ข้อสอบ ตำแหน่งนิติกรปฏิบัติการ
สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)
แบบทดสอบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 100 ข้อ (ข้อละ 1 คะแนน รวม 100 คะแนน)
คำชี้แจง: ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว เฉลยอยู่ท้ายเอกสาร
หมายเหตุ: ข้อสอบนี้จัดทำเพื่อใช้ฝึกฝน ผู้ใช้ควรตรวจสอบเนื้อหากับกฎหมายฉบับปัจจุบัน (รวมถึงตัวเลขอัตรา ระยะเวลา และมาตราที่แก้ไขเพิ่มเติม) ก่อนนำไปใช้จริง
ส่วนที่ 1 กฎหมายเกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้านฯ และกฎหมายมหาชนทั่วไป
- สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ตาม พ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มีสถานะตามข้อใด
ก. เป็นส่วนราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข. เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
ค. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
ง. เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
- ประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) คือผู้ใด
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
ง. นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
- กองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมืองที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายมีฐานะเป็นอะไร
ก. ส่วนราชการ
ข. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. นิติบุคคล
ง. บุคคลธรรมดา
- วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง คือข้อใด
ก. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการเก็งกำไรในตลาดทุน
ข. เป็นแหล่งเงินทุนในชุมชนเพื่อส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิก
ค. จัดเก็บภาษีท้องถิ่นแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. ให้เงินอุดหนุนแก่ข้าราชการเพื่อสวัสดิการ
- ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อำนาจอธิปไตยเป็นของผู้ใด
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. ปวงชนชาวไทย
ค. รัฐสภา
ง. พระมหากษัตริย์แต่เพียงพระองค์เดียว
- กฎหมายในข้อใดมีลำดับศักดิ์ต่ำที่สุด
ก. พระราชกำหนด
ข. พระราชบัญญัติ
ค. พระราชกฤษฎีกา
ง. ประกาศกระทรวง
- พระราชกำหนดตราขึ้นได้ในกรณีใด
ก. เมื่อรัฐสภาไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ
ข. เมื่อต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ค. เมื่อประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
ง. กรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้
- หลักที่ว่า “ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ โดยไม่มีกฎหมาย” และห้ามบัญญัติกฎหมายอาญามีผลย้อนหลังไปลงโทษบุคคล เป็นหลักในเรื่องใด
ก. หลักการแบ่งแยกอำนาจ
ข. หลักนิติรัฐ (หลักการไม่มีผลย้อนหลังของกฎหมายอาญา)
ค. หลักการกระจายอำนาจ
ง. หลักความเสมอภาคทางภาษี
- องค์กรใดมีอำนาจวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติหรือกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ก. ศาลปกครองสูงสุด
ข. ศาลรัฐธรรมนูญ
ค. ศาลฎีกา
ง. คณะกรรมการกฤษฎีกา
- ข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับหน่วยงานของรัฐอันเนื่องจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลใด
ก. ศาลปกครอง
ข. ศาลแพ่ง
ค. ศาลแรงงาน
ง. ศาลทหาร
- องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จัดเป็นราชการบริหารส่วนใดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ก. ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
ข. ราชการบริหารส่วนกลาง
ค. ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
ง. ราชการบริหารส่วนพิเศษ
- กฎหมายในข้อใดจัดเป็นกฎหมายมหาชน
ก. กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ข. กฎหมายว่าด้วยหนี้
ค. กฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายระหว่างเอกชน
ง. กฎหมายว่าด้วยมรดก
ส่วนที่ 2 กฎหมายปกครอง
- “คำสั่งทางปกครอง” ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 หมายถึงข้อใด
ก. การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล
ข. การให้คำแนะนำทางวิชาการแก่ประชาชนทั่วไป
ค. การปฏิบัติงานภายในของหน่วยงานที่ไม่กระทบสิทธิของผู้ใด
ง. การกระทำของเอกชนต่อเอกชน
- คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือและการยืนยันเป็นหนังสือ ต้องจัดให้มีเหตุผลอย่างน้อยตามข้อใด
ก. เฉพาะข้อกฎหมายที่ใช้อ้างอิง
ข. เฉพาะชื่อและตำแหน่งของผู้ออกคำสั่ง
ค. ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่ใช้อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ
ง. เฉพาะวันที่มีผลใช้บังคับ
- ผู้ได้รับคำสั่งทางปกครองที่ไม่พอใจ ต้องอุทธรณ์ภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
ก. 7 วัน
ข. 15 วัน
ค. 30 วัน
ง. 60 วัน
- เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ต้องพิจารณาอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ (ไม่นับการขยายเวลา)
ก. 30 วัน
ข. 15 วัน
ค. 45 วัน
ง. 90 วัน
- เจ้าหน้าที่ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ ยกเว้นข้อใดไม่ใช่ลักษณะต้องห้าม
ก. เป็นคู่กรณีเอง
ข. เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี
ค. ผู้ที่เป็นข้าราชการสังกัดหน่วยงานเดียวกับคู่กรณี
ง. เป็นญาติของคู่กรณีสืบสายโลหิตโดยตรง
- การแจ้งคำสั่งทางปกครองทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายในประเทศ ให้ถือว่าผู้รับได้รับแจ้งเมื่อใด (หากไม่มีการพิสูจน์ได้ว่าได้รับก่อนหรือหลังจากนั้น)
ก. เมื่อครบ 3 วันนับแต่วันที่ส่งมอบ
ข. เมื่อครบ 15 วันนับแต่วันที่ส่งมอบ
ค. ในวันที่ส่งมอบให้พนักงานไปรษณีย์
ง. เมื่อครบ 7 วันนับแต่วันที่ส่งมอบให้พนักงานไปรษณีย์
- หากคำสั่งทางปกครองไม่ได้แจ้งสิทธิในการอุทธรณ์และระยะเวลาอุทธรณ์ ระยะเวลาอุทธรณ์ที่ขยายออกไปจะสิ้นสุดเมื่อใด (กรณีไม่มีการแจ้งใหม่)
ก. เมื่อพ้น 90 วัน
ข. เมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น
ค. เมื่อพ้น 6 เดือน
ง. ไม่มีกำหนดเวลา
- ก่อนออกคำสั่งทางปกครองที่อาจกระทบสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างไรตามหลักทั่วไป
ก. ออกคำสั่งได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งผู้ใด
ข. ให้คู่กรณีมีโอกาสทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน
ค. แจ้งเฉพาะหัวหน้าหน่วยงาน
ง. ให้คู่กรณีเป็นผู้ร่างคำสั่ง
- ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หากเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายต้องฟ้องใคร
ก. ตัวเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดเท่านั้น
ข. หัวหน้าส่วนราชการทุกคนในจังหวัด
ค. ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ง. หน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่นั้นสังกัด
- หน่วยงานของรัฐใช้สิทธิไล่เบี้ยให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ในกรณีใด
ก. เมื่อเจ้าหน้าที่ประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย
ข. ทุกกรณีที่หน่วยงานเสียหาย
ค. เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งให้ทำ
ง. เมื่อเจ้าหน้าที่กระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
- การเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดอย่างไร
ก. ต้องชดใช้เต็มจำนวนทุกกรณี
ข. ไม่ต้องชดใช้เลย
ค. อาจให้ชดใช้เต็มจำนวนหรือเพียงบางส่วนก็ได้ โดยคำนึงถึงระดับความร้ายแรงของการกระทำและพฤติการณ์ต่าง ๆ
ง. ต้องชดใช้สองเท่าของความเสียหาย
- เจ้าหน้าที่กระทำละเมิดโดยไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ ผลทางกฎหมายคือข้อใด
ก. หน่วยงานต้องรับผิดชอบทั้งหมด
ข. รัฐมนตรีต้องรับผิดแทน
ค. เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดเป็นการเฉพาะตัว
ง. ไม่มีผู้ใดต้องรับผิด
- ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ “เจ้าหน้าที่” หมายความรวมถึงบุคคลใด
ก. เฉพาะข้าราชการพลเรือนสามัญ
ข. เฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูง
ค. ข้าราชการ พนักงานของรัฐ ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น
ง. เฉพาะผู้ที่ได้รับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดิน
- กรณีเจ้าหน้าที่หลายคนร่วมกันกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ การรับผิดเป็นอย่างไรตามกฎหมายดังกล่าว
ก. ต่างรับผิดเฉพาะส่วนของตน ไม่นำหลักลูกหนี้ร่วมมาใช้
ข. ทุกคนรับผิดร่วมกันเป็นลูกหนี้ร่วมเสมอ
ค. เฉพาะผู้บังคับบัญชารับผิดฝ่ายเดียว
ง. ไม่ต้องรับผิดเพราะทำเป็นหมู่คณะ
- ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 การฟ้องคดีปกครองทั่วไปต้องฟ้องภายในกี่วันนับแต่ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี
ก. 90 วัน
ข. 30 วัน
ค. 60 วัน
ง. 180 วัน
- ศาลปกครองในประเทศไทยมีกี่ชั้น และได้แก่ศาลใด
ก. 3 ชั้น ได้แก่ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา
ข. 1 ชั้น คือศาลปกครองกลางเท่านั้น
ค. 2 ชั้น ได้แก่ ศาลแขวงและศาลจังหวัด
ง. 2 ชั้น ได้แก่ ศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด
- คดีใดจัดเป็นคดีปกครองที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง
ก. คดีหย่าระหว่างสามีภรรยา
ข. คดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ค. คดีพิพาทเรื่องมรดกระหว่างทายาท
ง. คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง
- คดีใดต่อไปนี้ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง
ก. คดีฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบ
ข. คดีฟ้องว่าหน่วยงานของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย
ค. คดีฟ้องว่ากฎที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ง. คดีละเมิดระหว่างเอกชนด้วยกัน
- ระบบวิธีพิจารณาคดีของศาลปกครองเป็นระบบใด
ก. ระบบกล่าวหา
ข. ระบบไต่สวน
ค. ระบบลูกขุน
ง. ระบบประนอมข้อพิพาทเท่านั้น
- ผู้มีสิทธิฟ้องคดีปกครองต้องมีคุณสมบัติตามข้อใด
ก. เป็นข้าราชการทุกคน
ข. เป็นผู้ที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น
ค. เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ จากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของหน่วยงานของรัฐ
ง. เป็นผู้ที่ไม่เคยมีคดีมาก่อน
ส่วนที่ 3 กฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดพิมพ์ลงในราชกิจจานุเบกษา ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ก. รายชื่อผู้มาติดต่อราชการทุกวัน
ข. โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงานของหน่วยงาน สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีดำเนินงาน และสถานที่ติดต่อเพื่อขอข้อมูลข่าวสาร
ค. ข้อมูลส่วนตัวของข้าราชการทุกคน
ง. บันทึกการสนทนาส่วนตัวของผู้บริหาร
- ข้อมูลข่าวสารใดที่หน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งไม่เปิดเผยได้
ก. ข้อมูลสัญญาสัมปทานที่รัฐทำกับเอกชน
ข. ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน
ค. แผนงานและงบประมาณประจำปีของหน่วยงาน
ง. ข้อมูลที่หากเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคล
- ผู้ขอข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้รับการเปิดเผย มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการใด และภายในกี่วัน
ก. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ภายใน 15 วัน
ข. คณะรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน
ค. ศาลฎีกา ภายใน 60 วัน
ง. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 7 วัน
- ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ บุคคลมีสิทธิตรวจดูข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลใดเป็นพิเศษ
ก. ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเอง
ข. ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของเพื่อนบ้าน
ค. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริหารทุกคน
ง. ข้อมูลของบุคคลใดก็ได้โดยไม่ต้องมีเหตุผล
- “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” หมายถึงข้อมูลข่าวสารในลักษณะใด
ก. เฉพาะเอกสารที่มีตราครุฑ
ข. เฉพาะข้อมูลที่เป็นความลับทางราชการ
ค. เฉพาะข้อมูลที่เผยแพร่ในเว็บไซต์
ง. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ
- “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หมายถึงบุคคลใด
ก. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น
ข. บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ค. ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกราย
ง. เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์
- “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” คือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการในลักษณะใด
ก. ตัดสินใจวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลด้วยตนเองทั้งหมด
ข. ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ค. เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ง. เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของหน่วยงาน
- ข้อมูลในข้อใดจัดเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data) ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ก. ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา หรือความคิดเห็นทางการเมือง
ข. ชื่อ-นามสกุลที่ปรากฏในบัตรประชาชน
ค. ที่อยู่ไปรษณีย์
ง. ชื่อหน่วยงานที่ทำงาน
- เมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในกี่ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ (เท่าที่จะสามารถกระทำได้)
ก. 24 ชั่วโมง
ข. 48 ชั่วโมง
ค. 72 ชั่วโมง
ง. 7 วัน
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใดต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
ก. เฉพาะธนาคารพาณิชย์เท่านั้น
ข. เฉพาะร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก
ค. หน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ง. ไม่มีผู้ใดต้องแต่งตั้ง
ส่วนที่ 4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อใด
ก. เมื่ออยู่ในครรภ์มารดา
ข. เมื่อได้จดทะเบียนการเกิด
ค. เมื่ออายุครบ 1 ปี
ง. เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก
- ผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะก่อนอายุ 20 ปีบริบูรณ์ได้ในกรณีใด
ก. เมื่อมีงานทำ
ข. เมื่อมีอายุ 15 ปีบริบูรณ์
ค. เมื่อสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย (ซึ่งต้องมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป)
ง. เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา
- นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำโดยปราศจากความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม (ซึ่งไม่ใช่กรณียกเว้น) มีผลอย่างไร
ก. ตกเป็นโมฆะ
ข. ตกเป็นโมฆียะ
ค. สมบูรณ์เสมอ
ง. ใช้บังคับไม่ได้เฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท
- นิติกรรมใดที่ผู้เยาว์ทำได้โดยลำพังโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
ก. นิติกรรมซึ่งผู้เยาว์ได้สิทธิอย่างเดียวหรือหลุดพ้นจากหน้าที่
ข. การขายที่ดินของตนเอง
ค. การกู้ยืมเงินจำนวนมาก
ง. การค้ำประกันหนี้ผู้อื่น
- นิติกรรมที่ไม่ได้ทำตามแบบที่กฎหมายบังคับไว้ ผลคือข้อใด
ก. ตกเป็นโมฆะ
ข. ตกเป็นโมฆียะ
ค. สมบูรณ์แต่ต้องชำระค่าปรับ
ง. เป็นนิติกรรมที่ใช้บังคับได้บางส่วน
- การบอกล้างนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ ต้องกระทำภายในระยะเวลาใด
ก. ภายใน 30 วันนับแต่ทำนิติกรรม
ข. ภายใน 1 ปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่ได้ทำนิติกรรม
ค. ภายใน 5 ปีนับแต่ทำนิติกรรมเท่านั้น
ง. ไม่มีกำหนดเวลา
- การแสดงเจตนาลวงที่ทำขึ้นโดยสมรู้กันระหว่างคู่กรณี มีผลอย่างไรระหว่างคู่กรณี
ก. ตกเป็นโมฆียะ
ข. ตกเป็นโมฆะ
ค. สมบูรณ์เสมอ
ง. เป็นนิติกรรมที่บอกล้างได้ภายใน 1 ปี
- การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม มีผลอย่างไร
ก. ตกเป็นโมฆียะ
ข. สมบูรณ์เสมอ
ค. เป็นนิติกรรมที่ใช้บังคับได้ครึ่งหนึ่ง
ง. ตกเป็นโมฆะ
- การแสดงเจตนาที่เกิดจากสาเหตุใดต่อไปนี้ ตกเป็นโมฆียะ
ก. กลฉ้อฉลถึงขนาด หรือการข่มขู่
ข. การไม่ทำตามแบบที่กฎหมายบังคับ
ค. วัตถุประสงค์ของนิติกรรมขัดต่อกฎหมาย
ง. การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กัน
- อายุความทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ไม่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น มีกำหนดกี่ปี
ก. 10 ปี
ข. 5 ปี
ค. 2 ปี
ง. 15 ปี
- การกู้ยืมเงินเกินกว่ากี่บาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้
ก. 2,000 บาท
ข. 500 บาท
ค. 5,000 บาท
ง. 10,000 บาท
- ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 อัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่เรียกได้ตามสัญญากู้ยืมเงินคือเท่าใด
ก. ร้อยละ 7.5 ต่อปี
ข. ร้อยละ 20 ต่อปี
ค. ร้อยละ 30 ต่อปี
ง. ร้อยละ 15 ต่อปี
- สัญญาค้ำประกันจะฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้ค้ำประกันได้ จะต้องมีหลักฐานอย่างไร
ก. ตกลงด้วยวาจาก็เพียงพอ
ข. ต้องจดทะเบียนที่อำเภอ
ค. ต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน
ง. มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน
- ผู้ค้ำประกันมีสิทธิเกี่ยงให้เจ้าหนี้ไปเรียกร้องเอาจากลูกหนี้ก่อนได้ ยกเว้นกรณีใด
ก. เมื่อลูกหนี้ผิดนัด
ข. ผู้ค้ำประกันได้สละสิทธิเกี่ยง หรือได้ค้ำประกันในฐานะลูกหนี้ร่วม
ค. เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
ง. เมื่อเจ้าหนี้เป็นหน่วยงานของรัฐ
- สัญญาจำนองมีผลสมบูรณ์เมื่อใด
ก. ทำด้วยวาจาและส่งมอบทรัพย์
ข. ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ค. ทำเป็นหนังสือโดยไม่ต้องจดทะเบียน
ง. ส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้รับจำนอง
- สัญญาจำนำจะบริบูรณ์เมื่อมีการกระทำใด
ก. ส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำให้แก่ผู้รับจำนำ
ข. จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน
ค. ทำเป็นหนังสือต่อหน้าพยาน 2 คน
ง. ชำระค่าธรรมเนียมแก่รัฐ
- สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะสมบูรณ์
ก. ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ข. ตกลงกันด้วยวาจา
ค. ทำเป็นหนังสือเท่านั้น ไม่ต้องจดทะเบียน
ง. วางมัดจำก็พอ
- สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเวลาเกิน 3 ปี หากไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน จะมีผลอย่างไร
ก. เป็นโมฆะทั้งหมด
ข. ฟ้องร้องบังคับไม่ได้เลย
ค. ฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียง 3 ปี
ง. บังคับได้เต็มตามสัญญา
- ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ผู้ใดต้องรับผิดฐานละเมิด
ก. ผู้ที่ทำให้ผู้อื่นไม่พอใจ
ข. ผู้ที่ผิดสัญญา
ค. ผู้ที่ไม่ชำระภาษี
ง. ผู้ที่จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด
- นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำ เมื่อใด
ก. ทุกกรณีแม้นอกเวลางาน
ข. เมื่อลูกจ้างทำละเมิดต่อบุคคลในครอบครัวเท่านั้น
ค. ไม่ต้องรับผิดไม่ว่ากรณีใด
ง. ในทางการที่จ้าง
- อายุความฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด มีกำหนดเท่าใด
ก. 1 ปีนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด
ข. 5 ปีนับแต่วันทำละเมิด
ค. 2 ปีนับแต่วันทำละเมิด
ง. 20 ปีนับแต่วันทำละเมิด
- นิติบุคคลจะแสดงเจตนาและดำเนินกิจการต่าง ๆ ได้โดยทางใด
ก. โดยตัวนิติบุคคลเองโดยตรงโดยไม่ต้องมีผู้แทน
ข. โดยนายทะเบียนเป็นผู้ทำแทนทุกกรณี
ค. โดยศาลเป็นผู้ดำเนินการ
ง. โดยผู้แทนของนิติบุคคลตามที่กฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้งกำหนด
- กรณีหนี้ที่มีกำหนดเวลาชำระ ซึ่งกำหนดไว้ตามวันแห่งปฏิทิน ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อใด
ก. เมื่อเจ้าหนี้ฟ้องคดี
ข. เมื่อพ้นกำหนดเวลานั้นไป โดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อน
ค. เมื่อเจ้าหนี้เตือน 3 ครั้ง
ง. เมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันครบกำหนด
- สิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับดอกเบี้ยค้างชำระ ค่าเช่าทรัพย์สินค้างชำระ มีอายุความกี่ปี
ก. 2 ปี
ข. 10 ปี
ค. 1 ปี
ง. 5 ปี
- สิทธิเรียกร้องค่าสินค้า ค่าอาหาร ค่าที่พักอาศัย ฯลฯ ที่พ่อค้าหรือผู้ประกอบการเรียกจากผู้บริโภค มีอายุความกี่ปี
ก. 5 ปี
ข. 2 ปี
ค. 10 ปี
ง. 6 เดือน
- ในสัญญาต่างตอบแทน คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิอย่างไร หากอีกฝ่ายไม่ชำระหนี้หรือไม่เสนอที่จะชำระหนี้ของตน
ก. ไม่ต้องชำระหนี้ของตนจนกว่าอีกฝ่ายจะชำระหนี้หรือเสนอที่จะชำระ
ข. ต้องชำระหนี้ของตนก่อนเสมอ
ค. ยกเลิกสัญญาได้โดยไม่ต้องบอกเลิก
ง. ฟ้องคดีอาญาได้ทันที
- เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผลทางกฎหมายคือข้อใด
ก. สัญญายังคงมีผลต่อไป
ข. ฝ่ายที่บอกเลิกต้องชำระค่าเสียหายเสมอ
ค. ไม่ต้องคืนสิ่งใดต่อกัน
ง. คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องให้อีกฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม
- ถ้าเบี้ยปรับที่กำหนดไว้ในสัญญาสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจอย่างไร
ก. ต้องบังคับตามสัญญาทั้งหมด
ข. ลดเบี้ยปรับลงเป็นจำนวนพอสมควรได้
ค. ยกเลิกสัญญาได้ทันที
ง. เพิ่มเบี้ยปรับขึ้นอีกได้
ส่วนที่ 5 กฎหมายอาญา
- ผู้ที่เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต มีความผิดฐานใด
ก. ฉ้อโกง
ข. ยักยอก
ค. รับของโจร
ง. ลักทรัพย์
- ความผิดฐานฉ้อโกงมีองค์ประกอบสำคัญตามข้อใด
ก. เอาทรัพย์ไปโดยผู้เสียหายไม่รู้เห็น
ข. ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นแล้วเบียดบังเอาไว้
ค. ทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย
ง. หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริง ทำให้ได้ทรัพย์สินไปโดยทุจริต
- ผู้ใดครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต มีความผิดฐานใด
ก. ลักทรัพย์
ข. วิ่งราวทรัพย์
ค. ชิงทรัพย์
ง. ยักยอก
- ตามประมวลกฎหมายอาญา “กระทำโดยเจตนา” หมายถึงข้อใด
ก. กระทำโดยไม่ได้ตั้งใจ
ข. กระทำโดยขาดความระมัดระวัง
ค. กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำ และในขณะเดียวกันประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
ง. กระทำเพราะถูกบังคับเท่านั้น
- การกระทำใดที่ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด
ก. การแก้แค้นหลังเหตุการณ์สิ้นสุดแล้ว
ข. การทำร้ายผู้อื่นก่อนเพื่อป้องกันล่วงหน้าในอนาคตไกล ๆ
ค. การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือผู้อื่นให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ซึ่งเป็นภัยที่ละเมิดต่อกฎหมาย โดยพอสมควรแก่เหตุ
ง. การกระทำที่เกินกว่าเหตุอย่างมาก
- เด็กอายุไม่เกินกี่ปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา
ก. 10 ปี
ข. 12 ปี
ค. 15 ปี
ง. 18 ปี
- ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผล ผู้นั้นต้องรับโทษอย่างไร
ก. ระวางโทษสองในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
ข. ระวางโทษเท่ากับความผิดสำเร็จ
ค. ระวางโทษหนึ่งในสี่ของโทษ
ง. ไม่ต้องรับโทษ
- ผู้ใดใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ถ้าความผิดได้กระทำตามที่ใช้ ผู้ใช้ต้องรับโทษอย่างไร
ก. ระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
ข. ไม่ต้องรับโทษ
ค. ระวางโทษเพียงกึ่งหนึ่ง
ง. รับโทษเฉพาะค่าปรับ
- ตามประมวลกฎหมายอาญา “เจ้าพนักงาน” หมายความว่าอย่างไร
ก. เฉพาะข้าราชการที่ได้รับเงินเดือน
ข. เฉพาะตำรวจและทหาร
ค. เฉพาะผู้บริหารระดับสูง
ง. บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งตามกฎหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ว่าเป็นประจำหรือชั่วคราว และไม่ว่าได้รับค่าตอบแทนหรือไม่
- เจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริต มีความผิดตามมาตราใดของประมวลกฎหมายอาญา
ก. มาตรา 288
ข. มาตรา 334
ค. มาตรา 341
ง. มาตรา 157
- เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต มีความผิดฐานใด
ก. ลักทรัพย์
ข. ฉ้อโกงประชาชน
ค. รับสินบน
ง. ยักยอกโดยเจ้าพนักงาน (มาตรา 147)
- การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เป็นความผิดฐานใด
ก. ฉ้อโกง
ข. บุกรุก
ค. หมิ่นประมาท
ง. ยักยอก
ส่วนที่ 6 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา
- ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คดีแพ่งทั่วไปให้ยื่นฟ้องต่อศาลใด
ก. ศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล
ข. ศาลที่โจทก์สะดวกที่สุดเท่านั้น
ค. ศาลฎีกาโดยตรง
ง. ศาลที่ใกล้ที่สุดกับสำนักงานอัยการ
- จำเลยต้องยื่นคำให้การภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง (ตามหลักทั่วไป)
ก. 15 วัน
ข. 7 วัน
ค. 30 วัน
ง. 60 วัน
- ระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ในคดีแพ่ง และฎีกา ตามลำดับ คือเท่าใด นับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง
ก. 15 วัน และ 15 วัน
ข. 30 วัน และ 60 วัน
ค. 1 เดือน และ 1 เดือน
ง. 3 เดือน และ 6 เดือน
- หลักการภาระการพิสูจน์ในคดีแพ่งตามกฎหมายคือข้อใด
ก. จำเลยต้องพิสูจน์เสมอ
ข. คู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น
ค. ศาลเป็นผู้พิสูจน์แทนทุกกรณี
ง. ไม่ต้องพิสูจน์ใด ๆ
- การขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีแพ่ง ต้องกระทำภายในกี่ปีนับแต่วันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด
ก. 5 ปี
ข. 2 ปี
ค. 10 ปี
ง. 20 ปี
- ข้อเท็จจริงใดที่ไม่ต้องนำสืบในคดีแพ่ง
ก. ข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายเดียวกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐาน
ข. ข้อเท็จจริงที่เป็นข้อพิพาทหลัก
ค. ข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป
ง. ข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้อง
- “ผู้เสียหาย” ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมายถึงข้อใด
ก. เฉพาะผู้ที่ถึงแก่ความตาย
ข. เฉพาะรัฐเท่านั้น
ค. เฉพาะพยานในคดี
ง. บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งผู้มีอำนาจจัดการแทนได้
- ความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในกี่เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด (มิฉะนั้นเป็นอันขาดอายุความ)
ก. 1 เดือน
ข. 3 เดือน
ค. 6 เดือน
ง. 1 ปี
- เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนต้องส่งตัวผู้ถูกจับไปยังศาลเพื่อขออำนาจฝากขังภายในกี่ชั่วโมงนับแต่ผู้ถูกจับถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน
ก. 24 ชั่วโมง
ข. 72 ชั่วโมง
ค. 48 ชั่วโมง
ง. 7 วัน
- ความผิดที่มีโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี มีอายุความฟ้องคดีอาญากี่ปี
ก. 5 ปี
ข. 10 ปี
ค. 15 ปี
ง. 20 ปี
ส่วนที่ 7 การป้องกันการทุจริต การจัดซื้อจัดจ้าง การร่างกฎหมาย และงานสารบรรณ
- คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการอื่นรวมกี่คน
ก. 7 คน
ข. 11 คน
ค. 15 คน
ง. 9 คน
- ตามประกาศ ป.ป.ช. เจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาจากบุคคลได้ในมูลค่าไม่เกินเท่าใดต่อบุคคลต่อปี
ก. 500 บาท
ข. 10,000 บาท
ค. 3,000 บาท
ง. ไม่จำกัดจำนวน
- วิธีการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้แก่วิธีใด
ก. วิธีประมูลลับและวิธีตกลงปากเปล่า
ข. วิธีจับสลากและวิธีให้เปล่า
ค. วิธีเดียวคือวิธีเฉพาะเจาะจง
ง. ประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง
- หลักการสำคัญในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ได้แก่ข้อใด
ก. รวดเร็วและเป็นความลับ
ข. เลือกผู้ขายรายเดิมเสมอ
ค. คุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้
ง. ราคาต่ำสุดเสมอโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ
- ผู้ที่ไม่มีสิทธิเข้ายื่นข้อเสนอหรือเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ได้แก่ผู้ใด
ก. ผู้ที่ประกอบกิจการมานานกว่า 10 ปี
ข. ผู้ที่ถูกแจ้งเวียนชื่อเป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
ค. ผู้ที่จดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้อง
ง. ผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดอย่างเปิดเผย
- สัญญาเกิดขึ้นเมื่อใดตามหลักกฎหมายแพ่ง
ก. เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตนาเพียงฝ่ายเดียว
ข. เมื่อคำเสนอและคำสนองถูกต้องตรงกัน
ค. เมื่อทำเอกสารคัดลอกเท่านั้น
ง. เมื่อจ่ายค่าธรรมเนียม
- หนังสือราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 มีกี่ชนิด
ก. 6 ชนิด
ข. 3 ชนิด
ค. 4 ชนิด
ง. 8 ชนิด
- เมื่อกฎหมายสองฉบับมีข้อความขัดแย้งกัน และฉบับหนึ่งมีลำดับศักดิ์สูงกว่า หลักการใช้กฎหมายที่ถูกต้องคือข้อใด
ก. ใช้กฎหมายที่ออกมาก่อน
ข. ใช้กฎหมายที่ยาวกว่า
ค. ให้ผู้ปฏิบัติเลือกตามความสะดวก
ง. ใช้กฎหมายที่มีลำดับศักดิ์สูงกว่า
เฉลยข้อสอบ นิติกรปฏิบัติการ สทบ.
|
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
|
1 |
ค |
21 |
ง |
41 |
ค |
61 |
ง |
81 |
ง |
|
2 |
ง |
22 |
ง |
42 |
ค |
62 |
ง |
82 |
ค |
|
3 |
ค |
23 |
ค |
43 |
ง |
63 |
ก |
83 |
ก |
|
4 |
ข |
24 |
ค |
44 |
ค |
64 |
ง |
84 |
ก |
|
5 |
ข |
25 |
ค |
45 |
ข |
65 |
ข |
85 |
ค |
|
6 |
ง |
26 |
ก |
46 |
ก |
66 |
ง |
86 |
ข |
|
7 |
ง |
27 |
ก |
47 |
ก |
67 |
ข |
87 |
ค |
|
8 |
ข |
28 |
ง |
48 |
ข |
68 |
ก |
88 |
ค |
|
9 |
ข |
29 |
ง |
49 |
ข |
69 |
ง |
89 |
ง |
|
10 |
ก |
30 |
ง |
50 |
ง |
70 |
ข |
90 |
ข |
|
11 |
ก |
31 |
ข |
51 |
ก |
71 |
ง |
91 |
ค |
|
12 |
ก |
32 |
ค |
52 |
ก |
72 |
ง |
92 |
ง |
|
13 |
ก |
33 |
ข |
53 |
ก |
73 |
ง |
93 |
ง |
|
14 |
ค |
34 |
ง |
54 |
ง |
74 |
ค |
94 |
ค |
|
15 |
ข |
35 |
ก |
55 |
ง |
75 |
ค |
95 |
ง |
|
16 |
ก |
36 |
ก |
56 |
ข |
76 |
ข |
96 |
ค |
|
17 |
ค |
37 |
ง |
57 |
ข |
77 |
ก |
97 |
ข |
|
18 |
ง |
38 |
ข |
58 |
ก |
78 |
ก |
98 |
ข |
|
19 |
ข |
39 |
ข |
59 |
ก |
79 |
ง |
99 |
ก |
|
20 |
ข |
40 |
ก |
60 |
ค |
80 |
ง |
100 |
ง |
