ข้อสอบ เจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน กรมสุขภาพจิต

แนวข้อสอบ

ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน กรมสุขภาพจิต

ฉบับปี 2569  •  จำนวน 100 ข้อ (ปรนัย 4 ตัวเลือก) พร้อมเฉลยและคำอธิบาย

คำชี้แจง ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว เนื้อหาครอบคลุม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 การบริหารพัสดุ งบประมาณและบัญชีพัสดุ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และความรู้เกี่ยวกับกรมสุขภาพจิต

สัดส่วนข้อสอบ ส่วนที่ 1 = 29 ข้อ  |  ส่วนที่ 2 = 32 ข้อ  |  ส่วนที่ 3 = 15 ข้อ  |  ส่วนที่ 4 = 9 ข้อ  |  ส่วนที่ 5 = 10 ข้อ  |  ส่วนที่ 6 = 5 ข้อ

ส่วนที่ 1 พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

  1. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับเมื่อใด

ก. 24 กุมภาพันธ์ 2560

ข. 1 ตุลาคม 2560

ค. 23 สิงหาคม 2560

ง. 1 มกราคม 2561

  1. ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 คือผู้ใด

ก. นายกรัฐมนตรี

ข. ปลัดกระทรวงการคลัง

ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ง. อธิบดีกรมบัญชีกลาง

  1. ข้อใดไม่ใช่หลักการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 8

ก. คุ้มค่า

ข. ประหยัดที่สุด

ค. โปร่งใส

ง. ตรวจสอบได้

  1. คำว่า “พัสดุ” ตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่รวมถึงข้อใด

ก. สินค้า

ข. งานจ้างที่ปรึกษา

ค. เงินอุดหนุน

ง. งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง

  1. “เจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัตินี้ หมายถึงผู้ใด

ก. ข้าราชการทุกคนในหน่วยงานของรัฐ

ข. กรรมการตรวจรับพัสดุ

ค. ผู้ที่สอบผ่านตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ

ง. ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ

  1. วิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุตามมาตรา 55 มีกี่วิธี

ก. 2 วิธี

ข. 3 วิธี

ค. 4 วิธี

ง. 6 วิธี

  1. ข้อใดไม่ใช่วิธีการตามวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

ก. วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์

ข. วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์

ค. วิธีตกลงราคา

ง. วิธีสอบราคา

  1. วิธีสอบราคาใช้ในกรณีใด

ก. วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท

ข. พัสดุที่มีผู้ขายน้อยราย

ค. พื้นที่ที่ไม่มีระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ง. กรณีจำเป็นเร่งด่วน

  1. วิธีคัดเลือก ต้องเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขอย่างน้อยกี่ราย (เว้นแต่ในงานนั้นมีผู้ประกอบการน้อยกว่า)

ก. 1 ราย

ข. 2 ราย

ค. 3 ราย

ง. 5 ราย

  1. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง กรณีวงเงินครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงินตามกฎกระทรวง ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) กำหนดวงเงินไว้ไม่เกินเท่าใด

ก. 100,000 บาท

ข. 300,000 บาท

ค. 500,000 บาท

ง. 1,000,000 บาท

Review ลูกค้า

  1. วิธีเฉพาะเจาะจง มีลักษณะตามข้อใด

ก. ประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการทั่วไป

ข. เชิญชวนผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 3 ราย

ค. จัดซื้อผ่านระบบ e-catalog เท่านั้น

ง. เชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขรายใดรายหนึ่งให้ยื่นข้อเสนอหรือเข้ามาเจรจาต่อรองราคา

  1. หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีและประกาศเผยแพร่ ตามมาตราใด

ก. มาตรา 8

ข. มาตรา 65

ค. มาตรา 55

ง. มาตรา 11

  1. กรณีใดไม่ต้องจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี

ก. กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ

ข. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธี e-bidding

ค. การจัดซื้อจัดจ้างวงเงินเกิน 5 ล้านบาท

ง. งานจ้างก่อสร้าง

  1. ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด

ก. สำนักงบประมาณ

ข. สำนักงาน ป.ป.ช.

ค. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

ง. กรมบัญชีกลาง

  1. ประธานกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ คือผู้ใด

ก. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ข. ปลัดกระทรวงการคลัง

ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ง. อธิบดีกรมบัญชีกลาง

  1. คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มีผู้ใดเป็นประธานกรรมการ

ก. ปลัดกระทรวงการคลัง

ข. อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ค. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

ง. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

  1. คณะกรรมการใดตามพระราชบัญญัตินี้ มีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางและการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

ก. คณะกรรมการนโยบายฯ

ข. คณะกรรมการวินิจฉัยฯ

ค. คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน

ง. คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

  1. ราคากลางลำดับแรกที่หน่วยงานของรัฐต้องใช้ตามนิยามในมาตรา 4 คือข้อใด

ก. ราคาที่ได้จากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด

ข. ราคาที่ได้จากการสืบราคาจากท้องตลาด

ค. ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายใน 2 ปีงบประมาณ

ง. ราคามาตรฐานของสำนักงบประมาณ

  1. ตามนิยามราคากลาง “ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุด” ต้องอยู่ภายในระยะเวลาใด

ก. 6 เดือน

ข. 1 ปีงบประมาณ

ค. 2 ปีงบประมาณ

ง. 3 ปีงบประมาณ

  1. เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอตามมาตรา 65 คือข้อใด

ก. ราคาต่ำสุดเท่านั้น

ข. ราคา หรือราคาประกอบเกณฑ์อื่น

ค. คุณภาพเท่านั้น

ง. ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์มากที่สุด

  1. ข้อใดเป็นเกณฑ์อื่นที่ใช้ประกอบเกณฑ์ราคาได้ตามมาตรา 65

ก. ต้นทุนของพัสดุนั้นตลอดอายุการใช้งาน

ข. ความสัมพันธ์กับหน่วยงาน

ค. ที่ตั้งของผู้ประกอบการ

ง. จำนวนพนักงานของผู้ประกอบการ

  1. ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง ต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกี่วัน

ก. 3 วันทำการนับแต่วันประกาศผล

ข. 7 วันทำการนับแต่วันประกาศผล

ค. 15 วันนับแต่วันประกาศผล

ง. 30 วันนับแต่วันประกาศผล

  1. เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับอุทธรณ์ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน

ก. 3 วันทำการ

ข. 7 วันทำการ

ค. 15 วัน

ง. 30 วัน

  1. คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ต้องพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน

ก. 7 วัน

ข. 15 วัน

ค. 30 วัน

ง. 60 วัน

  1. ผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบการเป็น “ผู้ทิ้งงาน” คือผู้ใด

ก. ปลัดกระทรวงการคลัง

ข. อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ค. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ

ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

  1. ข้อใดเป็นวิธีการจัดจ้างที่ปรึกษาตามมาตรา 70

ก. วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์

ข. วิธีประกวดแบบ

ค. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก วิธีเฉพาะเจาะจง

ง. วิธีสอบราคาและวิธีพิเศษ

  1. วิธีใดใช้ได้เฉพาะงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง

ก. วิธีคัดเลือก

ข. วิธีเฉพาะเจาะจง

ค. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

ง. วิธีประกวดแบบ

  1. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงที่ได้ลงนามแล้ว ทำได้ในกรณีใดตามมาตรา 97

ก. เมื่อคู่สัญญาร้องขอ

ข. เมื่อราคาวัสดุในท้องตลาดสูงขึ้น

ค. เมื่อมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าหน่วยงาน

ง. เมื่อไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียประโยชน์ หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐหรือประโยชน์สาธารณะ

  1. เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างที่มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ปฏิบัติงานได้ตามปกติ

ข. แจ้งผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นทราบ

ค. ต้องเปิดเผยและไม่เข้าร่วมพิจารณาในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น

ง. ขอความเห็นจากกรมบัญชีกลางก่อน

ส่วนที่ 2 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

  1. ในการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องจัดทำเอกสารใดเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นลำดับแรก

ก. รายงานขอซื้อหรือขอจ้าง

ข. ประกาศผู้ชนะ

ค. สัญญา

ง. ใบตรวจรับพัสดุ

  1. ข้อใดไม่ใช่รายการที่ต้องระบุในรายงานขอซื้อหรือขอจ้างตามระเบียบฯ

ก. เหตุผลความจำเป็นที่ต้องซื้อหรือจ้าง

ข. ราคากลาง

ค. ชื่อผู้ชนะการเสนอราคา

ง. วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

  1. กรณีจำเป็นเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ และไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน ตามข้อ 79 วรรคสอง เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ห้ามดำเนินการจนกว่าจะได้รับอนุมัติ

ข. ดำเนินการไปก่อนแล้วรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ

ค. ขออนุมัติจากกรมบัญชีกลาง

ง. ใช้เงินส่วนตัวแล้วเบิกคืนภายหลัง

  1. ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการในการจัดซื้อจัดจ้าง คือผู้ใด

ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ

ข. หัวหน้าเจ้าหน้าที่

ค. อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ง. ผู้อำนวยการกองคลัง

  1. คณะกรรมการในการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละคณะ ประกอบด้วยบุคคลอย่างน้อยกี่คน

ก. ประธาน 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 1 คน

ข. ไม่จำกัดจำนวน

ค. ประธาน 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 4 คน

ง. ประธาน 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน

  1. องค์ประชุมของคณะกรรมการในการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบฯ คือข้อใด

ก. กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

ข. กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

ค. กรรมการมาประชุมครบทุกคนทุกกรณี

ง. ประธานมาประชุมเพียงคนเดียวก็ได้

  1. กรณีคณะกรรมการลงมติแล้วคะแนนเสียงเท่ากัน ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ให้ลงมติใหม่

ข. ให้ยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง

ค. ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐชี้ขาด

ง. ให้ประธานออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

  1. การจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินไม่เกินเท่าใด หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะแต่งตั้งบุคคลหนึ่งเป็นผู้ตรวจรับพัสดุแทนคณะกรรมการก็ได้

ก. 10,000 บาท

ข. 50,000 บาท

ค. 100,000 บาท

ง. 500,000 บาท

  1. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ใช้กับวงเงินในข้อใด

ก. เกิน 500,000 บาทขึ้นไป

ข. ไม่เกิน 500,000 บาท

ค. ไม่เกิน 100,000 บาท

ง. เฉพาะเกิน 5,000,000 บาท

  1. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) ใช้กับพัสดุประเภทใด

ก. พัสดุที่ไม่ซับซ้อน มีมาตรฐาน และกำหนดไว้ในระบบข้อมูลสินค้า (e-catalog)

ข. งานก่อสร้างทุกประเภท

ค. งานจ้างที่ปรึกษา

ง. พัสดุที่มีความซับซ้อนทางเทคนิค

  1. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธี e-bidding ที่มีวงเงินเกินเท่าใด ต้องนำร่างขอบเขตของงาน (TOR) เผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็น

ก. 500,000 บาท

ข. 1,000,000 บาท

ค. 5,000,000 บาท

ง. 10,000,000 บาท

  1. การเผยแพร่ร่างขอบเขตของงานเพื่อรับฟังความคิดเห็น ต้องเผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่ากี่วัน

ก. 3 วันทำการ

ข. 5 วันทำการ

ค. 7 วันทำการ

ง. 10 วันทำการ

  1. การประกาศเชิญชวนโดยวิธี e-bidding วงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท ต้องประกาศไม่น้อยกว่ากี่วัน

ก. 3 วันทำการ

ข. 5 วันทำการ

ค. 10 วันทำการ

ง. 12 วันทำการ

  1. ขั้นตอนการซื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงภายหลังหัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบรายงานขอซื้อขอจ้างแล้ว คือข้อใด

ก. ประกาศเชิญชวนทั่วไป

ข. ส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณา

ค. เจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการเจรจาตกลงราคากับผู้ประกอบการที่มีอาชีพขายหรือรับจ้างนั้นโดยตรง

ง. เปิดซองข้อเสนอต่อหน้าผู้ประกอบการ

  1. การประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา ต้องประกาศในช่องทางใด

ก. ราชกิจจานุเบกษา

ข. หนังสือพิมพ์รายวัน

ค. ระบบ e-GP และปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ปิดประกาศของหน่วยงาน

ง. แจ้งเฉพาะผู้ชนะทางโทรศัพท์

  1. หลักประกันการเสนอราคา กำหนดให้วางในอัตราร้อยละเท่าใดของวงเงินงบประมาณหรือราคากลาง

ก. ร้อยละ 2.5

ข. ร้อยละ 5

ค. ร้อยละ 10

ง. ร้อยละ 15

  1. หลักประกันสัญญา กำหนดให้วางในอัตราร้อยละเท่าใดของราคาพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้าง

ก. ร้อยละ 3

ข. ร้อยละ 5

ค. ร้อยละ 10

ง. ร้อยละ 20

  1. ข้อใดไม่ใช่หลักประกันที่ใช้วางได้ตามระเบียบ

ก. เงินสด

ข. หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศ

ค. พันธบัตรรัฐบาลไทย

ง. โฉนดที่ดิน

  1. หลักประกันสัญญาต้องคืนให้แก่คู่สัญญาภายในกี่วันนับแต่วันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว

ก. 7 วัน

ข. 15 วัน

ค. 30 วัน

ง. 60 วัน

  1. อัตราค่าปรับกรณีสัญญาซื้อขายที่ผู้ขายส่งมอบล่าช้า กำหนดเป็นรายวันในอัตราใด

ก. ร้อยละ 0.01-0.10 ต่อวันของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ

ข. ร้อยละ 0.01-0.20 ต่อวันของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ

ค. ร้อยละ 0.5 ต่อวันของราคาทั้งสัญญา

ง. ร้อยละ 1 ต่อวันของราคาทั้งสัญญา

  1. อัตราค่าปรับกรณีสัญญาจ้างทั่วไป กำหนดเป็นรายวันในอัตราใด

ก. วันละ 500 บาท

ข. ร้อยละ 0.01-0.20 ของราคางานจ้าง

ค. ร้อยละ 1 ของราคางานจ้าง

ง. ร้อยละ 0.01-0.10 ของราคางานจ้าง แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท

  1. เมื่อจำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละเท่าใดของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง หน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาบอกเลิกสัญญา

ก. ร้อยละ 5

ข. ร้อยละ 10

ค. ร้อยละ 15

ง. ร้อยละ 20

  1. การขอขยายระยะเวลาหรืองดลดค่าปรับเนื่องจากเหตุสุดวิสัย คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุภายในกี่วันนับแต่เหตุนั้นสิ้นสุดลง

ก. 7 วัน

ข. 15 วัน

ค. 30 วัน

ง. 45 วัน

  1. ข้อใดไม่ใช่เหตุที่หน่วยงานของรัฐอาจพิจารณางดหรือลดค่าปรับ หรือขยายเวลาทำการตามสัญญา

ก. เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ

ข. เหตุสุดวิสัย

ค. เหตุเกิดจากพฤติการณ์ที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

ง. ผู้ขายขาดเงินทุนหมุนเวียน

  1. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (กรณีทั่วไปที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง) ต้องตรวจรับพัสดุเมื่อใด

ก. ภายใน 30 วันนับแต่วันส่งมอบ

ข. ภายในสิ้นเดือนที่ส่งมอบ

ค. ในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่ง และให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด

ง. เมื่อหัวหน้าหน่วยงานสั่งการ

  1. สถานที่ตรวจรับพัสดุ ตามระเบียบฯ คือข้อใด

ก. ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง

ข. สถานที่ทำการของผู้ขาย

ค. บ้านของประธานกรรมการ

ง. ที่ใดก็ได้ที่กรรมการสะดวก

  1. กรณีกรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุ ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ถือว่าตรวจรับไม่ผ่านทันที

ข. ให้ทำความเห็นแย้งไว้ แล้วเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาสั่งการ

ค. ให้เปลี่ยนตัวกรรมการคนนั้น

ง. ให้ผู้ขายเป็นผู้ตัดสิน

  1. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง ต้องตรวจรับงานภายในกี่วันทำการนับแต่วันที่ประธานกรรมการได้ทราบการส่งมอบงาน

ก. 1 วันทำการ

ข. 3 วันทำการ

ค. 5 วันทำการ

ง. 7 วันทำการ

  1. ผู้ที่มีหน้าที่ตรวจและควบคุมงานก่อสร้างที่หน้างานเป็นประจำ และบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง คือผู้ใด

ก. ผู้ควบคุมงาน

ข. หัวหน้าเจ้าหน้าที่

ค. คณะกรรมการราคากลาง

ง. ผู้ตรวจสอบภายใน

  1. ตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน การจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เสนอราคาสูงกว่ารายอื่นไม่เกินร้อยละเท่าใด ให้จัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs

ก. ร้อยละ 3

ข. ร้อยละ 5

ค. ร้อยละ 10

ง. ร้อยละ 15

  1. กรณีใดที่หน่วยงานของรัฐอาจยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างได้ตามมาตรา 67

ก. ราคาที่เสนอต่ำกว่าราคากลาง

ข. มีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย

ค. ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือข้อเสนอไม่ถูกต้องตามที่กำหนด

ง. ผู้ชนะเป็นผู้ประกอบการรายใหม่

  1. สัญญาที่มีลักษณะเป็นการซื้อขายพัสดุที่ผู้ขายสามารถส่งมอบได้ครบถ้วนภายในกี่วันทำการนับแต่วันทำข้อตกลง จะทำข้อตกลงเป็นหนังสือแทนการทำสัญญาก็ได้

ก. 3 วันทำการ

ข. 5 วันทำการ

ค. 7 วันทำการ

ง. 15 วันทำการ

ส่วนที่ 3 การบริหารพัสดุ (การเก็บรักษา การยืม การตรวจสอบ และการจำหน่าย)

  1. การบริหารพัสดุตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ หมวด 9 ไม่รวมถึงเรื่องใด

ก. การเก็บและการบันทึก

ข. การประกวดราคา

ค. การตรวจสอบและการจำหน่าย

ง. การเบิกจ่ายและการยืม

  1. เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับมอบพัสดุแล้ว ต้องปฏิบัติอย่างไรเป็นลำดับแรก

ก. ส่งให้ผู้ใช้ทันทีโดยไม่ต้องบันทึก

ข. ลงบัญชีหรือทะเบียนเพื่อควบคุมพัสดุ และเก็บรักษาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย

ค. รายงาน สตง. ทันที

ง. ส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบ

  1. การเบิกจ่ายพัสดุจากหน่วยงานผู้ควบคุมพัสดุ ผู้เบิกต้องเป็นบุคคลใด

ก. บุคคลภายนอก

ข. ผู้ตรวจสอบภายใน

ค. ผู้ขายพัสดุ

ง. หัวหน้าหน่วยพัสดุที่ใช้พัสดุนั้น หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

  1. การยืมพัสดุไปใช้นอกสถานที่ของหน่วยงานของรัฐ ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ใด

ก. เจ้าหน้าที่พัสดุ

ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

ค. หัวหน้ากลุ่มงานที่ใช้พัสดุ

ง. ผู้ยืมอนุมัติเองได้

  1. เมื่อครบกำหนดยืมแล้วผู้ยืมยังไม่นำพัสดุมาคืน ผู้ที่รับผิดชอบต้องติดตามทวงคืนภายในกี่วันนับแต่วันครบกำหนด

ก. 3 วัน

ข. 7 วัน

ค. 15 วัน

ง. 30 วัน

  1. หากพัสดุที่ให้ยืมเกิดชำรุดเสียหายหรือใช้การไม่ได้หรือสูญหาย ผู้ยืมต้องรับผิดชอบอย่างไร

ก. ไม่ต้องรับผิดชอบ

ข. ทำหนังสือขอโทษเท่านั้น

ค. จ่ายค่าปรับร้อยละ 10

ง. ซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม หรือชดใช้เป็นพัสดุประเภท ชนิด ขนาด ลักษณะ และคุณภาพอย่างเดียวกัน หรือชดใช้เป็นเงิน

  1. การตรวจสอบพัสดุประจำปี ต้องตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุในงวดใด

ก. 1 มกราคม – 31 ธันวาคม

ข. 1 เมษายน – 31 มีนาคม

ค. 1 ตุลาคมปีก่อน – 30 กันยายนปีปัจจุบัน

ง. เฉพาะไตรมาสสุดท้าย

  1. ผู้ที่หัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งให้ตรวจสอบพัสดุประจำปี ต้องมีคุณสมบัติตามข้อใด

ก. ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่หรือหัวหน้าเจ้าหน้าที่ อย่างน้อย 1 คน

ข. ต้องเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่

ค. ต้องเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ

ง. ต้องเป็นบุคคลภายนอก

  1. ผู้ตรวจสอบพัสดุประจำปีต้องเสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในกี่วันทำการนับแต่วันเริ่มดำเนินการ

ก. 15 วันทำการ

ข. 30 วันทำการ

ค. 45 วันทำการ

ง. 60 วันทำการ

  1. เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้รับรายงานผลการตรวจสอบพัสดุประจำปีแล้ว ต้องส่งสำเนารายงานไปยังหน่วยงานใด

ก. กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ

ข. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 1 ชุด และหน่วยงานต้นสังกัด (ถ้ามี)

ค. สำนักงาน ป.ป.ช.

ง. คณะกรรมการวินิจฉัยฯ

  1. กรณีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป ให้หัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งคณะกรรมการใดเพื่อหาตัวผู้รับผิด

ก. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

ข. คณะกรรมการราคากลาง

ค. คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง

ง. คณะกรรมการจำหน่ายพัสดุ

  1. ข้อใดไม่ใช่วิธีการจำหน่ายพัสดุตามระเบียบฯ

ก. ขาย

ข. ให้ยืมโดยไม่มีกำหนดคืน

ค. โอน

ง. แลกเปลี่ยน

  1. เงินที่ได้จากการจำหน่ายพัสดุของส่วนราชการ ให้ดำเนินการอย่างไร

ก. นำไปใช้จ่ายในหน่วยงานได้ทันที

ข. นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เว้นแต่กฎหมายหรือระเบียบกำหนดเป็นอย่างอื่น

ค. แบ่งให้คณะกรรมการจำหน่าย

ง. ฝากธนาคารในชื่อหัวหน้าหน่วยงาน

  1. พัสดุที่ไม่มีตัวผู้รับผิด หรือมีแต่ไม่อาจชดใช้ได้ ราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกินเท่าใด หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้จำหน่ายเป็นสูญ

ก. 100,000 บาท

ข. 500,000 บาท

ค. 1,000,000 บาท

ง. 5,000,000 บาท

  1. เมื่อได้ดำเนินการจำหน่ายพัสดุแล้ว ต้องลงจ่ายพัสดุนั้นออกจากบัญชีหรือทะเบียนภายในกี่วันนับแต่วันจำหน่าย

ก. 7 วัน

ข. 15 วัน

ค. 30 วัน

ง. 60 วัน

ส่วนที่ 4 ความรู้ด้านงบประมาณ การเงิน และบัญชีพัสดุ

  1. ปีงบประมาณของประเทศไทยเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อใด

ก. 1 มกราคม – 31 ธันวาคม

ข. 1 เมษายน – 31 มีนาคม

ค. 1 ตุลาคม – 30 กันยายนของปีถัดไป

ง. 1 กรกฎาคม – 30 มิถุนายนของปีถัดไป

  1. ค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง จัดอยู่ในงบรายจ่ายใด

ก. งบบุคลากร

ข. งบดำเนินงาน

ค. งบเงินอุดหนุน

ง. งบลงทุน

  1. ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ และค่าสาธารณูปโภค จัดอยู่ในงบรายจ่ายใด

ก. งบบุคลากร

ข. งบลงทุน

ค. งบดำเนินงาน

ง. งบรายจ่ายอื่น

  1. ตามหลักการจำแนกประเภทรายจ่ายของสำนักงบประมาณ ครุภัณฑ์ที่มีราคาต่อหน่วยหรือต่อชุดไม่เกินเท่าใด ให้จัดเป็นค่าวัสดุ

ก. 5,000 บาท

ข. 10,000 บาท

ค. 20,000 บาท

ง. 50,000 บาท

  1. ข้อใดจัดเป็น “วัสดุ” ตามหลักการจำแนกประเภทรายจ่าย

ก. เครื่องปรับอากาศ ราคา 35,000 บาท

ข. กระดาษ หมึกพิมพ์ แฟ้ม

ค. เครื่องคอมพิวเตอร์ ราคา 25,000 บาท

ง. รถยนต์ส่วนกลาง

  1. การคำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ของหน่วยงานภาครัฐ ตามหลักการและนโยบายบัญชีภาครัฐ ใช้วิธีใด

ก. วิธียอดคงเหลือลดลง

ข. วิธีผลรวมจำนวนปี

ค. วิธีเส้นตรง

ง. วิธีหน่วยผลิต

  1. หากหน่วยงานของรัฐก่อหนี้ผูกพันไว้แล้วแต่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันสิ้นปีงบประมาณ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 สามารถขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้ไม่เกินระยะเวลาใด

ก. 3 เดือนของปีงบประมาณถัดไป

ข. 6 เดือนของปีงบประมาณถัดไป

ค. 1 ปี

ง. 2 ปี

  1. ระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการเบิกจ่ายเงินและบันทึกบัญชีของส่วนราชการ เรียกว่าอะไร

ก. e-GP

ข. e-Budgeting

ค. GFMIS

ง. e-Saraban

  1. ในการจัดซื้อพัสดุ ราคาที่ผู้เสนอราคาเสนอ ต้องเป็นราคาลักษณะใด

ก. ราคาไม่รวมภาษี

ข. ราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่น ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว

ค. ราคาที่หักส่วนลดแล้วเท่านั้น

ง. ราคาตามบัญชีของผู้ขาย

ส่วนที่ 5 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ

  1. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแบ่งออกเป็นกี่ส่วน

ก. 2 ส่วน

ข. 3 ส่วน

ค. 4 ส่วน

ง. 5 ส่วน

  1. กรมสุขภาพจิต จัดเป็นการบริหารราชการส่วนใด

ก. ราชการส่วนท้องถิ่น

ข. ราชการส่วนภูมิภาค

ค. ราชการส่วนกลาง

ง. รัฐวิสาหกิจ

  1. ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หนังสือราชการมีกี่ชนิด

ก. 4 ชนิด

ข. 5 ชนิด

ค. 6 ชนิด

ง. 7 ชนิด

  1. หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด ได้แก่ข้อใด

ก. คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ

ข. ประกาศ แถลงการณ์ ข่าว

ค. หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก

ง. คำสั่ง ประกาศ ข่าว

  1. ชั้นความเร็วของหนังสือราชการเรียงจากเร็วที่สุดไปหาน้อยที่สุด คือข้อใด

ก. ด่วนที่สุด ด่วนมาก ด่วน

ข. ด่วน ด่วนมาก ด่วนที่สุด

ค. ด่วนมาก ด่วนที่สุด ด่วน

ง. ลับที่สุด ลับมาก ลับ

  1. ตามระเบียบงานสารบรรณ หนังสือราชการทั่วไปต้องเก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี

ก. 1 ปี

ข. 5 ปี

ค. 10 ปี

ง. 25 ปี

  1. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มีวัตถุประสงค์สำคัญตามข้อใด

ก. ปกปิดข้อมูลของราชการทุกประเภท

ข. ควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์

ค. ให้ประชาชนมีสิทธิได้รู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐ

ง. จัดเก็บภาษีข้อมูล

  1. กรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อกระทำการด้วยลักษณะใด ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ก. ประมาทเลินเล่อเล็กน้อย

ข. ทุกกรณีที่เกิดความเสียหาย

ค. จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ง. ไม่ต้องรับผิดในทุกกรณี

  1. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มุ่งเน้นเป้าหมายในข้อใด

ก. เพิ่มจำนวนข้าราชการ

ข. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน

ค. เพิ่มขั้นตอนการอนุมัติ

ง. รวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง

  1. การกระทำใดของเจ้าหน้าที่พัสดุถือเป็นการฝ่าฝืนหลักธรรมาภิบาลและอาจเป็นการทุจริต

ก. เปิดเผยแผนการจัดซื้อจัดจ้างในระบบ e-GP

ข. แบ่งซื้อแบ่งจ้างเพื่อให้วงเงินต่ำลงจนเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง

ค. จัดทำราคากลางตามหลักเกณฑ์

ง. ตรวจรับพัสดุตามสัญญา

ส่วนที่ 6 ความรู้เกี่ยวกับกรมสุขภาพจิตและงานสุขภาพจิต

  1. กรมสุขภาพจิต สังกัดกระทรวงใด

ก. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ข. กระทรวงสาธารณสุข

ค. กระทรวงมหาดไทย

ง. สำนักนายกรัฐมนตรี

  1. กฎหมายหลักที่กรมสุขภาพจิตรับผิดชอบในการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยและการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช คือข้อใด

ก. พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข. พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541

ค. พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

ง. พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

  1. สายด่วนสุขภาพจิตของกรมสุขภาพจิต ให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตตลอด 24 ชั่วโมง คือหมายเลขใด

ก. 1300

ข. 1323

ค. 1330

ง. 1669

  1. โรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกของประเทศไทย คือ “โรงพยาบาลคนเสียจริต” ปากคลองสาน ปัจจุบันคือหน่วยงานใด

ก. โรงพยาบาลศรีธัญญา

ข. โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

ค. สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

ง. สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา

  1. หน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิตที่ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น และให้บริการด้านจิตเวชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือข้อใด

ก. โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

ข. โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์

ค. โรงพยาบาลสวนปรุง

ง. สถาบันราชานุกูล

เฉลยแบบย่อ

1. ค 2. ค 3. ข 4. ค 5. ง 6. ข 7. ค 8. ค 9. ค 10. ค
11. ง 12. ง 13. ก 14. ง 15. ก 16. ก 17. ง 18. ก 19. ค 20. ข
21. ก 22. ข 23. ข 24. ค 25. ก 26. ค 27. ง 28. ง 29. ค 30. ก
31. ค 32. ข 33. ก 34. ง 35. ก 36. ง 37. ค 38. ก 39. ก 40. ค
41. ก 42. ข 43. ค 44. ค 45. ข 46. ข 47. ง 48. ข 49. ข 50. ง
51. ข 52. ข 53. ง 54. ค 55. ก 56. ข 57. ข 58. ก 59. ค 60. ค
61. ข 62. ข 63. ข 64. ง 65. ข 66. ข 67. ง 68. ค 69. ก 70. ข
71. ข 72. ค 73. ข 74. ข 75. ค 76. ค 77. ค 78. ง 79. ค 80. ข
81. ข 82. ค 83. ข 84. ค 85. ข 86. ข 87. ค 88. ค 89. ก 90. ก
91. ค 92. ค 93. ค 94. ข 95. ข 96. ข 97. ก 98. ข 99. ง 100. ก

รูปแบบการสั่งซื้อ