ข้อสอบ นักสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลอ่างทอง

ข้อสอบ

ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลอ่างทอง

ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2569  •  จำนวน 100 ข้อ

คำชี้แจง

  1. ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 100 ข้อ ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
  2. เนื้อหาครอบคลุม หลักการสังคมสงเคราะห์ สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง จริยธรรมและระเบียบราชการ และกรณีศึกษา
  3. เฉลยและคำอธิบายอยู่ท้ายเล่ม
  4. ข้อสอบนี้จัดทำขึ้นเพื่อการทบทวนความรู้ มิใช่ข้อสอบจริงของหน่วยงาน ควรตรวจสอบกฎหมายและข้อมูลหน่วยงานฉบับล่าสุดประกอบ

 

ส่วนที่ 1 หลักการ แนวคิด และทฤษฎีสังคมสงเคราะห์ (ข้อ 1–20)

  1. ข้อใดคือเป้าหมายหลักของวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

ก. ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ยากไร้เป็นหลัก

ข. บำบัดรักษาโรคทางจิตเวช

ค. ส่งเสริมให้บุคคล ครอบครัว และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ง. ควบคุมพฤติกรรมของผู้รับบริการให้เป็นไปตามระเบียบ

  1. วิธีการทางสังคมสงเคราะห์ขั้นพื้นฐาน (Primary methods) ได้แก่ข้อใด

ก. การเยี่ยมบ้าน การประชุม การรายงาน

ข. การบริหาร การวิจัย การนโยบาย

ค. การให้คำปรึกษา การบำบัด การส่งต่อ

ง. สังคมสงเคราะห์รายบุคคล กลุ่ม และชุมชน

  1. ขั้นตอนของกระบวนการสังคมสงเคราะห์รายบุคคลเรียงลำดับได้ถูกต้องคือข้อใด

ก. วินิจฉัย → ศึกษา → บำบัด → ประเมินผล

ข. ศึกษา → วินิจฉัย → บำบัด/แก้ไข → ประเมินผลและยุติ

ค. บำบัด → ศึกษา → วินิจฉัย → ยุติ

ง. ประเมินผล → ศึกษา → วางแผน → บำบัด

  1. หลักการ “การยอมรับผู้รับบริการ (Acceptance)” หมายถึงข้อใด

ก. ยอมรับในคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้รับบริการตามสภาพที่เป็นอยู่

ข. เห็นด้วยกับพฤติกรรมทุกอย่างของผู้รับบริการ

ค. ยอมรับเฉพาะผู้รับบริการที่ให้ความร่วมมือ

ง. ยอมทำตามความต้องการของผู้รับบริการทุกประการ

  1. หลักการ “การไม่ตัดสินผู้รับบริการ (Non-judgmental attitude)” มีความสำคัญอย่างไร

ก. ทำให้นักสังคมสงเคราะห์ไม่ต้องรับผิดชอบผลการตัดสินใจ

ข. ทำให้ไม่ต้องประเมินปัญหา

ค. ช่วยให้ผู้รับบริการไว้วางใจและกล้าเปิดเผยปัญหา

ง. ทำให้ผู้รับบริการไม่ต้องรับผิดชอบการกระทำของตน

  1. หลัก “Self-determination” ในงานสังคมสงเคราะห์หมายถึงข้อใด

ก. นักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้ตัดสินใจแทนผู้รับบริการ

ข. ผู้รับบริการมีสิทธิตัดสินใจเลือกทางแก้ไขปัญหาด้วยตนเองภายใต้ขอบเขตของกฎหมายและศักยภาพ

ค. ญาติเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมด

ง. แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจแทนผู้ป่วย

  1. ข้อใด “ไม่ใช่” หลักการรักษาความลับ (Confidentiality) ที่ถูกต้อง

ก. เล่าเรื่องผู้ป่วยให้เพื่อนร่วมงานนอกทีมฟังเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยระบุชื่อ

ข. เปิดเผยได้เมื่อมีกฎหมายบังคับหรือเพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรง

ค. เปิดเผยข้อมูลได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้รับบริการ

ง. เก็บแฟ้มประวัติไว้ในที่ปลอดภัย

  1. ตามลำดับขั้นความต้องการของ Maslow ความต้องการขั้นที่ 2 คือข้อใด

ก. ความต้องการทางร่างกาย

ข. ความต้องการการยกย่อง

ค. ความต้องการความรักและการเป็นส่วนหนึ่ง

ง. ความต้องการความปลอดภัยมั่นคง

  1. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของ Erikson วัยสูงอายุเผชิญวิกฤตใด

ก. ความไว้วางใจ กับ ความไม่ไว้วางใจ

ข. ความมั่นคงทางจิตใจ (บูรณภาพ) กับ ความสิ้นหวัง

ค. ความเป็นตัวของตัวเอง กับ ความสับสนในบทบาท

ง. ความใกล้ชิด กับ ความโดดเดี่ยว

  1. ทฤษฎีระบบนิเวศ (Ecological Theory) ของ Bronfenbrenner ระบบที่ใกล้ชิดบุคคลที่สุด เช่น ครอบครัว เรียกว่าอะไร

ก. Microsystem

ข. Exosystem

ค. Mesosystem

ง. Macrosystem

Review ลูกค้า

  1. แผนผังครอบครัว 3 รุ่นที่ใช้ศึกษาความสัมพันธ์และประวัติครอบครัวเรียกว่าอะไร

ก. Ecomap

ข. Sociogram

ค. Flowchart

ง. Genogram

  1. เครื่องมือที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับแหล่งทรัพยากรภายนอก เช่น โรงเรียน วัด หน่วยงานรัฐ คือข้อใด

ก. Genogram

ข. Timeline

ค. Ecomap

ง. SWOT

  1. แนวคิด “การเสริมพลังอำนาจ (Empowerment)” มุ่งเน้นสิ่งใด

ก. การให้นักสังคมสงเคราะห์มีอำนาจเหนือผู้รับบริการ

ข. การให้เงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ค. การทำให้ผู้รับบริการตระหนักถึงศักยภาพและสามารถควบคุมชีวิตตนเองได้

ง. การส่งต่อผู้รับบริการไปยังหน่วยงานอื่นทั้งหมด

  1. แนวคิด “Strengths Perspective” ให้ความสำคัญกับสิ่งใดเป็นหลัก

ก. จุดอ่อนและปัญหาของผู้รับบริการ

ข. ความผิดพลาดในอดีต

ค. ประวัติการเจ็บป่วย

ง. จุดแข็ง ศักยภาพ และทรัพยากรของผู้รับบริการ

  1. การแทรกแซงภาวะวิกฤต (Crisis Intervention) มีลักษณะสำคัญอย่างไร

ก. ใช้ระยะเวลายาวนานหลายปี

ข. เป็นการช่วยเหลือระยะสั้น มุ่งให้กลับสู่ภาวะสมดุลโดยเร็ว

ค. เน้นวิเคราะห์ปมในวัยเด็ก

ง. รอให้ผู้รับบริการพร้อมก่อนจึงช่วยเหลือ

  1. ทักษะการฟังที่สะท้อนความรู้สึกของผู้รับบริการกลับไป เรียกว่าอะไร

ก. Reflection of feeling

ข. Questioning

ค. Advising

ง. Confrontation

  1. “Empathy” แตกต่างจาก “Sympathy” อย่างไร

ก. Empathy คือความสงสารผู้รับบริการ

ข. ทั้งสองคำมีความหมายเหมือนกัน

ค. Empathy คือการเข้าใจความรู้สึกจากมุมมองของผู้รับบริการโดยไม่หลงไปกับอารมณ์นั้น

ง. Sympathy เป็นทักษะที่วิชาชีพต้องการมากกว่า

  1. การจัดการรายกรณี (Case Management) มีบทบาทสำคัญข้อใด

ก. ให้บริการเพียงหน่วยงานเดียว

ข. ประสานและเชื่อมโยงบริการจากหลายหน่วยงานให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

ค. ตัดสินคดีความ

ง. ทำหน้าที่แทนแพทย์

  1. กลุ่มที่สมาชิกมีปัญหาคล้ายกันมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้กำลังใจกัน เช่น กลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน เรียกว่าอะไร

ก. กลุ่มช่วยเหลือตนเอง/กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (Self-help group)

ข. กลุ่มบำบัดเชิงลึก

ค. กลุ่มนันทนาการ

ง. กลุ่มกดดัน

  1. ข้อใดเป็นบทบาท “ผู้พิทักษ์สิทธิ (Advocate)” ของนักสังคมสงเคราะห์

ก. ให้คำปรึกษาด้านอาหาร

ข. จ่ายยาให้ผู้ป่วย

ค. ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของโรงพยาบาล

ง. ช่วยผู้ป่วยไร้สิทธิให้ได้รับสิทธิหลักประกันสุขภาพตามกฎหมาย

ส่วนที่ 2 สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์และงานในโรงพยาบาล (ข้อ 21–40)

  1. สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (Medical Social Work) มุ่งดูแลผู้ป่วยในมิติใดเป็นหลัก

ก. มิติทางชีวภาพเท่านั้น

ข. มิติทางจิตสังคม เศรษฐกิจ และครอบครัว ที่มีผลต่อการรักษา

ค. การวินิจฉัยโรค

ง. การผ่าตัด

  1. แนวคิดการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมที่ใช้ในทีมสุขภาพ คือข้อใด

ก. Bio-Psycho-Social model

ข. Biomedical model

ค. Germ theory

ง. Single-cause model

  1. ศูนย์ให้ความช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรงในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เรียกว่าอะไร

ก. ศูนย์ดำรงธรรม

ข. ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภค

ค. ศูนย์ประชาบดี

ง. ศูนย์พึ่งได้ (OSCC)

  1. บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในศูนย์พึ่งได้ ข้อใดถูกต้องที่สุด

ก. ตรวจร่างกายและเก็บหลักฐานทางนิติเวช

ข. สอบสวนผู้กระทำผิด

ค. ประเมินสภาพปัญหาทางสังคม ความปลอดภัย วางแผนช่วยเหลือ และประสานภาคีเครือข่าย

ง. ตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด

  1. การวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย (Discharge Planning) ควรเริ่มเมื่อใด

ก. วันที่ผู้ป่วยกลับบ้าน

ข. หลังผู้ป่วยกลับบ้าน 1 สัปดาห์

ค. ตั้งแต่ผู้ป่วยรับเข้ารักษาในโรงพยาบาล

ง. เมื่อญาติร้องขอเท่านั้น

  1. หลัก D-METHOD ในการวางแผนจำหน่าย ตัว “M” หมายถึงข้อใด

ก. Money

ข. Meeting

ค. Medical record

ง. Medication (ยา)

  1. การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) มีเป้าหมายสำคัญข้อใด

ก. รักษาโรคให้หายขาด

ข. บรรเทาความทุกข์ทรมานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว

ค. ยืดชีวิตให้นานที่สุดทุกวิถีทาง

ง. ลดค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลเป็นหลัก

  1. ขั้นตอนการตอบสนองต่อการสูญเสียของ Kübler-Ross เรียงลำดับถูกต้องคือข้อใด

ก. ปฏิเสธ → โกรธ → ต่อรอง → ซึมเศร้า → ยอมรับ

ข. โกรธ → ปฏิเสธ → ต่อรอง → ซึมเศร้า → ยอมรับ

ค. ปฏิเสธ → ต่อรอง → โกรธ → ยอมรับ → ซึมเศร้า

ง. ซึมเศร้า → โกรธ → ปฏิเสธ → ต่อรอง → ยอมรับ

  1. หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต (Living Will) เป็นไปตามกฎหมายใด

ก. พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541

ข. พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

ค. พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12

ง. พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525

  1. การประเมินผู้ป่วยเพื่อพิจารณาลดหย่อน/ยกเว้นค่ารักษาพยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ควรประเมินสิ่งใดเป็นหลัก

ก. ความรุนแรงของโรค

ข. สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม รายได้ ภาระครอบครัว และสิทธิการรักษาที่มี

ค. ความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่

ง. จำนวนครั้งที่มารับบริการ

  1. ผู้ป่วยไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสถานะทางทะเบียน นักสังคมสงเคราะห์ควรดำเนินการอย่างไรเป็นอันดับแรก

ก. ประเมินข้อเท็จจริง ให้การรักษาตามความจำเป็น และประสานหน่วยงานทะเบียนราษฎร/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์สถานะ

ข. ปฏิเสธการรักษาจนกว่าจะมีบัตร

ค. แจ้งตำรวจจับกุมทันที

ง. ให้ญาติชำระเงินทั้งหมดก่อน

  1. ผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุดโดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก ตามนโยบายใด

ก. Fast Track

ข. 30 บาทรักษาทุกที่

ค. Long Term Care

ง. UCEP (เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่)

  1. สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยคือหมายเลขใด

ก. 1300

ข. 1669

ค. 1323

ง. 1330

  1. ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 อยู่ในสังกัดกระทรวงใด

ก. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ข. กระทรวงสาธารณสุข

ค. กระทรวงมหาดไทย

ง. กระทรวงยุติธรรม

  1. สายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต คือหมายเลขใด

ก. 1556

ข. 1669

ค. 1330

ง. 1323

  1. การเยี่ยมบ้าน (Home Visit) ของนักสังคมสงเคราะห์มีวัตถุประสงค์หลักข้อใด

ก. ตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อเรียกเก็บค่ารักษา

ข. ให้ยาแทนพยาบาล

ค. ศึกษาสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ และศักยภาพของครอบครัวในการดูแลผู้ป่วย

ง. แจ้งข่าวร้ายแก่เพื่อนบ้าน

  1. ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงระยะยาวมีภาวะเหนื่อยล้า ท้อแท้ เรียกภาวะนี้ว่าอะไร

ก. Secondary gain

ข. Post-traumatic growth

ค. Caregiver burden/burnout

ง. Malingering

  1. ระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (LTC) ในชุมชน มีบุคลากรใดช่วยดูแลที่บ้าน

ก. ทนายความ

ข. อัยการและผู้พิพากษา

ค. นักบัญชี

ง. Care Manager และ Caregiver

  1. ทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) ในโรงพยาบาล ข้อใดคือบทบาทเฉพาะของนักสังคมสงเคราะห์

ก. สั่งการรักษาด้วยยา

ข. ประเมินและแก้ไขปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ ครอบครัว และประสานทรัพยากรชุมชน

ค. ทำกายภาพบำบัด

ง. ตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  1. ผู้ป่วยถูกทอดทิ้งในโรงพยาบาล ไม่มีญาติมารับ ภายหลังพ้นภาวะเจ็บป่วย นักสังคมสงเคราะห์ควรทำอย่างไร

ก. สืบค้นญาติ ประสาน พม./บ้านพักคนชรา/สถานสงเคราะห์ตามความเหมาะสม และส่งต่ออย่างเป็นระบบ

ข. ปล่อยให้ผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลเอง

ค. ให้อยู่ในโรงพยาบาลตลอดไป

ง. ส่งตัวไปสถานีตำรวจ

ส่วนที่ 3 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานสังคมสงเคราะห์ (ข้อ 41–65)

  1. ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 “เด็ก” หมายถึงบุคคลใด

ก. อายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์

ข. อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์

ค. อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

ง. อายุต่ำกว่า 12 ปีบริบูรณ์

  1. ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ข้อใดคือ “เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์”

ก. เด็กที่เรียนดี

ข. เด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า เด็กที่ถูกทารุณกรรม เด็กพิการ

ค. เด็กที่ครอบครัวมีฐานะดี

ง. เด็กที่เป็นนักกีฬา

  1. ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 แพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ ที่พบเห็นเด็กถูกทารุณกรรม มีหน้าที่อย่างไร

ก. ต้องรายงานหรือแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยไม่ชักช้า

ข. ไม่ต้องดำเนินการใด เพราะเป็นเรื่องในครอบครัว

ค. รอให้เด็กร้องเรียนเอง

ง. แจ้งเฉพาะเมื่อพ่อแม่อนุญาต

  1. ตาม พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 “ผู้สูงอายุ” หมายถึงบุคคลใด

ก. อายุ 55 ปีขึ้นไป

ข. ผู้ที่เกษียณอายุราชการ

ค. อายุ 65 ปีขึ้นไป ทุกสัญชาติ

ง. อายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย

  1. กองทุนผู้สูงอายุจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายใด

ก. พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533

ข. พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546

ค. พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554

ง. พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

  1. กฎหมายหลักที่คุ้มครองสิทธิคนพิการในปัจจุบันคือข้อใด

ก. พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข. พ.ร.บ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534

ค. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

ง. พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533

  1. คนพิการที่จะได้รับสิทธิและสวัสดิการตามกฎหมายต้องดำเนินการใดก่อน

ก. สมัครสมาชิกพรรคการเมือง

ข. อายุครบ 60 ปี

ค. มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์

ง. มีบัตรประจำตัวคนพิการ โดยมีเอกสารรับรองความพิการจากผู้ประกอบวิชาชีพตามที่กำหนด

  1. ประเภทความพิการตามประกาศกระทรวง พม. ข้อใด “ไม่ใช่” ประเภทความพิการ

ก. ความพิการทางการเห็น

ข. ความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย

ค. ความพิการทางเศรษฐกิจ

ง. ความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม

  1. ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ผู้ป่วยที่มีภาวะอันตรายหรือมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา ผู้พบเห็นควรทำอย่างไร

ก. เพิกเฉย

ข. กักขังไว้ที่บ้าน

ค. แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจโดยไม่ชักช้า

ง. ให้ผู้ป่วยรับประทานยาเอง

  1. พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ. 2551 กำหนด “ภาวะอันตราย” หมายถึงข้อใด

ก. ภาวะที่ผู้ป่วยตกงาน

ข. ภาวะที่ผู้ป่วยไม่มีเงิน

ค. ภาวะที่ผู้ป่วยไม่ยอมมาตามนัด

ง. พฤติกรรมที่ผู้ป่วยแสดงออกถึงการน่าจะเป็นอันตรายต่อตนเอง ผู้อื่น หรือทรัพย์สิน

  1. กฎหมายใดใช้แทน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550

ก. พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

ข. พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562

ค. พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551

ง. ประมวลกฎหมายอาญา

  1. กฎหมายใดกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และกำหนดสิทธิวัยรุ่นในการได้รับข้อมูลและบริการอนามัยการเจริญพันธุ์

ก. พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559

ข. พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

ค. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

ง. พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

  1. พ.ร.บ.วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. 2556 กำหนดให้จัดตั้งองค์กรใดเพื่อควบคุมมาตรฐานวิชาชีพ

ก. สมาคมสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย

ข. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ค. สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

ง. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

  1. ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. 2556 ต้องมีสิ่งใด

ก. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ข. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ที่ออกโดยสภาวิชาชีพ

ค. ใบอนุญาตขับขี่

ง. ใบประกอบวิชาชีพครู

  1. พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 กำหนดให้มีกองทุนใด

ก. กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม

ข. กองทุนหมู่บ้าน

ค. กองทุนประกันสังคม

ง. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

  1. พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 จัดตั้งหน่วยงานใดบริหารกองทุน

ก. สำนักงานประกันสังคม

ข. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ค. กรมบัญชีกลาง

ง. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

  1. ข้อใดคือสิทธิการรักษาพยาบาลหลักของคนไทย 3 ระบบ

ก. ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันภัยรถ

ข. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกันสังคม สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

ค. บัตรทอง บัตรเครดิต บัตรเดบิต

ง. กองทุนหมู่บ้าน กองทุนสตรี กองทุนผู้สูงอายุ

  1. ผู้ประสบภัยจากรถมีสิทธิได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นตามกฎหมายใด

ก. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

ข. พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533

ค. พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522

ง. พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

  1. พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้เสียหายได้รับความช่วยเหลือใด

ก. ถูกดำเนินคดีทันที

ข. ไม่ได้รับความช่วยเหลือใด

ค. ถูกส่งกลับประเทศโดยไม่มีการคุ้มครอง

ง. ได้รับอาหาร ที่พัก การรักษาพยาบาล การบำบัดฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ และการช่วยเหลือทางกฎหมาย

  1. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จัดข้อมูลสุขภาพไว้ในประเภทใด

ก. ข้อมูลทั่วไป

ข. ข้อมูลสาธารณะ

ค. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive data)

ง. ข้อมูลที่เปิดเผยได้โดยเสรี

  1. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323 ผู้ประกอบวิชาชีพที่เปิดเผยความลับของผู้อื่นซึ่งรู้มาจากการประกอบวิชาชีพโดยมิชอบ มีความผิดฐานใด

ก. ฐานลักทรัพย์

ข. ฐานหมิ่นประมาท

ค. ฐานเปิดเผยความลับ

ง. ฐานบุกรุก

  1. พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 กำหนดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลอย่างไร

ก. เปิดเผยได้ทุกกรณี

ข. ต้องทำลายภายใน 1 ปี

ค. ให้เปิดเผยแก่สื่อมวลชนได้

ง. หน่วยงานรัฐต้องจัดระบบรักษาความปลอดภัยและห้ามเปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่ข้อยกเว้นตามกฎหมาย

  1. ตามคำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย ข้อใดถูกต้อง

ก. ผู้ป่วยไม่มีสิทธิขอความเห็นจากแพทย์อื่น

ข. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับข้อมูลเพื่อตัดสินใจให้ความยินยอมหรือไม่ยินยอมรับการรักษา

ค. ผู้ป่วยต้องยินยอมทุกการรักษา

ง. ผู้ป่วยไม่มีสิทธิขอสำเนาเวชระเบียน

  1. อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) กำหนดหลักการสำคัญข้อใด

ก. ประโยชน์สูงสุดของเด็ก (Best interests of the child)

ข. ผลประโยชน์ของผู้ปกครองมาก่อน

ค. เด็กไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็น

ง. รัฐไม่ต้องรับผิดชอบเด็ก

  1. ผู้เสียหายในคดีอาญาที่ได้รับบาดเจ็บสามารถขอรับค่าตอบแทนจากรัฐได้ตามกฎหมายใด

ก. พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541

ข. พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533

ค. พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544

ง. พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546

ส่วนที่ 4 จริยธรรมวิชาชีพ ระเบียบราชการ และระบบสาธารณสุข (ข้อ 66–80)

  1. จรรยาบรรณวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ข้อใดถูกต้อง

ก. รับสินบนจากผู้รับบริการได้ถ้าเล็กน้อย

ข. ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากผู้รับบริการ และรักษาความสัมพันธ์เชิงวิชาชีพ

ค. มีความสัมพันธ์ส่วนตัวเชิงชู้สาวกับผู้รับบริการได้

ง. เปิดเผยข้อมูลผู้รับบริการในสื่อสังคมออนไลน์ได้

  1. นักสังคมสงเคราะห์ถ่ายภาพผู้ป่วยที่ถูกทำร้ายลงสื่อออนไลน์เพื่อขอรับบริจาค โดยไม่ได้รับความยินยอม ถือว่าอย่างไร

ก. ผิดจริยธรรมและอาจผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข. ถูกต้อง เพราะมีเจตนาดี

ค. ทำได้หากปิดตา

ง. ทำได้หากผู้อำนวยการอนุญาต

  1. “ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout)” ของนักสังคมสงเคราะห์ ควรป้องกันอย่างไร

ก. ทำงานล่วงเวลาให้มากขึ้น

ข. หลีกเลี่ยงผู้รับบริการที่มีปัญหาซับซ้อน

ค. เก็บความรู้สึกไว้คนเดียว

ง. การนิเทศงาน (Supervision) การดูแลตนเอง (Self-care) และการแบ่งเบาภาระงาน

  1. การนิเทศงานสังคมสงเคราะห์ (Supervision) มีหน้าที่หลัก 3 ด้าน คือข้อใด

ก. ด้านการเงิน ด้านกฎหมาย ด้านการเมือง

ข. ด้านบริหาร ด้านการศึกษา และด้านการสนับสนุน

ค. ด้านการรักษา ด้านการผ่าตัด ด้านการพยาบาล

ง. ด้านบัญชี ด้านพัสดุ ด้านธุรการ

  1. ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนกำหนดให้ข้าราชการยึดมั่นในข้อใด

ก. ความซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือประโยชน์ส่วนรวม และรับผิดชอบต่อหน้าที่

ข. ผลประโยชน์ส่วนตน

ค. การทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาทุกกรณีแม้ผิดกฎหมาย

ง. การรับของขวัญได้ไม่จำกัด

  1. ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จัดอยู่ในประเภทตำแหน่งใด

ก. ประเภทบริหาร

ข. ประเภทอำนวยการ

ค. ประเภททั่วไป

ง. ประเภทวิชาการ

  1. ระดับตำแหน่งประเภทวิชาการ เรียงจากต่ำไปสูงได้ถูกต้องคือข้อใด

ก. ต้น → สูง

ข. ปฏิบัติงาน → ชำนาญงาน → อาวุโส → ทักษะพิเศษ

ค. ปฏิบัติการ → ชำนาญการ → ชำนาญการพิเศษ → เชี่ยวชาญ → ทรงคุณวุฒิ

ง. ชำนาญการ → ปฏิบัติการ → เชี่ยวชาญ → ทรงคุณวุฒิ

  1. วินัยข้าราชการพลเรือน การลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงได้แก่ข้อใด

ก. ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน

ข. ลดเงินเดือน

ค. ปลดออก ไล่ออก

ง. ว่ากล่าวตักเตือน

  1. โรงพยาบาลอ่างทองเป็นโรงพยาบาลประเภทใด สังกัดหน่วยงานใด

ก. โรงพยาบาลชุมชน สังกัดกรมการแพทย์

ข. โรงพยาบาลเอกชน

ค. โรงพยาบาลศูนย์ สังกัดกระทรวงกลาโหม

ง. โรงพยาบาลทั่วไป สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

  1. จังหวัดอ่างทองอยู่ในเขตสุขภาพที่เท่าใด

ก. เขตสุขภาพที่ 3

ข. เขตสุขภาพที่ 4

ค. เขตสุขภาพที่ 5

ง. เขตสุขภาพที่ 6

  1. การดำเนินงานด้านสวัสดิการสังคมในระดับจังหวัดของกระทรวง พม. มีหน่วยงานใดรับผิดชอบ

ก. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)

ข. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

ค. สำนักงานแรงงานจังหวัด

ง. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

  1. ระบบบริการสุขภาพระดับอำเภอที่บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ เรียกว่าอะไร

ก. สภาวิชาชีพ

ข. อบจ.

ค. พชอ. (คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ)

ง. ศาลเยาวชน

  1. ระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วย (Referral system) มีวัตถุประสงค์หลักข้อใด

ก. ลดภาระงานของโรงพยาบาลเล็ก

ข. ให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่เหมาะสมตามศักยภาพของสถานบริการอย่างต่อเนื่อง

ค. ให้ผู้ป่วยเลือกโรงพยาบาลเอง

ง. ลดงบประมาณ

  1. มาตรฐานงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ ข้อใดเป็นตัวชี้วัดคุณภาพที่เหมาะสม

ก. ร้อยละของผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินทางสังคมและได้รับการช่วยเหลือตามแผน

ข. จำนวนเงินที่เรียกเก็บได้

ค. จำนวนวันลาของเจ้าหน้าที่

ง. จำนวนเตียงในโรงพยาบาล

  1. การบันทึกรายงานทางสังคม (Social record) ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

ก. ใช้ความรู้สึกส่วนตัวเป็นหลัก

ข. บันทึกเฉพาะเมื่อมีปัญหาร้ายแรง

ค. เขียนยาวที่สุดเท่าที่ทำได้

ง. ถูกต้อง ชัดเจน กระชับ แยกข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นเชิงวิชาชีพ และระบุแผนการช่วยเหลือ

ส่วนที่ 5 สถานการณ์และกรณีศึกษา (ข้อ 81–100)

  1. เด็กหญิงอายุ 13 ปี มาโรงพยาบาลพร้อมมารดา ตรวจพบว่าตั้งครรภ์ นักสังคมสงเคราะห์ควรดำเนินการอย่างไรเป็นลำดับแรก

ก. แจ้งโรงเรียนให้พักการเรียน

ข. ประเมินความปลอดภัย สอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นมิตรต่อเด็ก และดำเนินการตามแนวทางศูนย์พึ่งได้ รวมถึงแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย

ค. ให้มารดาตัดสินใจทุกอย่าง

ง. ไม่ต้องดำเนินการใด เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว

  1. หญิงวัย 35 ปี มีรอยฟกช้ำทั่วตัว บอกว่า “หกล้ม” แต่มีท่าทีหวาดกลัวสามีที่มาด้วย นักสังคมสงเคราะห์ควรทำอย่างไร

ก. แยกพูดคุยเป็นส่วนตัวในที่ปลอดภัย ประเมินความเสี่ยงและแผนความปลอดภัย และให้ข้อมูลทางเลือกในการช่วยเหลือ

ข. ถามข้อเท็จจริงต่อหน้าสามี

ค. เชื่อตามที่บอกว่าหกล้ม

ง. แจ้งตำรวจจับสามีทันทีโดยไม่ถามผู้เสียหาย

  1. ผู้สูงอายุอายุ 78 ปี ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ติดเตียง แพทย์ให้จำหน่ายได้ แต่ลูกไม่มารับ อ้างว่าต้องทำงาน นักสังคมสงเคราะห์ควรทำอย่างไร

ก. ส่งผู้สูงอายุกลับบ้านเองด้วยรถพยาบาลโดยไม่มีผู้ดูแล

ข. ให้อยู่โรงพยาบาลไม่มีกำหนด

ค. แจ้งความดำเนินคดีกับลูกทันที

ง. จัดประชุมครอบครัว (Family conference) วางแผนการดูแล เชื่อมโยงระบบ LTC และแหล่งสนับสนุนในชุมชน

  1. ผู้ป่วยชายวัย 45 ปี ตกงาน มีหนี้สิน พูดว่า “อยู่ไปก็เป็นภาระ อยากตาย” นักสังคมสงเคราะห์ควรทำอย่างไร

ก. บอกว่าอย่าคิดมาก แล้วจบการสนทนา

ข. ตำหนิว่าคิดสั้น

ค. ประเมินความเสี่ยงการฆ่าตัวตายโดยถามตรงไปตรงมา ไม่ทิ้งผู้ป่วยไว้ลำพังหากเสี่ยงสูง และประสานจิตแพทย์/ทีมสุขภาพจิต

ง. รอให้ผู้ป่วยพูดอีกครั้งจึงค่อยดำเนินการ

  1. ทารกถูกทอดทิ้งที่หน้าโรงพยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ควรประสานหน่วยงานใดเป็นหลัก

ก. กรมสรรพากร

ข. สำนักงานที่ดิน

ค. พมจ./บ้านพักเด็กและครอบครัว และแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน

ง. การไฟฟ้า

  1. ผู้ป่วยติดสุราเรื้อรัง เข้าออกโรงพยาบาลบ่อย ครอบครัวเริ่มทอดทิ้ง แนวทางใดเหมาะสมที่สุด

ก. ปฏิเสธการรักษา

ข. ส่งเรือนจำ

ค. ตำหนิให้รู้สึกผิด

ง. ใช้การสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ (Motivational Interviewing) ร่วมกับการบำบัดและการทำงานกับครอบครัว

  1. ตามแบบจำลองขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง (Transtheoretical Model) ผู้ที่ยังไม่คิดจะเลิกพฤติกรรมเสี่ยงอยู่ในขั้นใด

ก. Contemplation

ข. Precontemplation

ค. Preparation

ง. Maintenance

  1. ญาติผู้ป่วยโกรธ ตะโกนต่อว่าเจ้าหน้าที่ในหอผู้ป่วยเรื่องรอนาน นักสังคมสงเคราะห์ควรทำอย่างไร

ก. รับฟังอย่างสงบ ยอมรับความรู้สึก พาไปพูดคุยในที่เหมาะสม และประสานหาทางออก

ข. ตะโกนกลับ

ค. เรียกตำรวจทันที

ง. เพิกเฉย

  1. ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายต้องการกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน แต่ลูกต้องการให้รักษาเต็มที่ในโรงพยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ควรทำอย่างไร

ก. ทำตามความต้องการของลูกเท่านั้น

ข. ให้ผู้ป่วยกลับบ้านทันทีโดยไม่บอกญาติ

ค. จัดประชุมครอบครัวร่วมกับทีมแพทย์ ชี้แจงข้อมูล และเคารพความประสงค์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ (Advance Care Planning)

ง. ไม่เกี่ยวข้องกับนักสังคมสงเคราะห์

  1. ผู้ป่วยแรงงานต่างด้าวไม่มีหลักประกันสุขภาพ ได้รับบาดเจ็บรุนแรง นักสังคมสงเคราะห์ควรพิจารณาสิ่งใด

ก. ไม่รับรักษา

ข. ให้การรักษาตามมนุษยธรรม ตรวจสอบสิทธิประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว/ประกันสังคม และประสานนายจ้าง

ค. ส่งกลับประเทศทันที

ง. เรียกเก็บเงินล่วงหน้าทั้งหมด

  1. เด็กอายุ 8 ปี มีบาดแผลไหม้หลายตำแหน่ง ลักษณะไม่สอดคล้องกับคำอธิบายของผู้ปกครอง ข้อใดถูกต้อง

ก. สงสัยการทารุณกรรมเด็ก ต้องประเมินร่วมกับทีมสหวิชาชีพและแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย

ข. ไม่ต้องสงสัย เพราะผู้ปกครองย่อมรักลูก

ค. ให้กลับบ้านทันที

ง. รอเด็กมาโรงพยาบาลอีกครั้ง

  1. ผู้ป่วยจิตเวชอาการกำเริบ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นในชุมชน ญาติไม่สามารถควบคุมได้ ควรประสานหน่วยงานใด

ก. โรงเรียน

ข. ธนาคาร

ค. ไปรษณีย์

ง. ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อนำส่งสถานพยาบาลตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต

  1. การให้การปรึกษาก่อนและหลังตรวจเอชไอวี (VCT) มีหลักการสำคัญข้อใด

ก. ตรวจโดยไม่ต้องได้รับความยินยอม

ข. ความสมัครใจ การรักษาความลับ และการให้ข้อมูลอย่างเพียงพอ

ค. แจ้งผลแก่ที่ทำงานของผู้ป่วย

ง. บังคับตรวจทุกคน

  1. นักสังคมสงเคราะห์จะประเมินระดับการพึ่งพิงในกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุ ควรใช้เครื่องมือใด

ก. Barthel ADL Index

ข. Glasgow Coma Scale

ค. APGAR Score

ง. GPA

  1. ตามดัชนี Barthel ADL ผู้สูงอายุที่มีคะแนน 0–4 จัดอยู่ในกลุ่มใด

ก. ติดสังคม

ข. ติดบ้าน

ค. สุขภาพดีเยี่ยม

ง. ติดเตียง

  1. ผู้ป่วยคนพิการรายใหม่หลังอุบัติเหตุ นักสังคมสงเคราะห์ควรให้ข้อมูลสิทธิใดเป็นลำดับแรก

ก. สิทธิลดหย่อนภาษีรถยนต์

ข. สิทธิกู้เงินซื้อบ้าน

ค. การจดทะเบียนออกบัตรประจำตัวคนพิการ เพื่อเข้าถึงเบี้ยความพิการ บริการฟื้นฟู และกายอุปกรณ์

ง. สิทธิเลือกตั้ง

  1. วัยรุ่นอายุ 16 ปี ติดยาเสพติด สมัครใจเข้ารับการบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ควรยึดหลักใด

ก. ไม่ต้องแจ้งครอบครัวในทุกกรณี

ข. ผู้เสพคืออาชญากร ต้องจับกุมทันที

ค. ผู้เสพคือผู้ป่วย ควรได้รับการบำบัดฟื้นฟูและติดตามดูแลต่อเนื่อง

ง. บำบัดเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ

  1. นักสังคมสงเคราะห์จัดกลุ่มให้ความรู้ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน เป็นการใช้วิธีการใด

ก. Case work

ข. Research only

ค. Psychoanalysis

ง. Group work และการทำงานกับชุมชน

  1. ผู้ป่วยร้องขอให้นักสังคมสงเคราะห์ปกปิดข้อมูลการถูกทำร้ายจากแพทย์ แต่ข้อมูลนั้นมีผลต่อการรักษา นักสังคมสงเคราะห์ควรทำอย่างไร

ก. ปกปิดข้อมูลตามคำขอทุกกรณี

ข. อธิบายความจำเป็นของการแบ่งปันข้อมูลในทีมเพื่อประโยชน์ในการรักษา และขอความยินยอม โดยรักษาความลับนอกทีม

ค. เปิดเผยแก่ทุกคนในหอผู้ป่วย

ง. ยุติการให้บริการ

  1. หลังเกิดอุบัติภัยหมู่ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก นักสังคมสงเคราะห์ควรมีบทบาทใดเป็นสำคัญ

ก. ให้การปฐมพยาบาลทางจิตใจ (Psychological First Aid) ประสานญาติ จัดระบบข้อมูลผู้บาดเจ็บ/เสียชีวิต และเชื่อมโยงความช่วยเหลือ

ข. ผ่าตัดผู้บาดเจ็บ

ค. ให้สัมภาษณ์สื่อแทนผู้ป่วย

ง. เก็บค่ารักษาพยาบาล

 

แนวข้อสอบ นักสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลอ่างทอง

รูปแบบการสั่งซื้อ

เฉลยคำตอบ

1. ค

11. ง

21. ข

31. ก

41. ค

51. ข

61. ค

71. ง

81. ข

91. ก

2. ง

12. ค

22. ก

32. ง

42. ข

52. ก

62. ง

72. ค

82. ก

92. ง

3. ข

13. ค

23. ง

33. ข

43. ก

53. ค

63. ข

73. ค

83. ง

93. ข

4. ก

14. ง

24. ค

34. ก

44. ง

54. ข

64. ก

74. ง

84. ค

94. ก

5. ค

15. ข

25. ค

35. ง

45. ข

55. ก

65. ค

75. ข

85. ค

95. ง

6. ข

16. ก

26. ง

36. ค

46. ก

56. ง

66. ข

76. ก

86. ง

96. ค

7. ก

17. ค

27. ข

37. ค

47. ง

57. ข

67. ก

77. ค

87. ข

97. ค

8. ง

18. ข

28. ก

38. ง

48. ค

58. ก

68. ง

78. ข

88. ก

98. ง

9. ข

19. ก

29. ค

39. ข

49. ค

59. ง

69. ข

79. ก

89. ค

99. ข

10. ก

20. ง

30. ข

40. ก

50. ง

60. ค

70. ก

80. ง

90. ข

100. ก