิทธิ์การซึมผ่านได้ (Coefficient of permeability) ของดินขึ้นอยู่กับปัจจัยใดมากที่สุด
ก. ความหนาแน่นของดิน
ข. ขนาดและการกระจายตัวของเม็ดดิน
ค. ความชื้นของดิน
ง. กำลังรับแรงเฉือนของดิน
25. ดินชนิดใดมีค่าความเชื่อมแน่น (Cohesion) สูงสุด
ก. ทราย
ข. กรวด
ค. ดินเหนียว
ง. ทรายปนดินเหนียว
26. กำแพงกันดินแบบ Cantilever retaining wall รับแรงด้านข้างจากดินด้วยกลไกใด
ก. แรงดันดินด้านข้าง (Active earth pressure)
ข. แรงดึงในเหล็กเสริม
ค. แรงเสียดทานระหว่างฐานรากกับดิน
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค
27. ฐานรากแบบ Raft foundation เหมาะกับสภาพใดมากที่สุด
ก. ดินที่มีกำลังรับน้ำหนักต่ำและมีแนวโน้มทรุดตัวไม่สม่ำเสมอ
ข. ดินทรายแน่นและมีน้ำใต้ดินต่ำ
ค. ดินเหนียวอ่อนที่มีชั้นหินแข็งอยู่ลึก
ง. ดินถมที่บดอัดแล้ว
28. การคำนวณกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มแบบ Dynamic formula ใช้ข้อมูลใด
ก. น้ำหนักตุ้มและระยะที่ตุ้มตกกระทบหัวเสาเข็ม
ข. กำลังของเครื่องสั่น (Vibrator)
ค. แรงดันน้ำในเครื่องอัดไฮดรอลิก
ง. ระยะจมของเสาเข็มต่อการตอก 10 ครั้งสุดท้าย
29. การเสริมกำลังดินด้วยวิธี Soil nailing มีหลักการทำงานอย่างไร
ก. เพิ่มแรงดันดินด้านข้าง
ข. เพิ่มแรงดึงในดินเพื่อต้านทานการเคลื่อนตัว
ค. เพิ่มความหนาแน่นของดิน
ง. ลดแรงดันน้ำในช่องว่าง
30. ในการทดสอบการบดอัดดินแบบมาตรฐาน (Standard Proctor Test) มีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าใด
ก. ความหนาแน่นแห้งสูงสุด (Maximum dry density)
ข. กำลังรับแรงอัด
ค. มุมเสียดทานภายใน (Angle of internal friction)
ง. กำลังรับแรงดึง (Tensile strength)
ส่วนที่ 4: วิศวกรรมสำรวจและการขนส่ง (10 ข้อ)
31. ในการสำรวจระดับด้วยกล้องระดับ ค่าความต่างระดับระหว่างจุดสองจุดคำนวณได้จาก
ก. ผลต่างระหว่างค่าอ่านหน้า (Foresight) กับค่าอ่านหลัง (Backsight)
ข. ผลรวมระหว่างค่าอ่านหน้า (Foresight) กับค่าอ่านหลัง (Backsight)
ค. ค่าอ่านกลาง (Intermediate sight) ลบด้วยค่าอ่านหลัง (Backsight)
ง. ค่าอ่านหลัง (Backsight) บวกด้วยค่าอ่านกลาง (Intermediate sight)
32. ในการทำ Traversing ค่าความคลาดเคลื่อนในการวัดมุมรวมที่ยอมรับได้สำหรับงาน Second order มีค่าไม่เกิน
ก. ±5√n seconds
ข. ±10√n seconds
ค. ±15√n seconds
ง. ±20√n seconds
(โดยที่ n คือจำนวนมุมที่วัด)
33. การคำนวณหาพื้นที่แปลงที่ดินจากข้อมูลการสำรวจ ใช้วิธีใดต่อไปนี้
ก. Simpson’s rule
ข. Coordinate method
ค. Planimeter
ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค
34. ในการออกแบบทางโค้งราบสำหรับถนน ค่าใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง
ก. รัศมีความโค้ง (Radius of curvature)
ข. มุมเลี้ยว (Deflection angle)
ค. ความเร็วออกแบบ (Design speed)
ง. ความลาดชันถนน (Road gradient)
35. ค่า Super-elevation ในการออกแบบถนนมีความสำคัญอย่างไร
ก. ช่วยระบายน้ำฝน
ข. ช่วยต้านแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง
ค. ช่วยรับแรงตามแนวยาว
ง. ช่วยป้องกันการทรุดตัว
36. การคำนวณปริมาณดินตัดและดินถมของงานก่อสร้างทาง นิยมใช้วิธีใด
ก. Prismoidal formula
ข. Average end area method
ค. Contour method
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
37. ในการสำรวจด้วย GPS ระบบพิกัดที่ได้คือระบบใด
ก. UTM
ข. WGS84
ค. Local coordinates
ง. State plane coordinates
38. ปริมาณจราจรที่ใช้ในการออกแบบถนนคือ
ก. Peak hour volume
ข. Average Daily Traffic (ADT)
ค. 30th highest hourly volume
ง. Annual Average Daily Traffic (AADT)
39. พื้นผิวถนนแบบใดเหมาะสำหรับถนนที่มีปริมาณจราจรสูงและความเร็วสูง
ก. ผิวทางลูกรัง
ข. ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt concrete)
ค. ผิวทางคอนกรีตเสริมเหล็ก (Concrete pavement)
ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค
40. ในการออกแบบทางแยก จุดที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุสูงสุดคือ
ก. จุดขัดแย้ง (Conflict point)
ข. จุดรวมกระแสจราจร (Merging point)
ค. จุดแยกกระแสจราจร (Diverging point)
ง. จุดตัดกระแสจราจร (Crossing point)
ส่วนที่ 5: วิศวกรรมแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม (10 ข้อ)
41. หน่วยวัดอัตราการไหลของน้ำใดถูกต้อง
ก. ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ข. ลิตรต่อวินาที
ค. แกลลอนต่อวัน
ง. ถูกทุกข้อ
42. สมการต่อไปนี้ข้อใดใช้คำนวณการไหลแบบมีความดัน (Pressure flow) ในท่อ
ก. Manning’s equation
ข. Darcy-Weisbach equation
ค. Chezy’s equation
ง. Rational formula
43. ปริมาณน้ำฝนออกแบบ (Design rainfall) สำหรับระบบระบายน้ำในเมืองมักใช้ค่าใด
ก. ฝนสูงสุดรายปี
ข. ฝนสูงสุดรายเดือน
ค. ฝนที่คาบการเกิดซ้ำ (Return period) ที่กำหนด
ง. ฝนเฉลี่ยรายปี
44. อ่างเก็บน้ำ (Reservoir) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ
ก. กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง
ข. บรรเทาอุทกภัย
ค. ผลิตไฟฟ้า
ง. ทุกข้อที่กล่าวมา
45. การออกแบบระบบประปาสำหรับชุมชน ปริมาณน้ำใช้เฉลี่ยต่อคนต่อวันในประเทศไทยมีค่าประมาณเท่าใด
ก. 50-100 ลิตร
ข. 150-200 ลิตร
ค. 250-300 ลิตร
ง. 350-400 ลิตร
46. ระบบบำบัดน้ำเสียแบบใดที่เหมาะสมสำหรับชุมชนขนาดเล็กและใช้พลังงานน้อย
ก. Activated sludge
ข. Stabilization pond
ค. Trickling filter
ง. Rotating biological contactor
47. ในการผลิตน้ำประปา ขั้นตอนใดที่มีวัตถุประสงค์หลักในการกำจัดเชื้อโรค
ก. การตกตะกอน (Sedimentation)
ข. การกรอง (Filtration)
ค. การฆ่าเชื้อโรค (Disinfection)
ง. การสร้างตะกอน (Coagulation)
48. ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จะต้องพิจารณาผลกระทบในด้านใดบ้าง
ก. กายภาพและเคมี
ข. ชีวภาพ
ค. คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์
ง. ถูกทุกข้อ
49. ขยะประเภทใดที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
ก. กระป๋องอะลูมิเนียม
ข. ขวดพลาสติก
ค. เศษอาหาร
ง. ถ่านไฟฉาย
50. มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมายไทย กำหนดค่า BOD สูงสุดไม่เกินเท่าใด
ก. 20 มิลลิกรัมต่อลิตร
ข. 50 มิลลิกรัมต่อลิตร
ค. 100 มิลลิกรัมต่อลิตร
ง. 200 มิลลิกรัมต่อลิตร
Review ลูกค้า
เฉลยคำตอบ แนวข้อสอบ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
1. ง
2. ค
3. ก
4. ข
5. ค
6. ง
7. ง
8. ข
9. ค
10. ง
11. ข
12. ข
13. ง
14. ค
15. ข
16. ข
17. ข
18. ก
19. ข
20. ง
21. ก
22. ข
23. ข
24. ข
25. ค
26. ง
27. ก
28. ก
29. ข
30. ก
31. ก
32. ข
33. ง
34. ง
35. ข
36. ง
37. ข
38. ง
39. ค
40. ง
41. ง
42. ข
43. ค
44. ง
45. ข
46. ข
47. ค
48. ง
49. ค
50. ค
กรุงเทพมหานคร กทม.68
เจ้าพนักงานเทศกิจปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักจัดการงานโยธาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักนันทนาการปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักพัฒนาการกีฬาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักโภชนาการปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการจัดเก็บรายได้ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการแผนที่ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
นักวิชาการสุขาภิบาลปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
แนวข้อสอบ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ (ก.ก) (ปรนัย 50 ข้อ)

