แนวข้อสอบนักทัศนมาตร
โรงพยาบาลพุทธชินราช
ขอบเขตเนื้อหา
ข้อ 1–10 กายวิภาคและสรีรวิทยาการมองเห็น
ข้อ 11–25 ทัศนศาสตร์และการคำนวณเลนส์
ข้อ 26–45 การวัดการมองเห็นและการหักเหแสง
ข้อ 46–60 การมองเห็นสองตาและการจ่ายแว่น
ข้อ 61–70 คอนแทคเลนส์
ข้อ 71–80 เครื่องมือและการแปลผลตรวจ
ข้อ 81–90 โรคตาและภาวะฉุกเฉิน
ข้อ 91–100 เด็ก สายตาเลือนราง และคุณภาพบริการ
การดูแลผู้ป่วยจริงต้องใช้การประเมินเฉพาะบุคคล ปฏิบัติตามขอบเขตวิชาชีพ ระบบส่งต่อ และแนวทางของหน่วยงาน
ข้อสอบข้อ 1 ถึง 5
- โครงสร้างใดให้กำลังหักเหแสงส่วนใหญ่ของตาปกติ
ก. จอตา
ข. กระจกตา
ค. ม่านตา
ง. วุ้นตา
- บริเวณใดให้การเห็นรายละเอียดสูงที่สุดในภาวะปกติ
ก. Ciliary body
ข. Optic disc
ค. Fovea
ง. Ora serrata
- เซลล์รับแสงชนิดใดเด่นในการเห็นในที่มืด
ก. Ganglion cell
ข. Bipolar cell
ค. Rod
ง. Cone
- เหตุใด optic disc จึงเป็นจุดบอดทางสรีรวิทยา
ก. ไม่มีหลอดเลือด
ข. มี cone มากเกินไป
ค. ไม่มี photoreceptor
ง. อยู่หน้ากระจกตา
- กล้ามเนื้อใดควบคุมการปรับกำลังเลนส์ตาเพื่อมองใกล้
ก. Superior oblique
ข. Lateral rectus
ค. Orbicularis oculi
ง. Ciliary muscle
ข้อสอบข้อ 6 ถึง 10
- ทางไหลออกหลักของ aqueous humor คือข้อใด
ก. ท่อน้ำตาไปจมูก
ข. Trabecular meshwork ไป Schlemm canal
ค. เลนส์ตาไป optic nerve
ง. วุ้นตาไป fovea
- กล้ามเนื้อ lateral rectus ได้รับเส้นประสาทสมองคู่ใด
ก. คู่ที่ 6
ข. คู่ที่ 7
ค. คู่ที่ 2
ง. คู่ที่ 4
- เมื่อส่องไฟตาขวา รูม่านตาซ้ายหดเรียกว่าอะไร
ก. Consensual light reflex
ข. Accommodation lag
ค. Suppression
ง. Stereopsis
- โครงสร้างใดผลิตชั้นไขมันสำคัญของฟิล์มน้ำตา
ก. Crystalline lens
ข. Meibomian gland
ค. Retina
ง. Optic nerve
- การมองเห็นสีปกติเกี่ยวข้องกับเซลล์ใดมากที่สุด
ก. Cone
ข. Trabecular cell
ค. Rod เพียงอย่างเดียว
ง. Corneal endothelium
ข้อสอบข้อ 11 ถึง 15
- เลนส์ที่มีความยาวโฟกัส 0.50 เมตรในอากาศมีกำลังเท่าใด
ก. +20.00 D
ข. +0.50 D
ค. +5.00 D
ง. +2.00 D
- เลนส์ −4.00 D มีความยาวโฟกัสเท่าใดในอากาศ
ก. −0.25 เมตร
ข. +4 เมตร
ค. +0.25 เมตร
ง. −4 เมตร
- สายตาสั้นในตาที่ไม่เพ่งมีภาพจากวัตถุไกลตกที่ใด
ก. หน้าจอตา
ข. หลังจอตา
ค. บน optic disc เสมอ
ง. บนกระจกตาเสมอ
- เลนส์ใดใช้แก้สายตายาวแบบทั่วไป
ก. ปริซึมอย่างเดียว
ข. เลนส์บวก
ค. เลนส์ทึบแสง
ง. เลนส์ลบ
- ภาวะ regular astigmatism มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. ตาทั้งสองสั้นเท่ากัน
ข. รูม่านตาไม่ตอบสนอง
ค. ไม่มีจุดโฟกัสใดเลย
ง. กำลังในสองแนวหลักต่างกัน
ข้อสอบข้อ 16 ถึง 20
- Spherical equivalent ของ −2.00 −1.00 ×180 คือเท่าใด
ก. −3.00 D
ข. −1.50 D
ค. −2.50 D
ง. +2.50 D
- Transpose ของ +1.00 −2.00 ×180 คือข้อใด
ก. +3.00 −2.00 ×90
ข. +1.00 +2.00 ×90
ค. −1.00 +2.00 ×180
ง. −1.00 +2.00 ×90
- เลนส์ +2.00 −1.00 ×180 มีกำลังที่แนว 90 เท่าใด
ก. +1.00 D
ข. +3.00 D
ค. −1.00 D
ง. +2.00 D
- เลนส์ cylinder มีผลกำลังเพิ่มตาม cylinder ที่แนวใด
ก. ทุกแนวเท่ากัน
ข. เฉพาะขอบล่าง
ค. ตั้งฉากกับแกน cylinder
ง. ตามแกน cylinder
- Prentice rule สำหรับปริซึมเหนี่ยวนำคือข้อใด
ก. Δ = F ยกกำลังสอง
ข. Δ = 1 หาร cF
ค. Δ = c เป็นเซนติเมตร คูณ F
ง. Δ = c เป็นเมตร หาร F
ข้อสอบข้อ 21 ถึง 25
- มองผ่านเลนส์ +5.00 D ห่าง optical center 4 มม. ได้ขนาดปริซึมเท่าใด
ก. 1.25Δ
ข. 20Δ
ค. 0.2Δ
ง. 2Δ
- เลนส์บวกเมื่อมองผ่านจุดเหนือ optical center ให้ฐานปริซึมไปทางใด
ก. ขึ้น
ข. ลง
ค. ออกด้านข้างเสมอ
ง. ไม่มีปริซึม
- กำลังแว่น −10.00 D ที่ vertex distance 12 มม. เมื่อย้ายไปที่กระจกตาใกล้เคียงข้อใด
ก. −10.12 D
ข. −11.36 D
ค. −8.93 D
ง. −12.00 D
- ผู้ป่วยสายตาสั้น −2.00 D ไม่เพ่ง มี far point ประมาณเท่าใด
ก. 4 เมตร
ข. 2 เมตร
ค. 0.50 เมตร
ง. 0.02 เมตร
- งานระยะ 40 ซม. มี accommodative demand สำหรับตา emmetropia เท่าใด
ก. 0.40 D
ข. 25.00 D
ค. 2.50 D
ง. 4.00 D
ข้อสอบข้อ 26 ถึง 30
- ค่า VA 6/12 หมายความว่าอย่างไร
ก. มีสายตาสั้น −2.00 D แน่นอน
ข. เห็นที่ 6 เมตรในขนาดที่ตาอ้างอิงเห็นได้ที่ 12 เมตร
ค. เห็นได้เพียงร้อยละ 12
ง. เห็นชัดกว่าค่า 6/6
- VA แบบ decimal ของ 6/24 เท่ากับข้อใด
ก. 0.60
ข. 0.25
ค. 4.00
ง. 0.40
- ค่า logMAR ของ VA 6/6 คือเท่าใด
ก. 1.0
ข. 0.0
ค. 0.6
ง. −1.0
- เมื่อ VA ดีขึ้นผ่าน pinhole ข้อใดเป็นการแปลผลที่เหมาะสม
ก. ยืนยันว่าไม่มีโรคตา
ข. ยืนยันต้อหิน
ค. ต้องผ่าตัดทันที
ง. มีองค์ประกอบจากความคลาดเคลื่อนทางแสงได้
- ควรบันทึก VA อย่างไรจึงเปรียบเทียบผลได้ดี
ก. บันทึกเพียงว่าปกติ
ข. ระบุตาข้าง ระยะ และสภาวะแก้ไขสายตา
ค. รวมสองตาเป็นค่าเดียวเสมอ
ง. ระบุเฉพาะสีแผ่นทดสอบ
ข้อสอบข้อ 31 ถึง 35
- การตรวจ near VA ควรควบคุมสิ่งใด
ก. อุณหภูมิห้องอย่างเดียว
ข. สีรองเท้า
ค. ความสูงโต๊ะอย่างเดียว
ง. ระยะอ่านและแสงส่องสว่าง
- Retinoscopy จัดเป็นการตรวจแบบใด
ก. Color vision test
ข. Subjective refraction อย่างเดียว
ค. Perimetry
ง. Objective refraction
- Retinoscopy ที่ระยะทำงาน 67 ซม. ต้องหัก working distance ประมาณเท่าใด
ก. +0.67 D
ข. +6.70 D
ค. +1.50 D
ง. +2.50 D
- Retinoscopy ได้ gross +3.00 D ที่ระยะ 50 ซม. ค่า net sphere เท่าใด
ก. +5.00 D
ข. −1.00 D
ค. +2.50 D
ง. +1.00 D
- หลักการ fogging ใน subjective refraction คืออะไร
ก. ลดแสงจนอ่านไม่ได้
ข. ใช้เลนส์ลบกระตุ้นการเพ่งให้มากที่สุด
ค. ปิดตาทั้งสองตลอดการตรวจ
ง. ใช้เลนส์บวกช่วยลดการเพ่ง
ข้อสอบข้อ 36 ถึง 40
- จุดยุติ sphere ในผู้ใหญ่ทั่วไปควรยึดหลักใด
ก. เลือกเลนส์ที่แพงที่สุด
ข. ให้ VA ลดลงสองแถวเสมอ
ค. บวกมากที่สุดหรือลบน้อยที่สุดที่ให้ VA ดีที่สุด
ง. ลบมากที่สุดเสมอ
- Jackson cross cylinder ใช้ปรับสิ่งใดเป็นหลัก
ก. แกนและกำลังสายตาเอียง
ข. ระยะห่างรูม่านตา
ค. ความดันตา
ง. ความหนาจอตา
- Duochrome test อาศัยหลักใด
ก. การเปลี่ยนสีม่านตา
ข. Diffraction จากขนตา
ค. Longitudinal chromatic aberration
ง. การสั่นของเลนส์
- Binocular balance มีเป้าหมายใด
ก. ทำให้ VA ของตาที่มีโรคเท่ากัน
ข. สมดุลการกระตุ้นการเพ่งระหว่างตาเมื่อเหมาะสม
ค. แทนการตรวจตาเข
ง. ทำให้สองตาใช้กำลังเท่ากันทุกคน
- เด็กสงสัย latent hyperopia ควรพิจารณาวิธีใดโดยผู้มีอำนาจตามขอบเขตงาน
ก. ตรวจเพียงตาข้างเดียว
ข. ใช้ PD แทน refraction
ค. Cycloplegic refraction ตามข้อบ่งชี้
ง. เพิ่ม minus จนอ่านชัด
ข้อสอบข้อ 41 ถึง 45
- Autorefractor ให้ค่าต่างจาก subjective มาก ควรทำอย่างไร
ก. ทวนการวัด ประเมินการเพ่งและสุขภาพตา
ข. ไม่บันทึกความต่าง
ค. เลือกค่าลบมากกว่าเสมอ
ง. สั่งตามเครื่องทันที
- ผู้สูงอายุเบาหวานคุมระดับน้ำตาลไม่คงที่และค่าสายตาแกว่ง ควรทำอย่างไร
ก. สรุปว่าแกล้งตอบ
ข. ประเมินร่วมกับทีมรักษาและความคงที่ก่อนสั่งแว่นถาวร
ค. ตัดแว่นตามค่าครั้งเดียวเสมอ
ง. เพิ่มกำลังทุกครั้งที่มัว
- เลนส์เก่า −3.00 D แต่เพิ่มเป็น −4.00 D แล้วตัวอักษรเล็กลงโดย VA ไม่ดีขึ้น ควรระวังอะไร
ก. Overminus
ข. Aphakia แน่นอน
ค. Undercorrected hyperopia แน่นอน
ง. มุมตาปิดแน่นอน
- ผู้ป่วยบอกชัดเท่ากันระหว่าง −1.00 กับ −1.25 D ในการปรับ sphere ควรเริ่มเลือกข้อใด
ก. −2.00 D
ข. −3.00 D
ค. −1.00 D
ง. −1.25 D
- การตรวจค่าสายตาเอียงที่แกนผิดอาจทำให้เกิดอะไร
ก. ความดันตาเป็นศูนย์
ข. มัวหรือไม่สบายตาแม้กำลัง sphere เหมาะสม
ค. จอตาติดแน่นขึ้น
ง. ม่านตาเปลี่ยนสี
Review ลูกค้า
ข้อสอบข้อ 46 ถึง 50
- Cover uncover test ใช้ค้นหาภาวะใดเป็นหลักจากการเคลื่อนของตาที่ไม่ได้ถูกปิด
ก. ต้อกระจก
ข. Tropia
ค. สายตายาวตามวัย
ง. ตาบอดสี
- Alternate cover test มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. ตัด fusion เพื่อแสดง deviation รวม
ข. ตรวจเฉพาะตาข้างเด่น
ค. วัดความดันตา
ง. ประเมินน้ำตาโดยตรง
- Near point of convergence วัดอะไร
ก. ระยะไกลสุดที่เห็นสีแดง
ข. ความหนาเลนส์ตา
ค. กำลัง cylinder สูงสุด
ง. จุดใกล้ที่สุดที่ยังรวมภาพสองตาได้ก่อน break
- การเห็นภาพสามมิติจากสองตาเรียกว่าอะไร
ก. Aniseikonia
ข. Nyctalopia
ค. Photophobia
ง. Stereopsis
- ผู้ป่วยมี exophoria ใกล้มากกว่าไกลร่วมกับ NPC ถอยห่าง ควรประเมินภาวะใดเพิ่ม
ก. ต้อกระจกสุก
ข. มุมตาปิดเฉียบพลัน
ค. ตาบอดสีแดงเขียว
ง. Convergence insufficiency
ข้อสอบข้อ 51 ถึง 55
- AC/A ratio สื่อถึงความสัมพันธ์ใด
ก. Accommodative convergence ต่อ accommodation
ข. น้ำตาต่อความหนาเลนส์
ค. ขนาดรูม่านตาต่อ VA
ง. ความดันตาต่อกระจกตา
- ผู้ป่วยเห็นภาพซ้อนที่หายเมื่อปิดตาข้างใดข้างหนึ่ง จัดเป็นอะไร
ก. ตาบอดสี
ข. Monocular diplopia
ค. Binocular diplopia
ง. Presbyopia เสมอ
- ผู้ใหญ่เกิดภาพซ้อนสองตาฉับพลันร่วมกับหนังตาตก ควรทำอย่างไร
ก. ให้แว่นอ่านหนังสือแล้วนัดปีหน้า
ข. ฝึกตาเองหนึ่งเดือน
ค. ส่งประเมินแพทย์อย่างเร่งด่วน
ง. สรุปว่าเกิดจากจอคอมพิวเตอร์
- Anisometropia หมายถึงข้อใด
ก. ค่าสายตาสองข้างต่างกัน
ข. ขนาดภาพสองตาเท่ากัน
ค. การเพ่งลดลงตามอายุ
ง. ตาทั้งสองเบนออกเสมอ
- Aniseikonia หมายถึงอะไร
ก. กระจกตาบางทั้งสองข้าง
ข. ความดันตาต่างกัน
ค. สายตาสั้นทั้งสองเท่ากัน
ง. ขนาดหรือรูปร่างภาพที่รับรู้ต่างกันระหว่างตา
ข้อสอบข้อ 56 ถึง 60
- Presbyopia เกิดจากสิ่งใดเป็นหลัก
ก. จอตางอกมากขึ้น
ข. น้ำตาเพิ่มมากผิดปกติ
ค. ตาขาวยาวขึ้นทันที
ง. ความสามารถปรับโฟกัสใกล้ลดลงตามวัย
- การเลือก near addition ควรพิจารณาอะไร
ก. อายุอย่างเดียวโดยไม่ถามงาน
ข. สีกรอบอย่างเดียว
ค. PD ไกลอย่างเดียว
ง. ระยะงานและความสามารถเพ่งที่เหลือ
- แว่นไกล +1.00 D และ near add +2.00 D ให้กำลังส่วนอ่านเท่าใด
ก. −1.00 D
ข. +3.00 D
ค. +2.00 D
ง. +1.00 D
- การวัด monocular PD มีประโยชน์เด่นข้อใด
ก. ใช้แทนการตรวจ VA
ข. วัดสายตาเอียงโดยตรง
ค. จัดศูนย์เลนส์ให้แต่ละตาเมื่อใบหน้าไม่สมมาตร
ง. บอกความดันตา
- ผู้ใช้ progressive ใหม่ควรได้รับคำแนะนำใด
ก. ใส่สลับข้างซ้ายขวา
ข. วิธีใช้โซนมองและการขยับศีรษะ พร้อมตรวจ fitting
ค. งดเดินถาวร
ง. มองขอบเลนส์ตลอดเวลา
ข้อสอบข้อ 61 ถึง 65
- คอนแทคเลนส์รายวันแบบใช้แล้วทิ้งควรใช้แบบใด
ก. ทิ้งหลังใช้ตามรอบรายวัน
ข. ล้างเก็บใช้เดือนหน้า
ค. แช่น้ำประปาค้างคืน
ง. แบ่งให้ผู้อื่น
- ผู้สวมคอนแทคเลนส์ปวดตา ตาแดง แพ้แสง และมัว ควรทำอย่างไร
ก. ถอดเลนส์และส่งตรวจเร่งด่วน
ข. ใส่ต่อจนชิน
ค. หยอดสเตียรอยด์เอง
ง. นอนใส่เลนส์เพื่อพักตา
- เหตุใดจึงไม่ควรล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำประปา
ก. ทำให้ตาบอดสีทันที
ข. ทำให้รูม่านตาขยายถาวร
ค. ทำให้เลนส์มีกำลังบวกเสมอ
ง. เสี่ยงเชื้อจุลชีพจากน้ำ
- น้ำยา hydrogen peroxide สำหรับเลนส์ต้องระวังอะไร
ก. หยอดเข้าตาโดยตรงเพื่อฆ่าเชื้อ
ข. Neutralize ให้ครบตามคู่มือก่อนสัมผัสดวงตา
ค. ใช้แทนน้ำตาเทียม
ง. ผสมน้ำประปา
- Dk/t ของคอนแทคเลนส์หมายถึงอะไร
ก. เส้นผ่านศูนย์กลางรูม่านตา
ข. ปริมาณน้ำตาที่ผลิต
ค. ความสามารถส่งผ่านออกซิเจนโดยคำนึงถึงความหนา
ง. ระดับสายตาเอียง
ข้อสอบข้อ 66 ถึง 70
- เลนส์นิ่มที่แน่นเกินไปอาจพบลักษณะใด
ก. เคลื่อนไหวน้อยและ push up ยาก
ข. ทำให้ VA เป็น 6/6 เสมอ
ค. เคลื่อนมากอย่างเดียว
ง. หลุดทุกครั้งเมื่อกะพริบเสมอ
- ข้อใดจำเป็นก่อน fitting คอนแทคเลนส์
ก. ประเมินผิวตา กระจกตา และสุขอนามัยผู้ใช้
ข. เลือกสีเลนส์ก่อนตรวจเสมอ
ค. ใช้ค่าสายตาเพื่อน
ง. งดซักประวัติแพ้
- Toric contact lens หมุนคงที่ระหว่างใส่ ควรทำอย่างไร
ก. ตัดเลนส์ด้วยกรรไกร
ข. ไม่สนใจแกน
ค. เพิ่ม sphere ทุกครั้ง
ง. ประเมินทิศและองศาหมุนก่อนชดเชยแกนตามหลัก fitting
- RGP ช่วยแก้ความเอียงกระจกตาบางกรณีด้วยกลไกใด
ก. เพิ่มเม็ดสีจอตา
ข. ชั้นน้ำตาระหว่างเลนส์กับกระจกตาช่วยชดเชยผิวหน้า
ค. ทำให้เลนส์ตาหายไป
ง. ละลายเนื้อกระจกตา
- การเติมน้ำยาใหม่ทับน้ำยาเก่าในตลับเหมาะสมหรือไม่
ก. เหมาะเพราะประหยัดและปลอดเชื้อกว่า
ข. เหมาะเฉพาะหน้าร้อน
ค. ไม่เหมาะ ควรใช้น้ำยาใหม่ตามคู่มือ
ง. เหมาะถ้าตลับมีฝาปิด
ข้อสอบข้อ 71 ถึง 75
- Slit lamp ใช้ประเมินสิ่งใดเด่นที่สุด
ก. ความหนากะโหลก
ข. การได้ยิน
ค. คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ง. โครงสร้างตาส่วนหน้าด้วยกำลังขยาย
- Goldmann applanation tonometry อาศัยหลักใด
ก. การวัดความยาวลูกตา
ข. แรงที่ใช้กดให้กระจกตาแบนในพื้นที่มาตรฐาน
ค. การชั่งน้ำหนักเลนส์ตา
ง. การหักเหสีแดง
- Keratometer ให้ข้อมูลใดเป็นหลัก
ก. ความดันหลอดเลือด
ข. ขนาด optic nerve โดยตรง
ค. ความโค้งกระจกตาส่วนกลางตามแนวหลัก
ง. ความหนาจอตา
- Corneal topography มีประโยชน์เด่นในการประเมินอะไร
ก. ระดับน้ำตาลโดยตรง
ข. แผนที่รูปร่างและความโค้งกระจกตา
ค. การได้ยิน
ง. ความดันสมองโดยตรง
- OCT เป็นการตรวจชนิดใด
ก. ภาพตัดขวางโครงสร้างด้วยแสง
ข. เอกซเรย์กระดูกเบ้าตา
ค. คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ง. การวัดน้ำตาลจากปัสสาวะ
ข้อสอบข้อ 76 ถึง 80
- Visual field test ประเมินอะไร
ก. ความโค้งเลนส์แว่น
ข. ความไวการมองเห็นตามตำแหน่งในลานสายตา
ค. กำลังแว่นอย่างเดียว
ง. สีม่านตา
- ผลลานสายตาที่มี fixation losses สูงควรทำอย่างไร
ก. ผ่าตัดทันที
ข. สรุปต้อหินทันที
ค. ประเมิน reliability และพิจารณาตรวจซ้ำ
ง. ละทิ้งผลตรวจอื่นทั้งหมด
- Ishihara plates ใช้คัดกรองความผิดปกติใดเป็นหลัก
ก. สายตายาวตามวัย
ข. ความเอียงของเลนส์
ค. การเห็นสีแดงเขียว
ง. ความดันตาสูง
- Amsler grid ใช้เฝ้าระวังอาการใด
ก. เส้นบิดเบี้ยวหรือจุดบอดกลางภาพ
ข. ตาบอดสีแต่กำเนิดอย่างเดียว
ค. การได้ยินลดลง
ง. เปลือกตากระตุกอย่างเดียว
- การตรวจพบ RAPD ชี้ให้ประเมินอะไร
ก. ความผิดปกติทางรับแสงของเส้นประสาทตาหรือจอตาที่ไม่สมมาตร
ข. ตาแห้งอย่างเดียวเสมอ
ค. สายตาสั้นเล็กน้อยแน่นอน
ง. presbyopia ปกติ
ข้อสอบข้อ 81 ถึง 85
- ผู้ป่วยปวดตารุนแรง ตาแดง เห็นรุ้ง คลื่นไส้ ควรทำอย่างไร
ก. รอตัดแว่นหนึ่งเดือน
ข. ปิดตาพักแล้วกลับบ้านเสมอ
ค. ส่งประเมินจักษุฉุกเฉิน
ง. ฝึก convergence
- เห็นแสงวาบ จุดลอยเพิ่มฉับพลัน และเงาคล้ายม่านบัง ควรทำอย่างไร
ก. เปลี่ยนกรอบแว่นก่อน
ข. นัดตรวจตามปกติปีหน้า
ค. เพิ่ม add
ง. ส่งตรวจจอตาอย่างเร่งด่วน
- ต้อหินสัมพันธ์กับความเสียหายหลักที่ใด
ก. ผิวเลนส์แว่น
ข. ต่อมน้ำลาย
ค. เส้นประสาทตา
ง. ขนตา
- ความดันตาอยู่ในช่วงอ้างอิง แปลว่าไม่มีต้อหินได้หรือไม่
ก. ได้ถ้าอายุเกิน 40
ข. ได้ถ้ามองไกล 6/6
ค. ไม่ได้ ต้องประเมินโครงสร้างและการทำงานร่วมกัน
ง. ได้แน่นอนทุกกรณี
- ผู้ป่วยเบาหวานมองเห็นยังชัดควรได้รับคำแนะนำใด
ก. ตรวจจอตาตามแผนแม้ไม่มีอาการ
ข. หยุดยาคุมเบาหวาน
ค. ไม่ต้องตรวจจนตาบอด
ง. ใช้แว่นกันแดดแทนการตรวจ
ข้อสอบข้อ 86 ถึง 90
- ต้อกระจกมีความผิดปกติหลักที่ใด
ก. จอตาหนาเสมอ
ข. กล้ามเนื้อตาฉีกเสมอ
ค. กระจกตายาวขึ้น
ง. เลนส์ตาขุ่น
- ผู้ป่วยตาพร่าร่วมกับเส้นตรงดูคดใหม่ ๆ ควรพิจารณาอะไร
ก. ตาบอดสีแต่กำเนิดเสมอ
ข. ภาวะปกติของทุกคน
ค. PD ผิดเพียงอย่างเดียวแน่นอน
ง. โรคบริเวณ macula และส่งประเมิน
- สารเคมีกระเด็นเข้าตา การช่วยเหลือเบื้องต้นที่เหมาะสมคืออะไร
ก. เริ่มล้างตาทันทีด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือพร้อมจัดส่งฉุกเฉิน
ข. ใช้กรดล้างด่าง
ค. รอซักประวัติครบก่อนล้าง
ง. ปิดตาโดยไม่ล้าง
- สงสัยแผลลูกตาเปิดจากเศษโลหะ ควรทำอย่างไร
ก. ป้องกันด้วย rigid shield ไม่กดตา และส่งฉุกเฉิน
ข. ดึงเศษที่ฝังออกเอง
ค. กดตาเพื่อห้ามเลือด
ง. วัดความดันตาทันที
- ผู้ป่วยตาแห้งมีอาการแปรผัน ควรประเมินอย่างไร
ก. ดูสีกรอบอย่างเดียว
ข. วัด VA แล้วไม่ต้องซักประวัติ
ค. ใช้ Schirmer ค่าเดียวสรุปทุกกรณี
ง. อาการร่วมกับฟิล์มน้ำตา ผิวตา และปัจจัยแวดล้อม
ข้อสอบข้อ 91 ถึง 95
- เด็กมี VA ตาข้างหนึ่งลดลงแม้แก้สายตาเหมาะสมและไม่มีรอยโรคอธิบายได้ ควรประเมินอะไร
ก. ต้อกระจกทุกกรณี
ข. Amblyopia และปัจจัยเสี่ยงในวัยพัฒนาการ
ค. Presbyopia
ง. ความดันตาสูงทุกกรณี
- เด็กมีรูม่านตาขาวในภาพถ่ายหลายครั้งควรทำอย่างไร
ก. รอเปลี่ยนกล้องก่อนเสมอ
ข. สั่งแว่นอ่านหนังสือ
ค. ให้ฝึกมองไกล
ง. ส่งตรวจจักษุโดยเร็ว
- ผู้มี low vision หลังรักษาโรคตาแล้วควรเริ่มฟื้นฟูจากอะไร
ก. เป้าหมายกิจกรรมและความสามารถการมองเห็นที่เหลือ
ข. ใช้กำลังเดียวกันทุกคน
ค. งดใช้อุปกรณ์ทั้งหมด
ง. เลือกแว่นขยายแพงที่สุด
- ผู้ป่วยอ่านดีขึ้นเมื่อเพิ่ม contrast ควรแนะนำอะไร
ก. ลด contrast ทุกกรณี
ข. ปรับแสงและใช้สื่อความต่างสว่างสูงตามการประเมิน
ค. ใช้กระดาษสะท้อนแสงมากที่สุด
ง. เพิ่ม minus เสมอ
- ก่อนตรวจหรือส่งมอบแว่นควรยืนยันตัวผู้ป่วยอย่างไร
ก. ถามผู้รอข้าง ๆ
ข. ใช้หมายเลขห้องอย่างเดียว
ค. ดูสีเสื้อ
ง. ใช้ตัวบ่งชี้อย่างน้อยสองรายการตามระบบหน่วยงาน
ข้อสอบข้อ 96 ถึง 100
- มีผู้ขอรูปผลตรวจผู้ป่วยไปโพสต์สาธารณะ ควรทำอย่างไร
ก. ส่งได้หากภาพสวย
ข. รักษาความลับและดำเนินการตามความยินยอมและนโยบาย
ค. ส่งได้เสมอถ้าไม่เห็นรองเท้า
ง. ใช้บัญชีส่วนตัวโพสต์ทันที
- เครื่องมือสัมผัสผิวตาควรจัดการระหว่างผู้ป่วยอย่างไร
ก. เช็ดด้วยผ้าแห้งอย่างเดียวทุกกรณี
ข. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามคู่มือและแนวทางหน่วยงาน
ค. ฉีดน้ำหอม
ง. ใช้ต่อหากมองไม่เห็นคราบ
- พบว่าจ่ายแว่นสลับคน ควรดำเนินการใด
ก. หยุดความเสี่ยง ตรวจสอบ แก้ไข และรายงานตามระบบ
ข. รอจนมีข้อร้องเรียน
ค. ปกปิดเพราะแก้ได้
ง. ลบเวชระเบียน
- ผู้ป่วยได้ยินไม่ชัดระหว่าง subjective refraction ควรทำอย่างไร
ก. ปรับการสื่อสารและยืนยันความเข้าใจก่อนแปลผล
ข. เพิ่มกำลังเลนส์ทันที
ค. สรุปว่าให้ความร่วมมือไม่ดี
ง. ใช้คำตอบญาติแทนทั้งหมด
- ห้องตรวจมีผู้รอจำนวนมากและพบผู้ป่วยตามัวเฉียบพลัน ควรทำอย่างไร
ก. นัดเดือนหน้า
ข. คัดแยกความเร่งด่วนและประสานส่งประเมินทันที
ค. ให้รอตามลำดับเสมอ
ง. ให้ซื้อแว่นก่อน
เฉลยคำตอบ
ตรวจคำตอบหลังทำครบทุกข้อ คะแนนรวมเท่ากับจำนวนข้อที่ตอบถูก ไม่มีการหักคะแนน เกณฑ์ผ่านจริงให้ยึดประกาศของหน่วยงาน
1 ข 2 ค 3 ค 4 ค 5 ง 6 ข 7 ก 8 ก 9 ข 10 ก 11 ง 12 ก 13 ก 14 ข 15 ง 16 ค 17 ง 18 ก 19 ค 20 ค
21 ง 22 ข 23 ค 24 ค 25 ค 26 ข 27 ข 28 ข 29 ง 30 ข 31 ง 32 ง 33 ค 34 ง 35 ง 36 ค 37 ก 38 ค 39 ข 40 ค
41 ก 42 ข 43 ก 44 ค 45 ข 46 ข 47 ก 48 ง 49 ง 50 ง 51 ก 52 ค 53 ค 54 ก 55 ง 56 ง 57 ง 58 ข 59 ค 60 ข
61 ก 62 ก 63 ง 64 ข 65 ค 66 ก 67 ก 68 ง 69 ข 70 ค 71 ง 72 ข 73 ค 74 ข 75 ก 76 ข 77 ค 78 ค 79 ก 80 ก
81 ค 82 ง 83 ค 84 ค 85 ก 86 ง 87 ง 88 ก 89 ก 90 ง 91 ข 92 ง 93 ก 94 ข 95 ง 96 ข 97 ข 98 ก 99 ก 100 ข
