ฟรี แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา (50 ข้อ)

แนวข้อสอบครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา 

คำชี้แจง
– ข้อสอบเป็นแบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 50 ข้อ
– ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

ส่วนที่ 1: หลักการและทฤษฎีเทคโนโลยีการศึกษา

ข้อ 1. ข้อใดคือความหมายของเทคโนโลยีการศึกษาที่ถูกต้องที่สุด

ก. การนำคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอน
ข. การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน
ค. การประยุกต์เอาความรู้ วิธีการ และเทคนิคมาใช้อย่างเป็นระบบเพื่อแก้ปัญหาการศึกษา
ง. การใช้สื่อการสอนทุกประเภทในห้องเรียน

ข้อ 2. ข้อใดคือแนวคิดหลักของทฤษฎี Constructivism ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการศึกษา

ก. ผู้เรียนเป็นผู้รับความรู้จากครูผู้สอนเป็นหลัก
ข. ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์และการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
ค. การเรียนรู้เกิดจากการเสริมแรงและการลงโทษ
ง. การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ต้องเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ข้อ 3. ADDIE Model เป็นรูปแบบที่ใช้ในการออกแบบระบบการเรียนการสอน ตัวอักษร D ตัวแรกหมายถึงขั้นตอนใด

ก. Development
ข. Design
ค. Delivery
ง. Distribution

ข้อ 4. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของกระบวนการสื่อสารตามแนวคิดของ Berlo

ก. Source (แหล่งข้อมูล)
ข. Message (สาร)
ค. Technology (เทคโนโลยี)
ง. Receiver (ผู้รับสาร)

ข้อ 5. ข้อใดคือลักษณะสำคัญของการเรียนรู้แบบ Active Learning

ก. ผู้เรียนนั่งฟังการบรรยายและจดบันทึก
ข. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้และสร้างความรู้ด้วยตนเอง
ค. ผู้สอนเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดความรู้
ง. ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาจากตำราเรียนเป็นหลัก

ส่วนที่ 2: สื่อการเรียนการสอนและการออกแบบ

ข้อ 6. การจัดประเภทของสื่อการสอนตามประสบการณ์การเรียนรู้ที่เรียกว่า “กรวยประสบการณ์” (Cone of Experience) เป็นแนวคิดของใคร

ก. Benjamin Bloom
ข. Edgar Dale
ค. Jean Piaget
ง. Robert Gagne

ข้อ 7. ข้อใดเป็นคุณสมบัติของสื่อการสอนที่ดีที่สุด

ก. มีราคาแพงและทันสมัย
ข. มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเนื้อหาบทเรียน
ค. มีความซับซ้อนและหลากหลายในการใช้งาน
ง. มีความเป็นสากลและใช้ได้กับทุกวิชา

ข้อ 8. ข้อใดไม่ใช่หลักการพิจารณาเลือกใช้สื่อการสอน

ก. เลือกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้
ข. เลือกให้เหมาะสมกับวัยและความสามารถของผู้เรียน
ค. เลือกสื่อที่มีราคาแพงที่สุดเท่าที่จะหาได้
ง. เลือกให้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนการสอน

ข้อ 9. “กฎแห่งความใกล้ชิด” (Law of Proximity) ในหลักการออกแบบสื่อการสอนหมายถึงอะไร

ก. การจัดวางองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันให้อยู่ใกล้กัน
ข. การใช้สีที่ใกล้เคียงกันเพื่อความกลมกลืน
ค. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับนักเรียน
ง. การใช้สื่อที่มีความใกล้เคียงกับชีวิตจริงของผู้เรียน

ข้อ 10. หลักการใดในการออกแบบสื่อการสอนที่เกี่ยวข้องกับการลดความซับซ้อนและองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น

ก. หลักความเรียบง่าย (Simplicity)
ข. หลักความสมดุล (Balance)
ค. หลักการเน้น (Emphasis)
ง. หลักความเป็นเอกภาพ (Unity)

ส่วนที่ 3: เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา

ข้อ 11. แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่เรียกว่า LMS ย่อมาจากอะไร

ก. Learning Management System
ข. Lecturer Module Software
ค. Library Management System
ง. Learning Material Service

ข้อ 12. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ E-Learning

ก. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาตามความพร้อม
ข. ผู้เรียนและผู้สอนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ค. ผู้เรียนต้องเข้าเรียนตามตารางเรียนที่กำหนดไว้เท่านั้น
ง. มีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผ่านระบบเครือข่าย

ข้อ 13. เทคโนโลยีที่ผสมผสานภาพจากโลกจริงกับวัตถุเสมือนที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ เรียกว่าอะไร

ก. Virtual Reality (VR)
ข. Augmented Reality (AR)
ค. Mixed Reality (MR)
ง. Extended Reality (XR)

ข้อ 14. “Gamification” ในการเรียนการสอนหมายถึงอะไร

ก. การให้นักเรียนเล่นเกมเพื่อผ่อนคลายในห้องเรียน
ข. การนำเอากลไกของเกมมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความน่าสนใจในการเรียนรู้
ค. การพัฒนาทักษะด้านการเล่นเกมให้กับนักเรียน
ง. การใช้เกมคอมพิวเตอร์แทนการสอนแบบปกติ

ข้อ 15. การสอนรูปแบบใดที่ผสมผสานระหว่างการเรียนในชั้นเรียนปกติกับการเรียนออนไลน์

ก. Online Learning
ข. Mobile Learning
ค. Blended Learning
ง. Ubiquitous Learning

ข้อ 16. ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของ MOOC (Massive Open Online Course)

ก. รองรับผู้เรียนจำนวนมาก
ข. เปิดให้เข้าถึงได้ฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายน้อย
ค. มีการจำกัดจำนวนผู้เรียนและระยะเวลาการเรียน
ง. มีการใช้สื่อดิจิทัลในการนำเสนอเนื้อหา

ข้อ 17. คำว่า “Digital Literacy” หมายถึงอะไร

ก. ความสามารถในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ข. ความสามารถในการอ่านและเขียนในยุคดิจิทัล
ค. ความสามารถในการใช้ การเข้าถึง การประเมิน และการสื่อสารข้อมูลดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
ง. ความสามารถในการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเบื้องต้น

ส่วนที่ 4: การออกแบบการเรียนรู้ดิจิทัล

ข้อ 18. แนวคิด “TPACK” ที่เกี่ยวข้องกับการบูรณาการเทคโนโลยีในการสอน ประกอบด้วยความรู้กี่ด้าน และอะไรบ้าง

ก. 2 ด้าน – ความรู้ด้านเนื้อหาและความรู้ด้านเทคโนโลยี
ข. 3 ด้าน – ความรู้ด้านเนื้อหา ความรู้ด้านวิธีสอน และความรู้ด้านเทคโนโลยี
ค. 4 ด้าน – ความรู้ด้านเนื้อหา ความรู้ด้านวิธีสอน ความรู้ด้านเทคโนโลยี และความรู้ด้านการวัดประเมินผล
ง. 5 ด้าน – ความรู้ด้านเนื้อหา ความรู้ด้านวิธีสอน ความรู้ด้านเทคโนโลยี ความรู้ด้านผู้เรียน และความรู้ด้านบริบท

ข้อ 19. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของ “Instructional Design”

ก. การวิเคราะห์ผู้เรียนและบริบท
ข. การกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้
ค. การเลือกวิธีการสอนและสื่อการสอน
ง. การกำหนดงบประมาณและต้นทุนการสอน

ข้อ 20. แนวคิด “Universal Design for Learning (UDL)” เกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด

ก. การออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียนและให้โอกาสในการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม
ข. การออกแบบการเรียนรู้ที่ใช้ได้กับทุกประเทศทั่วโลก
ค. การออกแบบการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น
ง. การออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นการท่องจำเนื้อหาเป็นหลัก

ข้อ 21. การออกแบบบทเรียนออนไลน์ตามแนวคิด “Micro-learning” มีลักษณะอย่างไร

ก. การแบ่งเนื้อหาเป็นส่วนย่อยๆ สั้นกระชับ เรียนรู้ได้ในเวลาสั้น
ข. การใช้จุลินทรีย์เป็นตัวอย่างในการสอนวิทยาศาสตร์
ค. การสอนโดยใช้ไมโครโฟนและอุปกรณ์ขยายเสียง
ง. การเรียนรู้ผ่านกล้องจุลทรรศน์

ข้อ 22. แนวคิด “Backward Design” ในการออกแบบการเรียนรู้ เริ่มต้นจากขั้นตอนใด

ก. กำหนดเนื้อหาสาระที่จะสอน
ข. กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอน
ค. กำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดขึ้น
ง. กำหนดสื่อและอุปกรณ์การสอน

ข้อ 23. ข้อใดไม่ใช่แนวทางการออกแบบ “Responsive Web Design” สำหรับสื่อการเรียนรู้ออนไลน์

ก. การออกแบบให้แสดงผลได้ดีบนอุปกรณ์หลากหลายขนาด
ข. การใช้ Media Queries เพื่อปรับรูปแบบการแสดงผลตามอุปกรณ์
ค. การกำหนดให้ผู้เรียนใช้อุปกรณ์ที่มีขนาดหน้าจอเท่ากันทั้งหมด
ง. การออกแบบโดยคำนึงถึง Mobile First

ส่วนที่ 5: การวัดและประเมินผลในยุคดิจิทัล

ข้อ 24. ข้อใดคือประโยชน์ของการใช้ Digital Portfolio ในการประเมินผลการเรียนรู้

ก. ช่วยลดภาระงานของครูในการตรวจงาน
ข. สามารถแสดงพัฒนาการของผู้เรียนและเก็บผลงานในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างเป็นระบบ
ค. ช่วยให้ผู้เรียนสามารถคัดลอกงานกันได้สะดวก
ง. ประหยัดกระดาษและทรัพยากรธรรมชาติ

ข้อ 25. “Rubric” ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้คืออะไร

ก. เครื่องมือวัดความรู้แบบปรนัย
ข. เกณฑ์การให้คะแนนที่ระบุรายละเอียดของคุณภาพงานในระดับต่างๆ
ค. การสอบวัดผลปลายภาคเรียน
ง. การวัดผลโดยใช้คอมพิวเตอร์

ข้อ 26. การประเมินผลรูปแบบใดที่เหมาะสมสำหรับการวัดทักษะการคิดขั้นสูงในยุคดิจิทัล

ก. การทดสอบแบบเลือกตอบ (Multiple Choice)
ข. การทดสอบแบบจับคู่ (Matching)
ข. การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
ง. การทดสอบแบบถูก-ผิด (True-False)

ข้อ 27. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Formative Assessment

ก. การประเมินระหว่างการเรียนการสอน
ข. การให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้
ค. การประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนในตอนท้าย
ง. การประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

ข้อ 28. เครื่องมือใดที่เหมาะสำหรับการสร้างแบบทดสอบออนไลน์

ก. Microsoft Word
ข. Google Forms
ค. Adobe Photoshop
ง. Camtasia Studio

ส่วนที่ 6: นวัตกรรมและแนวโน้มเทคโนโลยีการศึกษา

ข้อ 29. ข้อใดคือลักษณะของ “Internet of Things (IoT)” ในบริบทการศึกษา

ก. การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข. การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นคว้าข้อมูลเพื่อทำรายงาน
ค. การเรียนรู้ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ
ง. การใช้โซเชียลมีเดียในห้องเรียน

ข้อ 30. “Artificial Intelligence” ในการศึกษามีลักษณะใด

ก. การใช้หุ่นยนต์แทนครูในการสอน
ข. การใช้ระบบอัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน
ค. การสร้างความฉลาดแบบเทียมให้กับนักเรียน
ง. การเรียนรู้วิธีการสร้างปัญญาประดิษฐ์

ข้อ 31. “Big Data” ในบริบทของเทคโนโลยีการศึกษาหมายถึงอะไร

ก. การเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ในฮาร์ดดิสก์
ข. ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนซึ่งสามารถวิเคราะห์เพื่อหาแนวโน้มและความสัมพันธ์
ค. หนังสือเรียนที่มีขนาดใหญ่และหนา
ง. ข้อสอบที่มีจำนวนข้อมาก

ข้อ 32. เทคโนโลยีใดที่ช่วยให้ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นสามารถเข้าถึงเนื้อหาดิจิทัลได้

ก. เครื่องฉายภาพ (Projector)
ข. โปรแกรมอ่านหน้าจอ (Screen Reader)
ค. เครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer)
ง. กระดานอัจฉริยะ (Interactive Whiteboard)

ข้อ 33. “Blockchain” ในบริบทการศึกษาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านใด

ก. การสร้างอาคารเรียนให้มั่นคงแข็งแรง
ข. การเชื่อมโยงบทเรียนต่างๆ เข้าด้วยกัน
ค. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและการยืนยันความถูกต้องของเอกสารทางการศึกษา
ง. การสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน

ข้อ 34. แนวคิด “Open Educational Resources (OER)” เกี่ยวข้องกับเรื่องใด

ก. ทรัพยากรการศึกษาที่เปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี เข้าถึงได้ ปรับแต่งได้ และเผยแพร่ต่อได้
ข. การเปิดห้องเรียนให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
ค. การเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาได้
ง. ทรัพยากรการศึกษาที่มีลิขสิทธิ์และต้องซื้อเพื่อใช้งาน

ส่วนที่ 7: การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล

ข้อ 35. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล

ก. เนื้อหาสาระที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล
ข. ระบบการจัดการเนื้อหา
ค. การปฏิสัมพันธ์และการสื่อสาร
ง. ครูผู้สอนที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

ข้อ 36. ลักษณะของ “Repository” ในบริบทของแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลคืออะไร

ก. คลังเก็บและรวบรวมสื่อดิจิทัลที่สามารถสืบค้นและนำมาใช้งานได้
ข. สถานที่เก็บอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ค. วิธีการประมวลผลข้อมูลคอมพิวเตอร์
ง. รูปแบบการนำเสนอที่ทันสมัย

ข้อ 37. การพัฒนาสื่อดิจิทัลที่คำนึงถึงหลักการ “Universal Design” ควรคำนึงถึงเรื่องใดมากที่สุด

ก. ความสวยงามทันสมัย
ข. การเข้าถึงได้ของผู้ใช้ที่หลากหลาย รวมถึงผู้ที่มีความต้องการพิเศษ
ค. ความรวดเร็วในการพัฒนา
ง. การประหยัดค่าใช้จ่าย

ข้อ 38. หลักการสำคัญในการออกแบบ “Infographics” เพื่อการเรียนรู้คืออะไร

ก. ใส่ข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข. ใช้สีสันฉูดฉาดเพื่อดึงดูดความสนใจ
ค. นำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายด้วยภาพและกราฟิก
ง. เน้นความสวยงามมากกว่าความถูกต้องของข้อมูล

ข้อ 39. ข้อใดคือข้อจำกัดของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล

ก. ผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา
ข. ความแตกต่างของการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้เรียน (Digital Divide)
ค. สามารถปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา
ง. สามารถนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบ

ข้อ 40. ข้อใดเป็นการออกแบบ Interface ของแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลที่ดี

ก. มีเมนูซ่อนไว้เพื่อความสวยงาม
ข. ใช้ศัพท์เทคนิคที่ทันสมัยในการระบุเมนูต่างๆ
ค. ออกแบบให้ผู้ใช้เข้าใจง่าย สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก ไม่ซับซ้อน
ง. มีภาพเคลื่อนไหวตลอดเวลาเพื่อดึงดูดความสนใจ

ส่วนที่ 8: การบูรณาการเทคโนโลยีในห้องเรียน

ข้อ 41. แนวคิด “SAMR Model” เกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด

ก. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ข. ระดับการบูรณาการเทคโนโลยีในการเรียนการสอน
ค. การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน
ง. การพัฒนาหลักสูตร

ข้อ 42. “Flipped Classroom” มีลักษณะอย่างไร

ก. การจัดห้องเรียนโดยกลับด้านโต๊ะเรียน
ข. การสลับที่นั่งของนักเรียนในห้องเรียน
ค. การเรียนเนื้อหาด้วยตนเองที่บ้านผ่านสื่อดิจิทัล และทำกิจกรรมประยุกต์ใช้ความรู้ในห้องเรียน
ง. การให้นักเรียนสอนแทนครู

ข้อ 43. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ “Smart Classroom”

ก. มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนการสอน
ข. มีระบบเครือข่ายและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ค. มีอุปกรณ์อัจฉริยะและสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย
ง. ห้ามนักเรียนใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัว

ข้อ 44. การบูรณาการเทคโนโลยีในการเรียนการสอนแบบ “PBL (Project-Based Learning)” มีลักษณะอย่างไร

ก. ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสืบค้น รวบรวมข้อมูล และนำเสนอผลงานในโครงงาน
ข. ผู้สอนใช้เทคโนโลยีในการบรรยายเนื้อหาให้น่าสนใจ
ค. ผู้เรียนเรียนรู้วิธีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ
ง. ผู้สอนใช้เทคโนโลยีในการควบคุมพฤติกรรมของผู้เรียน

ข้อ 45. ข้อใดเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญที่สุดในการเลือกใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน

ก. ความทันสมัยและราคาของเทคโนโลยี
ข. ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้และความต้องการของผู้เรียน
ค. ความง่ายในการติดตั้งและใช้งาน
ง. ความนิยมในปัจจุบัน

ส่วนที่ 9: จริยธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการศึกษา

ข้อ 46. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ “Digital Citizenship” ในบริบทการศึกษา

ก. การใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ
ข. การเคารพสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญา
ค. การมีมารยาทและจริยธรรมในการสื่อสารออนไลน์
ง. การใช้เทคโนโลยีเพื่อการละเมิดสิทธิผู้อื่น

ข้อ 47. ข้อใดเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการศึกษา

ก. การนำภาพจากอินเทอร์เน็ตมาใช้ในสื่อการสอนโดยอ้างอิงแหล่งที่มา
ข. การใช้สื่อที่มีสัญลักษณ์ Creative Commons
ค. การคัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์มาใช้ในเอกสารประกอบการสอนโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่อ้างอิงแหล่งที่มา
ง. การใช้โปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ที่โรงเรียนได้ซื้อมาอย่างถูกต้อง

ข้อ 48. “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์” มีวัตถุประสงค์หลักในเรื่องใด

ก. ส่งเสริมให้มีการใช้คอมพิวเตอร์ในทุกภาคส่วน
ข. ควบคุมการใช้งานคอมพิวเตอร์และป้องกันการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์
ค. กำหนดราคาซอฟต์แวร์ให้เหมาะสม
ง. ส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศ

ข้อ 49. หลักการใดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เรียนในการใช้เทคโนโลยีการศึกษา

ก. การเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของผู้เรียนเพื่อใช้ในการวิเคราะห์
ข. การเผยแพร่ข้อมูลผู้เรียนเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา
ค. การขออนุญาตและแจ้งวัตถุประสงค์ก่อนการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ง. การแชร์ข้อมูลผลการเรียนในสื่อสังคมออนไลน์

ข้อ 50. ข้อใดเป็นแนวปฏิบัติที่ดีในการป้องกันการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดในสถานศึกษา

ก. ห้ามใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีทุกชนิดในโรงเรียน
ข. กำหนดนโยบายการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย
ค. อนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเสรีไม่มีข้อจำกัด
ง. มอบหมายให้ครูคอมพิวเตอร์เป็นผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียว


Review ลูกค้า

เฉลย แนวข้อสอบครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา

1. ค
2. ข
3. ข
4. ค
5. ข
6. ข
7. ข
8. ค
9. ก
10. ก
11. ก
12. ค
13. ข
14. ข
15. ค
16. ค
17. ค
18. ข
19. ง
20. ก
21. ก
22. ค
23. ค
24. ข
25. ข
26. ค
27. ค
28. ข
29. ก
30. ข
31. ข
32. ข
33. ค
34. ก
35. ง
36. ก
37. ข
38. ค
39. ข
40. ค
41. ข
42. ค
43. ง
44. ก
45. ข
46. ง
47. ค
48. ข
49. ค
50. ข


ครูผู้ช่วย อปท. กลุ่มวิชาต่างๆ

กลุ่มวิชาพลศึกษา กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มวิชาดนตรี กลุ่มวิชาการเกษตร กลุ่มวิชาการตลาด กลุ่มวิชาการบัญชี กลุ่มวิชาคหกรรม กลุ่มวิชาเคมี กลุ่มวิชาคอมพิวเตอร์ กลุ่มวิชาชีววิทยา กลุ่มวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว กลุ่มวิชาดนตรีสากล กลุ่มวิชาทัศนศิลป์ กลุ่มวิชานาฎศิลป์ กลุ่มวิชาแนะแนว กลุ่มวิชาบรรณารักษ์ กลุ่มวิชาประถมศึกษา กลุ่มวิชาฟิสิกส์ กลุ่มวิชาศิลปะ กลุ่มวิชาภาษาไทย กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ กลุ่มวิชาวัดผลประเมินผล กลุ่มวิชาสังคมศึกษา กลุ่มวิชาอุตสาหกรรมศิลป์ กลุ่มวิชาเอกปฐมวัย สอบถามทางไลน์

แนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย กลุ่มวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา (50 ข้อ)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *