ข้อสอบ พนักงานช่วยการพยาบาล โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 100 ข้อ

แนวข้อสอบ พนักงานช่วยการพยาบาล

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ชุดฝึกทำข้อสอบ 100 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบาย 

 

คำชี้แจง: ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว (ข้อละ 1 คะแนน รวม 100 คะแนน) เฉลยอยู่ท้ายเอกสาร

หมายเหตุ: เป็นแนวข้อสอบสำหรับฝึกทบทวน รวบรวมจากเนื้อหาที่มักออกสอบตำแหน่งพนักงานช่วยการพยาบาล ไม่ใช่ข้อสอบจริงของโรงพยาบาล

ส่วนที่ 1 การดูแลผู้ป่วยและทักษะการพยาบาลพื้นฐาน

  1. บทบาทหลักของพนักงานช่วยการพยาบาลคือข้อใด

ก. วินิจฉัยโรคและสั่งการรักษา

ข. ช่วยเหลือดูแลกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยภายใต้การกำกับของพยาบาลวิชาชีพ

ค. ให้ยาทางหลอดเลือดดำแก่ผู้ป่วย

ง. ปรับขนาดยาตามอาการผู้ป่วย

  1. ผู้ป่วยติดเตียงควรได้รับการพลิกตะแคงตัวอย่างน้อยทุกกี่ชั่วโมงเพื่อป้องกันแผลกดทับ

ก. ทุก 30 นาที

ข. ทุก 2 ชั่วโมง

ค. ทุก 6 ชั่วโมง

ง. วันละ 1 ครั้ง

  1. ตำแหน่งที่พบแผลกดทับได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยนอนหงายคือ

ก. หน้าผาก

ข. ก้นกบ (sacrum)

ค. ฝ่ามือ

ง. หน้าท้อง

  1. ท่า Fowler’s position คือท่านอนศีรษะสูงประมาณกี่องศา

ก. 10–15 องศา

ข. 45–60 องศา

ค. 90 องศาเสมอ

ง. ศีรษะต่ำกว่าเท้า

  1. ท่าที่เหมาะสมในการสวนอุจจาระ (enema) คือ

ก. นอนตะแคงซ้ายงอเข่าขวา (Sim’s position)

ข. นอนตะแคงขวาเหยียดขา

ค. นอนคว่ำ

ง. นั่งเก้าอี้

  1. ก่อนให้อาหารทางสายยางให้อาหาร (NG tube) ควรจัดท่าผู้ป่วยอย่างไร

ก. นอนราบ

ข. ศีรษะสูงอย่างน้อย 30–45 องศา

ค. นอนคว่ำ

ง. ศีรษะต่ำ

  1. หลังให้อาหารทางสายยางเสร็จ ควรให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าศีรษะสูงต่ออย่างน้อยนานเท่าใด

ก. 5 นาที

ข. 30–60 นาที

ค. ไม่จำเป็น

ง. 12 ชั่วโมง

  1. การเช็ดตัวผู้ป่วยบนเตียง ควรเช็ดจากบริเวณใดก่อน

ก. เท้า

ข. อวัยวะสืบพันธุ์

ค. ใบหน้าและตา

ง. หลัง

  1. การเช็ดตาผู้ป่วยควรเช็ดในทิศทางใด

ก. จากหางตาเข้าหัวตา

ข. จากหัวตาออกไปหางตา

ค. วนเป็นวงกลม

ง. ทิศทางใดก็ได้

  1. การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ผู้ป่วยหญิงควรเช็ดอย่างไร

ก. จากหลังไปหน้า

ข. จากหน้าไปหลัง

ค. วนรอบ

ง. เช็ดซ้ำผ้าเดิมหลายครั้ง

รูปแบบการสั่งซื้อ

  1. ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องในการดูแลถุงปัสสาวะของผู้ป่วยที่คาสายสวน

ก. วางถุงบนเตียงระดับเดียวกับผู้ป่วย

ข. แขวนถุงให้ต่ำกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะและไม่ให้ถุงแตะพื้น

ค. ยกถุงสูงกว่าตัวผู้ป่วยขณะเคลื่อนย้าย

ง. หักพับสายเพื่อกันรั่ว

  1. ปริมาณปัสสาวะในผู้ใหญ่ที่ควรรายงานพยาบาลเพราะน้อยผิดปกติคือ

ก. มากกว่า 100 มล./ชม.

ข. น้อยกว่า 30 มล./ชม.

ค. 50 มล./ชม.

ง. 60 มล./ชม.

  1. การบันทึกสารน้ำเข้า-ออก (Intake/Output) ข้อใดนับเป็นสารน้ำออก

ก. น้ำเกลือทางหลอดเลือด

ข. อาหารทางสายยาง

ค. ปัสสาวะและอาเจียน

ง. น้ำดื่ม

  1. ก่อนช่วยผู้ป่วยย้ายจากเตียงไปรถเข็นนั่ง สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือ

ก. ล็อกล้อรถเข็นและเตียง

ข. ยกที่พักเท้าลง

ค. ให้ผู้ป่วยลุกยืนทันที

ง. ปลดราวกั้นเตียงทั้งสองข้าง

  1. หลักกลไกการเคลื่อนไหวร่างกาย (body mechanics) ในการยกของหนักคือ

ก. ก้มหลังยกโดยเข่าตรง

ข. งอเข่า หลังตรง ถือของชิดลำตัว

ค. บิดตัวขณะยก

ง. ยกของห่างลำตัว

  1. ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกขวา เวลาช่วยสวมเสื้อควรสวมแขนข้างใดก่อน

ก. แขนซ้าย (ข้างดี)

ข. แขนขวา (ข้างอ่อนแรง)

ค. สวมพร้อมกัน

ง. ไม่ต้องสวมแขน

  1. ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงพลัดตกหกล้ม ข้อใดไม่ใช่การป้องกันที่เหมาะสม

ก. ยกราวกั้นเตียงขึ้น

ข. ปรับเตียงให้ต่ำ

ค. วางกริ่งเรียกไว้ใกล้มือ

ง. ปล่อยให้เดินเข้าห้องน้ำคนเดียวตอนกลางคืน

  1. การป้อนอาหารผู้ป่วยที่กลืนลำบาก ข้อใดถูกต้อง

ก. ป้อนคำใหญ่ให้เร็ว

ข. จัดท่านั่งตัวตรง ป้อนทีละคำเล็ก รอกลืนหมดก่อน

ค. ให้นอนราบขณะป้อน

ง. ให้ดื่มน้ำปริมาณมากพร้อมอาหาร

  1. อาการใดระหว่างป้อนอาหารที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยอาจสำลัก

ก. ยิ้ม

ข. ไอ เสียงแหบเปียก หายใจลำบาก

ค. ง่วงนอน

ง. ขอน้ำเพิ่ม

  1. การทำความสะอาดช่องปากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ควรจัดท่าอย่างไร

ก. นอนหงายราบ

ข. นอนตะแคงศีรษะต่ำเล็กน้อย

ค. นั่งตัวตรง

ง. นอนคว่ำ

  1. การจัดเตียงว่าง (closed bed) จัดเพื่อวัตถุประสงค์ใด

ก. รับผู้ป่วยหลังผ่าตัดทันที

ข. เตรียมเตียงสะอาดไว้รับผู้ป่วยใหม่

ค. ใช้กับผู้ป่วยที่ลุกไม่ได้

ง. ใช้ในห้องผ่าตัด

  1. การจัดเตียงรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด (surgical/anesthetic bed) ควรพับผ้าคลุมไว้ด้านใด

ก. ปลายเตียง

ข. พับไปด้านข้างตรงข้ามกับด้านที่รับผู้ป่วย

ค. ไม่ต้องใช้ผ้าคลุม

ง. ใต้หมอน

  1. การชั่งน้ำหนักผู้ป่วยเพื่อติดตามภาวะน้ำเกิน ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ชั่งเวลาใดก็ได้

ข. ชั่งเวลาเดียวกันทุกวัน ด้วยเครื่องเดิม และเสื้อผ้าใกล้เคียงกัน

ค. ชั่งหลังอาหารทุกมื้อ

ง. ประมาณด้วยสายตา

  1. ผู้ป่วยขอให้ช่วยปรับอัตราการหยดของน้ำเกลือ พนักงานช่วยการพยาบาลควรทำอย่างไร

ก. ปรับให้ตามที่ผู้ป่วยขอ

ข. แจ้งพยาบาลวิชาชีพผู้รับผิดชอบ

ค. ปิดน้ำเกลือ

ง. ถอดสายน้ำเกลือออก

  1. พบว่าบริเวณที่แทงน้ำเกลือของผู้ป่วยบวม แดง ปวด ควรทำอย่างไร

ก. นวดบริเวณนั้น

ข. รายงานพยาบาลวิชาชีพทันที

ค. เพิ่มอัตราการหยด

ง. ปิดพลาสเตอร์ทับ

ส่วนที่ 2 การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ

  1. วิธีที่สำคัญและได้ผลที่สุดในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาลคือ

ก. การสวมถุงมือตลอดเวลา

ข. การทำความสะอาดมือ (hand hygiene)

ค. การให้ยาปฏิชีวนะ

ง. การเปิดแอร์

  1. ช่วงเวลาสำคัญในการทำความสะอาดมือตามแนวทางองค์การอนามัยโลก (WHO) มีกี่ช่วงเวลา

ก. 3

ข. 5

ค. 7

ง. 10

  1. ข้อใดไม่ใช่ 1 ใน 5 ช่วงเวลาของการทำความสะอาดมือตาม WHO

ก. ก่อนสัมผัสผู้ป่วย

ข. หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วย

ค. ก่อนทำหัตถการปลอดเชื้อ

ง. ก่อนรับโทรศัพท์ส่วนตัว

  1. การล้างมือด้วยสบู่และน้ำตามมาตรฐาน WHO ใช้เวลาประมาณเท่าใด

ก. 5–10 วินาที

ข. 40–60 วินาที

ค. 3 นาที

ง. 5 นาที

  1. กรณีใดควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่แทนแอลกอฮอล์เจล

ก. มือดูสะอาด

ข. มือเปื้อนสิ่งสกปรกหรือสารคัดหลั่งที่มองเห็นได้

ค. ก่อนจับปากกา

ง. หลังจับราวเตียงทั่วไป

  1. Standard precautions หมายถึง

ก. ใช้เฉพาะกับผู้ป่วยติดเชื้อ HIV

ข. มาตรการป้องกันการติดเชื้อที่ใช้กับผู้ป่วยทุกรายโดยไม่คำนึงถึงการวินิจฉัย

ค. ใช้เฉพาะในห้องผ่าตัด

ง. ใช้เฉพาะเมื่อแพทย์สั่ง

  1. ผู้ป่วยวัณโรคปอดระยะแพร่เชื้อ ควรใช้การแยกผู้ป่วยแบบใด

ก. Contact precautions

ข. Droplet precautions

ค. Airborne precautions

ง. ไม่ต้องแยก

  1. หน้ากากที่บุคลากรควรสวมเมื่อดูแลผู้ป่วยวัณโรคปอดคือ

ก. หน้ากากผ้า

ข. หน้ากากอนามัยทั่วไป

ค. หน้ากาก N95

ง. ไม่ต้องสวม

  1. ผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยา MRSA ที่แผล ควรใช้การป้องกันแบบใดเป็นหลัก

ก. Airborne precautions

ข. Contact precautions

ค. Reverse isolation เท่านั้น

ง. ไม่ต้องป้องกัน

  1. ลำดับการสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่ถูกต้องคือ

ก. ถุงมือ → เสื้อคลุม → หน้ากาก → แว่น

ข. เสื้อคลุม → หน้ากาก → แว่นตา/face shield → ถุงมือ

ค. หน้ากาก → ถุงมือ → เสื้อคลุม → แว่น

ง. แว่น → ถุงมือ → หน้ากาก → เสื้อคลุม

  1. เมื่อถอด PPE ควรถอดสิ่งใดเป็นอันดับแรก

ก. หน้ากาก

ข. ถุงมือ

ค. แว่นตา

ง. หมวก

  1. ขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลควรทิ้งในถุงสีใด

ก. ดำ

ข. แดง

ค. เขียว

ง. ใส

  1. ภาชนะใส่ของมีคมควรเปลี่ยนหรือปิดเมื่อบรรจุถึงระดับใด

ก. เต็มล้นภาชนะ

ข. ประมาณ 3 ใน 4 ของภาชนะ

ค. ครึ่งหนึ่ง

ง. เมื่อสิ้นเดือน

  1. เมื่อถูกเข็มที่ใช้กับผู้ป่วยแล้วทิ่มตำ สิ่งที่ควรทำทันทีคือ

ก. บีบเลือดออกแรง ๆ และใช้ปากดูด

ข. ล้างบริเวณแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วรายงานหัวหน้าตามระบบ

ค. ปิดแผลแล้วทำงานต่อโดยไม่บอกใคร

ง. ราดแอลกอฮอล์แล้วจบ

  1. ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเข็มใช้แล้ว

ก. ทิ้งลงภาชนะของมีคมทันที

ข. สวมปลอกเข็มกลับด้วยสองมือ (recapping)

ค. ไม่หักหรืองอเข็ม

ง. วางภาชนะของมีคมใกล้จุดใช้งาน

ส่วนที่ 3 สัญญาณชีพและการสังเกตอาการ

  1. สัญญาณชีพพื้นฐาน (vital signs) ประกอบด้วยข้อใด

ก. น้ำหนัก ส่วนสูง

ข. อุณหภูมิ ชีพจร การหายใจ ความดันโลหิต

ค. น้ำตาลในเลือด

ง. ปริมาณปัสสาวะ

  1. อัตราชีพจรปกติของผู้ใหญ่ขณะพักคือ

ก. 40–50 ครั้ง/นาที

ข. 60–100 ครั้ง/นาที

ค. 110–140 ครั้ง/นาที

ง. 150–180 ครั้ง/นาที

  1. อัตราการหายใจปกติของผู้ใหญ่คือ

ก. 6–10 ครั้ง/นาที

ข. 12–20 ครั้ง/นาที

ค. 25–35 ครั้ง/นาที

ง. 40–60 ครั้ง/นาที

  1. ชีพจรที่เร็วกว่า 100 ครั้ง/นาทีในผู้ใหญ่ เรียกว่า

ก. Bradycardia

ข. Tachycardia

ค. Apnea

ง. Hypotension

  1. ชีพจรที่ช้ากว่า 60 ครั้ง/นาทีในผู้ใหญ่ เรียกว่า

ก. Bradycardia

ข. Tachypnea

ค. Tachycardia

ง. Dyspnea

  1. ตำแหน่งที่นิยมจับชีพจรในผู้ใหญ่มากที่สุดคือ

ก. Radial (ข้อมือด้านนิ้วโป้ง)

ข. Popliteal (ข้อพับเข่า)

ค. Dorsalis pedis (หลังเท้า)

ง. Temporal (ขมับ)

  1. ระดับความดันโลหิตปกติในผู้ใหญ่ควรน้อยกว่าเท่าใด

ก. 120/80 มม.ปรอท

ข. 160/100 มม.ปรอท

ค. 180/110 มม.ปรอท

ง. 90/40 มม.ปรอท

  1. ปัจจัยใดทำให้วัดความดันโลหิตได้ค่าสูงกว่าความเป็นจริง

ก. ใช้ผ้าพันแขนขนาดเล็กเกินไป

ข. ใช้ผ้าพันแขนขนาดใหญ่เกินไป

ค. ให้ผู้ป่วยพัก 5 นาทีก่อนวัด

ง. วางแขนระดับหัวใจ

  1. อุณหภูมิร่างกายปกติของผู้ใหญ่ (วัดทางปาก) อยู่ในช่วงใด

ก. 34.0–35.0 °C

ข. 36.5–37.5 °C

ค. 38.0–39.0 °C

ง. 39.5–40.5 °C

  1. ก่อนวัดอุณหภูมิทางปาก หากผู้ป่วยเพิ่งดื่มน้ำเย็นหรือร้อน ควรรอประมาณเท่าใด

ก. ไม่ต้องรอ

ข. 15–30 นาที

ค. 2 ชั่วโมง

ง. 1 วัน

  1. ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO₂) ปกติของผู้ใหญ่ทั่วไปคือ

ก. 70–80%

ข. 85–89%

ค. 95–100%

ง. ต่ำกว่า 60%

  1. ข้อใดทำให้ค่า SpO₂ จากเครื่อง pulse oximeter คลาดเคลื่อน

ก. ผู้ป่วยทาเล็บสีเข้มหรือมือเย็นจัด

ข. ผู้ป่วยนั่งพัก

ค. ห้องมีแสงพอดี

ง. ติดเครื่องที่ปลายนิ้วสะอาด

  1. การนับอัตราการหายใจที่ถูกต้องควรทำอย่างไร

ก. บอกผู้ป่วยให้หายใจตามจังหวะ

ข. สังเกตขณะยังจับชีพจรอยู่โดยผู้ป่วยไม่รู้ตัว นับให้ครบ 1 นาทีหากไม่สม่ำเสมอ

ค. นับ 5 วินาทีแล้วคูณ 12

ง. ถามผู้ป่วยว่าหายใจกี่ครั้ง

  1. ผู้ป่วยหลังผ่าตัดมีชีพจรเร็ว ความดันต่ำ ตัวเย็นซีด เหงื่อออก ควรสงสัยภาวะใด

ก. ภาวะช็อก

ข. นอนหลับสนิท

ค. อาการปกติหลังผ่าตัด

ง. หิวข้าว

  1. เมื่อวัดสัญญาณชีพแล้วพบค่าผิดปกติ ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เก็บไว้รายงานตอนส่งเวร

ข. รายงานพยาบาลวิชาชีพทันทีและบันทึกตามความเป็นจริง

ค. แก้ตัวเลขให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

ง. วัดซ้ำจนได้ค่าปกติแล้วบันทึกเฉพาะค่านั้น

ส่วนที่ 4 กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาเบื้องต้น

  1. หัวใจของมนุษย์มีกี่ห้อง

ก. 2 ห้อง

ข. 3 ห้อง

ค. 4 ห้อง

ง. 5 ห้อง

  1. ห้องหัวใจที่สูบฉีดเลือดแดงไปเลี้ยงร่างกายคือ

ก. Right atrium

ข. Right ventricle

ค. Left atrium

ง. Left ventricle

  1. เซลล์เม็ดเลือดชนิดใดทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจน

ก. เม็ดเลือดแดง

ข. เม็ดเลือดขาว

ค. เกล็ดเลือด

ง. พลาสมา

  1. เกล็ดเลือดมีหน้าที่หลักคือ

ก. ขนส่งออกซิเจน

ข. ต่อสู้เชื้อโรค

ค. ช่วยการแข็งตัวของเลือด

ง. ผลิตฮอร์โมน

  1. อวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายคือ

ก. ตับ

ข. ผิวหนัง

ค. ปอด

ง. ลำไส้ใหญ่

  1. การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นที่ใด

ก. หลอดลมใหญ่

ข. ถุงลมปอด (alveoli)

ค. กล่องเสียง

ง. กระบังลม

  1. อวัยวะที่สร้างฮอร์โมนอินซูลินคือ

ก. ตับ

ข. ตับอ่อน

ค. ไต

ง. ม้าม

  1. อวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดและสร้างปัสสาวะคือ

ก. ไต

ข. ปอด

ค. หัวใจ

ง. กระเพาะอาหาร

  1. กระดูกที่ยาวที่สุดในร่างกายคือ

ก. กระดูกต้นแขน (humerus)

ข. กระดูกต้นขา (femur)

ค. กระดูกสันหลัง

ง. กระดูกหน้าแข้ง (tibia)

  1. ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (FBS) ปกติของผู้ใหญ่คือ

ก. 40–60 มก./ดล.

ข. 70–100 มก./ดล.

ค. 150–200 มก./ดล.

ง. มากกว่า 250 มก./ดล.

ส่วนที่ 5 การปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ

  1. หมายเลขโทรศัพท์แจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินในประเทศไทยคือ

ก. 191

ข. 199

ค. 1669

ง. 1155

  1. อัตราการกดหน้าอกในการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ผู้ใหญ่คือ

ก. 60–80 ครั้ง/นาที

ข. 100–120 ครั้ง/นาที

ค. 140–160 ครั้ง/นาที

ง. ไม่จำกัด

  1. ความลึกของการกดหน้าอกในผู้ใหญ่ที่ถูกต้องคือ

ก. 1–2 ซม.

ข. 3–4 ซม.

ค. 5–6 ซม.

ง. 8–10 ซม.

  1. อัตราส่วนการกดหน้าอกต่อการช่วยหายใจใน CPR ผู้ใหญ่ (ผู้ช่วยเหลือ 1 หรือ 2 คน) คือ

ก. 15:2

ข. 30:2

ค. 5:1

ง. 30:1

  1. ตำแหน่งวางมือกดหน้าอกในผู้ใหญ่คือ

ก. ลิ้นปี่

ข. ครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก กึ่งกลางหน้าอก

ค. หน้าอกด้านซ้าย

ง. ใต้ไหปลาร้า

  1. ผู้ใหญ่สำลักอาหาร พูดไม่ได้ ไอไม่ออก แต่ยังรู้สึกตัว ควรช่วยเหลืออย่างไร

ก. ให้ดื่มน้ำตาม

ข. ทำ abdominal thrust (Heimlich maneuver)

ค. ใช้นิ้วล้วงคอโดยไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม

ง. ให้นอนพัก

  1. การปฐมพยาบาลแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับตื้น ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก

ก. ทายาสีฟัน

ข. ราดน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้องหรือน้ำไหลผ่านประมาณ 10–20 นาที

ค. ประคบน้ำแข็งโดยตรง

ง. เจาะตุ่มพองทันที

  1. ผู้ที่มีเลือดออกจากบาดแผลภายนอกมาก ควรปฐมพยาบาลอย่างไรเป็นอันดับแรก

ก. กดบาดแผลโดยตรงด้วยผ้าสะอาด

ข. ล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์

ค. ให้ผู้ป่วยเดินไปโรงพยาบาลเอง

ง. รอให้เลือดหยุดเอง

  1. ผู้ป่วยมีอาการชัก ข้อใดเป็นการช่วยเหลือที่ถูกต้อง

ก. ใส่ช้อนหรือนิ้วในปากเพื่อกันกัดลิ้น

ข. จับยึดแขนขาไม่ให้กระตุก

ค. จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย ป้องกันศีรษะกระแทก และจับนอนตะแคงเมื่อหยุดชัก

ง. ให้ดื่มน้ำทันที

  1. ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการเหงื่อออก ใจสั่น มือสั่น สับสน แต่ยังรู้สึกตัวและกลืนได้ ควรช่วยเหลืออย่างไรเบื้องต้นและรายงานพยาบาล

ก. ให้อินซูลินเพิ่ม

ข. ให้ดื่มน้ำหวานหรือรับประทานน้ำตาล

ค. ให้นอนหลับ

ง. ให้งดอาหาร

ส่วนที่ 6 จริยธรรม สิทธิผู้ป่วย ความปลอดภัย และการสื่อสาร

  1. การระบุตัวผู้ป่วยก่อนให้บริการ ควรใช้ตัวบ่งชี้อย่างน้อยกี่อย่าง

ก. 1 อย่าง

ข. 2 อย่าง

ค. ไม่ต้องใช้

ง. ดูหมายเลขเตียงอย่างเดียว

  1. ข้อใดไม่ควรใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการระบุตัวผู้ป่วย

ก. ชื่อ-นามสกุล

ข. หมายเลขเตียง

ค. วันเดือนปีเกิด

ง. หมายเลขประจำตัวผู้ป่วย (HN)

  1. ญาติผู้ป่วยรายอื่นมาสอบถามผลการรักษาของผู้ป่วยข้างเตียง ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เล่ารายละเอียดให้ฟัง

ข. ปฏิเสธอย่างสุภาพ เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย

ค. ให้ดูแฟ้มประวัติ

ง. ถ่ายภาพเวชระเบียนส่งให้

  1. การถ่ายภาพผู้ป่วยแล้วโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็น

ก. การประชาสัมพันธ์โรงพยาบาล

ข. การละเมิดสิทธิผู้ป่วยและการรักษาความลับ

ค. สิ่งที่ทำได้หากไม่เห็นหน้า

ง. สิทธิของบุคลากร

  1. ผู้ที่มีหน้าที่อธิบายและขอความยินยอมก่อนการผ่าตัด (informed consent) คือ

ก. พนักงานช่วยการพยาบาล

ข. แพทย์ผู้ทำการรักษา

ค. พนักงานเปล

ง. เจ้าหน้าที่การเงิน

  1. ผู้ป่วยปฏิเสธการอาบน้ำในเช้าวันนี้ พนักงานช่วยการพยาบาลควรทำอย่างไร

ก. บังคับให้อาบ

ข. เคารพการตัดสินใจ สอบถามเหตุผล และแจ้งพยาบาลผู้รับผิดชอบ

ค. ต่อว่าผู้ป่วย

ง. งดอาหารผู้ป่วย

  1. คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วยในประเทศไทย ข้อใดถูกต้อง

ก. ผู้ป่วยไม่มีสิทธิทราบข้อมูลการรักษา

ข. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการรักษาโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ

ค. ผู้ป่วยต้องยอมรับการรักษาทุกอย่าง

ง. ข้อมูลผู้ป่วยเปิดเผยได้เสมอ

  1. หากพนักงานช่วยการพยาบาลทำผิดพลาดระหว่างปฏิบัติงาน เช่น ทำผู้ป่วยพลัดตก ควรทำอย่างไร

ก. ปกปิดไว้

ข. ดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น รายงานพยาบาลทันที และรายงานอุบัติการณ์ตามระบบ

ค. โทษผู้ป่วย

ง. ลาออกทันที

  1. หลักการสื่อสารส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยแบบมีโครงสร้างที่นิยมใช้ในโรงพยาบาลคือ

ก. SWOT

ข. SBAR

ค. PDCA

ง. KPI

  1. การสื่อสารกับผู้สูงอายุที่หูตึง ข้อใดเหมาะสมที่สุด

ก. ตะโกนเสียงดังมาก

ข. พูดช้า ชัดเจน หันหน้าเข้าหาผู้ป่วย ใช้ภาษาง่าย

ค. พูดเร็วให้จบ

ง. พูดด้านหลังผู้ป่วย

  1. ผู้ป่วยมีอารมณ์โกรธ ตะโกนต่อว่าเจ้าหน้าที่ ควรตอบสนองอย่างไร

ก. ตะโกนกลับ

ข. รับฟังอย่างสงบ แสดงความเข้าใจ และแจ้งหัวหน้าเวรเพื่อช่วยแก้ไข

ค. เดินหนีโดยไม่บอกใคร

ง. ขู่ผู้ป่วย

  1. การบันทึกข้อมูลการดูแลผู้ป่วยที่ถูกต้องคือ

ก. บันทึกล่วงหน้าก่อนทำ

ข. บันทึกตามความเป็นจริง ชัดเจน ระบุเวลา และลงชื่อผู้บันทึก

ค. ใช้น้ำยาลบคำผิดเมื่อเขียนผิด

ง. บันทึกแทนผู้อื่น

  1. เมื่อพบเพลิงไหม้ในหอผู้ป่วย หลักปฏิบัติเบื้องต้นตามลำดับคือ

ก. ดับไฟก่อนแล้วค่อยแจ้ง

ข. ช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในอันตราย แจ้งเหตุ ควบคุมเพลิง และอพยพตามแผน

ค. ใช้ลิฟต์อพยพผู้ป่วย

ง. หนีออกจากอาคารคนเดียว

  1. ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง มีหลักการใช้งานคือ

ก. ดึงสลัก ปลดสาย กดไก ส่ายฉีดที่ฐานของไฟ

ข. ฉีดที่ยอดเปลวไฟ

ค. เขย่าแล้วโยนเข้ากองไฟ

ง. ฉีดสวนทิศทางลม

  1. การบริการด้วยจิตใจที่ดี (service mind) ข้อใดไม่ถูกต้อง

ก. ยิ้มแย้มทักทาย

ข. ช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ

ค. แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อผู้ป่วยถามซ้ำ

ง. ให้เกียรติผู้รับบริการทุกคน

ส่วนที่ 7 การดูแลกลุ่มเฉพาะและความรู้ทั่วไป

  1. ผู้ป่วยสูงอายุสับสนเฉียบพลันในตอนกลางคืน (delirium) การดูแลที่เหมาะสมคือ

ก. ผูกยึดทันทีโดยไม่แจ้งใคร

ข. จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบ มีแสงสว่างพอ บอกวันเวลาสถานที่ และแจ้งพยาบาล

ค. ปิดไฟมืดสนิท

ง. ปล่อยให้เดินคนเดียว

  1. การผูกยึดผู้ป่วย (restraint) ข้อใดถูกต้อง

ก. ผูกได้เองตามความสะดวก

ข. ทำตามคำสั่งการรักษาและการประเมินของทีม ตรวจการไหลเวียนเลือดและคลายเป็นระยะ

ค. ผูกแน่นที่สุดเท่าที่ทำได้

ง. ผูกติดกับราวกั้นเตียงที่ขยับได้

  1. หญิงหลังคลอดควรได้รับการสังเกตอาการใดที่สำคัญและต้องรายงานทันที

ก. อยากอาหาร

ข. เลือดออกทางช่องคลอดมาก ชุ่มผ้าอนามัยในเวลาสั้น

ค. ง่วงนอน

ง. น้ำนมเริ่มไหล

  1. ทารกแรกเกิดควรได้รับการดูแลเรื่องความอบอุ่นเพราะ

ก. ทารกควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ดีมาก

ข. ทารกสูญเสียความร้อนได้ง่าย เสี่ยงภาวะตัวเย็น

ค. ทารกไม่รู้สึกหนาว

ง. ไม่มีความจำเป็น

  1. ผู้ป่วยที่ได้รับออกซิเจน ข้อใดเป็นข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

ก. สูบบุหรี่ได้ตามปกติ

ข. ห้ามมีเปลวไฟหรือประกายไฟใกล้บริเวณที่ใช้ออกซิเจน

ค. เติมน้ำมันลงในเครื่องทำความชื้น

ง. ปิดออกซิเจนเองเมื่อผู้ป่วยหลับ

  1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งโดยบุคคลใด

ก. ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

ข. ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์

ค. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

ง. จอมพล ป. พิบูลสงคราม

  1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ใด

ก. 2475

ข. 2477

ค. 2490

ง. 2500

  1. สีประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คือ

ก. ชมพู

ข. เหลือง-แดง

ค. น้ำเงิน-ขาว

ง. เขียว-ทอง

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติตั้งอยู่ในจังหวัดใด

ก. กรุงเทพมหานคร

ข. นนทบุรี

ค. ปทุมธานี

ง. ลำปาง

  1. การรับรองคุณภาพโรงพยาบาลในประเทศไทยที่เรียกว่า HA ย่อมาจาก

ก. Health Assistant

ข. Hospital Accreditation

ค. Hospital Administration

ง. Health Alliance

แนวข้อสอบ พนักงานช่วยการพยาบาล โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh

เฉลยและคำอธิบาย

ข้อ

คำตอบ

คำอธิบาย

1

ข. ช่วยเหลือดูแลกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยภายใต้การกำกับของพยาบาลวิชาชีพ

พนักงานช่วยการพยาบาลทำงานภายใต้การมอบหมายและกำกับของพยาบาลวิชาชีพ ไม่ทำหัตถการที่เกินขอบเขต

2

ข. ทุก 2 ชั่วโมง

การพลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมงช่วยลดแรงกดบริเวณปุ่มกระดูก

3

ข. ก้นกบ (sacrum)

บริเวณก้นกบและส้นเท้ารับน้ำหนักมากเมื่อนอนหงาย

4

ข. 45–60 องศา

Fowler’s ศีรษะสูง 45–60 องศา ช่วยให้หายใจสะดวก

5

ก. นอนตะแคงซ้ายงอเข่าขวา (Sim’s position)

ท่าตะแคงซ้ายช่วยให้น้ำยาไหลตามแนวลำไส้ใหญ่ส่วน sigmoid ได้ดี

6

ข. ศีรษะสูงอย่างน้อย 30–45 องศา

การยกศีรษะสูงช่วยป้องกันการสำลักอาหารเข้าปอด

7

ข. 30–60 นาที

คงท่าศีรษะสูง 30–60 นาทีเพื่อลดการไหลย้อนและสำลัก

8

ค. ใบหน้าและตา

เช็ดจากส่วนที่สะอาดไปสกปรก เริ่มจากตาและใบหน้า

9

ข. จากหัวตาออกไปหางตา

เช็ดจากหัวตาไปหางตาเพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกเข้าท่อน้ำตา

10

ข. จากหน้าไปหลัง

เช็ดจากหน้าไปหลังเพื่อป้องกันเชื้อจากทวารหนักเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะ

11

ข. แขวนถุงให้ต่ำกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะและไม่ให้ถุงแตะพื้น

ถุงต้องต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะเพื่อป้องกันการไหลย้อน และไม่แตะพื้นเพื่อป้องกันการปนเปื้อน

12

ข. น้อยกว่า 30 มล./ชม.

ปัสสาวะน้อยกว่า 30 มล./ชม. (หรือ <0.5 มล./กก./ชม.) บ่งชี้ภาวะผิดปกติ

13

ค. ปัสสาวะและอาเจียน

ปัสสาวะ อาเจียน อุจจาระเหลว และสารระบายต่าง ๆ นับเป็น output

14

ก. ล็อกล้อรถเข็นและเตียง

ล็อกล้อเพื่อป้องกันรถเข็นเคลื่อนและผู้ป่วยพลัดตก

15

ข. งอเข่า หลังตรง ถือของชิดลำตัว

งอเข่าหลังตรงและให้ของชิดลำตัว ใช้กล้ามเนื้อขาออกแรงช่วยป้องกันบาดเจ็บหลัง

16

ข. แขนขวา (ข้างอ่อนแรง)

สวมข้างที่อ่อนแรงก่อน ถอดข้างดีก่อน

17

ง. ปล่อยให้เดินเข้าห้องน้ำคนเดียวตอนกลางคืน

ผู้ป่วยเสี่ยงพลัดตกควรมีผู้ช่วยดูแลเมื่อลุกเดิน โดยเฉพาะกลางคืน

18

ข. จัดท่านั่งตัวตรง ป้อนทีละคำเล็ก รอกลืนหมดก่อน

นั่งตรง คำเล็ก รอให้กลืนหมดช่วยลดการสำลัก

19

ข. ไอ เสียงแหบเปียก หายใจลำบาก

ไอ เสียงเปียก หายใจลำบาก ต้องหยุดป้อนและรายงานพยาบาลทันที

20

ข. นอนตะแคงศีรษะต่ำเล็กน้อย

ตะแคงหน้าเพื่อให้น้ำไหลออกทางมุมปาก ป้องกันสำลัก

21

ข. เตรียมเตียงสะอาดไว้รับผู้ป่วยใหม่

closed bed คือเตียงที่ทำความสะอาดและจัดไว้รอรับผู้ป่วยใหม่

22

ข. พับไปด้านข้างตรงข้ามกับด้านที่รับผู้ป่วย

พับผ้าไปด้านตรงข้ามเพื่อเลื่อนผู้ป่วยจากเปลขึ้นเตียงได้สะดวก

23

ข. ชั่งเวลาเดียวกันทุกวัน ด้วยเครื่องเดิม และเสื้อผ้าใกล้เคียงกัน

ควบคุมตัวแปรเพื่อให้ผลเปรียบเทียบได้แม่นยำ

24

ข. แจ้งพยาบาลวิชาชีพผู้รับผิดชอบ

การปรับสารน้ำทางหลอดเลือดเป็นหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ

25

ข. รายงานพยาบาลวิชาชีพทันที

อาจเกิดหลอดเลือดดำอักเสบหรือสารน้ำรั่วซึม ต้องรายงานทันที

26

ข. การทำความสะอาดมือ (hand hygiene)

การล้างมืออย่างถูกวิธีเป็นมาตรการพื้นฐานที่สำคัญที่สุด

27

ข. 5

5 Moments for Hand Hygiene

28

ง. ก่อนรับโทรศัพท์ส่วนตัว

5 ช่วงเวลา: ก่อนสัมผัสผู้ป่วย ก่อนทำหัตถการสะอาด/ปลอดเชื้อ หลังสัมผัสสารคัดหลั่ง หลังสัมผัสผู้ป่วย หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบผู้ป่วย

29

ข. 40–60 วินาที

ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ 40–60 วินาที ส่วนแอลกอฮอล์เจล 20–30 วินาที

30

ข. มือเปื้อนสิ่งสกปรกหรือสารคัดหลั่งที่มองเห็นได้

เมื่อมือเปื้อนชัดเจน หรือสัมผัสผู้ป่วยท้องร่วงจากเชื้อสร้างสปอร์ ต้องล้างด้วยน้ำและสบู่

31

ข. มาตรการป้องกันการติดเชื้อที่ใช้กับผู้ป่วยทุกรายโดยไม่คำนึงถึงการวินิจฉัย

ถือว่าเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วยทุกรายอาจติดเชื้อได้

32

ค. Airborne precautions

วัณโรค หัด อีสุกอีใส แพร่ทางอากาศ ใช้ airborne precautions และหน้ากาก N95

33

ค. หน้ากาก N95

N95 กรองอนุภาคขนาดเล็กที่แพร่ทางอากาศได้

34

ข. Contact precautions

เชื้อดื้อยาแพร่ทางการสัมผัส ใช้เสื้อคลุมและถุงมือ

35

ข. เสื้อคลุม → หน้ากาก → แว่นตา/face shield → ถุงมือ

สวมถุงมือเป็นลำดับสุดท้ายเพื่อให้ปิดทับข้อมือเสื้อคลุม

36

ข. ถุงมือ

ถุงมือปนเปื้อนมากที่สุดจึงถอดก่อน และถอดหน้ากากเป็นลำดับท้าย

37

ข. แดง

ขยะติดเชื้อใช้ถุงสีแดงตามมาตรฐานการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ

38

ข. ประมาณ 3 ใน 4 ของภาชนะ

ไม่บรรจุเกิน 3/4 เพื่อป้องกันเข็มทิ่มตำ

39

ข. ล้างบริเวณแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วรายงานหัวหน้าตามระบบ

ล้างแผลทันทีและรายงานเพื่อประเมินความเสี่ยงและรับยาป้องกันตามแนวทาง

40

ข. สวมปลอกเข็มกลับด้วยสองมือ (recapping)

ห้ามสวมปลอกเข็มกลับด้วยสองมือ เพราะเสี่ยงต่อเข็มทิ่มตำ

41

ข. อุณหภูมิ ชีพจร การหายใจ ความดันโลหิต

TPR และ BP เป็นสัญญาณชีพหลัก

42

ข. 60–100 ครั้ง/นาที

ผู้ใหญ่ปกติ 60–100 ครั้ง/นาที

43

ข. 12–20 ครั้ง/นาที

ผู้ใหญ่ปกติ 12–20 ครั้ง/นาที

44

ข. Tachycardia

Tachycardia = หัวใจเต้นเร็ว

45

ก. Bradycardia

Bradycardia = หัวใจเต้นช้า

46

ก. Radial (ข้อมือด้านนิ้วโป้ง)

ชีพจรที่ข้อมือ (radial) จับได้ง่ายและสะดวก

47

ก. 120/80 มม.ปรอท

ความดันโลหิตปกติ < 120/80 มม.ปรอท

48

ก. ใช้ผ้าพันแขนขนาดเล็กเกินไป

ผ้าพันแขนเล็กเกินหรือพันหลวม ทำให้ค่าสูงกว่าจริง

49

ข. 36.5–37.5 °C

ปกติประมาณ 36.5–37.5 °C

50

ข. 15–30 นาที

รอ 15–30 นาทีเพื่อไม่ให้อุณหภูมิในปากคลาดเคลื่อน

51

ค. 95–100%

SpO₂ ปกติ ≥ 95% ค่าต่ำกว่า 92–94% ควรรายงานพยาบาล

52

ก. ผู้ป่วยทาเล็บสีเข้มหรือมือเย็นจัด

สีทาเล็บ มือเย็น การเคลื่อนไหว ทำให้อ่านค่าผิดพลาด

53

ข. สังเกตขณะยังจับชีพจรอยู่โดยผู้ป่วยไม่รู้ตัว นับให้ครบ 1 นาทีหากไม่สม่ำเสมอ

ผู้ป่วยรู้ตัวจะควบคุมการหายใจ ทำให้ค่าคลาดเคลื่อน

54

ก. ภาวะช็อก

อาการเข้าได้กับภาวะช็อก ต้องรายงานพยาบาลทันที

55

ข. รายงานพยาบาลวิชาชีพทันทีและบันทึกตามความเป็นจริง

การรายงานทันทีและบันทึกตามจริงคือหลักความปลอดภัยของผู้ป่วย

56

ค. 4 ห้อง

หัวใจมี 4 ห้อง: atrium ซ้าย-ขวา และ ventricle ซ้าย-ขวา

57

ง. Left ventricle

Left ventricle สูบฉีดเลือดผ่านหลอดเลือดแดงใหญ่ (aorta)

58

ก. เม็ดเลือดแดง

เม็ดเลือดแดงมีฮีโมโกลบินจับออกซิเจน

59

ค. ช่วยการแข็งตัวของเลือด

เกล็ดเลือดช่วยห้ามเลือด

60

ข. ผิวหนัง

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุด

61

ข. ถุงลมปอด (alveoli)

ถุงลมปอดเป็นจุดแลกเปลี่ยนก๊าซ

62

ข. ตับอ่อน

ตับอ่อนสร้างอินซูลินควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

63

ก. ไต

ไตกรองของเสียและควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่

64

ข. กระดูกต้นขา (femur)

กระดูกต้นขา (femur) ยาวและแข็งแรงที่สุด

65

ข. 70–100 มก./ดล.

FBS ปกติประมาณ 70–100 มก./ดล.

66

ค. 1669

1669 คือสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน

67

ข. 100–120 ครั้ง/นาที

ตามแนวทาง AHA กดหน้าอก 100–120 ครั้ง/นาที

68

ค. 5–6 ซม.

กดลึกอย่างน้อย 5 ซม. แต่ไม่เกิน 6 ซม.

69

ข. 30:2

ผู้ใหญ่ใช้อัตรา 30:2

70

ข. ครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก กึ่งกลางหน้าอก

กดที่ครึ่งล่างของกระดูกสันอก (กึ่งกลางหน้าอก)

71

ข. ทำ abdominal thrust (Heimlich maneuver)

การกดกระแทกบริเวณท้องช่วยดันสิ่งแปลกปลอมออก

72

ข. ราดน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้องหรือน้ำไหลผ่านประมาณ 10–20 นาที

น้ำสะอาดช่วยลดความร้อนและความปวด ห้ามใช้น้ำแข็งหรือยาสีฟัน

73

ก. กดบาดแผลโดยตรงด้วยผ้าสะอาด

การกดโดยตรง (direct pressure) เป็นวิธีห้ามเลือดลำดับแรก

74

ค. จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย ป้องกันศีรษะกระแทก และจับนอนตะแคงเมื่อหยุดชัก

ห้ามใส่สิ่งของในปากหรือยึดตรึงร่างกาย

75

ข. ให้ดื่มน้ำหวานหรือรับประทานน้ำตาล

อาการเข้าได้กับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ต้องให้น้ำตาลและรายงานพยาบาล

76

ข. 2 อย่าง

ใช้อย่างน้อย 2 ตัวบ่งชี้ เช่น ชื่อ-นามสกุล และ HN หรือวันเดือนปีเกิด ห้ามใช้หมายเลขเตียง

77

ข. หมายเลขเตียง

ผู้ป่วยอาจย้ายเตียง หมายเลขเตียงจึงไม่น่าเชื่อถือ

78

ข. ปฏิเสธอย่างสุภาพ เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย

บุคลากรต้องรักษาความลับของผู้ป่วย

79

ข. การละเมิดสิทธิผู้ป่วยและการรักษาความลับ

เป็นการละเมิดสิทธิและอาจผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

80

ข. แพทย์ผู้ทำการรักษา

แพทย์เป็นผู้ให้ข้อมูลความเสี่ยงและทางเลือก พยาบาลช่วยดูแลการลงนาม

81

ข. เคารพการตัดสินใจ สอบถามเหตุผล และแจ้งพยาบาลผู้รับผิดชอบ

เคารพสิทธิผู้ป่วยในการตัดสินใจและสื่อสารกับทีม

82

ข. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการรักษาโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ

ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับบริการอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ

83

ข. ดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น รายงานพยาบาลทันที และรายงานอุบัติการณ์ตามระบบ

การรายงานอุบัติการณ์ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลและป้องกันการเกิดซ้ำ

84

ข. SBAR

SBAR = Situation, Background, Assessment, Recommendation

85

ข. พูดช้า ชัดเจน หันหน้าเข้าหาผู้ป่วย ใช้ภาษาง่าย

ให้ผู้ป่วยเห็นใบหน้าและริมฝีปาก ช่วยให้เข้าใจดีขึ้น

86

ข. รับฟังอย่างสงบ แสดงความเข้าใจ และแจ้งหัวหน้าเวรเพื่อช่วยแก้ไข

การฟังอย่างตั้งใจและสงบช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์

87

ข. บันทึกตามความเป็นจริง ชัดเจน ระบุเวลา และลงชื่อผู้บันทึก

บันทึกหลังปฏิบัติจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้

88

ข. ช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในอันตราย แจ้งเหตุ ควบคุมเพลิง และอพยพตามแผน

หลัก RACE: Rescue, Alarm, Confine, Extinguish/Evacuate และห้ามใช้ลิฟต์

89

ก. ดึงสลัก ปลดสาย กดไก ส่ายฉีดที่ฐานของไฟ

หลัก PASS: Pull, Aim (ฐานไฟ), Squeeze, Sweep และยืนเหนือลม

90

ค. แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อผู้ป่วยถามซ้ำ

การแสดงความเบื่อหน่ายขัดกับหลักการบริการที่ดี

91

ข. จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบ มีแสงสว่างพอ บอกวันเวลาสถานที่ และแจ้งพยาบาล

การจัดสิ่งแวดล้อมและการปรับการรับรู้ช่วยลดความสับสน

92

ข. ทำตามคำสั่งการรักษาและการประเมินของทีม ตรวจการไหลเวียนเลือดและคลายเป็นระยะ

ผูกยึดเมื่อจำเป็น มีคำสั่ง และต้องติดตามความปลอดภัยสม่ำเสมอ

93

ข. เลือดออกทางช่องคลอดมาก ชุ่มผ้าอนามัยในเวลาสั้น

เลือดออกมากหลังคลอดเป็นภาวะอันตราย

94

ข. ทารกสูญเสียความร้อนได้ง่าย เสี่ยงภาวะตัวเย็น

ทารกมีพื้นที่ผิวมากเมื่อเทียบกับน้ำหนัก จึงสูญเสียความร้อนง่าย

95

ข. ห้ามมีเปลวไฟหรือประกายไฟใกล้บริเวณที่ใช้ออกซิเจน

ออกซิเจนช่วยให้ไฟติดง่ายและลุกลามเร็ว

96

ข. ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์

นายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้ประศาสน์การคนแรกและผู้ก่อตั้ง

97

ข. 2477

ก่อตั้งเมื่อ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477

98

ข. เหลือง-แดง

สีเหลือง-แดงเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย

99

ค. ปทุมธานี

ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

100

ข. Hospital Accreditation

HA = Hospital Accreditation รับรองโดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)

รูปแบบการสั่งซื้อ