แนวข้อสอบครูผู้ช่วย กลุ่ม วิชาบรรณารักษ์ ปรนัย 50 ข้อ
ส่วนที่ 1: พื้นฐานการบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
1. ข้อใดคือความหมายของห้องสมุด (Library) ที่ถูกต้องที่สุด
ก. สถานที่เก็บรวบรวมหนังสือทุกประเภท
ข. แหล่งรวบรวม จัดเก็บ และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบ
ค. สถานที่สำหรับค้นคว้าหาความรู้เฉพาะด้านวิชาการ
ง. หน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดหาหนังสือและสื่อการเรียนรู้
2. ภารกิจหลักของห้องสมุดโรงเรียนข้อใดสำคัญที่สุด
ก. การให้บริการยืม-คืนหนังสือ
ข. การส่งเสริมการอ่านและการศึกษาค้นคว้า
ค. การจัดทำบรรณานุกรมสำหรับครูและนักเรียน
ง. การคัดเลือกหนังสือและสื่อการเรียนรู้
3. แนวคิดห้องสมุด 4.0 (Library 4.0) เน้นเรื่องใดเป็นสำคัญ
ก. การเป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล
ข. การบูรณาการเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) กับการให้บริการสารสนเทศ
ค. การเป็น Co-working Space สำหรับนักเรียนและชุมชน
ง. การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการค้นคืนสารสนเทศ
4. กฎ 5 ข้อของ รังกานาธาน (Ranganathan’s Five Laws of Library Science) ได้แก่ข้อใด
ก. หนังสือมีไว้ใช้, ให้ผู้อ่านทุกคนได้พบหนังสือที่ต้องการ, ให้หนังสือทุกเล่มได้พบผู้อ่านที่ต้องการ, ประหยัดเวลาผู้อ่าน, ห้องสมุดเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตอยู่เสมอ
ข. เข้าถึงง่าย, ใช้สะดวก, รวดเร็ว, ทันสมัย, คุ้มค่า
ค. คัดสรรคุณภาพ, จัดระบบได้มาตรฐาน, บริการทั่วถึง, ร่วมมือร่วมใจ, พัฒนาต่อเนื่อง
ง. รวบรวม, วิเคราะห์, จัดเก็บ, เผยแพร่, บริการ
5. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของห้องสมุด
ก. ห้องสมุดประชาชน
ข. ห้องสมุดเฉพาะ
ค. ห้องสมุดมหาวิทยาลัย
ง. ห้องสมุดเอกชน
6. ผู้ให้บริการสารสนเทศ (Information Provider) ในยุคปัจจุบันควรมีคุณสมบัติข้อใดมากที่สุด
ก. จบการศึกษาสาขาบรรณารักษศาสตร์โดยตรง
ข. มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์หมวดหมู่หนังสือ
ค. มีทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ง. มีบุคลิกภาพดี มนุษยสัมพันธ์ดี และมีจิตบริการ
7. จรรยาบรรณวิชาชีพบรรณารักษ์ข้อใดสำคัญที่สุด
ก. การรักษาความลับของผู้ใช้บริการ
ข. การให้บริการอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
ค. การไม่นำทรัพยากรห้องสมุดไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน
ง. การพัฒนาความรู้ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
8. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการรู้สารสนเทศ (Information Literacy)
ก. ความสามารถในการระบุความต้องการสารสนเทศ
ข. ความสามารถในการเข้าถึงสารสนเทศ
ค. ความสามารถในการแจกจ่ายสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ง. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
9. บรรณารักษ์จะเป็นแบบใดในอนาคต
ก. ผู้ทำหน้าที่จัดหมวดหมู่หนังสือ (Classification Specialist)
ข. ผู้จัดการความรู้ (Knowledge Manager)
ค. ผู้เชี่ยวชาญดิจิทัล (Digital Specialist)
ง. ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Learning Facilitator)
10. มาตรฐานห้องสมุดโรงเรียนประถมศึกษาควรมีทรัพยากรสารสนเทศจำนวนเท่าใด
ก. 3 เล่มต่อนักเรียน 1 คน
ข. 5 เล่มต่อนักเรียน 1 คน
ค. 8 เล่มต่อนักเรียน 1 คน
ง. 10 เล่มต่อนักเรียน 1 คน
ส่วนที่ 2: การพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
11. นโยบายการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดโรงเรียนควรคำนึงถึงข้อใดเป็นหลัก
ก. ความสอดคล้องกับหลักสูตรและความต้องการของผู้ใช้
ข. งบประมาณที่ได้รับการจัดสรร
ค. ความทันสมัยของเนื้อหา
ง. ปริมาณทรัพยากรที่จะเพิ่มเข้ามาในแต่ละปี
12. ขั้นตอนใดต่อไปนี้ที่ต้องดำเนินการก่อนในกระบวนการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
ก. การคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศ
ข. การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ
ค. การศึกษาผู้ใช้และความต้องการสารสนเทศ
ง. การกำหนดนโยบายการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
13. “การคัดออก” หมายถึงข้อใด
ก. การคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศเข้าห้องสมุด
ข. การคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศออกจากชั้นหนังสือ
ค. การประเมินคุณค่าทรัพยากรสารสนเทศ
ง. การคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศที่เสื่อมสภาพออกจากห้องสมุด
14. เกณฑ์ในการประเมินทรัพยากรสารสนเทศเพื่อจัดหาเข้าห้องสมุดข้อใดสำคัญที่สุด
ก. ราคา
ข. ความน่าสนใจ
ค. เนื้อหาและความถูกต้อง
ง. ความทันสมัย
15. การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศเข้าห้องสมุดมีวิธีการใดบ้าง
ก. การซื้อ การขอรับบริจาค การแลกเปลี่ยน การผลิตขึ้นเอง
ข. การซื้อ การเช่า การยืม การสำเนา
ค. การสั่งซื้อ การบริจาค การผลิต การดาวน์โหลด
ง. การจัดซื้อจัดจ้าง การขอรับบริจาค การสมัครสมาชิก การแลกเปลี่ยน
16. การบำรุงรักษาทรัพยากรสารสนเทศอย่างถูกวิธีควรทำอย่างไร
ก. เก็บในห้องแอร์ตลอด 24 ชั่วโมง
ข. ตรวจสอบและกำจัดแมลงอย่างสม่ำเสมอ
ค. จัดเก็บในที่แห้ง อุณหภูมิและความชื้นเหมาะสม ห่างจากแสงแดดโดยตรง
ง. ฉีดยากันแมลงทุกเดือน
17. การสำรวจหนังสือในห้องสมุดมีจุดประสงค์เพื่ออะไร
ก. ตรวจสอบจำนวนและสภาพหนังสือ
ข. ตรวจสอบการจัดเรียงบนชั้น
ค. ค้นหาหนังสือที่สูญหาย
ง. ถูกทุกข้อ
18. เหตุใดจึงต้องมีการประเมินทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด
ก. เพื่อทราบปริมาณและคุณภาพของทรัพยากรสารสนเทศที่มีอยู่
ข. เพื่อวางแผนการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศเพิ่มเติม
ค. เพื่อปรับปรุงการบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
ง. ถูกทุกข้อ
19. แนวโน้มการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศในปัจจุบันเป็นอย่างไร
ก. เน้นการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น
ข. เน้นการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศประเภทสิ่งพิมพ์เป็นหลัก
ค. เน้นการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศที่ผลิตขึ้นเองทั้งหมด
ง. เน้นการรับบริจาคทรัพยากรสารสนเทศจากแหล่งต่างๆ
20. ปัญหาสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดโรงเรียนคือข้อใด
ก. การขาดแคลนงบประมาณ
ข. การขาดความรู้ความเข้าใจของบรรณารักษ์
ค. การขาดการสนับสนุนจากผู้บริหาร
ง. ถูกทุกข้อ
ส่วนที่ 3: การวิเคราะห์และจัดระบบสารสนเทศ
21. การกำหนดเลขเรียกหนังสือ (Call Number) มีองค์ประกอบใดบ้าง
ก. เลขหมู่ อักษรผู้แต่ง เลขผู้แต่ง
ข. เลขหมู่ อักษรผู้แต่ง เลขผู้แต่ง ปีพิมพ์
ค. หัวเรื่อง เลขหมู่ อักษรผู้แต่ง
ง. เลขหมวดใหญ่ เลขหมวดย่อย ชื่อผู้แต่ง
22. ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือที่นิยมใช้ในห้องสมุดประเทศไทยคือระบบใด
ก. ระบบทศนิยมดิวอี้ (Dewey Decimal Classification: DDC)
ข. ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress Classification: LC)
ค. ระบบบรรณานุกรมสากล (Universal Bibliographic Control: UBC)
ง. ระบบมาร์ค (MARC)
23. ในระบบทศนิยมดิวอี้ (DDC) หมวดหมู่ใดที่จัดเป็นหมวดวรรณคดี
ก. หมวด 400
ข. หมวด 700
ค. หมวด 800
ง. หมวด 900
24. หนังสือเรื่อง “วิธีการสอนวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา” ควรจัดอยู่ในหมวดหมู่ใดตามระบบทศนิยมดิวอี้
ก. 372.3
ข. 507
ค. 510
ง. 375.5
25. MARC คืออะไร
ก. รูปแบบมาตรฐานในการลงรายการบรรณานุกรมในระบบคอมพิวเตอร์
ข. รูปแบบการจัดหมวดหมู่หนังสือในระบบคอมพิวเตอร์
ค. รูปแบบการสืบค้นสารสนเทศในระบบคอมพิวเตอร์
ง. รูปแบบการจัดเก็บข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์
26. การลงรายการทางบรรณานุกรมตามหลัก AACR2 มีความสำคัญอย่างไร
ก. ช่วยให้การสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ข. ช่วยให้การจัดหมวดหมู่หนังสือเป็นระบบมากขึ้น
ค. ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล
ง. ช่วยให้การวิเคราะห์เนื้อหาทรัพยากรสารสนเทศถูกต้องยิ่งขึ้น
27. การกำหนดหัวเรื่อง (Subject Heading) มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
ก. เพื่อจัดกลุ่มหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันไว้ด้วยกัน
ข. เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศที่มีเนื้อหาเดียวกัน
ค. เพื่อแยกประเภทของหนังสือตามเนื้อหา
ง. ถูกทุกข้อ
28. RDA (Resource Description and Access) คืออะไร
ก. หลักเกณฑ์การลงรายการทรัพยากรสารสนเทศรูปแบบใหม่ที่ใช้แทน AACR2
ข. ระบบการจัดหมวดหมู่ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล
ค. มาตรฐานการวิเคราะห์เนื้อหาสารสนเทศ
ง. รูปแบบการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล
29. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการทำดรรชนีวารสาร
ก. ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบทความในวารสารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ข. ช่วยอนุรักษ์วารสารให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น
ค. ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาบทความเรื่องที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
ง. ช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นคว้าวิจัย
30. เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี (RFID) มีประโยชน์อย่างไรในงานห้องสมุด
ก. ช่วยในการจัดหมวดหมู่หนังสือ
ข. ช่วยในการวิเคราะห์เนื้อหา
ค. ช่วยในการยืม-คืนและตรวจสอบทรัพยากรสารสนเทศ
ง. ช่วยในการจัดทำดรรชนี
ส่วนที่ 4: การบริการสารสนเทศและการส่งเสริมการใช้ห้องสมุด
31. บริการพื้นฐานที่ห้องสมุดทุกประเภทต้องจัดให้มีคืออะไร
ก. บริการยืม-คืน บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า บริการแนะนำการใช้ห้องสมุด
ข. บริการยืม-คืน บริการอินเทอร์เน็ต บริการถ่ายเอกสาร
ค. บริการยืม-คืน บริการสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์ บริการยืมระหว่างห้องสมุด
ง. บริการยืม-คืน บริการหนังสือจอง บริการวารสารและหนังสือพิมพ์
32. กิจกรรมส่งเสริมการอ่านใดที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา
ก. การแข่งขันตอบปัญหาจากหนังสืออ้างอิง
ข. การเล่านิทานประกอบภาพ
ค. การจัดนิทรรศการหนังสือใหม่
ง. การบรรยายโดยนักเขียน
33. การส่งเสริมการใช้ห้องสมุดควรดำเนินการอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ
ก. จัดกิจกรรมเป็นครั้งคราวตามวาระพิเศษ
ข. จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและหลากหลายรูปแบบ
ค. จัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่มที่สนใจ
ง. จัดกิจกรรมเฉพาะในห้องสมุดเท่านั้น
34. บริการอ้างอิงและตอบคำถามมีประโยชน์อย่างไร
ก. ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
ข. ช่วยแนะนำแหล่งสารสนเทศที่เหมาะสม
ค. ช่วยให้ผู้ใช้เรียนรู้วิธีการสืบค้นสารสนเทศด้วยตนเอง
ง. ถูกทุกข้อ
35. การจัดการเรียนรู้ในห้องสมุดแบบใดที่สอดคล้องกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ก. การเรียนรู้แบบนั่งฟังบรรยาย
ข. การเรียนรู้แบบท่องจำ
ค. การเรียนรู้แบบสืบเสาะและลงมือปฏิบัติ
ง. การเรียนรู้แบบรายบุคคล
36. การจัดบริการเชิงรุก (Proactive Service) ในห้องสมุดหมายถึงอะไร
ก. การให้บริการนอกสถานที่
ข. การให้บริการก่อนที่ผู้ใช้จะร้องขอ
ค. การให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ง. การให้บริการที่เกินกว่ามาตรฐานทั่วไป
37. การประชาสัมพันธ์ห้องสมุดควรดำเนินการอย่างไร
ก. ใช้สื่อประชาสัมพันธ์เพียงประเภทเดียวเพื่อความเป็นเอกภาพ
ข. ใช้สื่อประชาสัมพันธ์หลากหลายประเภทและช่องทาง
ค. มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลัก
ง. จำกัดการประชาสัมพันธ์เฉพาะภายในโรงเรียน
38. แนวคิด “ห้องสมุดมีชีวิต” (Living Library) มีลักษณะอย่างไร
ก. ห้องสมุดที่มีสัตว์เลี้ยงให้ผู้ใช้ได้มีปฏิสัมพันธ์
ข. ห้องสมุดที่มีกิจกรรมหลากหลาย บรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
ค. ห้องสมุดที่มีต้นไม้และพืชเขียวชอุ่มภายในอาคาร
ง. ห้องสมุดที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
39. การประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บริการห้องสมุดมีความสำคัญอย่างไร
ก. เพื่อทราบถึงปัญหาและความต้องการของผู้ใช้
ข. เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงการให้บริการ
ค. เพื่อวางแผนการพัฒนาห้องสมุดในอนาคต
ง. ถูกทุกข้อ
40. ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้การบริการห้องสมุดประสบความสำเร็จคืออะไร
ก. ทรัพยากรสารสนเทศที่ทันสมัยและหลากหลาย
ข. เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย
ค. บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีจิตบริการ
ง. อาคารสถานที่ที่สวยงามและทันสมัย
ส่วนที่ 5: เทคโนโลยีสารสนเทศและห้องสมุดดิจิทัล
41. ห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library) คืออะไร
ก. ห้องสมุดที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อดิจิทัล
ข. ห้องสมุดที่รวบรวม จัดการ และให้บริการสารสนเทศในรูปแบบดิจิทัลผ่านเครือข่าย
ค. ห้องสมุดที่มีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาช่วยในการดำเนินงาน
ง. ห้องสมุดที่ให้ยืมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
42. ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ (Library Automation System) มีองค์ประกอบใดบ้าง
ก. ระบบจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ระบบบริการยืม-คืน ระบบสืบค้น ระบบสถิติและรายงาน
ข. ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย ระบบฐานข้อมูล
ค. ระบบฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่าย
ง. ระบบการจัดซื้อ ระบบการวิเคราะห์ ระบบการบริการ
43. ข้อใดเป็นซอฟต์แวร์ระบบห้องสมุดแบบโอเพนซอร์ส (Open Source)
ก. Sierra
ข. Koha
ค. Horizon
ง. Aleph
44. การพัฒนาคลังสารสนเทศดิจิทัล (Digital Repository) มีประโยชน์อย่างไร
ก. เพื่อจัดเก็บผลงานวิชาการอย่างเป็นระบบ
ข. เพื่อให้เข้าถึงสารสนเทศได้สะดวกรวดเร็ว
ค. เพื่อสงวนรักษาสารสนเทศให้คงอยู่ในระยะยาว
ง. ถูกทุกข้อ
45. Web 3.0 มีความเกี่ยวข้องกับงานห้องสมุดอย่างไร
ก. การทำให้เว็บไซต์ห้องสมุดแสดงผลบนอุปกรณ์มือถือได้ดี
ข. การพัฒนาเว็บไซต์ห้องสมุดให้เป็นแบบ Interactive
ค. การพัฒนาเว็บไซต์ห้องสมุดให้มีความเป็นเว็บเชิงความหมาย (Semantic Web)
ง. การพัฒนาเว็บไซต์ห้องสมุดให้รองรับระบบชำระเงินออนไลน์
46. Big Data มีประโยชน์ต่องานห้องสมุดอย่างไร
ก. ช่วยในการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ห้องสมุดของผู้ใช้
ข. ช่วยในการวางแผนการจัดซื้อทรัพยากรสารสนเทศ
ค. ช่วยในการพัฒนาบริการใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
ง. ถูกทุกข้อ
47. เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) มีผลกระทบต่องานห้องสมุดอย่างไร
ก. ทำให้บรรณารักษ์ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
ข. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและการจัดการสารสนเทศ
ค. ทำให้ความนิยมในการใช้ห้องสมุดลดลง
ง. ทำให้ห้องสมุดต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น
48. Internet of Things (IoT) สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในห้องสมุดอย่างไร
ก. การติดตามตำแหน่งหนังสือและทรัพยากรสารสนเทศ
ข. การควบคุมสภาพแวดล้อมในห้องสมุด เช่น แสงสว่าง อุณหภูมิ
ค. การเก็บข้อมูลการเข้าใช้พื้นที่และบริการต่างๆ
ง. ถูกทุกข้อ
49. ข้อใดไม่ใช่ปัญหาของการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลในประเทศไทย
ก. ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา
ข. ปัญหาความเข้าใจของผู้ใช้
ค. ปัญหางบประมาณสนับสนุน
ง. ปัญหาด้านความหลากหลายของภาษา
50. แนวโน้มของห้องสมุดในอนาคตเป็นอย่างไร
ก. ห้องสมุดจะเน้นบริการเฉพาะบุคคล (Personalized Service) มากขึ้น
ข. ห้องสมุดจะเป็นศูนย์การเรียนรู้และพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Space)
ค. ห้องสมุดจะมีการผสมผสานเทคโนโลยีเสมือนจริง (VR/AR) ในการให้บริการ
ง. ถูกทุกข้อ
Review ลูกค้า
เฉลยคำตอบ แนวข้อสอบครูผู้ช่วย กลุ่ม วิชาบรรณารักษ์
1. ข
2. ข
3. ข
4. ก
5. ง
6. ค
7. ข
8. ค
9. ง
10. ค
11. ก
12. ง
13. ง
14. ค
15. ก
16. ค
17. ง
18. ง
19. ก
20. ง
21. ข
22. ก
23. ค
24. ก
25. ก
26. ก
27. ง
28. ก
29. ข
30. ค
31. ก
32. ข
33. ข
34. ง
35. ค
36. ข
37. ข
38. ข
39. ง
40. ค
41. ข
42. ก
43. ข
44. ง
45. ค
46. ง
47. ข
48. ง
49. ง
50. ง
ครูผู้ช่วย อปท. กลุ่มวิชาต่างๆ
แนวข้อสอบครูผู้ช่วย กลุ่ม วิชาบรรณารักษ์ ปรนัย 50 ข้อ

