แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติงาน (ก.ก.) ฟรี

แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ปฏิบัติงาน

(ก.ก) ฟรี 

 

 ส่วนที่ 1: หลักการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร (ข้อ 1-15)

1. ข้อใดคือความหมายของการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องที่สุด
 
   ก. การโฆษณาสินค้าและบริการขององค์กร
   ข. การเผยแพร่ข่าวสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร
   ค. การสื่อสารสองทางระหว่างองค์กรกับกลุ่มประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและความร่วมมือ
   ง. การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเท่านั้น
 
2. การประชาสัมพันธ์และการโฆษณามีความแตกต่างกันอย่างไร
 
   ก. การประชาสัมพันธ์ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่การโฆษณาไม่ต้องเสีย
   ข. การประชาสัมพันธ์มุ่งเน้นการขายสินค้า ส่วนการโฆษณามุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์
   ค. การประชาสัมพันธ์เป็นการสื่อสารทางเดียว ส่วนการโฆษณาเป็นการสื่อสารสองทาง
   ง. การประชาสัมพันธ์มุ่งสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดี ส่วนการโฆษณามุ่งเน้นการขายสินค้าหรือบริการ
 
3. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของกระบวนการประชาสัมพันธ์ (PR Process)
 
   ก. การวิจัยและรับฟัง (Research-Listening)
   ข. การวางแผนและกำหนดโปรแกรม (Planning-Programming)
   ค. การสื่อสารและการปฏิบัติ (Communication-Action)
   ง. การควบคุมผลและการโฆษณา (Control-Advertising)
 
4. ในการสร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชน (Media Relations) ข้อใดสำคัญที่สุด
 
   ก. การให้ของขวัญและของกำนัลแก่สื่อมวลชน
   ข. การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และมีประโยชน์
   ค. การควบคุมไม่ให้สื่อนำเสนอข่าวในแง่ลบเกี่ยวกับองค์กร
   ง. การจ่ายเงินให้สื่อเพื่อให้นำเสนอข่าวในแง่บวกเท่านั้น
 
5. การสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication) มีความสำคัญอย่างไร
 
   ก. ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลภายในรั่วไหลสู่ภายนอก
   ข. ช่วยให้บุคลากรเข้าใจนโยบาย เป้าหมาย และมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
   ค. ช่วยให้ผู้บริหารควบคุมพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   ง. ช่วยลดต้นทุนการสื่อสารขององค์กร
 
6. ภาวะวิกฤต (Crisis) ในงานประชาสัมพันธ์หมายถึงอะไร
 
   ก. สถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือการดำเนินงานขององค์กรอย่างรุนแรง
   ข. การที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวในแง่ลบเกี่ยวกับองค์กร
   ค. การขาดแคลนงบประมาณในการประชาสัมพันธ์
   ง. การที่คู่แข่งมีการประชาสัมพันธ์ที่ดีกว่า
 
7. หลักการสำคัญในการจัดการภาวะวิกฤตด้านการประชาสัมพันธ์คือข้อใด
 
   ก. ปกปิดข้อมูลไม่ให้สาธารณชนรับรู้
   ข. ตอบโต้และโจมตีผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์องค์กร
   ค. รวบรวมข้อเท็จจริง สื่อสารอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และแสดงความรับผิดชอบ
   ง. รอให้สถานการณ์คลี่คลายไปเอง
 
8. Corporate Social Responsibility (CSR) หมายถึงอะไร
 
   ก. ความรับผิดชอบขององค์กรในการจ่ายภาษีให้ถูกต้อง
   ข. ความรับผิดชอบขององค์กรที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนอกเหนือจากการแสวงหากำไร
   ค. การบริจาคเงินเพื่อการกุศลเพื่อประโยชน์ทางภาษี
   ง. การประชาสัมพันธ์ผลงานขององค์กรสู่สาธารณะ
 
9. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของสื่อที่ใช้ในงานประชาสัมพันธ์
 
   ก. สื่อบุคคล (Personal Media)
   ข. สื่อสิ่งพิมพ์ (Printed Media)
   ค. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Media)
   ง. สื่อความคิด (Thought Media)
 
10. การเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ควรใช้โครงสร้างแบบใด
 
    ก. แบบพีระมิดหัวกลับ (Inverted Pyramid)
    ข. แบบพีระมิดปกติ (Normal Pyramid)
    ค. แบบวงกลม (Circle Structure)
    ง. แบบลำดับเหตุการณ์ (Chronological Structure)
 
11. ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญของข่าวประชาสัมพันธ์
 
    ก. พาดหัวข่าว ความนำ เนื้อหา และการอ้างอิง
    ข. พาดหัวข่าว เนื้อหา บทวิจารณ์ และบทสรุป
    ค. ชื่อเรื่อง เนื้อหา ภาพประกอบ และแหล่งที่มา
    ง. หัวข้อข่าว ชื่อผู้เขียน เนื้อหา และข้อเสนอแนะ
 
12. ข้อใดคือลักษณะของการเขียนข่าวแจก (Press Release) ที่ดี
 
    ก. มีเนื้อหายาว ละเอียด และครอบคลุมทุกประเด็น
    ข. มีการใช้คำศัพท์เฉพาะทางและภาษาทางวิชาการ
    ค. กระชับ ชัดเจน ตรงประเด็น และเขียนในรูปแบบข่าว
    ง. เน้นการโฆษณาสินค้าและบริการขององค์กร
 
13. การสื่อสารในภาวะวิกฤต นักประชาสัมพันธ์ควรปฏิบัติอย่างไร
 
    ก. ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนจนกว่าวิกฤตจะคลี่คลาย
    ข. สื่อสารอย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา และแสดงความรับผิดชอบ
    ค. ให้ข้อมูลที่ดีเท่านั้นเพื่อรักษาภาพลักษณ์องค์กร
    ง. โจมตีกลุ่มที่วิพากษ์วิจารณ์องค์กร
 
14. เหตุใดการวางแผนประชาสัมพันธ์จึงมีความสำคัญ
 
    ก. เพื่อให้ได้รับงบประมาณที่เพียงพอจากผู้บริหาร
    ข. เพื่อป้องกันการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชน
    ค. เพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างมีระบบและบรรลุวัตถุประสงค์
    ง. เพื่อให้พนักงานเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง
 
15. ข้อใดคือบทบาทหลักของนักประชาสัมพันธ์ในองค์กร
 
    ก. เป็นผู้ควบคุมสื่อมวลชนไม่ให้นำเสนอข่าวในแง่ลบ
    ข. เป็นผู้เชี่ยวชาญในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจระหว่างองค์กรกับกลุ่มเป้าหมาย
    ค. เป็นโฆษกประจำองค์กรเท่านั้น
    ง. เป็นผู้ออกแบบและผลิตสื่อโฆษณาให้องค์กร
 

 ส่วนที่ 2: ความรู้เกี่ยวกับสื่อและเทคโนโลยีการสื่อสาร (ข้อ 16-30)

 
16. ข้อใดคือลักษณะสำคัญของสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)
 
    ก. เป็นการสื่อสารทางเดียวจากองค์กรสู่ประชาชน
    ข. เป็นสื่อที่มีการควบคุมเนื้อหาโดยรัฐบาลอย่างเข้มงวด
    ค. เป็นสื่อที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้างและแบ่งปันเนื้อหา
    ง. เป็นสื่อที่ใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
 
17. การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัลมีข้อดีอย่างไร
 
    ก. สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว
    ข. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
    ค. ไม่ต้องวางแผนหรือกำหนดกลยุทธ์ใดๆ
    ง. ปราศจากความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์องค์กร
 
18. ข้อใดคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เนื้อหา (Content) ทางสื่อสังคมออนไลน์ได้รับความนิยม
 
    ก. การใช้งบประมาณจำนวนมากในการโฆษณา
    ข. การนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจ มีคุณค่า และสอดคล้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
    ค. การใช้เทคนิคการขายที่ก้าวร้าว
    ง. การลอกเลียนเนื้อหาจากแหล่งอื่นๆ
 
19. Search Engine Optimization (SEO) มีความสำคัญต่องานประชาสัมพันธ์อย่างไร
 
    ก. ช่วยให้เว็บไซต์หรือเนื้อหาขององค์กรถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นในเครื่องมือค้นหา
    ข. ช่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
    ค. ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
    ง. ช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาเว็บไซต์
 
20. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Communication)
 
    ก. การโฆษณา (Advertising)
    ข. การประชาสัมพันธ์ (Public Relations)
    ค. การส่งเสริมการขาย (Sales Promotion)
    ง. การสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า (Customer Survey)
 
21. ในยุคดิจิทัล เหตุใดองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์
 
    ก. เพราะเป็นกระแสนิยมเท่านั้น
    ข. เพราะเป็นช่องทางที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้และทัศนคติของกลุ่มเป้าหมาย
    ค. เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
    ง. เพราะเป็นสื่อที่ไม่มีการควบคุมจากรัฐบาล
 
22. การติดตามและประเมินผลการประชาสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์สามารถวัดได้จากอะไร
 
    ก. จำนวนผู้ติดตาม การมีส่วนร่วม และการแบ่งปันเนื้อหา
    ข. จำนวนพนักงานในแผนกประชาสัมพันธ์
    ค. ความถี่ในการโพสต์เนื้อหา
    ง. จำนวนงบประมาณที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์
 
23. การจัดการข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัลที่มีข้อมูลจำนวนมาก (Big Data) ควรทำอย่างไร
 
    ก. เก็บรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดโดยไม่ต้องคัดกรอง
    ข. วิเคราะห์และคัดกรองข้อมูลที่มีประโยชน์และเกี่ยวข้องกับองค์กรเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจ
    ค. เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดสู่สาธารณะเพื่อความโปร่งใส
    ง. หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลดิจิทัลเนื่องจากมีความซับซ้อน
 
24. การจัดการวิกฤตในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Crisis Management) ควรมีลักษณะอย่างไร
 
    ก. รอให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์เงียบลงก่อนจึงตอบสนอง
    ข. ลบความคิดเห็นในแง่ลบทั้งหมด
    ค. ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เป็นมืออาชีพ และแสดงความรับผิดชอบ
    ง. ปิดช่องทางการสื่อสารชั่วคราวจนกว่าวิกฤตจะผ่านพ้น
 
25. Infographic มีประโยชน์ต่องานประชาสัมพันธ์อย่างไร
 
    ก. ช่วยนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายผ่านการออกแบบที่น่าสนใจ
    ข. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิตสื่อ
    ค. ช่วยให้ไม่ต้องอธิบายรายละเอียดของข้อมูล
    ง. ช่วยปกปิดข้อมูลที่องค์กรไม่ต้องการเปิดเผย
 
26. การไลฟ์สตรีมมิ่ง (Live Streaming) มีข้อดีอย่างไรในงานประชาสัมพันธ์
 
    ก. สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้แบบเรียลไทม์และมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง
    ข. ไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวหรือวางแผนล่วงหน้า
    ค. ไม่มีความเสี่ยงในการนำเสนอข้อมูลผิดพลาด
    ง. สามารถควบคุมความคิดเห็นของผู้ชมได้ทั้งหมด
 
27. ข้อใดคือหลักการสำคัญในการเขียนเนื้อหาสำหรับสื่อดิจิทัล
 
    ก. เขียนเนื้อหาให้ยาวและใช้คำศัพท์ทางวิชาการ
    ข. กระชับ เข้าใจง่าย มีประเด็นที่ชัดเจน และเหมาะกับพฤติกรรมการอ่านบนสื่อดิจิทัล
    ค. ใช้ภาษาทางการและรูปแบบเดียวกับสื่อสิ่งพิมพ์
    ง. หลีกเลี่ยงการใช้ภาพประกอบหรือมัลติมีเดีย
 
28. การรับฟังความคิดเห็นของสาธารณชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Listening) มีประโยชน์อย่างไร
 
    ก. ช่วยให้องค์กรเข้าใจทัศนคติและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
    ข. ช่วยลดต้นทุนในการวิจัยตลาด
    ค. ช่วยให้องค์กรไม่ต้องทำการสำรวจความพึงพอใจ
    ง. ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมความคิดเห็นของสาธารณชน
 
29. การประชาสัมพันธ์ผ่าน Influencer มีลักษณะอย่างไร
 
    ก. เป็นการจ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงโฆษณาสินค้าโดยตรง
    ข. เป็นการร่วมมือกับบุคคลที่มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
    ค. เป็นการติดสินบนนักข่าวให้นำเสนอข่าวในแง่บวก
    ง. เป็นการสร้างตัวละครสมมติขึ้นมาเพื่อโฆษณาสินค้า
 
30. เหตุใดการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลจึงมีความสำคัญในงานประชาสัมพันธ์ยุคดิจิทัล
 
    ก. เพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งทางธุรกิจล่วงรู้ข้อมูลการประชาสัมพันธ์
    ข. เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร
    ค. เพื่อให้สามารถเก็บค่าบริการจากผู้ใช้ข้อมูล
    ง. เพื่อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนทั่วไป
 

 ส่วนที่ 3: การบริการและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ (ข้อ 31-40)

 
31. หลักการให้บริการที่ดีในงานประชาสัมพันธ์ประกอบด้วยอะไรบ้าง
 
    ก. รวดเร็ว ถูกต้อง และมีอัธยาศัยที่ดี
    ข. ราคาถูก สะดวก และทันสมัย
    ค. เข้มงวด รัดกุม และเป็นทางการ
    ง. ซับซ้อน ละเอียด และครบถ้วน
 
32. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของนักประชาสัมพันธ์ที่ดี
 
    ก. มีทักษะการสื่อสารที่ดี
    ข. มีมนุษยสัมพันธ์และจิตบริการ
    ค. มีความรู้รอบตัวและติดตามข่าวสาร
    ง. ชอบทำงานเพียงลำพังและหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน
 
33. การให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนของหน่วยงานภาครัฐต้องคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
 
    ก. ความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ
    ข. การรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงาน
    ค. ความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย และเข้าถึงได้ง่าย
    ง. การประหยัดงบประมาณในการให้บริการ
 
34. ข้อใดคือหลักการสำคัญของการจัดการศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
 
    ก. จำกัดการเข้าถึงข้อมูลเพื่อความปลอดภัย
    ข. เก็บรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดโดยไม่ต้องจัดหมวดหมู่
    ค. จัดระบบข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ สืบค้นง่าย และปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ
    ง. เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
 
35. การจัดการข้อร้องเรียนในงานประชาสัมพันธ์ควรมีลักษณะอย่างไร
 
    ก. พยายามชี้แจงให้ผู้ร้องเรียนเข้าใจว่าองค์กรไม่ได้ผิด
    ข. รับฟัง ตอบสนองอย่างรวดเร็ว และหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
    ค. ส่งต่อข้อร้องเรียนให้หน่วยงานอื่นรับผิดชอบ
    ง. จำกัดการเปิดเผยข้อร้องเรียนและพยายามปกปิดปัญหา
 
36. การประชุมแถลงข่าว (Press Conference) ควรมีการเตรียมการอย่างไร
 
    ก. จัดเตรียมสถานที่ให้หรูหราเพื่อสร้างความประทับใจ
    ข. เตรียมข้อมูล ประเด็นสำคัญ กำหนดผู้แถลงข่าว และซักซ้อมการตอบคำถาม
    ค. เชิญสื่อมวลชนให้มากที่สุดโดยไม่ต้องคำนึงถึงประเภทของสื่อ
    ง. หลีกเลี่ยงการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถาม
 
37. การพูดในที่สาธารณะ (Public Speaking) ที่มีประสิทธิภาพควรมีลักษณะอย่างไร
 
    ก. พูดให้เร็วที่สุดเพื่อประหยัดเวลา
    ข. ใช้ศัพท์วิชาการและภาษาทางการเพื่อแสดงความเป็นมืออาชีพ
    ค. พูดชัดเจน มีการเตรียมตัว มีบุคลิกภาพที่ดี และสื่อสารให้เข้าใจง่าย
    ง. อ่านสคริปต์ทั้งหมดโดยไม่มีการสบตากับผู้ฟัง
 
38. การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม (Cross-cultural Communication) ในงานประชาสัมพันธ์ต้องคำนึงถึงสิ่งใด
 
    ก. การใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในทุกสถานการณ์
    ข. การเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม ภาษา และบริบททางสังคม
    ค. การปฏิบัติต่อทุกวัฒนธรรมด้วยมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด
    ง. การหลีกเลี่ยงการสื่อสารกับกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมแตกต่าง
 
39. การจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพควรมีลักษณะอย่างไร
 
    ก. มีเนื้อหามากที่สุดเพื่อให้ครอบคลุมทุกประเด็น
    ข. เน้นความสวยงามมากกว่าสาระ
    ค. มีการนำเสนอที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย และมีจุดเน้นที่ชัดเจน
    ง. ใช้งบประมาณสูงเพื่อสร้างความประทับใจ
 
40. การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับคนพิการควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
 
    ก. ต้นทุนในการผลิตเป็นหลัก
    ข. การเข้าถึงและการใช้งานได้ตามความเหมาะสมกับประเภทความพิการ
    ค. ความสวยงามของสื่อเป็นหลัก
    ง. การผลิตในปริมาณน้อยเพื่อประหยัดงบประมาณ
 

 ส่วนที่ 4: ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานประชาสัมพันธ์ (ข้อ 41-50)

 
41. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
 
    ก. เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ
    ข. เพื่อให้หน่วยงานราชการเก็บข้อมูลเป็นความลับ
    ค. เพื่อควบคุมการทำงานของสื่อมวลชน
    ง. เพื่อลดขั้นตอนการทำงานของราชการ
 
42. ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ การดำเนินการดังกล่าวเรียกว่าอะไร
 
    ก. การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร
    ข. การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
    ค. การจัดระบบข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนตรวจดู
    ง. การบริการข้อมูลข่าวสาร
 
43. หากประชาชนต้องการขอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐ แต่หน่วยงานปฏิเสธ ประชาชนสามารถทำอย่างไรได้บ้าง
 
    ก. ฟ้องร้องหน่วยงานนั้นต่อศาลปกครองได้ทันที
    ข. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
    ค. ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนให้ช่วยเหลือ
    ง. ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เนื่องจากเป็นดุลยพินิจของหน่วยงาน
 
44. ข้อมูลข่าวสารใดที่หน่วยงานของรัฐสามารถมีคำสั่งไม่เปิดเผยได้
 
    ก. แผนงานและโครงการของหน่วยงาน
    ข. งบประมาณรายจ่ายประจำปีของหน่วยงาน
    ค. ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ
    ง. คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
 
45. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีผลต่องานประชาสัมพันธ์อย่างไร
 
    ก. ห้ามไม่ให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
    ข. กำหนดให้การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือบิดเบือน ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เป็นความผิด
    ค. กำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลก่อนประชาสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ต
    ง. ไม่มีผลกระทบต่องานประชาสัมพันธ์
 
46. การละเมิดลิขสิทธิ์ในงานประชาสัมพันธ์มีลักษณะอย่างไร
 
    ก. การนำภาพหรือข้อความของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่อ้างอิงแหล่งที่มา
    ข. การวิจารณ์ผลงานของผู้อื่นอย่างตรงไปตรงมา
    ค. การเผยแพร่ข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง
    ง. การนำเสนอข้อมูลทางวิชาการเพื่อประโยชน์สาธารณะ
 
47. การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือบิดเบือนเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอาจมีความผิดตามกฎหมายใด
    ก. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
    ข. พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
    ค. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
    ง. พระราชบัญญัติจราจรทางบก
 
48. การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายใด
 
    ก. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    ข. พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
    ค. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข
    ง. พระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
 
49. ในการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานราชการ การใช้เครื่องหมายราชการต้องปฏิบัติอย่างไร
 
    ก. สามารถใช้ได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อจำกัด
    ข. ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของเครื่องหมายและใช้อย่างถูกต้องตามระเบียบ
    ค. ห้ามใช้โดยเด็ดขาด
    ง. เลือกใช้เครื่องหมายราชการใดก็ได้ตามความเหมาะสม
 
50. จรรยาบรรณของนักประชาสัมพันธ์ข้อใดสำคัญที่สุด
 
    ก. การรักษาความลับของผู้บังคับบัญชา
    ข. การยึดมั่นในความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต และไม่บิดเบือนข้อมูล
    ค. การไม่วิพากษ์วิจารณ์องค์กรของตนเอง
    ง. การทำงานเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก
 

Review ลูกค้า

เฉลยแนว ข้อสอบเจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ปฏิบัติงาน

 

 ส่วนที่ 1: หลักการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร (ข้อ 1-15)

1. ค. การสื่อสารสองทางระหว่างองค์กรกับกลุ่มประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและความร่วมมือ  
คำอธิบาย: การประชาสัมพันธ์ที่แท้จริงเป็นกระบวนการสื่อสารสองทาง ที่มุ่งสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับกลุ่มประชาชนที่เกี่ยวข้อง
 
2. ง. การประชาสัมพันธ์มุ่งสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดี ส่วนการโฆษณามุ่งเน้นการขายสินค้าหรือบริการ  
คำอธิบาย: การประชาสัมพันธ์และการโฆษณามีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยการประชาสัมพันธ์มุ่งสร้างภาพลักษณ์และความสัมพันธ์ ขณะที่การโฆษณามุ่งเน้นการขายหรือกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าหรือบริการ
 
3. ง. การควบคุมผลและการโฆษณา (Control-Advertising)  
คำอธิบาย: กระบวนการประชาสัมพันธ์ (PR Process) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การวิจัยและรับฟัง การวางแผนและกำหนดโปรแกรม การสื่อสารและการปฏิบัติ และการประเมินผล (Evaluation) ไม่ใช่การควบคุมผลและการโฆษณา
 
4. ข. การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และมีประโยชน์  
คำอธิบาย: การสร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนที่ดีต้องอาศัยความน่าเชื่อถือ ซึ่งเกิดจากการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และมีประโยชน์ต่อการทำงานของสื่อมวลชน
 
5. ข. ช่วยให้บุคลากรเข้าใจนโยบาย เป้าหมาย และมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร  
คำอธิบาย: การสื่อสารภายในองค์กรที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้บุคลากรเข้าใจทิศทางและเป้าหมายขององค์กร รู้สึกมีส่วนร่วม และเกิดความผูกพันต่อองค์กร
 
6. ก. สถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือการดำเนินงานขององค์กรอย่างรุนแรง  
คำอธิบาย: ภาวะวิกฤตในงานประชาสัมพันธ์หมายถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ส่งผลกระทบในทางลบต่อองค์กรอย่างรุนแรง และต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน
 
7. ค. รวบรวมข้อเท็จจริง สื่อสารอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และแสดงความรับผิดชอบ  
คำอธิบาย: การจัดการภาวะวิกฤตที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการรวบรวมข้อเท็จจริง สื่อสารอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
 
8. ข. ความรับผิดชอบขององค์กรที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนอกเหนือจากการแสวงหากำไร  
คำอธิบาย: CSR เป็นแนวคิดที่องค์กรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจเพื่อแสวงหากำไร
 
9. ง. สื่อความคิด (Thought Media)  
คำอธิบาย: ประเภทของสื่อที่ใช้ในงานประชาสัมพันธ์ ได้แก่ สื่อบุคคล สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อกิจกรรม แต่ไม่มี “สื่อความคิด” เป็นประเภทของสื่อโดยตรง
 
10. ก. แบบพีระมิดหัวกลับ (Inverted Pyramid)  
คำอธิบาย: การเขียนข่าวประชาสัมพันธ์นิยมใช้โครงสร้างแบบพีระมิดหัวกลับ คือ นำเสนอสาระสำคัญไว้ในส่วนต้น และรายละเอียดปลีกย่อยไว้ในส่วนท้าย
 
11. ก. พาดหัวข่าว ความนำ เนื้อหา และการอ้างอิง  
คำอธิบาย: องค์ประกอบสำคัญของข่าวประชาสัมพันธ์ประกอบด้วย พาดหัวข่าว ความนำ เนื้อหา และการอ้างอิงแหล่งที่มาหรือผู้ให้ข้อมูล
 
12. ค. กระชับ ชัดเจน ตรงประเด็น และเขียนในรูปแบบข่าว  
คำอธิบาย: ข่าวแจกที่ดีควรมีลักษณะกระชับ ชัดเจน ตรงประเด็น ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และเขียนในรูปแบบของข่าวที่พร้อมสำหรับการนำไปใช้
 
13. ข. สื่อสารอย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา และแสดงความรับผิดชอบ  
คำอธิบาย: การสื่อสารในภาวะวิกฤตต้องรวดเร็ว ตรงไปตรงมา โปร่งใส และแสดงความรับผิดชอบ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร
 
14. ค. เพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างมีระบบและบรรลุวัตถุประสงค์  
คำอธิบาย: การวางแผนประชาสัมพันธ์มีความสำคัญในการกำหนดทิศทาง เป้าหมาย กลยุทธ์ และวิธีการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีระบบและบรรลุวัตถุประสงค์
 
15. ข. เป็นผู้เชี่ยวชาญในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจระหว่างองค์กรกับกลุ่มเป้าหมาย  
คำอธิบาย: นักประชาสัมพันธ์มีบทบาทหลักในการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสร้างความเข้าใจระหว่างองค์กรกับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ
 

 ส่วนที่ 2: ความรู้เกี่ยวกับสื่อและเทคโนโลยีการสื่อสาร (ข้อ 16-30)

 
16. ค. เป็นสื่อที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้างและแบ่งปันเนื้อหา  
คำอธิบาย: สื่อสังคมออนไลน์มีลักษณะสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้าง แบ่งปัน และแลกเปลี่ยนเนื้อหา ไม่ใช่เพียงการสื่อสารทางเดียว
 
17. ก. สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว  
คำอธิบาย: การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัลมีข้อดีคือสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
 
18. ข. การนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจ มีคุณค่า และสอดคล้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย  
คำอธิบาย: เนื้อหาที่ได้รับความนิยมในสื่อสังคมออนไลน์มักเป็นเนื้อหาที่มีคุณค่า น่าสนใจ และตรงกับความต้องการหรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
 
19. ก. ช่วยให้เว็บไซต์หรือเนื้อหาขององค์กรถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นในเครื่องมือค้นหา  
คำอธิบาย: SEO มีความสำคัญในการทำให้เว็บไซต์หรือเนื้อหาขององค์กรติดอันดับต้นๆ ในผลการค้นหา ทำให้มีโอกาสถูกพบเห็นและเข้าถึงได้มากขึ้น
 
20. ง. การสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า (Customer Survey)  
คำอธิบาย: IMC ประกอบด้วยการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย การขายโดยบุคคล การตลาดทางตรง แต่การสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าเป็นเครื่องมือวิจัยตลาด ไม่ใช่องค์ประกอบของ IMC โดยตรง
 
21. ข. เพราะเป็นช่องทางที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้และทัศนคติของกลุ่มเป้าหมาย  
คำอธิบาย: สื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลอย่างมากต่อการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน องค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านช่องทางนี้
 
22. ก. จำนวนผู้ติดตาม การมีส่วนร่วม และการแบ่งปันเนื้อหา  
คำอธิบาย: การวัดผลการประชาสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์สามารถวัดได้จากตัวชี้วัดต่างๆ เช่น จำนวนผู้ติดตาม การมีส่วนร่วม (likes, comments) และการแบ่งปันเนื้อหา (shares)
 
23. ข. วิเคราะห์และคัดกรองข้อมูลที่มีประโยชน์และเกี่ยวข้องกับองค์กรเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจ  
คำอธิบาย: การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ต้องอาศัยการวิเคราะห์และคัดกรองเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์และเกี่ยวข้องกับองค์กรสำหรับการตัดสินใจ
 
24. ค. ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เป็นมืออาชีพ และแสดงความรับผิดชอบ  
คำอธิบาย: การจัดการวิกฤตในสื่อสังคมออนไลน์ต้องมีการตอบสนองที่รวดเร็ว เป็นมืออาชีพ และแสดงความรับผิดชอบ เพื่อจำกัดผลกระทบและรักษาความน่าเชื่อถือ
 
25. ก. ช่วยนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายผ่านการออกแบบที่น่าสนใจ  
คำอธิบาย: Infographic มีประโยชน์ในการนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายผ่านการออกแบบที่น่าสนใจและดึงดูดความสนใจ
 
26. ก. สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้แบบเรียลไทม์และมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง  
คำอธิบาย: การไลฟ์สตรีมมิ่งมีข้อดีคือสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้แบบเรียลไทม์ มีปฏิสัมพันธ์โดยตรง และสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วม
 
27. ข. กระชับ เข้าใจง่าย มีประเด็นที่ชัดเจน และเหมาะกับพฤติกรรมการอ่านบนสื่อดิจิทัล  
คำอธิบาย: การเขียนเนื้อหาสำหรับสื่อดิจิทัลควรกระชับ เข้าใจง่าย มีประเด็นชัดเจน และเหมาะกับพฤติกรรมการอ่านบนสื่อดิจิทัลที่มักใช้เวลาสั้นๆ
 
28. ก. ช่วยให้องค์กรเข้าใจทัศนคติและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย  
คำอธิบาย: การรับฟังความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ช่วยให้องค์กรเข้าใจทัศนคติ ความคิดเห็น และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนกลยุทธ์
 
29. ข. เป็นการร่วมมือกับบุคคลที่มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ  
คำอธิบาย: การประชาสัมพันธ์ผ่าน Influencer เป็นการร่วมมือกับบุคคลที่มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ติดตามของบุคคลนั้น
 
30. ข. เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร  
คำอธิบาย: การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลมีความสำคัญในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจต่อองค์กร
 

 ส่วนที่ 3: การบริการและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ (ข้อ 31-40)

 
31. ก. รวดเร็ว ถูกต้อง และมีอัธยาศัยที่ดี  
คำอธิบาย: หลักการให้บริการที่ดีในงานประชาสัมพันธ์ต้องอาศัยความรวดเร็ว ถูกต้อง และมีอัธยาศัยที่ดีในการให้บริการ
 
32. ง. ชอบทำงานเพียงลำพังและหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน  
คำอธิบาย: นักประชาสัมพันธ์ที่ดีต้องชอบพบปะผู้คน มีมนุษยสัมพันธ์ดี ไม่ใช่ชอบทำงานเพียงลำพังหรือหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน
 
33. ค. ความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย และเข้าถึงได้ง่าย  
คำอธิบาย: การให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนต้องคำนึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย และสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
 
34. ค. จัดระบบข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ สืบค้นง่าย และปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ  
คำอธิบาย: หลักการสำคัญในการจัดการศูนย์ข้อมูลข่าวสารคือการจัดระบบข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ สืบค้นได้ง่าย และมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ
 
35. ข. รับฟัง ตอบสนองอย่างรวดเร็ว และหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ  
คำอธิบาย: การจัดการข้อร้องเรียนที่ดีต้องมีการรับฟัง ตอบสนองอย่างรวดเร็ว และหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความพึงพอใจและปรับปรุงการบริการ
 
36. ข. เตรียมข้อมูล ประเด็นสำคัญ กำหนดผู้แถลงข่าว และซักซ้อมการตอบคำถาม  
คำอธิบาย: การเตรียมการสำหรับการแถลงข่าวต้องมีการเตรียมข้อมูล ประเด็นสำคัญ กำหนดผู้แถลงข่าว และซักซ้อมการตอบคำถามที่อาจเกิดขึ้น
 
37. ค. พูดชัดเจน มีการเตรียมตัว มีบุคลิกภาพที่ดี และสื่อสารให้เข้าใจง่าย  
คำอธิบาย: การพูดในที่สาธารณะที่มีประสิทธิภาพต้องพูดชัดเจน มีการเตรียมตัวล่วงหน้า มีบุคลิกภาพที่ดี และสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจง่าย
 
38. ข. การเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม ภาษา และบริบททางสังคม  
คำอธิบาย: การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมต้องคำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรม ภาษา และบริบททางสังคม เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด
 
39. ค. มีการนำเสนอที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย และมีจุดเน้นที่ชัดเจน  
คำอธิบาย: นิทรรศการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพต้องมีการนำเสนอที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย และมีจุดเน้นที่ชัดเจน
 
40. ข. การเข้าถึงและการใช้งานได้ตามความเหมาะสมกับประเภทความพิการ  
คำอธิบาย: การจัดทำสื่อสำหรับคนพิการต้องคำนึงถึงการเข้าถึงและการใช้งานได้ตามความเหมาะสมกับประเภทความพิการ เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียม
 

 ส่วนที่ 4: ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานประชาสัมพันธ์ (ข้อ 41-50)

 
41. ก. เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ  
คำอธิบาย: พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน
 
42. ค. การจัดระบบข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนตรวจดู  
คำอธิบาย: ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ซึ่งเรียกว่า “การจัดระบบข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนตรวจดู”
 
43. ข. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร  
คำอธิบาย: หากหน่วยงานปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูล ประชาชนสามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้ ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ
 
44. ค. ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ  
คำอธิบาย: ตามมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ หน่วยงานอาจมีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
 
45. ข. กำหนดให้การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือบิดเบือน ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เป็นความผิด  
คำอธิบาย: พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กำหนดให้การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือบิดเบือนที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นเป็นความผิด ซึ่งส่งผลต่องานประชาสัมพันธ์ที่ต้องระมัดระวังความถูกต้องของข้อมูล
 
46. ก. การนำภาพหรือข้อความของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่อ้างอิงแหล่งที่มา  
คำอธิบาย: การละเมิดลิขสิทธิ์ในงานประชาสัมพันธ์มักเกิดจากการนำภาพ ข้อความ หรือผลงานของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างเหมาะสม
 
47. ก. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค  
คำอธิบาย: การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือบิดเบือนเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมการโฆษณา
 
48. ก. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  
คำอธิบาย: การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
 
49. ข. ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของเครื่องหมายและใช้อย่างถูกต้องตามระเบียบ  
คำอธิบาย: การใช้เครื่องหมายราชการในการประชาสัมพันธ์ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของเครื่องหมายและใช้อย่างถูกต้องตามระเบียบที่กำหนด
 
50. ข. การยึดมั่นในความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต และไม่บิดเบือนข้อมูล  
คำอธิบาย: จรรยาบรรณที่สำคัญที่สุดของนักประชาสัมพันธ์คือการยึดมั่นในความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต และไม่บิดเบือนข้อมูล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากสาธารณชน
 

 

กรุงเทพมหานคร กทม.68

เจ้าพนักงานเทศกิจปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักจัดการงานโยธาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักนันทนาการปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักพัฒนาการกีฬาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักโภชนาการปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการจัดเก็บรายได้ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการแผนที่ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการสุขาภิบาลปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร พนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติงาน (ก.ก.) ฟรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *