ข้อสอบ พนักงานเวชสถิติ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์

แบบทดสอบความรู้ ตำแหน่งพนักงานเวชสถิติ

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

คำชี้แจง: ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 100 ข้อ 100 คะแนน เวลา 120 นาที ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

ส่วนที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานเวชระเบียน (ข้อ 1–20)

  1. “เวชระเบียน” หมายถึงข้อใด

ก. ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล

ข. เอกสารที่บันทึกข้อมูลประวัติ การตรวจ การวินิจฉัย และการรักษาผู้ป่วย

ค. บัตรประจำตัวผู้ป่วยที่ออกให้ครั้งแรก

ง. ทะเบียนรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์

  1. ระบบการให้เลขทะเบียนผู้ป่วยที่ผู้ป่วย 1 คนได้เลขเดียวและใช้เลขนั้นตลอดไปทุกครั้งที่มารับบริการ คือระบบใด

ก. Serial numbering system

ข. Unit numbering system

ค. Serial-unit numbering system

ง. Family numbering system

  1. HN ย่อมาจากข้อใด

ก. Hospital Number

ข. Health Number

ค. History Note

ง. Home Number

  1. AN (Admission Number) จะออกให้ผู้ป่วยเมื่อใด

ก. เมื่อผู้ป่วยมาโรงพยาบาลครั้งแรก

ข. เมื่อผู้ป่วยรับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก

ค. เมื่อผู้ป่วยได้รับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยใน

ง. เมื่อผู้ป่วยถูกส่งต่อไปโรงพยาบาลอื่น

  1. การจัดเก็บแฟ้มเวชระเบียนแบบ Terminal Digit Filing ใช้หลักใด

ก. เรียงตามตัวอักษรชื่อผู้ป่วย

ข. เรียงตามวันที่มารับบริการ

ค. เรียงตามเลขลำดับจากน้อยไปมาก

ง. เรียงโดยใช้ตัวเลขชุดท้ายของเลขทะเบียนเป็นหลัก

  1. HN 12-34-56 หากจัดเก็บแบบ Terminal Digit Filing ตัวเลขชุดใดเป็น Primary digit

ก. 12

ข. 34

ค. 56

ง. 1234

  1. Master Patient Index (MPI) มีประโยชน์หลักในข้อใด

ก. ใช้ค้นหาเลขทะเบียนผู้ป่วยจากชื่อ-สกุลและข้อมูลระบุตัวตน

ข. ใช้คำนวณอัตราการครองเตียง

ค. ใช้บันทึกผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ง. ใช้จัดตารางเวรแพทย์

  1. “Out guide” ในห้องเก็บเวชระเบียนใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

ก. ทำเครื่องหมายแฟ้มที่ต้องทำลาย

ข. วางแทนตำแหน่งแฟ้มที่ถูกยืมออกไป เพื่อติดตามแฟ้ม

ค. แยกแฟ้มผู้ป่วยที่เสียชีวิต

ง. ระบุแฟ้มที่ให้รหัสโรคแล้ว

  1. ระบบเวชระเบียนแบบ Problem-Oriented Medical Record (POMR) พัฒนาโดยผู้ใด

ก. Florence Nightingale

ข. William Farr

ค. Hippocrates

ง. Lawrence L. Weed

  1. ในการบันทึกแบบ SOAP ตัวอักษร “A” หมายถึงข้อใด

ก. Admission

ข. Allergy

ค. Assessment

ง. Action

Review ลูกค้า

  1. ผู้มีหน้าที่หลักในการเขียนสรุปการรักษาเมื่อจำหน่าย (Discharge summary) คือใคร

ก. แพทย์ผู้รักษา

ข. พนักงานเวชสถิติ

ค. พยาบาลประจำหอผู้ป่วย

ง. เจ้าหน้าที่การเงิน

  1. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของพนักงานเวชสถิติในการให้รหัสโรค

ก. พนักงานเวชสถิติเป็นผู้วินิจฉัยโรคแทนแพทย์ได้

ข. แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยโรค ผู้ให้รหัสแปลงคำวินิจฉัยเป็นรหัสตามมาตรฐาน

ค. พยาบาลเป็นผู้กำหนดโรคหลักของผู้ป่วย

ง. ผู้ให้รหัสสามารถเปลี่ยนโรคหลักได้เองเพื่อให้ได้ค่าน้ำหนักสูงขึ้น

  1. Informed consent หมายถึงข้อใด

ก. ใบนัดตรวจครั้งต่อไป

ข. ใบรับรองแพทย์

ค. ใบส่งตัวผู้ป่วย

ง. ความยินยอมของผู้ป่วยหลังได้รับคำอธิบายข้อมูลอย่างเพียงพอ

  1. การตรวจสอบเวชระเบียนเชิงปริมาณ (Quantitative analysis) มุ่งตรวจสอบสิ่งใด

ก. ความถูกต้องของการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพ

ข. ค่าใช้จ่ายในการรักษา

ค. ความครบถ้วนของแบบฟอร์ม การบันทึก และลายมือชื่อผู้บันทึก

ง. ความพึงพอใจของผู้ป่วย

  1. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของเวชระเบียน

ก. ตัวเอกสารเป็นของสถานพยาบาล ส่วนข้อมูลในเวชระเบียนผู้ป่วยมีสิทธิได้รับรู้

ข. ผู้ป่วยมีสิทธินำแฟ้มฉบับจริงกลับบ้านได้

ค. แพทย์ผู้รักษาเป็นเจ้าของแฟ้มเวชระเบียน

ง. บริษัทประกันเป็นเจ้าของข้อมูลของผู้ถือกรมธรรม์

  1. ระบบบันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่รวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วยข้ามสถานพยาบาลได้ เรียกว่าอะไร

ก. EMR (Electronic Medical Record)

ข. EHR (Electronic Health Record)

ค. PHR (Personal Health Record)

ง. LIS (Laboratory Information System)

  1. HL7 (Health Level Seven) คือมาตรฐานเกี่ยวกับเรื่องใด

ก. การจัดเก็บแฟ้มกระดาษ

ข. การให้รหัสโรค

ค. การรับรองคุณภาพโรงพยาบาล

ง. การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางสุขภาพระหว่างระบบคอมพิวเตอร์

  1. ข้อใด “ไม่ใช่” วัตถุประสงค์ของเวชระเบียน

ก. เป็นหลักฐานทางกฎหมาย

ข. ใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

ค. ใช้เผยแพร่ข้อมูลผู้ป่วยต่อสาธารณะเพื่อประชาสัมพันธ์

ง. ใช้ในการศึกษาวิจัยและการเรียนการสอน

  1. การแก้ไขข้อความที่บันทึกผิดในเวชระเบียนกระดาษ ควรทำอย่างไร

ก. ขีดฆ่าเส้นเดียวให้ยังอ่านข้อความเดิมได้ เขียนข้อความใหม่ ลงชื่อและวันที่กำกับ

ข. ใช้น้ำยาลบคำผิดแล้วเขียนทับ

ค. ฉีกหน้านั้นทิ้งแล้วเขียนใหม่

ง. ขีดทับจนอ่านข้อความเดิมไม่ได้

  1. ผู้ป่วยมาขอสำเนาเวชระเบียนของตนเอง พนักงานเวชสถิติควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ปฏิเสธทุกกรณีเพราะเป็นความลับ

ข. มอบแฟ้มฉบับจริงให้ทันที

ค. ให้ญาติคนใดก็ได้มารับแทนโดยไม่ต้องมีเอกสาร

ง. ให้ยื่นคำร้องตามระเบียบ ตรวจสอบยืนยันตัวตน แล้วดำเนินการทำสำเนาให้

ส่วนที่ 2 การให้รหัสโรคและหัตถการ ICD-10 / ICD-9-CM (ข้อ 21–45)

  1. บัญชีจำแนกทางสถิติระหว่างประเทศของโรคและปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง (ICD-10) จัดทำโดยหน่วยงานใด

ก. UNICEF

ข. องค์การอนามัยโลก (WHO)

ค. กระทรวงสาธารณสุข

ง. สหประชาชาติ (UN)

  1. ICD-10-TM เป็นฉบับที่ดัดแปลงสำหรับประเทศไทย จัดทำโดยหน่วยงานใด

ก. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ข. กรมบัญชีกลาง

ค. กระทรวงสาธารณสุข

ง. แพทยสภา

  1. ICD-10 ฉบับปัจจุบันขององค์การอนามัยโลกแบ่งออกเป็นกี่บท (Chapter)

ก. 22 บท

ข. 19 บท

ค. 21 บท

ง. 25 บท

  1. รหัส A00–B99 อยู่ในกลุ่มโรคใด

ก. เนื้องอก

ข. โรคระบบทางเดินหายใจ

ค. โรคระบบไหลเวียนโลหิต

ง. โรคติดเชื้อและปรสิตบางชนิด

  1. รหัส C00–D48 อยู่ในกลุ่มโรคใด

ก. โรคเลือด

ข. เนื้องอก (Neoplasms)

ค. โรคผิวหนัง

ง. โรคระบบต่อมไร้ท่อ

  1. รหัส I00–I99 อยู่ในกลุ่มโรคใด

ก. โรคติดเชื้อ

ข. โรคระบบประสาท

ค. โรคระบบไหลเวียนโลหิต

ง. โรคระบบทางเดินอาหาร

  1. รหัส O00–O99 อยู่ในกลุ่มใด

ก. การตั้งครรภ์ การคลอด และระยะหลังคลอด

ข. ภาวะเกิดในระยะปริกำเนิด

ค. ความผิดปกติแต่กำเนิด

ง. โรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

  1. รหัส S00–T98 อยู่ในกลุ่มใด

ก. สาเหตุภายนอกของการป่วยและการตาย

ข. อาการและอาการแสดงที่ผิดปกติ

ค. ปัจจัยที่มีผลต่อสถานะสุขภาพ

ง. การบาดเจ็บ การเป็นพิษ และผลที่ตามมาจากสาเหตุภายนอก

  1. รหัส V01–Y98 ใช้สำหรับให้รหัสเรื่องใด

ก. ลักษณะการบาดเจ็บ

ข. สาเหตุภายนอกของการป่วยและการตาย

ค. โรคจากการประกอบอาชีพ

ง. ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด

  1. รหัสกลุ่ม Z00–Z99 ใช้ในกรณีใด

ก. โรคที่ไม่ทราบสาเหตุ

ข. โรคติดเชื้อที่ดื้อยา

ค. ปัจจัยที่มีผลต่อสถานะสุขภาพและการมารับบริการสุขภาพ

ง. ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์

  1. รหัส E11 หมายถึงโรคใด

ก. เบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 diabetes mellitus)

ข. เบาหวานชนิดที่ 1

ค. ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ

ง. ภาวะขาดสารอาหาร

  1. รหัส I10 หมายถึงโรคใด

ก. กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

ข. หัวใจล้มเหลว

ค. โรคหลอดเลือดสมองตีบ

ง. ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Essential hypertension)

  1. ไข้เลือดออกเดงกี (Dengue haemorrhagic fever) ตาม ICD-10 ใช้รหัสใด

ก. A90

ข. A91

ค. A92

ง. B50

  1. โรคโควิด-19 ที่ยืนยันการตรวจพบเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ใช้รหัสใด

ก. J18.9

ข. B34.2

ค. U07.1

ง. U07.2

  1. เครื่องหมาย † (Dagger) ในระบบ Dagger–Asterisk หมายถึงรหัสประเภทใด

ก. รหัสที่แสดงสาเหตุของโรค (Etiology)

ข. รหัสที่แสดงอาการแสดงของโรคในอวัยวะ (Manifestation)

ค. รหัสที่ห้ามใช้เป็นโรคหลัก

ง. รหัสที่ใช้เฉพาะผู้ป่วยนอก

  1. รหัส Morphology ของเนื้องอกที่มี Behavior code “/3” หมายถึงข้อใด

ก. เนื้องอกไม่ร้าย (Benign)

ข. เนื้องอกชนิดไม่แน่นอน

ค. มะเร็งระยะเริ่มต้นเฉพาะที่ (In situ)

ง. มะเร็ง ณ ตำแหน่งปฐมภูมิ (Malignant, primary site)

  1. Behavior code “/6” หมายถึงข้อใด

ก. มะเร็ง ณ ตำแหน่งปฐมภูมิ

ข. มะเร็ง ณ ตำแหน่งที่แพร่กระจาย (Metastatic site)

ค. เนื้องอกไม่ร้าย

ง. มะเร็งที่ไม่ทราบตำแหน่ง

  1. โรคหลัก (Principal diagnosis) หมายถึงข้อใด

ก. โรคที่มีค่ารักษาสูงที่สุด

ข. โรคที่ผู้ป่วยแจ้งเป็นอาการแรก

ค. โรคที่ได้รับการวินิจฉัยเมื่อสิ้นสุดการรักษาว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยต้องรับการรักษาหรือตรวจวินิจฉัย

ง. โรคที่ทำให้ได้ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์สูงสุด

  1. โรคร่วม (Comorbidity) หมายถึงข้อใด

ก. โรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ก่อนหรือพร้อมกับโรคหลัก และมีผลต่อการรักษา

ข. โรคที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัด

ค. โรคที่เกิดจากการติดเชื้อในโรงพยาบาลเท่านั้น

ง. โรคของญาติผู้ป่วย

  1. โรคแทรก (Complication) หมายถึงข้อใด

ก. โรคประจำตัวของผู้ป่วย

ข. โรคที่ผู้ป่วยเคยเป็นในอดีตและหายแล้ว

ค. โรคที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นอันดับแรก

ง. โรคหรือภาวะที่เกิดขึ้นภายหลังผู้ป่วยรับไว้รักษาในโรงพยาบาล

  1. ICD-9-CM (Volume 3) ใช้สำหรับการให้รหัสเรื่องใด

ก. รหัสโรค

ข. รหัสผ่าตัดและหัตถการ

ค. รหัสยา

ง. รหัสสาเหตุการตาย

  1. การผ่าตัดไส้ติ่ง (Appendectomy) ตาม ICD-9-CM อยู่ในหมวดรหัสใด

ก. 45.1

ข. 51.2

ค. 47.0

ง. 74.1

  1. การผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องแบบ Low cervical cesarean section ตาม ICD-9-CM ใช้รหัสใด

ก. 74.1

ข. 47.0

ค. 68.4

ง. 73.5

  1. ขั้นตอนการค้นหารหัส ICD-10 ที่ถูกต้องคือข้อใด

ก. ค้นในเล่ม 1 อย่างเดียว

ข. ค้นในเล่ม 2 แล้วบันทึกรหัสทันที

ค. เดารหัสจากความจำแล้วตรวจในเล่ม 3

ง. ค้นคำนำในเล่ม 3 (Alphabetical index) แล้วตรวจสอบยืนยันในเล่ม 1 (Tabular list)

  1. ICD-11 ขององค์การอนามัยโลกเริ่มมีผลบังคับใช้ในระดับสากลตั้งแต่เมื่อใด

ก. 1 มกราคม 2020

ข. 1 มกราคม 2022

ค. 1 มกราคม 2019

ง. 1 มกราคม 2025

ส่วนที่ 3 สถิติโรงพยาบาลและสถิติเบื้องต้น (ข้อ 46–70)

  1. สูตรการคำนวณอัตราการครองเตียง (Bed occupancy rate) คือข้อใด

ก. จำนวนผู้ป่วยจำหน่าย × 100 / จำนวนเตียง

ข. จำนวนวันนอนรวม / จำนวนผู้ป่วยจำหน่าย

ค. จำนวนวันอยู่โรงพยาบาลของผู้ป่วยใน × 100 / (จำนวนเตียง × จำนวนวันในช่วงเวลานั้น)

ง. จำนวนผู้ป่วยรับใหม่ × 100 / จำนวนเตียง

  1. โรงพยาบาลมี 200 เตียง ในเดือนที่มี 30 วัน มีวันอยู่โรงพยาบาลของผู้ป่วยใน (Inpatient service days) รวม 4,800 วัน อัตราการครองเตียงเท่ากับเท่าใด

ก. ร้อยละ 80

ข. ร้อยละ 75

ค. ร้อยละ 85

ง. ร้อยละ 90

  1. ในเดือนหนึ่งมีผู้ป่วยจำหน่าย 300 ราย รวมวันนอนของผู้ป่วยที่จำหน่าย 1,500 วัน วันนอนเฉลี่ย (ALOS) เท่ากับเท่าใด

ก. 3 วัน

ข. 4 วัน

ค. 6 วัน

ง. 5 วัน

  1. สูตรอัตราตายรวมของโรงพยาบาล (Gross death rate) คือข้อใด

ก. จำนวนตาย × 1,000 / ประชากรกลางปี

ข. จำนวนผู้ป่วยในที่ตาย × 100 / จำนวนผู้ป่วยในที่จำหน่าย (รวมตาย)

ค. จำนวนตายภายใน 48 ชม. × 100 / จำนวนผู้ป่วยรับใหม่

ง. จำนวนตาย × 100 / จำนวนเตียง

  1. มีผู้ป่วยในจำหน่าย (รวมตาย) 500 ราย ตาย 10 ราย อัตราตายรวม (Gross death rate) เท่ากับเท่าใด

ก. ร้อยละ 1

ข. ร้อยละ 1.5

ค. ร้อยละ 2

ง. ร้อยละ 5

  1. อัตราตายสุทธิ (Net death rate) แตกต่างจากอัตราตายรวมอย่างไร

ก. ไม่นับผู้ป่วยที่ตายภายใน 48 ชั่วโมงหลังรับไว้

ข. นับเฉพาะผู้ป่วยที่ตายในห้องผ่าตัด

ค. นับรวมผู้ป่วยที่ตายก่อนมาถึงโรงพยาบาล

ง. นับเฉพาะทารกแรกเกิด

  1. ผู้ป่วยจำหน่าย (รวมตาย) 1,000 ราย ตายทั้งหมด 20 ราย ในจำนวนนี้ตายภายใน 48 ชั่วโมง 8 ราย อัตราตายสุทธิเท่ากับประมาณเท่าใด

ก. ร้อยละ 2.00

ข. ร้อยละ 0.80

ค. ร้อยละ 1.61

ง. ร้อยละ 1.21

  1. อัตราการหมุนเวียนเตียง (Bed turnover rate) คำนวณอย่างไร

ก. จำนวนเตียง / จำนวนผู้ป่วยรับใหม่

ข. จำนวนผู้ป่วยจำหน่าย (รวมตาย) / จำนวนเตียง

ค. จำนวนวันนอนรวม / จำนวนเตียง

ง. จำนวนเตียงว่าง × 100 / จำนวนเตียง

  1. การนับจำนวนผู้ป่วยในประจำวัน (Inpatient census) โดยทั่วไปนับ ณ เวลาใด

ก. 08.00 น.

ข. 12.00 น.

ค. 24.00 น. (เที่ยงคืน)

ง. 16.00 น.

  1. “Inpatient service day” หมายถึงข้อใด

ก. หน่วยการให้บริการผู้ป่วยใน 1 ราย ใน 1 วัน (ช่วงเวลาระหว่างการนับยอด 2 ครั้งติดต่อกัน)

ข. จำนวนวันที่แพทย์ออกตรวจ

ค. จำนวนวันที่ผู้ป่วยรอเตียง

ง. จำนวนวันทำการของแผนกเวชระเบียน

  1. ผู้ป่วยรับไว้วันที่ 1 ตุลาคม จำหน่ายวันที่ 5 ตุลาคม วันนอนโรงพยาบาล (Length of stay) เท่ากับกี่วัน

ก. 3 วัน

ข. 4 วัน

ค. 5 วัน

ง. 6 วัน

  1. ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของข้อมูล 2, 4, 6, 8, 10 เท่ากับเท่าใด

ก. 5

ข. 7

ค. 6

ง. 8

  1. มัธยฐาน (Median) ของข้อมูล 3, 7, 1, 9, 5 เท่ากับเท่าใด

ก. 5

ข. 6

ค. 7

ง. 9

  1. ฐานนิยม (Mode) ของข้อมูล 2, 3, 3, 4, 5, 3, 6 เท่ากับเท่าใด

ก. 2

ข. 4

ค. 5

ง. 3

  1. ข้อใดเป็นค่าวัดการกระจายของข้อมูล

ก. ค่าเฉลี่ย

ข. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation)

ค. มัธยฐาน

ง. ฐานนิยม

  1. หมู่เลือด (A, B, AB, O) เป็นข้อมูลระดับการวัดใด

ก. Ordinal scale

ข. Interval scale

ค. Nominal scale

ง. Ratio scale

  1. ระดับความเจ็บปวด “น้อย ปานกลาง มาก” เป็นข้อมูลระดับการวัดใด

ก. Ordinal scale

ข. Nominal scale

ค. Interval scale

ง. Ratio scale

  1. อุณหภูมิร่างกายในหน่วยองศาเซลเซียส เป็นข้อมูลระดับการวัดใด

ก. Nominal scale

ข. Ordinal scale

ค. Ratio scale

ง. Interval scale

  1. ข้อมูลที่มีการแจกแจงแบบปกติ (Normal distribution) มีลักษณะตามข้อใด

ก. ค่าเฉลี่ยมากกว่ามัธยฐานเสมอ

ข. ค่าเฉลี่ย = มัธยฐาน = ฐานนิยม

ค. ฐานนิยมมากกว่าค่าเฉลี่ย

ง. เบ้ขวา

  1. อุบัติการณ์ (Incidence rate) หมายถึงข้อใด

ก. จำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่มีอยู่ ณ จุดเวลาหนึ่ง

ข. จำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากร

ค. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งต่อประชากรกลุ่มเสี่ยง

ง. จำนวนผู้ป่วยที่หายจากโรค

  1. ความชุก (Prevalence) หมายถึงข้อใด

ก. จำนวนผู้ป่วยทั้งรายเก่าและรายใหม่ที่มีอยู่ในช่วงเวลาหรือ ณ จุดเวลาหนึ่งต่อประชากร

ข. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่เท่านั้น

ค. จำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิต

ง. จำนวนผู้ป่วยที่ย้ายออก

  1. อัตราตายทารก (Infant mortality rate) คิดต่อหน่วยใด

ก. ต่อประชากร 1,000 คน

ข. ต่อการเกิดมีชีพ 100,000 คน

ค. ต่อหญิงวัยเจริญพันธุ์ 1,000 คน

ง. ต่อการเกิดมีชีพ 1,000 คน

  1. อัตราส่วนการตายของมารดา (Maternal mortality ratio) คิดต่อหน่วยใด

ก. ต่อการเกิดมีชีพ 1,000 คน

ข. ต่อการเกิดมีชีพ 100,000 คน

ค. ต่อประชากร 100,000 คน

ง. ต่อหญิงตั้งครรภ์ 1,000 คน

  1. ในปีหนึ่งมีการคลอดทั้งหมด 400 ราย เป็นการผ่าตัดคลอด 120 ราย อัตราการผ่าตัดคลอด (Cesarean rate) เท่ากับเท่าใด

ก. ร้อยละ 25

ข. ร้อยละ 28

ค. ร้อยละ 30

ง. ร้อยละ 33.3

  1. หากต้องการนำเสนอสัดส่วนสิทธิการรักษาของผู้ป่วยทั้งหมดว่าแต่ละสิทธิคิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของทั้งหมด ควรใช้แผนภูมิชนิดใด

ก. แผนภูมิวงกลม (Pie chart)

ข. กราฟเส้น (Line graph)

ค. ฮิสโทแกรม (Histogram)

ง. แผนภาพการกระจาย (Scatter plot)

ส่วนที่ 4 กฎหมาย จริยธรรม ระบบหลักประกันสุขภาพ และ DRG (ข้อ 71–90)

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ประกาศใช้ในปี พ.ศ. ใด

ก. 2560

ข. 2562

ค. 2565

ง. 2550

  1. ตาม PDPA ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยจัดเป็นข้อมูลประเภทใด

ก. ข้อมูลทั่วไป

ข. ข้อมูลสาธารณะ

ค. ข้อมูลนิรนาม

ง. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive data)

  1. กฎหมายใดบัญญัติว่า “ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล”

ก. พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

ข. พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541

ค. พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

ง. พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533

  1. ผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ช่วยในวิชาชีพที่เปิดเผยความลับของผู้อื่นซึ่งตนล่วงรู้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ อาจมีความผิดตามกฎหมายใด

ก. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323

ข. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ค. พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ มาตรา 9

ง. รัฐธรรมนูญ มาตรา 1

  1. หน่วยงานที่บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง/UC) คือหน่วยงานใด

ก. กรมบัญชีกลาง

ข. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

ค. สำนักงานประกันสังคม

ง. กรมการแพทย์

  1. สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (CSMBS) อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด

ก. สปสช.

ข. สำนักงานประกันสังคม

ค. กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

ง. สำนักงาน ก.พ.

  1. สิทธิประกันสังคมอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงใด

ก. กระทรวงสาธารณสุข

ข. กระทรวงการคลัง

ค. กระทรวงมหาดไทย

ง. กระทรวงแรงงาน

  1. ผู้ป่วยอุบัติเหตุจากรถยนต์ใช้สิทธิคุ้มครองตามกฎหมายใดเป็นลำดับแรก

ก. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

ข. พ.ร.บ.จราจรทางบก

ค. พ.ร.บ.ประกันสังคม

ง. พ.ร.บ.เงินทดแทน

  1. DRG ย่อมาจากข้อใด

ก. Disease Record Group

ข. Diagnosis Related Group

ค. Diagnosis Report Guideline

ง. Drug Related Group

  1. RW ในระบบ DRG หมายถึงข้อใด

ก. Real Weight

ข. Rate of Ward

ค. Relative Weight (ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์)

ง. Record Workload

  1. ดัชนีผสมผู้ป่วยใน (CMI: Case Mix Index) คำนวณอย่างไร

ก. จำนวนผู้ป่วย / ผลรวม AdjRW

ข. ผลรวมวันนอน / จำนวนผู้ป่วย

ค. ผลรวม RW × จำนวนเตียง

ง. ผลรวม AdjRW / จำนวนผู้ป่วยใน

  1. ข้อใด “ไม่ใช่” ข้อมูลที่ใช้ในการจัดกลุ่ม DRG

ก. ศาสนาของผู้ป่วย

ข. การวินิจฉัยโรคหลักและโรครอง

ค. การผ่าตัดและหัตถการ

ง. อายุ เพศ และสถานะการจำหน่าย

  1. “Upcoding” หมายถึงข้อใด

ก. การให้รหัสโรคครบถ้วนตามเวชระเบียน

ข. การให้รหัสสูงเกินกว่าข้อเท็จจริงในเวชระเบียนเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนมากขึ้น

ค. การปรับปรุงรหัสให้เป็นฉบับล่าสุด

ง. การให้รหัสต่ำกว่าความเป็นจริง

  1. การตรวจประเมินคุณภาพการบันทึกเวชระเบียน (Medical Record Audit) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร

ก. ลงโทษแพทย์ผู้บันทึก

ข. ลดจำนวนแบบฟอร์ม

ค. ประเมินความครบถ้วนและถูกต้องของการบันทึก เพื่อพัฒนาคุณภาพและสนับสนุนการเบิกจ่ายที่ถูกต้อง

ง. นับจำนวนแฟ้มในห้องเก็บ

  1. หน่วยงานที่ทำหน้าที่ประเมินและรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (HA) ในประเทศไทยคือข้อใด

ก. สปสช.

ข. แพทยสภา

ค. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ง. สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) – สรพ.

  1. กฎหมายที่ว่าด้วยสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานรัฐ คือข้อใด

ก. พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

ข. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ค. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ง. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

  1. การนำรหัสผ่านของผู้อื่นไปเข้าใช้ระบบสารสนเทศโรงพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีความผิดตามกฎหมายใด

ก. พ.ร.บ.สถานพยาบาล

ข. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ค. พ.ร.บ.ประกันสังคม

ง. พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

  1. บริษัทประกันชีวิตขอประวัติการรักษาของผู้ป่วย โรงพยาบาลควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ส่งให้ทันทีเพราะเป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือ

ข. ปฏิเสธทุกกรณีแม้ผู้ป่วยยินยอม

ค. ให้ข้อมูลเมื่อมีหนังสือยินยอมจากผู้ป่วยหรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และเปิดเผยเท่าที่จำเป็น

ง. ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ได้เลย

  1. เจ้าหน้าที่ตำรวจขอข้อมูลเวชระเบียนเพื่อประกอบคดี ข้อใดถูกต้องที่สุด

ก. ให้สำเนาทันทีเมื่อแสดงบัตรประจำตัว

ข. ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์

ค. ปฏิเสธเสมอเพราะเป็นความลับ

ง. ให้มีหนังสือขอข้อมูลอย่างเป็นทางการตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด และดำเนินการผ่านผู้มีอำนาจของโรงพยาบาล

  1. กรณีผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว ผู้ที่สามารถขอสำเนาเวชระเบียนได้ควรเป็นผู้ใด

ก. ทายาทโดยธรรมหรือผู้มีสิทธิตามกฎหมาย พร้อมเอกสารแสดงความเกี่ยวข้อง

ข. เพื่อนบ้านของผู้ป่วย

ค. บุคคลใดก็ได้ที่มาติดต่อ

ง. ไม่มีผู้ใดขอได้อีก

ส่วนที่ 5 ความรู้เกี่ยวกับโรงพยาบาล คอมพิวเตอร์ และการบริการ (ข้อ 91–100)

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อยู่ในสังกัดหน่วยงานใด

ก. กระทรวงสาธารณสุข

ข. กรุงเทพมหานคร

ค. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ง. กระทรวงกลาโหม

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ที่ใด

ก. อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ข. ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ค. อ.เมือง จ.นนทบุรี

ง. เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

  1. ในปี พ.ศ. 2563 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนกี่เตียง

ก. 100 เตียง

ข. 200 เตียง

ค. 250 เตียง

ง. 308 เตียง

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจรายแรกในปี พ.ศ. ใด

ก. 2566

ข. 2560

ค. 2563

ง. 2568

  1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดเป็นโรงพยาบาลประเภทใด

ก. โรงพยาบาลชุมชน

ข. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย (โรงเรียนแพทย์)

ค. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

ง. คลินิกเอกชน

  1. ใน Microsoft Excel ฟังก์ชันใดใช้หาค่าเฉลี่ยของข้อมูล

ก. =SUM()

ข. =COUNT()

ค. =AVERAGE()

ง. =MAX()

  1. ต้องการนับจำนวนผู้ป่วยที่มีสิทธิ “UC” ในคอลัมน์ B ของ Excel ควรใช้ฟังก์ชันใด

ก. =SUM(B:B)

ข. =VLOOKUP(“UC”,B:B)

ค. =COUNT(B:B)

ง. =COUNTIF(B:B,”UC”)

  1. ผู้ป่วยไม่พอใจที่ต้องรอแฟ้มเวชระเบียนนาน และพูดเสียงดังที่เคาน์เตอร์ ควรปฏิบัติอย่างไรเหมาะสมที่สุด

ก. รับฟังอย่างสุภาพ แสดงความเข้าใจ ชี้แจงสาเหตุ และเร่งติดตามแฟ้มให้

ข. โต้เถียงเพื่อชี้แจงว่าไม่ใช่ความผิดของตน

ค. ไม่สนใจและให้บริการผู้ป่วยรายอื่นต่อ

ง. ให้ผู้ป่วยกลับบ้านแล้วมาใหม่วันหลัง

  1. ข้อใดเป็นแนวปฏิบัติที่ดีในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลในระบบ HIS

ก. ใช้รหัสผ่านร่วมกันในแผนกเพื่อความสะดวก

ข. ออกจากระบบ (Log out) หรือล็อกหน้าจอทุกครั้งเมื่อไม่อยู่ที่เครื่อง

ค. จดรหัสผ่านติดไว้ที่หน้าจอ

ง. เปิดเครื่องค้างไว้ให้ผู้อื่นใช้ต่อ

  1. วัตถุประสงค์หลักของการสำรองข้อมูล (Backup) ในระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์คือข้อใด

ก. เพิ่มความเร็วของเครื่องคอมพิวเตอร์

ข. ลดจำนวนผู้ใช้งานระบบ

ค. ป้องกันข้อมูลสูญหายและสามารถกู้คืนได้เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง

ง. ใช้แทนการให้รหัสโรค

 

เฉลยข้อสอบ

1. ข

2. ข

3. ก

4. ค

5. ง

6. ค

7. ก

8. ข

9. ง

10. ค

11. ก

12. ข

13. ง

14. ค

15. ก

16. ข

17. ง

18. ค

19. ก

20. ง

21. ข

22. ค

23. ก

24. ง

25. ข

26. ค

27. ก

28. ง

29. ข

30. ค

31. ก

32. ง

33. ข

34. ค

35. ก

36. ง

37. ข

38. ค

39. ก

40. ง

41. ข

42. ค

43. ก

44. ง

45. ข

46. ค

47. ก

48. ง

49. ข

50. ค

51. ก

52. ง

53. ข

54. ค

55. ก

56. ข

57. ค

58. ก

59. ง

60. ข

61. ค

62. ก

63. ง

64. ข

65. ค

66. ก

67. ง

68. ข

69. ค

70. ก

71. ข

72. ง

73. ค

74. ก

75. ข

76. ค

77. ง

78. ก

79. ข

80. ค

81. ง

82. ก

83. ข

84. ค

85. ง

86. ก

87. ข

88. ค

89. ง

90. ก

91. ค

92. ข

93. ง

94. ก

95. ข

96. ค

97. ง

98. ก

99. ข

100. ค

คำอธิบายเฉลยรายข้อ

ข้อ 1  ตอบ ข  เวชระเบียนคือบันทึกข้อมูลสุขภาพและการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย

ข้อ 2  ตอบ ข  Unit numbering ให้เลขเดียวใช้ตลอด ทำให้ประวัติทั้งหมดรวมอยู่ในแฟ้มเดียว

ข้อ 3  ตอบ ก  HN = Hospital Number เลขประจำตัวผู้ป่วยของโรงพยาบาล

ข้อ 4  ตอบ ค  AN ออกใหม่ทุกครั้งที่รับไว้เป็นผู้ป่วยใน

ข้อ 5  ตอบ ง  Terminal digit ใช้เลขชุดท้ายเป็นตัวกำหนดช่องเก็บ ช่วยกระจายแฟ้มอย่างสม่ำเสมอ

ข้อ 6  ตอบ ค  Primary คือชุดท้าย (56), Secondary คือชุดกลาง (34), Tertiary คือชุดแรก (12)

ข้อ 7  ตอบ ก  MPI เป็นดัชนีหลักผู้ป่วยสำหรับค้นหาและป้องกันการออก HN ซ้ำ

ข้อ 8  ตอบ ข  Out guide วางแทนแฟ้มที่ถูกเบิกออก บอกว่าแฟ้มอยู่ที่ใด ใครยืม เมื่อใด

ข้อ 9  ตอบ ง  Dr. Lawrence L. Weed เสนอแนวคิด POMR และรูปแบบบันทึก SOAP

ข้อ 10  ตอบ ค  S = Subjective, O = Objective, A = Assessment, P = Plan

ข้อ 11  ตอบ ก  แพทย์ผู้รักษาเป็นผู้สรุปการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อ 12  ตอบ ข  ผู้ให้รหัสต้องให้รหัสตามคำวินิจฉัยของแพทย์ หากไม่ชัดเจนต้องปรึกษาแพทย์

ข้อ 13  ตอบ ง  เป็นความยินยอมที่ได้รับหลังผู้ป่วยรับทราบข้อมูล ประโยชน์ และความเสี่ยงของการรักษา

ข้อ 14  ตอบ ค  เชิงปริมาณตรวจความครบถ้วน ส่วนเชิงคุณภาพตรวจความสอดคล้องและความถูกต้องของเนื้อหา

ข้อ 15  ตอบ ก  สถานพยาบาลเป็นผู้ครอบครองเอกสาร ผู้ป่วยมีสิทธิในข้อมูลและขอสำเนาได้ตามระเบียบ

ข้อ 16  ตอบ ข  EMR ใช้ภายในองค์กรเดียว ส่วน EHR ออกแบบให้แลกเปลี่ยนข้ามองค์กรได้

ข้อ 17  ตอบ ง  HL7 เป็นมาตรฐานการรับส่งข้อมูลระหว่างระบบสารสนเทศทางการแพทย์

ข้อ 18  ตอบ ค  ข้อมูลผู้ป่วยเป็นความลับ ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม

ข้อ 19  ตอบ ก  ต้องคงข้อความเดิมให้ตรวจสอบได้ เพื่อความน่าเชื่อถือทางกฎหมาย

ข้อ 20  ตอบ ง  ผู้ป่วยมีสิทธิขอสำเนา แต่ต้องผ่านขั้นตอนตามระเบียบและยืนยันตัวตน

ข้อ 21  ตอบ ข  ICD จัดทำและเผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก

ข้อ 22  ตอบ ค  ICD-10-TM พัฒนาโดยกระทรวงสาธารณสุข (สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สป.สธ.)

ข้อ 23  ตอบ ก  มี 22 บท โดยบทที่ 22 คือ Codes for special purposes (U00–U85)

ข้อ 24  ตอบ ง  Chapter I: Certain infectious and parasitic diseases

ข้อ 25  ตอบ ข  Chapter II: Neoplasms

ข้อ 26  ตอบ ค  Chapter IX: Diseases of the circulatory system

ข้อ 27  ตอบ ก  Chapter XV: Pregnancy, childbirth and the puerperium

ข้อ 28  ตอบ ง  Chapter XIX: Injury, poisoning and certain other consequences of external causes

ข้อ 29  ตอบ ข  Chapter XX: External causes of morbidity and mortality

ข้อ 30  ตอบ ค  เช่น การตรวจสุขภาพ การฉีดวัคซีน การฝากครรภ์ (Chapter XXI)

ข้อ 31  ตอบ ก  E10 = Type 1 DM, E11 = Type 2 DM

ข้อ 32  ตอบ ง  I10 Essential (primary) hypertension

ข้อ 33  ตอบ ข  A90 = Dengue fever, A91 = Dengue haemorrhagic fever

ข้อ 34  ตอบ ค  U07.1 = COVID-19, virus identified; U07.2 = virus not identified

ข้อ 35  ตอบ ก  Dagger = สาเหตุ ส่วน Asterisk (*) = อาการแสดงในอวัยวะ

ข้อ 36  ตอบ ง  /0 benign, /1 uncertain, /2 in situ, /3 malignant primary, /6 metastatic

ข้อ 37  ตอบ ข  /6 = Malignant, metastatic site (secondary site)

ข้อ 38  ตอบ ค  เป็นนิยามตามมาตรฐานการให้รหัส (Main condition/Principal diagnosis)

ข้อ 39  ตอบ ก  Comorbidity มีอยู่ก่อนหรือพร้อมกับโรคหลัก

ข้อ 40  ตอบ ง  Complication เกิดขึ้นระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล

ข้อ 41  ตอบ ข  ประเทศไทยใช้ ICD-9-CM สำหรับรหัสผ่าตัดและหัตถการ

ข้อ 42  ตอบ ค  47.0x = Appendectomy

ข้อ 43  ตอบ ก  74.1 = Low cervical cesarean section

ข้อ 44  ตอบ ง  ต้องตรวจสอบในเล่ม 1 เสมอ เพื่อดูหมายเหตุ Includes/Excludes และรหัสย่อยที่ถูกต้อง

ข้อ 45  ตอบ ข  สมัชชาอนามัยโลกรับรองในปี 2019 และมีผลใช้ 1 มกราคม 2022

ข้อ 46  ตอบ ค  เป็นสัดส่วนการใช้เตียงจริงเทียบกับความสามารถในการให้บริการ

ข้อ 47  ตอบ ก  4,800 × 100 / (200 × 30) = 480,000 / 6,000 = 80%

ข้อ 48  ตอบ ง  ALOS = 1,500 / 300 = 5 วัน

ข้อ 49  ตอบ ข  Gross death rate ใช้ผู้ป่วยจำหน่ายทั้งหมดรวมตายเป็นตัวหาร

ข้อ 50  ตอบ ค  10 × 100 / 500 = 2%

ข้อ 51  ตอบ ก  ตัดผู้ตายภายใน 48 ชม. ออกทั้งตัวตั้งและตัวหาร เพราะถือว่าโรงพยาบาลยังไม่มีโอกาสรักษาเต็มที่

ข้อ 52  ตอบ ง  (20 − 8) × 100 / (1,000 − 8) = 1,200 / 992 ≈ 1.21%

ข้อ 53  ตอบ ข  แสดงว่าเตียง 1 เตียงรับผู้ป่วยได้กี่รายในช่วงเวลานั้น

ข้อ 54  ตอบ ค  นิยมนับ ณ เที่ยงคืน (Midnight census) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ข้อ 55  ตอบ ก  เป็นหน่วยนับวันบริการผู้ป่วยใน ใช้คำนวณอัตราการครองเตียง

ข้อ 56  ตอบ ข  LOS = วันจำหน่าย − วันรับไว้ = 5 − 1 = 4 วัน

ข้อ 57  ตอบ ค  (2+4+6+8+10) / 5 = 30 / 5 = 6

ข้อ 58  ตอบ ก  เรียงข้อมูล 1, 3, 5, 7, 9 ค่ากลางคือ 5

ข้อ 59  ตอบ ง  3 ปรากฏบ่อยที่สุด (3 ครั้ง)

ข้อ 60  ตอบ ข  ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน ฐานนิยม เป็นค่าวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง

ข้อ 61  ตอบ ค  เป็นการจัดกลุ่มโดยไม่มีลำดับ จึงเป็นมาตรานามบัญญัติ

ข้อ 62  ตอบ ก  มีการจัดลำดับ แต่ระยะห่างระหว่างลำดับไม่เท่ากัน

ข้อ 63  ตอบ ง  มีระยะห่างเท่ากัน แต่ 0 °C ไม่ใช่ศูนย์แท้

ข้อ 64  ตอบ ข  โค้งปกติสมมาตร ค่ากลางทั้งสามเท่ากัน

ข้อ 65  ตอบ ค  Incidence นับเฉพาะรายใหม่

ข้อ 66  ตอบ ก  Prevalence นับผู้ป่วยทั้งหมดที่มีอยู่

ข้อ 67  ตอบ ง  IMR = ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปีที่ตาย × 1,000 / การเกิดมีชีพ

ข้อ 68  ตอบ ข  MMR = มารดาตาย × 100,000 / การเกิดมีชีพ

ข้อ 69  ตอบ ค  120 × 100 / 400 = 30%

ข้อ 70  ตอบ ก  แผนภูมิวงกลมเหมาะกับการแสดงสัดส่วนของส่วนย่อยเทียบกับทั้งหมด

ข้อ 71  ตอบ ข  พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ข้อ 72  ตอบ ง  ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย

ข้อ 73  ตอบ ค  พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7

ข้อ 74  ตอบ ก  มาตรา 323 ความผิดฐานเปิดเผยความลับ

ข้อ 75  ตอบ ข  สปสช. จัดตั้งตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

ข้อ 76  ตอบ ค  กรมบัญชีกลางเป็นผู้บริหารสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

ข้อ 77  ตอบ ง  สำนักงานประกันสังคม สังกัดกระทรวงแรงงาน

ข้อ 78  ตอบ ก  ใช้สิทธิ พ.ร.บ.รถก่อน แล้วจึงใช้สิทธิอื่นตามหลักเกณฑ์

ข้อ 79  ตอบ ข  กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม ใช้จัดกลุ่มผู้ป่วยเพื่อจ่ายค่าบริการ

ข้อ 80  ตอบ ค  RW สะท้อนการใช้ทรัพยากรของแต่ละกลุ่ม DRG เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย

ข้อ 81  ตอบ ง  CMI สะท้อนความซับซ้อนของผู้ป่วยในเฉลี่ยของโรงพยาบาล

ข้อ 82  ตอบ ก  การจัดกลุ่มใช้ PDx, SDx, หัตถการ, อายุ, เพศ, สถานะจำหน่าย, วันนอน, น้ำหนักแรกเกิด

ข้อ 83  ตอบ ข  Upcoding เป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องและผิดจริยธรรม

ข้อ 84  ตอบ ค  MRA ใช้พัฒนาคุณภาพการบันทึกและความถูกต้องของข้อมูล

ข้อ 85  ตอบ ง  สรพ. เป็นผู้รับรองคุณภาพ HA

ข้อ 86  ตอบ ก  พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

ข้อ 87  ตอบ ข  การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ข้อ 88  ตอบ ค  ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งและเปิดเผยเท่าที่จำเป็น

ข้อ 89  ตอบ ง  การเปิดเผยตามคำขอของหน่วยงานรัฐต้องมีหนังสือทางการและผ่านผู้มีอำนาจอนุมัติ

ข้อ 90  ตอบ ก  ต้องพิสูจน์ความเป็นทายาทหรือผู้มีสิทธิตามระเบียบของโรงพยาบาล

ข้อ 91  ตอบ ค  เป็นโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ข้อ 92  ตอบ ข  ตั้งอยู่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ข้อ 93  ตอบ ง  ใช้อาคารหอพักในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 308 เตียง

ข้อ 94  ตอบ ก  ผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจสำเร็จรายแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566

ข้อ 95  ตอบ ข  เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ใช้ในการเรียนการสอนของคณะแพทยศาสตร์

ข้อ 96  ตอบ ค  AVERAGE ใช้หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต

ข้อ 97  ตอบ ง  COUNTIF นับเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไข

ข้อ 98  ตอบ ก  การบริการที่ดีเน้นการรับฟังและแก้ไขปัญหา

ข้อ 99  ตอบ ข  ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยผู้ไม่มีสิทธิ

ข้อ 100  ตอบ ค  Backup ช่วยให้กู้คืนข้อมูลได้เมื่อระบบเสียหายหรือถูกโจมตี

รูปแบบการสั่งซื้อ