ข้อสอบ วิศวกรโยธา กรมทางหลวงชนบท

แนวข้อสอบ  วิศวกรโยธาปฏิบัติการ

กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม

จำนวน 100 ข้อ  |  เวอร์ชัน 2569

แนวข้อสอบ ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข)

คำชี้แจง

  1. ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 100 ข้อ ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
  2. ครอบคลุมเนื้อหา 8 ส่วน: กลศาสตร์โครงสร้าง, วัสดุและคอนกรีต, ปฐพีกลศาสตร์และฐานราก, วิศวกรรมการทาง, อุทกวิทยาและการระบายน้ำ, การสำรวจ, การบริหารงานก่อสร้าง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  3. เฉลยพร้อมคำอธิบายอยู่ท้ายเอกสาร
  4. เอกสารนี้เป็นแนวข้อสอบสำหรับฝึกฝน ไม่ใช่ข้อสอบจริงของกรมทางหลวงชนบท ควรตรวจสอบประกาศรับสมัครและกฎหมายฉบับล่าสุดประกอบ

ส่วนที่ 1 กลศาสตร์โครงสร้างและการวิเคราะห์โครงสร้าง (ข้อ 1–20)

  1. คานช่วงเดียวธรรมดา (Simply supported) ยาว L รับน้ำหนักแผ่สม่ำเสมอ w ตลอดช่วง โมเมนต์ดัดสูงสุดมีค่าเท่าใด

ก. wL²/2

ข. wL²/8

ค. wL²/4

ง. wL²/12

  1. คานยื่น (Cantilever) ยาว L รับน้ำหนักจุด P ที่ปลายอิสระ โมเมนต์ดัดสูงสุดเกิดที่ใดและมีค่าเท่าใด

ก. ที่ปลายอิสระ, PL

ข. ที่จุดยึดแน่น, PL

ค. ที่จุดยึดแน่น, PL/2

ง. ที่กึ่งกลาง, PL/2

  1. ระยะโก่งตัวสูงสุดของคานช่วงเดียวธรรมดารับน้ำหนักแผ่สม่ำเสมอ w ยาว L คือข้อใด

ก. 5wL⁴/384EI

ข. wL⁴/8EI

ค. wL³/48EI

ง. wL⁴/384EI

  1. คานช่วงเดียวธรรมดายาว L รับน้ำหนักจุด P ที่กึ่งกลางช่วง โมเมนต์ดัดสูงสุดมีค่าเท่าใด

ก. PL/2

ข. PL/8

ค. PL

ง. PL/4

  1. คานช่วงเดียวธรรมดายาว 6 ม. รับน้ำหนักแผ่สม่ำเสมอ 2 ตัน/ม. โมเมนต์ดัดสูงสุดมีค่าเท่าใด

ก. 18 ตัน-ม.

ข. 12 ตัน-ม.

ค. 9 ตัน-ม.

ง. 6 ตัน-ม.

  1. แรงเฉือนสูงสุดของคานช่วงเดียวธรรมดารับน้ำหนักแผ่สม่ำเสมอ w ยาว L มีค่าเท่าใด และเกิดที่ใด

ก. wL/4 ที่จุดรองรับ

ข. wL/2 ที่จุดรองรับ

ค. wL/2 ที่กึ่งกลาง

ง. wL ที่กึ่งกลาง

  1. โมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง b ลึก h รอบแกนที่ผ่านจุดเซนทรอยด์ขนานกับด้าน b คือข้อใด

ก. b³h/12

ข. bh³/12

ค. bh³/3

ง. bh²/6

  1. คานหน้าตัดสี่เหลี่ยมกว้าง 20 ซม. ลึก 60 ซม. มีโมเมนต์อินเนอร์เชียรอบแกนนอนเท่าใด

ก. 120,000 ซม.⁴

ข. 240,000 ซม.⁴

ค. 360,000 ซม.⁴

ง. 720,000 ซม.⁴

  1. สูตรหาหน่วยแรงดัด (Flexural stress) ในคานตามทฤษฎีคานอีลาสติกคือข้อใด

ก. σ = VQ/Ib

ข. σ = Tr/J

ค. σ = P/A

ง. σ = My/I

  1. คานต่อเนื่อง 2 ช่วง มีจุดรองรับแบบหมุด 1 จุด และแบบล้อเลื่อน 2 จุด เป็นโครงสร้างอินดีเทอร์มิเนตกี่ระดับ

ก. ดีเทอร์มิเนต

ข. 1 ระดับ

ค. 2 ระดับ

ง. 3 ระดับ

แนวข้อสอบ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ กรมทางหลวงชนบท

รูปแบบการสั่งซื้อ

  1. เสาปลายด้านหนึ่งยึดแน่น อีกด้านหนึ่งเป็นอิสระ มีค่าตัวประกอบความยาวประสิทธิผล (K) ตามทฤษฎีเท่าใด

ก. 0.5

ข. 0.7

ค. 1.0

ง. 2.0

  1. สมมติฐานในการวิเคราะห์โครงข้อหมุน (Truss) แบบอุดมคติ ข้อใดถูกต้อง

ก. ชิ้นส่วนรับเฉพาะแรงตามแนวแกน

ข. จุดต่อเป็นแบบยึดแน่น

ค. ชิ้นส่วนรับโมเมนต์ดัดได้

ง. น้ำหนักกระทำที่กึ่งกลางชิ้นส่วนได้

  1. เหล็กเส้นพื้นที่หน้าตัด 2 ซม.² รับแรงดึง 4,000 กก. จะเกิดหน่วยแรงดึงเท่าใด

ก. 800 กก./ซม.²

ข. 1,000 กก./ซม.²

ค. 2,000 กก./ซม.²

ง. 8,000 กก./ซม.²

  1. แท่งเหล็กยาว 2 ม. ยืดออก 1 มม. เมื่อรับแรงดึง จะมีความเครียด (Strain) เท่าใด

ก. 0.0002

ข. 0.0005

ค. 0.005

ง. 0.05

  1. ค่าโมดูลัสยืดหยุ่น (Es) ของเหล็กเสริมที่นิยมใช้ในการออกแบบมีค่าประมาณเท่าใด

ก. 2.04 × 10⁴ กก./ซม.²

ข. 2.04 × 10⁵ กก./ซม.²

ค. 2.04 × 10⁶ กก./ซม.²

ง. 2.04 × 10⁷ กก./ซม.²

  1. โมเมนต์ปลายยึดแน่น (Fixed-end moment) ของคานปลายยึดแน่นทั้งสองข้าง รับน้ำหนักแผ่สม่ำเสมอ w ยาว L มีค่าเท่าใด

ก. wL²/8

ข. wL²/12

ค. wL²/24

ง. wL²/16

  1. ในคานรับน้ำหนักทั่วไป โมเมนต์ดัดมีค่าสูงสุด (หรือต่ำสุดเฉพาะที่) ณ ตำแหน่งใด

ก. ที่จุดรองรับเสมอ

ข. แรงเฉือนมีค่าสูงสุด

ค. ที่ปลายคานเสมอ

ง. แรงเฉือนมีค่าเป็นศูนย์

  1. วิธีการกระจายโมเมนต์ (Moment Distribution Method) ที่ใช้วิเคราะห์โครงสร้างอินดีเทอร์มิเนต ผู้คิดค้นคือใคร

ก. Castigliano

ข. Mohr

ค. Hardy Cross

ง. Euler

  1. เส้นอิทธิพล (Influence Line) มีประโยชน์มากที่สุดในการออกแบบโครงสร้างประเภทใด

ก. ถังเก็บน้ำ

ข. สะพานที่รับน้ำหนักบรรทุกเคลื่อนที่

ค. ฐานรากแผ่

ง. กำแพงกันดิน

  1. น้ำหนักบรรทุกจรมาตรฐาน AASHTO ที่นิยมใช้ออกแบบสะพานทางหลวงในประเทศไทยคือข้อใด

ก. HL-50

ข. H15-44

ค. HS20-44

ง. H10-44

ส่วนที่ 2 วัสดุและคอนกรีตเสริมเหล็ก (ข้อ 21–35)

  1. ตัวอย่างคอนกรีตทรงกระบอกมาตรฐานที่ใช้ทดสอบกำลังอัด (fc’) มีขนาดเท่าใด

ก. 10 × 10 ซม.

ข. 15 × 15 ซม.

ค. 15 × 30 ซม.

ง. 20 × 40 ซม.

  1. กำลังอัดของคอนกรีตที่ใช้ในการออกแบบ (fc’) โดยทั่วไปกำหนดที่อายุกี่วัน

ก. 3 วัน

ข. 7 วัน

ค. 14 วัน

ง. 28 วัน

  1. การทดสอบค่ายุบตัว (Slump Test) ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติใดของคอนกรีตสด

ก. ความหนาแน่น

ข. กำลังอัด

ค. ความสามารถเทได้ (Workability)

ง. ปริมาณอากาศ

  1. หากเพิ่มอัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ (w/c) โดยปัจจัยอื่นคงที่ จะเกิดผลอย่างไร

ก. กำลังอัดลดลง

ข. กำลังอัดไม่เปลี่ยนแปลง

ค. ความทึบน้ำเพิ่มขึ้น

ง. กำลังอัดเพิ่มขึ้น

  1. ค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของคอนกรีตน้ำหนักปกติตาม ACI (หน่วย กก./ซม.²) คำนวณจากสูตรใด

ก. Ec = 2.04 × 10⁶

ข. Ec = 4,700√fc’

ค. Ec = 57,000√fc’

ง. Ec = 15,100√fc’

  1. เหล็กข้ออ้อยชั้นคุณภาพ SD40 มีกำลังครากขั้นต่ำเท่าใด

ก. 2,400 กก./ซม.²

ข. 3,000 กก./ซม.²

ค. 4,000 กก./ซม.²

ง. 5,000 กก./ซม.²

  1. เหล็กเส้นกลมชั้นคุณภาพ SR24 มีกำลังครากขั้นต่ำเท่าใด

ก. 2,400 กก./ซม.²

ข. 3,000 กก./ซม.²

ค. 3,500 กก./ซม.²

ง. 4,000 กก./ซม.²

  1. ระยะหุ้มคอนกรีตขั้นต่ำของเหล็กเสริมในฐานรากที่เทสัมผัสกับดินโดยตรงตลอดเวลา ตาม ACI ควรเป็นเท่าใด

ก. 2.5 ซม.

ข. 4.0 ซม.

ค. 5.0 ซม.

ง. 7.5 ซม.

  1. การบ่มคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา (ประเภทที่ 1) ควรบ่มชื้นต่อเนื่องอย่างน้อยกี่วัน

ก. 1 วัน

ข. 3 วัน

ค. 7 วัน

ง. 28 วัน

  1. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทใดให้กำลังอัดสูงในระยะแรก (High Early Strength)

ก. ประเภทที่ 3

ข. ประเภทที่ 2

ค. ประเภทที่ 4

ง. ประเภทที่ 1

  1. งานก่อสร้างในพื้นที่ดินหรือน้ำที่มีซัลเฟตสูง ควรเลือกใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทใด

ก. ประเภทที่ 4

ข. ประเภทที่ 1

ค. ประเภทที่ 3

ง. ประเภทที่ 5

  1. ตามวิธีกำลัง (ACI 318) ตัวคูณลดกำลัง (φ) สำหรับหน้าตัดรับแรงดัดที่ควบคุมด้วยแรงดึง (Tension-controlled) มีค่าเท่าใด

ก. 0.65

ข. 0.75

ค. 0.85

ง. 0.90

  1. ตาม ACI 318-19 ข้อใดเป็นการจัดชุดน้ำหนักบรรทุกพื้นฐานสำหรับน้ำหนักบรรทุกคงที่ (D) และน้ำหนักบรรทุกจร (L)

ก. U = 1.4D + 1.4L

ข. U = 1.2D + 1.6L

ค. U = 1.6D + 1.2L

ง. U = 1.0D + 1.0L

  1. ข้อใดเป็นข้อดีของคอนกรีตอัดแรง (Prestressed Concrete) เมื่อเทียบกับคอนกรีตเสริมเหล็กธรรมดา

ก. ลดการแตกร้าวภายใต้น้ำหนักใช้งาน

ข. ใช้หน้าตัดเล็กลงสำหรับช่วงความยาวเท่ากัน

ค. สร้างช่วงพาดได้ยาวขึ้น

ง. ถูกทุกข้อ

  1. สารผสมเพิ่มประเภทหน่วงการก่อตัว (Retarder) เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์ใด

ก. งานที่ต้องการถอดแบบเร็ว

ข. งานเทคอนกรีตในอากาศหนาวจัด

ค. งานเทคอนกรีตในอากาศร้อนหรือขนส่งระยะไกล

ง. งานคอนกรีตกันซึม

ส่วนที่ 3 ปฐพีกลศาสตร์และวิศวกรรมฐานราก (ข้อ 36–50)

  1. การทดสอบ Standard Penetration Test (SPT) ใช้ตุ้มน้ำหนักและระยะยกเท่าใด

ก. 100 กก. ระยะยก 76 ซม.

ข. 63.5 กก. ระยะยก 100 ซม.

ค. 63.5 กก. ระยะยก 76 ซม.

ง. 50 กก. ระยะยก 50 ซม.

  1. ดัชนีพลาสติก (Plasticity Index, PI) หาได้จากข้อใด

ก. LL + PL

ข. PL − SL

ค. LL − PL

ง. LL − SL

  1. ตามระบบจำแนกดิน Unified (USCS) สัญลักษณ์ CH หมายถึงดินประเภทใด

ก. ดินเหนียวที่มีความเป็นพลาสติกต่ำ

ข. ดินตะกอนทรายแป้ง

ค. ทรายปนดินเหนียว

ง. ดินเหนียวที่มีความเป็นพลาสติกสูง

  1. การทดสอบการบดอัดแบบสูงกว่ามาตรฐาน (Modified Proctor) ใช้ค้อนหนักและระยะยกเท่าใด

ก. 2.5 กก. ระยะยก 30.5 ซม. 3 ชั้น

ข. 4.54 กก. ระยะยก 45.7 ซม. 5 ชั้น

ค. 4.54 กก. ระยะยก 30.5 ซม. 3 ชั้น

ง. 2.5 กก. ระยะยก 45.7 ซม. 5 ชั้น

  1. ค่า CBR (California Bearing Ratio) ใช้ประเมินคุณสมบัติใดในงานทาง

ก. ความสามารถรับน้ำหนักของดินคันทางและวัสดุชั้นทาง

ข. กำลังอัดของคอนกรีต

ค. ความหนาแน่นของแอสฟัลต์

ง. ความชื้นในดิน

  1. การทดสอบความแน่นของดินในสนามที่นิยมใช้มากที่สุดในงานทางคือวิธีใด

ก. Sand Cone Method

ข. Los Angeles Abrasion

ค. Slump Test

ง. Marshall Test

  1. ความหนาแน่นแห้งในสนาม 1.90 ตัน/ม.³ ความหนาแน่นแห้งสูงสุดจากห้องปฏิบัติการ 2.00 ตัน/ม.³ ระดับการบดอัดเท่าใด

ก. 90%

ข. 92%

ค. 95%

ง. 105%

  1. การทรุดตัวของดินเหนียวอิ่มตัวที่เกิดขึ้นตามเวลาจากการระบายน้ำออกจากช่องว่างเรียกว่าอะไร

ก. Collapse

ข. Elastic Settlement

ค. Immediate Settlement

ง. Consolidation Settlement

  1. ตัวประกอบกำลังรับน้ำหนัก Nc, Nq, Nγ ในสมการของ Terzaghi ขึ้นอยู่กับค่าใดเป็นหลัก

ก. ความหนาแน่นของดิน

ข. มุมเสียดทานภายใน (φ)

ค. ความลึกของฐานราก

ง. ระดับน้ำใต้ดิน

  1. สัมประสิทธิ์แรงดันดินด้านข้างแบบแอกทีฟ (Ka) ตามทฤษฎีของ Rankine สำหรับดินที่มี φ = 30° มีค่าเท่าใด

ก. 3.0

ข. 0.5

ค. 0.333

ง. 0.25

  1. หน่วยแรงประสิทธิผล (Effective Stress) ในมวลดินคำนวณจากข้อใด

ก. σ’ = σ − u

ข. σ’ = u − σ

ค. σ’ = σ + u

ง. σ’ = σ × u

  1. เสาเข็มที่ถ่ายน้ำหนักลงสู่ดินโดยอาศัยแรงเสียดทานระหว่างผิวเสาเข็มกับดินเป็นหลักเรียกว่าอะไร

ก. เสาเข็มเอียง

ข. เสาเข็มแรงเสียดทาน (Friction Pile)

ค. เสาเข็มรับแรงแบกทาน (End Bearing Pile)

ง. เสาเข็มรับแรงดึง

  1. การทดสอบเสาเข็มด้วยวิธี Seismic Test (Low Strain Integrity Test) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร

ก. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของตัวเสาเข็ม

ข. หากำลังรับน้ำหนักประลัย

ค. หาค่าการทรุดตัวระยะยาว

ง. หาความลึกของชั้นหิน

  1. การปรับปรุงดินเหนียวอ่อนใต้คันทางด้วยแถบระบายน้ำแนวดิ่ง (PVD) ร่วมกับการถมดินกดทับ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร

ก. เพิ่มความชื้นในดิน

ข. เร่งการอัดตัวคายน้ำให้เกิดเร็วขึ้น

ค. ป้องกันการกัดเซาะผิวดิน

ง. ลดกำลังรับแรงเฉือนของดิน

  1. ดินมีอัตราส่วนช่องว่าง (Void Ratio, e) เท่ากับ 1.0 จะมีความพรุน (Porosity, n) เท่าใด

ก. 0.25

ข. 0.50

ค. 1.00

ง. 2.00

Review ลูกค้า

ส่วนที่ 4 วิศวกรรมการทางและผิวทาง (ข้อ 51–70)

  1. ลำดับชั้นโครงสร้างทางแบบยืดหยุ่น (Flexible Pavement) จากบนลงล่างข้อใดถูกต้อง

ก. ผิวทาง – รองพื้นทาง – พื้นทาง – ดินคันทาง

ข. ผิวทาง – พื้นทาง – รองพื้นทาง – ดินคันทาง

ค. ผิวทาง – ดินคันทาง – พื้นทาง – รองพื้นทาง

ง. พื้นทาง – ผิวทาง – รองพื้นทาง – ดินคันทาง

  1. การลาดแอสฟัลต์ชั้นไพรม์โคต (Prime Coat) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร

ก. ปิดรอยแตกของผิวคอนกรีต

ข. เพิ่มความฝืดของผิวทาง

ค. ยึดผิวแอสฟัลต์เก่ากับผิวใหม่

ง. เคลือบผิวพื้นทางที่เป็นวัสดุมวลรวม ช่วยกันน้ำและยึดเกาะกับชั้นผิวทาง

  1. การลาดแอสฟัลต์ชั้นแทคโคต (Tack Coat) ใช้ในกรณีใด

ก. ลาดบนชั้นดินคันทาง

ข. ลาดบนพื้นทางหินคลุกที่บดอัดใหม่

ค. ลาดบนผิวแอสฟัลต์หรือคอนกรีตเดิมก่อนปูผิวแอสฟัลต์ชั้นใหม่

ง. ลาดหลังปูผิวเสร็จเพื่อกันน้ำ

  1. วิธีการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วย Marshall Method ใช้ค่าใดเป็นเกณฑ์หลัก

ก. Stability และ Flow

ข. LL และ PL

ค. CBR และ Swell

ง. Slump และ Air Content

  1. แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่นิยมใช้ทำผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตในประเทศไทยคือเกรดใด

ก. AC 120-150

ข. AC 60-70

ค. AC 85-100

ง. AC 40-50

  1. เหล็กเดือย (Dowel Bar) ที่รอยต่อตามขวางของถนนคอนกรีตมีหน้าที่หลักอย่างไร

ก. เสริมกำลังรับแรงดัดของแผ่น

ข. ป้องกันการแตกร้าวจากการหดตัว

ค. ยึดแผ่นคอนกรีตไม่ให้แยกตัวตามแนวยาว

ง. ถ่ายน้ำหนักข้ามรอยต่อระหว่างแผ่นคอนกรีต

  1. ค่า ESAL (Equivalent Single Axle Load) ที่ใช้ในการออกแบบผิวทางอ้างอิงน้ำหนักเพลาเดี่ยวมาตรฐานเท่าใด

ก. 8.2 ตัน (18,000 ปอนด์)

ข. 10 ตัน

ค. 13 ตัน

ง. 21 ตัน

  1. ในการออกแบบผิวทางยืดหยุ่นตาม AASHTO 1993 ค่า Structural Number (SN) คำนวณจากข้อใด

ก. SN = CBR × ความหนา

ข. SN = D₁ + D₂ + D₃

ค. SN = a₁D₁ + a₂D₂m₂ + a₃D₃m₃

ง. SN = ESAL / Mr

  1. ทางโค้งที่ออกแบบความเร็ว 80 กม./ชม. ใช้ยกโค้ง (e) 0.06 และสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานด้านข้าง (f) 0.14 รัศมีโค้งต่ำสุดประมาณเท่าใด

ก. 127 ม.

ข. 180 ม.

ค. 252 ม.

ง. 400 ม.

  1. ระยะมองเห็นเพื่อหยุดรถ (Stopping Sight Distance) ประกอบด้วยระยะใด

ก. ระยะเบรกเท่านั้น

ข. ระยะแซงและระยะเบรก

ค. ระยะรับรู้–ตอบสนองและระยะเบรก

ง. ระยะมองเห็นโค้งและระยะแซง

  1. รถวิ่งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ผู้ขับใช้เวลารับรู้และตอบสนอง 2.5 วินาที ระยะทางที่รถวิ่งได้ระหว่างนั้นประมาณเท่าใด

ก. 150 ม.

ข. 60 ม.

ค. 41.7 ม.

ง. 25 ม.

  1. วัตถุประสงค์หลักของการทำความลาดตามขวาง (Crown / Cross Slope) ของผิวจราจรคืออะไร

ก. ลดค่าก่อสร้าง

ข. เพิ่มความเร็วรถ

ค. ลดเสียงจากล้อรถ

ง. ระบายน้ำออกจากผิวจราจร

  1. ความเสียหายแบบหนังจระเข้ (Alligator Cracking) บนผิวทางแอสฟัลต์มีสาเหตุหลักจากอะไร

ก. การหดตัวจากอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว

ข. ความล้าจากน้ำหนักบรรทุกซ้ำ ๆ หรือชั้นโครงสร้างทางรับน้ำหนักไม่พอ

ค. ยางแอสฟัลต์มากเกินไป

ง. ใช้หินขนาดใหญ่เกินไป

  1. การเยิ้มของยาง (Bleeding) บนผิวทางแอสฟัลต์มักเกิดจากสาเหตุใด

ก. ปริมาณแอสฟัลต์น้อยเกินไป

ข. ระบายน้ำไม่ดี

ค. ปริมาณแอสฟัลต์มากเกินไปหรือช่องว่างอากาศในส่วนผสมน้อยเกินไป

ง. บดอัดพื้นทางไม่แน่น

  1. ขั้นตอนการซ่อมหลุมบ่อ (Pothole) บนผิวทางแอสฟัลต์ที่ถูกต้องคือข้อใด

ก. ตัดแต่งขอบหลุมเป็นสี่เหลี่ยม ทำความสะอาด ทา Tack Coat ใส่วัสดุผสมแล้วบดอัด

ข. เทวัสดุลงหลุมแล้วบดทับทันที

ค. ถมดินลูกรังแล้วปล่อยให้รถบดทับเอง

ง. ลาดยางทับหลุมโดยไม่ต้องตัดแต่ง

  1. การผสมน้ำยางพาราในชั้นพื้นทางดินซีเมนต์ (Para Soil Cement) ซึ่งกรมทางหลวงชนบทนำมาใช้ มีจุดประสงค์ทางวิศวกรรมหลักอย่างไร

ก. ลดปริมาณซีเมนต์ให้เหลือศูนย์

ข. เพิ่มความเร็วในการก่อตัวของซีเมนต์

ค. เพิ่มความยืดหยุ่นและลดการแตกร้าวของชั้นดินซีเมนต์

ง. ใช้แทนชั้นผิวทาง

  1. การทดสอบหลักที่ใช้ควบคุมคุณภาพชั้นพื้นทางดินซีเมนต์ (Soil Cement Base) คือการทดสอบใด

ก. Penetration Test ของแอสฟัลต์

ข. Unconfined Compressive Strength (UCS)

ค. Slump Test

ง. Marshall Stability

  1. ในการออกแบบโค้งดิ่ง (Vertical Curve) ค่า K มีความหมายอย่างไร

ก. ความลาดชันสูงสุด

ข. ระยะมองเห็นต่อความยาวโค้ง

ค. ความยาวโค้งต่อผลต่างความลาดเป็นร้อยละ (L/A)

ง. ความเร็วออกแบบต่อรัศมีโค้ง

  1. AADT ในวิศวกรรมจราจรหมายถึงอะไร

ก. จำนวนอุบัติเหตุต่อปี

ข. ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันตลอดปี

ค. ความเร็วเฉลี่ยของรถ

ง. ปริมาณจราจรชั่วโมงเร่งด่วน

  1. ระดับการให้บริการ (Level of Service) ของถนน ระดับใดแสดงสภาพการจราจรคล่องตัวที่สุด

ก. LOS C

ข. LOS F

ค. LOS E

ง. LOS A

ส่วนที่ 5 อุทกวิทยาและการระบายน้ำ (ข้อ 71–78)

  1. พื้นที่รับน้ำ 36 เฮกตาร์ ค่าสัมประสิทธิ์น้ำท่า C = 0.5 ความเข้มฝน 100 มม./ชม. ปริมาณน้ำหลากสูงสุดโดยวิธี Rational มีค่าเท่าใด

ก. 0.5 ม.³/วินาที

ข. 5 ม.³/วินาที

ค. 18 ม.³/วินาที

ง. 50 ม.³/วินาที

  1. สมการของ Manning สำหรับหาความเร็วการไหลในทางน้ำเปิดคือข้อใด

ก. V = √(2gh)

ข. V = (1/n) R^(2/3) S^(1/2)

ค. V = C√(RS)

ง. V = Q/A

  1. รางระบายน้ำสี่เหลี่ยมกว้าง 2 ม. น้ำลึก 1 ม. มีรัศมีชลศาสตร์ (Hydraulic Radius) เท่าใด

ก. 2.00 ม.

ข. 1.00 ม.

ค. 0.50 ม.

ง. 0.25 ม.

  1. ปริมาณฝนที่มีคาบการเกิดซ้ำ (Return Period) 50 ปี มีโอกาสเกิดขึ้นหรือมากกว่าในปีใดปีหนึ่งเท่าใด

ก. 0.5%

ข. 2%

ค. 5%

ง. 50%

  1. กำแพงปากท่อ (Headwall) และกำแพงปีก (Wingwall) ของท่อลอดเหลี่ยมมีหน้าที่หลักอย่างไร

ก. รับน้ำหนักรถบนท่อ

ข. ใช้เป็นที่ตั้งป้ายจราจร

ค. ป้องกันการกัดเซาะและกันดินคันทางบริเวณปากท่อ

ง. เพิ่มความเร็วน้ำ

  1. การกัดเซาะใต้ตอม่อสะพาน (Scour) ป้องกันได้ด้วยวิธีใดที่นิยมที่สุด

ก. ทาสีกันสนิมที่ตอม่อ

ข. ลดขนาดตอม่อ

ค. วางหินทิ้ง (Riprap) หรือกล่องลวดตาข่ายรอบตอม่อ

ง. เพิ่มความสูงราวสะพาน

  1. ท่อเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.0 ม. น้ำไหลเต็มท่อด้วยความเร็ว 2 ม./วินาที อัตราการไหลประมาณเท่าใด

ก. 3.14 ม.³/วินาที

ข. 2.00 ม.³/วินาที

ค. 1.57 ม.³/วินาที

ง. 0.785 ม.³/วินาที

  1. การไหลในทางน้ำเปิดที่มีค่า Froude Number มากกว่า 1 เรียกว่าการไหลแบบใด

ก. การไหลแบบเหนือวิกฤต (Supercritical)

ข. การไหลแบบต่ำกว่าวิกฤต (Subcritical)

ค. การไหลแบบราบเรียบ (Laminar)

ง. การไหลแบบวิกฤต (Critical)

ส่วนที่ 6 การสำรวจ (ข้อ 79–85)

  1. หมุดหลักฐาน (BM) มีระดับ +100.000 ม. อ่านค่าไม้ระดับหลัง (BS) ได้ 1.500 ม. อ่านไม้ระดับหน้า (FS) ที่จุด A ได้ 2.000 ม. ระดับของจุด A คือเท่าใด

ก. +98.500 ม.

ข. +99.500 ม.

ค. +100.500 ม.

ง. +103.500 ม.

  1. ค่าความสูงของแนวเล็ง (Height of Instrument, HI) คำนวณจากข้อใด

ก. ระดับจุดที่ทราบ + ค่าอ่านไม้หลัง

ข. ระดับจุดที่ทราบ − ค่าอ่านไม้หลัง

ค. ค่าอ่านไม้หลัง − ค่าอ่านไม้หน้า

ง. ระดับจุดที่ทราบ + ค่าอ่านไม้หน้า

  1. ตำแหน่งบนสายทางที่ระบุเป็น กม. 1+250 หมายถึงระยะทางจากจุดเริ่มต้นเท่าใด

ก. 125 ม.

ข. 1,025 ม.

ค. 1,250 ม.

ง. 12,500 ม.

  1. เส้นชั้นความสูง (Contour Line) ที่อยู่ชิดกันมากบนแผนที่แสดงถึงสภาพภูมิประเทศแบบใด

ก. พื้นที่ราบ

ข. พื้นที่ลาดชันน้อย

ค. พื้นที่ลาดชันมาก

ง. แหล่งน้ำ

  1. กล้อง Total Station สามารถวัดค่าใดได้

ก. ระดับน้ำใต้ดิน

ข. มุมและระยะทาง แล้วคำนวณพิกัดได้

ค. ระยะทางเท่านั้น

ง. มุมราบและมุมดิ่งเท่านั้น

  1. การรังวัดด้วยดาวเทียม GNSS แบบ RTK ให้ความถูกต้องทางราบโดยทั่วไปในระดับใด

ก. ระดับ 10 เมตร

ข. ระดับกิโลเมตร

ค. ระดับเซนติเมตร

ง. ระดับไมโครเมตร

  1. แผนที่มาตราส่วน 1:1,000 ระยะบนแผนที่ 5 ซม. เท่ากับระยะจริงเท่าใด

ก. 5 กม.

ข. 500 ม.

ค. 50 ม.

ง. 5 ม.

ส่วนที่ 7 การบริหารงานก่อสร้างและความปลอดภัย (ข้อ 86–92)

  1. ในการวางแผนงานด้วยวิธี CPM กิจกรรมบนสายงานวิกฤต (Critical Path) มีลักษณะอย่างไร

ก. มีค่าเวลาลอยตัวรวม (Total Float) เป็นศูนย์

ข. ใช้แรงงานมากที่สุด

ค. มีค่าใช้จ่ายสูงสุด

ง. มีเวลาลอยตัวมากที่สุด

  1. ค่าเวลาลอยตัวรวม (Total Float) ของกิจกรรมหาได้จากข้อใด

ก. LF − LS

ข. EF − ES

ค. LS − ES

ง. ES − EF

  1. แผนภูมิแท่งที่แสดงกิจกรรมเทียบกับเวลา ใช้ควบคุมความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง เรียกว่าอะไร

ก. Gantt Chart (Bar Chart)

ข. Pie Chart

ค. S-Curve

ง. PERT Chart

  1. งานดินมีพื้นที่หน้าตัด 20 ม.² และ 30 ม.² ห่างกัน 20 ม. ปริมาตรดินโดยวิธีพื้นที่ปลายเฉลี่ย (Average End Area) เท่าใด

ก. 400 ม.³

ข. 500 ม.³

ค. 600 ม.³

ง. 1,000 ม.³

  1. ค่า Factor F ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการไทย ครอบคลุมค่าใช้จ่ายใด

ก. ค่าเวนคืนที่ดิน

ข. ค่าออกแบบและค่าควบคุมงาน

ค. ค่าวัสดุและค่าแรงงาน

ง. ค่าอำนวยการ ดอกเบี้ย กำไร และภาษีมูลค่าเพิ่ม

  1. ดินในสภาพธรรมชาติ 100 ม.³ มีค่าการพองตัว (Swell) 25% เมื่อขุดขึ้นมาจะมีปริมาตรดินร่วนเท่าใด

ก. 75 ม.³

ข. 100 ม.³

ค. 125 ม.³

ง. 150 ม.³

  1. ป้ายเตือนในงานก่อสร้างหรือบำรุงทางตามมาตรฐานเครื่องหมายจราจรของไทย ใช้สีพื้นใด

ก. สีเหลือง

ข. สีน้ำเงิน

ค. สีเขียว

ง. สีส้ม

ส่วนที่ 8 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (ข้อ 93–100)

  1. ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 แบ่งทางหลวงออกเป็นกี่ประเภท

ก. 3 ประเภท

ข. 4 ประเภท

ค. 5 ประเภท

ง. 6 ประเภท

  1. ผู้อำนวยการทางหลวงสำหรับทางหลวงชนบทตามพระราชบัญญัติทางหลวง คือผู้ใด

ก. อธิบดีกรมทางหลวง

ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด

ค. อธิบดีกรมทางหลวงชนบท

ง. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

  1. กรมทางหลวงชนบทสังกัดกระทรวงใด

ก. กระทรวงคมนาคม

ข. กระทรวงมหาดไทย

ค. สำนักนายกรัฐมนตรี

ง. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

  1. กฎหมายหลักที่ใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างงานก่อสร้างของหน่วยงานรัฐในปัจจุบันคือข้อใด

ก. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535

ข. พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542

ค. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ง. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

  1. ข้อใดไม่ใช่วิธีการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ก. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

ข. วิธีเฉพาะเจาะจง

ค. วิธีคัดเลือก

ง. วิธีสอบราคา

  1. หลักประกันสัญญาตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ในอัตราเท่าใดของราคาค่าพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้าง

ก. ร้อยละ 15

ข. ร้อยละ 5

ค. ร้อยละ 2

ง. ร้อยละ 10

  1. ตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมระดับสูงสุดคือข้อใด

ก. ภาคีวิศวกร

ข. ภาคีวิศวกรพิเศษ

ค. สามัญวิศวกร

ง. วุฒิวิศวกร

  1. ในงานจ้างก่อสร้างของหน่วยงานรัฐ ผู้มีหน้าที่ตรวจรับงานจ้างตามสัญญาคือใคร

ก. ผู้ออกแบบ

ข. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

ค. ผู้รับจ้าง

ง. ผู้ควบคุมงาน

รูปแบบการสั่งซื้อ

เฉลยคำตอบ (สรุป)

1. ข

11. ง

21. ค

31. ง

41. ก

51. ข

61. ค

71. ข

81. ค

91. ค

2. ข

12. ก

22. ง

32. ง

42. ค

52. ง

62. ง

72. ข

82. ค

92. ง

3. ก

13. ค

23. ค

33. ข

43. ง

53. ค

63. ข

73. ค

83. ข

93. ค

4. ง

14. ข

24. ก

34. ง

44. ข

54. ก

64. ค

74. ข

84. ค

94. ค

5. ค

15. ค

25. ง

35. ค

45. ค

55. ข

65. ก

75. ค

85. ค

95. ก

6. ข

16. ข

26. ค

36. ค

46. ก

56. ง

66. ค

76. ค

86. ก

96. ค

7. ข

17. ง

27. ก

37. ค

47. ข

57. ก

67. ข

77. ค

87. ค

97. ง

8. ค

18. ค

28. ง

38. ง

48. ก

58. ค

68. ค

78. ก

88. ก

98. ข

9. ง

19. ข

29. ค

39. ข

49. ข

59. ค

69. ข

79. ข

89. ข

99. ง

10. ข

20. ค

30. ก

40. ก

50. ข

60. ค

70. ง

80. ก

90. ง

100. ข

 

 

เฉลยพร้อมคำอธิบาย

ส่วนที่ 1 กลศาสตร์โครงสร้างและการวิเคราะห์โครงสร้าง (ข้อ 1–20)

ข้อ 1  ตอบ ข. wL²/8  —  โมเมนต์สูงสุดเกิดที่กึ่งกลางช่วง M = wL²/8

ข้อ 2  ตอบ ข. ที่จุดยึดแน่น, PL  —  โมเมนต์สูงสุดเกิดที่จุดยึดแน่น M = P × L

ข้อ 3  ตอบ ก. 5wL⁴/384EI  —  Δmax = 5wL⁴/384EI ที่กึ่งกลางช่วง (wL⁴/384EI เป็นกรณีปลายยึดแน่นทั้งสองข้าง)

ข้อ 4  ตอบ ง. PL/4  —  แรงปฏิกิริยาแต่ละข้าง = P/2 จึงได้ M = (P/2)(L/2) = PL/4

ข้อ 5  ตอบ ค. 9 ตัน-ม.  —  M = wL²/8 = 2 × 6² / 8 = 9 ตัน-ม.

ข้อ 6  ตอบ ข. wL/2 ที่จุดรองรับ  —  แรงเฉือนสูงสุดเกิดที่จุดรองรับ V = wL/2 และเป็นศูนย์ที่กึ่งกลางช่วง

ข้อ 7  ตอบ ข. bh³/12  —  I = bh³/12 ส่วน bh²/6 คือโมดูลัสหน้าตัด (S)

ข้อ 8  ตอบ ค. 360,000 ซม.⁴  —  I = 20 × 60³ / 12 = 20 × 216,000 / 12 = 360,000 ซม.⁴

ข้อ 9  ตอบ ง. σ = My/I  —  σ = My/I ส่วน VQ/Ib คือหน่วยแรงเฉือน และ Tr/J คือหน่วยแรงเฉือนจากแรงบิด

ข้อ 10  ตอบ ข. 1 ระดับ  —  แรงปฏิกิริยาที่ไม่ทราบค่า 4 ตัว (หมุด 2 + ล้อเลื่อน 1+1) สมการสมดุล 3 สมการ จึงอินดีเทอร์มิเนต 1 ระดับ

ข้อ 11  ตอบ ง. 2.0  —  ปลายยึดแน่น–อิสระ K = 2.0; หมุด–หมุด K = 1.0; ยึดแน่น–หมุด K ≈ 0.7; ยึดแน่น–ยึดแน่น K = 0.5

ข้อ 12  ตอบ ก. ชิ้นส่วนรับเฉพาะแรงตามแนวแกน  —  โครงข้อหมุนอุดมคติมีจุดต่อเป็นหมุด น้ำหนักกระทำที่จุดต่อ ชิ้นส่วนจึงรับเฉพาะแรงดึงหรือแรงอัดตามแนวแกน

ข้อ 13  ตอบ ค. 2,000 กก./ซม.²  —  σ = P/A = 4,000 / 2 = 2,000 กก./ซม.²

ข้อ 14  ตอบ ข. 0.0005  —  ε = ΔL/L = 1 / 2,000 = 0.0005

ข้อ 15  ตอบ ค. 2.04 × 10⁶ กก./ซม.²  —  Es ≈ 2.04 × 10⁶ กก./ซม.² (ประมาณ 200,000 MPa)

ข้อ 16  ตอบ ข. wL²/12  —  FEM = wL²/12 และโมเมนต์บวกที่กึ่งกลางช่วง = wL²/24

ข้อ 17  ตอบ ง. แรงเฉือนมีค่าเป็นศูนย์  —  เนื่องจาก dM/dx = V โมเมนต์จึงมีค่าสูงสุดเฉพาะที่ ณ ตำแหน่งที่แรงเฉือนเป็นศูนย์

ข้อ 18  ตอบ ค. Hardy Cross  —  Hardy Cross เสนอวิธีกระจายโมเมนต์ในปี ค.ศ. 1930

ข้อ 19  ตอบ ข. สะพานที่รับน้ำหนักบรรทุกเคลื่อนที่  —  เส้นอิทธิพลใช้หาตำแหน่งวางน้ำหนักบรรทุกเคลื่อนที่ที่ให้ผลตอบสนองสูงสุด จึงเหมาะกับงานสะพาน

ข้อ 20  ตอบ ค. HS20-44  —  สะพานทางหลวงในไทยนิยมออกแบบด้วยรถบรรทุกมาตรฐาน HS20-44 ของ AASHTO

ส่วนที่ 2 วัสดุและคอนกรีตเสริมเหล็ก (ข้อ 21–35)

ข้อ 21  ตอบ ค. 15 × 30 ซม.  —  ทรงกระบอกมาตรฐานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 ซม. สูง 30 ซม. ส่วนลูกบาศก์ใช้ 15 × 15 × 15 ซม.

ข้อ 22  ตอบ ง. 28 วัน  —  มาตรฐานใช้กำลังอัดที่อายุ 28 วัน

ข้อ 23  ตอบ ค. ความสามารถเทได้ (Workability)  —  Slump Test วัดความข้นเหลวหรือความสามารถในการเทและทำงานได้ของคอนกรีตสด

ข้อ 24  ตอบ ก. กำลังอัดลดลง  —  ตามกฎของ Abrams กำลังอัดแปรผกผันกับอัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์

ข้อ 25  ตอบ ง. Ec = 15,100√fc’  —  ในหน่วย กก./ซม.² Ec = 15,100√fc’ (หน่วย MPa ใช้ 4,700√fc’ และหน่วย psi ใช้ 57,000√fc’)

ข้อ 26  ตอบ ค. 4,000 กก./ซม.²  —  SD40 มีกำลังครากขั้นต่ำ 4,000 กก./ซม.² (ประมาณ 390–400 MPa)

ข้อ 27  ตอบ ก. 2,400 กก./ซม.²  —  SR24 มีกำลังครากขั้นต่ำ 2,400 กก./ซม.²

ข้อ 28  ตอบ ง. 7.5 ซม.  —  คอนกรีตที่หล่อติดและสัมผัสดินถาวรต้องมีระยะหุ้มอย่างน้อย 7.5 ซม. (3 นิ้ว)

ข้อ 29  ตอบ ค. 7 วัน  —  โดยทั่วไปกำหนดให้บ่มชื้นอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้ปฏิกิริยาไฮเดรชันดำเนินได้เพียงพอ

ข้อ 30  ตอบ ก. ประเภทที่ 3  —  ประเภทที่ 3 ให้กำลังเร็ว เหมาะกับงานที่ต้องการถอดแบบเร็วหรืองานซ่อมเร่งด่วน

ข้อ 31  ตอบ ง. ประเภทที่ 5  —  ประเภทที่ 5 ทนซัลเฟตได้สูง (ประเภทที่ 2 ทนซัลเฟตได้ปานกลาง ประเภทที่ 4 ให้ความร้อนต่ำ)

ข้อ 32  ตอบ ง. 0.90  —  หน้าตัดควบคุมด้วยแรงดึง φ = 0.90; แรงเฉือน φ = 0.75; หน้าตัดควบคุมด้วยแรงอัดที่ใช้เหล็กปลอกเดี่ยว φ = 0.65

ข้อ 33  ตอบ ข. U = 1.2D + 1.6L  —  ACI 318 ฉบับปัจจุบันใช้ U = 1.2D + 1.6L (ฉบับเก่าและมาตรฐาน วสท. บางฉบับใช้ 1.4D + 1.7L)

ข้อ 34  ตอบ ง. ถูกทุกข้อ  —  แรงอัดล่วงหน้าทำให้หน้าตัดรับแรงอัดเป็นหลัก ลดรอยร้าว ลดขนาดหน้าตัด และสร้างช่วงพาดได้ยาวขึ้น

ข้อ 35  ตอบ ค. งานเทคอนกรีตในอากาศร้อนหรือขนส่งระยะไกล  —  Retarder ยืดเวลาการก่อตัว ช่วยป้องกันคอนกรีตเซ็ตตัวก่อนเทเสร็จเมื่ออากาศร้อนหรือขนส่งไกล

ส่วนที่ 3 ปฐพีกลศาสตร์และวิศวกรรมฐานราก (ข้อ 36–50)

ข้อ 36  ตอบ ค. 63.5 กก. ระยะยก 76 ซม.  —  SPT ใช้ตุ้มหนัก 63.5 กก. (140 ปอนด์) ยกสูง 76 ซม. (30 นิ้ว) ค่า N คือจำนวนครั้งที่ตอกในช่วง 30 ซม. สุดท้าย

ข้อ 37  ตอบ ค. LL − PL  —  PI = Liquid Limit − Plastic Limit

ข้อ 38  ตอบ ง. ดินเหนียวที่มีความเป็นพลาสติกสูง  —  C = Clay, H = High plasticity (LL > 50)

ข้อ 39  ตอบ ข. 4.54 กก. ระยะยก 45.7 ซม. 5 ชั้น  —  Modified Proctor ใช้ค้อน 4.54 กก. (10 ปอนด์) ยก 45.7 ซม. (18 นิ้ว) บดอัด 5 ชั้น ส่วน Standard ใช้ค้อน 2.5 กก. ยก 30.5 ซม. 3 ชั้น

ข้อ 40  ตอบ ก. ความสามารถรับน้ำหนักของดินคันทางและวัสดุชั้นทาง  —  CBR เป็นอัตราส่วนแรงต้านการจมของวัสดุเทียบกับหินมาตรฐาน ใช้ประเมินกำลังรับน้ำหนักของชั้นดินและวัสดุชั้นทาง

ข้อ 41  ตอบ ก. Sand Cone Method  —  Sand Cone (Field Density Test) ใช้หาความหนาแน่นแห้งในสนามเพื่อเปรียบเทียบกับผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ

ข้อ 42  ตอบ ค. 95%  —  ระดับการบดอัด = 1.90 / 2.00 × 100 = 95%

ข้อ 43  ตอบ ง. Consolidation Settlement  —  การอัดตัวคายน้ำ (Consolidation) เกิดจากน้ำในช่องว่างค่อย ๆ ไหลออกเมื่อรับน้ำหนัก

ข้อ 44  ตอบ ข. มุมเสียดทานภายใน (φ)  —  Nc, Nq และ Nγ เป็นฟังก์ชันของมุมเสียดทานภายในของดิน

ข้อ 45  ตอบ ค. 0.333  —  Ka = (1 − sin30°) / (1 + sin30°) = 0.5 / 1.5 = 0.333 (Kp = 3.0)

ข้อ 46  ตอบ ก. σ’ = σ − u  —  σ’ = หน่วยแรงรวม − แรงดันน้ำในช่องว่าง (หลักของ Terzaghi)

ข้อ 47  ตอบ ข. เสาเข็มแรงเสียดทาน (Friction Pile)  —  Friction Pile รับน้ำหนักด้วยแรงเสียดทานผิวเป็นหลัก นิยมใช้ในชั้นดินเหนียวหนา

ข้อ 48  ตอบ ก. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของตัวเสาเข็ม  —  ใช้ตรวจหาความบกพร่อง เช่น รอยแตก คอดหรือขาด ของเสาเข็ม ไม่ได้ใช้หากำลังรับน้ำหนัก

ข้อ 49  ตอบ ข. เร่งการอัดตัวคายน้ำให้เกิดเร็วขึ้น  —  PVD ลดระยะทางการไหลของน้ำ ทำให้การทรุดตัวเกิดส่วนใหญ่ในช่วงก่อสร้างแทนช่วงใช้งาน

ข้อ 50  ตอบ ข. 0.50  —  n = e / (1 + e) = 1 / 2 = 0.50

ส่วนที่ 4 วิศวกรรมการทางและผิวทาง (ข้อ 51–70)

ข้อ 51  ตอบ ข. ผิวทาง – พื้นทาง – รองพื้นทาง – ดินคันทาง  —  Surface – Base – Subbase – Subgrade (อาจมีชั้นวัสดุคัดเลือกอยู่เหนือดินคันทาง)

ข้อ 52  ตอบ ง. เคลือบผิวพื้นทางที่เป็นวัสดุมวลรวม ช่วยกันน้ำและยึดเกาะกับชั้นผิวทาง  —  Prime Coat ลาดบนพื้นทางที่ยังไม่มีผิว นิยมใช้คัตแบ็ก MC-70 หรือ MC-30 ให้ซึมลงในพื้นทาง

ข้อ 53  ตอบ ค. ลาดบนผิวแอสฟัลต์หรือคอนกรีตเดิมก่อนปูผิวแอสฟัลต์ชั้นใหม่  —  Tack Coat เป็นชั้นยึดเกาะบาง ๆ ระหว่างผิวทางเดิมกับชั้นแอสฟัลต์ที่ปูใหม่

ข้อ 54  ตอบ ก. Stability และ Flow  —  Marshall พิจารณา Stability, Flow, ช่องว่างอากาศ (Air Voids) และ VMA เพื่อหาปริมาณแอสฟัลต์ที่เหมาะสม

ข้อ 55  ตอบ ข. AC 60-70  —  AC 60-70 (Penetration Grade) เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย

ข้อ 56  ตอบ ง. ถ่ายน้ำหนักข้ามรอยต่อระหว่างแผ่นคอนกรีต  —  Dowel Bar ถ่ายแรงข้ามรอยต่อตามขวางและยอมให้แผ่นเคลื่อนตัวตามแนวยาวได้ ส่วน Tie Bar ใช้ยึดรอยต่อตามยาว

ข้อ 57  ตอบ ก. 8.2 ตัน (18,000 ปอนด์)  —  เพลาเดี่ยวมาตรฐาน 18 kip (18,000 ปอนด์) ≈ 8.2 ตัน

ข้อ 58  ตอบ ค. SN = a₁D₁ + a₂D₂m₂ + a₃D₃m₃  —  a = สัมประสิทธิ์ชั้นวัสดุ, D = ความหนา, m = ตัวประกอบการระบายน้ำ

ข้อ 59  ตอบ ค. 252 ม.  —  R = V² / 127(e + f) = 6,400 / (127 × 0.20) ≈ 252 ม.

ข้อ 60  ตอบ ค. ระยะรับรู้–ตอบสนองและระยะเบรก  —  SSD = ระยะที่รถวิ่งระหว่างรับรู้และตอบสนอง + ระยะเบรกจนหยุด

ข้อ 61  ตอบ ค. 41.7 ม.  —  60 กม./ชม. = 16.67 ม./วินาที × 2.5 วินาที ≈ 41.7 ม.

ข้อ 62  ตอบ ง. ระบายน้ำออกจากผิวจราจร  —  ความลาดตามขวางช่วยให้น้ำไหลออกจากผิวทางได้เร็ว ลดการเกิดน้ำขังและ Hydroplaning

ข้อ 63  ตอบ ข. ความล้าจากน้ำหนักบรรทุกซ้ำ ๆ หรือชั้นโครงสร้างทางรับน้ำหนักไม่พอ  —  เป็นการแตกล้า (Fatigue) มักเกิดจากโครงสร้างชั้นทางอ่อนแอ หรือมีน้ำเข้าชั้นพื้นทาง

ข้อ 64  ตอบ ค. ปริมาณแอสฟัลต์มากเกินไปหรือช่องว่างอากาศในส่วนผสมน้อยเกินไป  —  แอสฟัลต์ส่วนเกินถูกบีบขึ้นผิวในอากาศร้อน ทำให้ผิวลื่นและเป็นมันเยิ้ม

ข้อ 65  ตอบ ก. ตัดแต่งขอบหลุมเป็นสี่เหลี่ยม ทำความสะอาด ทา Tack Coat ใส่วัสดุผสมแล้วบดอัด  —  การตัดขอบเป็นสี่เหลี่ยม ขอบตั้งตรง และทาแทคโคต ช่วยให้วัสดุซ่อมยึดเกาะและรับแรงได้ดี

ข้อ 66  ตอบ ค. เพิ่มความยืดหยุ่นและลดการแตกร้าวของชั้นดินซีเมนต์  —  น้ำยางพาราช่วยให้ชั้นดินซีเมนต์ยืดหยุ่นขึ้น ลดการแตกร้าวจากการหดตัว และช่วยเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศ

ข้อ 67  ตอบ ข. Unconfined Compressive Strength (UCS)  —  ดินซีเมนต์ใช้กำลังรับแรงอัดแกนเดียว (UCS) ของตัวอย่างที่บ่มแล้วเป็นเกณฑ์ควบคุมคุณภาพ

ข้อ 68  ตอบ ค. ความยาวโค้งต่อผลต่างความลาดเป็นร้อยละ (L/A)  —  K = L / A คือความยาวโค้งดิ่งที่ต้องใช้ต่อการเปลี่ยนความลาด 1%

ข้อ 69  ตอบ ข. ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันตลอดปี  —  AADT (Annual Average Daily Traffic) = ปริมาณจราจรทั้งปีหารด้วยจำนวนวันในปี

ข้อ 70  ตอบ ง. LOS A  —  LOS A คือการไหลอิสระ ส่วน LOS F คือสภาพติดขัดเกินความจุ

ส่วนที่ 5 อุทกวิทยาและการระบายน้ำ (ข้อ 71–78)

ข้อ 71  ตอบ ข. 5 ม.³/วินาที  —  Q = CIA / 360 = 0.5 × 100 × 36 / 360 = 5 ม.³/วินาที

ข้อ 72  ตอบ ข. V = (1/n) R^(2/3) S^(1/2)  —  Manning: V = (1/n) R^(2/3) S^(1/2) ในหน่วย SI

ข้อ 73  ตอบ ค. 0.50 ม.  —  R = A/P = (2 × 1) / (2 + 1 + 1) = 2/4 = 0.50 ม.

ข้อ 74  ตอบ ข. 2%  —  P = 1/T = 1/50 = 0.02 หรือ 2%

ข้อ 75  ตอบ ค. ป้องกันการกัดเซาะและกันดินคันทางบริเวณปากท่อ  —  ช่วยป้องกันการกัดเซาะ ยึดดินคันทาง และนำน้ำเข้าออกท่ออย่างราบรื่น

ข้อ 76  ตอบ ค. วางหินทิ้ง (Riprap) หรือกล่องลวดตาข่ายรอบตอม่อ  —  Riprap หรือ Gabion ช่วยป้องกันการกัดเซาะท้องน้ำรอบฐานตอม่อ

ข้อ 77  ตอบ ค. 1.57 ม.³/วินาที  —  Q = AV = (π × 1² / 4) × 2 = 0.785 × 2 ≈ 1.57 ม.³/วินาที

ข้อ 78  ตอบ ก. การไหลแบบเหนือวิกฤต (Supercritical)  —  Fr > 1 เหนือวิกฤต, Fr = 1 วิกฤต, Fr < 1 ต่ำกว่าวิกฤต

ส่วนที่ 6 การสำรวจ (ข้อ 79–85)

ข้อ 79  ตอบ ข. +99.500 ม.  —  HI = 100.000 + 1.500 = 101.500; ระดับ A = 101.500 − 2.000 = +99.500 ม.

ข้อ 80  ตอบ ก. ระดับจุดที่ทราบ + ค่าอ่านไม้หลัง  —  HI = Elevation ของจุดที่ทราบ + BS

ข้อ 81  ตอบ ค. 1,250 ม.  —  1+250 = 1 กม. + 250 ม. = 1,250 ม.

ข้อ 82  ตอบ ค. พื้นที่ลาดชันมาก  —  เส้นชั้นความสูงชิดกันแสดงว่าระดับเปลี่ยนมากในระยะสั้น คือพื้นที่ลาดชัน

ข้อ 83  ตอบ ข. มุมและระยะทาง แล้วคำนวณพิกัดได้  —  Total Station รวมกล้องวัดมุมกับเครื่องวัดระยะอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) จึงคำนวณพิกัดได้

ข้อ 84  ตอบ ค. ระดับเซนติเมตร  —  RTK ใช้ค่าแก้จากสถานีฐานแบบเวลาจริง ให้ความถูกต้องระดับเซนติเมตร

ข้อ 85  ตอบ ค. 50 ม.  —  5 ซม. × 1,000 = 5,000 ซม. = 50 ม.

ส่วนที่ 7 การบริหารงานก่อสร้างและความปลอดภัย (ข้อ 86–92)

ข้อ 86  ตอบ ก. มีค่าเวลาลอยตัวรวม (Total Float) เป็นศูนย์  —  กิจกรรมวิกฤตมี Total Float = 0 หากล่าช้าจะทำให้โครงการทั้งหมดล่าช้า

ข้อ 87  ตอบ ค. LS − ES  —  TF = LS − ES = LF − EF

ข้อ 88  ตอบ ก. Gantt Chart (Bar Chart)  —  Gantt Chart แสดงกิจกรรมเป็นแท่งตามช่วงเวลา เข้าใจง่ายและนิยมใช้ในงานก่อสร้าง

ข้อ 89  ตอบ ข. 500 ม.³  —  V = (A₁ + A₂)/2 × L = (20 + 30)/2 × 20 = 500 ม.³

ข้อ 90  ตอบ ง. ค่าอำนวยการ ดอกเบี้ย กำไร และภาษีมูลค่าเพิ่ม  —  Factor F เป็นตัวคูณค่างานต้นทุน เพื่อรวมค่าดำเนินการ ดอกเบี้ย กำไร และภาษี

ข้อ 91  ตอบ ค. 125 ม.³  —  ปริมาตรดินร่วน = 100 × (1 + 0.25) = 125 ม.³

ข้อ 92  ตอบ ง. สีส้ม  —  ป้ายเตือนในงานก่อสร้างใช้พื้นสีส้ม สัญลักษณ์หรือตัวอักษรสีดำ

ส่วนที่ 8 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (ข้อ 93–100)

ข้อ 93  ตอบ ค. 5 ประเภท  —  5 ประเภท ได้แก่ ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ทางหลวงท้องถิ่น และทางหลวงสัมปทาน

ข้อ 94  ตอบ ค. อธิบดีกรมทางหลวงชนบท  —  อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเป็นผู้อำนวยการทางหลวงสำหรับทางหลวงชนบท

ข้อ 95  ตอบ ก. กระทรวงคมนาคม  —  กรมทางหลวงชนบทจัดตั้งปี พ.ศ. 2545 ตามการปฏิรูประบบราชการ สังกัดกระทรวงคมนาคม

ข้อ 96  ตอบ ค. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560  —  พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ใช้แทนระเบียบพัสดุเดิม

ข้อ 97  ตอบ ง. วิธีสอบราคา  —  กฎหมายปี 2560 มี 3 วิธี คือ ประกาศเชิญชวนทั่วไป คัดเลือก และเฉพาะเจาะจง วิธีสอบราคาเป็นวิธีตามระเบียบเดิม

ข้อ 98  ตอบ ข. ร้อยละ 5  —  หลักประกันสัญญาใช้อัตราร้อยละ 5 ของวงเงินตามสัญญา

ข้อ 99  ตอบ ง. วุฒิวิศวกร  —  ระดับใบอนุญาตเรียงจากต่ำไปสูง: ภาคีวิศวกร (และภาคีวิศวกรพิเศษ) → สามัญวิศวกร → วุฒิวิศวกร

ข้อ 100  ตอบ ข. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ  —  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างทำหน้าที่ตรวจรับ โดยมีผู้ควบคุมงานรายงานผลการปฏิบัติงานประกอบ