แนวข้อสอบนักจัดการงานทั่วไป
โรงพยาบาลอ่างทอง
จำนวน 100 ข้อ • 4 ตัวเลือก
เอกสารฝึกเตรียมสอบด้านงานบริหารทั่วไปในบริบทโรงพยาบาล ครอบคลุมความรู้พื้นฐาน การคำนวณ และการวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมเฉลยและคำอธิบายแยกท้ายเล่ม
ข้อสอบแต่งขึ้นเพื่อการฝึกฝน ไม่ใช่ข้อสอบจริง และไม่ได้ยืนยันว่าตรงตามประกาศรับสมัครของโรงพยาบาลอ่างทอง เนื่องจากไม่ได้รับประกาศขอบเขตสอบจากผู้ใช้ เนื้อหาจึงเน้นหลักการปฏิบัติงานทั่วไป ไม่ระบุวงเงินหรือกำหนดเวลาตามกฎหมายเฉพาะ
คำชี้แจง
เลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดเพียงข้อเดียว ก ข ค หรือ ง ข้อละ 1 คะแนน รวม 100 คะแนน เวลาฝึกทำที่แนะนำ 120 นาที ควรทำครบก่อนเปิดเฉลย
ขอบเขตการฝึก
ข้อ 1–10 งานบริหารทั่วไปและการจัดระบบงาน
ข้อ 11–20 งานสารบรรณและเอกสาร
ข้อ 21–30 การประชุมและการประสานงาน
ข้อ 31–40 แผนงานและโครงการ
ข้อ 41–50 งบประมาณและการคำนวณ
ข้อ 51–60 พัสดุและทรัพย์สิน
ข้อ 61–70 บุคลากรและจริยธรรม
ข้อ 71–80 ดิจิทัลและความมั่นคงของข้อมูล
ข้อ 81–90 บริการและคุณภาพโรงพยาบาล
ข้อ 91–100 ความเสี่ยงและสถานการณ์วิเคราะห์
หมวด 1 งานบริหารทั่วไปและการจัดระบบงาน
- หน้าที่หลักของนักจัดการงานทั่วไปในโรงพยาบาลคือข้อใด
ก. กำหนดการรักษาผู้ป่วยทุกราย
ข. สนับสนุนและประสานระบบบริหารให้หน่วยงานทำงานได้ต่อเนื่อง
ค. วินิจฉัยโรคแทนแพทย์
ง. จ่ายยาตามดุลยพินิจตนเอง
- ได้รับงานเร่งด่วนสองงานพร้อมกัน ควรเริ่มอย่างไร
ก. รับปากว่าจะเสร็จพร้อมกันโดยไม่ประเมิน
ข. ประเมินผลกระทบและกำหนดส่งแล้วตกลงลำดับกับผู้มอบหมาย
ค. ทำงานที่ตนชอบก่อน
ง. หยุดงานทั้งหมด
- คู่มือปฏิบัติงานที่ดีควรมีสิ่งใด
ก. ขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ เอกสาร และจุดควบคุม
ข. คำขวัญหลายหน้า
ค. เฉพาะประวัติหน่วยงาน
ง. เฉพาะรายชื่อผู้บริหาร
- งานส่งต่อระหว่างหน่วยงานตกหล่นบ่อย ควรปรับเรื่องใดก่อน
ก. ให้ผู้รับคาดเดาสถานะ
ข. กำหนดผู้ส่ง ผู้รับ และหลักฐานรับมอบ
ค. เพิ่มจำนวนสำเนาทุกเรื่อง
ง. ยกเลิกการบันทึก
- หลักการแบ่งแยกหน้าที่มีประโยชน์อย่างไร
ก. ให้ผู้อนุมัติเป็นผู้ตรวจรับเสมอ
ข. ลดความเสี่ยงจากคนเดียวควบคุมทุกขั้นตอน
ค. ลดความจำเป็นของหลักฐาน
ง. ทำให้ไม่ต้องตรวจสอบ
- เมื่อพบขั้นตอนงานซ้ำซ้อน ควรทำอย่างไร
ก. เปลี่ยนขั้นตอนโดยไม่แจ้งใคร
ข. วิเคราะห์คุณค่าและความเสี่ยงก่อนเสนอปรับขั้นตอน
ค. ตัดทุกขั้นตอนอนุมัติ
ง. เพิ่มขั้นตอนเหมือนเดิมอีกชุด
- ข้อใดเป็นผลลัพธ์ของงานมากกว่าปริมาณกิจกรรม
ก. จำนวนครั้งที่ประชุม
ข. ระยะเวลารอรับบริการลดลง
ค. จำนวนเอกสารที่พิมพ์
ง. จำนวนอีเมลที่ส่ง
- ผู้รับผิดชอบหลักลาหยุดกะทันหัน ระบบใดช่วยได้ดีที่สุด
ก. เก็บข้อมูลไว้กับเจ้าของงานคนเดียว
ข. รอเจ้าของงานกลับมา
ค. ให้ทุกคนหยุดรับเรื่อง
ง. แผนทดแทนงานพร้อมข้อมูลส่งมอบที่เป็นปัจจุบัน
- การมอบหมายงานที่ชัดเจนควรระบุอะไร
ก. ชื่อผู้มอบหมายอย่างเดียว
ข. ผลที่ต้องการ ผู้รับผิดชอบ กำหนดส่ง และอำนาจตัดสินใจ
ค. คำว่าเร่งด่วนเท่านั้น
ง. รายละเอียดที่ไม่เกี่ยวกับงาน
- คำสั่งจากสองฝ่ายขัดแย้งกัน ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. สรุปประเด็นและขอให้ผู้มีอำนาจชี้แจงลำดับงาน
ข. เพิกเฉยทั้งสองฝ่าย
ค. เลือกคำสั่งที่ง่ายที่สุดเสมอ
ง. เปลี่ยนคำสั่งเอง
Review ลูกค้า
หมวด 2 งานสารบรรณและเอกสาร
11. รับหนังสือที่มีสิ่งที่ส่งมาด้วยไม่ครบ ควรทำอย่างไร
ก. ทิ้งหนังสือทันที
ข. ลงว่าครบเพื่อให้งานเร็ว
ค. บันทึกข้อขาดและประสานขอเอกสารเพิ่มเติม
ง. แก้จำนวนเอกสารเอง
12. หนังสือขออนุมัติที่ดีควรเรียงเนื้อหาอย่างไร
ก. ประวัติส่วนตัวผู้เขียน
ข. ที่มา ข้อเท็จจริง เหตุผล และข้อเสนอเพื่อพิจารณา
ค. ข้อสรุปโดยไม่มีเหตุผล
ง. ข้อมูลทุกเรื่องที่หาได้
13. ก่อนส่งหนังสือออกควรตรวจอะไร
ก. เฉพาะชื่อผู้พิมพ์
ข. ผู้รับ เนื้อหา อำนาจลงนาม และเอกสารแนบ
ค. เฉพาะสีตัวอักษร
ง. เฉพาะจำนวนหน้า
14. ต้องค้นหนังสือย้อนหลังให้รวดเร็ว ควรใช้วิธีใด
ก. เก็บทุกฉบับชื่อเดียวกัน
ข. เก็บตามความจำ
ค. รวมไว้โดยไม่จัดลำดับ
ง. จัดหมวดและบันทึกเลขอ้างอิงพร้อมคำค้น
15. พบหนังสือส่งผิดหน่วยงาน ควรทำอย่างไร
ก. ทำลายทันที
ข. เก็บไว้เงียบ ๆ
ค. เผยแพร่ให้ทุกคนอ่าน
ง. ตรวจสอบและส่งต่อผู้รับผิดชอบพร้อมบันทึกเส้นทาง
16. ข้อใดเหมาะกับการตั้งชื่อไฟล์
ก. ใหม่ล่าสุดจริงสุดท้ายทุกไฟล์
ข. ใช้ชื่อไฟล์ว่าง
ค. สุ่มตัวเลขโดยไม่มีทะเบียน
ง. วันที่ เรื่อง และเลขรุ่นตามรูปแบบเดียวกัน
17. แก้ไขเอกสารที่อนุมัติแล้ว ควรทำอย่างไร
ก. จัดทำฉบับแก้ไขและขอรับรองตามขั้นตอน
ข. เปลี่ยนวันที่ย้อนหลัง
ค. แทนที่ต้นฉบับโดยไม่บอกใคร
ง. ลบหลักฐานเดิมทั้งหมด
18. หนังสือเร่งด่วนใกล้สิ้นวันควรจัดการอย่างไร
ก. รอเปิดแฟ้มเดือนหน้า
ข. ส่งรวมกับโฆษณา
ค. แจ้งผู้รับผิดชอบทันทีและติดตามการรับเรื่อง
ง. ถือว่าเลยเวลาจึงไม่ต้องดำเนินการ
19. ข้อใดช่วยควบคุมเอกสารฉบับใช้งาน
ก. ใช้หลายฉบับโดยไม่กำหนดรุ่น
ข. ระบุรุ่น วันที่มีผล และผู้อนุมัติ
ค. ไม่ระบุวันที่
ง. ให้ทุกคนแก้ต้นฉบับได้
20. การทำลายเอกสารควรพิจารณาอะไร
ก. อายุเก็บ คุณค่าหลักฐาน และขั้นตอนอนุมัติที่เกี่ยวข้อง
ข. พื้นที่เต็มอย่างเดียว
ค. ความชอบของผู้เก็บ
ง. สีแฟ้ม
หมวด 3 การประชุมและการประสานงาน
21. วาระประชุมที่ดีควรมีอะไร
ก. เฉพาะเวลาเลิก
ข. ประเด็น วัตถุประสงค์ และเอกสารประกอบ
ค. ข้อความเชิญที่ไม่มีหัวข้อ
ง. เฉพาะรายชื่อผู้เข้าร่วม
22. รายงานการประชุมควรเน้นเรื่องใด
ก. เฉพาะเมนูอาหาร
ข. สาระสำคัญ มติ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลา
ค. ทุกคำพูดที่ไม่เกี่ยวข้อง
ง. ความคิดเห็นผู้จดเป็นหลัก
23. ผู้เข้าประชุมเสนอข้อมูลขัดกัน ควรทำอย่างไร
ก. สรุปตามความเชื่อตนเอง
ข. บันทึกข้อแตกต่างและขอหลักฐานตรวจสอบก่อนสรุป
ค. ตัดข้อมูลทั้งสองออก
ง. เลือกฝ่ายที่พูดดัง
24. หลังประชุมสิ่งใดช่วยให้งานเกิดผล
ก. เก็บรายงานโดยไม่แจ้งใคร
ข. จัดทะเบียนติดตามมติและวันครบกำหนด
ค. ส่งรูปถ่ายอย่างเดียว
ง. จัดประชุมซ้ำทันทีทุกครั้ง
25. หน่วยงานไม่ตอบข้อมูลตามกำหนด ควรทำอย่างไร
ก. ตำหนิในกลุ่มสาธารณะทันที
ข. ติดตามพร้อมระบุข้อมูลที่ขาดและผลกระทบ
ค. กรอกข้อมูลแทนโดยเดา
ง. ตัดหน่วยงานออกจากรายงาน
26. การประสานงานทางโทรศัพท์เรื่องสำคัญควรเสริมด้วยอะไร
ก. ไม่ระบุผู้รับสาย
ข. บันทึกสาระและยืนยันข้อตกลงเป็นข้อความ
ค. ลบทุกร่องรอย
ง. อาศัยความจำเท่านั้น
27. ผู้บริหารขอข้อมูลด่วนแต่ยังไม่ครบ ควรรายงานอย่างไร
ก. ไม่รายงานอะไรเลย
ข. แต่งตัวเลขให้ครบ
ค. แยกข้อมูลยืนยันแล้ว ส่วนที่รอตรวจ และเวลาที่จะส่งเพิ่ม
ง. ระบุว่าไม่มีปัญหา
28. เมื่อต้องแจ้งเปลี่ยนสถานที่ประชุมควรทำอย่างไร
ก. แจ้งทุกช่องทางที่ใช้เชิญและยืนยันผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ
ข. แก้เฉพาะป้ายหน้าห้อง
ค. รอจนถึงเวลาเริ่ม
ง. แจ้งเพียงคนเดียว
29. การสรุปเรื่องเสนอผู้บริหารควรเป็นอย่างไร
ก. ตัดข้อมูลความเสี่ยงทั้งหมด
ข. สั้นชัด มีข้อเท็จจริง ทางเลือก และประเด็นตัดสินใจ
ค. ยาวโดยไม่สรุปข้อเสนอ
ง. ใช้คำย่อที่ไม่มีคำอธิบาย
30. การประสานระหว่างฝ่ายที่มีความขัดแย้งควรเริ่มอย่างไร
ก. ส่งต่อคำตำหนิไปมา
ข. หาข้อเท็จจริงและเป้าหมายร่วมของงาน
ค. ตัดสินจากข่าวลือ
ง. เลือกข้างทันที
หมวด 4 แผนงานและโครงการ
31. วัตถุประสงค์โครงการที่ประเมินได้ควรมีลักษณะใด
ก. ระบุเพียงชื่อกิจกรรม
ข. ใช้คำว่าดีขึ้นอย่างเดียว
ค. ระบุผลที่ต้องการและช่วงเวลาชัดเจน
ง. ไม่กำหนดกลุ่มเป้าหมาย
32. ก่อนเสนอโครงการควรเริ่มจากอะไร
ก. คัดลอกโครงการโดยไม่ดูบริบท
ข. วิเคราะห์ปัญหาและข้อมูลความต้องการ
ค. ตั้งงบให้สูงที่สุด
ง. เลือกของที่จะซื้อก่อน
33. ข้อใดเป็นตัวชี้วัดคุณภาพบริการ
ก. ร้อยละคำร้องที่แก้ไขได้ภายในเวลามาตรฐาน
ข. จำนวนกระดาษที่ใช้
ค. จำนวนเครื่องปรับอากาศ
ง. จำนวนเก้าอี้สำนักงาน
34. โครงการเสร็จกิจกรรมครบแต่ไม่บรรลุผล ควรสรุปอย่างไร
ก. ไม่ต้องประเมินต่อ
ข. ลบเป้าหมายเดิม
ค. ผลผลิตครบแต่ผลลัพธ์ยังไม่ถึงเป้าหมาย
ง. สำเร็จทุกด้านเสมอ
35. การจัดทำแผนปฏิบัติงานควรเชื่อมโยงสิ่งใด
ก. เฉพาะชื่อโครงการ
ข. เฉพาะลายเซ็น
ค. เฉพาะวันหยุด
ง. เป้าหมาย กิจกรรม ผู้รับผิดชอบ เวลา และทรัพยากร
36. โครงการล่าช้าจากกิจกรรมสำคัญ ควรทำอย่างไร
ก. วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบแล้วปรับแผนอย่างมีผู้รับรอง
ข. หยุดรายงาน
ค. เพิ่มกิจกรรมไม่เกี่ยวข้อง
ง. เปลี่ยนวันที่ในรายงานให้ตรงแผน
37. การประเมินก่อนและหลังอบรมช่วยตอบอะไร
ก. ผู้เรียนชอบอาหารอะไร
ข. ผลระยะยาวทั้งหมดโดยทันที
ค. งบประมาณถูกต้องทุกกรณีหรือไม่
ง. ความรู้หรือทักษะเปลี่ยนไปเพียงใด
38. วงจร PDCA ขั้น Check คืออะไร
ก. เริ่มปฏิบัติทันที
ข. ตรวจผลเทียบเป้าหมายและวิเคราะห์ความแตกต่าง
ค. ประกาศความสำเร็จก่อนวัดผล
ง. จัดสรรคนเพียงอย่างเดียว
39. ข้อมูลฐานก่อนดำเนินโครงการมีประโยชน์อย่างไร
ก. ใช้ยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยง
ข. ใช้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงหลังดำเนินงาน
ค. ใช้แทนผลจริงทุกปี
ง. ทำให้ไม่ต้องตั้งเป้าหมาย
40. มีงบจำกัดควรเลือกโครงการอย่างไร
ก. พิจารณาความจำเป็น ผลกระทบ และความคุ้มค่า
ข. แบ่งเท่ากันโดยไม่ดูปัญหา
ค. เลือกโครงการที่เอกสารหนาที่สุด
ง. เลือกตามผู้เสนอที่สนิท
หมวด 5 งบประมาณและการคำนวณ
41. งบอบรม 48000 บาท ใช้จริง 42000 บาท เหลือเท่าใด
ก. 4000 บาท
ข. 10000 บาท
ค. 6000 บาท
ง. 8000 บาท
42. ตั้งเป้าเอกสาร 250 เรื่อง เสร็จ 225 เรื่อง คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
ก. ร้อยละ 75
ข. ร้อยละ 80
ค. ร้อยละ 90
ง. ร้อยละ 95
43. ค่าใช้จ่ายเพิ่มจาก 80000 เป็น 88000 บาท เพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์
ก. ร้อยละ 20
ข. ร้อยละ 11
ค. ร้อยละ 8
ง. ร้อยละ 10
44. ซื้อแฟ้ม 120 เล่ม เล่มละ 35 บาท รวมเท่าใด
ก. 4500 บาท
ข. 4800 บาท
ค. 3600 บาท
ง. 4200 บาท
45. ผู้เข้าอบรม 60 คน ค่าอาหารคนละ 80 บาท สองมื้อ เป็นเงินเท่าใด
ก. 4800 บาท
ข. 8000 บาท
ค. 9600 บาท
ง. 12000 บาท
46. เวลาทำงานห้าเรื่องคือ 10 12 8 15 และ 5 นาที ค่าเฉลี่ยเท่าใด
ก. 12 นาที
ข. 10 นาที
ค. 15 นาที
ง. 8 นาที
47. งบ 200000 บาท ใช้ไตรมาสแรก 50000 บาท เป็นสัดส่วนเท่าใด
ก. ร้อยละ 30
ข. ร้อยละ 25
ค. ร้อยละ 40
ง. ร้อยละ 20
48. พบยอดรายงานไม่ตรงหลักฐาน ควรทำอย่างไร
ก. ตัดรายการส่วนต่างทิ้ง
ข. รับรองก่อนแล้วค่อยตรวจ
ค. แก้ให้เท่ากันโดยไม่มีหลักฐาน
ง. กระทบยอดและหาสาเหตุก่อนรับรอง
49. ข้อใดแสดงความประหยัดโดยยังรักษาคุณภาพ
ก. ลดบุคลากรโดยไม่วิเคราะห์งาน
ข. หยุดบำรุงรักษาทั้งหมด
ค. ซื้อของถูกที่สุดทุกครั้ง
ง. ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นโดยไม่ลดมาตรฐานบริการ
50. ประมาณการใช้วัสดุ 40 กล่องต่อเดือน สามเดือนใช้เท่าใดเมื่ออัตราคงที่
ก. 80 กล่อง
ข. 100 กล่อง
ค. 160 กล่อง
ง. 120 กล่อง
หมวด 6 พัสดุและทรัพย์สิน
51. ก่อนขอซื้อวัสดุควรทำอะไร
ก. เลือกร้านของเพื่อน
ข. ซื้อเผื่อมากที่สุด
ค. รอจนของหมดเสมอ
ง. ตรวจความจำเป็น ปริมาณคงเหลือ และแผนใช้
52. ข้อกำหนดคุณลักษณะที่ดีควรเป็นอย่างไร
ก. เน้นสีที่ผู้ซื้อชอบ
ข. ใช้ถ้อยคำกว้างจนตรวจไม่ได้
ค. สอดคล้องการใช้งานและอธิบายเกณฑ์ตรวจรับได้
ง. เขียนตามโฆษณาอย่างเดียว
53. รับของมาไม่ตรงคุณลักษณะควรทำอย่างไร
ก. แก้คุณลักษณะย้อนหลัง
ข. ลงรับว่าครบเพื่อให้ง่าย
ค. เก็บไว้ใช้ส่วนตัว
ง. บันทึกข้อแตกต่างและดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญา
54. ทะเบียนครุภัณฑ์ควรมีข้อมูลใด
ก. เฉพาะสี
ข. เฉพาะวันที่เปิดกล่อง
ค. รหัส รายการ สถานที่ ผู้รับผิดชอบ และสถานะ
ง. เฉพาะชื่อผู้ขาย
55. ย้ายเครื่องพิมพ์ไปอีกฝ่ายควรทำอย่างไร
ก. ลบรหัสทรัพย์สิน
ข. บันทึกโอนย้ายและปรับทะเบียนผู้รับผิดชอบ
ค. ย้ายแล้วไม่ต้องแจ้ง
ง. ออกทะเบียนซ้ำโดยไม่อ้างอิง
56. วัสดุมีวันหมดอายุควรเบิกใช้แบบใด
ก. ใช้ของเข้าล่าสุดเสมอ
ข. ใช้กล่องที่วางใกล้มือเสมอ
ค. ใช้รายการที่หมดอายุก่อนเมื่อยังอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้
ง. ไม่ต้องดูวันหมดอายุ
57. จุดสั่งซื้อควรสัมพันธ์กับอะไร
ก. อัตราใช้ ระยะเวลารอรับ และปริมาณสำรอง
ข. สีบรรจุภัณฑ์
ค. จำนวนคนในกลุ่มสนทนา
ง. ชื่อผู้ขายเพียงอย่างเดียว
58. พบทรัพย์สินสูญหายควรทำอย่างไร
ก. ซื้อชดเชยโดยปกปิดเรื่อง
ข. ลบออกจากทะเบียนทันที
ค. กล่าวหาผู้ใช้คนล่าสุดโดยไม่มีข้อมูล
ง. รายงานและตรวจสอบตามขั้นตอนพร้อมรักษาหลักฐาน
59. การบำรุงรักษาเชิงป้องกันมีเป้าหมายใด
ก. ซ่อมเฉพาะเมื่อพัง
ข. ทำให้ไม่ต้องตรวจสภาพ
ค. ลดโอกาสขัดข้องและยืดอายุการใช้งาน
ง. เพิ่มจำนวนการซื้อ
60. เปรียบเทียบความคุ้มค่าครุภัณฑ์ควรดูอะไร
ก. ต้นทุนตลอดอายุใช้งานและประสิทธิภาพ
ข. ความนิยมส่วนตัว
ค. ราคาซื้ออย่างเดียว
ง. ของแถมอย่างเดียว
หมวด 7 บุคลากรและจริยธรรม
61. ผู้ปฏิบัติงานใหม่ควรได้รับสิ่งใดก่อนเริ่มงาน
ก. ปฐมนิเทศหน้าที่ ความปลอดภัย และผู้ประสานงาน
ข. งานโดยไม่มีคำอธิบาย
ค. เพียงบัตรชื่อ
ง. รหัสผ่านของเพื่อน
62. การประเมินผลงานที่เป็นธรรมควรอาศัยอะไร
ก. ความเหมือนด้านความเห็น
ข. ข่าวลือ
ค. ความสนิทส่วนตัว
ง. เกณฑ์ที่แจ้งล่วงหน้าและหลักฐานผลการทำงาน
63. เจ้าหน้าที่ขาดทักษะโปรแกรม ควรแก้อย่างไร
ก. ห้ามใช้คอมพิวเตอร์
ข. ประเมินช่องว่างและจัดฝึกตามงานจริง
ค. ตำหนิทุกวัน
ง. โยนงานให้คนอื่นถาวร
64. คู่ค้าส่งของขวัญเพื่อหวังผลการตัดสินใจ ควรทำอย่างไร
ก. ปฏิเสธและดำเนินการตามแนวทางของหน่วยงาน
ข. ให้คะแนนคู่ค้าเพิ่ม
ค. แบ่งให้เพื่อนเพื่อเลี่ยงปัญหา
ง. รับไว้โดยไม่บอกใคร
65. ตนมีความสัมพันธ์กับผู้เสนอราคา ควรทำอย่างไร
ก. ลงนามแทนทุกฝ่าย
ข. ปกปิดไว้
ค. ช่วยคู่ค้าปรับข้อเสนอเป็นการลับ
ง. เปิดเผยความสัมพันธ์และให้พิจารณาการถอนตัวตามขั้นตอน
66. เพื่อนขอให้ลงเวลาทำงานแทน ควรทำอย่างไร
ก. ให้รหัสเข้าใช้แก่เพื่อน
ข. ลงแทนเฉพาะบางวัน
ค. ช่วยเพราะสนิทกัน
ง. ปฏิเสธและใช้ข้อมูลการปฏิบัติงานจริง
67. การให้ข้อเสนอแนะผลงานควรมีลักษณะใด
ก. ยกพฤติกรรมหรือผลงานที่ชัดพร้อมแนวทางพัฒนา
ข. เปรียบเทียบเพื่อทำให้อับอาย
ค. วิจารณ์บุคลิกส่วนตัว
ง. ตำหนิต่อหน้าผู้รับบริการ
68. บุคลากรไม่พอในช่วงงานหนาแน่นควรทำอย่างไร
ก. ให้คนเดียวรับทุกงาน
ข. วิเคราะห์ภาระงานและจัดกำลังตามความจำเป็น
ค. ยกเลิกบริการทั้งหมด
ง. กระจายเท่ากันทุกจุดโดยไม่ดูงาน
69. ข้อใดเป็นการใช้ทรัพยากรราชการเหมาะสม
ก. นำไปทำธุรกิจส่วนตัว
ข. เบิกวัสดุเกินจริง
ค. ให้ญาติยืมโดยไม่ขออนุญาต
ง. ใช้ตามภารกิจและบันทึกการใช้เมื่อกำหนด
70. ได้รับคำสั่งให้บันทึกข้อมูลเท็จ ควรทำอย่างไร
ก. ให้ผู้อื่นลงชื่อแทน
ข. ทักท้วงด้วยข้อเท็จจริงและใช้ช่องทางรายงานที่เหมาะสม
ค. ทำตามทุกกรณี
ง. สร้างเอกสารย้อนหลัง
หมวด 8 ดิจิทัลและความมั่นคงของข้อมูล
71. อีเมลขอรหัสผ่านโดยอ้างเป็นฝ่ายไอทีควรทำอย่างไร
ก. ตรวจสอบผ่านช่องทางทางการและไม่ส่งรหัสผ่าน
ข. ส่งต่อรหัสเพื่อนด้วย
ค. ตอบรหัสทันที
ง. กดทุกลิงก์เพื่อทดสอบ
72. การกำหนดสิทธิเข้าถึงควรใช้หลักใด
ก. ใช้บัญชีเดียวทั้งฝ่าย
ข. ให้ทุกคนเป็นผู้ดูแลระบบ
ค. ให้สิทธิถาวรแก่ทุกคน
ง. ให้สิทธิเท่าที่จำเป็นตามหน้าที่
73. การสำรองข้อมูลที่น่าเชื่อถือควรทำอะไรเพิ่มเติม
ก. ไม่ตรวจผลสำรอง
ข. สำรองครั้งเดียวตลอดไป
ค. เก็บไว้โฟลเดอร์เดียวกับต้นฉบับเสมอ
ง. ทดสอบการกู้คืนเป็นระยะ
74. ข้อมูลผู้ป่วยส่งผิดผู้รับ ควรทำอย่างไร
ก. ปกปิดเรื่อง
ข. ส่งซ้ำให้คนอื่นช่วยดู
ค. รีบแจ้งผู้รับผิดชอบเพื่อจำกัดเหตุและบันทึกรายละเอียด
ง. ลบข้อความแล้วถือว่าจบเสมอ
75. สูตรรวมเซลล์ B2 ถึง B11 ในตารางคำนวณคือข้อใด
ก. =COUNT(B2:B11)
ข. =SUM(B2:B11)
ค. =AVERAGE(B2:B11)
ง. =MAX(B2:B11)
76. ต้องนับเซลล์ที่มีข้อความว่าเสร็จใน C2 ถึง C101 ใช้สูตรใด
ก. =MAX(C2:C101)
ข. =COUNTIF(C2:C101,”เสร็จ”)
ค. =ROUND(C2:C101,0)
ง. =SUM(C2:C101)
77. ลบแถวซ้ำก่อนทำรายงานควรระวังอะไร
ก. กำหนดคีย์ระบุรายการและสำรองข้อมูลก่อน
ข. ลบต้นฉบับก่อนตรวจ
ค. ลบทุกแถวที่คล้ายกัน
ง. ถือว่าชื่อเหมือนกันคือรายการเดียวเสมอ
78. ใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกันควรทำอย่างไรก่อนลุกจากโต๊ะ
ก. ล็อกหน้าจอและออกจากระบบเมื่อเลิกใช้
ข. เขียนรหัสไว้หน้าจอ
ค. เปิดข้อมูลค้างไว้
ง. ให้คนถัดไปใช้บัญชีเดิม
79. รายงานมีข้อมูลระบุตัวผู้ป่วยเกินความจำเป็น ควรทำอย่างไร
ก. ส่งทางกลุ่มสาธารณะ
ข. เผยแพร่ทั้งแฟ้ม
ค. ลดหรือปกปิดข้อมูลระบุตัวตามวัตถุประสงค์ใช้งาน
ง. เพิ่มข้อมูลติดต่อทุกคน
80. พบไฟล์น่าสงสัยเข้ารหัสเอกสารในเครื่อง ควรทำอย่างไร
ก. คัดลอกไปเครื่องอื่น
ข. เปิดไฟล์ซ้ำหลายครั้ง
ค. ลบหลักฐานทั้งหมดก่อนแจ้ง
ง. ตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายและแจ้งฝ่ายไอทีทันที
หมวด 9 บริการและคุณภาพโรงพยาบาล
81. ผู้รับบริการร้องเรียนด้วยอารมณ์ ควรเริ่มอย่างไร
ก. โต้เถียงเพื่อเอาชนะ
ข. รับฟังอย่างสงบและสอบถามข้อเท็จจริง
ค. ปฏิเสธรับเรื่องทันที
ง. เปิดเผยเรื่องของเขาต่อคนอื่น
82. รับข้อร้องเรียนแล้วควรบันทึกอะไร
ก. ชื่อผู้ถูกตำหนิโดยไม่มีเรื่อง
ข. ความคิดเห็นส่วนตัวอย่างเดียว
ค. ประเด็น เวลา ช่องทางติดต่อ และการดำเนินการ
ง. ข้อมูลที่คาดเดาขึ้น
83. ลดเวลารอในจุดบริการควรเริ่มจากอะไร
ก. วัดเวลาของแต่ละขั้นตอนเพื่อหาคอขวด
ข. เปลี่ยนชื่อจุดบริการ
ค. ซื้ออุปกรณ์ทันทีโดยไม่วิเคราะห์
ง. ขอให้ผู้รับบริการมาน้อยลง
84. ผู้มาติดต่อไม่ทราบหน่วยงานปลายทาง ควรทำอย่างไร
ก. สอบถามความต้องการและแนะนำช่องทางที่ถูกต้อง
ข. ส่งไปหน่วยงานใดก็ได้
ค. บอกให้กลับวันหลัง
ง. ให้เดินหาเอง
85. พบพื้นเปียกบริเวณทางเดิน ควรทำอย่างไร
ก. กั้นพื้นที่หรือเตือนและแจ้งผู้รับผิดชอบแก้ไข
ข. เดินผ่านโดยไม่แจ้ง
ค. ปิดไฟเพื่อไม่ให้เห็น
ง. รอให้มีคนล้มก่อน
86. รายงานอุบัติการณ์มีเป้าหมายหลักใด
ก. เพิ่มจำนวนเอกสาร
ข. เรียนรู้สาเหตุและป้องกันการเกิดซ้ำ
ค. หาแพะรับผิดเสมอ
ง. ปกปิดข้อมูลเสี่ยง
87. เจ้าหน้าที่ธุรการถูกถามเรื่องการรักษาเฉพาะบุคคลควรทำอย่างไร
ก. วินิจฉัยจากอินเทอร์เน็ต
ข. ส่งต่อผู้ประกอบวิชาชีพที่รับผิดชอบ
ค. แนะนำให้หยุดยาเอง
ง. ยืนยันผลการรักษาแทนแพทย์
88. สำรวจความพึงพอใจเฉพาะคนที่ชมบริการมีปัญหาอะไร
ก. ไม่มีผลต่อข้อสรุป
ข. เกิดอคติในการเลือกตัวอย่าง
ค. ผลแม่นยำที่สุด
ง. สะท้อนผู้รับบริการทั้งหมดเสมอ
89. สื่อประชาสัมพันธ์เวลาบริการควรมีข้อมูลใด
ก. เวลาที่คาดเดา
ข. บริการ สถานที่ เวลา และช่องทางสอบถามที่ตรวจสอบแล้ว
ค. ชื่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
ง. ข้อความชวนเชื่ออย่างเดียว
90. ข้อร้องเรียนเดิมเกิดซ้ำแม้ขอโทษแล้วควรทำอย่างไร
ก. ขอโทษแบบเดิมโดยไม่แก้
ข. หยุดรับข้อร้องเรียน
ค. วิเคราะห์สาเหตุเชิงระบบและติดตามผลมาตรการ
ง. เปลี่ยนชื่อเรื่อง
หมวด 10 ความเสี่ยงและสถานการณ์วิเคราะห์
91. ระบบสารบรรณล่มระหว่างรับเรื่องสำคัญควรทำอย่างไร
ก. ใช้วิธีสำรองที่อนุมัติและบันทึกกลับเมื่อระบบพร้อม
ข. ทิ้งเอกสารที่ยังไม่ลงทะเบียน
ค. ใช้บัญชีส่วนตัวเผยแพร่เอกสาร
ง. หยุดรับทุกเรื่องโดยไม่แจ้ง
92. ประเมินความเสี่ยงโดยทั่วไปควรพิจารณาคู่ใด
ก. สีแฟ้มและชื่อผู้ทำ
ข. โอกาสเกิดและความรุนแรงของผลกระทบ
ค. จำนวนหน้าและขนาดตัวอักษร
ง. วันเกิดและอายุเจ้าหน้าที่
93. เหตุใดควรกำหนดเจ้าของความเสี่ยง
ก. เพื่อมีผู้ติดตามมาตรการและรายงานสถานะ
ข. เพื่อไม่ต้องควบคุม
ค. เพื่อปกปิดเหตุ
ง. เพื่อรับผิดแทนทุกคนตลอดไป
94. มาตรการลดความเสี่ยงมีแล้วแต่เหตุยังเกิด ควรตรวจอะไร
ก. ความเหมาะสมและการปฏิบัติตามมาตรการจริง
ข. จำนวนแฟ้มเก็บ
ค. ชื่อมาตรการเท่านั้น
ง. ความสวยงามของปก
95. ต้องจัดประชุม 80 คน แต่ห้องรองรับ 50 คน ควรทำอย่างไร
ก. ไม่บอกข้อจำกัด
ข. รับเฉพาะคนที่มาถึงก่อนโดยไม่แจ้ง
ค. เพิ่มเก้าอี้อุดทางออก
ง. ปรับสถานที่หรือรูปแบบให้รองรับจำนวนอย่างปลอดภัย
96. ใบเสนอราคาสองฉบับรายละเอียดไม่เท่ากัน ควรทำอย่างไร
ก. เลือกฉบับที่สั้นกว่า
ข. ปรับฐานเปรียบเทียบให้เงื่อนไขและขอบเขตตรงกัน
ค. บวกยอดทั้งสองแล้วหารสอง
ง. เลือกยอดรวมต่ำทันที
97. รายงานเดือนนี้ดีขึ้นเพราะเปลี่ยนนิยามตัวชี้วัด ควรนำเสนออย่างไร
ก. ไม่ต้องบอกการเปลี่ยนแปลง
ข. เปิดเผยนิยามใหม่และข้อจำกัดการเปรียบเทียบ
ค. นำตัวเลขมารวมโดยตรง
ง. สรุปว่าผลงานดีขึ้นแน่นอน
98. แผนความต่อเนื่องของงานควรทดสอบอย่างไร
ก. เก็บไว้โดยไม่เปิดอ่าน
ข. ให้ผู้เขียนรับรองคนเดียว
ค. ซ้อมสถานการณ์และตรวจการทำงานของผู้รับผิดชอบ
ง. รอเหตุจริงครั้งแรก
99. ผู้บริหารต้องเลือกทางแก้ปัญหาสองทางควรเสนอข้อมูลใด
ก. เฉพาะคำชมของคู่ค้า
ข. ข้อดีอย่างเดียวทั้งสองทาง
ค. ประโยชน์ ต้นทุน ความเสี่ยง และข้อจำกัดของแต่ละทาง
ง. เฉพาะทางที่ตนชอบ
100. หลังแก้ปัญหางานเอกสารผิดพลาด ควรทำอะไรต่อ
ก. วัดอัตราผิดพลาดซ้ำและปรับมาตรฐานงาน
ข. เพิ่มคนทุกครั้งโดยไม่วิเคราะห์
ค. ยกเลิกการเก็บข้อมูล
ง. ประกาศว่าจบโดยไม่ตรวจ
เฉลยคำตอบ
ตรวจคำตอบหลังทำข้อสอบครบแล้ว ข้อละ 1 คะแนน
1 ข 2 ข 3 ก 4 ข 5 ข 6 ข 7 ข 8 ง 9 ข 10 ก
11 ค 12 ข 13 ข 14 ง 15 ง 16 ง 17 ก 18 ค 19 ข 20 ก
21 ข 22 ข 23 ข 24 ข 25 ข 26 ข 27 ค 28 ก 29 ข 30 ข
31 ค 32 ข 33 ก 34 ค 35 ง 36 ก 37 ง 38 ข 39 ข 40 ก
41 ค 42 ค 43 ง 44 ง 45 ค 46 ข 47 ข 48 ง 49 ง 50 ง
51 ง 52 ค 53 ง 54 ค 55 ข 56 ค 57 ก 58 ง 59 ค 60 ก
61 ก 62 ง 63 ข 64 ก 65 ง 66 ง 67 ก 68 ข 69 ง 70 ข
71 ก 72 ง 73 ง 74 ค 75 ข 76 ข 77 ก 78 ก 79 ค 80 ง
81 ข 82 ค 83 ก 84 ก 85 ก 86 ข 87 ข 88 ข 89 ข 90 ค
91 ก 92 ข 93 ก 94 ก 95 ง 96 ข 97 ข 98 ค 99 ค 100 ก
คะแนนที่ได้ ……………. / 100 คะแนน
