ข้อสอบเจ้าหน้าที่การเงิน ระดับ 2 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่การเงิน ระดับ 2

สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

 

  1. สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายใช้ชื่อย่อใด

ก. สศก.

ข. สอน.

ค. สคบ.

ง. สปก.

  1. สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายอยู่ในสังกัดกระทรวงใด

ก. กระทรวงพาณิชย์

ข. กระทรวงอุตสาหกรรม

ค. กระทรวงการคลัง

ง. กระทรวงมหาดไทย

  1. ข้อมูลใดสัมพันธ์กับภารกิจของ สอน. มากที่สุด

ก. ข้อมูลการผลิตอ้อยและน้ำตาลทราย

ข. ข้อมูลจำนวนหนังสือเดินทาง

ค. ข้อมูลภาษีที่ดินเทศบาล

ง. ข้อมูลทะเบียนรถโดยสาร

  1. งานใดเป็นบทบาทสนับสนุนที่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่การเงิน

ก. อนุมัติเงินให้ตนเองโดยไม่ผ่านผู้มีอำนาจ

ข. ตรวจสอบหลักฐานค่าใช้จ่ายโครงการก่อนเสนอจ่าย

ค. กำหนดราคาน้ำตาลเองทุกกรณี

ง. รับรองคุณภาพอ้อยแทนนักวิชาการ

  1. โครงการส่งเสริมความรู้แก่ชาวไร่อ้อยควรจัดเก็บข้อมูลการเงินอย่างไร

ก. บันทึกเฉพาะยอดรวมปลายปี

ข. แยกรหัสโครงการและหลักฐานให้ติดตามได้

ค. เก็บเฉพาะข้อความในกลุ่มสนทนา

ง. รวมกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวผู้จัด

  1. คำขอให้โอนเงินอุดหนุนมีรายชื่อผู้รับไม่ตรงกับเอกสารอนุมัติ ควรทำอย่างไร

ก. ลบชื่อที่ไม่ตรงแล้วจ่ายส่วนที่เหลือเอง

ข. ตรวจสอบและให้แก้ไขก่อนเสนอจ่าย

ค. โอนตามข้อความล่าสุดทันที

ง. เลือกชื่อที่คล้ายกัน

  1. ข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้รับเงินควรได้รับการปฏิบัติอย่างไร

ก. เผยแพร่ทั้งหมดบนเว็บไซต์

ข. จำกัดการเข้าถึงตามหน้าที่

ค. ส่งให้บุคคลภายนอกเพื่อความสะดวก

ง. ใช้เป็นข้อมูลประชาสัมพันธ์

  1. รายงานการใช้เงินโครงการควรเชื่อมโยงกับสิ่งใด

ก. ความคิดเห็นส่วนตัวผู้จัดเพียงอย่างเดียว

ข. ยอดเงินสดของเจ้าหน้าที่

ค. จำนวนผู้ติดตามสื่อสังคมเพียงอย่างเดียว

ง. แผนงาน ผลผลิต และหลักฐานการจ่าย

  1. ก่อนดำเนินการจ่ายเงินควรตรวจองค์ประกอบใดครบถ้วนที่สุด

ก. ลายเซ็นผู้รับเงินเพียงอย่างเดียว

ข. สิทธิ งบประมาณ หลักฐาน และอำนาจอนุมัติ

ค. ความเร่งด่วนเพียงอย่างเดียว

ง. จำนวนหน้าของเอกสาร

  1. ใบแจ้งหนี้เพียงฉบับเดียวโดยไม่มีหลักฐานตรวจรับมีข้อจำกัดอย่างไร

ก. ยังไม่ยืนยันว่ารับงานครบตามเงื่อนไข

ข. ยืนยันการจ่ายเงินสำเร็จแล้ว

ค. ถือว่าเป็นใบเสร็จรับเงินแล้ว

ง. ทดแทนสัญญาได้ทุกกรณี

แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่การเงิน ระดับ 2 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

รูปแบบการสั่งซื้อ

  1. เลขที่ใบสำคัญควรจัดอย่างไร

ก. ใช้เลขตามความพอใจโดยไม่มีทะเบียน

ข. ให้ซ้ำกันเพื่อค้นง่าย

ค. เป็นระบบ ไม่ซ้ำ และเชื่อมโยงทะเบียนได้

ง. เปลี่ยนเลขหลังตรวจสอบทุกครั้ง

  1. พบว่าผู้ขายส่งใบแจ้งหนี้ฉบับเดิมมาอีกครั้ง ควรทำอย่างไร

ก. ทำลายใบเดิมแล้วจ่ายใหม่

ข. ตรวจทะเบียนและประวัติการจ่ายก่อนดำเนินการ

ค. จ่ายซ้ำเพื่อรักษาความสัมพันธ์

ง. เปลี่ยนเลขเอกสารให้ไม่ซ้ำแล้วจ่าย

  1. หลักฐานการจ่ายเงินที่ดีควรแสดงอะไร

ก. เพียงเลขบัญชีผู้โอน

ข. ผู้รับ จำนวนเงิน วันที่ และรายการที่จ่าย

ค. เพียงตราร้านค้า

ง. เพียงชื่อผู้จัดทำ

  1. เอกสารยอดตัวเลขไม่ตรงกับยอดตัวอักษรควรทำอย่างไร

ก. เลือกยอดที่ต่ำกว่าเสมอ

ข. เลือกยอดที่สูงกว่า

ค. ใช้ยอดเฉลี่ย

ง. ให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจแก้และรับรองอย่างถูกต้องก่อนจ่าย

  1. คำสั่งให้จ่ายเร่งด่วนแต่ไม่มีการอนุมัติที่ตรวจสอบได้ควรทำอย่างไร

ก. ใช้เงินราชการจ่ายไปก่อนเสมอ

ข. จ่ายแล้วขอให้ลงวันที่ย้อนหลัง

ค. ให้ผู้ขายลงชื่ออนุมัติแทน

ง. ประสานขอการอนุมัติตามอำนาจก่อนจ่าย

  1. ควรจัดเก็บเอกสารการเงินอย่างไร

ก. รวมทุกปีในถุงเดียว

ข. เก็บเฉพาะภาพที่ไม่มีชื่อรายการ

ค. ให้ผู้ขายเก็บแทนทั้งหมด

ง. จัดหมวดและดัชนีเชื่อมโยงรายการ พร้อมควบคุมการเข้าถึง

  1. เมื่อหลักฐานต้นฉบับสูญหายควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก

ก. รายงานและดำเนินการตามวิธีที่ระเบียบรองรับ

ข. ลบรายการออกจากทะเบียน

ค. สร้างต้นฉบับปลอมขึ้นแทน

ง. ใช้ลายเซ็นของเพื่อนรับรองแทนผู้มีสิทธิ

  1. รับเงินแล้วควรดำเนินการใด

ก. เก็บเงินไว้จนสิ้นปีจึงบันทึก

ข. ใช้เงินรับใหม่จ่ายเรื่องส่วนตัวก่อน

ค. ออกหลักฐานรับเงินและบันทึกตามระบบ

ง. บันทึกเฉพาะเมื่อผู้จ่ายร้องขอ

  1. ตรวจนับเงินสดได้ต่ำกว่ารายงานควรทำอย่างไร

ก. เติมยอดตัวเลขในรายงานให้ตรงโดยไม่มีหลักฐาน

ข. ตรวจสอบสาเหตุและรายงานตามขั้นตอนทันที

ค. ปิดเรื่องเพราะยอดไม่มาก

ง. หักจากเงินผู้รับบริการรายถัดไป

  1. เหตุใดจึงควรแยกผู้รับเงินออกจากผู้กระทบยอด

ก. ลดโอกาสปกปิดข้อผิดพลาดหรือทุจริต

ข. ลดจำนวนหลักฐานรับเงิน

ค. ให้รับเงินโดยไม่ต้องบันทึก

ง. ทำให้ไม่ต้องตรวจเงินสด

  1. เมื่อพบธนบัตรต้องสงสัยขณะรับเงินควรทำอย่างไร

ก. ฉีกทำลายทันที

ข. ตรวจสอบตามขั้นตอนและขอวิธีชำระที่ถูกต้อง

ค. บันทึกยอดรับมากกว่าจริง

ง. รับทันทีแล้วนำไปจ่ายผู้อื่น

  1. เงินที่รับไว้รอนำส่งควรปฏิบัติอย่างไร

ก. แบ่งให้เจ้าหน้าที่ถือคนละส่วนโดยไม่มีหลักฐาน

ข. เก็บรักษาและนำส่งตามประเภทและกำหนดที่ใช้บังคับ

ค. ฝากบัญชีส่วนตัวเพื่อรับดอกเบี้ย

ง. ใช้หมุนเวียนก่อนโดยไม่ขออนุมัติ

  1. การยกเลิกใบเสร็จควรจัดการอย่างไร

ก. แก้ชื่อผู้จ่ายโดยไม่มีผู้รับรอง

ข. รักษาร่องรอยฉบับยกเลิกและเหตุผลตามระบบ

ค. นำเลขเดิมไปออกให้รายอื่นโดยไม่บันทึก

ง. ลบทิ้งโดยไม่เหลือประวัติ

  1. หากผู้ชำระเงินโอนมาเกินยอดที่ต้องชำระควรทำอย่างไร

ก. ถือเป็นเงินส่วนตัวผู้รับ

ข. ตรวจสอบและดำเนินการคืนหรือจัดการตามสิทธิและขั้นตอน

ค. จ่ายส่วนเกินให้บุคคลอื่น

ง. ปรับยอดหนี้ให้สูงขึ้นเอง

  1. การตรวจเงินสดปลายวันควรเทียบกับข้อมูลใด

ก. เฉพาะยอดเมื่อเดือนก่อน

ข. ยอดตามทะเบียนและหลักฐานรับจ่ายของวัน

ค. จำนวนพนักงานที่มาทำงาน

ง. ราคาสินค้าเฉลี่ย

  1. ประโยชน์ของการกำหนดผู้เข้าถึงที่เก็บเงินอย่างชัดเจนคืออะไร

ก. ให้ใครก็ได้ใช้เงิน

ข. ระบุความรับผิดชอบและลดการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ค. ทำให้ไม่ต้องมีหลักฐานเบิกเงิน

ง. ยกเลิกการตรวจนับเงิน

  1. การมีงบประมาณคงเหลือเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการจ่ายหรือไม่

ก. เพียงพอเมื่อผู้ขายเป็นคนรู้จัก

ข. เพียงพอทุกกรณี

ค. ไม่เพียงพอ ต้องมีสิทธิและการอนุมัติที่ถูกต้องด้วย

ง. เพียงพอเมื่อเป็นยอดต่ำ

  1. การกันยอดผูกพันมีวัตถุประสงค์ใด

ก. แสดงภาระที่ตกลงแล้วเพื่อไม่ใช้วงเงินซ้ำ

ข. เพิ่มเงินฝากจริงทันที

ค. บันทึกเป็นรายได้ใหม่

ง. ล้างเจ้าหนี้ทั้งหมด

  1. แผนใช้จ่ายเงินรายเดือนมีประโยชน์ใด

ก. ทำให้ไม่ต้องมีงบประมาณ

ข. คาดการณ์ความต้องการเงินและติดตามการดำเนินงาน

ค. รับรองว่าจ่ายได้โดยไม่ต้องตรวจหลักฐาน

ง. แทนใบเสร็จทุกใบ

  1. ค่าใช้จ่ายใดมีลักษณะเป็นค่าวัสดุมากที่สุดในโจทย์ทั่วไป

ก. ค่าก่อสร้างอาคารใหม่

ข. กระดาษสำหรับงานสำนักงาน

ค. เงินเดือนประจำ

ง. ค่าจ้างที่ปรึกษาตามสัญญา

  1. รายงานงบประมาณควรแยกยอดใดเพื่อไม่ให้เข้าใจผิด

ก. จำนวนใบปะหน้ากับจำนวนแฟ้ม

ข. ชื่อผู้จัดทำกับสีเอกสาร

ค. วงเงิน ได้ผูกพันแล้ว และจ่ายจริง

ง. จำนวนห้องกับจำนวนโต๊ะ

  1. หากต้องเปลี่ยนรายการใช้จ่ายจากที่อนุมัติควรทำอย่างไร

ก. ให้ผู้รับจ้างอนุมัติแทน

ข. ตรวจเงื่อนไขและขออนุมัติปรับตามอำนาจก่อน

ค. แก้เอกสารย้อนหลังเสมอ

ง. เปลี่ยนได้ทันทีถ้ายอดเท่าเดิม

  1. ความคุ้มค่าในการใช้เงินควรพิจารณาอย่างไร

ก. ผลที่ได้รับเทียบต้นทุนโดยคำนึงคุณภาพและวัตถุประสงค์

ข. ใช้เงินมากที่สุดเสมอ

ค. พิจารณาจำนวนใบเสร็จเท่านั้น

ง. เลือกยอดจ่ายต่ำสุดเสมอโดยไม่ดูคุณภาพ

  1. ตัวชี้วัดการเบิกจ่ายอย่างเดียวมีข้อจำกัดใด

ก. ยืนยันว่าปราศจากทุจริต

ข. ทดแทนการประเมินผลผลิตได้ทั้งหมด

ค. ไม่ยืนยันคุณภาพหรือผลสำเร็จของโครงการ

ง. แสดงความถูกต้องของทุกรายการแน่นอน

  1. สมการบัญชีพื้นฐานคือข้อใด

ก. หนี้สิน เท่ากับ เงินสดเสมอ

ข. รายได้ เท่ากับ เงินฝากทุกกรณี

ค. สินทรัพย์ เท่ากับ รายได้ บวก ค่าใช้จ่าย

ง. สินทรัพย์ เท่ากับ หนี้สิน บวก ส่วนทุนหรือสินทรัพย์สุทธิ

  1. รับเงินชำระลูกหนี้ที่เคยรับรู้แล้วมีผลอย่างไร

ก. เงินสดเพิ่มและลูกหนี้ลด

ข. หนี้สินเพิ่มและเงินสดลด

ค. ค่าใช้จ่ายเพิ่มและเงินสดเพิ่ม

ง. รายได้เพิ่มซ้ำและลูกหนี้คงเดิม

  1. จ่ายชำระเจ้าหนี้ที่บันทึกไว้แล้วมีผลอย่างไร

ก. เงินสดเพิ่มและเจ้าหนี้เพิ่ม

ข. บันทึกค่าใช้จ่ายซ้ำทุกครั้ง

ค. รายได้ลดและเจ้าหนี้เพิ่ม

ง. เงินสดลดและเจ้าหนี้ลด

  1. เกณฑ์คงค้างรับรู้ค่าใช้จ่ายเมื่อใดโดยหลัก

ก. เมื่อถอนเงินจากธนาคารเท่านั้น

ข. เมื่อเกิดค่าใช้จ่ายตามเนื้อหารายการแม้ยังไม่จ่าย

ค. เมื่อผู้บริหารต้องการให้เกิดผลขาดทุน

ง. เมื่อกำหนดงบประมาณเท่านั้น

  1. ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าที่ยังไม่ถึงช่วงใช้ประโยชน์มีลักษณะใด

ก. ขาดทุนสะสมทันทีทั้งหมด

ข. สินทรัพย์จ่ายล่วงหน้า

ค. หนี้สินค้างจ่าย

ง. รายได้จากบริการ

  1. ค่าบริการที่ใช้แล้วแต่ยังไม่จ่ายควรพิจารณารับรู้สิ่งใด

ก. ค่าใช้จ่ายและหนี้สินค้างจ่าย

ข. ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มทุน

ค. ไม่รับรู้อะไรจนกว่าจะจ่ายเสมอ

ง. เงินสดและรายได้

  1. ค่าเสื่อมราคามีความหมายใด

ก. เงินสดที่จ่ายให้ธนาคารทุกเดือน

ข. การเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ทุกปี

ค. การปันส่วนมูลค่าที่คิดค่าเสื่อมตลอดอายุใช้ประโยชน์

ง. การตั้งราคาขายสินทรัพย์ใหม่

  1. งบทดลองเดบิตเท่ากับเครดิตยืนยันเรื่องใดได้มากที่สุด

ก. ไม่มีข้อผิดพลาดใดเลย

ข. ไม่มีรายการตกหล่นแน่นอน

ค. ผลรวมสองด้านเท่ากันแต่ยังอาจบันทึกผิดบัญชี

ง. ทุกค่าใช้จ่ายมีสิทธิเบิก

  1. การแก้รายการบัญชีที่ผิดควรมีลักษณะใด

ก. ให้ผู้ขายแก้บัญชีหน่วยงานเอง

ข. แก้เฉพาะรายงานโดยไม่แก้ทะเบียน

ค. ลบประวัติเดิมให้ตรวจไม่ได้

ง. มีหลักฐาน เหตุผล และผู้อนุมัติตามขั้นตอน

  1. วัตถุประสงค์หลักของการกระทบยอดธนาคารคืออะไร

ก. ยกเลิกการตรวจหลักฐาน

ข. เพิ่มดอกเบี้ยเงินฝาก

ค. ทำให้ยอดเท่ากันด้วยการใส่ตัวเลขสมมติ

ง. อธิบายและปรับความแตกต่างระหว่างบัญชีกับธนาคาร

  1. เช็คที่ออกและบันทึกแล้วแต่ผู้รับยังไม่ขึ้นเงินคืออะไร

ก. เงินฝากระหว่างทาง

ข. ดอกเบี้ยรับ

ค. เช็คค้างจ่าย

ง. ค่าธรรมเนียมธนาคาร

  1. เงินนำฝากที่บันทึกแล้วแต่ธนาคารยังไม่แสดงรายการคืออะไร

ก. เจ้าหนี้การค้า

ข. เงินฝากระหว่างทาง

ค. รายได้รอรับรู้เสมอ

ง. เช็คค้างจ่าย

  1. พบค่าธรรมเนียมในรายการธนาคารที่ยังไม่ลงบัญชีควรทำอย่างไร

ก. ลดรายได้โดยไม่ดูประเภท

ข. ตรวจสอบแล้วบันทึกค่าใช้จ่ายและลดเงินฝาก

ค. ไม่ต้องดำเนินการเพราะยอดน้อย

ง. เพิ่มยอดเงินฝากในบัญชี

  1. ระบบแจ้งโอนสำเร็จแต่ผู้รับแจ้งยังไม่ได้รับเงินควรทำอย่างไร

ก. ขอให้ผู้รับรอโดยไม่ตรวจสอบ

ข. ลบประวัติรายการแรก

ค. โอนซ้ำทันที

ง. ตรวจเลขอ้างอิง สถานะธนาคาร และบัญชีปลายทางก่อนจ่ายซ้ำ

  1. ผู้ขายส่งอีเมลเปลี่ยนเลขบัญชีอย่างกะทันหันควรทำอย่างไร

ก. ตอบกลับขอรหัสผ่านธนาคาร

ข. โอนไปบัญชีเจ้าหน้าที่ก่อน

ค. ใช้บัญชีใหม่ทันที

ง. ยืนยันกับผู้ขายผ่านช่องทางเดิมที่เชื่อถือได้และขอหลักฐาน

  1. บทบาทผู้ทำรายการกับผู้อนุมัติในระบบจ่ายเงินควรเป็นอย่างไร

ก. ใช้บัญชีเดียวกันเพื่อเร็วขึ้น

ข. แลกเปลี่ยนรหัสผ่านกัน

ค. ให้ผู้ขายเป็นผู้อนุมัติ

ง. แยกกันตามสิทธิที่กำหนด

Review ลูกค้า

  1. หลักฐานใดเหมาะสมที่สุดในการยืนยันการโอนเมื่อมีข้อสงสัย

ก. ข้อความว่าโอนแล้ว

ข. ภาพหน้าจอที่ส่งต่อโดยไม่ทราบที่มา

ค. สำเนาที่แก้จำนวนเงินได้

ง. รายการธนาคารและเลขอ้างอิงที่ตรวจสอบกับระบบได้

  1. การนำเข้าข้อมูลจ่ายเงินจำนวนมากควรตรวจสิ่งใดก่อนส่งอนุมัติ

ก. เฉพาะวันสร้างไฟล์

ข. เฉพาะสีตาราง

ค. ยอดรวม จำนวนรายการ และข้อมูลผู้รับเทียบชุดอนุมัติ

ง. เฉพาะชื่อไฟล์

  1. เงินยืมเพื่อจัดกิจกรรมควรกำหนดสิ่งใดชัดเจน

ก. การยกเว้นหลักฐานทั้งหมด

ข. สิทธิใช้ส่วนตัวของผู้ยืม

ค. การไม่ต้องคืนเงินเหลือ

ง. วัตถุประสงค์ ผู้รับผิดชอบ และเงื่อนไขส่งใช้

  1. ส่งใช้เงินยืมควรประกอบด้วยอะไร

ก. เพียงคำบอกเล่าของผู้ยืม

ข. เพียงใบขอยืมฉบับเดิม

ค. หลักฐานค่าใช้จ่ายที่ตรวจสอบได้และเงินเหลือถ้ามี

ง. เพียงภาพถ่ายกิจกรรม

  1. ค่าใช้จ่ายจริงต่ำกว่าเงินยืมควรดำเนินการอย่างไร

ก. เก็บส่วนเหลือเป็นค่าตอบแทน

ข. คืนเงินเหลือและส่งหลักฐานตามขั้นตอน

ค. เพิ่มรายการสมมติให้ครบยอด

ง. ยกยอดไปใช้ส่วนตัว

  1. ค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าเงินยืมควรทำอย่างไร

ก. รับรองว่าส่วนเกินเบิกได้ทั้งหมดทันที

ข. ลดยอดใบเสร็จให้เท่าเงินยืม

ค. ตรวจสิทธิและขอเบิกส่วนเพิ่มตามขั้นตอน

ง. หักจากเงินยืมผู้อื่น

  1. ก่อนเบิกค่าเดินทางควรตรวจเอกสารใด

ก. คำสั่งหรืออนุมัติเดินทางและหลักฐานตามสิทธิ

ข. เพียงรูปสถานที่ท่องเที่ยว

ค. เพียงตารางเที่ยวบินของบุคคลอื่น

ง. เพียงบัตรประชาชน

  1. พบวันพักแรมในใบเสร็จไม่สอดคล้องกับช่วงอนุมัติควรทำอย่างไร

ก. จ่ายเต็มเพราะมีใบเสร็จ

ข. เปลี่ยนวันในใบเสร็จเอง

ค. ตัดค่าใช้จ่ายทุกประเภทโดยไม่สอบถาม

ง. ตรวจชี้แจงและพิจารณาเฉพาะส่วนมีสิทธิ

  1. โครงการอบรมมีการเบิกอาหารซ้ำกับค่าลงทะเบียนที่รวมอาหารแล้วควรทำอย่างไร

ก. จ่ายทั้งสองเพื่อความสะดวก

ข. แบ่งเบิกคนละวันให้ดูไม่ซ้ำ

ค. ตรวจเงื่อนไขและตัดส่วนซ้ำตามสิทธิ

ง. เปลี่ยนชื่อค่าอาหารเป็นวัสดุ

  1. ทะเบียนคุมลูกหนี้เงินยืมควรมีข้อมูลใด

ก. ผู้ยืม จำนวน วันครบกำหนด และยอดค้าง

ข. เฉพาะวันที่พิมพ์ทะเบียน

ค. เฉพาะชื่อเล่น

ง. เฉพาะยอดยืมรวมทั้งปี

  1. เมื่อผู้ยืมเลยกำหนดส่งใช้ควรดำเนินการอย่างไร

ก. ติดตาม แจ้งผู้รับผิดชอบ และดำเนินการตามเงื่อนไข

ข. ให้ยืมใหม่เพื่อปิดยอดเก่าโดยไม่ตรวจ

ค. ลบรายชื่อออก

ง. ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายทันทีโดยไม่มีหลักฐาน

  1. ใบสั่งซื้อ สัญญา และใบตรวจรับมีประโยชน์ต่อการจ่ายเงินอย่างไร

ก. ทำให้ไม่ต้องมีผู้รับเงิน

ข. ใช้แทนการอนุมัติจ่ายทุกกรณี

ค. ใช้เพิ่มวงเงินเอง

ง. ใช้ตรวจเงื่อนไข ราคา และการได้รับของหรืองาน

  1. ส่งมอบเพียงบางส่วนแต่เรียกเก็บเต็มสัญญาควรทำอย่างไร

ก. ให้เจ้าหน้าที่รับหนี้ส่วนต่างเป็นการส่วนตัว

ข. ตรวจเงื่อนไขการจ่ายและผลตรวจรับก่อนเสนอชำระ

ค. จ่ายเต็มเพราะมีสัญญา

ง. แก้จำนวนส่งมอบในใบตรวจรับเอง

  1. การแบ่งซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการที่ต้องใช้สะท้อนความเสี่ยงใด

ก. การไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และลดความโปร่งใส

ข. ทำให้ทุกรายการเป็นวัสดุ

ค. ลดความจำเป็นในการมีหลักฐาน

ง. เพิ่มความถูกต้องอัตโนมัติ

  1. เงินประกันสัญญาควรติดตามอย่างไร

ก. คืนตามคำขอทางโทรศัพท์โดยไม่ตรวจ

ข. รับรู้เป็นรายได้ทันทีทุกกรณี

ค. รวมกับเงินส่วนตัว

ง. แยกผู้วางประกัน สัญญา จำนวน และเงื่อนไขคืน

  1. ก่อนคืนหลักประกันควรตรวจอะไร

ก. เพียงยอดเงินฝากที่มี

ข. เพียงวันที่ร้องขอ

ค. เพียงความสนิทกับผู้ขาย

ง. การสิ้นสุดภาระและสิทธิคืนตามสัญญาและหลักเกณฑ์

  1. เมื่อมีค่าปรับตามสัญญาควรดำเนินการอย่างไร

ก. ตรวจฐานคำนวณ ระยะเวลา และการพิจารณาของผู้มีอำนาจ

ข. เพิ่มค่าจ้างชดเชยค่าปรับ

ค. ยกเว้นเองเพื่อจ่ายเร็ว

ง. ลงเป็นค่าอาหาร

  1. การหักภาษี ณ ที่จ่ายต้องพิจารณาอะไร

ก. หักจากเงินทุกรายการโดยไม่จำแนก

ข. ประเภทเงินได้ ผู้รับ และหลักเกณฑ์ที่ใช้กับรายการ

ค. ใช้อัตราตามผู้ขายขอ

ง. ใช้ร้อยละเดียวกับทุกคน

  1. โจทย์กำหนดค่าบริการก่อนหัก 20,000 บาท หักภาษี 1% ไม่มีรายการอื่น ผู้รับได้เงินเท่าใด

ก. 20,200 บาท

ข. 20,000 บาท

ค. 18,000 บาท

ง. 19,800 บาท

  1. เงินหักภาษีจากผู้รับเงินควรจัดการอย่างไร

ก. ไม่ต้องออกหลักฐานใด

ข. บันทึกภาระนำส่งและนำส่งตามขั้นตอน

ค. บันทึกเป็นรายได้ของเจ้าหน้าที่

ง. ใช้จ่ายได้โดยไม่มีข้อจำกัด

  1. งบโครงการ 500,000 บาท จ่ายแล้ว 320,000 บาท มีภาระผูกพันที่ยังไม่จ่าย 120,000 บาท วงเงินยังไม่ผูกพันเหลือเท่าใด

ก. 60,000 บาท

ข. 380,000 บาท

ค. 180,000 บาท

ง. 80,000 บาท

  1. เงินสดต้นวัน 8,500 บาท รับ 12,400 บาท จ่าย 6,900 บาท ควรมีปลายวันเท่าใด

ก. 4,000 บาท

ข. 27,800 บาท

ค. 15,400 บาท

ง. 14,000 บาท

  1. ยืมเงิน 30,000 บาท มีค่าใช้จ่ายที่รับรองได้ 26,750 บาท ต้องคืนเท่าใด

ก. 4,250 บาท

ข. 3,750 บาท

ค. 2,750 บาท

ง. 3,250 บาท

  1. จ่ายจริง 720,000 บาท จากงบ 900,000 บาท คิดเป็นร้อยละเท่าใด

ก. 75%

ข. 85%

ค. 80%

ง. 90%

  1. จัดอบรม 40 คน ค่าอาหารสมมติคนละ 120 บาทต่อมื้อ จำนวน 2 มื้อ รวมเท่าใด

ก. 4,800 บาท

ข. 9,600 บาท

ค. 12,000 บาท

ง. 8,400 บาท

  1. บัญชีเงินฝากแสดง 105,000 บาท ธนาคารหักค่าธรรมเนียม 500 บาทที่ยังไม่บันทึก ยอดบัญชีหลังปรับเท่าใด

ก. 100,500 บาท

ข. 104,500 บาท

ค. 105,000 บาท

ง. 105,500 บาท

  1. ยอดธนาคาร 150,000 บาท มีเงินฝากระหว่างทาง 20,000 บาท และเช็คค้างจ่าย 15,000 บาท ยอดธนาคารหลังปรับเท่าใด

ก. 155,000 บาท

ข. 115,000 บาท

ค. 185,000 บาท

ง. 145,000 บาท

  1. ซื้อสินค้าราคาก่อนภาษี 10,000 บาท โจทย์สมมติ VAT 7% รวมเท่าใด

ก. 10,700 บาท

ข. 9,300 บาท

ค. 10,070 บาท

ง. 17,000 บาท

  1. จ่ายล่วงหน้าค่าบริการ 12 เดือน 24,000 บาท เริ่มใช้ต้นเดือน ผ่านไป 3 เดือน รับรู้ค่าใช้จ่ายแบบเส้นตรงเท่าใด

ก. 18,000 บาท

ข. 8,000 บาท

ค. 6,000 บาท

ง. 2,000 บาท

  1. สินทรัพย์ราคา 120,000 บาท มูลค่าคงเหลือ 20,000 บาท อายุ 5 ปี ค่าเสื่อมเส้นตรงต่อปีเท่าใด

ก. 24,000 บาท

ข. 28,000 บาท

ค. 10,000 บาท

ง. 20,000 บาท

  1. ในตารางคำนวณต้องการรวมยอดช่วง D2 ถึง D101 ควรใช้สูตรใด

ก. =COUNT(D2:D101)

ข. =SUM(D2:D101)

ค. =AVERAGE(D2:D101)

ง. =MAX(D2:D101)

  1. ต้องการนับจำนวนเซลล์ตัวเลขในช่วงยอดเงินควรใช้ฟังก์ชันใด

ก. ROUND

ข. SUM

ค. COUNT

ง. MIN

  1. เลขบัญชีที่มีเลขศูนย์นำหน้าควรกำหนดข้อมูลเป็นอะไร

ก. ข้อความ

ข. ตัวเลขที่ตัดศูนย์นำหน้า

ค. วันที่

ง. เปอร์เซ็นต์

  1. การเรียงข้อมูลรายชื่อผู้รับเงินควรทำอย่างไร

ก. เรียงทั้งตารางให้แต่ละแถวสัมพันธ์กัน

ข. เรียงเฉพาะเลขบัญชีแยกจากชื่อ

ค. ลบคอลัมน์อ้างอิงก่อนเรียง

ง. เรียงเฉพาะชื่อโดยไม่ย้ายยอด

  1. การล็อกเซลล์สูตรช่วยเรื่องใด

ก. ลดการแก้สูตรโดยไม่ตั้งใจ

ข. รับรองว่าข้อมูลต้นทางถูกทั้งหมด

ค. ทำให้ไม่ต้องตรวจยอดรวม

ง. ใช้แทนการสำรองข้อมูล

  1. ไฟล์จ่ายเงินได้รับการแก้ไขหลังอนุมัติควรทำอย่างไร

ก. ลบประวัติแก้ไข

ข. หยุดส่ง ตรวจส่วนเปลี่ยน และขออนุมัติใหม่ตามขั้นตอน

ค. ส่งได้เพราะชื่อไฟล์เดิม

ง. ใช้ฉบับที่มีขนาดไฟล์ใหญ่กว่าเสมอ

  1. ได้รับอีเมลอ้างธนาคารขอรหัสผ่านเพื่อแก้ระบบควรทำอย่างไร

ก. ตอบกลับพร้อมรหัส

ข. ไม่ส่งรหัสผ่านและตรวจสอบผ่านช่องทางทางการ

ค. ส่งรหัสให้เพื่อนตรวจ

ง. กรอกทันทีเพราะมีโลโก้

  1. แนวทางสำรองข้อมูลที่เหมาะสมคือข้อใด

ก. ส่งรหัสผ่านไว้ในไฟล์เดียวกัน

ข. สำรองตามรอบ แยกที่เก็บ และทดสอบกู้คืน

ค. เก็บสำเนาเดียวบนเครื่องเดิม

ง. ถ่ายภาพชื่อไฟล์ไว้แทน

  1. การตรวจรายการซ้ำในตารางควรใช้เกณฑ์ใด

ก. วันที่เดียวกันแล้วลบทิ้ง

ข. หลายข้อมูลร่วมกัน เช่น ผู้รับ เลขใบแจ้งหนี้ และยอด

ค. ยอดเท่ากันแล้วถือว่าซ้ำเสมอ

ง. ชื่อผู้รับอย่างเดียวแล้วลบทุกรายการซ้ำ

  1. รายงานที่ส่งผู้บริหารควรมีคุณสมบัติใด

ก. แสดงเฉพาะยอดที่ดูดี

ข. ซ่อนยอดค้างทั้งหมด

ค. ยอดตรงกับทะเบียน ระบุช่วงเวลา และอธิบายประเด็นสำคัญ

ง. ไม่ระบุวันที่เพื่อใช้ได้ตลอด

  1. ผู้ขายเสนอของขวัญเพื่อให้เร่งจ่ายก่อนรายอื่นควรทำอย่างไร

ก. ปฏิเสธและปฏิบัติตามลำดับและมาตรการของหน่วยงาน

ข. ให้โอนเป็นเงินแทน

ค. รับโดยขอส่วนลดส่วนตัว

ง. รับแล้วไม่บอกใคร

  1. ตรวจพบเบิกซ้ำหลังจ่ายแล้วควรดำเนินการอย่างไร

ก. ปกปิดไว้จนสิ้นปี

ข. รายงาน ตรวจสอบ เรียกคืนตามขั้นตอน และแก้จุดควบคุม

ค. หักผู้รับรายอื่นชดเชย

ง. ลบรายการจ่ายครั้งหนึ่งออก

  1. ผู้อนุมัติมีส่วนได้เสียกับผู้ขายควรจัดการอย่างไร

ก. เปิดเผยและให้ดำเนินการตามมาตรการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน

ข. อนุมัติแทนทุกคน

ค. ใช้ชื่อบุคคลอื่นลงนาม

ง. ปกปิดเพราะรู้จักกัน

  1. มีคำขอให้ลงวันที่หลักฐานย้อนหลังไม่ตรงข้อเท็จจริงควรทำอย่างไร

ก. ปฏิเสธและเสนอวิธีแก้ที่ถูกต้องพร้อมรายงานตามสายงาน

ข. ให้ผู้ขายปลอมวันที่

ค. ทำตามเพราะเป็นคำสั่งวาจา

ง. ลบวันที่ออกทุกฉบับ

  1. เจ้าหน้าที่คนเดียวรับเงิน บันทึก และตรวจยอดทั้งหมด ควรปรับอย่างไร

ก. ยกเลิกการตรวจยอด

ข. ให้ตรวจตนเองโดยไม่ทิ้งหลักฐาน

ค. ลดเอกสารให้ทำงานง่าย

ง. แบ่งหน้าที่หรือเพิ่มการตรวจอิสระเมื่อบุคลากรจำกัด

  1. มีผู้ร้องขอข้อมูลการจ่ายเงินที่รวมเลขบัญชีส่วนบุคคล ควรทำอย่างไร

ก. ปฏิเสธข้อมูลทุกประเภทเสมอ

ข. พิจารณาอำนาจเปิดเผยและปกปิดส่วนไม่จำเป็นตามขั้นตอน

ค. ส่งรหัสผ่านระบบให้ค้นเอง

ง. เผยแพร่ทุกช่องทันที

  1. พบยอดผิดก่อนโอนแต่ผู้รับเงินเร่งรัดควรให้ความสำคัญกับอะไร

ก. เลือกยอดสูงสุด

ข. แก้ข้อมูลและตรวจทานให้ถูกต้องก่อนอนุมัติ

ค. ให้ผู้รับแก้ระบบเอง

ง. โอนก่อนแล้วค่อยติดตาม

  1. ตัวอย่างความเสี่ยงจากการเข้าถึงระบบคือข้อใด

ก. มีทะเบียนเอกสารครบ

ข. ใช้เลขอ้างอิงไม่ซ้ำ

ค. อดีตเจ้าหน้าที่ยังมีสิทธิอนุมัติจ่าย

ง. มีผู้ตรวจทานอิสระ

  1. ข้อใดเป็นการควบคุมเชิงป้องกัน

ก. รายงานเงินขาดหลังเหตุเกิด

ข. เรียกคืนเงินที่จ่ายเกินแล้ว

ค. กำหนดวงเงินและสิทธิอนุมัติก่อนจ่าย

ง. ตรวจพบยอดผิดหลังสิ้นปี

  1. เมื่อได้รับแฟ้มเบิกจำนวนมากใกล้วันสิ้นงวดควรจัดการอย่างไร

ก. จัดลำดับตามความครบถ้วน กำหนดเวลา และความเสี่ยง พร้อมติดตามข้อขัดข้อง

ข. ย้ายวันเอกสารให้พ้นงวด

ค. จ่ายผู้ที่รู้จักก่อน

ง. ข้ามการตรวจทุกแฟ้ม

รูปแบบการสั่งซื้อ

เฉลยและคำอธิบาย

  1. ข สอน. เป็นชื่อย่อของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย
  2. ข หน่วยงานอยู่ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม
  3. ก ข้อมูลอ้อยและน้ำตาลทรายใช้สนับสนุนงานวิเคราะห์และวางแผนอุตสาหกรรม
  4. ข เจ้าหน้าที่การเงินช่วยให้การใช้จ่ายมีหลักฐานและผ่านผู้มีอำนาจ
  5. ข การแยกโครงการทำให้ตรวจสอบต้นทุนและผลการใช้เงินได้
  6. ข ต้องยืนยันสิทธิและตัวผู้รับก่อนจ่ายเงิน
  7. ข ข้อมูลการเงินของบุคคลควรใช้เท่าที่จำเป็นต่อหน้าที่
  8. ง ต้องอธิบายได้ว่าเงินสนับสนุนกิจกรรมและผลผลิตใด
  9. ข การมีหลักฐานครบอย่างเดียวไม่ทดแทนสิทธิและอำนาจอนุมัติ
  10. ก ใบแจ้งหนี้เป็นการเรียกเก็บเงิน ไม่ใช่หลักฐานการตรวจรับ
  11. ค เลขอ้างอิงที่เป็นระบบช่วยควบคุมเอกสาร
  12. ข ต้องป้องกันการจ่ายซ้ำจากเอกสารรายการเดียวกัน
  13. ข สาระสำคัญช่วยยืนยันตัวผู้รับและรายการจ่าย
  14. ง ความขัดแย้งต้องแก้ที่หลักฐาน ไม่ใช่เลือกยอดเอง
  15. ง ความเร่งด่วนไม่ทำให้ข้ามการอนุมัติตามอำนาจ
  16. ง การจัดระบบทำให้ค้นคืนและตรวจสอบได้
  17. ก ต้องใช้ขั้นตอนทดแทนหลักฐานที่ถูกต้องและมีร่องรอย
  18. ค การรับเงินต้องมีหลักฐานและบันทึกครบถ้วน
  19. ข ส่วนต่างต้องได้รับการตรวจสอบและรายงาน
  20. ก การแบ่งหน้าที่สร้างการตรวจสอบระหว่างกัน
  21. ข ควรยืนยันความถูกต้องของสิ่งที่รับโดยปฏิบัติตามขั้นตอน
  22. ข การเก็บรักษาและนำส่งต้องเป็นไปตามระบบราชการ
  23. ข การยกเลิกต้องตรวจสอบลำดับเลขและสาเหตุได้
  24. ข เงินเกินต้องมีที่มาและวิธีจัดการที่อนุมัติได้
  25. ข ต้องเทียบเงินจริงกับยอดที่ควรมีตามรายการ
  26. ข การจำกัดสิทธิช่วยคุ้มครองทรัพย์สิน
  27. ค วงเงินไม่ได้สร้างสิทธิเบิกจ่ายโดยตัวเอง
  28. ก ภาระผูกพันต้องหักออกในการประเมินวงเงินที่ยังใช้ได้
  29. ข แผนช่วยจัดจังหวะใช้เงินและติดตามความก้าวหน้า
  30. ข กระดาษเป็นวัสดุใช้สิ้นเปลือง
  31. ค ยอดผูกพันและยอดจ่ายสะท้อนสถานะต่างกัน
  32. ข รายการใหม่อาจมีเงื่อนไขและอำนาจต่างจากเดิม
  33. ก ความคุ้มค่าต้องเชื่อมต้นทุนกับผลลัพธ์ที่ต้องการ
  34. ค การจ่ายเงินสูงไม่ได้รับรองว่าโครงการบรรลุเป้าหมาย
  35. ง สมการแสดงแหล่งที่มาของทรัพยากร
  36. ก การเก็บหนี้เป็นการเปลี่ยนสินทรัพย์ ไม่ใช่รับรู้รายได้ซ้ำ
  37. ง การจ่ายหนี้ลดเงินและภาระหนี้ที่รับรู้แล้ว
  38. ข เกณฑ์คงค้างพิจารณาการเกิดรายการ
  39. ข ส่วนที่ยังให้ประโยชน์ในอนาคตเป็นสินทรัพย์
  40. ก ได้ใช้บริการแล้วจึงมีค่าใช้จ่ายและภาระชำระ
  41. ค ค่าเสื่อมเป็นการปันส่วนต้นทุน ไม่ใช่การตีราคาขาย
  42. ค ความสมดุลไม่ตรวจพบความผิดพลาดทุกชนิด
  43. ง การปรับปรุงต้องรักษาร่องรอยตรวจสอบ
  44. ง การกระทบยอดค้นรายการค้างและข้อผิดพลาด
  45. ค ธนาคารยังไม่หักยอดแต่บัญชีหน่วยงานหักแล้ว
  46. ข ความต่างเกิดจากเวลารับรู้ของสองระบบ
  47. ข เป็นรายการที่บัญชีหน่วยงานยังขาดอยู่
  48. ง ต้องหาข้อเท็จจริงและป้องกันการจ่ายซ้ำ
  49. ง เป็นความเสี่ยงปลอมแปลงคำสั่งเปลี่ยนบัญชี
  50. ง การแยกบทบาทลดโอกาสสร้างและอนุมัติรายการโดยบุคคลเดียว
  51. ง ควรใช้หลักฐานจากแหล่งที่ตรวจยืนยันได้
  52. ค ต้องยืนยันความครบถ้วนและความถูกต้องทั้งชุด
  53. ง เงินยืมต้องมีขอบเขตและความรับผิดชอบ
  54. ค ต้องสะสางด้วยค่าใช้จ่ายจริงที่มีสิทธิและคืนส่วนเหลือ
  55. ข เงินเหลือไม่ใช่รายได้ของผู้ยืม
  56. ค ส่วนเกินยังต้องตรวจสิทธิ วงเงิน และการอนุมัติ
  57. ก ต้องยืนยันภารกิจ ช่วงเวลา และค่าใช้จ่ายที่เบิกได้
  58. ง หลักฐานจริงยังต้องสัมพันธ์กับสิทธิและภารกิจ
  59. ค ต้องป้องกันการเบิกค่าใช้จ่ายเดียวกันซ้ำ
  60. ก ข้อมูลรายตัวช่วยติดตามการส่งใช้ได้
  61. ก ยอดค้างต้องติดตามและแก้ตามระบบ
  62. ง ต้องตรวจความสอดคล้องก่อนชำระ
  63. ข สิทธิรับเงินขึ้นกับสัญญาและงานที่รับจริง
  64. ก ต้องประเมินความต้องการและดำเนินการตามหลักเกณฑ์
  65. ง การคืนต้องสัมพันธ์กับเงื่อนไขของภาระประกัน
  66. ง หลักประกันคุ้มครองภาระจนถึงเงื่อนไขคืน
  67. ก ค่าปรับต้องมีที่มาและการพิจารณาที่ถูกต้อง
  68. ข อัตราและหน้าที่ขึ้นกับข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  69. ง ภาษี 200 บาท จ่ายสุทธิ 20,000 ลบ 200
  70. ข เป็นเงินที่ต้องจัดการและนำส่งตามหน้าที่
  71. ก 500,000 ลบ 320,000 ลบ 120,000 เท่ากับ 60,000
  72. ง 8,500 บวก 12,400 ลบ 6,900 เท่ากับ 14,000
  73. ง เงินเหลือคือยอดยืมลบค่าใช้จ่ายที่รับรองได้
  74. ค 720,000 หาร 900,000 คูณ 100 เท่ากับ 80
  75. ข 40 คูณ 120 คูณ 2 เท่ากับ 9,600 โดยเป็นอัตราสมมติ
  76. ข ลดเงินฝากในบัญชีด้วยค่าธรรมเนียม 500 บาท
  77. ก 150,000 บวก 20,000 ลบ 15,000 เท่ากับ 155,000
  78. ก ภาษีสมมติ 700 บาท รวม 10,700 บาท
  79. ค 24,000 หาร 12 คูณ 3 เท่ากับ 6,000
  80. ง นำ 120,000 ลบ 20,000 แล้วหาร 5
  81. ข SUM ใช้รวมค่าตัวเลขในช่วงที่กำหนด
  82. ค COUNT นับเซลล์ที่มีค่าตัวเลข
  83. ก เลขบัญชีเป็นรหัส ไม่ควรสูญเสียศูนย์นำหน้า
  84. ก การเรียงบางคอลัมน์ทำให้ชื่อและยอดสลับกัน
  85. ก ยังต้องตรวจข้อมูลและควบคุมไฟล์แม้ล็อกสูตร
  86. ข การอนุมัติต้องตรงกับข้อมูลที่ใช้จ่ายจริง
  87. ข เป็นความเสี่ยงหลอกขโมยข้อมูลการเข้าถึง
  88. ข สำเนาต้องใช้กู้คืนได้เมื่อข้อมูลหลักเสียหาย
  89. ข รายการที่เหมือนบางช่องอาจเป็นรายการคนละเหตุการณ์
  90. ค รายงานต้องถูกต้องครบถ้วนและใช้ตัดสินใจได้
  91. ก ต้องรักษาความเป็นกลางและไม่รับผลประโยชน์แลกการปฏิบัติหน้าที่
  92. ข ต้องแก้ทั้งผลเสียหายและสาเหตุความผิดพลาด
  93. ก ต้องป้องกันความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับหน้าที่
  94. ก หลักฐานต้องแสดงข้อเท็จจริงและตรวจสอบได้
  95. ง หากแยกหน้าที่ไม่ได้ต้องมีการควบคุมทดแทน
  96. ข ต้องสมดุลการเปิดเผยข้อมูลกับการคุ้มครองข้อมูลตามหน้าที่
  97. ข ความรวดเร็วควรอยู่บนความถูกต้องและการควบคุม
  98. ค สิทธิที่ไม่สอดคล้องสถานะเปิดช่องให้ใช้ระบบโดยไม่ควร
  99. ค การจำกัดสิทธิก่อนทำรายการช่วยป้องกันเหตุ
  100. ก การบริหารงานต้องรักษาการตรวจสอบแม้เวลาจำกัด